‘หมอวี’ ซัด NGO ตรรกะแปลกมาก! ปมบอกเอาเงินทุก รพ.มารวมกันหมด ยังเป็นบวก ไม่รู้จะโวยวายกันไปทำไม?

'หมอวี' ซัด NGO ตรรกะแปลกมาก! ปมบอกเอาเงินทุก รพ.มารวมกันหมด ยังเป็นบวก ไม่รู้จะโวยวายกันไปทำไม?

‘หมอวี’ ซัด NGO ตรรกะแปลกมาก! ปมบอกเอาเงินทุก รพ.มารวมกันหมด ยังเป็นบวก ไม่รู้จะโวยวายกันไปทำไม?

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.02 น.

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า  ว่าจะไม่พูดแล้วนะ!

ตอนแรกผมคิดว่าจะเฝ้าดูกระทรวงแก้ปัญหาระหว่าง สปสช. กับ สธ อย่างเงียบๆ เพราะไม่อยากแสดงความเห็นให้มีใครต้องดูไม่ดีจนเกินไป  แต่เมื่อวานมี NGO ท่านหนึ่งมาชี้นำสังคมประมาณว่า ถ้าเอาเงินทุก รพ.มารวมกันหมด ยังเป็นบวกอยู่ ไม่รู้จะโวยวายกันไปทำไม? 

โห ตรรกะแปลกมากเลยครับ ถ้าคิดแบบนี้ไม่ต้องแก้ปัญหาเลยครับ และผมจะบอกให้ว่าทำไมบาง รพ. ยังมีเงินเหลือ?  เพราะเขาเอาเงินจากสิทธิ์อื่นมาถัวกับสิทธิ์ที่ขาดทุนของ สปสช. ไงครับ  ถ้าทุก รพ. มีแต่สิทธิ์ สปสช. จะขาดทุน 100% แน่นอน และตรรกะนี้ก็ไม่ถูกเลย เพราะจะไม่นำสู่การแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ เหมือนผมบอกว่าในโลกนี้มีประเทศยากจนอยู่ แต่ประเทศยากจนจะโวยวายอะไร เพราะถ้ารวมทุกประเทศแล้ว โลกเรายังบวกอยู่นะ! ห๊ะ!

พอไปสืบชื่อของท่านก็เลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมาปกปัอง สปสช. ที่แท้ท่านเป็นบอร์ดใหญ่ สปสช. 2 สมัยซ้อน อยู่ตั้งแต่พ.ศ.2558 จนถึงปีที่แล้ว 2567 ในฐานะตัวแทน NGO ด้านชุมชนแออัดครับ พอพูดถึงตัวแทน NGO ที่มาเป็นบอร์ด ก็อยากจะชวนทุกคนคิดว่าตัวแทนเหล่านี้มีความตรงสเปคแค่ไหน?

ผมถามเล่นๆ นะครับ ตัวแทนเกษตรกร ควรเป็นเกษตรกรมั้ย?

ตัวแทนสตรี น่าจะเป็นผู้หญิงนะผมว่า ตัวแทนชุมชนแออัด ควรเป็นคนในชุมชนแออัดมั้ยที่จะเข้าใจปัญหาของชุมชนได้  

ตัวแทนโรคเอดส์ ผมว่าน่าจะเอาคนป่วยที่ติดเชื้อ HIV นะ เพราะจะรู้ปัญหาของคนเป็นอย่างลึกซึ้งเลย และแน่นอนต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

อีกคำถามชวนคิดคือ ตัวแทนเกษตรกร หรือชุมชนแออัด มีคนที่ประกอบอาชีพเหล่านี้รู้จักท่านในฐานะตัวแทนของเขามากน้อยแค่ไหน? และใครเลือกท่านมา? จะสามารถเป็นตัวแทนได้จริงแท้แค่ไหน? ผมว่าเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะสืบค้นหาคำตอบต่อไป

ที่สำคัญ NGOs เหล่านี้หากมาเป็นบอร์ด สปสช. ไม่ควรมีผลประโยชน์ทับซ้อนเอาเงินจาก สปสช. ไปใช้ได้ และเพื่อความมีธรรมาภิบาล ไม่น่าย้ายกลุ่ม NGO ที่ตัวเองอยู่ไปอีกกลุ่มได้เพื่อรักษาตำแหน่งบอร์ด สปสช. นะครับ ที่ผ่านมาย้ายกันเป็นว่าเล่น

เพื่อนๆ ทุกท่านเปิดใจให้กว้าง ลองคิดดูทบทวนดูว่าเห็นด้วยกับผมมั้ยครับ?

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย

สมาชิกวุฒิสภา

กรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา

‘หมอวรงค์’ตามหา‘บิ๊กต่าย’อยู่ไหน ไม่แจง แฉนักการเมืองกำลังฟอกขาวให้‘ตำรวจเทา’

‘หมอวรงค์’ตามหา‘บิ๊กต่าย’อยู่ไหน ไม่แจง แฉนักการเมืองกำลังฟอกขาวให้‘ตำรวจเทา’

‘หมอวรงค์’ตามหา‘บิ๊กต่าย’อยู่ไหน ไม่แจง แฉนักการเมืองกำลังฟอกขาวให้‘ตำรวจเทา’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.25 น.

