ปิดฉากรัก7ปี! ‘เพลง ชนม์ทิดา’ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก’เป๊ก เศรณี’แล้ว

ปิดฉากรัก7ปี! 'เพลง ชนม์ทิดา'ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก'เป๊ก เศรณี'แล้ว

ปิดฉากรัก7ปี! ‘เพลง ชนม์ทิดา’ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก’เป๊ก เศรณี’แล้ว

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.30 น.

11 พฤศจิกายน 2568 หลังปล่อยให้แฟนๆ จับตาความสัมพันธ์มานาน ล่าสุด “เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ได้ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมา ถึงความสัมพันธ์กับ “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล” หลังคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 7 ปี โดยเผยในงานครบรอบ 42 ปี บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ว่า ตอนนี้ทั้งคู่ได้ลดสถานะลงแล้ว

เพลงเล่าว่า การพูดคุยครั้งนั้นเริ่มจากฝ่ายชายที่เปิดใจว่าความรู้สึกไม่เหมือนเดิม ซึ่งยอมรับว่าตนเองตั้งตัวไม่ทันและช็อก พร้อมบอกว่า แม้จะเดินทางร่วมกันมานานถึง 7 ปี แต่ความรักของเธอตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเข้าใจ การให้เกียรติ และความซื่อสัตย์

เราเคยพูดเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งหมดรักหรือรู้สึกเปลี่ยนไป ขอให้บอกกันตรงๆ เพราะเรายินดีที่จะเข้าใจ… แค่ขอให้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของกันและกัน

เพลงเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามที่หลายคนสงสัย หลังไม่มีภาพคู่ร่วมกันมาหลายเดือน โดยในตอนนั้นมีการพูดคุยกันว่า “ยังไม่พร้อม” จึงขอเวลาพักความสัมพันธ์ไว้ก่อน ซึ่งเพลงเอง เคารพการตัดสินใจ และ เข้าใจในจุดนั้น

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือมือที่สาม เพลงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าความรักเปลี่ยนไป ขอให้เดินมาบอกกันก่อน ไม่ต้องให้ถึงวันที่มันบั่นทอนความรู้สึก เพราะในวันที่เรารักกัน เรารักกันจริงๆ”

แม้จะพยายามเข้มแข็ง แต่เพลงยอมรับว่า ไม่เสียใจคงเป็นไปไม่ได้ พร้อมบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่เธอกำลังกลับมารักตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่า ใครคือคนที่อยู่ข้างเราในวันที่แย่ที่สุด… แม้ยังไม่ 100% แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าจะมีสิ่งดี ๆ รออยู่

ส่วนเรื่องการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เพลงเผยว่ามีทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนครั้งที่สองเธอเป็นฝ่ายขอคุยเอง เพื่อให้ทุกอย่างชัดเจน และสุดท้ายก็ได้รับคำตอบว่าเป็นการยกเลิกงานแต่งงาน

สำหรับตอนนี้ เพลงยืนยันว่าโสด และยังไม่พร้อมเปิดใจให้รักครั้งใหม่ “ขอเวลาร้องไห้ให้เต็มที่ ฮีลใจให้สุดก่อน… เพราะบางวันยังยิ้มได้ บางวันก็ยังร้องไห้ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดา”

นางฟ้าชัดๆ! ‘ศรีริต้า’แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

นางฟ้าชัดๆ! 'ศรีริต้า'แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

นางฟ้าชัดๆ! ‘ศรีริต้า’แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.04 น.

11 พฤศจิกายน 2568 เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์อบอุ่นหัวใจของนางเอกคนสวย “ศรีริต้า เจนเซ่น” ที่ได้โพสต์ภาพฉลองวันเกิดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @sriritajensen โดยมีเพื่อนๆ และครอบครัวร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

ศรีริต้าได้เขียนแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า “To the people who lift me higher than I ever dreamed — thank you for the love, support, and wings to fly.” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ถึงทุกคนที่คอยยกฉันให้บินสูงกว่าที่เคยฝันไว้ ขอบคุณสำหรับความรัก การสนับสนุน และปีกที่ทำให้ฉันได้โบยบิน”

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง ‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’จากแบรนด์ ‘วนัช กูตูร์’

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง 'ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์'จากแบรนด์ 'วนัช กูตูร์'

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง ‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’จากแบรนด์ ‘วนัช กูตูร์’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.11 น.

