‘นิพิฏฐ์’ฉายภาพการเมือง ‘สังวาสข้ามสายพันธุ์’ทุกวี่วัน แปลกใจเกิดขึ้นมากที่สุดในภาคใต้

‘นิพิฏฐ์’ฉายภาพการเมือง ‘สังวาสข้ามสายพันธุ์’ทุกวี่วัน แปลกใจเกิดขึ้นมากที่สุดในภาคใต้

‘นิพิฏฐ์’ฉายภาพการเมือง ‘สังวาสข้ามสายพันธุ์’ทุกวี่วัน แปลกใจเกิดขึ้นมากที่สุดในภาคใต้

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.52 น.

‘นิพิฏฐ์’ฉายภาพการเมือง ‘สังวาสข้ามสายพันธุ์’ทุกวี่วัน แปลกใจเกิดขึ้นมากที่สุดในภาคใต้

11 พฤศจิกายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ปักษ์ใต้ไม่กลายพันธุ์

ช่วงนี้มีข่าวการเสพสังวาสทางการเมืองให้เห็นกันทุกวัน 

การสังวาสทางการเมืองบางเรื่องก็มีเหตุผลพอรับฟังได้ บางเรื่องก็ไร้เหตุผล

การสังวาสทางการเมืองที่ไร้เหตุผล เป็นการสังวาสต่างขั้ว ข้ามสายพันธุ์ (SPECIES) แปลกที่การสังวาสข้ามสายพันธุ์เกิดขึ้นมากที่สุดในภาคใต้ ดินแดนที่เคยได้ชื่อว่า มีสายพันธุ์ทางการเมืองแข็งแกร่งที่สุด ไม่เคยสังวาสข้ามสายพันธุ์

หากมนุษย์ทางการเมืองที่สังวาสข้ามสายพันธุ์ชนะเลือกตั้ง การเมืองภาคใต้ก็จะ “กลายพันธุ์” เราจะได้การเมืองสายพันธุ์ใหม่ทันที

เลือกตั้งคราวหน้า เขียนแปะหน้าบ้านไว้เลยว่าเป็นปักษ์ใต้สายพันธุ์ไหน

จะเป็น “ปักษ์ใต้ไม่กลายพันธุ์”

หรือเป็นปักษ์ใต้ที่กลายพันธุ์ไปแล้ว

‘รมว.ยุติธรรม’ยันรื้อคดีเก่า‘นักการเมือง ช.’ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม

‘รมว.ยุติธรรม’ยันรื้อคดีเก่า‘นักการเมือง ช.’ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม

‘รมว.ยุติธรรม’ยันรื้อคดีเก่า‘นักการเมือง ช.’ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.19 น.

‘รมว.ยุติธรรม’ยันรื้อคดีเก่า‘นักการเมือง ช.’ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม ย้ำทุกอย่างอยู่ในสำนวนแล้ว รอฟังข่าวเร็วๆนี้

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (ผบก.ภ.จว.สงขลา) ถึงกรณี “นักการเมือง ช.” ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ว่า ได้พูดคุยกันแล้ว และผบช.ภ.9 ได้ย้ายมาใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการทุกอย่างไปมากแล้ว ทุกอย่างอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะสามารถรื้อคดีหรือดำเนินคดีเพิ่มเติมได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่สามารถรื้อคดีได้ แต่เรื่องใดที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ก็สั่งให้ดำเนินการได้ ซึ่งเท่าที่ทราบก็ทำไปได้เยอะแล้ว

เมื่อถามย้ำว่าจะนำสำนวนเก่ามาดู แล้วฟ้องใหม่ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวย้ำว่า ดำเนินการไปได้เยอะแล้ว รอฟังข่าวเร็วๆนี้

‘ไชยชนก’เชื่อวงถก สมช.วันนี้ มีข่าวดีแน่ มั่นใจ‘นายกฯ’ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง

‘ไชยชนก’เชื่อวงถก สมช.วันนี้ มีข่าวดีแน่ มั่นใจ‘นายกฯ’ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง

‘ไชยชนก’เชื่อวงถก สมช.วันนี้ มีข่าวดีแน่ มั่นใจ‘นายกฯ’ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.12 น.