‘หมอวรงค์’ตามหา‘บิ๊กต่าย’อยู่ไหน ไม่แจง แฉนักการเมืองกำลังฟอกขาวให้‘ตำรวจเทา’

17 พฤศจิกายน 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom ระบุว่า…

ตามหาบิ๊กต่าย

การที่ บิ๊กโจ๊ก ออกมาแฉเรื่องตำรวจ เป็นการตอกย้ำว่า ตำรวจโจรเต็มบ้านเต็มเมือง ตั้งแต่หัวแถว คือ อดีตผบ.ตร. ไปจนถึงหางแถว รวมทั้งพวกที่ออกมาแฉด้วย ก็พัวพันเรื่องเหล่านี้เช่นกัน

วันนี้ต้องถามหา บิ๊กต่าย ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ท่านมัวไปอยู่ไหน ท่านไม่คิดที่จะออกมาชี้แจงกับประชาชนสักหน่อยหรือครับ ผมคิดว่าปัญหาเรื่องตำรวจนี้ มันคือหน้าที่ของท่านโดยตรง

ที่สำคัญ มันมีกระบวนการของนักการเมืองบางพรรค กำลังฟอกขาวให้กับตำรวจเทาบางกลุ่ม ทั้งๆที่พวกนี้ก็เป็นตำรวจโจรเหมือนกัน ท่านผบ.ตร.ต้องกล้าหาญ ออกมาได้แล้ว ออกมาจัดการปัญหาด้วยตัวเอง

ถ้าท่านยิ่งเงียบ องค์กรตำรวจจะยิ่งพัง ท่านควรจะออกมายอมรับ ได้แล้วว่าขณะนี้องค์กรตำรวจมันมีปัญหาจริง

ตำรวจโจรมีทั้งฝ่ายแฉและถูกแฉ

และจะต้องรีบปฏิรูปหรือยกเครื่องตำรวจ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตำรวจดีๆ

รัฐบาลย้ำ‘ปปง.’ไม่มีระบบคุ้มครองสิทธิ์ เตือนอย่าเชื่อข้อความเชิญชวนหลอกลงทะเบียนขอรับเงินคืน

รัฐบาลย้ำ‘ปปง.’ไม่มีระบบคุ้มครองสิทธิ์ เตือนอย่าเชื่อข้อความเชิญชวนหลอกลงทะเบียนขอรับเงินคืน

รัฐบาลย้ำ‘ปปง.’ไม่มีระบบคุ้มครองสิทธิ์ เตือนอย่าเชื่อข้อความเชิญชวนหลอกลงทะเบียนขอรับเงินคืน

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.23 น.

รัฐบาลย้ำ‘ปปง.’ไม่มีระบบคุ้มครองสิทธิ์ทางโซเชียล เตือนอย่าเชื่อข้อความเชิญชวน หลอกลงทะเบียนขอรับเงินคืน แนะ 3 ช่องทางลงทะเบียนขอเงินคืนที่ถูกต้อง

17 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป และข้อความผ่านช่องทางโซเซียลต่าง ๆ แอบอ้างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุข้อความว่า “ปปง. ยึดทรัพย์แก๊งคอลฯ เร่งทยอยคืนทรัพย์ให้เหยื่อ เตรียมหลักฐานให้พร้อมลงทะเบียน” นั้น โดยให้ประชาชนติดต่อยื่นคำร้องผ่านเพจเฟซบุ๊ก และเพิ่มเพื่อนทาง Line นั้น ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อกลลวงมิจฉาชีพ อย่าติดต่อรวมถึงให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มิจฉาชีพ ซึ่ง สำนักงาน ปปง. ยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อความเชิญชวน และขอความร่วมมือไม่กดติดตาม ไม่แชร์ข้อมูล เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่หลงเชื่อได้

ทั้งนี้  สำนักงาน ปปง. ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม โดยได้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชนฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระและพนันออนไลน์รวมจำนวน 2,554 รายการ 89 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 4,730 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 54 รายคดี

สำหรับประชาชนที่ต้องการยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายฯ ปปง. มีช่องทางการยื่นคำร้องฯ 3 ช่องทาง ได้แก่

1. ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงาน ปปง.

2. ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ส่งถึง สำนักงาน ปปง.

3. ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงาน ปปง. กำหนด (ไม่ใช่สื่อสังคมออนไลน์)

“ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.amlo.go.th/index.php/th/ หรือ โทร. 02-219-3600” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ

คนละครึ่งพลัส หนุนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร สู้ตลาดออนไลน์-ฟู้ดดิลิเวอรี่

คนละครึ่งพลัส หนุนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร สู้ตลาดออนไลน์-ฟู้ดดิลิเวอรี่

คนละครึ่งพลัส หนุนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร สู้ตลาดออนไลน์-ฟู้ดดิลิเวอรี่

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.54 น.

“คนละครึ่งพลัส” หนุนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร สู้ตลาดออนไลน์—ฟู้ดดิลิเวอรี่ อัปสกิลจากออฟไลน์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ใช้สิทธิได้ 19 พ.ย.–19 ธ.ค.

