บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรื่องราวของคนจีนโพ้นทะเล เชื้อสายไหหลำ (ไห่หนาน Hainan) ที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยจากเกาะไหหลำทางใต้ของประเทศจีน  เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การอพยพที่น่าสนใจแต่กลับไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก  แม้จะมีจำนวนไม่มากหากเทียบกับจีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน หรือกวางตุ้ง ทั้งที่ชาวไหหลำเองก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยมาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจการเดินทางของพวกเขา ตั้งแต่เหตุผลในการอพยพ ช่วงเวลาที่เดินทางมาถึง แหล่งตั้งถิ่นฐาน ไปจนถึงบทบาทสำคัญที่ได้สร้างไว้ในประเทศไทย

ทำไมต้องอพยพ?

การอพยพของชาวจีนไหหลำส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ชิง (ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 24) สาเหตุหลักมาจากความยากจนและปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในบ้านเกิด ซึ่งเกาะไหหลำในขณะนั้นประสบปัญหาภาวะขาดแคลนที่ดินทำกินอย่างหนัก เนื่องจากประชากรหนาแน่นและพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาป่าทึบ ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีภัยธรรมชาติ เช่นพายุไต้ฝุ่น และสงครามกลางเมืองที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ชาวไหหลำจึงมองหาโอกาสใหม่ในดินแดนโพ้นทะเล และ สยาม (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ เนื่องจากมีเส้นทางเดินเรือที่สะดวกและมีนโยบายต้อนรับชาวจีนอพยพ

มาเมื่อไหร่และมาที่ไหน?

การอพยพของชาวจีนไหหลำเข้าสู่ประเทศไทยมีหลักฐานว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่การเดินทางมาอย่างหนาแน่นเกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 7 เดินทางโดยเรือสำเภามาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่แหล่งตั้งถิ่นฐานหลักที่ชาวไหหลำเลือก ได้แก่ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านตลาดน้อย ถนนสุรวงศ์ สำเพ็ง เยาวราช  นอกจากนี้ ยังมีชุมชนที่สำคัญในเมืองต่าง ๆ เช่น ภูเก็ต ระยอง ปัตตานี ชลบุรี  ระยอง และ พัทยา เนื่องจากภูมิประเทศใกล้ทะเล ทำให้สามารถนำความรู้ความชำนาญด้านการเดินเรือและการทำประมงมาใช้ได้เป็นอย่างดี

จากเรือประมงสู่ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม

เมื่อมาถึงประเทศไทย ชาวไหหลำส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการทำงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงและอาศัยความรู้ที่ติดตัวมาตั้งแต่บ้านเกิด อาชีพที่โดดเด่นของพวกเขาคือ การประมง และ การเป็นกุ๊กหรือพ่อครัว เนื่องจากมีฝีมือในการทำอาหารทะเลเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำอาหารจีนแบบไหหลำที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร้านอาหารไหหลำได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

จากจุดเริ่มต้นนี้เองที่ทำให้ชาวไหหลำหลายคนสามารถสร้างฐานะและขยับขยายธุรกิจไปสู่กิจการที่ใหญ่ขึ้น ทั้งใน ธุรกิจร้านอาหาร และ โรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทักษะด้านการบริการและความสามารถในการบริหารจัดการ อาชีพกุ๊กไหหลำจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นในครัวของโรงแรมหรู หรือแม้กระทั่งบ้านของเจ้านายและขุนนางชั้นสูง

สกุลสำคัญและบทบาทในปัจจุบัน

ชาวไหหลำที่ประสบความสำเร็จในเมืองไทยได้แก่สกุลจิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจกลุ่มเซนทรัล     แม้ว่าชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำจะไม่ได้มีจำนวนมากเท่ากับชาวจีนกลุ่มอื่น ๆ แต่บทบาทของพวกเขากลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในด้านอาหารและการท่องเที่ยว ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวของพวกเขาจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การอพยพเพื่อความอยู่รอด แต่ยังเป็นการสร้างและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าให้แก่สังคมไทยจวบจนปัจจุบัน

