‘นิพิฏฐ์’แนะ’สว.สำรอง’ เลือกฟ้อง กกต.บางคน เหตุมีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็น กกต.ด้วย เสี่ยงทำคดีสะดุด

'นิพิฏฐ์'แนะ'สว.สำรอง' เลือกฟ้อง กกต.บางคน เหตุมีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็น กกต.ด้วย เสี่ยงทำคดีสะดุด

‘นิพิฏฐ์’แนะ’สว.สำรอง’ เลือกฟ้อง กกต.บางคน เหตุมีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็น กกต.ด้วย เสี่ยงทำคดีสะดุด

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.13 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความพยายามของ ทนายอั๋น และ สว.สำรอง

ผมตามข่าวทนายอั๋น และ สว.สำรอง ติดตามคดีการฮั้วสว.อย่างเข้มข้น แต่ดูเหมือนได้รับการเมินเฉยจากหน่วยงานรัฐ

ผมอยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทนายอั๋นและกลุ่มสว.สำรองว่า การฟ้องกกต.ทั้ง 7 คน เป็นจุดอ่อนในการทำคดี

เพราะองค์ประกอบของกกต. มาจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 คน

ผมเคยฟ้องอาญากกต.ทั้ง 7 คน ในวันนัดตรวจพยานมีการคุยกัน (แต่ผมไม่เขียนก็แล้วกันว่าคุยกันอย่างไร)

ถึงวันนัดไต่สวน ผู้พิพากษาขอถอนตัวจากการพิจารณาคดี โดยให้เหตุผล ว่า

“ เนื่องจากจำเลยเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้ามาก่อน ข้าพเจ้าจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อยังให้เกิดความยุติธรรมได้ จึงขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้”

การฟ้องกกต. จึงทำยาก เพราะมีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 คน ติดเข้าไปด้วย

หากให้ผมแนะนำ ผมแนะนำให้เลือกฟ้องบางคนจะดีกว่า

ผมเขียนเรื่องนี้ เพื่อเป็นเหตุผลว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากเสนอให้เอาผู้พิพากษาออกจากหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญเสียก่อน เวลาฟ้องคดีจะได้ง่ายขึ้น

#เป็นความเห็นทางวิชาการ โปรดงดเว้นการแสดงความเห็น

เขมรมีหนาว! เสริมเขี้ยวเล็บทบ.ส่งมอบอาวุธวิจัย ‘จรวดหลายลำกล้องDTI-1G’

เขมรมีหนาว! เสริมเขี้ยวเล็บทบ.ส่งมอบอาวุธวิจัย 'จรวดหลายลำกล้องDTI-1G'

เขมรมีหนาว! เสริมเขี้ยวเล็บทบ.ส่งมอบอาวุธวิจัย ‘จรวดหลายลำกล้องDTI-1G’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.01 น.

กัมพูชามีหนาว! เสริมเขี้ยวเล็บ ทบ. ส่งมอบอาวุธวิจัย “จรวดหลายลำกล้องแบบ DTI-1G”ระยะยิง 150 กม. ระยะยิงไกลทางลึก เล็งเป้าแม่นยำ ทำลายที่ตั้งทางทหารข้าศึก พร้อมๅปืนใหญ่105 มม.- รถฐานยิงจรวด 

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ภายในโซนจัดแสดงของกระทรวงกลาโหม จะมีพิธีส่งมอบยุทโธปกรณ์ให้แก่หน่วยผู้ใช้เพื่อนำเข้าประจำการจำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย  1.ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D1 1A 
2. ปืนใหญ่เบาขนาด 105 มิลลิเมตร แบบ CS/AH2  มอบให้ กองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ป.)
3.จรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G ส่งมอบให้กับ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (ศป)