‘ไชยชนก’เชื่อวงถก สมช.วันนี้ มีข่าวดีแน่ มั่นใจ‘นายกฯ’ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง บอกในร้ายมีดี ในดีมีร้าย

เมื่อเวลา 08.25 น.วันที่ 11 พ.ย.68  ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการประชุม สมช.ในวันเดียวกันนี้ จะมีวาระอะไรบ้างว่า เดี๋ยวรอนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย และเชื่อว่าวันนี้ต้องมีข่าวดี มั่นใจว่านายกฯ จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

‘บิ๊กเล็ก’ขออย่าฟังกัมพูชา ปมแถเป็นทุ่นระเบิดเก่า หลังทหารไทยเหยียบเพิ่ม

‘บิ๊กเล็ก’ขออย่าฟังกัมพูชา ปมแถเป็นทุ่นระเบิดเก่า หลังทหารไทยเหยียบเพิ่ม

‘บิ๊กเล็ก’ขออย่าฟังกัมพูชา ปมแถเป็นทุ่นระเบิดเก่า หลังทหารไทยเหยียบเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.56 น.

‘บิ๊กเล็ก’ขออย่าฟังกัมพูชา ปมแถเป็นทุ่นระเบิดเก่า หลังทหารไทยเหยียบเพิ่ม

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 11 พ.ย.68 ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่แถลงฝ่ายกัมพูชาแถลงการณ์ว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมาว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าว่า “ไปฟังกัมพูชาทำไม ฟังพี่สิ”

เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นทุ่นระเบิดใหม่ก็ดำเนินการเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า “ของใหม่ครับ” จากนั้นเดินขึ้นไปประชุมทันที

‘เขมร’สันดานเดิม! ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า

‘เขมร’สันดานเดิม! ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า

‘เขมร’สันดานเดิม! ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.49 น.

‘เขมร’สันดานเดิม! ‘อดีตบิ๊ก ศรภ.’แนะ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า โดยเฉพาะพื้นที่‘11 จุด’ที่ทหารไทยยึดคืนมาได้

11 พฤศจิกายน 2568 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” ระบุว่า…

มาถึงวันนี้ การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ในขั้นตอน “การถอนอาวุธยิงระยะไกล” เท่านั้น แต่กัมพูชาก็เริ่มต้นออกลาย กลับมาเกเรกับไทย ต่อไปตามสันดานเดิม

ดังนั้นรัฐบาล จึงมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขด้วยความกล้าหาญ เด็ดขาด อย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องกลัวมหาอำนาจชาติไหนแล้ว เพราะประชาชนข้องใจเต็มทีใน 3 เรื่อง ดังนี้

(1) เราจะเอาปราสาทตาควายคืนมาได้อย่างไร

แน่นอนว่ามีวิธีแต่พูดตรงๆไม่ได้สรุปต้องมีความเด็ดขาด และฉลาดในการต่อรอง รวมถึงการใช้ มาตรการกดดันทางทหาร ซึ่งต้องนำมาทำควบคู่กันไปด้วย

(2) การรุกคืบหน้าแก้ไขปัญหาชายแดนต่างๆ

ไทยเรามีเมตตากับกัมพูชามากเกินไปหรือเปล่า ลดนั้นแถมนี่ จนทำให้กัมพูชาดีแตก เริ่มกลับมาไม่เกรงใจเราเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง หน้างานต้องเข็มงวดนะครับ ต่อรองไม่ได้ งานจึงจะเดิน

(3) ปัจจุบัน ทหารไทยโดนกับระเบิด บาดเจ็บเพิ่มอีก 2 นาย

แน่นอนว่าไทยต้องประท้วง แต่จะประท้วงแบบเก่าๆไม่ได้ การประท้วงต้องเพิ่มเงื่อนไข ที่จะทำให้ไทยเราสามารถมีอำนาจในการต่อรอง กดดันต่อกัมพูชาอีกครั้ง ดังนั้นการประท้วงจะต้องรุนแรงพอที่จะทำให้กัมพูชารู้จักเจียมตัวขึ้นมาบ้าง ซึ่งต้องเลิกพูดคุยกับกัมพูชาอย่างเด็ดขาด สักระยะหนึ่งก่อน ยกเลิกการส่งคืนเชลย เพิ่มมาตรการทางทหาร ฯลฯ

สิ่งสำคัญ อย่าใจอ่อนอีก 

ปิดด่านต้องปิดจริงๆ ไม่ใช่ปิดประตูใหญ่ แต่เปิดประตูเล็กให้ผ่านได้

นอกจากนั้นการ รปภ. ภายในถนนตามแนวชายแดน ต้องเข็มงวด หมาก็ผ่านข้ามชายแดนมาไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ 11 จุดที่ทหารไทยยึดมานั้น จะต้องเพิ่มมาตรการ เข้าสู่การเตรียมพร้อมเผชิญหน้า

ต้องไม่ลืมว่า ความเข้มแข็ง เด็ดขาด คือ คุณสมบัติของผู้นำที่ประชาชนต้องการเห็นในสถานการณ์ปัจจุบัน

‘พรรคปชน.’ยก3เงื่อนไข ขู่รบ.เมินเจอซักฟอกแน่ ภท.เปิดผู้สมัครสส.