วันที่ 17 พฤศจิกายน 25698 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” รอบนี้ นอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนแล้ว ยังออกแบบมาเพื่อสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร ให้สามารถขยายช่องทางขายเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในตลาด ฟู้ดดิลิเวอรี่ ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

ภายใต้นโยบายครั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนร้านอาหารที่เริ่มขายหรือขยายยอดขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการ อัปสกิลด้านออนไลน์–เดลิเวอรี่ พร้อมสิทธิประโยชน์สูงสุด 2,000 บาท หากร้านค้ามีคำสั่งซื้อ ตั้งแต่ 5 รายการขึ้นไป ภายในช่วงมาตรการ

มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568 ครอบคลุม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่ เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย กระจายรายได้ และเปิดประตูให้ร้านค้าท้องถิ่นเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นใจและเต็มรูปแบบ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร “ขายได้มากขึ้น – เข้าถึงลูกค้าใหม่ – เติบโตในตลาดออนไลน์” ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจรากหญ้า และสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจรายย่อยในยุคดิจิทัล

‘ปลอดประสพ’ เปิดฉากถล่ม ‘อนุทิน’ 6 ข้อรวด! แนะเป็นนายกฯ ต้องพูดให้คนเชื่อถือ

'ปลอดประสพ' เปิดฉากถล่ม 'อนุทิน' 6 ข้อรวด! แนะเป็นนายกฯ ต้องพูดให้คนเชื่อถือ

‘ปลอดประสพ’ เปิดฉากถล่ม ‘อนุทิน’ 6 ข้อรวด! แนะเป็นนายกฯ ต้องพูดให้คนเชื่อถือ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.44 น.

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ตุลาคม 2568  ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี  อดีตปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นายกฯต้องพูดให้คนเชื่อถือ

ทุกคนรักชาติและก็ไม่ชอบเขมร แต่ก็เป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็คือ ไทยกับเขมรยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันเพราะดินแดนติดกัน ยกเว้นไทยตัดสินใจยึดเขมรเสีย เหมือนสมัยอยุธยาตอนกลาง

ท่านอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงวิกฤต จึงต้องรับภาระสำคัญ หากท่านพลาดพลั้งอะไรไปประเทศก็จะเสียหายตามไปด้วย  เช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้

1. ที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ 11 พย. ท่านพูดทำไมว่า “ หากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯถามมา ผมมองว่า ไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะเขาไม่ใช่ผู้นำประเทศ” ท่านเป็นนายกฯ  ไม่รู้หรือว่า เอกอัครราชทูตที่ได้รับพระราชทานตราตั้งนั้นเขาเป็นผู้แทนประเทศนะครับ ท่านไปวางก้าม ไม่ให้ความสำคัญกับเขาได้อย่างไร โดยเฉพาะเขาเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกที่เราต้องพึ่งพา

2. ที่วปอ. เมื่อ 12 พย. ท่านกล่าวโวว่า เมื่อไม่ปฏิบัติตามปฏิญญา ท่านก็จะร้องเพลง My Way ซึ่งแปลเป็นแบบไทยดั้งเดิมว่า“ ทำตามใจกู” ซึ่งผมเห็นว่า เป็นการเบ่งและแสดงอำนาจเกินความจำเป็น หากพิจารณานิสัยท่านในฐานะพ่อค้าเก่า ท่านจะพูดแบบนี้ไม่ได้ นักศึกษาวปอ. เขาจึงแอบนินทาและไม่เชื่อถือท่าทีด้วย

ร้ายกว่านั้นก็คือ ท่านยังพูดว่า“ การเจรจาการค้าภาษีเป็นอย่างไร ไม่สน ขายกับประเทศนี้ไม่ได้ ก็ต้องขายประเทศอื่น” ท่านหลอกนักศึกษาวปอ. หรือเปล่า เพราะในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ในการหารือกับรัฐมนตรีคลังและพาณิชย์ตลอดจนกับสมาคมที่เกี่ยวกับการค้าขายทั้งหลาย ท่านไม่ได้พูดอย่างนี้ แต่ท่านพูดว่า เราต้องหารือและประนีประนอมกับสหรัฐฯ เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของเรา เราค้าขายกับเขามากมายถึงปีละหลายล้านล้านบาท

3. ท่านเขียน FB และเล่าว่า ได้ขอร้องประธานาธิบดี Trump ให้ลดภาษีนำเข้า ซึ่งได้รับคำตอบว่า หากไทยเร่งดำเนินการถอนทุ่นระเบิดได้รวดเร็วก็จะลดภาษีให้มากกว่านี้ ที่เล่ามานี้คนเขาไม่สบายใจมากครับ เพราะเท่ากับประธานาธิบดีTrump เอาเรื่องภาษีมาบีบไทยในเรื่องที่ไม่สัมพันธ์กันและคนละเรื่อง เพราะไทยนั้นจริงๆกำลังเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดแต่เขมรกลับขัดขวาง จึงสงสัยกันว่า ท่านได้อธิบายความจริงให้ท่านTrumpได้เข้าใจหรือไม่ หรืออาจเป็นเรื่องนอกบทจึงพูดภาษาอังกฤษไม่ถูก 

4. ความไม่คงเส้นคงวาอีกเรื่องก็คือ นายกฯและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศพยายามพูดว่า สหรัฐฯ ต้องแยกเรื่องการค้าและการทหารออกจากกัน แต่เรื่องนี้กลับปรากฏว่า ท่านเองนั่นแหละที่เอาเรื่องภาษีหรือการค้าไปหารือกับท่านTrump เสียเอง ตกลงจะเอายังไงครับท่านนายกอนุทิน อย่างนี้ลูกน้องปวดกบาลกันหมด

5. มาดูเรื่องนี้ใครโกหก? Trump ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินเมื่อคืนว่า นายกรัฐมนตรีไทยและเขมรตกลงเจรจากันและจะไม่มีสงครามอีกแล้ว โดยกล่าวว่า ” ผมหยุดสงครามได้แล้ว“ Trump เล่าว่า ได้ขู่จะใช้ภาษีกดดันให้สองประเทศคุยกัน อ้าว! ไหนนายกอนุทินมาบอกคนไทยว่า กับเขมรเลิกกันแล้วแน่นอน ไม่ต้องคุยอะไรกันอีกแล้ว แต่ทำไมไปตกลงกับTrump ว่า จะคุยกันอีก นี่เป็นการโกหกคนไทยหรือเปล่าครับ ช่วยอธิบายหน่อย

6. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนก็ออกมาประกาศแล้วว่า ให้เขมรและไทยใจเย็น มาเจรจากันใหม่เพื่อบรรลุสันติภาพ จีนจะดำเนินการตามวิธีของตน แล้วท่านอนุทินจะว่าอย่างไรครับ ไอ้ที่พูดว่า ไม่! ไม่! ไปแล้วจะทำอย่างไร

ต่อไปนี้ อยากแนะนำว่า สิ่งที่ควรทำ มีอะไรบ้าง

1) เพื่อเห็นกับหน้าพยานคือ Trumpและอันวาร์ อย่าใช้คำว่า ”ยกเลิก“ ให้ใช้คำว่า ”ชะลอ“ หรือ “ระงับชั่วคราว”แทน

2) ถ้ามีการประชุมไม่ว่าในระดับใด อย่ารีบไปตกลงอะไร แต่ให้เน้นในเรื่องการแก้ถ้อยคำและภาษาเพื่อป้องกันการเบี้ยวของฝ่ายเขมรในอนาคต และให้มีบทลงโทษด้วย

3) ในเรื่องการวางกับระเบิด ถ้าพบว่า เขมรมาแอบวางที่ไหนก็ให้ยิงให้ตายเลย และตามไปทำลายกองบัญชาการในส่วนที่รับผิดชอบเสียให้สิ้นซาก ถือว่าเป็นการป้องกันตนเอง ไม่ผิด

4) กรณีบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว หากยิงมาอีกก็ยิงตอบและถือโอกาสบุกเข้าไปยึดที่ดินเสียให้หมดเข้าไปจนถึงแนวถนนศรีเพ็ญ ที่เราเป็นคนสร้างเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งผมเห็นมากับตาที่หลักเขตประมาณ 40-42 

5) ต่อไปนี้ ทหารต้องใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ คือยิงมาก็ยิงไป ไม่ต้องเกรงใจอะไรแล้ว และก็ไม่ต้องเชิญAOT ไปด้วย ไปทำไมในเมื่อเป็นสิทธิ์ในการป้องกันตนเองของเราเท่านี้พอทำได้ไหม หากทำไม่ได้ ก็คงอยู่ไม่ได้ล่ะครับ

‘ภราดร’ เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบ ให้ประชาชนเห็นผลเร็วที่สุด

‘ภราดร’ เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบ ให้ประชาชนเห็นผลเร็วที่สุด

‘ภราดร’ เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบ ให้ประชาชนเห็นผลเร็วที่สุด

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.33 น.

‘ภราดร’ เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบให้ประชาชนเห็นผลเร็วที่สุด

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้าเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้เม็ดเงินจากภาครัฐไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงบรายจ่ายลงทุนที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการจ้างงานและกระตุ้นรายได้ให้กับประชาชนในวงกว้าง

มากไปกว่านั้น นายภราดรยังเปิดเผยด้วยว่า ได้ติดตามความก้าวหน้าของการเบิกจ่ายอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้สำนักงบประมาณแจ้งส่วนราชการทุกหน่วยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โดยเน้นให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งปรับเปลี่ยนจากงบเดิมของโครงการ Digital Wallet ได้รับการจัดสรรจริง 131,141 ล้านบาท และได้มีการเบิกจ่ายแล้ว 57,166 ล้านบาท คงเหลือ 73,974 ล้านบาท โดยมีการลงนามในสัญญาแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ทั้งนี้ ยังมีเม็ดเงินอีกหลายหมื่นล้านบาทของงบลงทุนภาครัฐที่กำลังจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการฟื้นตัว การสร้างงาน และการสร้างรายได้ของประชาชน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเร่งรัดการเบิกจ่ายควบคู่กับการรักษามาตรฐานความโปร่งใส เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

‘ดี้ นิติพงษ์’ลั่น! ‘ฝ่ายค้าน’ คือ IO ชั้นดีของรัฐบาล แนะนายกฯ ควรขอบคุณ

'ดี้ นิติพงษ์'ลั่น! 'ฝ่ายค้าน' คือ IO ชั้นดีของรัฐบาล แนะนายกฯ ควรขอบคุณ

‘ดี้ นิติพงษ์’ลั่น! ‘ฝ่ายค้าน’ คือ IO ชั้นดีของรัฐบาล แนะนายกฯ ควรขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.54 น.

