Celebrity Gossip : 9 พศฤจิกายน 2568

Celebrity Gossip : 9 พศฤจิกายน 2568

Celebrity Gossip : 9 พศฤจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • แองเจลินา โจลี นางเอกชื่อดังของวงการฮอลลีวูด ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านมนุษยธรรม เดินทางลงพื้นที่เมืองเคอร์ซอน และเมืองไมโคลาอิฟ ทางตอนใต้ของยูเครนในสัปดาห์นี้ เพื่อสำรวจสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในพื้นที่แนวหน้าของสงครามกับรัสเซีย พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่การแพทย์ อาสาสมัคร และครอบครัวชาวบ้าน โจลีซึ่งสวมเสื้อเกราะกันกระสุน และติดเครื่องหมายทรงเกียรติของยูเครน ยังได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่อุทิศตนทำงานเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และขอบคุณองค์กรมรดกสงคราม หรือ Legacy of War foundation ที่มีส่วนสนับสนุนให้เธอได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริงในพื้นที่สงคราม โจลีเคยเดินทางไปยูเครนมาแล้วในปี 2022 หรือไม่กี่เดือนหลังจากรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการพิเศษทางทหารรุกรานยูเครน ครั้งนั้น เธอไปเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านที่พลัดถิ่นจากสงครามในเมืองลวิฟ
  • เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันฟุตบอลทีมชาติอังกฤษวัย 50 ปี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ยศอัศวิน (Knighted) จากสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ปราสาทวินด์เซอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยกย่องการอุทิศตนตลอดหลายทศวรรษของเขาในด้านกีฬาและงานการกุศล โดยสวมชุดสูทที่ออกแบบโดย วิกตอเรีย เบ็คแฮม ศรีภรรยา เข้ารับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากสมเด็จพระเจ้าชาลส์ เบ็คแฮมบอกว่า เขาร้องไห้ตอนที่รู้ครั้งแรกว่าจะได้รับยศอัศวิน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลย และว่าเขาทำงานด้านการกุศลต่อเนื่องมาหลายสิบปี ทำหน้าที่เป็นทูตของ UNICEF และทำงานให้กับ Royal Foundation, King Foundation,Malaria No More และกองทัพ โชคดีมากที่ได้ทำงานกับองค์กรการกุศลที่สำคัญทั่วโลก เบ็คแฮมซึ่งประกาศตัวเป็นสาวกราชวงศ์มาตลอดชีวิต บอกว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจและยิ่งใหญ่สำหรับเขาและครอบครัว แถมยังพูดติดตลกอีกว่า เขาจะไม่ติดใจอะไรหากลูกๆ เรียกเขาว่า ‘ท่านพ่อ’ (Sir Dad)
  • นิตยสาร People จัดให้ โจนาธาน เบลีย์ นักแสดงชาวอังกฤษ วัย 37 ปี เป็น ‘ผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่’ (Sexiest Man Alive) ประจำปีนี้ แถมยังเป็นชายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกคนแรก ที่เปิดเผยว่าเป็นเกย์อย่างเต็มตัว ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการบันเทิงที่เริ่มให้การยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เบลีย์ เป็นที่รู้จักจากบทบาท ลอร์ดแอนโธนี ในซีรีส์ดราม่าแนวย้อนยุคเรื่อง Bridgerton ก่อนที่เขาจะมารับบทเป็น เจ้าชายฟิเยโร ในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่อง Wicked ซึ่งเป็นภาคต้นของ The Wizard of Oz เมื่อปีที่แล้ว และจะกลับมารับบทเดิมในภาคต่อที่กำลังจะเข้าฉายคือ Wicked: For Good นอกจากนี้ เขายังแสดงในภาพยนตร์เกี่ยวกับไดโนเสาร์เรื่อง Jurassic World: Rebirth ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาด้วย ก่อนหน้านี้ จอห์น คราซินสกี นักแสดงจากซีรีส์ The Office ถูกยกให้เป็น “ผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่” (Sexiest Man Alive) ประจำปี 2024
  • NJZ หรือ NewJeans เกิล์รกรุ๊ปเกาหลีชื่อดัง อาจจะไม่สามารถทำกิจกรรมอิสระไปอีกหลายปี ภายหลังพ่ายแพ้คดีทางกฎหมายกับ ADOR ค่ายต้นสังกัด หลังจากศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคำร้องของสมาชิกที่ต้องการยกเลิกสัญญา ส่งผลให้พวกเธอไม่สามารถทำกิจกรรมเดี่ยวหรือโปรโมตในนามอื่นได้ในช่วงหลายปีข้างหน้า ขณะที่สำนักข่าว MBN News รายงานเพิ่มเติมว่า วงจะไม่สามารถกลับมาทำกิจกรรมได้จนถึงปี 2029 ข่าวนี้สร้างความกังวลอย่างมากให้กับแฟนคลับและชาวเน็ต หลายคนเกรงว่า ช่วงเวลาหยุดยาวอาจทำให้กระแสความนิยมของวงค่อย ๆ จางหายไป โดย NewJeans ซึ่งเปิดตัวในปี 2022 เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จที่สุดของยุค แต่ตอนนี้ อนาคตของพวกเธอเริ่มเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสียแล้ว
  • ฮอลลีวูดสูญเสียนักแสดงหญิงมากฝีมืออีกคน เมื่อ ไดแอน แลดด์ เจ้าของบทบาททรงพลังและผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 3 สมัย จากภาพยนตร์ Alice Doesn’t Live Here Anymore, Wild at Heart และ Rambling Rose เสียชีวิตแล้วในวัย 89 ปี ที่บ้านพักในเมืองโอไฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมี ลอร่า เดิร์น ลูกสาวอยู่เคียงข้าง ไดแอน แลดด์ เข้าสู่วงการโทรทัศน์และภาพยนตร์ในช่วงทศวรรษ 1960 แจ้งเกิดจากบทบาท “ฟลอ” พนักงานเสิร์ฟสาวใจสู้ใน Alice Doesn’t Live Here Anymore (1974) ผลงานของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ซึ่งทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก จากนั้น แลดด์ ยังคว้าอีกสองการเสนอชื่อจาก Wild at Heart (1990) และ Rambling Rose (1991) ซึ่งเธอแสดงคู่กับ ลอร่า เดิร์น กลายเป็นคู่แม่ลูกคู่แรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีเดียวกัน ในชีวิตส่วนตัว แลดด์แต่งงานสามครั้ง ก่อนเสียชีวิตมีทรัพย์สินราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนถึงความสำเร็จทั้งในฐานะนักแสดง นักเขียน และผู้กำกับ

‘กัน จอมพลัง’ ควงลูกเมียเปิดใจน้ำตาซึม เผยความผิดพลาด เอาเวลาครอบครัวไปช่วยคนอื่น

'กัน จอมพลัง' ควงลูกเมียเปิดใจน้ำตาซึม เผยความผิดพลาด เอาเวลาครอบครัวไปช่วยคนอื่น

‘กัน จอมพลัง’ ควงลูกเมียเปิดใจน้ำตาซึม เผยความผิดพลาด เอาเวลาครอบครัวไปช่วยคนอื่น

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.22 น.

“กัน จอมพลัง” ควงลูกเมียเปิดใจน้ำตาซึม เผยความผิดพลาดเอาเวลาครอบครัวไปช่วยคนอื่น เหมือน “รถไฟตกขบวน” 

 “กัน จอมพลัง” คัมแบ็ก ควงภรรยา “หมิว ลลิตา” และลูกสาว “น้องหมี่เกี๊ยว” เล่าความผูกพันในครอบครัว พร้อมเรื่องราวที่ทำเอาเสียน้ำตา เมื่อหมี่เกี๊ยวถามว่า ป่ะป๊าไม่รักพวกเราเหรอ เปิดใจผันตัวเป็นพ่อค้าออนไลน์ ไลฟ์สดขายของ แต่กลับต้องเจอดราม่า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ล่าสุดได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติแห่งปี Best Young Award รู้สึกยังไงบ้าง?

กัน : ผมรู้สึกดีใจมาก ในช่วงเวลาที่ผมรู้สึกหมดกำลังใจ รู้สึกไม่อยากทำแล้ว ไม่อยากไปต่อแล้ว ผมได้ถามไปที่รางวัลนี้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ คุณยังอยากให้รางวัลผมอยู่มั้ย เพราะกลัวเขาจะได้รับผลกระทบไปด้วย เขาบอกว่าเขายืนยันที่จะให้ผม เพราะเขาเห็นในผลงานผม ผมไปรับ ผมดีใจมาก และรู้สึกอยากกลับมาช่วยสังคมเพราะรางวัลนี้

นอกจากภูมิใจ มีพลัง ภรรยารู้สึกอย่างไร?

หมิว : จริงๆ ภูมิใจในตัวเขามาตลอด เราพูดชื่นชมเขาหลังบ้าน หมิวรู้สึกว่าทุกวันนี้พลังที่ขับเคลื่อนในตัวเขาคือกำลังใจ หมิวจะคอยชื่นชมเขา สิ่งสำคัญคือเรามีเอฟซีที่น่ารัก คอยสนับสนุนเราตลอด ไม่ว่าเราจะขายของ หรือทำงานช่วยเหลือสังคม ทุกคนพร้อมยืนเคียงข้างครอบครัวเรา อันนี้เป็นสิ่งที่เราขอบคุณทุกคนมาก ที่รักครอบครัวเรามาโดยตลอด 

หนึ่งในกำลังใจสำคัญ หมี่เกี๊ยว กี่ขวบแล้ว?