‘พรรคปชน.’ยก3เงื่อนไข ขู่รบ.เมินเจอซักฟอกแน่ ภท.เปิดผู้สมัครสส.

‘พรรคปชน.’ยก3เงื่อนไข ขู่รบ.เมินเจอซักฟอกแน่ ภท.เปิดผู้สมัครสส.

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘พรรคปชน.’ยก3เงื่อนไข ขู่รบ.เมินเจอซักฟอกแน่ ภท.เปิดผู้สมัครสส. 3จังหวัดบ้านใหญ่

นายกฯเยี่ยมโรงเรียนเก่า “อัสสัมชัญ” ย้อนรำลึกความหลังวัยขาสั้น แนะเด็กตั้งใจเรียนตอบแทนแผ่นดิน บอกอยากเป็นนายกฯต้องตั้งเข็มทุ่มเต็มที่ ด้านเพื่อไทยเคาะ 3 แคนดิเดตนายกฯสุริยะมาแน่ สะพัดทาบณัฐพงศ์-ลูกเจ๊แดงด้านพริษฐ์ย้ำให้ความสำคัญ ทั้งคู่แก้รธน.-สแกมเมอร์ยันเอาปชช.เป็นตัวตั้ง ยก3เงื่อนไข ขู่ฝ่อถ้ารัฐบาลไม่เปิดสมัยวิสามัญเข็นแก้รธน.ทันวาระ3ก่อนยุบสภา จะยื่นซักฟอกทันที ป้องศิริกัญญาชี้ปชน.พยายามตรวจสอบ-ชี้ให้เห็นรัฐบาล มีข้อกังขาอะไรในการบริหาร

เมื่อเวลา 08.30น.วันที่ 10พฤศจิกายน2568 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมาเยี่ยมเยียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ในฐานะศิษย์เก่าและพบปะคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน เมื่อมาถึง นายอนุทิน ได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารและเข้าแสดงความเคารพวางดอกไม้ที่หน้าอนุสาวรีย์ บาทหลวงเอมิลออกัสต์ กอลมเบต์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนเดินลอดซุ้มธงโรงเรียนอัสสัมชัญและเดินทักทายนักเรียนที่รอต้อนรับ โดยบรรดาเด็กนักเรียนได้แห่เข้ามารุมล้อมขอจับมือกันอย่างอบอุ่น ก่อน นายอนุทิน นำพวงมาลัยไหว้คุณครูที่เคยสอนสมัยศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ

อนุทินเยี่ยมอัสสัมชัญโรงเรียนเก่า

จากนั้น นายอนุทิน กล่าวถึงความทรงจำในรั้วโรงเรียนตอนหนึ่งว่า ต้องบอกลูกๆหลานๆว่าถ้าเกิด 10 กว่าปี 20 กว่าปีก่อนที่ผ่านมา ลุงเคยมา ลุงยังเรียกน้องได้ แต่ตอนนี้ต้องเรียกว่าน้องๆว่าลูก และหลาน วันนี้ตนต้องขออนุญาตเรียนว่าเป็นสิ่งที่ตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะเคยเจอคนมากกว่านี้หลายเท่าตัวมาแล้วบนเวที แต่ไม่ตื่นเต้นเท่ากับมาที่โรงเรียนเก่า เพราะยังกลัวคุณครูอยู่ ตนยังจำคุณครูได้ทุกคนสมัยที่ตนเรียนอยู่ในชั้นเรียน และทุกอย่างปลูกฝังมาจากที่นี่ วิชาความรู้ที่ได้รับนำพาสู่อนาคตที่ดี