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568  “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คำพูดของฝ่ายค้านวันนี้ คือการส่งเสริมภาพลักษณ์รัฐบาล นายกฯควรขอบคุณพวกเขา #ไอโอรัฐบาลดีสุดคือฝ่ายค้าน

เกมวัดใจเพื่อไทย! กล้าพอไหมยื่น 151 ‘เทพไท’ซัดอย่าดีแต่ขู่-ลังเล

เกมวัดใจเพื่อไทย! กล้าพอไหมยื่น 151  'เทพไท'ซัดอย่าดีแต่ขู่-ลังเล

เกมวัดใจเพื่อไทย! กล้าพอไหมยื่น 151 ‘เทพไท’ซัดอย่าดีแต่ขู่-ลังเล

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.38 น.

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า  เกมวัดใจ พรรคเพื่อไทย กล้าๆหน่อย

ตั้งแต่วันที่พรรคภูมิใจไทยเซ็นMOAกับพรรคประชาชน เพื่อสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความเห็นทางการเมืองว่า รัฐบาลอนุทินจะมีอายุไม่ครบ4เดือนตามMOA จะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะถูกพรรคฝ่ายค้าน2พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้นายอนุทิน ต้องยุบสภาหนีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในทันที

ในเวลาต่อมาพรรคภูมิใจไทย รู้จุดอ่อนของพรรคประชาชน ที่ตั้งความหวังต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ จึงยึดเอาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง ยอมประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาใจพรรคประชาชนแบบสุดๆ เพื่อซื้อใจไม่ให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคฝ่ายแค้น จ้องจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดเวลา แต่ยังติดเงื่อนไขภายในของพรรคเพื่อไทยเอง คือความพร้อมในการเลือกตั้ง เพราะเป็นพรรคทีียังไม่มีความพร้อมมากที่สุด ประกอบกับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะถูกย้อนศรจากพรรคภูมิใจไทยสมัยเป็นรัฐบาลก่อน จึงทำให้เกิดอาการลังเลว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ 

ล่าสุดจากการที่นายอนุทินเพลี้ยงพล้ำ ประเด็นปฎิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่มีประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้เซ็นลงนามเป็นพยานด้วย แต่นายอนุทินกลับไม่เปิดเกมรุกกับประเทศกัมพูชา ต่อโดนัล ทรัมป์ และนายอันวาร์ มิหนำซ้ำยังพูดจาในลักษณะไม่ให้ความสำคัญกับโดนัล ทรัมป์ และประเทศสหรัฐอเมริกา จนมีหนังสือแจ้งระงับการเจรจากำแพงภาษีกับรัฐบาลไทยไปก่อน

จึงทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย เรียงหน้ากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของนายอนุทินว่า ไร้วุฒิภาวะ ตั้งแต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญโฆษกพรรค นางสาวขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ทูตนอกแถว ออกมาทวงถามความรับผิดชอบจากนายอนุทิน เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าประเด็นที่จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจมีเพิ่มขึ้นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ออกมาข่มขู่ว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอนุทินแน่ๆ แต่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายคน เรียงหน้าออกมาท้าทายว่า พร้อมที่จะให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ซึ่งนายอนุทินพร้อมที่จะตอบการอภิปราย แต่ไม่พร้อมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา151

ดังนั้นเป็นการวัดใจพรรคเพื่อไทยว่า กล้าที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ และต้องดูท่าทีของพรรคประชาชนว่า กล้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอนุทินหรือไม่ หรือต้องการแค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล หวังสร้างไมตรีกับพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคฝ่ายค้ำรัฐบาลอนุทินต่อไป จนครบวาระ4เดือน

งานนี้วัดใจพรรคการเมือง3พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ว่าพรรคใดจะกล้ากว่ากัน

ย้ำ‘ทรัมป์’ไม่ใช้ ‘ปฏิญญา’เป็นเงื่อนไขถกภาษี ‘อนุทิน’คุย‘อันวาร์’ ขอให้ไทยลุยเก็บกู้ระเบิด พณ.พร้อมเดินหน้าเจรจา

ย้ำ‘ทรัมป์’ไม่ใช้ ‘ปฏิญญา’เป็นเงื่อนไขถกภาษี  ‘อนุทิน’คุย‘อันวาร์’  ขอให้ไทยลุยเก็บกู้ระเบิด  พณ.พร้อมเดินหน้าเจรจา

ย้ำ‘ทรัมป์’ไม่ใช้ ‘ปฏิญญา’เป็นเงื่อนไขถกภาษี ‘อนุทิน’คุย‘อันวาร์’ ขอให้ไทยลุยเก็บกู้ระเบิด พณ.พร้อมเดินหน้าเจรจา

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ย้ำ‘ทรัมป์’ไม่ใช้‘ปฏิญญา’เป็นเงื่อนไขถกภาษี ‘อนุทิน’คุย‘อันวาร์’ ขอให้ไทยลุยเก็บกู้ระเบิด พณ.พร้อมเดินหน้าเจรจา รบ.แถลงข้อข้องใจ17พ.ย. พท.อัดสื่อสารไม่รอบคอบ

นายกฯอนุทิน ระบุ“อันวาร์” ย้ำคุย “ทรัมป์” ยันสหรัฐจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยแก้ไขปัญหาชายแดนเขมร มาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ พร้อมหนุนไทยเดินหน้ากู้ระเบิด รมช.กลาโหม-ทบ.’วอนปชช.-กำลังพล มีวินัยบนโลกออนไลน์ งดเผยแพร่ข้อมูลทางทหาร ดานชายแดนสุรินทร์ ยังตึงเครียด