ส่งท้ายปีด้วยเรื่องสุดน่ายินดีของซุปเปอร์สตาร์คู่รักแห่งวงการบันเทิงไทย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกมีเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการบันเทิงไปร่วมเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้กันอย่างอบอุ่น

Vanus Couture presents “Chantavika — The Eternal Love of Purity”

และวันนี้จะขอพาทุกคนไปชมภาพชุดแต่งงานไทยประยุกต์สุดอลังการของบ่าวสาวป้ายแดงที่ออกแบบโดยห้องเสื้อชื่อดังของเมืองไทย วนัช กูตูร์ คอนเซ็ปต์ชุดแต่งงานได้มาจากแรงบันดาลใจของแนวคิด “ความรักที่บริสุทธิ์” ซึ่งสาวใหม่ได้ร่วมออกแบบกับ ดร.สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์ระดับโอต์กุตูร์แห่ง Vanus Couture โดยต้องการให้ชุดสะท้อนถึงความรักที่งดงาม อ่อนโยน และบริสุทธิ์ดั่ง “ดอกบัว”  ดอกไม้ไทยที่เปี่ยมด้วยความหมายแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ การงอกงาม และความรุ่งเรือง

ไอเดียร์นี้นำมาตีความเป็นผลงานเชิงศิลป์ ผ่านกระบวนการรังสรรค์ผ้าไหมทอมือขึ้นใหม่ทั้งผืน โดยใช้เทคนิคการทอชั้นสูงจากจังหวัดลำพูน ถ่ายทอดความละเอียดอ่อนและฝีมือของช่างไทยดั้งเดิม สู่ “ผ้าไหมลำพูนลายใหม่” ที่ใช้เวลาในการทอยาวนานกว่า 200 วัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความรักของทั้งคู่ ผืนผ้านี้ถูกทอขึ้นในผืนเดียวกัน และแบ่งใช้สำหรับตัดเย็บเป็นชุดของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก่อนนำไปขึ้นทะเบียนลายที่ กรมหม่อนไหม โดยตั้งชื่อลายว่า “ฉันทวิกา” ซึ่งเกิดจากการผสมผสานชื่อของคุณ “ฉันทวิชช์” และ “ดาวิกา” เข้าด้วยกัน เป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ที่ร้อยเรียงสองหัวใจไว้เป็นหนึ่งเดียว

The Bride’s Dress — Thai Elegance Meets Haute Couture

ชุดเจ้าสาวของ ใหม่-ดาวิกา ถูกออกแบบให้ผสมผสานความงามของ ไทยประเพณีกับสากลร่วมสมัย อย่างกลมกลืน ช่วงล่างของชุดถูกออกแบบให้เป็น ทรงหางปลา (Mermaid Silhouette) ที่คงเอกลักษณ์ของการนุ่งผ้าแบบไทย แต่ให้ความพลิ้วและสง่างามในแบบโอต์กูตูร์ ส่วนลำตัวออกแบบเป็นเสื้อเกาะอกโค้งคล้ายห่มสไบโบราณ เสริมด้วยผ้าไหมแก้วจากจังหวัดนครราชสีมา ตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ยาวที่ยึดแนบกับต้นแขนอย่างอ่อนช้อย พร้อมเข้ากับเครื่องประดับเฉพาะของเจ้าสาวลวดลายของผืนผ้าได้รับการออกแบบพิเศษโดยนำ “ดอกบัว” ซึ่งถือเป็นไม้มงคลแห่งความบริสุทธิ์และการตื่นรู้ มาสร้างเป็นลายปักด้านล่างของกระโปรงอย่างประณีต นอกจากนี้ยังแฝง “ลายงูคู่รัก” สัญลักษณ์ของความผูกพันและพลังแห่งชีวิตคู่ ซึ่งสอดคล้องกับเครื่องประดับสร้อยคอรูปงูจากแบรนด์ Bulgari ที่คุณใหม่เลือกสวมในวันสำคัญ