ทั้งนี้ อย่าง มาสเซอร์ พนาเวศ หลายรัตน์ ผูกพันที่สุด เปรียบเสมือนเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในโรงเรียน พอได้ 49 คะแนน มาสเซอร์ปัดให้เป็น 51 ด้วยความเมตตา และเรียกแม่ของตนมาให้เคี่ยวเข็ญตนให้มากกว่านี้ เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เป็นโจรแน่นอน ทั้งนี้โรงเรียนอัสสัมชัญบ่มเพาะให้พวกเราเป็นผู้เป็นคน เติบโตมั่นคงเป็นคนที่ดี ที่สำคัญนักเรียนอัสสัมชัญ ทำให้ละอาย และเกรงกลัวต่อการทำชั่วทำผิดทำไม่ดี

แนะลูกหลานตอบแทนคุณแผ่นดิน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อเราพ้นจากรั้วนี้ไปแล้วเราเจอรุ่นพี่รุ่นน้องอัสสัมชัญ รุ่นพ่อรุ่นลุง น้องๆเชื่อเถอะพอบอกว่าเรียนจบอัสสัมชัญมันเปรียบเสมือนเกตเวย์ (ทาง) ถูกเปิด อย่างน้อยยากเป็นง่าย หนักเป็นเบา ความใกล้ชิดบังเกิดและเราพยายามสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีหรอกครับเป็นกลาง ไม่เป็นกลาง เข้าข้างอัสสัมชัญเสมอและโรงเรียนอัสสัมชัญสอนให้พวกเรามีวินัย หลังจากนี้ก็อย่าลืมหาโอกาส หากมีโอกาสเมื่อไหร่ก็ให้คิดถึงบ้านเมือง คิดถึงประเทศคิดถึงอนาคตของตัวเอง และของพ่อแม่ และคนรุ่นก่อนอย่างลุง ที่ต้องพึ่งพาพวกน้องๆให้ดูแล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ดี ประเทศต้องเปลี่ยนผ่านไปทีละยุค เราต้องฝากประเทศนี้ไว้ให้กับมือของลูกๆ หลานๆรุ่นปัจจุบันนี้ทุกคนขอให้ทุกคนมีแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นในชีวิตประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง ศึกษาให้ได้ความรู้สูงสุดและมีโอกาสที่จะทำความเจริญรุ่งเรืองตอบแทนพระคุณพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ตอบแทนคุณแผ่นดินและทำให้ประเทศไทยของเรามีความเจริญตลอดไป

ชี้ตั้งเข็ม-ทุ่มเทได้เป็นนายกฯแน่

จากนั้นตัวแทนนักเรียนถามว่ามีคำแนะนำอะไรให้กับชาวอัสสัมชัญที่อยากประสบความสำเร็จและอยากเป็นนายกฯ นายอนุทิน ตอบว่า สิ่งแรกต้องเชื่อฟังคุณพ่อ คุณแม่ เคารพคุณพ่อคุณแม่ เคารพครูบาอาจารย์รักษาวินัยใฝ่รู้เอาไว้ และต้องตั้งมั่นอยากเป็นอะไรต้องตั้งเข็มไปทางนั้น ทุ่มเทอย่างเต็มที่ก็จะประสบผลที่คาดหวังไว้ได้อย่างไม่ยาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การมาโรงเรียนอัสสัมชัญครั้งนี้ได้มีเพื่อนร่วมรุ่นประมาณ 20คน มารอต้อนรับนายกฯ และประธานรุ่นได้มอบรูปภาพ นายอนุทิน ในกรอบสีทองให้แก่ นายอนุทิน จากนั้นนายอนุทิน ได้ขึ้นเยี่ยมชมหอเกียรติยศแห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ รวมถึงศูนย์การเรียนรู้วิจัยและพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยีการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูงของโรงเรียน พร้อมทดลองขับเครื่องบินจำลอง และยังได้ร่วมชมการเตรียมงานการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 31 ก่อนที่ นายอนุทิน ร่วมเล่นแซกโซโฟนกับวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC Band) ในเพลงสดุดีอัสสัมชัญ และเพลง Stars and Stripes Forever ซึ่งนายกฯเคยเป็นสมาชิกของวงดังกล่าวเมื่อครั้งที่ศึกษาอยู่