ในปีพ.ศ.  2563 รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนขนาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนเกาะไหหลำทั้งหมดให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2578  แผนนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างศูนย์กลางสำหรับการจัดหาเงินทุนนอกชายฝั่งและการซื้อสินค้าปลอดภาษี รวมถึงการใช้ภาษีที่ลดลงและข้อกำหนดวีซ่าที่ลดลงเพื่อช่วยดึงดูดธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ สินค้าทั้งหมดที่ขายจากไหหลำไปยังส่วนอื่น ๆ ของจีนจะถือเป็นสินค้านำเข้าตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป

โดย อาทร  จันทวิมล

ขอบคุณภาพจาก http://www.silpa-mag.com

Photo of the week : ‘ซูเปอร์มูน’ สุกสว่างเหนือท้องฟ้าทั่วโลก

Photo of the week : ‘ซูเปอร์มูน’ สุกสว่างเหนือท้องฟ้าทั่วโลก

Photo of the week : ‘ซูเปอร์มูน’ สุกสว่างเหนือท้องฟ้าทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชมความงามของ ‘ซูเปอร์มูน’ ที่สุกสว่างบนท้องฟ้าในคืนจันทร์เพ็ญจากหลายพื้นที่ทั่วมุมโลก เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นซูเปอร์มูนที่มองเห็นได้ใหญ่ที่สุดของปี 2568 และสามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้ชัดขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับขนาดดวงจันทร์ที่มองเห็นได้ตามปกติ โดย ‘ซูเปอร์มูน’ ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ มีชื่อเรียกว่า บีเวอร์มูน (Beaver Moon) เนื่องจากเชื่อกันว่าชื่อนี้ได้สะท้อนถึงกิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้นของตัวบีเวอร์ในช่วงนี้ของปี

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Science & Technology Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Science & Technology Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Science & Technology Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Stockholm และได้เยือนวัง มิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปะมาหลายแห่งแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บ้าง Museum of Science & Technology ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวจะพบว่ามิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมักออกแบบให้รองรับการเยี่ยมเยือนจากเด็กเป็นส่วนใหญ่ด้วย การเยือนมิวเซียมประเภทนี้จึงไม่เพียงประเทืองปัญญา ได้เห็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ได้เรียนรู้ว่าประเทศที่เราเยือนเป็นเจ้าของเทคโนโลยีอะไร และยังให้โอกาสได้ลับสมองอีกต่างหากด้วย มิวเซียมที่มีชื่อเต็มว่า National Museum of Science and Technology นี้ถูกตั้งขึ้นในปี 1924 โดยความร่วมมือระหว่าง The Royal Swedish Academy of Engineering Science, The Confederation of Swedish Enterprise, The Swedish Inventors’ Association และ Swedish Association of Graduate Engineers

ส่วนอาคารที่จัดแสดงซึ่งเปิดทำการครั้งแรกในปี 1936 นี้ถูกออกแบบโดย Ragnar Hjorth ซึ่งได้รับรางวัล Royal Medal ในปี 1914 เขาเป็นอาจารย์ที่สอนภาควิชา Architectural History ที่ Academy of Fine Arts ก่อนไปศึกษาต่อในหลายประเทศตั้งแต่ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี และย้อนกลับมาเป็นหัวหน้าภาควิชาเดิม นอกจากอาคารนี้แล้ว เขายังออกแบบอาคารดัง ๆ อีกหลายแห่งในสวีเดน อาทิ Idunhallen ที่ Skansen, อาคารมูลนิธิโนเบล อาคาร Holland Museum ใน Halmstad อีกทั้งยังเป็นผู้ออกแบบปรับปรุงอาคารโบสถ์ และ Gustav III’s Pavilion ที่ Haga Palace ด้วย มิวเซียมกลายเป็นมูลนิธิในปี 1947 และได้เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลทางด้านการเงินโดยรัฐบาลในปี 1964

อาคารที่มีพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตรนี้ได้รับรางวัล Museum of the Year จาก National Association of Museum ในปี 2016 โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น The Favorite Place of all small geniuses ยิ่งกว่านั้นปีต่อมามิวเซียมยังได้รับรางวัล The Children in Museums จาก The International Association of Children in Museums จากผลงานการจัดแสดงนิทรรศการที่ออกแบบอย่างมีคุณภาพ และสามารถเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีพื้นฐานงานวิจัยและการพัฒนาเนื้อหาอย่างจริงจังจนสามารถยกระดับใหม่ให้กับพิพิธภัณฑ์เด็กอีกต่างหากด้วย