ทางด้าน รถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D1 1A นับเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องนำวิถีพร้อมระบบควบคุมการยิง สามารถรองรับจรวดขนาด 122 มิลลิเมตร ระยะยิง 40 กิโลเมตร จรวดขนาด 306 มิลลิเมตร ระยะยิง 150 กิโลเมตรและจรวดขนาด 370 มิลลิเมตร ระยะยิง 300 กิโลเมตร โดยสทป. และบริษัทผู้ผลิตร่วมออกแบบวิจัยและพัฒนารักฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ให้เป็นไปตามความต้องการของกองทัพบกสามารถนำไปใช้เป็นอาวุธระยะยิงไกลได้ทั้งในระดับยุทธวิธี ยุทธการและยุทธศาสตร์

สำหรับปืนใหญ่เบาขนาด 105 มิลลิเมตร แบบ CS/AH2  เป็นปืนใหญ่ประเภทลากจูงติดตั้งระบบค้นหาพิกัดและชี้ทิศอัตโนมัติ GPS/INS ใช้เป็นระบบเล็งหลัก มีกล้องเล็ง พาโนรามิก เป็นระบบสำรอง  สามารถทำการยิงได้โดยไม่ใช้งานแผนที่และสามารถพับลำกล้องปืนจากตำแหน่งพร้อมยิงเป็นตำแหน่งเคลื่อนที่ได้ โดยระยะยิงไกลสุด 20 กิโลเมตร ใช้เป็นอาวุธใช้ยิงสนับสนุนในกองพันปืนใหญ่สนาม

ขณะที่จรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G ถือเป็นอาวุธทางยุทธการ ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ สำหรับยิงทำลาย เป้าหมายระยะไกลทางลึก ได้แก่ ที่ตั้งหน่วยทหาร กองบัญชาการ คลังอาวุธ สนามบินและเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ ใช้เป็นอาวุธยิงสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม สำหรับการ ยิงทำลายที่ตั้งปืนใหญ่พที่ตั้งระบบจรวด สถานีเรดาร์ ศูนย์ควบคุมและสั่งการและที่ตั้ง
ยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ มีคุณลักษณะเป็นอาวุธนำวิถีแบบศูนย์สูตรพื้นนิสัยยิ่งไกล 150 กิโลเมตร

ใช้ระบบนำวิถีที่แม่นยำสูง (GPS/INS) ระบบติดตั้งบน รถฐานยิงจรวดที่มีหัวเกราะป้องกันสะเก็ดระเบิด สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวและทำการยิงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ มีค่า CEP น้อยกว่า 40 เมตร รัศมีการทำลายมากกว่า 70 เมตร ทำการยิงได้ทีละนัดและยิงแบบต่อเนื่อง สำหรับระยะห่างในการยิงต่อนัดคือ 10 วินาทีในขณะที่จำนวนจรวดต่อรถฐานยิง 4นัด/ คัน

สะพัด’เดชอิศม์’จ่อซบ’ลุงป้อม’ ลุ้นความชัดเจนสัปดาห์หน้า

สะพัด'เดชอิศม์'จ่อซบ'ลุงป้อม' ลุ้นความชัดเจนสัปดาห์หน้า

สะพัด’เดชอิศม์’จ่อซบ’ลุงป้อม’ ลุ้นความชัดเจนสัปดาห์หน้า

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.31 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวกำลังเจรจาจะย้ายมาอยู่กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ผ่าน นายหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.และยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้นหลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส.ในกลุ่มย้ายมาอยู่กับพรรค กธ.แต่ล่าสุดมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเดชอิศม์ ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้ว ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า การประชุมพรรค พปชร.สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน

‘เขมร’เปิดฉากยิงก่อน! รัฐบาลประณาม’กัมพูชา’ ซัดบิดเบือนข้อมูล-ใช้ปชช.เป็นโล่มนุษย์

'เขมร'เปิดฉากยิงก่อน! รัฐบาลประณาม'กัมพูชา' ซัดบิดเบือนข้อมูล-ใช้ปชช.เป็นโล่มนุษย์

‘เขมร’เปิดฉากยิงก่อน! รัฐบาลประณาม’กัมพูชา’ ซัดบิดเบือนข้อมูล-ใช้ปชช.เป็นโล่มนุษย์

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.25 น.

กัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทย รัฐบาลไทยยืนยันกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และขอประณามการบิดเบือนข้อมูล ใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ย้ำไทยมีสิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า รัฐบาลไทยขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรง ที่ใช้อาวุธยิงเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทยก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน

รัฐบาลยืนยันตามรายงานจากกองทัพบกว่า เมื่อเวลา 16.00 น.กองกำลังบูรพาได้รายงานเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทย ฝ่ายไทยได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังและอยู่ในกรอบของ “กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement)” โดยเข้าแนวกำบังและยิงแจ้งเตือนเพื่อป้องกันตนเอง เหตุการณ์กินเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง โดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในฝ่ายไทย

นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาล ระบุว่า การที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลอย่างร้ายแรง ซึ่งประเทศไทยไม่อาจยอมรับได้ และถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนในสถานการณ์ความขัดแย้ง

“รัฐบาลไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการกระทำยั่วยุทุกรูปแบบ เคารพอธิปไตยของไทย และยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนและประชาชนของตัวเอง การยิงก่อนในครั้งนี้เป็นการก่อกวนและละเมิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศโดยตรง” นายสิริพงศ์ กล่าว

ต่อกรณีที่ พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงต่อสาธารณะว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และมีพลเรือนกัมพูชาได้รับบาดเจ็บนั้น โฆษกรัฐบาลไทย ยืนยันว่า “เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง”

“ข้อเท็จจริงคือฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ยิงก่อน ขณะที่ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองอย่างจำกัด และอยู่ในกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ” โฆษกรัฐบาลย้ำ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก.มหาดไทย 45 ราย

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก.มหาดไทย 45 ราย

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก.มหาดไทย 45 ราย

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.11 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 45 ราย ดังนี้

‘ชนนพัฒฐ์’ยังมั่นใจ! แจงเงิน 159 ล้านได้แน่ หลัง ปปง.ยึดอายัด

'ชนนพัฒฐ์'ยังมั่นใจ! แจงเงิน 159 ล้านได้แน่ หลัง ปปง.ยึดอายัด

‘ชนนพัฒฐ์’ยังมั่นใจ! แจงเงิน 159 ล้านได้แน่ หลัง ปปง.ยึดอายัด

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.03 น.

“ชนนพัฒฐ์”ยังมั่นใจ! แจงเงิน 159 ล้านได้แน่ หลัง ปปง.ยึดอายัด ขอจบขั้นตอนพร้อมแถลงข่าว

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆ ภายหลังคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดอายัดทรัพย์ กับพวก 159 ล้านบาท ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดพนันออนไลน์ ว่า “ตนยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียดใดๆ เนื่องจากผู้ใหญ่ขอไว้ แต่ยืนยันว่าตนสามารถชี้แจงทรัพย์สินดังกล่าวได้แน่นอน โดยหลังจากเสร็จขั้นตอนการชี้แจงแล้ว ตนพร้อมแถลงข่าว”

‘นายกฯ’เย้ย’เขมร’ บอกเจอจระเข้งับ อย่าหางจุกตูดละกัน

'นายกฯ'เย้ย'เขมร' บอกเจอจระเข้งับ อย่าหางจุกตูดละกัน

‘นายกฯ’เย้ย’เขมร’ บอกเจอจระเข้งับ อย่าหางจุกตูดละกัน

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.01 น.

