ทรัมป์สั่งบอยคอตต์ประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ อ้างเข่นฆ่าคนผิวขาว

ทรัมป์สั่งบอยคอตต์ประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ อ้างเข่นฆ่าคนผิวขาว

8 พ.ย. 2568 23:52 น.

ทรัมป์สั่งบอยคอตต์ประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ อ้างเข่นฆ่าคนผิวขาว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า จะไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ หลังจากเขากล่าวอ้างว่า กำลังมีการเข่นฆ่าคนผิวขาวในแอฟริกาใต้ โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุน

เมื่อ 8 พ.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งผู้แทนไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ หลังจากผู้นำสหรัฐฯ รายนี้กล่าวอ้างว่า กำลังมีการเข่นฆ่าคนผิวขาวในแอฟริกาใต้ โดยที่ไม่มีการเปิดเผยหลักฐานที่แน่ชัด

ข้อความของนายทรัมป์ที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า เป็นเรื่องที่ “เสื่อมเสียอย่างสิ้นเชิง” ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพการประชุม G20 ซึ่งผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกจะมารวมตัวกันที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กในช่วงปลายเดือนนี้

“ชาวแอฟริกันเนอร์ (กลุ่มคนที่สืบเชื้อสายมาจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวดัตช์ รวมถึงผู้อพยพชาวฝรั่งเศสและเยอรมัน) กำลังถูกฆ่าและสังหาร และที่ดินและฟาร์มของพวกเขากำลังถูกยึดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” โพสต์ของนายทรัมป์ระบุ และว่า “จะไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าร่วมตราบใดที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไป”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่า แอฟริกาใต้ไม่ควรอยู่ในกลุ่ม G20 และเขาจะส่ง รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) ไปแทนตัวเขา แต่ตอนนี้ทำเนียบขาวระบุว่า จะไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนใด เดินทางไปร่วมการประชุมเลย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของแอฟริกาใต้ระบุว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ “น่าเสียใจ”

“รัฐบาลแอฟริกาใต้ขอชี้แจงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า การนิยามว่า ชาวแอฟริกันเนอร์เป็นกลุ่มคนผิวขาวเท่านั้นนั้นเป็นสิ่งที่ผิดหลักประวัติศาสตร์” แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศของแอฟริกาใต้ระบุ “นอกจากนี้ ข้อกล่าวอ้างที่ว่าชุมชนนี้กำลังเผชิญกับการเข่นฆ่า ก็ไม่มีข้อเท็จจริงยืนยัน”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม นายทรัมป์กล่าวหาแอฟริกาใต้อย่างต่อเนื่องว่า เลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยผิวขาว โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาหยิบยกเรื่องนี้มาพูดกับนาย ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ขณะที่ทั้งคู่พบปะพูดคุยกันที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว

ในเดือนเดียวกันนั้น รัฐบาลของทรัมป์ได้มอบสถานะผู้ลี้ภัยให้แก่ชาวแอฟริกันเนอร์ โดยระบุว่ากำลังเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแอฟริกาใต้ และเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำเนียบขาวก็ประกาศแผนจำกัดโควตารับผู้ลี้ภัยจนต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และจะให้ความสำคัญกับการรับผู้ลี้ภัยผิวขาวชาวแอฟริกาใต้เป็นอันดับแรก

ด้านรัฐบาลแอฟริกาใต้ออกมาโต้แย้งว่า ข้อกล่าวอ้างเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนผิวขาวนั้น “ถูกหักล้างอย่างกว้างขวางและไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือสนับสนุน” พร้อมทั้งชี้ว่า ชาวแอฟริกาใต้มีการตอบสนองต่อข้อเสนอรับผู้ลี้ภัยของสหรัฐฯ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือไต้ฝุ่น “ฟงวอง” หลัง “คัลแมกี” ถล่มดับ 200 ศพ

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือไต้ฝุ่น “ฟงวอง” หลัง “คัลแมกี” ถล่มดับ 200 ศพ

8 พ.ย. 2568 22:37 น.