ของจัดแสดงในมิวเซียมประกอบด้วยหลากหลายเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยมักเริ่มเล่าตั้งแต่ที่มาของสิ่งประดิษฐ์นั้น ๆ การเข้ามาสู่ประเทศ วิวัฒนาการโดยมีการบรรยายและของจัดแสดงเรียงตามลำดับให้ชมอย่างล้นหลาม อาทิ เครื่องโทรศัพท์ เรื่องราวที่เกี่ยวของกับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะสมอง การทำงานของสมอง การผ่าตัด เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจร่างกายและรักษา อนาคตการรักษา การใช้ AI มาพัฒนาการรักษาและชีวิต เรื่องสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของอากาศ โลกร้อน พัฒนาการของรถยนต์ รถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังอาจเข้าชมเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ตามความต้องการเพราะมีอีกหลายหมวดหมู่ การเยือนมิวเซียมประเภทนี้จึงมักไม่เพียงได้เห็นวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์ และสนุก ยังประเทืองปัญญาด้วย

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วารสาร Nature Medicine เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา ระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่ อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยระบุว่าการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-21 (Shenzhou-21) ทั้ง 3 นาย ที่เพิ่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกงของจีนเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ร่วมฉลองเตาทำอาหารที่เพิ่งติดตั้งเสร็จใหม่ๆ ภายในสถานีอวกาศเทียนกงพร้อมกับทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-20 ที่ประจำการอยู่ก่อนหน้า ด้วยการทำบาร์บีคิวไก่ โดยนำปีกไก่เข้าไปอบภายในตู้ทำอาหารที่เพิ่งติดตั้งภายในสถานีอวกาศ รอเพียง 28 นาที บาร์บีคิวไก่ที่นำออกจากเตาอบก็สุกพอดี พร้อมให้รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็นอาหารมื้อพิเศษที่แตกต่างจากอาหารที่กินกันเป็นประจำบนสถานีอวกาศ ซึ่งปกติจะเป็นอาหารแช่แข็งที่นำมาอุ่นก่อนรับประทานเป็นส่วนใหญ่ แต่การทำบาร์บีคิวกินกันแบบนี้ แทบไม่ต่างจากการทำอาหารกินเองในครัวที่บ้านเลย

นอกเหนือจากบาร์บีคิวปีกไก่แล้ว ลูกเรือยังทำบาร์บีคิวเนื้อวัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเพิ่มอีกเมนูหนึ่งด้วย ถือได้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์ทำครัวใหม่บนสถานีอวกาศเทียนกง ช่วยให้คุณภาพชีวิตของนักบินอวกาศดีขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-21 ประกอบด้วย จางลู่ รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการ, อู่ เฟย วิศวกรการบินประจำยาน และ จางหงจาง ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บรรทุก จะปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเทียนกงหลังจากนี้ไปอีก 6 เดือน ส่วนทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-20 มีกำหนดจะเดินทางกลับโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