หมี่เกี๊ยว : 3 ขวบค่ะ 

หมี่เกี๊ยวมีฐานแฟนคลับ ไปไหนมีคนขอถ่ายรูป แต่ตอนนี้เข้าสู่วัยทอง 3 ขวบ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยชอบสังคม?

หมิว : มีฟีลว่าเข้าขอถ่ายรูปเขา คนที่สองที่สามจะได้อยู่ แต่คนที่สี่ที่ห้าจะอิดออด งอแงบ้าง มีคนเข้าใจและไม่เข้าใจด้วย ก็ฝากรายการนี้แล้วกัน บางทีอาจควบคุมอารมณ์เด็กไม่ได้ แต่ใจหมิวกับพี่กัน ยินดีให้ทุกคนถ่ายเลย แต่ตัวน้องอาจยังเล็กอยู่ อาจไม่เข้าใจเหมือนเรา ก็อยากให้เอฟซีใจดีกับเรานิดนึง ถ้าเป็นไปได้พวกเราก็อยากถ่ายกับทุกคนแหละค่ะ

กัน : อย่างผม ถ้ามีคนรอถ่ายรูปก็จะพยายามให้ถ่ายทุกคนเพราะเขารักผม ก็จะบอกหมี่เกี๊ยวให้เขาถ่ายกับทุกคน พยายามปรับตัว เดี๋ยวน่าจะปรับตัวได้มากขึ้น 

 ตอนนี้เป็นแฟนเลิฟเวอร์ 7-11 ชอบอะไรในเซเว่น?

หมี่เกี๊ยว :   นมเปรี้ยว 

กัน : มีเหตุผลอื่น อาจมีของแถมเป็นของเล่น เยลลี่ (หัวเราะ) 

หมิว : ประเทศไหนมีเซเว่นเข้าหมด ถ้าอย่างอื่นไม่ค่อยเลิฟเท่าไหร่ 

สไตล์การเลี้ยง เลี้ยงแบบไม่สปอย มีตีด้วย?

หมิว : อันนี้แล้วแต่บ้านเนอะ แต่สำหรับหมิว เราต้องให้เหตุผลกับเขาก่อน บางทีถ้าเราคุมเขาไม่ได้ อารมณ์ตอนนี้เขาไม่ค่อยฟังเหตุผล เขาจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เวลาเขาทำใคร หมิวจะทำให้เขาเห็นเลย ถ้าเขาทำคนอื่น พี่ป้าน้าอา หมิวก็จะตีเขา แล้วบอกว่าเนี่ย น้องทำคนอื่น คนอื่นก็เจ็บ แต่พอตีน้อง น้องก็เจ็บ น้องจะไม่ชอบ ฉะนั้นน้องก็อย่าไปทำกับคนอื่น เหมือนทำให้เขาเห็นผลเลยว่าสิ่งที่เขากระทำ เขาต้องเจออะไร ทีนี้เขาก็จะสะอึก รู้สึกผิด ร้องไห้กลบเกลื่อน 

 ใครดุกว่ากัน?

หมี่เกี๊ยว : ไม่กลัวใครเลย 

หมิว : (หัวเราะ)  

ใครใจดีกว่ากัน?

หมี่เกี๊ยว : หม่ามี๊

หน้าเหมือนใคร?

หมี่เกี๊ยว : เหมือนป่ะป๊า เหมือนหม่าม้า 

 เด็กวัย 3 ขวบ มีอารมณ์วัยทอง มีเรื่องที่เราจัดการไม่ได้ คุณกันทำยังไง?

กัน : ผมลงพื้นที่ มีเวลาอยู่กับหมี่เกี๊ยวน้อยมาก บางทีเดือนนึงเจอ 2 ครั้ง น้องหมิวจะเป็นคนดูแลหมี่เกี๊ยวเป็นหลัก  

หมิว : เขากลัวลูกไม่รัก นานๆ เจอลูกก็จะให้ลูกรู้สึกเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยนิดนึง จะให้เราเป็นตัวโหดนิดนึง โยนที่เรา แต่เขาเป็นฟีลสวีตๆ กับลูก

 เวลาคุยกับลูก?

หมิว : เสียงสอง แอ๊บแบ๊วสุดๆ

กัน : ผมจะเป็นคนไม่ลงมือกับหมี่เกี๊ยวเลย เราอยากทดแทนเวลาไม่ได้อยู่กับเขา ตอนกลางคืนเขามีที่นอนเขา เราก็ไปนอนด้วย ที่ถามว่าหมี่เกี๊ยวหน้าเหมือนใคร เขาจะตอบตลอดว่าหน้าเหมือนแม่ แต่ตอนหลังเขาจะตอบว่าหน้าเราเหมือน มีเราอยู่ในนั้นแล้ว ใจฟูมาก เขามาออด มาอ้อน 

หมิว : หน้าเหมือนป่ะป๊าประจักษ์ขนาดนี้ (หัวเราะ) 

หลงเลย?

กัน : รักหมี่เกี๊ยวมาก  

หมี่เกี๊ยว :   รักป่ะป๊า

เวลาคุยกับกัน-หมิว ลูกจะพูดโทนเสียงแตกต่างกัน?

หมิว : เสียงแตกต่างกันนิดนึง บางทีก็แอบตกใจ อะไรที่พ่อเขาไม่ชอบ เขาจะไม่ทำเลย อย่างพ่อไม่ชอบให้อมลูกผม เขาจะรู้ มีอยู่วันนึงหมิวตกใจ ลูกอมเกือบติดคอ เขาคิดว่าพี่กันไม่อยู่บ้าน แต่พอเปิดไปเจอพี่กันอยู่บ้าน เกือบกลืนลูกผมเกือบติดคอ หันมาให้เราหยิบออกจากปาก กลัวพ่อเห็นแล้วพ่อจะไม่รัก 

วัย 3 ขวบ เริ่มฉายแววไปทางไหนบ้าง ชอบเต้น หรือการแสดง หรือนางงาม?

หมิว : หมิวว่าถ้านางงามยังมี่ชัดค่ะ แต่ที่แน่ๆ ชอบร้องเพลง ชอบเต้นแน่นอน เต้นนี่ชอบมาก ต่อให้ร้องไห้อยู่ก็จะหยุดเลย ถ้าเป็นเพลงโปรด เขาชอบเพลงตื๊ดๆ ฮิปฮอป EDM จะชอบมาก ตอนนี้ชอบเพลงโซดาป๊อป 

ตอนท้องคุณแม่ทำยังไง ลูกถึงสดใส?

หมิว : คนอื่นอาจฟังโมสาส ช้าๆ เบาๆ แต่หมิวชอบฟัง EDMฮิปฮอป หรือเพลงแนวตื๊ดๆ หน่อย พอเขาคลอดมา เขาก็ชอบแบบนั้นจริงๆ นะคะ ชอบเพลงที่แม่ให้ฟังตอนท้อง ฟังปุ๊บไม่ไหล่ก็ขา ต้องกระตุกนิดนึง

ล่าสุดหมี่เกี๊ยวพูดกับพี่ๆ เองว่าหนูอยากไปเรียนเต้น?

หมิว : ใช่ค่ะ ขอหมิวก่อนว่าอยากเรียนเต้น แต่เผอิญเขาจะรับประมาณอายุ 3 ขวบครึ่ง แต่เขายังไม่ถึง ก็เลยยังไม่ได้ส่งไป ตอนนี้เขา 3 ขวบ 1 เดือน อาจส่งไปสัก 3 ขวบครึ่ง ให้เขารู้เรื่องกว่านี้ 

หมี่เกี๊ยวมีอาชีพในฝัน อยากเป็นอะไร?

หมี่เกี๊ยว : ดับเพลิง

หมิว : บางวันก็อยากเป็นไรเดอร์ส่งของ เขาจะชอบมาก เขามีเสื้อเป็นไรเดอร์แต่ละแบรนด์ในบ้าน บางวันก็อยากเป็นดับเพลิง แล้วแต่อารมณ์ค่ะ

ปลูกฝังให้ลูกได้รู้จักช่วยเหลือคนด้วย?

กัน : หมี่เกี๊ยวเด็กๆ เขาลงพื้นที่กับผม สมัยก่อนไปลำปางเขาก็ไปด้วย เราทำเคสช่วยเด็ก หมี่เกี๊ยวก็ไปเล่นกับเด็กที่เราไปช่วย เขาก็ซึมซับแหละ อย่างที่เขาบอกอยากเป็นดับเพลิง เขาก็รู้ว่าเราทำงานช่วยเหลือ อยู่ดีๆ เขาอยากทำดับเพลิงได้ไง อย่างหน้างานเขาก็ไปให้กำลังใจ

หมิว :   จริงๆ ตั้งแต่ในท้องก็พาไปตระเวนๆ ท้องแก่ก็ไปทำเคสกัน มีเพิ่งหยุดพักตอนเขาสัก 2-3 เดือนแรก พอ 3 เดือนก็พยายามออกไปกับพ่อเขา เพราะพ่อเขาไม่มีเวลา ก็ไปด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ลงพื้นที่กันไปเลย

ล่าสุดไปลงพื้นที่ชายแดนมา?

กัน : ผมไม่มีเวลากลับบ้านเลย และไม่มีเวลาได้เจอลูก น้องหมิวกับหมี่เกี๊ยวต้องไปหาผมที่ชายแดน เพื่อให้ได้เจอผม ผมก็กินนอนคลุกคลีอยู่ที่นั่นเลย ลูกมาหาก็ดีใจมาก อยากให้เขาซึมซับ อยากให้เห็นในสิ่งที่เราทำ มันสามารถช่วยคนได้จริงๆ ให้เขาโตขึ้นมาแล้วเป็นนักช่วยเหมือนผม

การได้เติมลูกเป็นแบตเตอรี่สำรองที่สำคัญ?

กัน : ใช่ครับ ผมอยู่บ้านจะกอดลูกหอมลูกตลอด ตอนเขาเด็กมากๆ เราไม่มีเวลาได้อยู่กับเขาจริงๆ ตอนนี้ได้มีเวลามาอยู่กับเขา ตัวติดเลย ชอบมาก มีความสุขมากเลย 

 หมี่เกี๊ยวชอบไปช่วยคนมั้ย?

หมี่เกี๊ยว : ชอบไป โตขึ้นอยากช่วยคน 

 หมี่เกี๊ยวมีนิสัยโอบอ้อมอารี โดนเพื่อนรังแกก็ไม่ตอบโต้?

หมิว : มีหลายครั้งค่ะ จริงๆ หมิวไม่ได้ถือสาเด็ก เขาเล่นกันด้วยภาวะอารมณ์เขาไม่ได้จำกัดได้เหมือนผู้ใหญ่ หมี่เกี๊ยวเราสอนก่อนว่าถ้ามีใครทำอะไรห้ามตอบโต้เขานะ ให้บอกเขาว่าทำแบบนี้ไม่ได้ โนๆ แล้วหนูมาฟ้องหม่าม้า หรือฟ้องครูให้จัดการ หนูไม่ควรทำเขาต่อ เพราะความรุนแรงเป็นเรื่องที่ไม่ดี เขาก็ไม่เคยทำนะคะ บางทีเล่นกับเพื่อน โดนแรงมาก หรือโดนผลักปลิว เขาก็มองตากะพริบๆ เรามองไกลๆ ก็ดูว่าลูกเราจัดการยังไง ก็อยากให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย เพราะเขาก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต แต่สุดท้ายแล้วหมิวว่า เขาก็จัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี เขาเข้ากับคนง่าย มีจิตใจโอบอ้อมอารีด้วย 

เวลาโดนเพื่อนแกล้ง หมี่เกี๊ยวทำยังไง?

หมี่เกี๊ยว : ไม่ชอบ บอกเพื่อนโนๆ เราทำเพื่อนไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย 

 พอลูกโดนทำแรงๆ แล้วลูกไม่ตอบโต้ มุมกันว่ายังไง?

กัน : มุมเด็กเราเข้าใจอยู่แล้ว ช่วงอายุเดียวกัน ไม่มีใครอยากรังแกอีกคนหรอก อาจเป็นภาวะอารมณ์หรือนิดๆ หน่อยๆ ผมมองข้าม บอกหมี่เกี๊ยวว่าอย่าไปลงมือ อย่าไปตอบโต้เขา ถ้าหมี่เกี๊ยวพูดว่าขอโทษได้ก็ขอโทษไป เด็กก็คือเด็ก เราต้องมีวุฒิภาวะมากกว่าเด็ก ถ้าบอกว่าลูกคุณทำไมมาทำลูกฉัน ไม่มีประโยชน์เลย เราก็บอกน้องๆ อย่าไปทำอย่างนั้น แล้วบอกลูกเราอย่าไปตอบโต้เขา แค่นั้นแหละจะไม่มีปัญหา ลูกเราจะได้ไม่ติดนิสัยไปทำคนอื่นด้วย 

ล่าสุดสอนให้มาช่วยไลฟ์สดด้วย?

กัน : จริงๆ 40 ล้านแล้วมั้งที่ปล่อยออกไป 7-8 วัน ก็พอได้ครับ แต่อยากให้หมี่เกี๊ยวมีกิจกรรมร่วมกับเรา ตอนนี้เรากลับมาอยู่บ้านกับลูก อย่างน้อยปลูกฝังเรื่องการทำมาหากินแล้วหนึ่งสองให้เขาคุ้นเคยกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาหา แฟนคลับที่อยากเห็นหมี่เกี๊ยวก็จะได้เห็นด้วย หมี่เกี๊ยวเวลาอยู่ในจอ เอฟซีชอบมาก คนดูเพิ่ม 

 หมิว : แต่ต้องตั้งใจดูหน่อยนะ เพราะเขาจะมาแว็บๆ อยู่ได้ไม่นาน 

 มีข้อแลกเปลี่ยนยังไงให้เขามาอยู่ในไลฟ์?

กัน : ก็เซเว่น

 หมิว : เงินอัดฉีดเลย แบงก์แดงสักใบ ตอนแรกไม่ๆ แต่พอเห็นเงินปุ๊บเข้าไลฟ์เลย ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ค่ะ เป็นอาชีพ

กัน : อย่างน้อยผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ทำงานต้องได้เงิน ใครอยู่หน้าไลฟ์หรือมาช่วยต้องได้เงิน 

จุดประกายขายของไลฟ์สด คืออะไร?

กัน : อยากอยู่กับลูก การช่วยสังคมผมทำมาหลายปี ทำเต็มที่ โดยไม่ได้หยุดพักเลย ครอบครัวซัปพอร์ตออกไปหาเรา พอเรามีปัญหาก็รู้สึกหมดไฟ หมดกำลัง ก็อยากมาเป็นพ่อค้า ไลฟ์ขายของ เพราะมีคนเรียกร้องให้ปล่อยของ  เราก็เลยลองเปิดดู ตอนแรกคิดว่าคงขำๆ คงไม่ได้มีคนเยอะแยะอะไรหรอก แต่คนทักมา 3 พัน เยอะมาก จัดคิวที่บ้าน เอาคนนั้นคนนี้มาไลฟ์ เฮ้ย ดีมาก วันแรกได้ 14 ล้าน ยอดรวมถึงวันนี้ประมาณ 40 ล้าน เดือนนี้ 11 เดือน 11 ก็ฝากเจ้าของแบรนด์ ลูกค้าเอฟซี เราจะหยุดไปแป๊บนึงผมมีสิ่งอยากทำ ผมอยากไปพัฒนาเรื่องการศึกษาเด็กบนดอย เด็กต่างจังหวัด ตอนนี้เริ่มลิสต์โรงเรียนแล้ว เช่น เครื่องดนตรีที่มันพัง เดี๋ยวจะไปซื้อให้ใหม่ เด็กดอย ภาคใต้ ทุกคนอยากเป็นข้าราชการ แต่เขาไม่สมหวัง ก็อยากให้เขาเห็นโลกดนตรี หรืออยากเป็นนักแข่งรถ เป็นดารา มีฝันอย่างอื่น วันที่ 11 ผมจะไปทำเรื่องพวกนี้

หลายคนกังวลว่าถ้าท้อแล้วไม่ช่วยคนขึ้นมา คนที่เขารออยู่อาจสูญเสียโอกาสหรืออะไรก็ตาม หลังจากนี้จะไปช่วยเหลือคนอีกมั้ย?

กัน : จริงๆ ตั้งใจหยุดพักยาว แต่พอได้รางวัลก็อยากหาเวลาไปทำเพื่อสังคม ตอนนี้เอฟซีหลายคนมาในไลฟ์ บอกไปช่วยเคสนี้ให้หน่อย ฝากข้อความเป็นพัน ล่าสุดเมื่อวานไปช่วยยายคนนึงยายเดินไม่ได้แล้ว อยู่ในห้อง 2 ปีไม่ได้อาบน้ำ ข้าวกินวันละ 1 มื้อ คนช่วยกันจนไม่ไหวแล้ว จนยายไปต่อไม่ไหวแล้ว ค้างค่าเช้าห้อง 4 เดือนหมื่นกว่า กลิ่นตลบอบอวลตรงนั้นเลย เขาก็แจ้งมาที่ผม ผมก็ลองไปดูว่าลำบากจริงหรือเปล่า ก็พบว่าลำบากจริง ตอนนี้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พาเขาไปที่รพ. ถ้ามีค่าใช้จ่ายอะไรผมดูแลให้ ตอนนี้เขาได้ที่อยู่ใหม่ เจ้าของตึกก็ไม่เก็บค่าเช่าที่ค้างอยู่ ชาวบ้านได้มีเวลาไปทำมาหากิน ไม่ต้องมาคอยดูแล จาก 2 ปี 20 นาทีก็จบ พอผมไปทำครั้งนึงคนก็ทักมาเรื่อยๆ เดี๋ยวเราจะกลับไปทำให้ตามที่เอฟซีอยากให้ทำ

มันอยู่ในดีเอ็นเอพี่ไปแล้ว โซเชียลบางทีก็แรง ล่าสุดหมิวโดนเรื่องชุด เกิดอะไรขึ้น?

หมิว : หมิวอาจพลาด คิดน้อยไปหน่อย ทั้งชุดสีดำหมด แต่มีแถบเล็กๆ เป็นสีแดง คนก็ถามในไลฟ์สดว่าทำไมใส่สีแดง วันนั้นหมิวไม่ได้คิดอะไร เราก็คิดว่าเราพลาดจริงๆ ขอบคุณเอฟซีด้วยซ้ำ เราอาจคิดน้อยไป แต่โชคดีมีเอฟซีมาคอยเตือน คอยบอก อะไรที่เราปรับปรุงได้ เราก็จะปรับปรุง ตอนนั้นก็ใส่เสื้อคลุมแทน จะได้ดูเรียบร้อย ถูกต้องตามกาลเทศะ ทุกคนจะได้สบายใจด้วย 

มีดราม่าอีกเรื่อง เขาบอกพี่กันไม่ช่วยดันยอด?