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือไต้ฝุ่น “ฟงวอง” หลัง “คัลแมกี” ถล่มดับ 200 ศพ

ทางการฟิลิปปินส์สั่งอพยพประชาชนและหยุดการเรียนการสอน เพื่อเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่น “ฟงวอง” ซึ่งกำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในเร็วๆ นี้ ย้ำเตือนความเสียหายจากพายุคัลแมกี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 200 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 พ.ย. 2668 ว่า ฟิลิปปินส์กำลังเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่น “ฟงวอง” (Fung-wong) ซึ่งคาดกันว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น โดยตอนนี้มันมีความเร็วลมอย่างน้อย 185 กม./ชม. และจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (9 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นเป็นอย่างเร็วที่สุด

กรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ (Pagasa) เตือนว่า พายุลูกนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (สตอร์มเซิร์จ) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยทางการสั่งให้โรงเรียนหลายแห่งยกเลิกการเรียนการสอนในวันจันทร์นี้ (10 พ.ย.) หรือเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์แทน ขณะที่สายการบิน ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศจำนวนหนึ่ง

Pagasa คาดว่าไต้ฝุ่นฟงวองจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อขึ้นฝั่ง แต่มีแนวโน้มที่จะยังคงมีสถานะเป็น “ไต้ฝุ่น” ในขณะที่มันเคลื่อนตัวอยู่เหนือเกาะลูซอน โดยพื้นที่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ได้เริ่มประสบกับฝนตกหนักและลมแรง จากอิทธิพลของพายุลูกนี้แล้ว

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์คาดด้วยว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไม่มากก็น้อย แต่มีความกังวลเป็นพิเศษในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งรวมถึงเกาะเล็ก ๆ อย่าง คาตันดัวเนส (Catanduanes) ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะลูซอน

โฆษกสำนักงานป้องกันพลเรือนฟิลิปปินส์ระบุว่า ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ ได้รับคำสั่งให้เร่งอพยพไปยังที่สูงก่อนที่พายุจะมาถึง โดยการอพยพจะต้องเสร็จสิ้นภายในเช้าวันอาทิตย์เป็นอย่างช้าที่สุด และไม่ควรพยายามอพยพในขณะที่มีฝนตกหนักและลมแรง

ทั้งนี้ การมาของไต้ฝุ่นฟงวองทำให้เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือเหยื่อพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” หนึ่งในพายุรุนแรงที่สุดในปีนี้ ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่ภาคกลางของฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มเป็นวงกว้าง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 204 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 100 คน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศภาวะภัยพิบัติทั่วประเทศ หลังการพัดผ่านของไต้ฝุ่นคัลแมกี และเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกต่อไป โดยประกาศนี้จะทำให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจมากขึ้นในการเข้าถึงงบประมาณฉุกเฉิน และเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการส่งมอบสินค้าและบริการที่จำเป็นไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ยืนยัน’น้ำนมโคสดไทย’ปลอดภัยทุกหยด คุมเข้มตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ยืนยัน'น้ำนมโคสดไทย'ปลอดภัยทุกหยด คุมเข้มตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ยืนยัน’น้ำนมโคสดไทย’ปลอดภัยทุกหยด คุมเข้มตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.26 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ยืนยัน”น้ำนมดิบไทย”ปลอดภัยทุกหยด ภายใต้การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการผลิตทุกขั้นตอน เดินหน้าส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์นมคุณภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวเรื่องน้ำนมโคที่มีการผสมสารอื่นๆ ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า “น้ำนมดิบ” ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากกรมปศุสัตว์ ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลทุกขั้นตอน โดยกรมปศุสัตว์ร่วมมือกับสหกรณ์ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและภาคเอกชน ดูแลคุณภาพน้ำนมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มนมสดแท้ สะอาด และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมและตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบในทุกระดับ เริ่มจากการดูแลสุขภาพและการเลี้ยงโคนมในฟาร์ม โดยเกษตรกรได้รับคำแนะนำและบริการวัคซีนป้องกันโรคระบาดประจำปี รวมทั้งพัฒนาโคนมพันธุ์ “ทรอปิคอลโฮลสไตล์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไทยที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแมลง แม่โคให้น้ำนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอาหารสัตว์และผลิตอาหารโคนมคุณภาพดีในประเทศ

ก่อนรีดนมทุกครั้ง ได้แนะนำให้เกษตรกรตรวจสุขภาพแม่โคเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเต้านมอักเสบ เมื่อน้ำนมดิบถูกส่งไปยังศูนย์รวบรวม จะมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด ทั้งการปนเปื้อนของยา สารเคมี เชื้อโรค และค่ามาตรฐานทางกายภาพ ก่อนส่งต่อไปยังโรงงานแปรรูป ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้ระบบรับรองมาตรฐานของกรมปศุสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวย้ำว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่กำกับ ดูแลและส่งเสริมให้เกษตรกรโคนมทั่วประเทศผลิตน้ำนมที่มีมาตรฐานและปลอดภัย โดยเป็นไปตามนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์นมคุณภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า “น้ำนมโคทุกหยดจากฟาร์มเกษตรกรไทย สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง”

– 006

ชื่นชมเยาวชนสร้างชื่อ! ‘ธรรมนัส’มอบ 1 แสน หนุนทีมหมอนทองวิทยา

ชื่นชมเยาวชนสร้างชื่อ! 'ธรรมนัส'มอบ 1 แสน หนุนทีมหมอนทองวิทยา

ชื่นชมเยาวชนสร้างชื่อ! ‘ธรรมนัส’มอบ 1 แสน หนุนทีมหมอนทองวิทยา

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

“ธรรมนัส”มอบ 100,000 บาท หนุนทีมหมอนทองวิทยา ชื่นชมเยาวชนสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและชุมชน สร้างต้นแบบนักกีฬาไทยรุ่นใหม่ พร้อมชู”นราธิวาสโมเดล”ขับเคลื่อนทุกมิติพัฒนาใต้สุดแดนสยาม

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ลานคนเดิน สนามกีฬามหาราช เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกรณีที่ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล สนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท ให้กับทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมทั้งตัวนักเรียน โค้ช และครู ที่ได้หล่อหลอมเยาวชนให้สร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสังคม โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลเมื่อวานนี้ที่แฟนบอลล้นสนามอย่างที่เราเห็น ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เฝ้าติดตามเด็กกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ อ.วังน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ของท่านอรรถกร ที่ได้รายงานให้ทราบมาโดยตลอดว่าโรงเรียนนี้มีความเข้มแข็งมาก เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนในสังคม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล มีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมเยาวชนให้มีโอกาสในสังคม โดยเมื่อวานนี้ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว และจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

“ผมได้กำชับไปยัง ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็รับนโยบายไปแล้ว รวมถึงท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็จะส่งเสริมและต่อยอดกิจกรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นต้นแบบที่ดีของเยาวชนและโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ที่ควรได้รับความสำคัญ”

ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนพัฒนา “นราธิวาสโมเดล” ซึ่งเป็นรูปแบบบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า สังคมของจังหวัดนราธิวาสเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งพี่น้องชาวไทยมุสลิม คนจีน และคนไทยพุทธ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ผมเองโตมาจากที่นี่ และพยายามแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวนราธิวาสมาโดยตลอด สิ่งที่ผ่านมาคือเราขาดอำนาจในการขับเคลื่อน แต่วันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมติดตามและดูแลการบริหารจัดการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนราธิวาสถือเป็นบ้านของผม ผมจึงตั้งใจจะใช้จังหวัดนี้เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนงานทุกมิติ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา จ.นราธิวาส ครอบคลุมทุกด้าน ทั้ง สวัสดิการทางสังคม การศึกษา การท่องเที่ยว และการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ พร้อมระบุว่า ได้มอบหมายให้ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นคนจังหวัดนราธิวาส ทำหน้าที่ประธานขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“เราจะขับเคลื่อนทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน เพื่อให้พี่น้องชาวนราธิวาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผมจะใช้บ้านเกิดของผมเป็นต้นแบบการพัฒนา ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำ

‘อธิบดีกรมการข้าว’นำทีมลงใต้ ติดตาม‘รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการปัตตานี-ยะลา

‘อธิบดีกรมการข้าว’นำทีมลงใต้ ติดตาม‘รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการปัตตานี-ยะลา

‘อธิบดีกรมการข้าว’นำทีมลงใต้ ติดตาม‘รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการปัตตานี-ยะลา

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.36 น.

‘อธิบดีกรมการข้าว’นำทีมลงใต้ ติดตาม‘รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการปัตตานี-ยะลา

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าวและเจ้าหน้าที่กรมการข้าวในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมติดตาม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจราชการในจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และเนื้อวัว รวมถึงการบริหารจัดการน้ำและพื้นที่นาร้าง โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ได้มีการมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยกรมการข้าวร่วมสนับสนุนภายใต้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ในโอกาสเดียวกัน อธิบดีกรมการข้าว และคณะผู้บริหารได้พบปะกับ กำนันศรวี ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ เพื่อหารือแนวทางพัฒนาและส่งเสริมการปลูกข้าวพื้นถิ่น การผลิตข้าวเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด

นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคใต้มีข้าวพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ อาทิ ข้าวซีบูกันตัง 5 (นราธิวาส), ข้าวมะจานู 69 (ปัตตานี), ข้าวสังข์หยด (พัทลุง), ข้าวหอมมือลอ (ยะลา), ข้าวหอมกระดังงา 59 (นราธิวาส), ข้าวอัลฮัมดุลิลลาฮ์ 4 (สตูล), ข้าวลูกปลา (สงขลา), ข้าวเบายอดม่วง (ตรัง), ข้าวดำดาษ 20 และข้าวเม็ดฝ้าย 62 (นครศรีธรรมราช), ข้าวหอมไชยา (สุราษฎร์ธานี), ข้าวไร่ดอกข่า 50 (พังงา) และข้าวหอมหัวบอน (กระบี่)”

กรมการข้าวมีเมล็ดพันธุ์ดีของข้าวแต่ละชนิด พร้อมส่งเสริมให้พัฒนาเป็นข้าวพรีเมียม โดยจะเร่งขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์ “เรื่องราวของข้าวพื้นถิ่นภาคใต้” เพื่อสร้างคุณค่าและความน่าสนใจแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ กรมการข้าวมุ่งผลักดันให้ข้าวพื้นถิ่นภาคใต้ก้าวสู่การเป็น ข้าวพรีเมียมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) เพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฟ ร่วมติดตามคณะรมว.เกษตรฯลงพื้นที่ปัตตานี เยี่ยมเยียนเกษตรกร

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฟ ร่วมติดตามคณะรมว.เกษตรฯลงพื้นที่ปัตตานี เยี่ยมเยียนเกษตรกร

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฟ ร่วมติดตามคณะรมว.เกษตรฯลงพื้นที่ปัตตานี เยี่ยมเยียนเกษตรกร

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.52 น.

“อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฟ”ร่วมติดตามคณะรมว.เกษตรฯลงพื้นที่ปัตตานี เยี่ยมเยียนเกษตรกร

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยนายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดี ร่วมติดตามการมอบนโยบายและรับฟังปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 2 จุด ได้แก่ โรงเรียนดรุณศาสตร์วิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี  ในการนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี นำเสนอนิทรรศการรูปแบการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจคลัสเตอร์ผักปลอดภัย จังหวัดปัตตานี ด้วย BCG โมเดล

‘เขื่อนเจ้าพระยา’คงระบาย 2,700 ลบ.ม./วินาที น้ำทะเลหนุน ทำน้ำระบายลงทะเลช้า

‘เขื่อนเจ้าพระยา’คงระบาย 2,700 ลบ.ม./วินาที น้ำทะเลหนุน ทำน้ำระบายลงทะเลช้า

‘เขื่อนเจ้าพระยา’คงระบาย 2,700 ลบ.ม./วินาที น้ำทะเลหนุน ทำน้ำระบายลงทะเลช้า

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.45 น.

‘เขื่อนเจ้าพระยา’คงระบาย 2,700 ลบ.ม./วินาที น้ำทะเลหนุน ทำน้ำระบายลงทะเลช้า

8 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งว่า จากปริมาณฝนสะสมรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่า ทางตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังมีฝนตกหนัก วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 3 อันดับ ดังนี้ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ปริมาณฝน 107.6 มิลลิเมตร (มม.) อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ปริมาณฝน 103.6 มม. และ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ปริมาณฝน 103.6 มม. ส่งผลให้ยังคงมีน้ำหลากไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,948 ลบ.ม./วินาที ก่อนไหลสมทบกับน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง โดยได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเต็มศักยภาพ  ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.51 ม.รทก. และยังคงอัตราการระบายน้ำที่ 2,700 ลบ.ม./วินาที เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่พื้นที่บริเวณลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีน้ำท่วมขังบางจุด และมีระดับน้ำสูงขึ้นในบางช่วง  สาเหตุจากในระยะนี้เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลช้ากว่าปกติ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน เดินเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำในหลายพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.58 น.

๐๐ ศ.พิเศษกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ประกาศสภาสถาบันฯ  ว่า ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพยอม ได้รับปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ประจำปี 2567 เตรียมเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ต้นเดือน ม.ค.ศกหน้า .. “คุณแหน” ขอแสดงความยินดีมาด้วยท่านเป็นอาจารย์หมอจุฬาฯมาตั้งแต่คุณแหนยังเรียนไม่จบ .๐๐

๐๐มีความเชี่ยวชาญการบริหารบุคคลเป็นที่ยอมรับ หลังเสร็จจากเป็นวิทยากรพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสารแบบมืออาชีพให้แก่ทีมแพทย์รุ่นใหม่ของ รพ.บำรุงราษฎร์แล้วยังไม่ทันได้พัก รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหาร รพ.บำรุงราษฎร์ฯ ได้รับเชิญจากสมาคมนร. เก่าญี่ปุ่นประจำปท.ไทย ให้เป็นวิทยากรหลักบรรยายเรื่อง “ทิศทางความร่วมมือของภูมิภาคอาเซียนและญี่ปุ่นในการพัฒนาต้นทุนมนุษย์”..๐๐

๐๐ยินดีกับ นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข..๐๐

๐๐ยามนี้ ธวัชชัย ศรีทอง ควงมาดาม ประภัสรา ศรีทอง ไปท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ 4 วัน..๐๐

๐๐ ดร.ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล ซีอีโอ บจ. คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล มอบเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ (AED) พร้อมด้วยถุงจัดการขยะ เพื่อสนับสนุนด้านสาธารณสุขและการบริหารจัดการขยะอย่างถูกสุขอนามัย ให้แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีเลขาธิการ ปปง. เป็นผู้รับมอบ..๐๐

๐๐ รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชฯ มหิดล ให้การต้อนรับ Dr. Jeremy Johnson จาก College of Pharmacy, University of Illinois Chicago สหรัฐอเมริกา และ President, American Council for Medicinally Active Plants เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยระหว่างสองสถาบัน รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร และอาจารย์ในอนาคต..๐๐

๐๐คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ เลี้ยงฉลองแสดงความยินดีให้หลานย่า “น้องโณนี่” จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ ในโอกาสได้รับตำแหน่ง Miss Thailand International 2025 เตรียมตัวไปประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น ปลายเดือนนี้ ..๐๐