คุณแหน : 9 พศฤจิกายน 2568

คุณแหน : 9 พศฤจิกายน 2568

คุณแหน : 9 พศฤจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชตติ ฯ  เสด็จไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  สำหรับฤดูหนาว ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๖ พ.ย. ๒๕๖๘  ที่ผ่านมา ……
  • คณะอักษาศาสตร์ จุฬาลงกรร์มหาวิทยาลัย เผยแพร่คำประพันธ์ ถวายความอาลัยแก่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีกลวง ประพันธ์ โดย ผศ.ดร. ประพจน์  อัศววิรุฬการ   ขออนุญาตินำมาลง   “เสด็จมาเปนสิริรัฐราษฎร์  เสด็จมาเปนกิติประสาทสาร เสด็จไปทรงสิรินิรันดร์กาล เสด็จไปกิติพิมานสวรรค์เทอญ”  เป็นบทกลอนที่มีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง …..     
  • ภาพ อนุทิน  ชาญวีรกุล ( นายกไทย )  จับมือก่อนหารือทวิภาคี กับ ประธานาธิบดี สี จื้นผิง ( จีน ) ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ  กับสภาที่ปรึกษา APEC  ที่สาธารณะรัฐเกาหลี  สี จิ้นผิง กล่าว  ยืนยันผลักดันความร่วมมือไทย – จีน ทุกมิติ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นข่าวดีกับประเทศไทย ……   
  • มาฟังรมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล  นาคพาณิชย์  “เรากำลังหารือเรื่องการปล่อยเชลยศึกทั้ง๑๘ คน ดังนั้นถ้าไม่สามารถเคลียร์ปราสาทตาควายได้  เราจะไม่คุยเรื่องอื่นอีกต่อไป และจะไม่มีการคุยกันอีก”  ( ส่วนเรื่องทหารขอทำฟัน ให้เสร็จก่อน จะอยู่ในข้อตกลงหรือเปล่า???) …… 
  • และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว  ” ทราบว่าจะมีการปล่อยตัว วันที่ ๑๒ พ.ย. ๖๘  แต่ต้องยืนยันกับฝ่ายทหารอีกครั้ง ซึ่งการจะปล่อยตัวเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางการไทย กำหนดไว้ คือ การเคลื่อนย้ายอาวุธหนักต่างๆและการเปิดพื้นที่ให้ทางไทย เข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิด  ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไข ” …….   
  • ได้อ่าน เทา สีส้ม ของ ผักกาดหอม ว่า  ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคป.ช.ช. แต่งตั้ง คณิสร เป็นผู้ช่วยสส. เมื่อปี ๖๕  ขณะเรียนชั้น ม. ๔  ไม่ทราบว่าสำนักงานเลขาณุการ ส.ส. ผ่านคุณสมบัติ และหน้าที่ของผู้ช่วยได้อย่างไร ?  ถ้าเป็นจริงเรื่องนี้จะโทษใคร??? …….   
  • คุณหมอการุณ  และ คุณหมอจันทร์เต็ม  เก่งสกุล  ยกบุตรชาย กฤษฎา (กอล์ฟ) ให้ กานต์ธิดา  กลิ่นสุข บุตรสาวของ พีรพงษ์ – สุชาดา  กลิ่นสุข   อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  และมีพิธีการต่างๆตามประเพณีไทย ตั้งแต่ ๗ โมงเช้า จนถึง ๑๐ .๓๐ น.  เสาร์ ๑๕  พ.ย. ๖๘  ณ เรือนทิพวรรณ  ร.ร.แกรนด์ริชมอนด์   และร่วมรับประทานอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติ์ แก่คู่บ่าว สาว …….


น้องนิ่ง….นิ่ง….. 

‘คุณน้ำผึ้ง’เที่ยวเจาะลึก Unseen สามพันโบก

‘คุณน้ำผึ้ง’เที่ยวเจาะลึก Unseen สามพันโบก

‘คุณน้ำผึ้ง’เที่ยวเจาะลึก Unseen สามพันโบก

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้ “คุณน้ำผึ้ง – ดร.ณฐภา กิติยากร มาสัมผัสกับ Unseen สามพันโบก อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี แบบรู้ลึกรู้จริง…!!

งานนี้ได้กูรูกิตติมศักดิ์อย่าง “อาจารย์เรืองประทิน เขียวสด” ผู้สำรวจและบุกเบิกสามพันโบก  พาเจาะลึก  เริ่มจากต้นจามจุรีรากลอยฟ้า อายุ 100 กว่าปี เป็นต้นไม้แห่งกาลเวลา ติด 1 ใน 88 ต้นไม้ทรงคุณค่า ได้รับให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดินปี 2562  จากนั้นนั่งเรือชมปากบ้อง เป็นจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง ระหว่างล่องเรือยังเห็นวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านตลอด 2 ฝั่งโขงเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีจุดแวะเที่ยวหลายจุดไม่ว่าจะเป็น ผาวัดใจ, ผาหินศิลาเลข มีอายุกว่า 200 ปี สมัยสงครามโลกฝรั่งเศสแกะเลขไว้

‘ช่อง 3’ จับมือ ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ นำสินค้า GI ไทยร่วมเปิดบูธในงาน ‘แจ๋วแซ่บเฟ่อร์ ครั้งที่ 5’

‘ช่อง 3’ จับมือ ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ นำสินค้า GI ไทยร่วมเปิดบูธในงาน ‘แจ๋วแซ่บเฟ่อร์ ครั้งที่ 5’