The Groom’s Attire — Heritage of Honor and Devotion

ส่วนเจ้าบ่าว เต๋อ-ฉันทวิชช์ เลือกสวมชุดไทยพระราชทาน ซึ่งถือเป็นเครื่องแต่งกายชั้นสูงของบุรุษไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชพิธีในสมัยรัชกาลที่ 9 ชุดนี้ถูกตัดเย็บขึ้นจาก ผ้าไหมยกลำพูนผืนเดียวกันกับชุดของเจ้าสาว เพื่อสื่อถึงความเป็น “หนึ่งเดียวกันแห่งรัก” โดยเนื้อผ้ามีความอ่อนนุ่มแต่คงโครงสร้างได้ดี แสดงถึงความสง่างามและความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีความตั้งใจที่จะสืบสานและอนุรักษ์มรดกหัตถศิลป์ไทย จึงเลือกใช้ผ้าไหมทอมือจากช่างท้องถิ่น และร่วมส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนผู้ทอผ้าในจังหวัดลำพูน ผ่านการเลือกใช้ชุดไทยที่ผลิตโดยแบรนด์ไทยระดับชั้นนำ

“Vanus Mali” — The Jewelry of Eternal Purity

เพื่อเติมเต็มความงดงามของชุดไทยในวันแห่งความรัก Vanus Couture ได้ร่วมออกแบบเครื่องประดับไทยร่วมสมัยภายใต้ชื่อ “วนัชมาลี”  ชุดเครื่องประดับที่สื่อถึง “รักบริสุทธิ์เหนือกาลเวลา” ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับเจ้าสาว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “วนัช” หมายถึง “ดอกบัว” ดอกบัวในที่นี้สื่อถึง “ความบริสุทธิ์ การงอกงาม และความรุ่งเรือง” ผสานเข้ากับลวดลาย “ประจำยาม” ซึ่งเป็นลายมงคลไทยโบราณ หมายถึงการคุ้มครองและนำพาความเจริญมาสู่ชีวิตคู่

Exquisite Craftsmanship and Gemology

“วนัชมาลี” ประกอบด้วยเครื่องประดับ 4 ชิ้นหลัก ผลิตด้วยเทคนิคชั้นสูงของงานจิวเวลรี่ระดับโอต์กูตูร์ ประดับด้วย พลอยเพทายขาว สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ และความสำเร็จ และ โอปอล อัญมณีแห่งความหวังและความรักที่เปี่ยมด้วยแสงสีรุ้ง เปรียบดังสีสันแห่งความสุขในชีวิตสมรส

เครื่องประดับแต่ละชิ้นประกอบด้วย

 1. เครื่องประดับเรือนผม “กลีบบัว” – กลีบบัวโปร่งบางพริ้วไหว ประดับเพทายขาว เปรียบดั่งบัวลอยน้ำแห่งรักอันบริสุทธิ์

 2. ปิ่นปักผม “หยาดเพชร” – ปิ่นทรงบัวตูมกำลังผลิบาน ประดับเพทายขาวและโอปอล เปรียบดั่งหยดน้ำค้างแห่งความอุดมสมบูรณ์

 3. กำไลแขนและข้อมือ “ใยบัว” – ถ่ายทอดความผูกพันและการรวมเป็นหนึ่ง ผ่านลวดลายพันเกี่ยวของใบบัว

 4. เข็มขัดชุดไทย “รากบัว” – หัวเข็มขัดลายกลีบบัวผสานลายประจำยาม โดดเด่นด้วยโอปอลทรงรีเม็ดใหญ่ สื่อถึงรากฐานชีวิตคู่ที่มั่นคง

An Ode to Thai Heritage and Eternal Love

“ฉันทวิกา” และ “วนัชมาลี” จึงมิใช่เพียงชุดแต่งงาน แต่คือ ผลงานศิลป์แห่งรักแท้และมรดกหัตถศิลป์ไทย ที่ถูกหลอมรวมไว้ในทุกเส้นไหม ทุกลวดลาย และทุกประกายอัญมณี

นับเป็นชุดแต่งงานที่งดงามตราตรึงใจของเหล่าแฟนคลับและผู้ชมมากมาย ที่ต่างเข้ามาชื่นชมและยินดีกับความรักของทั้งคู่จนแน่นไอจี ขอให้ความรักของทั้งคู่งดงามดั่งดอกบัวผลิบานตลอดไป

ร่วมชมความงดงามของชุดไทยโบราณและชุดไทยประยุกต์ทั้งหมดของ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้ผ่านช่องทาง  www.facebook.com/vanuscouture และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

ยิ้มไม่หุบ! ‘เอวา ปวรวรรณ’เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

ยิ้มไม่หุบ! 'เอวา ปวรวรรณ'เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

ยิ้มไม่หุบ! ‘เอวา ปวรวรรณ’เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.04 น.

 ทำเอาแฟนๆ ยิ้มไม่หุบ กับคอนเทนต์สุดน่ารักของคุณหนูหมื่นล้าน “เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์” ที่เธอได้ชวนคนในครอบครัวอย่างคุณพ่อคุณแม่คุณป้าและอาม่า มาร่วมทำคอนเทนต์ “ฉายาของแต่ละคนบนบ้าน 13 ชั้น”โดยในคลิป “เอวา” ได้บอกถึงฉายาของแต่ละคนในบ้านเริ่มที่..

“เอวา” เด็กน้อย 3 ขวบ โตแล้วแต่อยากติ๊งต๊องอยู่

“คุณพ่อ” ATM ของบ้าน มีเท่าไหร่ให้แม่หมด

“คุณแม่” สายตีกอล์ฟสะสมถ้วยรางวัลเป็นชีวิตจิตใจ

“ป้าแอ๊ด” พี่เลี้ยงของทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นคุณพ่อจนรักเหมือนป้าแท้ๆ

“อาม่า” สายธรรมะทำบุญสวดมนต์ให้ครอบครัวทุกวัน

ซึ่ง “เอวา” ยังเอาวายังบอกอีกว่าเมื่อทุกคนมารวมตัวกัน ก็กลายเป็นสมาคมผู้สูงอายุในบ้าน 13 ชั้น นั่นเอง งานนี้เมื่อแฟนๆ ได้ดูจบจบก็ต่างคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันว่า ครอบครัวนี้น่ารักและอบอุ่นมาก

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง ‘ห้ามทิ้ง’

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง 'ห้ามทิ้ง'

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง ‘ห้ามทิ้ง’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.59 น.

เต้นสนุกร้องเพลิน “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เสิร์ฟความสดใสผ่านเพลงรักสุดคิ้วท์ “ห้ามทิ้ง” ของ “อะตอม Mic Idol” แล้วมาแดนซ์ไปด้วยกัน วันพุธที่ 11 พฤศจิกายนนี้

แฟน ๆ ปักหมุดลุ้นและเชียร์ผู้เข้าแข่งขันคนโปรดได้เลย กับเวลาใหม่ เวลา 13.30 น.  สัปดาห์นี้ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ส่งตรงความสนุกผ่านหน้าจอ การันตีโดย 2 พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ มาพร้อม 3 กรรมการมากความสามารถ เปา-เปาวลี, กานต์-ทศน และภูมิ-เกียรติภูมิ ดูจากรายชื่อกรรมการแล้ว เก่งครบเครื่อง ร้องดี เต้นได้ แถมอินเนอร์การแสดงจัดเต็ม นอกจากการแข่งขันที่สนุกเข้มข้นน้อง ๆ จะได้รับประบการณ์ดี ๆ จากมืออาชีพ แต่ก่อนจะไปลุ้นกับการแข่งขันมีการแสดงของน้อง ๆ โรงเรียนบางปะอิน มาฝากกันด้วย

หลังจากอุ่นเครื่องกับโชว์สุดประทับใจกันไปแล้ว ได้เวลาของ 3 สาวน้อยคนเก่ง น้องออร์แกน, น้องใบตอง และน้องบุ้งกี๋ กับการประชันเสียงร้องและลีลาสุดน่ารักในเพลง ห้ามทิ้ง ของนักร้องสาว อะตอม Mic Idol บอกเลยว่าเติมความสดใสเต็มพิกัด จนต้องร้องและเต้นตามอย่างแน่นอน แต่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือโน้ตประหาร เสียงสูงที่ต้องโฟกัส อินเนอร์และลีลาที่ต้องสนุกสนนาน ไม่ง่ายเลยทีเดียว ว่าแต่เหล่าผู้เข้าแข่งขันจะทำผลงานออกมาดีขนาดไหน ต้องไปพิสูจน์กันในรายการ ห้ามพลาดวันพุธนี้รู้กัน ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 11 พฤศจิกายนนี้เวลาใหม่ 13.30 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

มั่นใจ’คนอีสาน’หนุน ‘ภท.’ลุยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.’หนองคาย-ชัยภูมิ-สกลนคร’

มั่นใจ'คนอีสาน'หนุน 'ภท.'ลุยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.'หนองคาย-ชัยภูมิ-สกลนคร'

มั่นใจ’คนอีสาน’หนุน ‘ภท.’ลุยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.’หนองคาย-ชัยภูมิ-สกลนคร’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.04 น.

“ภูมิใจไทย”เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.”หนองคาย-ชัยภูมิ-สกลนคร” “ทรงศักดิ์”มั่นใจ”คนอีสาน”หนุน เผยกระแสตอบรับดีเกินคาด ลั่นทุกนโยบายต้องดีกว่าเดิม เชื่อได้นั่งรัฐบาลตลอดกาล

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะกรรมการคณะที่ปรึกษาพิจารณากลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย, นพ.มารุต มัสยวาณิช อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดตัว นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย เขต 3 ที่มาพร้อมกับผู้บริหารท้องถิ่นจาก อ.สังคม, อ.ท่าบ่อ, อ.ศรีเชียงใหม่, และ อ.โพธิ์ตาก ประมาณ 60 คน

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว นายธนกฤต จรรย์โกมล ว่าที่ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 5 และ นายบรม เอ่งฉ้วน ว่าที่ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 6 ที่จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยอีกด้วย

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องชาวอีสาน 20 จังหวัด มีการตอบรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยดีมาก โดยเฉพาะนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นกระแสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง วันนี้มีคนสนใจสมัครเป็นสมาชิกและผู้สมัคร สส.ของพรรคจำนวนมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนเราต้องวิ่งหาคนสมัคร โดยเฉพาะในหลายเขตมีผู้สนใจเกิน 2 – 3 คน ซึ่งผู้อำนวยการพรรคจะต้องพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีความนิยมสูงสุดอีกครั้ง อย่างเช่น จ.หนองคาย ที่มาเปิดตัวเขต 3 ได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากผู้บริหาร ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก

“พรรคภูมิใจไทยมั่นใจในนโยบายที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากคนละครึ่งพลัส เรายังมีนโยบายไฟฟ้าชุมชนที่ประชาชนจะได้ลดค่าไฟ 80 สตางค์ต่อหน่วย เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้รับการตอบรับดีมาก ทุกโครงการของพรรคจะต้องทำให้ดีกว่าเดิม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าแม้จะอยู่เป็นรัฐบาลเพียง 4 เดือน แต่พรรคจะสามารถกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกครั้ง อย่างน้อยก็ต้อง 4 ปีอีกรอบนึง และมั่นใจว่าทุกนโยบายที่ออกมาเราอาจจะเป็นรัฐบาลตลอดกาลก็ได้” นายทรงศักดิ์ กล่าว

– 006

‘วิโรจน์’งับทันที! จี้’กมธ.ทหาร’สอบ’แม่ทัพกุ้ง’ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

'วิโรจน์'งับทันที! จี้'กมธ.ทหาร'สอบ'แม่ทัพกุ้ง'ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

‘วิโรจน์’งับทันที! จี้’กมธ.ทหาร’สอบ’แม่ทัพกุ้ง’ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

“วิโรจน์”งับทันที! จี้”กมธ.ทหาร”สอบ”แม่ทัพกุ้ง”ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ยกประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนเรศวรเปรียบเทียบ

เมื่อวันที่ 11 พฤศิกายน 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟสบุ๊ค กรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่ามีคำสั่งหยุดยิง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม แต่ไม่ปฏิบัติตาม
โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า [ การขัดคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา ในภาวะศึกสงคราม ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ]

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ในพิธีรับรางวัลเชิดชูนักสู้ผู้กล้า ณ พุทธสถานปฐมอโศก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้เกิดประเด็นสำคัญจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งตอบคำถามของพิธีกรถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยคำตอบของ พล.ท.บุญสิน ทำให้สามารถอนุมานได้ว่า ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะนั้น ได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งที่ทำให้ พล.ท.บุญสิน เข้าใจว่าเป็น “คำสั่งให้หยุดยิง” และในขณะนั้น พล.ท.บุญสินได้ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

เพื่อความชัดเจนต่อสังคมและเพื่อประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินด้านความมั่นคง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่า