กัน : (หัวเราะ) ตอนนี้ผมมีหมอแคนเข้ามาแล้วนะ ผมทำทุกอย่าง ผมเต็มจอไปหมดแล้ว อะไรไม่เคยทำ ผมทำ เต็มที่ให้หมด อะไรที่ผมทำให้ลูกค้าได้ผมทำเต็มที่เลย ผมทาครีมวันนึง7-8 แบรนด์ (หัวเราะ)

หมิว : ต้องมาส์ก ทำทุกอย่างค่ะ

อะไรไม่เคยทำก็เกิดขึ้นในไลฟ์?

กัน : เต็มที่เลย

มีช่วงนึงลงพื้นที่จนลูกสาวงอน?

กัน : ใช่ครับ เสียเวลาครอบครัวไปเยอะมาก ช่วงนั้น 

หมิว : เวลาป่ะป๊ากลับมาก็จะไม่ให้แตะเนื้อต้องตัว งอนเลยค่ะ แต่โทรมาจะเดินบ่ายเบี่ยง ไม่เข้ากล้อง ปิดหน้า มาก็ไม่ให้จับ

 กัน : เสียใจมาก ถ้าย้อนเวลาได้ผมก็อยากมีเวลาให้เขาเยอะขึ้น ผมเอาเวลาครอบครัวไปทำเพื่อคนอื่นเยอะมาก ครอบครัวก็สละให้คนอื่นเยอะมาก เสียดาย อยากมีเวลาให้เขา ก่อนหน้านี้ไม่เคยนั่งป้อนข้าวลูกเลยนะ ตอนนี้ได้ป้อนข้าวลูกมากกว่าที่เคยทำมาหลายปี  

ช่วงกันไปลงพื้นที่ หมี่เกี๊ยวระแวง?

หมิว : พอเขากลับมาโรงเรียน เขาจะถามว่าป่ะป๊าไปอีกแล้วเหรอ ไปนานอีกแล้วเหรอ จะกลับมาหาพวกเรามั้ย ทำไมป่ะป๊าต้องไปทำงาน ป่ะป๊าไม่รักเราแล้วเหรอ

 ใจจะขาดเลยมั้ย?

กัน : ผมไปตั้งแต่ลูกบอกว่าหน้าเหมือนคุณแม่แล้ว ผมเคยเสียน้ำตาเรื่องนี้ด้วย เป็นเรื่องที่มันบอกเลยว่าลูกไม่ได้อยู่กับผม เขาไม่ได้รู้สึกผูกพันกับผม คำพูดนี้ผมน้ำตาไหล แต่พอเขาบอกไม่รักแล้วเหรอ ไม่อยู่แล้วเหรอ ยิ่งเป็นคำพูดที่ผมรู้สึกว่าผมพลาด กับการที่เอาเวลาครอบครัวไปทำแบบนั้น 

ยิ่งมีกระแสทำให้ท้อ รับศึกภายในใจสองด้าน เอาเวลาไปดูแลสังคม สุดท้ายสังคมกระหน่ำเรา ลูกเราก็ไม่ได้อยู่ดู ตอนนั้นบอบช้ำแค่ไหน?

กัน : ผมก็รู้สึกเลยว่าหยุด คนอยู่กับผมทุกช่วงเวลา มีเอฟซีที่รักผม สองครอบครัว ไม่ว่าเกิดอะไรก็แล้วแต่ ครอบครัวก็อยู่กับผม หมี่เกี๊ยวต้องการผมตลอด แต่กลับกัน ผมกลับเลือกให้เวลาหมี่เกี๊ยวน้อยกว่าทุกๆ คน วันนี้ผมผมก็เลยเอาเวลาชดเชยให้ลูกให้มาก ทดแทนสิ่งที่ทำพลาดไป

ลูกพูดประโยคนนั้นมา พี่หมิวอธิบายลูกยังไง?

หมิว : จริงๆ มีหลายประโยค เรายังตกใจเลยว่าเด็กอายุ 3 ขวบ พูดได้ขนาดนี้เลยเหรอ เขาบอกป่ะป๊าจะทิ้งเราแล้วเหรอ ช่วงนั้นพี่กันหายไป 2 อาทิตย์ และไม่ได้โทรมาเลย ไม่ค่อยได้คุย เพราะเวลาไม่ตรงกัน เวลาลูกไปโรงเรียนเขาก็ไปช่วย กว่าจะว่างก็ดึก ลูกหลับไปแล้ว มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ช่วงแรกก็กระทบไปเยอะเหมือนกันค่ะ

สิ่งที่หมิวอยากบอกพี่กัน?

หมิว : สิ่งเดียวที่ขอมาตลอด แต่พี่กันก็ทำไม่ได้ แต่ก็เข้าใจด้วยบริบทหน้างานมันยุ่ง หมิวเคยขอให้เขาโทรหาลูกทุกวัน แต่ก็ยังโทรไม่ได้ เพราะบางทีเราสงสารลูก อย่างหมิวก็นอยด์บ้าง แต่เรามีเหตุผลในการซัปพอร์ตตัวเองอยู่แล้ว แต่หมี่เกี๊ยวไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งขนาดนั้น เราแคร์ความรู้สึกเขา ไม่ได้อยากให้เขารู้สึกว่าป่ะป๊าหายไปไหน ป่ะป๊าไปช่วยคนอื่น ไปทำประโยชน์ช่วยสังคม พยายามอธิบายอะไรที่จะทำให้จิตใจเขาดีขึ้น ให้เขามองพ่อในมุมบวก มุมพ่อเสียสละ เป็นฮีโร่ 

พี่กันรู้สึกยังไง?

กัน : วันอยู่หน้างาน อยู่ในป่า ผมเข้าใจทหารชั้นผู้น้อยที่เขามีครอบครัว เข้าไปมันไม่มีสัญญาณ ไม่ใช่อยากคุยกับใครตอนไหนก็ได้ เข้าไปกว่าจะออกมาก็หลายชม. ผมจะนัดหมี่เกี๊ยวว่าจะขอคุย 2-3 ทุ่ม แล้วความรู้สึกเหมือนตกขบวนรถไฟ เพราะทำไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมทำพลาด ไปอยู่เวลานั้น ผมทุ่มเทมากเลยนะ ใครอยู่หน้างานจะเห็น กินนอนอยู่ในป่าลึกๆ ไม่กลัวอันตราย ผมพยายามทำให้ทุกคน แต่พอมีปัญหาขึ้นมา มีบางคนรู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำมันไร้สาระ ไม่ได้มีประโยชน์ ไม่ได้ร้องขอ มึงทำทำไม ผมก็เออ จริงว่ะ เหมือนเราตกรถไฟฟรี เราสละให้คนอื่น จนลืมคนที่เรารักจริงๆ ก็ขอโทษนะ เดี๋ยวจะพยายามทำให้ได้มากที่สุด

 เจ็บแค่ไหน?

กัน : เจ็บนะ เสียใจมาก ผมเป็นลูกผู้ชาย ไม่ร้องไห้ เป็นสายโคตรอดทน แต่เรื่องลูกผมเซนซิทีฟมาก ผมรู้เลยผมทำพลาดเรื่องลูก ผมทำพลาดจริงๆ พลาดจนลูกบอกว่าลูกไม่ได้หน้าเหมือนผมแล้ว ทั้งที่ลูกหน้าเหมือนผมมาก เสียใจแต่ไม่สายเกินที่จะแก้ ผมก็ปรับปรุงทัน ตอนนี้ผมมีเวลาอยู่กับลูก เดี๋ยวจะแก้ไขให้ไม่พลาดแบบนี้ ช่วยคนก็ต้องมีเวลาให้ลูกให้ได้

 อยากบอกอะไรลูกสาว?

กัน : ตอนนี้หมี่เกี๊ยวหน้าเหมือนใครลูก

หมี่เกี๊ยว : หน้าเหมือนป่ะป๊า

กัน : ผมมีความสุขมาก เขาเริ่มเห็นผมอยู่ในชีวิตของเขา จะอยู่ในชีวิตเขาให้นานที่สุด จะเอาประสบการณ์ที่ผ่านมา มาสอน โลกนี้อาจโหดร้ายแต่จะสอนให้แข็งแกร่งจนอยู่บนโลกใบนี้ให้ได้ รักหนูนะลูก จะหาเวลาอยู่กับหนูให้เยอะๆ นะครับ 

หมิว : (น้ำตาไหล) ก่อนหน้านี้ตอนดราม่า ที่พี่กันบอกว่าท้อ ก็ไม่ได้ท้อแค่เขา มันทั้งครอบครัว เรารู้สึกว่าตลอดเวลา เข้าปีที่ 4 แล้วที่ทำแบบนี้มา เราทุ่มเทจริงๆ กับการทำเพื่อสังคม (ร้องไห้) หมิวอยู่กับลูกก็จริง ก็จะบอกลูกตลอดว่าถ้าวันนี้ป่ะป๊าอยู่กับเรา ป่ะป๊าจะช่วยสังคมไม่ได้นะ มีหลายคนที่เขารอความช่วยเหลือจากเรา เราเป็นความหวังเดียวกับเขา เราทำให้เขาพ้นความทุกข์ได้ หลายๆ คนอาจพลาดการได้รับความช่วยเหลือจากเขา เหมือนต้องได้อย่างเสียอย่าง พอดราม่าล่าสุดก็ทำให้แอบท้อ เวลาคนตั้งใจทุ่มเททำอะไรหลายๆ อย่าง จะมีฟีลเฟลๆ หน่อยๆ บ้าง หลักๆ หมิวไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ เป็นครั้งแรกเลยที่หมิวเห็นพี่กันร้องไห้ ตั้งแต่เป็นสามีภรรยามา ไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย อยากบอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หม่าม้ายินดีอยู่เคียงข้างป่ะป๊าไปตลอด (ร้องไห้) ไม่ว่าเจอเรื่องอะไร ดีร้ายแค่ไหน จะมีหม่าม้าอยู่ในชีวิตป่ะป๊าเสมอ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

สรุปดราม่าร้อน! ‘วู้ดดี้’โดนทัวร์ลงยับจนต้องระงับคลิป หลังรุมถกปม’นมไทยไม่ใช่นมวัวแท้’

สรุปดราม่าร้อน! 'วู้ดดี้'โดนทัวร์ลงยับจนต้องระงับคลิป หลังรุมถกปม'นมไทยไม่ใช่นมวัวแท้'

สรุปดราม่าร้อน! ‘วู้ดดี้’โดนทัวร์ลงยับจนต้องระงับคลิป หลังรุมถกปม’นมไทยไม่ใช่นมวัวแท้’

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.47 น.