‘ช่อง 3’ จับมือ ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ นำสินค้า GI ไทยร่วมเปิดบูธในงาน ‘แจ๋วแซ่บเฟ่อร์ ครั้งที่ 5’

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับการร่วมมือกันของ ช่อง 3 กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมเดินหน้าขยายช่องทางการตลาดสินค้า GI ร่วมออกบูธในงาน “แจ๋วแซ่บเฟ่อร์ ครั้งที่ 5” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น G เซ็นทรัลปิ่นเกล้า โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มุ่งโปรโมทมาตรฐานสินค้าที่เปรียบเสมือนชื่อเสียงของท้องถิ่น นำสินค้าที่มีปัจจัยมาจากธรรมชาติและใช้วัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาชวนทุกท่านร่วมช้อปชิมสุดฟินกับความภาคภูมิใจในสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของไทย

เริ่มต้นกันที่ (บูธที่ 63) ปลาทูแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นปลาทูที่มีลักษณะเฉพาะตัว หน้างอ คอหัก  ตัวสั้น เนื้อแน่น มันและหวาน มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ปลาทูนึ่ง ปลาทูซาเตี๊ยะ ปลาทูสามรส ปลาทูแดดเดียว ปลาทูมัน ผัดพริกปลาทู ผัดฉู่ฉี่ปลาทู และ หอยดองแม่กลองพร้อมเครื่องยำ ต่อกันที่ (บูธที่ 65) กุ้งก้ามกรามบางแพ จ.ราชบุรี เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ มีเปลือกสีน้ำเงินมันเงา ก้ามสีน้ำเงินหรือสีครามปนสีทอง เนื้อแน่นเต็มเปลือก เมื่อสุกจะมีรสชาติหวาน มีมันมาก และไม่มีกลิ่นคาว นำมาจำหน่ายหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น กุ้งอบซอส ผัดหมี่กุ้งใหญ่ กุ้งเนื้อ (นึ่ง,ทอด,เซีย) พริกเผามันกุ้ง และ มันกุ้งปรุงรส

ทางด้านผลไม้ไทยก็ไม่น้อยหน้า (บูธที่ 64) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจแห่งลุ่มน้ำปากพนัง นำมาจัดจำหน่ายภายในงาน ทั้งส้มโอเป็นลูกและเป็นแพค พายชีสส้มโอ ยำส้มโอ และ ตำส้มโอ ปิดท้ายกันด้วย (บูธที่ 66) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของเนื้อมะพร้าวที่มีความเหนียวนุ่ม น้ำมะพร้าวมีรสหวานและกลิ่นหอมคล้ายใบเตย นำมาให้ทุกท่านได้ชิมกันหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น น้ำมะพร้าวปั่น มะพร้าวแก้ว วุ้นมะพร้าวพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน มะพร้าวเป็นลูก มะพร้าวถอดเสื้อ รวมถึงนำมาทำทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ และ ทองม้วนไส้มะพร้าว

ความร่วมมือครั้งนี้ของช่อง 3 และ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แต่ยังช่วยสร้างรายได้และเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ จึงขอชวนทุกท่านมาร่วมอุดหนุนสินค้า GI ไทย และพบกับนักแสดงสุดฮอต และพิธีกรชื่อดังที่ทางช่อง 3 ยกทัพมาให้กระทบไหล่แฟน ๆ อย่างใกล้ชิดตลอด 7 วันเต็มในงาน “แจ๋วแซ่บเฟอร์” ณ ชั้น G เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2568 ห้ามพลาดเด็ดขาด!

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดสารนารถธรรมาราม’ สักการะคุณแม่บุญเรือน อร่อยกับอาหารทะเล จ.ระยอง

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดสารนารถธรรมาราม’ สักการะคุณแม่บุญเรือน อร่อยกับอาหารทะเล จ.ระยอง

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดสารนารถธรรมาราม’ สักการะคุณแม่บุญเรือน อร่อยกับอาหารทะเล จ.ระยอง

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง  พาไปทัวร์ วัดสารนารถธรรมาราม จ.ระยอง  อีกหนึ่งวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับ คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ที่น้อยคนจะรู้  ส่วนมากจะรู้กันว่าจะไปสักการะคุณแม่บุญเรือนต้องไปกันที่ วัดอาวุธวิกสิตาราม หรือวัดสัมพันธวงศ์   แต่วัดนี้ก็มีความเกี่ยวข้องอย่างมากด้วย  แต่จะมีความเกี่ยวข้องกับคุณแม่อย่างไร  ต้องติดตามได้เต็ม ๆ ในรายการ หนุ่มแท่ง อารามทัวร์