1. มีคำสั่งดังกล่าวจริงหรือไม่ ผู้บังคับบัญชาท่านใดเป็นคนสั่ง

2. หากมี คำสั่งนั้นเป็นคำสั่ง “ให้หยุดยิง” ตามที่ พล.ท.บุญสินเข้าใจหรือไม่ และด้วยเหตุผลใดถึงมีคำสั่งเช่นนั้น

3. หรือแท้จริงแล้วเป็นคำสั่งประเภทใด

และด้วยเหตุผลใด คำสั่งนั้นจึงถูกส่งลงมาในช่วงเวลาดังกล่าว

เหตุผลที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ก็เพราะว่า หากคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่มิชอบ ผู้บังคับบัญชาผู้ออกคำสั่งก็ย่อมต้องมีความรับผิดทางกฎหมาย แต่หากคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ พล.ท.บุญสิน ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบ และไม่ได้รายงานเหตุผลความจำเป็นทางยุทธการ ณ ขณะเผชิญสถานการณ์ แต่กลับนำมาเปิดเผยในภายหลัง แม้ว่าการขัดคำสั่งนั้น อาจถือได้ว่าเข้าข่ายการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะศึกสงคราม การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาตัดสินใจทำตามดุลยพินิจส่วนตัว แม้จะสำคัญไปเองว่าทำด้วย “เจตนาดี” ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้อย่างร้ายแรง

หากเทียบเคียงกับกรณีเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมอบหมายให้ “พระราชมนู” คุมกำลังพล 10,000 นาย เข้ารบหยั่งเชิงกับทัพหน้าพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งมีกำลังประมาณ 60,000 นาย ขณะนั้นทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถจำนวน 30,000 นายกำลังเคลื่อนทัพตามมา เมื่อได้ยินเสียงการปะทะ พระองค์จึงวางกลศึก โดยให้กองทัพแบ่งกำลังไปซุ่มอยู่ตามป่าจิกทั้งสองด้าน เพื่อเตรียมตีกระหนาบ จากนั้นทรงแต่งม้าเร็วถ่ายทอดคำสั่งให้พระราชมนูแกล้งแพ้และทำทีเป็นถอยร่นลงมา เพื่อหลอกล่อให้ข้าศึกไล่ตามเข้ามาในพื้นที่ซุ่มโจมตี

ทว่า เมื่อม้าเร็วไปแจ้งคำสั่งครั้งแรก พระราชมนูไม่ยอมปฏิบัติตาม อ้างว่ายังมีกำลังพอสู้ได้ จึงไม่ถอย ม้าเร็วจึงถูกส่งไปแจ้งเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ยังได้รับการปฏิเสธ จนครั้งที่สาม สมเด็จพระนเรศวรทรงพิโรธเป็นอย่างมาก ถึงขั้นรับสั่งว่า “ถ้ามันไม่ถอย ก็ให้ตัดหัวมันมา”

เมื่อได้รับคำสั่งเด็ดขาด พระราชมนูจึงจำต้องถอยทัพลงมา ข้าศึกเกิดความชะล่าใจและไล่ตามลงมา ตามอุบายที่สมเด็จพระนเรศวรทรงวางไว้ ทำให้ทัพไทยสามารถโอบกระหนาบตีจนฝ่ายเชียงใหม่แตกพ่าย เสียหายหนัก และสามารถจับเชลย รวมถึงยึดช้าง ม้า และอาวุธได้อย่างมากมาย

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่ชี้ชัดว่า “การขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาในภาวะสงคราม แม้ว่าจะกระทำด้วยเจตนาที่ดีก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด”

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการการทหารจึงจำเป็นต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ให้กระจ่าง เพื่อจะได้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้การบริหารราชการด้านความมั่นคงของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อประเทศชาติในอนาคต

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ได้ นำภาพจากภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มาประกอบด้วย

‘กรณ์’เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบนโยบายประเทศไทย ในกิจกรรม’Youth Policy Hackathon’

'กรณ์'เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบนโยบายประเทศไทย ในกิจกรรม'Youth Policy Hackathon'

‘กรณ์’เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบนโยบายประเทศไทย ในกิจกรรม’Youth Policy Hackathon’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.25 น.