เคาะ3แคนดิเดตนายกฯสุริยะโผล่

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า ทางพรรคได้เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยหากตามไทม์ไลน์ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย วางไทม์ไลน์ไว้ว่า จะยุบสภาภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 เท่ากับว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายใน 45-60วัน ซึ่งไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคม2569 แต่หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ ก็จะเลือกตั้งก่อน ซึ่งพรรคเพื่อไทย ก็มีความพร้อมดังที่เห็นว่า ได้ทยอยเปิดตัวผู้สมัครไปครบเกือบทุกเขตแล้ว ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก็คือเรื่องของลำดับระบบบัญชีรายชื่อ ที่รอจัดลำดับอีกครั้ง ส่วนที่สำคัญก็คือตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะไม่มีชื่อเป็นแคนดิเดต โดยจะทำหน้าที่ผู้นำพรรคในเรื่องการเลือกตั้ง และการจัดระเบียบภายในพรรคเท่านั้น

สะพัดทาบณัฐพงศ์-ลูกเจ๊แดงด้วย

ทั้งนี้ เพื่อไทย จะเปิดตัวแคนดิเดตทั้ง 3 ราย โดยคาดว่า 1 ในนั้นจะมีชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ส่วนอีก 2 คน อยู่ระหว่างการทาบทาม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ว่าจะมีชื่อของ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นักธุรกิจหนุ่ม สามีนางพินทองทา คุณากรวงศ์ ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและอีกคน คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล ลูกชายของนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการทาบทาม และตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ปชน.ให้ความสำคัญแก้รธน.-สแกมเมอร์

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน เราพร้อมใช้ทุกกกลไกของสภาในการตรวจสอบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย โดยมีเงื่อนไขชัดเจนใน 3ข้อขั้นต่ำที่จะใช้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ 1. ถ้ารัฐบาลนี้อยู่เกินวันที่ 31ม.ค.2569 คือมีวันที่121แสดงว่าอยู่เกิน4เดือน ตามข้อตกลงในMOAซึ่งถ้าไม่มีการยุบสภา เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที 2.หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 เพื่อปลดล็อกการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่สำเร็จในชั้นสภาสิ้นปี เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน 3.ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาวาระ2เป็นขั้นต่ำ เพื่อถ้าไปรอให้เปิดสมัยสามัญในวันที่ 12ธ.ค.แล้วค่อยมาพิจารณาวาระ2และต้องรอ15วัน ถึงจะพิจารณาวาระ3 ก็ไม่ทันสิ้นปี

ทำความเสียหายหนักเจอยื่นแน่นอน

“ดังนั้นการที่รัฐบาลตัดสินใจเปิด หรือไม่เปิดสมัยวิสามัญก็บ่งบอกได้ว่า รัฐบาลจริงใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญแค่ไหน หากไม่จริงใจ เราก็พร้อมใจกลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจและ3.2 เงื่อนไขเบื้องต้น ไม่ได้เป็นการตีเช็กเปล่าให้รัฐบาลบริหารประเทศได้ตามอำเภอใจ เพราะหากมีการดำเนินนโยบายหรือทำอะไรที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส หรือมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เราอาจจะยื่นอภิปรายได้อย่างเร็วที่สุดต้องรอเปิดสมัยประชุมนที่ 12ธ.ค.นี้

เมื่อถามว่า แบบนี้พรรคประชาชนเห็นว่า แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญกว่าสแกมเมอร์หรือไม่ เพราะพอเป็นเรื่องนี้จะยื่นอภิปรายทันที นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราให้น้ำหนักทั้งคู่ เพราะท้ายที่สุด พรรคประชาชนเรายึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง เหตุผลที่ทำMOA เพราะคิดว่าถ้าสำเร็จผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน หรือปลดล็อกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้กติกาและระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น แต่เมื่อต้องใช้อย่างน้อย 2 เดือนข้างหน้า เพื่อให้MOAเป็นจริงเรามองว่า ถ้า2เดือนข้างหน้าต้องแลกมากับความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชนในมิติอื่นๆ เราต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน

ป้องศิริกัญญาพยายามตรวจสอบอยู่

เมื่อถามว่าคนที่โดนวิจารณ์มากที่สุดคือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เพราะระบุว่ายังไม่เห็นความผิดที่ร้ายแรงของรัฐบาลจนต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็พยายามตรวจสอบและชี้ให้เห็นว่ามีข้อกังขาอะไรบ้าง เกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลและสิ่งที่พรรคสื่อสารออกมาชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องสแกมเมอร์ เราจะตรวจสอบต่อไป และเมื่อสภากลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 12 ธ.ค. เราจะมีข้อมูลเพิ่มเติมว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังและตอบข้อครหาของสังคมได้มากแค่ไหน รวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อนและการเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่ ซึ่ง 2 ข้อมูลนี้จะนำมาประกอบการตัดสินใจของพรรค

ปัดจ้องใช้กมธ.แก้รธน.คุมกติกาปท.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณารัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมกมธ.แก้รัฐธรรมนูญที่สะดุดซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาชนพยายามควบคุมให้เป็นไปตามโมเดลที่เสนอ ว่า ไม่ได้เป็นธงแบบนั้น แต่แน่นอนว่าแต่ละฝ่ายมีความเห็นว่าข้อดีของร่างแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอเป็นอย่างไร ยิ่งพอรัฐสภามีมติให้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ทำให้ยิ่งต้องมีมีหน้าที่อธิบาย หลักการและเหตุตผลให้กมธ.เห็นคล้อยตาม

เมื่อถามว่า เหตุผลที่สัปดาห์ที่ผ่านมาลงมติไม่ได้ เพราะแต่ละฝ่ายยืนยันความเห็นคนละฝั่งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องอะไรที่ลงมติไม่ได้ ที่ผ่านมาพยายามมองว่า อะไรที่ตรงกันและหากได้ฉันทามติจะเดินหน้าได้โดยไม่ลงมติ แต่หากจำเป็นต้องลงมติเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องทำเพื่อให้รู้ว่า แต่ละทางเลือกมีผู้ที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่า การประชุมวันที่ 12พ.ย.นี้ ประเด็นที่เห็นต่างกันจะหาข้อสรุปได้ในทางใดทางหนึ่ง

3พี่น้องเข้าเยี่ยมแม้วอาการโอเค

เวลา 10.20น.ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นครั้งที่15 สำหรับการเข้าเยี่ยมญาติ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งบังคับโทษ นับแต่วันที่ 9ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สมาชิกครอบครัวชินวัตร ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม และนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค3 พี่น้องเป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนาย ความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม และนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค3 พี่น้องเดิน ได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยใช้เวลาเข้าเยี่ยม 1 ชั่วโมง 10 นาที เวลา 11.30น.น.ส.แพทองธารและนายพานทองแท้ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า “ตอนนี้คุณพ่อโดยรวมอาการก็โอเค” ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวกลับออกไปทันที

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ในกระบวนการตรวจสอบรัฐบาล สามารถทำได้หลายทาง ทุกวันนี้เราก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ”

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

นายกฯเตรียมลงพื้นที่ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพลพรุ่งนี้

นายกฯเตรียมลงพื้นที่ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพลพรุ่งนี้

นายกฯเตรียมลงพื้นที่ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพลพรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.55 น.

นายกฯเตรียมลงพื้นที่ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ จะเดินทางไปตรวจราชการ ณ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หลังเสร็จสิ้นการเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกรัฐมนตรี และคณะ จะออกเดินทางจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 12.45 น. และไปยังจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 162 (ร.16 พัน.2) ณ ฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนจะออกเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 11

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย ก่อนจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลา 18.45 น. โดยประมาณ ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

“ในช่วงเช้า พรุ่งนี้ นายกฯ จะเป็นประธานการประชุม สมช. เพื่อประเมินมาตรการต่างๆ อย่างรอบคอบ ก่อนบินด่วนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และเยี่ยมให้ใจกำลังใจกำลังพล 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บให้ดีที่สุด” นายสิริพงศ์ กล่าว

‘อนุทิน’ลั่น! เนรเทศด่วน ผู้ลักลอบเข้าเมือง ย้ำชัด’ไทยไม่ใช่พื้นที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติ’

'อนุทิน'ลั่น! เนรเทศด่วน ผู้ลักลอบเข้าเมือง ย้ำชัด'ไทยไม่ใช่พื้นที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติ'

‘อนุทิน’ลั่น! เนรเทศด่วน ผู้ลักลอบเข้าเมือง ย้ำชัด’ไทยไม่ใช่พื้นที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติ’

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.09 น.

‘อนุทิน’พร้อมเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศต้นทาง ย้ำไทยไม่ใช่พื้นที่พักพิง-แหล่งกระทำผิดอาชญากรรมข้ามชาติ กำชับคัดกรองคนเข้าปท.ถ้าไม่ใช่นทท.สอดส่องเป็นพิเศษ สั่ง 9 มาตรการเร่งด่วน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พ.ย.68 ที่ท่าอากาศยานแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หารือกับนายนาเคศ สิงห์ (His Excellency Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยนายกฯมอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่  ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลสถานการณ์ตามแนวชายแดน และเน้นย้ำว่าการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ เป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน

นายกฯ กล่าวต่อ สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาของไทยประเทศเดียว แต่เป็นภัยระดับโลก ทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วโลก รัฐบาลไทยจะไม่ยอมให้ประเทศของเราเป็นฐานหรือทางผ่านของอาชญากรอีกต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการเชิงรุกหลายด้าน อาทิ การจัดตั้งบอร์ดปราบสแกมเมอร์แห่งชาติเพื่อประสานความร่วมมือกับนานาประเทศในลักษณะ Global Team การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และล่าสุด มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 15 หน่วยงานของไทย เพื่อร่วมกัน ประกาศสงครามกับสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนในระดับวาระแห่งชาติ

นอกจากนี้ นายกฯสั่งการให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด บูรณาการข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนให้เป็นเอกภาพ พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทันที เพื่อตัดเส้นทางการเงิน ไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินอีกต่อไป โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายกฯได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการ 9 ข้อเร่งด่วน ได้แก่

1.ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจัดทำแผนศึกษาปัญหาในพื้นที่

2.จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษแก้ไขอาชญากรรมเทคโนโลยี

3.บูรณาการทุกฝ่ายร่วมสกัดภัยไซเบอร์

4.เข้มงวดการรักษาความสงบเรียบร้อยของชุดปฏิบัติการ

5.ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์ประสานช่วยเหลือผู้เสียหาย

6.ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)เฝ้าระวังภัยในชุมชน

7.เข้มงวดจุดผ่านแดน ตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

8.ดำเนินคดีกับผู้ถือสัญชาติไทยที่ร่วมกระทำผิด และ

9.ส่งเสริมความรู้เท่าทันภัยดิจิทัลให้ประชาชน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ไทยเป็นประเทศทางผ่านด้วย และขอฝากให้ทหาร จังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หามาตรการการเพื่อป้องกันน้ำท่วมเชิงรุก และให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ทันท่วงที  รัฐบาลจะสนับสนุนทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนไม่นิ่งดูดายต่อช่องโหว่หรือความบกพร่องใด ๆ ในระบบ และเสนอแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องประเทศจากภัยสแกมเมอร์ให้ได้อย่างสิ้นเชิง และขอชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและเข้มแข็ง พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนให้กับประชาชนชาวไทย

จากนั้นนายกฯ แถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อติดตามการช่วยเหลือบุคคลต่างชาติ และการปราบปรามสแกมเมอร์ ว่า การลงพื้นที่วันนี้เพื่อมาดูการปฏิบัติการส่งตัวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองให้กลับภูมิลำเนา เป็นไปตามนโยบายที่ตนให้ไว้ เพราะเราจะเก็บคนเหล่านี้ไว้นานๆไม่ได้ จะเสียงบประมาณในการดูแล ก็ต้องเร่งประสานงานกับประเทศต่างๆให้มารับตัวกลับไป โดยดำเนินการทางการทูตและการดำเนินคดีตามมาตรการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
 
นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนการร่วมส่งชาวอินเดีย  ตนคุ้นเคยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เป็นการส่วนตัว รับทราบมาว่า ที่จ.ตาก มีชาวต่างชาติที่เป็นผู้ต้องหาลักลอบเข้าเมือง มาจำนวนเกือบพันคน เมื่อมีความรุนแรง ในประเทศเมียนมาจึงต้องหนีเข้ามาไทย  จึงได้หารือกับทูตฯอินเดีย ประสานงานงานไปยังรัฐบาลอินเดีย จึงเกิดความร่วมมือรับคนเหล่านี้กลับไปอินเดีย ไทยได้ส่งมอบตัวตามหลักกฏหมาย เพราะถือว่าต้องคำพิพากษาหลบหนีเข้าเมือง มีโทษ ก็ให้นำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของอินเดีย 

“ในที่ประชุมได้เร่งกำชับให้ ผบ.ตร.และเลขา สมช. ได้ช่วยกันคัดกรองคนที่เข้ามาในประเทศ ถ้าไม่ได้มาท่องเทียว หรือประกอบสัมมาชีพ ต้องสอดส่องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่ให้เดินทางเอาไทยมาเป็นช่องทางผ่าน ไปเป็นสแกมเมอร์ ทำธุรกิจหลอกลวงประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน พอมีปัญหาปราบปราม แล้ววิ่งกลับมาไทย เราไม่สนับสนุนเรื่องพวกนี้ เชื่อว่าคนพวกนี้มาแล้วไม่อยากกลับหรอก แต่เรา ไม่ให้ที่พักพิงเลี้ยงดู ถึงต้องดำเนินการติดต่อกับรัฐบาลอินเดีย ขอร้องให้มารับคนกลับไป”นายกฯ กล่าว

นายกฯ  กล่าวอีกว่า เราจะใช้โมเดลนี้กับประทศอื่นๆด้วย เช่นประเทศในแอฟริกา ให้แนวทาง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบ.สตม.)เสนอตามลำดับชั้น ถ้าไม่มีเครื่องบินมารับ จะทำยังไงต่อไป เพราะถ้าต้องดูแลระหว่างส่งกลับแล้วต้องใช้เวลาเกือบปี ต้องเสียค่าอาหารต่อหัว 3 มือ ในระหว่างควบคุมขัง ถ้าเทียบกับซื้อตั๋วเครื่องบินอันไหนถูกกว่า ดังนั้นก็ต้องผลักดันกลับให้เร็วที่สุด

“ผมใช้คำว่า เนรเทศ แม้คำแรงไป แต่ต้องไม่ให้คนเหล่านี้มาใช้งบประมาณของไทย เราต้องเร่งผลักดันออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ได้ให้นโยบายในการคัดกรองชาวต่างชาติ ถ้าไม่ได้มาเป็นนักท่องเที่ยว ก็ต้องติดตามเส้นทาง ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ไม่ให้ไทยเป็นศูนย์กระจายมนุษย์ไปประเทศเพื่อนบ้าน “ผมเข้ามาเดือนเดียว เห็นปัญหานี้อยู่ จะต้องพยายามทำให้ลดน้อยลง ตอนนี้ทุกคนเห็นแล้วว่า เรื่องสแกม อาชญากรรมข้ามชาติ ออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ มีการทำงานเป็นรูปธรรม บูรณาการกันทั้ง ทหาร ตำรวจ ปกครอง ฝ่ายสนับสนุน การติดตามเส้นทางการเงิน การฟอกเงิน ยึดทรัพย์  อายัดทรัพย์”

นายกฯ  ยังกล่าวถึงการขยายผลเครือข่ายสแกมเมอร์และขบวนการนำพา ว่า  ผบ.ตร.ดำเนินการอยู่ได้กวาดล้างเครือข่ายของผู้ที่ถูกเพิกถอนสัญชาติ รวมถึงการจับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม (สตาร์ลิงค์) ทั้งในอ.แม่สอด และกรุงเทพมหานคร ที่ถูกใช้เป็นอาชญากรรมเทคโนโลยี ทางกรมศุลากรก็ต้องทำงานอย่างหนักไม่ให้สินค้าเหล่านี้ถูกลักลอบได้ แม้จะเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ ทางลำน้ำโขง ก็ต้องจัดการกับขบวนการเหล่านี้ ทั้งนี้ เรื่องการขยายผลเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่ทำตามมาตรการปราบปรามสแกมเมอร์ เพราะเป็นขบวนการใหญ่มาก เรากำลังทำสงครามกับสิ่งเหล่านี้.

10 พ.ย.-9 ธ.ค.นี้ เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาตำแหน่ง’เลขาฯป.ป.ช.’

10 พ.ย.-9 ธ.ค.นี้ เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาตำแหน่ง'เลขาฯป.ป.ช.'

10 พ.ย.-9 ธ.ค.นี้ เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาตำแหน่ง’เลขาฯป.ป.ช.’

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.49 น.

10 พ.ย.-9 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการสรรหาฯ เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหา เพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร คือ ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ เป็นกลาง มีจริยธรรมที่ดี และปราศจากอคติทั้งปวง และมีคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามที่กำหนด

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาต้องยื่นใบสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัคร ณ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ในวันและเวลาราชการ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสมัครสามารถดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดเอกสารได้ทางเว็บไซต์ www.nacc.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2528 4907 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.nacc.go.th/categorydetail/2018083118464145/20251107095236?

– 006