มาถึงวัดสารนารถธรรมาราม นอกจากสักการะคุณแม่แล้ว ต้องมากราบขอพรพระพุทโธคลัง  ซึ่ง หนุ่ม-แท่ง จะมาบอกเคล็ดและวิธีการไหว้แบบครบถ้วน   จากนั้นไปต่อกันที่ มหาอุโบสถ ที่นี่ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทโธคลัง ยอดฉัตรเป็นทองคำ มีน้ำหนักกว่า 200 บาท เดินชมบ่อน้ำมนต์คุณแม่บุญเรือน  น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่ารักษาโรคได้  และอีกจุดสำคัญ ศาลามณเฑียร  ที่นี่ประดิษฐานรูปหล่อคุณแม่บุญเรือนเอาไว้ ให้ผู้คนที่มาได้กราบไหว้รูปเหมือนของท่านด้วย จากนั้นก่อนกลับ หนุ่ม แท่ง พาแฟน ๆ แวะเติมพลังแบบอร่อยตบโต๊ะที่ ร้านเจี๊ยงโภชนา  ร้านอาหารทะเลสไตล์ไทยจีนที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เปิดให้บริการความอร่อยมาแล้วกว่า 40 ปี นับเป็นร้านที่ห้ามพลาดของ อ.แกลงเลยทีเดียว  โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “วัดสารนารถธรรมาราม เป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวจังหวัดใกล้เคียง ระยอง สามารถมากราบขอพรคุณแม่บุญเรือนกันได้ ไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพ หรือใครมาเที่ยวระยองก็อย่าลืมแวะมาวัดสารนารถธรรมาราม รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ”

‘มิตรรัก ทั่วไทย’ พาเที่ยวเมืองโอ่งมังกร จ.ราชบุรี

‘มิตรรัก ทั่วไทย’ พาเที่ยวเมืองโอ่งมังกร จ.ราชบุรี

‘มิตรรัก ทั่วไทย’ พาเที่ยวเมืองโอ่งมังกร จ.ราชบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย  ตามหาของดีที่ เมืองโอ่งมังกร จ.ราชบุรีเปิดรายการกันที่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของ จ.ราชบุรี “มังกรพันโอ่งพ่นน้ำ” ตั้งอยู่บนเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ริมแม่น้ำแม่กลอง ก่อนที่จะพาไปตามหาร้านเด็ดของ จ.ราชบุรี   งานนี้พ่อเอ ลูกแป้งพาไปร้าน “ก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรราชบุรี” เป็นร้านที่ดึงเอาสัญลักษณ์ของเมืองราชบุรี มาประดับตกแต่งร้าน นั่นก็คือ โอ่งมังกร  จุดเด่นของร้านคือการใช้ภาชนะ ชาม เครื่องปรุง แก้ว ที่ใส่กระดาษทิชชู หม้อต้ม โต๊ะ เป็นโอ่งมังกรทั้งหมด  งานนี้พ่อเอ ลูกแป้งขอชิมก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ที่มีถึง 3 แบบทันที

อิ่มท้องแล้วได้เวลาไปตามหาของดีกันต่อที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูหลุมอินทรีย์ ตำบลดอนแร่ ไปดูฟาร์มหมูหลุมแบบครบวงจร ที่แรกในประเทศไทย ฟาร์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อนบ้าน ปลอดการใช้ยาภายในฟาร์ม ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำเสีย ไม่มีแมลงวัน ผสมอาหารเอง  พาไปดูวิธีเลี้ยงหมูหลุม การทำอาหารให้หมูหลุม ต่อด้วยการแปรรูป ดูวิธีการทำ
ไส้อั่วหมูหลุม และการชิมก๋วยเตี๋ยวหมูหลุม ก่อนกลับ  พ่อเอ-ลูกแป้ง  ไม่ลืมที่จะช่วยกันนำเสนอของเด็ดของดีของชุมชน  ซึ่งใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหน ที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  อยากอุดหนุน สนับสนุนไปลองชิม สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv