ชัดเจน!‘2 สส.หญิง เพื่อไทย’โผล่ภูมิใจไทย ‘อนุทิน’พาเปิดตัวบอก‘โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง’

ชัดเจน!‘2 สส.หญิง เพื่อไทย’โผล่ภูมิใจไทย ‘อนุทิน’พาเปิดตัวบอก‘โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง’

ชัดเจน!‘2 สส.หญิง เพื่อไทย’โผล่ภูมิใจไทย ‘อนุทิน’พาเปิดตัวบอก‘โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง’

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.15 น.

ชัดเจน!‘2 สส.หญิง เพื่อไทย’โผล่ภูมิใจไทย ‘อนุทิน’พาเปิดตัวบอก‘โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง’

23 พฤศจิกายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่ 1/1568 ระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ปรากฏว่า น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย สวมเสื้อฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาปรากฏตัวที่หน้าพรรคภูมิใจไทย

ภายหลังนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นได้นำทั้ง2คนมาเปิดตัวกับสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า “โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง”

เมื่อผู้ข่าวพยายามสอบถามความชัดเจนของทั้ง2คน นายอนุทิน ได้ตัดบท และพาทั้งสองคนขึ้นไปพูดคุยต่อโดยบอกว่า “เซฟลูกพรรค”

‘ภูมิใจไทย’คึกคัก! ‘บิ๊กเนม-บ้านใหญ่’ตบเท้าเสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ ‘วราวุธ-สนธยา’มาตามนัด

‘ภูมิใจไทย’คึกคัก! ‘บิ๊กเนม-บ้านใหญ่’ตบเท้าเสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ ‘วราวุธ-สนธยา’มาตามนัด

‘ภูมิใจไทย’คึกคัก! ‘บิ๊กเนม-บ้านใหญ่’ตบเท้าเสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ ‘วราวุธ-สนธยา’มาตามนัด

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.02 น.

‘ภูมิใจไทย’คึกคัก! ‘บิ๊กเนม-บ้านใหญ่’ตบเท้าแสดงตัวร่วมงานเสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ ‘วราวุธ’ขนทีม‘ชาติไทยพัฒนา’เข้า‘พรรคสีน้ำเงิน’ ส่วน ‘บ้านใหญ่ชลบุรี’สนธยา-วิทยา’ไม่ตกขบวน

23 พฤศจิกายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 /2568 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้าพรรคอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีนายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง พี่ชาย นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาร่วมประชุมด้วย

จากนั้นในเวลา 10.30น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการเปิดตัว นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาร่วมเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวรอดู”

ต่อมาเวลา 11.15 น. นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำบ้านใหญ่ชลบุรี ได้เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย

ก่อนที่เวลา 11.25 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา และ สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ประกอบด้วยนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี นายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทยเพื่อแสดงตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ภายหลังจากมีข่าวว่าจะเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้

ทั้งนี้มีอดีตสส.พรรคชาติไทย รอให้การต้อนรับ อาทิ นายชาดา นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกฯ รอให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ยังมีนายประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา มาร่วมปรากฏตัวด้วย

นายวราวุธ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า “มากินข้าว”

‘บิ๊กป้อม’สั่งตั้งครัวพลังประชารัฐ กระจายอาหาร-น้ำดื่ม ดูแลกลุ่มเปราะบางพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมปัตตานี

‘บิ๊กป้อม’สั่งตั้งครัวพลังประชารัฐ กระจายอาหาร-น้ำดื่ม ดูแลกลุ่มเปราะบางพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมปัตตานี

‘บิ๊กป้อม’สั่งตั้งครัวพลังประชารัฐ กระจายอาหาร-น้ำดื่ม ดูแลกลุ่มเปราะบางพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมปัตตานี

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.50 น.

‘บิ๊กป้อม’สั่งทีมงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือปัตตานี ตั้งครัวพลังประชารัฐกระจายอาหาร–น้ำดื่ม ดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่วิกฤต

23 พฤศจิกายน 2568 จากสถานการณ์จังหวัดปัตตานียังคงเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อนจากน้ำท่วมฉับพลันและการสัญจรที่ถูกตัดขาด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ต้องอพยพจากพื้นที่เสี่ยง

หลังได้รับคำสั่ง ทีมงานได้ตั้งและขยายจุด “ครัวพลังประชารัฐ” ในพื้นที่ประสบภัย เพื่อจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในอำเภอยะรัง อำเภอทุ่งยางแดง และอำเภอแม่ลาน ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุด

ทีมช่วยเหลือของพรรคพลังประชารัฐยังคงลงพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อดูแลทุกครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยย้ำว่าจะปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนปลอดภัยทุกคน

‘พีระพันธุ์’ย้ำชัด‘รวมไทยสร้างชาติ’ ยืนบนหลักการ‘ไม่รวมพรรค’ มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

‘พีระพันธุ์’ย้ำชัด‘รวมไทยสร้างชาติ’ ยืนบนหลักการ‘ไม่รวมพรรค’ มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

‘พีระพันธุ์’ย้ำชัด‘รวมไทยสร้างชาติ’ ยืนบนหลักการ‘ไม่รวมพรรค’ มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.41 น.

‘พีระพันธุ์’ย้ำชัด‘รวมไทยสร้างชาติ’ ยืนบนหลักการ‘ไม่รวมพรรค’ มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

23 พฤศจิกายน 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติได้เผยถึงจุดยืนของพรรค ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีการรวมพรรคและการย้ายสังกัดจำนวนมากว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงจุดยืนของพรรคอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าพรรคยังคงดำเนินตามเจตนารมณ์เดิม คือการทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก มิใช่เดินไปตามดีลหรือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น

นายพีระพันธุ์ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติถูกก่อตั้งขึ้นบนฐานความเชื่อมั่นในอุดมการณ์และการทำงานที่ตั้งใจจริง ไม่ใช่เพื่อรองรับข้อตกลงทางการเมืองเบื้องหลัง หรือเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง แต่เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานที่ให้ความสำคัญต่อประเทศชาติและประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด

“นั่นคือเหตุผลที่ผมสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติขึ้นมา เราจะเดินแนวนี้ ทำแนวนี้ ได้เท่าไหร่เท่านั้น ผมไม่อยากเห็นการเมืองที่เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ แต่เบื้องหลังมีแต่เรื่องส่วนตัว หากประชาชนให้การตอบรับมากก็ถือว่าเป็นโชคดี ได้เท่าไหร่ ทำเท่านั้น และพรรคนี้จะเป็นแบบนี้” นายพีระพันธุ์กล่าว

พรรครวมไทยสร้างชาติเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงทางการเมืองเกิดจากจุดยืนที่ชัดเจนและการทำงานที่มีมาตรฐานโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ‘รวมไทยสร้างชาติ’ จะเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ใครจะลั่นไกก่อน!? กระตุกผู้มีอำนาจตัดสินใจ อย่าซื้อเวลาปมชายแดนไทย-กัมพูชา

ใครจะลั่นไกก่อน!? กระตุกผู้มีอำนาจตัดสินใจ อย่าซื้อเวลาปมชายแดนไทย-กัมพูชา

ใครจะลั่นไกก่อน!? กระตุกผู้มีอำนาจตัดสินใจ อย่าซื้อเวลาปมชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.40 น.

ใครจะลั่นไกก่อน!? กระตุกผู้มีอำนาจตัดสินใจ อย่าซื้อเวลาปมชายแดนไทย-กัมพูชา

23 พฤศจิกายน 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า…

ใครจะลั่นไกก่อน

ไทยอยากได้ปราสาทตาควายคืน กัมพูชาอยากได้ทุกอย่างจากเรา ช่องบก ภูมะเขือ​ อานม้า​ ปราสาทตาเมือน ฮุนส่งทหารประชิดชายแดนไทย จ่อใกล้กัน​ เหลือแต่ใครจะลั่นไกก่อน ไม่ต้องสงสัยน้องๆทหารเครียดมาก รอแต่คำสั่งให้ใส่กันให้จบๆ​ มันไม่ไหวแล้ว

หรือฮุนเซนรอให้ไทยยุบสภา เหลือรัฐบาลรักษาการ​ เตรียมเลือกตั้ง เหมือนโจมตี 24 กค. ไทยไม่มีคนสั่งการ จะอึด​ อดทนกันขนาดนั้นเลยหรือ

หรือหวังให้เงินดำๆเทาๆจากสแกมเมอร์ มากำหนดทิศทางรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง การเผชิญหน้าจะได้หมดลงเป็นพวกเดียวกัน ก็ไม่รู้ว่า​ ทหารรออะไร​ รอให้ถูกยิงก่อนหรือ

สงสารแต่ชาวบ้านต้องหนีไปอยู่ศูนย์ฯ เครียดห่วงความปลอดภัย​ เครียดไม่มีรายได้ สภาพเช่นนี้มันผ่านมาหลายเดือนแล้ว จะให้อยู่กันอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน คนมีอำนาจนอนสบายบนเตียงมีเงินใช้ แต่ชาวบ้านนอนอุดอู้จะเข้าส้วมขี้สักทียังยาก น้ำท่วมยังมีวันลด​ แต่ศูนย์อพยพมันนานเกิน

ไม่รบก็ไม่รบ​ อยากจูบปากเขมรก็รีบทำ

สงสารชาวบ้าน​ สงสารน้องๆทหาร

ผู้มีอำนาจตัดสินใจเถอะ​ อย่าซื้อเวลาเลย

เปิดผล‘สวนดุสิตโพล’ วิเคราะห์ชัดๆจุดเด่นแต่ละ‘พรรคการเมือง’ ใครได้เปรียบใคร!?

เปิดผล‘สวนดุสิตโพล’ วิเคราะห์ชัดๆจุดเด่นแต่ละ‘พรรคการเมือง’ ใครได้เปรียบใคร!?

เปิดผล‘สวนดุสิตโพล’ วิเคราะห์ชัดๆจุดเด่นแต่ละ‘พรรคการเมือง’ ใครได้เปรียบใคร!?

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.20 น.

เปิดผล‘สวนดุสิตโพล’ วิเคราะห์ชัดๆจุดเด่นแต่ละ‘พรรคการเมือง’ ใครได้เปรียบใคร!?

23 พฤศจิกายน 2568 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “พรรคการเมืองไทย พรรคใดได้เปรียบ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,794 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2568 พบว่า

“พรรคภูมิใจไทย” ถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 8 ข้อ โดยเฉพาะด้านความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ร้อยละ 41.36 ความพร้อมด้านทรัพยากร (ทุน) ร้อยละ 40.80 และความสามารถในการทำงานทางการเมือง ร้อยละ 35.79

ขณะที่ “พรรคประชาชน” มีความได้เปรียบเรื่องความทันสมัย ร้อยละ 50.06 รองลงมาคือ ความสามารถในการตรวจสอบ ร้อยละ 41.69 และความสามารถในการสื่อสาร ร้อยละ 34.39

ส่วน “พรรคเพื่อไทย” ได้เปรียบเพียงข้อเดียว คือประสบการณ์ทางการเมือง ร้อยละ 29.88 ด้านประเด็นความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนยังไม่แน่ใจว่าพรรคใดมีความโดดเด่น ร้อยละ 22.52 

สุดท้ายเมื่อถามว่าหากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ พรรคการเมืองที่จะเลือกแบบบัญชีรายชื่อ คือ พรรคประชาชนมากที่สุด ร้อยละ 26.25 รองลงมาคือพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.02 และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.54

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยขยับขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยประชาชนมองว่ามีศักยภาพเชิงโครงสร้างในการทำงาน ขณะที่พรรคประชาชนเด่นด้านภาพลักษณ์ใหม่ สื่อสารดี และตรวจสอบได้ ส่งผลให้คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งแม้ไม่ทิ้งห่างภูมิใจไทยมากนัก หากมีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด ทิศทางการแข่งขันน่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงภาพลักษณ์และศักยภาพที่มีให้เป็นความเชื่อมั่นเพื่อตัดสินใจในวันเลือกตั้ง

ด้าน ผศ.มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า ผลโพลครั้งนี้สะท้อนภาพรวมที่น่าสนใจของการแข่งขันทางการเมืองไทยในปัจจุบัน โดยพบว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงครองความได้เปรียบในหลายมิติทั้งความพร้อมในการเป็นรัฐบาล การมีทรัพยากรเพียงพอ และศักยภาพด้านการทำงานทางการเมืองและในทางสภา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของพรรคการเมืองในระยะยาว

ขณะเดียวกันพรรคประชาชนกลับโดดเด่นในมิติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ยุคใหม่ เช่น ความทันสมัย ความสามารถในการสื่อสาร และศักยภาพด้านการตรวจสอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเมืองที่ฐานเสียงคนรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้น

ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้จะยังมีความได้เปรียบด้านประสบการณ์ทางการเมือง แต่กลับไม่สามารถครองความโดดเด่นในประเด็นอื่น ๆได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่มั่นใจเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง สะท้อนความไม่ไว้วางใจที่ยังคงอยู่ในระบบพรรคการเมืองโดยรวม และเมื่อหันมาพิจารณาความนิยมแบบบัญชีรายชื่อ หากมีการเลือกตั้งวันนี้กลับพบว่าพรรคประชาชนได้รับคะแนนสูงสุด แซงหน้าภูมิใจไทย แม้ในหลายด้านภูมิใจไทยจะมีศักยภาพเหนือกว่า ซึ่งชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่าง “ภาพลักษณ์เชิงศักยภาพ” กับ “พฤติกรรมเลือกตั้งจริง” ของประชาชน ปรากฏการณ์เช่นนี้บ่งบอกว่าการเมืองไทยยังคงเปิดกว้าง และความนิยมทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์และอารมณ์สังคมในช่วงเวลานั้น ๆ

‘เทพไท’ชี้ชาวใต้โชคดีบนโชคร้าย ‘น้ำท่วม’โอกาสหาเสียงของนักการเมือง

‘เทพไท’ชี้ชาวใต้โชคดีบนโชคร้าย ‘น้ำท่วม’โอกาสหาเสียงของนักการเมือง

‘เทพไท’ชี้ชาวใต้โชคดีบนโชคร้าย ‘น้ำท่วม’โอกาสหาเสียงของนักการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.06 น.

‘เทพไท’ชี้ชาวใต้โชคดีบนโชคร้าย ‘น้ำท่วม’โอกาสหาเสียงของนักการเมือง

23 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “น้ำท่วมภาคใต้ โอกาสหาเสียงของนักการเมือง” ระบุว่า…

น้ำท่วมภาคใต้ โอกาสหาเสียงของนักการเมือง

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด เกิดสภาพน้ำท่วมอย่างรวดเร็วฉับพลัน มีน้ำป่าไหลหลาก จนล่าสุดเกิดสภาพน้ำท่วมหนัก ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และหลายอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประชาชนเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก

ในขณะที่เกิดสภาพน้ำท่วมแบบฉับพลัน แต่ยังก็มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ได้เข้าช่วยเหลือประชาชน รวมไปถึงนักการเมืองที่เป็นส.ส.ในพื้นที่ ก็ออกช่วยประชาชน ตั้งโรงครัว แจกถุงยังชีพทันท่วงที เพราะสถานการณ์ในช่วงนี้ เป็นการเตรียมตัวจะเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป ที่จะถึงในเร็วๆนี้

ในส่วนของพรรคการเมือง จะเห็นบทบาทของพรรคและนักการเมือง รีบลงพื้นที่กันอย่างเห็นได้ชัด เช่น

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างมอบนโยบายให้กับบรรดาข้าราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่จังหวัดขอนแก่น ต้องปรับแผนบินด่วน ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ทันที และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ก็บินด่วนลงจังหวัดนครศรีธรรมราช เยี่ยมเยียนมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในหลายอำเภอ

ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจราชการที่จังหวัดสุรินทร์ ปรับแผนภารกิจด่วน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเช่นเดียวกัน ได้เห็นภาพนั่งท้ายรถบรรทุกโทรศัพท์สั่งการให้อธิบดีกรมฝนหลวง นำเฮลิคอปเตอร์มาลำเลียงอาหารส่งให้ผู้ประสบภัย และสั่งกรมชลประทานเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค อยู่ระหว่างเดินทางไปประชุมวิชาการ ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้สั่งการให้รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้4ท่าน คือ นายจุรี นุ่มแก้ว นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชัยชนะ เดชเดโช และนายวีระพงษ์ ประภา ร่วมประสานงานกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ตามที่ศักยภาพในฐานะพรรคฝ่ายค้านที่จะทำได้

นับว่าเป็นความโชคดีบนความโชคร้ายของพี่น้องภาคใต้ ที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว แบบตั้งตัวไม่ทันในบางพื้นที่   แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงที่นักการเมือง หรือพรรคการเมืองเตรียมการหาเสียง เตรียมพื้นที่เพื่อจะลงเลือกตั้งในเร็วๆนี้ จึงทำให้นักการเมือง ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับชาติ  ต่างก็แสดงบทบาทช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ คงจะไม่มีใครปล่อยประละเลย หรือเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เมินเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นภาระสำคัญของรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว ไม่ควรให้ประชาชนอยู่ในสภาพน้ำท่วมเหมือนกับพื้นที่รับน้ำในหลายอำเภอ ของจังหวัดในภาคกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะออกระเบียบการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหม่ ถ้าถูกน้ำท่วมหนึ่งเดือน เยียวยาให้ครัวเรือนละ 9,000 บาท เดือนต่อไปเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น

สำหรับสภาพพื้นที่ภาคใต้ สามารถระบายน้ำได้รวดเร็วกว่าพื้นที่ในภาคอื่นๆ เพราะพื้นที่ทั้ง2ฝั่งอยู่ติดกับทะเล ระบบการระบายน้ำสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงฝากให้รัฐบาลเร่งรัดระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด พร้อมกับการเยียวยาดูแลความเดือดร้อนของประชาชนด้วย

‘อดีต สว.’อ่านหมากการเมือง เหน็บ‘ปชน.’ฉลาดน้อยหรือเปล่า ทุบเปรี้ยงปลายธันวาฯ‘ยุบสภา’แน่

‘อดีต สว.’อ่านหมากการเมือง เหน็บ‘ปชน.’ฉลาดน้อยหรือเปล่า ทุบเปรี้ยงปลายธันวาฯ‘ยุบสภา’แน่

‘อดีต สว.’อ่านหมากการเมือง เหน็บ‘ปชน.’ฉลาดน้อยหรือเปล่า ทุบเปรี้ยงปลายธันวาฯ‘ยุบสภา’แน่

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.46 น.

‘อดีต สว.’อ่านหมากการเมือง เหน็บ‘ปชน.’ฉลาดน้อยหรือเปล่า ทุบเปรี้ยงปลายธันวาฯ‘ยุบสภา’แน่

23 พฤศจิกายน 2568 นายวันชัย สอนศิริ ทนายความชื่อดัง และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” ระบุว่า…

ปลายธันวา…ยุบสภาแน่

สถานการณ์ในตอนนี้เป็นการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองว่าใครจะได้เปรียบเสียเปรียบในช่วงเลือกตั้ง ทั้ง ภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคประชาชน ต่างมองไปถึงการเลือกตั้งมากกว่าที่จะแก้ปัญหาใดๆ ในบ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะทุกพรรคการเมืองมุ่งหวังถึงการแพ้ชนะและเป็นรัฐบาลในครั้งหน้า

เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญตาม MOA คงไปไม่ถึง แต่การยุบสภาจะมาถึงก่อน แม้พรรคประชาชนจะเอาคุณอนุทินมาเป็นม้าใช้ทางการเมืองในการแก้รัฐธรรมนูญก็คงจะไม่สำเร็จ เพราะการเป็นนายกมันมาก่อนการแก้รัฐธรรมนูญ และเมื่อเป็นนายกแล้วจะยุบสภาเสียเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การแก้รัฐธรรมนูญมันมีเหตุปัจจัยในสภาอีกหลายอย่าง และทุกพรรคการเมืองรู้ว่าถ้าการแก้รัฐธรรมนูญถ้าทำได้สำเร็จจนถึงขั้นทำประชามติ คะแนนก็จะตกกับพรรคประชาชนเต็มๆ แต่พรรคการเมืองอื่นๆ ก็จะไม่ได้อะไร เรื่องนี้คุณอนุทินและพรรคเพื่อไทยรู้มั้ย?…

รู้อยู่เต็มอก

เชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญในวาระ 2 คงผ่านได้ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้แน่นอน เพราะไม่ต้องอาศัยเสียงสว. แต่ในวาระ3 ปลายเดือนคงถูกคว่ำโดยสว.สายสีน้ำเงิน เป็นการเล่นเกมทางการเมืองแบบตีสองหน้าของพรรคแกนนำ จากนั้นก็จะเป็นเหตุทำให้ยุบสภาในปลายเดือนธ.ค. พรรคประชาชนก็คงจะไม่ได้อะไรจาก MOA นอกจากได้คุณอนุทินเป็นนายกแล้วก็ยุบสภาก่อนข้อตกลง ส่วนพรรคเพื่อไทยก็คงไม่ได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้นจะเปิดก่อนแก้รัฐธรรมนูญในวาระ3 คุณอนุทินก็คงจะยุบสภา ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญตกไป พรรคเพื่อไทยก็คงจะโดนด่าหาว่าเป็นคนที่ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ

สรุปว่าพรรคประชาชนจะไม่ได้อะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญและคะแนนในการเลือกตั้ง จากการที่โหวตให้คุณอนุทินเป็นนายก เผลอๆ จาก MOA ที่ตายด้านนี้ก็จะกระจัดกระจายกลายไปเป็นคะแนนให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ อันจะทำให้คะแนนของพรรคประชาชนลดน้อยถอยลงไป ซึ่งเกิดจากความฉลาดน้อยหรืออ่อนด้อยทางการเมืองหรือเปล่าก็ไม่รู้…

เช็กเรตติ้งการเมือง! วันนี้‘ภาคตะวันออก’เชียร์พรรคไหน หนุนใครเป็น‘นายกฯ’

เช็กเรตติ้งการเมือง! วันนี้‘ภาคตะวันออก’เชียร์พรรคไหน หนุนใครเป็น‘นายกฯ’

เช็กเรตติ้งการเมือง! วันนี้‘ภาคตะวันออก’เชียร์พรรคไหน หนุนใครเป็น‘นายกฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.17 น.

เช็กเรตติ้งการเมือง! วันนี้‘ภาคตะวันออก’เชียร์พรรคไหน หนุนใครเป็น‘นายกฯ’

23 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคตะวันออก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13 – 18 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออก (จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคตะวันออก เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

+ อันดับ 1 ร้อยละ 39.75 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

+ อันดับ 2 ร้อยละ 15.90 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

+ อันดับ 3 ร้อยละ 15.35 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

+ อันดับ 4 ร้อยละ 8.20 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)

+ อันดับ 5 ร้อยละ 5.60 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

+ อันดับ 6 ร้อยละ 3.75 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

+ อันดับ 7 ร้อยละ 3.65 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)

+ อันดับ 8 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

+ อันดับ 9 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)

+ อันดับ 10 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

+ ร้อยละ 1.90 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นางสาวรักชนก ศรีนอก (พรรคประชาชน) นายสนธยา คุณปลื้ม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย) นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) พลโทบุญสิน พาดกลาง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

+ ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

+ อันดับ 1 ร้อยละ 34.90 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้

+ อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน

+ อันดับ 3 ร้อยละ 10.95 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

+ อันดับ 4 ร้อยละ 7.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

+ อันดับ 5 ร้อยละ 7.50 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

+ อันดับ 6 ร้อยละ 4.25 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

+ อันดับ 7 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

+ อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

+ อันดับ 9 ร้อยละ 1.85 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ

+ ร้อยละ 1.70 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคพลังบูรพา และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

+ ร้อยละ 0.25 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

แฉเหลี่ยมเขมร! ตรึงกำลังวางทุ่นระเบิด ช่องบก/ทางเข้าภูมะเขือ

แฉเหลี่ยมเขมร! ตรึงกำลังวางทุ่นระเบิด ช่องบก/ทางเข้าภูมะเขือ

แฉเหลี่ยมเขมร! ตรึงกำลังวางทุ่นระเบิด ช่องบก/ทางเข้าภูมะเขือ

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แฉเหลี่ยมเขมร! ตรึงกำลังวางทุ่นระเบิด ช่องบก/ทางเข้าภูมะเขือ

กองทัพภาค 2 อัปเดต 4 พื้นที่เสี่ยง พบทหารเขมรตรึงกำลัง-วางทุ่นระเบิดรอบพื้นที่ ใช้ปราสาทตาควายเป็นบังเกอร์ สร้างกระเช้าขึ้นเนิน 350 ด้านทิศตะวันตก ภูมะเขือ มีรถถัง 10 คัน ส่วนช่องอานม้าเนิน 677 ถูกยึด ส่วนช่องบกมีกำลัง 800 นาย  ด้านกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ บุก สถานทูตมาเลเซีย ประณาม “อันวาร์” ใช้อาเซียนแทรกแซง ส่วน มทภ. 1 เซอร์ไพรส์ลงพื้นที่กลางดึกปลุกใจชาวหนองหญ้าแก้ว ลั่นทหารจะดูแลอย่างดี

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน2568 ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่พบประชาชน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สร้างความยินดีให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากที่เห็นแม่ทัพมาอยู่เคียงบ่าเคียงไหลกับกำลังพลที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามความเป็นอยู่ของประชาชน และส่งมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ส่วนเรื่องชายแดนขอให้เป็นหน้าที่ของทหารจะดูแลให้อย่างดี ขอให้ได้ทำมาหากินใช้ชีวิตให้เป็นไปตามปกติในทุกวัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคและผ้าห่มกันหนาวให้ก่อนเดินทางกลับ

จากนั้น พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ที่ได้ติดตามคณะของแม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารกับชาวบ้านหนองหญ้าแก้วที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร และรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของประชาชนบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

ขณะเดียวกันจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า”จะเอาไงต่อดีครับ ฝั่งเรา ล่าสุดวันนี้ทหารกัมพูชาขึ้นมาพิชิตใกล้ภูมะเขือหวังจะเอาภูมะเขือคืนกว่า 2,000 นาย ประสาทตาควายกว่า 5,000นาย ประสาทคนากว่า 5,000 นายเต็มพื้นที่หมดแล้ว”

ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยจากภาพตรวจสอบได้ดังนี้ พื้นที่ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทหารกัมพูชาใช้โบราณสถาน เป็นบังเกอร์ พร้อมสร้างกระเช้าขึ้นเนิน 350 จริง

ส่วนการเพิ่มเติมกำลัง ในห้วง 15-16 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นกำลังในสังกัดทหารประจำรัตนคีรี ภท.1 ประมาณ 150 นาย ทหารประจํากัมปงธม ประมาณ 90 นาย และ ทหารประจำจังหวัดกองพันทหารช่างภูมิภาคทหาร (พัน.ช. ภท. 1) ประมาณ 15 นาย รวม 255 นาย

สำหรับพื้นที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ยืนยันว่ายังคงมีรถถังทิศตะวันตกภูมะเขือ 10 คัน มีการวางทุ่นระเบิดรอบพื้นที่จริง ขณะเดียวกันในพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ทหารกัมพูชา ยึดเนิน 677 จริง มีการวางทุ่นระเบิดรอบพื้นที่จริง ส่วนพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี มีทหารกัมพูชา อยู่ในพื้นที่ประมาณ 800 นาย และอยู่บริเวณเนิน 745 ประมาณ 50 – 60 นาย

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุอีกว่า อยากให้ ประชาชนติดตามเพจของกองทัพที่เป็นทางการ ซึ่งจากการตรวจสอบเพจ THAI Army ไม่ใช่หน่วยงานราชการ โดยพ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษก ทบ. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบ เพจที่เผยแพร่ข้อมูล ได้นำข้อมูลมาจากอีกเพจหนึ่งซึ่งเป็นเพจปลอม

ขณะเดียวกัน ชุดปฏิบัติงานของกองกำลังบูรพา ร่วมกับชุดสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้วและอำเภอโคกสูง จำนวน 35 นาย บินโดรน และวางแนวเขต หลักหมดชั่วคราวต่อเนื่องแม้ว่าจะเป็นวันหยุด โดยระยะทางจากบ้านหนองจานถึงบ้านหนองหญ้าแก้วประมาณ 7 กิโลเมตร ต้องปักหมุดทั้งหมด 72 หมด ขณะนี้ปักไปได้แล้ว 32 หมดซึ่งภาพรวมบรรยากาศการทำงานร่วมกันในวันที่ 3 นี้ เป็นไปด้วยดี

วันเดียวกัน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ ถนนสาทรใต้ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ประกอบด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ นายพิชิต ไชมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ได้เดินทางไปเรียกร้องให้ให้นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน หยุดแทรกแซงกิจการในประเทศไทย กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยมีการอ่านแถลงการณ์ สาระสำคัญประณามการกระทำของนายอันวาร์ อิบราฮิม ที่แทรกแซงกิจการภายในของไทย ส่งผลให้ไทยสูญเสียอำนาจอธิปไตยเขตแดน และยังชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าอาเซียนโดยตรง โดยการเปิดช่องให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงอำนาจอธิปไตยไทยและความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน

ข่าวแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังเดินเท้าไปยังสถานเอกเอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้หยุดแทรกแซงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาด้วย