เมื่อวันที่ 16พฤศจิกายน2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก หลังจาก อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย โทรศัพท์มาหารืออีกครั้ง หลังจากเพิ่งหารือกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไปแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ นายอนุทิน คุย ทรัมป์-อันวาร์ ย้ำ ไทยพร้อมร่วมมือสร้างสันติภาพ ฝาก 2 ผู้นำแจ้งเขมร ให้ปฏิบัติตามข้อตกลง

โดยนายอนุทินระบุว่า นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซียซึ่งเป็นประธานของ ASEAN ด้วย ได้โทรศัพท์มาหาผมอีกครั้งเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 พฤศจิกายน

ในเนื้อหาของการสนทนา ท่านได้แจ้งยืนยันกับผมว่า ท่านได้หารือกับนายโดนัลด์ ทรั้มป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกับผมแล้วก่อนหน้านี้ ท่านประธานาธิบดีทรั้มป์มีความเห็นตรงกันกับจุดยืนของผมว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม หรือ Humanitarian demining เป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในปฏิญญาที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกัน ท่านจึงได้ขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุดเพราะมีความเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตคนของทั้งสองประเทศและประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยืนยันฝากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ให้มาแจ้งผมอีกครั้งว่า “สหรัฐอเมริกาจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้”

ผมยังได้ถามท่านนายกอันวาร์ว่า ผมสามารถโพสต์ข้อความนี้ได้หรือไม่ ท่านตอบว่า โพสต์เลยอนุทิน แล้วท่านก็จะโพสต์ยืนยันจากช่องทางการสื่อสารของท่านเช่นกัน จึงขอกราบเรียนมายังพี่น้องประชาชนที่มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้เพื่อให้รับทราบโดยทั่วกันนะครับ อนึ่ง จดหมายจากผู้แทนการค้าสหรัฐที่ระบุเรื่องการหยุดเจรจากับไทยได้ถูกพิมพ์ขึ้นก่อนที่ผมจะได้คุยโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีทรั้มป์เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนครับ ดังนั้นข้อมูลของผมจึงมีความเป็นปัจจุบันมากกว่าครับ

พร้อมเจรจาการค้าสหรัฐ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ชี้ไทยพร้อมเดินหน้า เจรจาภาษีสหรัฐ หลังระดับผู้นำหารือเชิงบวก ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า รัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าการดำเนินงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้การเจรจาการค้ากับสหรัฐ สำเร็จลุล่วงภายในกรอบเวลาเดิม รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ เช่นเดียวกับรัฐบาลทุกประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ก็ตระหนักถึงความสำคัญของการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ ซึ่งมีน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่นกัน จึงได้เดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถเร่งสรุปผลการเจรจาได้ตามกรอบเวลาเดิม

สร้างเอกชนไทยเข้มแข็ง

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งรัดการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาให้บรรลุผลโดยเร็ว พร้อมเดินหน้ามาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเอกชนไทย และเร่งแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีหรือการส่งผ่านสินค้า (transshipment) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ว่าไทยดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ไทยเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งหวังให้การเจรจาสัมฤทธิผลโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ จะช่วยเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ สหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของไทย และรัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุล ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ที่ดี พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยการขยายตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ผ่านกลยุทธ์เชิงรุกทั้งการเปิดตลาด การจับคู่ธุรกิจ และการส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์สูงสุดจากผลการเจรจา

ท้ายที่สุด รัฐบาลไทยและกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าผลักดันการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของภาคการส่งออกของไทย การขยายตลาดใหม่ และการยกระดับศักยภาพสินค้าไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

งดเผยแพร่ข้อมูลทางทหาร

กองทัพบก (ทบ.) แจ้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน รวมถึงกำลังพลทุกนาย งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญถูกนำไปวิเคราะห์ต่อยอด จนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของทหารในพื้นที่และความมั่นคงของประเทศ สำหรับกำลังพลทุกระดับชั้น จำเป็นต้องยึดถือหลักปฏิบัติ Operations Security (OPSEC) ในระดับสูงสุด ห้าม เผยแพร่ข้อมูลยุทโธปกรณ์ แผนปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ หรือการเคลื่อนย้ายกำลัง ห้าม ถ่ายภาพที่มีพิกัด GPS หรือภาพที่เปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งทางยุทธการ แม้ข้อมูลบางอย่างอาจ “ไม่ใช่ความลับ” แต่เมื่อนำไปรวมกับข้อมูลอื่น ก็อาจกลายเป็น “ภาพรวมยุทธการ” ที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้ต่อรองหรือโจมตีเราได้ทันที เป็นเหตุผลที่กองทัพทั่วโลกรวมถึงกองทัพไทย ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อมาตรการ OPSECและเป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งทหารและประชาชน ในการร่วมกันปกป้องประเทศบนสมรภูมิข้อมูลข่าวสาร ความมั่นคงของชาติ เริ่มต้นที่วินัยของเรา ร่วมกันใช้โซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลแนวหน้า และเพื่อให้ประเทศไทยมั่นคง แข็งแกร่ง บนพื้นฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน

พร้อมรบในทุกมิติ

ขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลหัวข้อ Adul A Day “รู้รบครบมิติ” ในสงครามข้อมูลข่าวสาร สวัสดีวันอาทิตย์ครับ ขอให้เป็นวันที่เรามีสติ พร้อมรบในทุกมิติของข้อมูลข่าวสารไปด้วยกันครับ ในยุคที่ภัยคุกคามไม่ได้มาแค่จากสนามรบ แต่เกิดขึ้น ตลอดเวลา บนโลกออนไลน์ ผมเชื่อเสมอว่า “นักรบยุคใหม่” ต้องพร้อมรบทั้งในสมรภูมิจริง และ สมรภูมิข้อมูลข่าวสาร (Information Battlespace) ไปพร้อมกัน ผมอยากขอพูดกับประชาชนคนไทยทุกคน เพราะในวันที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการรับรู้ ความเชื่อ และความมั่นคงของประเทศ ประชาชน ก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมรบในสมรภูมิเดียวกันกับทหารแล้ว พวกเราทุกคน สามารถเป็นผู้ปกป้องชาติในมิติใหม่ของสงครามข้อมูล

พราะฉะนั้น วินัยบนโลกออนไลน์จึงสำคัญที่สุด มีวินัยในการเสพข่าว มีสติในการสื่อสาร มีความรับผิดชอบในการแชร์ ใช้โซเชียลมีเดียอย่างรู้เท่าทัน ใช้มันเป็น เครื่องมือ เป็น อาวุธ ที่เพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจ แต่อย่าลืมว่า อาวุธทุกชิ้น หากใช้โดยไม่รอบคอบ อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราเองได้ โซเชียลมีเดียก็เช่นกันความหวังดีที่ไม่รอบคอบ…อาจกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยไม่ตั้งใจ

วันนี้ เราเป็น “เพื่อนร่วมรบ” ในสงครามข้อมูลข่าวสารแล้วนะครับ เราต้องร่วมกันรักษาความจริง รักษาความมั่นคง และรักษาประเทศไทยของเราด้วย “ข้อมูลที่ถูกต้อง” “สติ” และ “วินัย”

ชายแดนสุรินทร์ยังตึงเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารเขมรได้ถ่ายคลิป ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับ ทหารไทย และพูดว่า ไทยรุกล้ำแผ่นดินเขมร โดยจุดตรงนี้อยู่บริเวณใกล้กับ ปราสาทคนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ สถานการณ์ดังกล่าวอยู่ในความตึงเคลียด เขมรได้ถืออาวุธปืน RPG เข้าไปจ่อทหารไทย พร้อมพูดภาษาเขมรว่า “เมื่อก่อนทหารไทยอยู่ตรงนั้น ทำไมถึงได้ลงมาอยู่ตรงนี้ ดูเจตนามันว่ามันลงมาทำไม ไอ้คนที่ใส่แว่นตาทำไมมันดูใหญ่โตจัง มาอยู่อะไรตรงนี้พรมแดนเองอยู่ข้างหลังโน่น ข้าวของเองทำไมไม่ไว้ฝั่งนั้น รีบออกมาคุยต่อหน้ามา มายืนตรงนี้มาเจอหน้ากันหน่อย พรมแดนของพวกเองอยู่ทางนั้น ปัญหาเพราะพวกเองเอาลวดหนามมาใส่ฝั่งเขาเองทำมีปัญหา ออกมา มาคุยกัน มา มาคุยต่อหน้ากัน มันพูดเป็นภาษาไทย พวกเราฟังมันไม่ออกนี่แหละ ห้ามมาเกะกะอยู่หน้าพรมแดนอีก”

จากเนื้อหาภายในคลิป เป็นการเผชิญหน้าที่ตรึงครียด เป็นอย่างมาก เนื่องจากทหารเขมร ที่เดินเข้ามาหา ทหารไทย นอกจากจะพูดว่า ไทยรุกล้ำดินแดนเข้ามาแล้ว ยังถือปืน RPG เข้าไปคุมเชิงจ่อใส่ทหารไทยอีกด้วย ก่อนจะมีการเจรจาและต่างคนต่างแยกย้าย ซึ่งเห็นได้ว่า เขมรมีนิสัยที่ก้าวร้าว ชอบยั้วยุหาเรื่องทหารไทยหน้าแนวอยู่ตลอดเวลา

ภท.ท้าซักฟอก เปิดอภิปรายม.152ไม่ลงมติ ‘โสภณ’ลั่นไม่กลัวตรวจสอบ

ภท.ท้าซักฟอก เปิดอภิปรายม.152ไม่ลงมติ ‘โสภณ’ลั่นไม่กลัวตรวจสอบ

ภท.ท้าซักฟอก เปิดอภิปรายม.152ไม่ลงมติ ‘โสภณ’ลั่นไม่กลัวตรวจสอบ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘โสภณ’ท้าเปิดอภิปรายม.152 แบบไม่ลงมติ ลั่นในฐานะลูกพรรคขอปกป้อง’อนุทิน’ ไม่เห็นด้วยยื่น’ซักฟอกม.151’ย้ำไม่เคยกลัวการชี้แจง-ตรวจสอบ ด้าน‘พท.’ห่วงสูตร20หยิบ1 สกัดกินรวบไม่ได้ ลุยชงปลดล็อก ห้ามเอียงเข้าข้างสีใด กลัว’กลุ่มทุน’บล็อกโหวตเหมือนสว.