8 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นดราม่าสนั่นโซเชียลทันทีเมื่อยูทูปช่อง “@WoodyWorldChannel” ที่มีผู้ติดตาม 4.24 ล้านคน ของพิธีกรชื่อดัง ” วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” ได้เผยแพร่คลิปในรายการ “Woody อเวนเจอร์” ตอนใหม่ ซึ่งมีการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับ “นม” ในประเทศไทย 

โดยคลิปที่ถูกเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลนั้นมีการพูดถึงประเด็น “นมวัว” โดยในคลิประบุข้อความว่า “คิดว่าเป็นนมวัวแท้? ความจริงคือ นมผงผสมสาร ทั้งนั้น” ซึ่งมีผู้ร่วมรายการได้กล่าวว่า “พี่วู้ดดี้รู้ไหมว่านมในไทย ส่วนมากมันไม่ใช่นมแท้ มันคือนมผงผสมบลาๆๆ” ก่อนที่ผู้ร่วมรายการอีกท่านจะกล่าวว่า “เรื่องนี้เซนซิทีฟมาก เพิ่งโดนดราม่าไป”

ก่อนที่จะกล่าวอีกว่า “เพราะว่าเป็นคนที่กินนมวัวเยอะตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่อยากให้สูง และก็สูงจริง สูง 175 แต่ผื่นขึ้นแขนมาตลอดโดยไม่รู้ว่าเป็น Lactose intolerance ” วู้ดดี้จึงตอบกลับว่า “ไม่ใช่ ไม่เชื่อพี่เข้าใจว่ามันรีดมาจากวัวไม่ใช่หรอ ในฟาร์มที่เขาใหญ่” ซึ่งหลังจากที่ ‘วู้ดดี้ วุฒิธร’ กล่าวประโยคนั้นจบ ทุกคนก็พูดขึ้นมารัวๆ ว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่” 

ต่อมาผู้ร่วมรายการอีกท่านได้พูดว่า “คือนมวัวที่รีดมาจริงๆ เนี่ยนะที่เราเห็นเนี่ย แปบเดียวมันบูดเลย คือรีดมาปุ๊บมันไม่ได้กินได้เลย” และผู้ร่วมรายการหญิงได้พูดเสริมว่า “พี่สังเกตเลยถ้าไปเมืองนอก ไปยุโรปกินชีสเขา ไปญี่ปุ่นกินแล้วทำไมท้องไม่อืดเหมือนกินอยู่เมืองไทย” ‘วู้ดดี้’ จึงถามกลับว่า “เพราะของเราใส่ผงหรอ” เธอจึงตอบว่า “ใส่หลายอย่างเลย” ‘วู้ดดี้’ได้ถามต่ออีกว่า “แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเป็นผง ไม่ผง ถ้ามันเขียนมา grass fed มันเป็นนมจริงจากวัวไหม” โดยผู้ร่วมรายการทั้ง 3 จึงตอบว่า “ถ้าเขาเขียนเราก็เชื่อนะ และ ถ้าเขียนได้ก็ถือว่าเชื่อ” 

พิธีกรจึงตั้งคำถามว่า “ถ้าผมเดินเข้าไปในซูเปอร์ฯไทยในวันนี้ ผมอยากได้นมจริง ผมต้องดูอะไร” ผู้ร่วมรายการจึงบอกว่า “grass fed ซึ่งมีน้อยมาก พี่หาได้ไหมหล่ะ” พร้อมทั้งบอกอีกว่า “ถ้าไม่อัดรายการสามารถบอกยี่ห้อได้เลยว่ายี่ห้อไหนไม่ใส่นมผง”

‘วู้ดดี้’ ได้ถามต่อว่า จะส่งผลต่อเด็กด้วยหรือไม่เพราะถ้ากินนมที่เป็นนมผง มันก็จะสู้นมวัวที่เป็นนมจริงๆ ไม่ได้ “สมมุตถ้าเอานมมาและสเปยร์ดรายเป็นผง 100% เพราะใส่น้ำแล้วก็กลับไปเป็นนมเหมือนเดิม แต่กระบวนการผลิตนมผงมันเป็นนมเพียวๆ ไม่ได้ มันต้องใส่สารอื่นมาด้วยเพื่อให้ผงมันอยู่ในลักษณะผงได้ไม่ชิ้นและละลายน้ำง่าย มันก็จะมี Additive ตัวอื่นมาที่เขาใส่ไปแต่เขาไม่ระบุให้ชัด”

ซึ่งคำพูดในคลิปตัวอย่างของทางรายการ “Woody อเวนเจอร์” ในประเด็นเกี่ยวกับ “นมไทย” ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในกลุ่มของผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณภาพของนมไทย ซึ่งในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ได้มีการแชร์คลิปของทางรายการมาวิพากษ์ วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยมีชาวเน็ต นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญรุมจวกคลิปนี้เนื่องจากเป็นการ “ด้อยค่านมไทย” เป็นอย่างมาก  พร้อมทั้งบอกอีกว่า พูดดังกล่าวไม่ใช่การตั้งคำถามแต่เป็นการชี้นำและให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวเท่านั้น 

ต่อมาทาง รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Jessada Denduangboripant” โต้แย้งและชี้แจงเป็น 7 ข้อ ว่าหลายประโยคที่รายการกล่าวถึงนั้น ยังไม่ถูกต้อง และอาจทำให้คนหวาดกลัวการดื่มนมอย่างไม่สมเหตุสมผล พร้อมกันนี้ ‘อ.เจษฎา’ ยังบอกอีกว่า  “นมในไทยหลายยี่ห้อมากครับ ที่เป็นน้ำนมโคสดแท้ 100% โดยมีเขียนไว้ชัดเจนที่ข้างกล่อง และก็เป็นยี่ห้อที่หาซื้อไม่ยากด้วย เช่น นมจิตรลดา , นมหนองโพ , นมไทยเดนมาร์ค , นมโฟร์โมสต์ ฯลฯ” ทั้งนี้ทั้งผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ นักวิชาการ รวมถึงกรมอนามัย ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ เรื่องการดื่มนมวัวด้วย

ซึ่งกระแสตีกลับไปที่รายการของ ‘วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา’ เป็นจำนวนมากจนล่าสุด วู้ดดี้ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวพร้อมทั้งลบคลิปโปรโมทออกไปแล้วและระบุว่า “รายการใหม่เย็นนี้ ยังไม่ออน แต่คลิป ค่อนข้างเป็นประเด็น.. มาไล่อ่านดู.. คิดว่าต้องปรับปรุงด่วน.. เรื่องการ เรียบเรียงกรองประเด็น โดยเฉพาะ คลิปสั้น promote.. แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เห็นข้อความนี้แล้ว .. ต้องเตือนตัวเองและทีมงานว่า.. ก่อนถ่ายทำ.. แคะก่อน!”

ต่อมา ‘วู้ดดี้ วุฒิธร’ ได้โพสต์ข้อความร่ายยาวว่า “จากคลิปรายการ Woody Avengers ตอน “อาหารที่คิดว่าดี อาจกำลังทำร้ายร่างกาย” ทำให้มีคนในโลกออนไลน์พูดถึงประเด็นเรื่อง “นม” กันมาก ทั้งในคอมเมนต์และหลายเพจที่ช่วยกันวิเคราะห์ผมและทีมได้อ่านทุกความคิดเห็น และขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจริง ๆ ครับ 

เข้าใจเลยครับว่าคลิปที่ออกไปอาจทำให้บางคนรู้สึกว่า รายการของเรากำลังบอกว่า “นมไม่ดี” หรือ “นมไทยด้อยคุณภาพ” ซึ่งไม่ใช่เจตนาของทีมเลยครับจุดประสงค์ของรายการ คืออยาก “ชวนทุกคนตั้งคำถามกับสิ่งที่เรากินอยู่ทุกวัน” เพราะบางทีสิ่งที่เราคิดว่ารู้…อาจยังรู้ไม่ครบอย่างไรก็ตาม เราเข้าใจดีว่า เรื่องโภชนาการเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากหากอธิบายไม่ครบ หรือพูดเพียงบางมุม อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ทีมงานจึงขอน้อมรับทุกคำแนะนำ และขอระงับการเผยแพร่คลิปชั่วคราวเพื่อทบทวน ตรวจสอบข้อมูล และปรับแก้ให้รอบด้านยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เรากำลังเตรียมตอนพิเศษร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และตัวแทนจากอุตสาหกรรมนมไทยเพื่อพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในทุกประเด็น เช่น • นมแบบไหนถึงจะเรียกว่า “นมแท้ 100%”? • ใครควรระวังเรื่องการดื่มนม? • “นมดีหรือไม่ดี” สำหรับแต่ละคนแตกต่างกันอย่างไร? • นมไทยวันนี้มีแบบไหน และต่างจากต่างประเทศอย่างไร? ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งในมุมวิชาการ เกษตร และปศุสัตว์ทุกคำแนะนำช่วยให้ทีมเราพัฒนาได้มากขึ้นจริง ๆ ครับขอบคุณจากใจทุกคนที่ติดตามและเติบโตไปพร้อมกับเรา … วด”

ใครสั่งหยุดยิง! ‘ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม’เปิดบทสนทนาถาม‘บิ๊กเล็ก’โทร.คุย‘แม่ทัพกุ้ง’หรือไม่

ใครสั่งหยุดยิง! ‘ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม’เปิดบทสนทนาถาม‘บิ๊กเล็ก’โทร.คุย‘แม่ทัพกุ้ง’หรือไม่

ใครสั่งหยุดยิง! ‘ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม’เปิดบทสนทนาถาม‘บิ๊กเล็ก’โทร.คุย‘แม่ทัพกุ้ง’หรือไม่

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.57 น.

‘ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม’โพสต์‘ใครสั่งหยุดยิง’ เปิดบทสนทนาถาม‘บิ๊กเล็ก’โทร.คุย‘แม่ทัพกุ้ง’หรือไม่ เจ้าตัวสาบานไม่เคยสั่งการ 

9 พฤศจิกายน 2568 นายวันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…

ใครสั่งหยุดยิง

ผมจะขอชี้แจงตรงนี้ ที่นี่ครั้งเดียวนะครับ ถึงเรื่องราว และคำถามว่าเหตุผลใดผมจึงมารับตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และตอนนี้กำลังขบวนการตัดต่อคลิป พยายามบ่งชี้ว่า “ใครสั่งแม่ทัพกุ้งหยุดยิง” แน่นอนมันเป็นการดิสเครดิตตัว ทำให้ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีกลาโหมเกี่ยวข้อง

ผมจะขอเริ่มต้นอธิบายถึงความสัมพันธ์ผมกับ “พี่เล็ก” พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ตามเหตุผลที่เรียงลำดับเป็นข้อๆ ดังนี้

1. โดยสัตย์จริง ผมได้พบกับ “พี่เล็กครั้งแรก” เมื่อต้นปีนี้ เพื่อติดต่อเข้าพบเข้ารับแนวทางแก้ไขปัญหา ในการเรียน วปอ. พี่ๆ ใน วปอ. ต่างทราบดี

2. หลานคนอาจมองว่าผมมาจากครอบครัวทหาร น่าจะรู้จักมักจี่กันมาก่อนแล้ว ไม่เลยครับ คุณพ่อผม จบเตรียมทหารรุ่น 4 พลเอกณัฐพล จบเตรียมทหารรุ่น 20 ห่างกันมาก และการรับราชการคนละพื้นที่ ไม่เคยบรรจบกัน คุณพ่อพบกับพี่เล็กครั้งเดียวในงานแต่งงานแห่งหนึ่ง พี่เล็กเค้ามาสวัสดีคุณพ่อผม ในฐานะที่คุณพ่อของผมเป็นรุ่นพี่ ของท่านเท่านั้น

3. พอมีเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านให้เกียรติโทรมาเชิญผมเป็น ที่ปรึกษา ของผู้อำนวยการ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดน ไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก)  ได้ร่วมงานกันเดือนกว่าๆ ก็ปิดตัวลง เพราะมีการเปลี่ยนรัฐบาลเกิดขึ้น

4. ช่วงปลายเดือนกันยายน ท่านโทรมาถามอย่างให้เกียรติว่า “อยากให้มาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี” อาจารย์สะดวกมั้ยครับ ผมจึงมีคำถามที่ต้องเคลียร์ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะรับตำแหน่งที่ปรึกษาฯ หรือไม่  ซึ่งตรงกับคลิปในกระแสที่กำลังสัมภาษณ์แม่ทัพพี่กุ้ง

ผมเรียนถามท่านว่า

ผม:  “การเจรจาหยุดยิงเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ค. พี่ได้โทรไปหาพี่กุ้ง มั้ยครับ”

พลเอกณัฐพล : “พี่ตอบอาจารย์จริงๆนะ พี่สาบาน พี่ไม่เคยโทรไป หรือสั่งการใดๆ กับกุ้ง หรือแม้แต่ ผบ.ทบ. เลย พี่เป็นทหารทำไมจะไม่รู้”

ผม:  “ถ้าอย่างนั้นเป็นคุณ….ใช่มั้ยครับ”

พลเอกณัฐพล: “พี่ไม่ก้าวล่วง และเข้าไม่ถึง…ด้วย”

ผม: “ครับ งั้นผมน่าจะเข้าใจแล้วว่าใคร ขอคิดเองคนเดียวนะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมยินดีเข้าร่วมทำงานกับพี่ครับ “

พลเอกณัฐพล : “พี่ขออย่างเดียว อย่าอวยหรือแก้ต่างให้พี่ ขอแค่ช่วยเอาความจริงมาบอกประชาชน พี่พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ พี่ห่วงแต่ว่า ถ้าอาจารย์เข้ามาตรงนี้ ชีวิตอาจารย์จะไม่เหมือนเดิม มีแรงกระแทกอย่างแน่นอน”

ผม : “ไม่เป็นไรครับ เพราะรัฐบาลนี้อยู่ไม่นาน ผมถือว่าไปเรียนรู้จากหน้างาน ได้ประสบการณ์จริง จะได้มาบอกเล่านะศึกษา หรือคนอื่นๆ ได้ครับ”…

5. วันที่ผมตอบรับตำแหน่ง พี่ๆ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ติดตาม หรือใกล้ชิดกับ แม่ทัพพี่กุ้ง ต่างบอกว่า “ดีแล้ว อาจารย์จะช่วยพี่เล็กได้มาก ช่วยกันคนละไม้คนล่ะมือ คนเข้าใจพี่เล็กผิดไปมาก และชอบเสี้ยมให้ขัดแย้งกับพี่กุ้ง” ไม่มีเลยครับ ทหารสักนายมาห้ามผม หรือห่วงใยว่าอย่าเข้าไปเลย

ผมยืนยันไม่ได้รู้จักท่านเป็นการส่วนตัวมาก่อนเลย ผมเองสมัยหนึ่งยังเคยวิจารณ์ให้คุณสุทิน คลังแสง เป็น รมว.กลาโหมต่อไป เลย ให้พลเอกณัฐพล รอก่อน เพราะอยากให้พลเรือนสามารถทำงานกับกองทัพได้ (คลิปหลักฐานไปหาดูในรายการ คมชัดลึก นะครับ)

คนมักกล่าวหาใส่ความอย่างมีอคติ ว่าท่านเป็นสปาย เป็นไส้ศึก ผมบอกว่าถ้าคิดอย่างนี้ทั้งกองทัพไทย ก็เป็นไส้ศึกกันหมดล่ะครับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดท่านปัจจุบัน เติบโตมาจากกรมยุทธการทหารบก ตามรอย ”พี่เล็ก“ มาเลย หรือ เสนาธิการทหารบกเป็นเพื่อนรักสนิทสนมกับ ผบ.ทบ.มาก ท่านยังเป็นน้องรักกับ รมว.กลาโหม ถ้ามีมูลเชื้อความหวาดระแวงกันอย่างนี้ พลเอกณัฐพล ไม่น่าจะได้รับการยอมรับจากน้องๆ ในกองทัพหรอกครับ ถ้าคนติดตามข่าวสารการเมืองการทหารมายาวนาน ถ้า ใครมีชื่อถูกเสนอมาเป็น รัฐมนตรีกลาโหม ถ้า ผบ.ทบ. ไม่เอาด้วย ก็ไปต่อยากนะครับ

เมื่อผมได้มีโอกาสติดตาม รมว.กลาโหม อาทิ ไปเยี่ยมทหารจากการสู้รบ ไทย-กัมพูชา ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  ท่านเองไม่อยากให้ลงข่าว กังวลจะมีคนกล่าวหาว่าสร้างภาพ (ถ้าคนคิดไม่ดีจะบอกว่า สงสัยสำนึกผิดเลยทำแบบนี้ ; อันนี้ผมดักคอไว้ก่อนเลยนะครับ จะมีคนคิดลบแบบนี้จริงๆ)

พวกผมและทีมงานข้อร้องและบังคับให้ลงภาพ ลงข่าว จะได้กระทุ้งไปยังส่วนการเมือง พรรคการเมืองให้เข้าใจทหารมากขึ้น ที่เค้าทำเพื่อประเทศ ราชบัลลังก์ และประชาชน (ผมถึงกล้าลงรูปหมวดบุ๊ค, หมวดป้อ ในเฟสบุ๊คไงครับ)

ทุกวันนี้ รมต. ยังไปดอดเยี่ยมทหารชายแดน พาผมไปเยี่ยมทหารเกณฑ์เค้ามีชีวิตกันอย่างไร ไม่เคยหยุดเสาร์-อาทิตย์

ป.ล. นี่คือที่มาความจริงทุกประการ ใครไม่พอใจจะเลิกติดตามผม ก็ได้นะครับ ถ้าเนื้อหาไม่ถูกใจใคร แต่ผมทนไม่ได้ขบวนการชี้หน้าใส่ร้ายว่าขายชาติ ใส่คนที่ทำงานด้วยความจงรักภักดี ไม่ปริปากบอกใคร ผมทนไม่ได้จำเป็นต้องชี้แจง ถ้าผมอยู่นิ่งเฉย ไม่ออกมาชี้แจงอะไรบ้าง ผมก็ไม่ควรสอนหนังสือใครได้แล้วครับ

‘ประธาน กมธ.แก้ รธน.’มั่นใจ 12 พ.ย. องค์ประชุมครบโหวตเคาะ‘กลไกยกร่างฯ’ได้

‘ประธาน กมธ.แก้ รธน.’มั่นใจ 12 พ.ย. องค์ประชุมครบโหวตเคาะ‘กลไกยกร่างฯ’ได้

‘ประธาน กมธ.แก้ รธน.’มั่นใจ 12 พ.ย. องค์ประชุมครบโหวตเคาะ‘กลไกยกร่างฯ’ได้

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.05 น.