“กรณ์”เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบนโยบายประเทศไทย ในกิจกรรม”Youth Policy Hackathon” ย้ำไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกหรือผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เชิญชวนคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18 – 35 ปี ที่มีความสนใจเรื่องนโยบายในด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงผู้ที่อยากเรียนรู้ว่าการจัดทำนโยบายระดับประเทศที่ดีมีปัจจัยใดต้องพิจารณา และต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ทางการเมือง เข้าร่วมกิจกรรม Youth Policy Hackathon เพื่อร่วมกันออกแบบนโยบาย (Co-Design Policy) ที่สามารถนำไปผลักดันได้จริงในทางการเมืองและสังคม โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

นายกรณ์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถเสนอความคิดและมุมมองอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกหรือผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพียงมีความสนใจต่อปัญหาของประเทศ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายก็สามารถเข้าร่วมได้

“เราต้องการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยออกแบบนโยบายที่จับต้องได้ ฟังจริง คิดกันจริง และทำได้จริง การเมืองจะก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง” นายกรณ์ กล่าว

– 006

‘จิรัฏฐ์’สวนปม’ชายแดน’ ถ้าเป็น’ระเบิดใหม่’ต้องใช้’ข้อตกลง’จัดการ ไม่ไช่ยกเลิก

'จิรัฏฐ์'สวนปม'ชายแดน' ถ้าเป็น'ระเบิดใหม่'ต้องใช้'ข้อตกลง'จัดการ ไม่ไช่ยกเลิก

‘จิรัฏฐ์’สวนปม’ชายแดน’ ถ้าเป็น’ระเบิดใหม่’ต้องใช้’ข้อตกลง’จัดการ ไม่ไช่ยกเลิก

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.57 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ทวีตข้อความผ่าน X ถึงกรณีกองทัพบก ประกาศยุติทุกข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อรักษาสิทธิในการป้องกันตัวเอง หลังท่าทีปรปักษ์ยังคงอยู่ นั้น โดยระบุว่า “ใช้ข้อตกลงที่มีจัดการปัญหาสิครับ “ถ้า” ระเบิดพึ่งวางจริง เราก็ยิ่งได้เปรียบ! ไม่ไช่ไปยกเลิกข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพ ละเมิดกติกา ก็ต้องบังคับให้อยู่ในกติกา ไม่ไช่ไปยกเลิกกติกา แล้วนายกฯปล่อยให้กองทัพตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงระหว่างประเทศเองได้ยังไง?

– 006

‘กองทัพบก’ย้ำ’กัมพูชา’วางทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ตกค้างมาจากสงครามในอดีต

'กองทัพบก'ย้ำ'กัมพูชา'วางทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ตกค้างมาจากสงครามในอดีต

‘กองทัพบก’ย้ำ’กัมพูชา’วางทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ตกค้างมาจากสงครามในอดีต

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.14 น.

“กองทัพบก”ยืนยันความพร้อมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ ปฏิบัติการทางทหาร ย้ำ”กัมพูชา”วางทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ตกค้างมาจากสงครามในอดีต ส่งผลกระบวนการขับเคลื่อนสันติภาพยุติลงกลางคัน

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หลังจากที่สภาความมั่นคงแห่งชาติมีมติให้ระงับการดำเนินการตามข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วม (Joint Declaration) ที่ไทยได้ลงนามร่วมกับกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่กำลังพลเหยียบกับระเบิดบริเวณชายแดน ซึ่งได้พิสูจน์ทราบอย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นการลักลอบเข้ามาวางระเบิดใหม่ในเขตแดนไทย

ล่าสุดที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมายืนยันว่า แม้ว่าในกรณีดังกล่าวทางกัมพูชาจะได้ออกมาระบุว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าจากสงครามในอดีต แต่ผลจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่เขตไทย และยังมีการตรวจพบทุ่นระเบิดอีกจำนวน 3 ทุ่น ในบริเวณใกล้เคียง การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาขาดความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไว้ และละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ส่งผลให้กระบวนการขับเคลื่อนสันติภาพระหว่างประเทศต้องยุติลงกลางคัน

ทั้งนี้ ในด้านการปฏิบัติการทางทหาร กองทัพบกยืนยันในความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการปกป้องอธิปไตยตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ และข้อสั่งการของกระทรวงกลาโหม เพื่อรักษาสิทธิในการป้องกันตนเอง จากการกระทำอย่างไม่เป็นธรรม

– 006