เมื่อวันที่ 16พ.ย.2568 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน  พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่…)พ.ศ….รัฐสภา  กล่าวถึงสูตรเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบ20 หยิบ 1 ว่า ผู้คิดสูตรนี้ต้องการป้องกันการกินรวบ จึงให้สมาชิกรัฐสภา 20คน เสนอ 1 รายชื่อเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้มีเสียงข้างน้อยเข้าไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ส่วนตัวมองว่าแม้จะมีเสียงส่วนน้อยเข้าไปมีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้มีกมธ.เสียงข้างมากได้ เช่น สว.เสียงข้างมากมี 160คน ก็ได้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 8คน  สส.เสียงข้างมาก 300 คน จะได้กมธ.ยกร่าง 15คน รวมเป็น 23คน หาก 23คนนี้ต้องการให้หน้าตารัฐธรรมนูญไปในทิศทางใดสามารถกำหนดได้ ขณะที่กมธ.ยกร่างอีก 12 คนไม่สามารถคัดค้านได้  เพราะกมธ.ที่ตั้งขึ้นนี้จะทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนส่งให้รัฐสภา

นพ.ชลน่าน  กล่าวว่า ตนมองว่าวิธี 20 หยิบ 1 ป้องกันได้แค่การฮั้วเลือกคนไปยกร่าง แต่ไม่สามารถป้องกันเสียงข้างมากแล้วมองข้ามความคิดเห็นเสียงข้างน้อยได้พูดง่ายๆสีใดครองเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ รัฐธรรมนูญย่อมเป็นไปเพื่อสีนั้น ดังนั้นจะเสนอและสงวนความเห็นวิธีที่จะทำให้การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เป็นไปตามเสียงข้างมากของสีใดสีหนึ่งต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้ กมธ.ไม่เป็นเสียงข้างมากของสีใดสีหนึ่ง

ด้าน นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่…)พ.ศ….รัฐสภา  กล่าวว่า สูตร20หยิบ1 เลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น  ไม่มีในร่างหลักที่กมธ.พิจารณา เป็นการยกร่างเอากลางวง การพิจารณากฎหมายแบบนี้ย่อมมีปัญหา ต่อให้เก่งกฎหมาอย่างไรก็ได้แต่สงสัย ก่อนพิจารณากมธ.จะศึกษาร่างกฎหมายหลัก ดูข้อดีข้อเสียกันมาก่อน แต่เมื่อ ยกกลางวงเช่นนี้ พวกตนก็งดออกเสียง หลายครั้งที่พิจารณากัน องค์ประชุมก็ไม่ครบ พอมาถึงเรื่องนี้องค์ประชุมครบ ทำให้ความหวังที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้บรรลุเป้าหมายที่คิดไว้น้อยลง แต่ยังยืนยันว่าอยากให้มีการแก้ แต่จะสงวนความเห็นไปเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาต่อไป

“สิ่งที่กังวลเกี่ยวกับ 20 หยิบ1 คือกลัวกลุ่มทุนจะเข้ามาบล็อกโหวต เหมือนตอนเลือก สว.เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะการทำโครงร่างตรงนี้เป็นร่างสดๆ ไม่เห็นด้วย เพราะโอกาสพิจารณาอย่างรอบคอบก็ไม่มีเวลา ถ้าไปซักไซ่ไล่เรียงก็ถูกหาว่าเตะถ่วงไปอีก”นายประยุทธ์ กล่าว

ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี สส.บุรีรัมย์ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า รู้สึกไม่สบายใจ ที่มีผู้แสดงความคิดเห็นหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่าหากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยุบสภา ว่าเป็นหนีการตรวจสอบ ซึ่งตนมองว่าการวิพากษ์วิจารณ์แบบนั้นเป็นการสร้างประเพณีที่ไม่ดี พูดเหมือนเอาแต่ได้ เพราะเราเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในประวัติศาสตร์ และตนเห็นว่าคนที่พูดเช่นนี้ไม่แฟร์ ยืนยันว่าเราไม่กลัวการชี้แจง ถ้าจะให้เกิดความแฟร์ ควรยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ไม่ว่าจะเป็นเดือน ธ.ค.หรือเดือน ม.ค.ก็ได้ ถือเป็นการดีเบตก่อนการเลือกตั้ง จะได้ซักกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล และทำให้ประชาชนได้เห็น ว่าใครมีผลงานหรือไม่มีผลงานเอามาอวดกันเลย แบบนี้ตนคิดว่าแฟร์ดี ในทางการเมืองถ้าเราพูดบนความที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง โดยมีคนพูดว่าถ้าชี้แจงได้จะยกมือให้ ในข้อเท็จจริง และมารยาทแบบนี้มันมีที่ไหน เพราะความเป็นจริงการยกมือให้ ไม่ได้อยู่ที่การชี้แจงหรือไม่ชี้แจง แต่ก็ยกมือตามนั้น และหากรัฐบาลในยุคนายอนุทินแพ้โหวตในสภาก็จะเป็นตราบาปของท่าน ของผม ของพรรคผม ซึ่งเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเพราะคะแนนเสียงของฝั่งรัฐบาลไม่ถึง และขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่กลัวการชี้แจง แต่ที่จะต้องยุบสภา เพราะเป็นเสียงข้างน้อย

เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ออกแถลงการณ์แล้วว่าจะไม่ยุบสภาหนีการตรวจสอบ นายโสภณ กล่าวว่า เป็นความเห็นของลูกพรรค ตนก็ต้องปกป้องหัวหน้าพรรค และแสดงความคิดเห็นบ้าง