‘ประธาน กมธ.แก้ รธน.’มั่นใจ 12 พ.ย. องค์ประชุมครบเดินหน้าโหวตเคาะ‘กลไกยกร่างฯ’ได้ ยันถกเข้มทุกมิติ ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล ป้องคนร้องในอนาคต ย้ำแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้แน่นอน

9 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. …. รัฐสภาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ว่า ขณะนี้เรามีการพิจารณามาแล้ว 8 ครั้ง แต่เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เราจะมีการลงมติว่าจะใช้รูปแบบกลไกในการยกร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะอย่างไร แต่ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งมาจากหลายปัจจัย เช่น กมธ. บางส่วนติดภารกิจในพื้นที่ หรือบางส่วนอาจจะยังมีความไม่เข้าใจว่าอาจจะมีอะไรที่หมิ่นเหมคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า วันที่ 12พ.ย.นี้ ประเด็นเรื่องการตัดสินใจว่าจะเลือกรูปแบบกมธ.ยกร่างหรือผู้พิจารณาในการจัดทำรัฐธรรมนูญรูปแบบใด จะเป็นประเด็นแรกที่มีการพูดคุยกัน และหากผ่านประเด็นนี้ไปได้ การเดินหน้าของ กมธ. จะเป็นไปตามกรอบเดิมที่วางไว้ แต่อาจจะต้องมีการขยับระยะเวลาการพิจารณาแล้วเสร็จออกไปเล็กน้อย แต่จะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า สว.ยังมีความกังวลและกังขาเรื่องที่มาส.ส.ร. มองว่าจะเป็นอุปสรรคทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือเป็นปัญหาหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ประเด็นนี้เราได้มีการทำความเข้าใจกันไปเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากพรรคใด แต่ท้ายที่สุดจะมีการตกลงร่วมกันของ กมธ. อย่างไรก็ตาม เราได้มีการพิจารณาทุกมิติที่มีข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราได้มีการกางบนโต๊ะ และพิจารณาร่วมกันว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้มีประเด็นใดที่จะสุ่มเสี่ยง ทั้งสุ่มเสี่ยงต่อการผิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องในภายหลัง ซึ่งเราพูดคุยกันตรงกันว่าเราพยายามที่จะปิดช่องโหว่หรือความสุ่มเสี่ยงตรงนั้นทั้งหมด

เมื่อถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่า วันที่ 12 พ.ย.นี้ จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ไม่มีองค์ประชุมล่มอีก นายณัฐวุฒิ กล่าวว่ามั่นใจ และเชื่อมั่นว่าการที่เราได้มีการนัดหมายล่วงหน้า และมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันนอกรอบมากขึ้น ตนยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดที่จะทำให้การตัดสินใจในวันที่ 12พ.ย.นี้จะไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนมั่นใจในกมธ.ทุกคนด้วยว่าไม่มีกมธ.คนไหนที่จะไม่สนับสนุนการปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉะนั้น เมื่อเรามีเจตนารมณ์ตรงกัน เรามุ่งมั่นในการปลดล็อกเพื่อนำไปสู่การแก้ไขในอนาคต ก็เชื่อมั่นว่ากมธ.จะมาประชุมกันครบ แม้กมธ. จะมาไม่ครบแต่เชื่อมั่นว่าองค์ประชุมจะทีครบถ้วนพอที่จะพิจารณาประเด็นนี้ต่อไปได้ รวมถึงได้ฉันทามติในข้อสรุปอื่นๆ ต่อไป

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญนั้น กมธ.คงไม่สามารถเป็นผู้กำหนดได้ เป็นในส่วนของรัฐบาลหรือสภา แต่ในส่วนของ กมธ. เราจะทำงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ หากจะการเปิดสมัยประชุมวิสามัญนั้น อาจเป็นไปได้ตั้งแต่เดือนพ.ย. หรือต้นธ.ค. ย้ำว่าเราจะทำหน้าที่ของ กมธ.ให้สมบูรณ์ที่สุด และไม่มีข้อขัดแย้งกันถึงขนาดที่จะไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้ รวมถึงเราไม่ได้นำประเด็นอื่นๆ มาเป็นข้อกังวล เช่น การยุบสภา หรือการใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันหรือไม่ ไม่ได้ถูกนำมาเป็นปัจจัยในการส่งผลต่อการเดินหน้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

‘ปชป.สุราษฎร์ธานี’มติเอกฉันท์ เลือก‘วัชระ เพชรทอง’เป็น‘หัวหน้าสาขา’คนใหม่

‘ปชป.สุราษฎร์ธานี’มติเอกฉันท์ เลือก‘วัชระ เพชรทอง’เป็น‘หัวหน้าสาขา’คนใหม่

‘ปชป.สุราษฎร์ธานี’มติเอกฉันท์ เลือก‘วัชระ เพชรทอง’เป็น‘หัวหน้าสาขา’คนใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.30 น.

‘ปชป.สุราษฎร์ธานี’มติเอกฉันท์ เลือก‘วัชระ เพชรทอง’เป็น‘หัวหน้าสาขา’คนใหม่

9 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องริมน้ำ โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ได้จัดให้มีการประชุมสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อจัดตั้งสาขาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเลือกคณะกรรมการชุดใหม่

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายวิรัช ร่มเย็น นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งผู้อำนวยการคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการสาขาแทนคณะกรรมการชุดเก่าที่หมดวาระ

ผลการเลือกตั้งมีมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย ลูกศิษย์นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าสาขาพรรค นายบุญทัย ศรีศุภลักษณาการ รองหัวหน้าสาขา รตอ.สุนทร ศรีภักดี เลขานุการ ภาวินทร์ เพ็ชรทอง รองเลขานุการ รตอ.อุดม สุขปาน เหรัญญิก นายจิรพล บุญยัง นายทะเบียน กรรมการอีก5คน มีนายทรงพล ชื่นอารมณ์(นายบาน ขานข่าว) นายสุเมธ จินะกุล นายประเสริฐศักดิ์ เอื้ออรรถการ นายบวรเศรษฐ เศวตศิลป์ และนายทวิวงศ์  บุญยัง โดยมีนายธรรมศักดิ์ ชะอุ่ม อดีตประธานสาขาพรรคร่วมแสดงความยินดี และที่ประชุมอนุมัติให้ตั้งสาขาพรรคที่บ้านเลขที่12-14ถนนริมแม่น้ำตาปี ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีริมแม่น้ำตาปี

การประชุมยังมีการปราศรัยเรื่องการทำงานมวลชนและเรื่องค่าไฟฟ้าแพงของนายกิตติชัย ใสสะอาด อดีตประธานสหภาพการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการบรรยายเรื่องวิธีจับคนซื้อเสียงเลือกตั้ง แล้วได้รางวัล1ล้านบาทต้องทำอย่างไรโดยนายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการถ่ายทอดสดทางเพจสืบจากข่าวและช่อง13สยามไทยตลอดรายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่กกต.และตำรวจสันติบาลเข้าสังเกตการณ์ตลอดการประชุม

‘จักรพล’จี้สว.เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง PM 2.5 กลับมา

‘จักรพล’จี้สว.เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง PM 2.5 กลับมา

‘จักรพล’จี้สว.เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง PM 2.5 กลับมา

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

‘จักรพล’จี้สว.เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง PM 2.5 กลับมา ชี้ไทยอาจเจอลากยาวถึง เม.ย.-พ.ค.ปีหน้า ลั่นไม่มีใครอยากใส่แมสก์ตลอด-เสี่ยงมะเร็งปอด

9 พฤศจิกายน 2568 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม  อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดการอากาศสะอาด กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ หลายๆ คนส่งภาพที่ กรุงเทพมหานครมาให้ดูว่า ท้องฟ้าที่กรุงเทพฯ เริ่มมีฝุ่น PM 2.5 มาแล้ว ทุกปีตนพูดมาตลอดว่าช่วงไตรมาส 4 เตรียมตัวได้เลย บางวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเช้าแทบมองไม่เห็นยอดตึกสูงด้วยซ้ำ และทุกปีประเทศไทยต้องเจอ PM 2.5 ตั้งแต่ปลายปียาวไปถึงช่วงเมษายนหรือพฤษภาคม วงจรอุบาทว์นี้จะจบเมื่อไหร่

นายจักรพล กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่กำลังอยู่ในชั้น สว. แต่ก็เห็นแววว่าจะโดนกลุ่มทุนสกัด อ้างเรื่องเป็นภาระภาคเอกชน ต่างชาติไม่มาลงทุน แต่เห็นหรือไม่ว่า ต้นทุนสุขภาพ ต้นทุนชีวิตของคนไทยมากกว่าเท่าไหร่ เราคงไม่มีใครอยากต้องมาใส่แมสก์กันตลอด หรือต้องเจอมะเร็งปอดในอนาคต ฉะนั้น ขณะนี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่วุฒิสภาที่จะเร่งพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ให้บังคับใช้ได้เร็วที่สุด อย่างน้อยเพื่อไม่ให้ปลายปีหน้าเราต้องเจอภาพอย่างนี้อีก และที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพพี่น้องคนไทย

‘วรชัย’ย้อน‘ปชน.’ วันนี้มีเทาได้เพราะมีส้ม จี้สอบสะพัดระดมทุน 2 พันล้านล้มรัฐบาลก่อน

‘วรชัย’ย้อน‘ปชน.’ วันนี้มีเทาได้เพราะมีส้ม จี้สอบสะพัดระดมทุน 2 พันล้านล้มรัฐบาลก่อน

‘วรชัย’ย้อน‘ปชน.’ วันนี้มีเทาได้เพราะมีส้ม จี้สอบสะพัดระดมทุน 2 พันล้านล้มรัฐบาลก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.00 น.