นายกฯยังไม่รับรายงาน พบทุ่นระเบิดบังเกอร์ไทย บอกกัมพูชาเจอจระเข้งับ อย่าหางจุกตูดละกัน

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่วัดท่าดินแดง จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีการพบทุ่นระเบิดในบังเกอร์ของทหารไทยล่าสุด ว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ที่เห็นกับตาทุ่นระเบิดที่วางไว้มันอยู่ในเขตไทยแน่นอน และไม่ใช่ทหารไทยไปวางแน่นอน เพราะเราไม่มีของเหล่านี้ จากการตรวจสภาพทางธรณีวิทยาการโดยเทคโนโลยีต่างๆ โปรแกรมต่างๆ ชัดเจนว่าทุ่นระเบิดทั้ง 4 ทุ่น ถูกวางหลังจากที่ลงนามปฎิญญากัวลาลัมเปอร์ได้เซ็นไปแล้ว ฉะนั้น ตรงนี้เราก็ไม่ต้องคุยกันแล้วว่าปฎิญญานี้ถือว่าไม่มีผล เพราะคนที่เป็นคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตาม

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเสนอให้นายกฯ โทรศัพท์ไปหาทางสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย ก่อนที่กัมพูชาจะติดต่อไป เรามีแนวทางจะโทรไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับสื่อมวลชนประมาณห้าครั้งแล้ว คงไม่ต้องโทร หากเขากดเพลย์เมื่อไหร่ก็เห็น ข้อความของนายกฯ ไทย

เมื่อถามถึงกรณีสื่อกัมพูชาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่นายกฯ ร้องไห้ระหว่างตรวจเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นน้ำตาจระเข้ นายกฯ กล่าวว่า “โนคอมเมนต์ ไม่ใช่น้ำตาจระเข้ คอยดูเวลาจระเข้งับไป อย่าหางจุกตูดละกัน”

ทบ.ซัดสื่อกัมพูชา ใช้วิธีสกปรกสร้างข่าวเท็จ กล่าวหาไทย’จัดฉากวางระเบิดทหารตัวเอง’

ทบ.ซัดสื่อกัมพูชา ใช้วิธีสกปรกสร้างข่าวเท็จ กล่าวหาไทย'จัดฉากวางระเบิดทหารตัวเอง'

ทบ.ซัดสื่อกัมพูชา ใช้วิธีสกปรกสร้างข่าวเท็จ กล่าวหาไทย’จัดฉากวางระเบิดทหารตัวเอง’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.38 น.

ทบ.ซัดสื่อกัมพูชา ใช้วิธีสกปรกสร้างข่าวเท็จ กล่าวหาไทย”จัดฉากวางระเบิดทหารตัวเอง” หวังกลบพฤติกรรมการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาของกัมพูชาเอง

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่สื่อกัมพูชา กล่าวหาไทย ว่า “จัดฉาก เป็นผู้วางระเบิดเอง” โดยอ้างหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมของประเทศมาเลเซีย และกล่าวหาว่าไทยสั่งซื้อทุ่นระเบิดมาใช้งานนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาชี้แจงว่า สิ่งที่สื่อกัมพูชาได้นำเสนอมา ทั้งหมดล้วนไม่เป็นความจริง เป็นวิธีการสกปรกรูปแบบเดิมๆ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากภาพประกอบข่าวแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีลักษณะเป็นการตกแต่งดัดแปลง ทำขึ้นเป็นการเฉพาะที่ไม่แนบเนียน เพื่อจะใช้หลอกลวงสังคม ทั้งในประเทศและสังคมโลกให้เข้าใจผิดฝ่ายไทย

ลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการส่อเจตนาที่จะปกปิด เบี่ยงเบนการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ และอนุสัญญาออตตาวาของตนเองในเรื่องการใช้ทุ่นระเบิด และการลักลอบวางทุ่นระเบิดมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่มีข้อตกลงหยุดยิงมา

กองทัพบกขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 ที่ตรวจพบตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมากนั้น กองทัพไทยไม่เคยมีไว้ในครอบครอง และไม่เคยมีอยู่ในระบบการจัดหาเพื่อใช้ในทางทหาร ประกอบกับหลักฐานต่างๆ ที่ได้บันทึกรวบรวมไว้ที่ผ่านมา ล้วนชี้ชัดว่าเป็นทุ่นระเบิดของกัมพูชา ที่มีการนำวางใหม่ เพื่อใช้เป็นอาวุธซ่อนรูป คุกคามทำร้ายฝ่ายไทยอย่างแน่นอน

ทบ.ย้ำอีกครั้ง! ทุ่นระเบิดบังเกอร์ทหาร ไม่ได้ถูกวางใหม่

ทบ.ย้ำอีกครั้ง! ทุ่นระเบิดบังเกอร์ทหาร ไม่ได้ถูกวางใหม่

ทบ.ย้ำอีกครั้ง! ทุ่นระเบิดบังเกอร์ทหาร ไม่ได้ถูกวางใหม่

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

ทบ.ย้ำอีกครั้ง! ทุ่นระเบิดบังเกอร์ทหาร ไม่ได้ถูกวางใหม่ แต่เหตุเกิดเดือน ก.ย. ปัจจุบันทหารไทยคุมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 ที่พบภายในบังเกอร์ของฐานทหารกัมพูชา บริเวณพื้นที่ตามาเรีย โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปเก่าที่บันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 หลังจากที่กำลังทหารกัมพูชาได้ถอนกำลัง และละทิ้งฐานออกจากพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว จึงยืนยันได้ว่า ไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่เพิ่งถูกลอบนำเข้ามาวางใหม่ในช่วงปัจจุบันที่ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณนั้นเรียบร้อยแล้ว

โดนคนไหนก็คนนั้น! นายกฯโยนกฎหมายจัดการ’ชนนพัฒฐ์’

โดนคนไหนก็คนนั้น! นายกฯโยนกฎหมายจัดการ'ชนนพัฒฐ์'

โดนคนไหนก็คนนั้น! นายกฯโยนกฎหมายจัดการ’ชนนพัฒฐ์’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.31 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่วัดท่าดินแดง จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าทหารกัมพูชาเข้ามาลักลอบก่อเหตุเพื่อเบี่ยงเบนไม่ให้ทางการไทยไปปราบสแกมเมอร์ ว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องสแกมเมอร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติจับเยอะเลย ทำไมบอกว่าไม่จับ ตนก็ไม่เข้าใจ มีการส่งคืนผู้ร้ายข้ามแดนแล้วด้วย การถอนสัญชาติ มีการยึดทรัพย์ ทั้งการอายัดทรัพย์ ก็ต้องเชื่อข้อมูลที่ตนได้รับ เพราะไม่ใช่ข่าวลือ เป็นการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการอายัดทรัพย์ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ว่า เราไม่ได้ดูชื่อ เราดูพฤติกรรม พฤติการณ์ เปิดมาเจอคนไหนก็เอาคนนั้น ตนไม่รู้จักใครด้วยซ้ำ หากใครทําผิดกฎหมายก็ต้องโดนดําเนินคดี เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่ดําเนินคดีสิแปลก

เมื่อถามว่า ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้คุย ทุกอย่างอยู่ที่หน่วยงานดําเนินการ ตํารวจก็ไม่เคยมาถามเวลาจะไปจับใคร จะทราบก็ต่อเมื่อเขาดําเนินการเรียบร้อยแล้ว เพราะตนวางตัวในจุดที่ไม่ต้องการรู้ ไม่ต้องการทราบ แต่มอบเป็นนโยบายอย่างชัดเจน ใครมีพฤติกรรมผิดกฎหมายต้องดําเนินการอย่างเต็มที่ แต่ขาดเหลืออะไรขอให้บอก ไม่ได้ไปดูว่าใครจะดําเนินการกับใคร เพราะไม่ใช่หน้าที่ตน หน้าที่ตนคือสนับสนุนและผลักดันให้ดําเนินการปราบปรามผู้กระทําผิดกฎหมายในประเทศไทย

เมื่อถามว่า พอมีการเชื่อมโยงกับคนในรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวสวนว่า อย่าพูด ไม่มีการเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ตนบอกผู้ที่ดําเนินการในเรื่องนี้ ให้ดําเนินการเต็มที่ ไม่รู้ชื่อไม่รู้แซ่ โดนคนไหนก็คนนั้น โดนก็ต้องถูกดําเนินคดีด้วย