‘วรชัย’ย้อน‘ปชน.’ วันนี้มีเทาได้เพราะมีส้ม จี้สอบสะพัดระดมทุน 2 พันล้านล้มรัฐบาลก่อน

9 พฤศจิกายน 2568 นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ออกสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ว่า ขณะนี้ประชาชนกำลังร้องยี้กับสแกมเมอร์ที่มีข่าวพัวพันมาถึงนักการเมือง การที่พรรค ปชน.ออกสโลแกนเช่นนี้ เป็นวาทกรรมเพื่อดึงคะแนนผู้สนับสนุนนำไปสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า ใช้สถานการณ์เหมือนกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ใช้วาทกรรมว่า “มีเรา ไม่มีลุง”

นายวรชัย กล่าวต่อว่า ขณะนั้นคนเบื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เบื่อลุง ต้องการคนใหม่ๆ เข้ามาสู่การเมือง วันนี้ปัญหาสแกมเมอร์เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก และเกี่ยวพันถึงประเทศไทย มีข่าวลุกลามไปถึงนักการเมือง ฉะนั้น พรรคปชน.จึงหยิบฉวยโอกาส เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และพรรคปชน.ก็เคยหยิบมาอภิปราย จึงรู้ดีว่าใครเป็นอย่างไร ใครคือเทาที่ว่า

“ย้อนกลับไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นการลงนามเอ็มโอเอของส้มและน้ำเงิน ส้มรู้ดีใครจะมาร่วมรัฐบาล มีเทาหรือไม่มีเทา ถ้าบอกว่า มีเทา ไม่มีเรา หากคนในรัฐบาลมีเทาอยู่ ทั้งที่ส้มก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วผลักดันให้ได้เป็นรัฐบาล แบบนี้ผมขอเรียกว่า วันนี้มีเทา ได้เพราะมีส้ม และคงจำกันได้ก่อนล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ออกมาพูดว่าจะล้มรัฐบาล และคนออกมาปล่อยข่าวว่ามีการระดมทุนถึง 2 พันล้านบาทเพื่อล้มรัฐบาล และตั้งรัฐบาลใหม่ ที่บอกว่ามีเรา ไม่มีเทา ก็อยากให้ส้มไปตรวจสอบตรงนี้ด้วยว่าเงิน 2 พันล้านนั้นไปอยู่ที่ไหน ให้ใครเพื่อใช้ทำอะไร ถ้าอ้างตัวว่ามีเราไม่มีเทา ก็ควรเอาเรื่องนี้มาบอกให้ประชาชนรับทราบด้วย” นายวรชัย กล่าว

คนไทยใจเขมร! ใครขอให้‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง สมควรโดนโทษประหาร เชื่อปชช.รู้เป็นใคร

คนไทยใจเขมร! ใครขอให้‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง สมควรโดนโทษประหาร เชื่อปชช.รู้เป็นใคร

คนไทยใจเขมร! ใครขอให้‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง สมควรโดนโทษประหาร เชื่อปชช.รู้เป็นใคร

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

คนไทยใจเขมร! ใครขอให้‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง สมควรโดนโทษประหาร เชื่อปชช.รู้เป็นใคร

9 พฤศจิกายน 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” หัวข้อ “ใครขอให้หยุดยิง” ระบุว่า…

ใครขอให้หยุดยิง

หลังจากที่ได้ชมคลิป แม่ทัพกุ้งได้ออกมาเปิดเผย ผ่านการสัมภาษณ์ของเจ๊ปองว่า วันแรกที่ปะทะกับเขมร ช่วง 6 ชั่วโมงแรก มีคนขอให้หยุดยิง แต่แม่ทัพกุ้งไม่หยุด ที่สำคัญการขอให้หยุดยิง ตั้งข้อสงสัยว่าผิดแผนของเขมร

ฟังแล้วรู้สึกชื่นชม แม่ทัพกุ้งมากครับ ถ้าท่านเป็นคนที่แสวงหาผลประโยชน์ ท่านยอมทำตามคนที่ขอให้หยุดยิง ท่านแม่ทัพกุ้งอาจได้รับ การแบ่งปันผลประโยชน์ก็ได้ แต่ท่านต้องการยึดคืนแผ่นดินไทย ถือว่าหัวใจของท่านสุดยอดครับ

ในทางกลับกัน สิ่งที่แม่ทัพกุ้งเล่าให้ฟัง สะท้อนว่า คนไทยแต่ใจเขมรมีมากครับ เพราะผลประโยชน์ในดินแดนเขมรมีมาก ทั้งบ่อน บ่อนออนไลน์ สแกมเมอร์ การฟอกเงิน ผมคิดว่าประชาชนคงเดาไม่ยาก คนที่ขอให้หยุดยิงว่าเป็นใคร

เมื่อพูดถึงเรื่องอธิปไตย ข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้เชี่ยวชาญ ยังยืนยันว่า mouทั้ง43/44 จะเป็นกับดักที่อันตรายต่อชาติบ้านเมือง รวมทั้งการนำ LiDAR มาวัดสันปันน้ำ ทางภูมิศาสตร์ปัจจุบัน มีแต่ความเสี่ยงที่ทำให้ไทยเสียดินแดน

เพราะการแบ่งเขตแดนของสยาม กับอินโดจีนฝรั่งเศส ในอดีตร้อยกว่าปี สันปันน้ำคือแนวขอบหน้าผา ที่มองด้วยตาเปล่า ไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีที่ส่องมาจากด้านบน ซึ่งอาจจะถูกสำหรับ ข้อตกลงปัจจุบัน แต่ไม่ใช่เจตนาของสยามในอดีต

สังคมต้องระวังทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการที่ไม่มีจิตวิญญาณไทย คนที่ขอให้หยุดยิง คนไทยที่พยายามแสวงหาผลประโยชน์กับเขมร ยอมเขมร แต่ทำให้ไทยเรามีโอกาสเสียดินแดน สมควรที่จะนำไปประหารชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘แม่ทัพกุ้ง’แฉ! คำสั่งหยุดรบเขมร 6 ชม. หลังเปิดฉากปะทะ (ชมคลิป) 

‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.16 น.

‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น วางกรอบการโฆษณาใหม่ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว ชี้ต้องกระจายอำนาจท้องถิ่นกำกับดูแล สร้างโอกาสให้สุราชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

9 พฤศจิกายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วตามกฎหมาย ว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนบทบาทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ให้สามารถเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจได้ โดยมีการควบคุมผลกระทบทางสังคมไปพร้อมกัน ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ประกาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2535 ที่ล็อกไม่ให้มีการอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการการควบคุมการจำหน่ายแบบเหมารวม เกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อประกาศฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกประกาศสำนักนายกฯ ที่ออกตามกันมา เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว สามารถมีความต่อเนื่องทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยยังสามารถมีมาตรการควบคุมผลกระทบที่เหมาะสมอื่นๆ ได้อยู่ อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้ออกแบบให้สามารถกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาคได้ โดยเปิดให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการภายในจังหวัดที่มีส่วนร่วมของราชการภูมิภาค องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนและภาคสังคมที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมต่างๆ ทั้งเรื่องเวลาจำหน่าย สถานที่จำหน่าย และมาตรการในการคัดกรองผู้ซื้อและควบคุมผลกระทบได้ ซึ่งจะทำให้แต่ละจังหวัดสามารถมีมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ได้ เช่น ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตอาจมีมาตรการที่ผ่อนคลายกว่า ในขณะที่จังหวัดที่มีผู้อาศัยเป็นชาวมุสลิมมาก ก็อาจมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าได้ เป็นต้น

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ยังมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับยุคสมัยในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือสุราชุมชน ที่จากเดิมไม่มีช่องทางในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ผู้บริโภครู้จัก สามารถประชาสัมพันธ์ตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องรอกฎหมายระดับรองที่ทางฝ่ายบริหารต้องตราออกมาก่อน แต่กลับไม่เห็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเริ่มดำเนินการ แม้แต่คณะกรรมการฯ ก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง จนภาคเอกชนต้องออกมาทวงถาม เพราะห่วงว่าจะถูกเตะถ่วงให้ล่าช้าและเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวปลายปีนี้

“รายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว การปลดล็อกข้อจำกัดให้ภาคธุรกิจ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวม จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามฉันทามติที่สภาให้ไว้ อย่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ประเทศเสียโอกาสจากทุกวันที่ท่านทำเสียไป” นายชนินทร์ กล่าว