๐๐ MK GROUP โดย ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานฯ มอบเงินบริจาค 12 ล้านบาท แก่ ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดลเพื่อ รพ.ศิริราช และรพ.ศิริราช ปิยะมหาราชการุณย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 รวมแล้วกว่า 150 ล้านบาท 

๐๐ เป็นผู้บริหารหญิงเก่งและเดินสายเป็นวิทยากรให้สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เพิ่มเติมอีกใบ..๐๐

คุณแหน

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อรีพับลิกันถูกน็อค ฝ่ายซ้ายแจ้งเกิดสนามเลือกตั้งสหรัฐฯ

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อรีพับลิกันถูกน็อค ฝ่ายซ้ายแจ้งเกิดสนามเลือกตั้งสหรัฐฯ

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อรีพับลิกันถูกน็อค ฝ่ายซ้ายแจ้งเกิดสนามเลือกตั้งสหรัฐฯ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.15 น.

การเมืองสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในพรรคเดโมแครตที่กำลังหาทางปรับตัวให้เข้ากับฐานเสียงรุ่นใหม่และชนชั้นกลางล่างที่เริ่มหันหลังให้กับนักการเมืองสายกลางเก่าแก่และระบอบนักการเมืองอุปถัมป์ที่ผูกขาดมานาน

ล่าสุด ชัยชนะของ โซห์ราน มัมดานี ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงการพลิกผันนี้ เพราะมัมดานีไม่ใช่แค่นักการเมืองหน้าใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ที่ฝ่ายซ้ายเฝ้ารอคอยมานาน

รู้จัก ‘โซห์ราน มัมดานี’

ย้อนดูประวัติของมัมดานี จะเห็นภาพชายหนุ่มที่เติบโตมาจากรากฐานที่ห่างไกลจากอำนาจการเมืองแบบดั้งเดิม เขาเกิดเมื่อปี 1993 ในกรุงคัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา ประเทศในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และการเมืองไม่มั่นคง

พ่อของมัมดานีเป็นชาวอินเดียเชื้อสายกุจราตีที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยในยูกันดา ขณะที่แม่เป็นชาวยูกันดาเชื้อสายอินเดียเช่นกัน ครอบครัวมัมดานีเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มน้อยในสังคมยูกันดาที่ส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนและมุสลิมนิกายซุนนี เมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ ครอบครัวต้องอพยพหนีภัยสงครามและความยากจน มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ โดยตั้งรกรากในย่านอัพเปอร์ เวสต์ ไซด์ ของนครนิวยอร์ก ย่านที่เต็มไปด้วยผู้อพยพจากทั่วโลก

ชีวิตวัยเด็กของมัมดานีในนิวยอร์กไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางล่าง พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูก 4 คน โดยพ่อเป็นวิศวกรโยธา ส่วนแม่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ มัมดานีเคยเล่าว่า เขาได้เรียนรู้เรื่องความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก จากการเห็นเพื่อนบ้านที่เป็นผู้อพยพต้องดิ้นรนกับค่าเช่าบ้านที่พุ่งสูงและระบบการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม

มัมดานีจบมัธยมจากโรงเรียนสาธารณะในย่านบรองซ์ ก่อนเข้าศึกษาที่วิทยาลัยโบวดวง คอลเลจ (Bowdoin College) ในรัฐเมน หลังจบปริญญาตรี มัมดานีทำงานเป็นครูสอนเด็กยากจนในบรูคลิน และเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาปัญหาบ้านถูกยึด ช่วยเหลือผู้อพยพในย่านควีนส์ให้เข้าถึงที่พักอาศัยราคาถูก ประสบการณ์ในเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้มัมดานีลงสู่สนามการเมือง เพื่อหวังแก้ไขวิกฤตเรื่องที่อยู่อาศัยในนิวยอร์ก

เริ่มจากทำงานเป็นอาสาสมัครและผู้ช่วยให้นักการเมืองท้องถิ่นหลายคน สั่งสมประสบการณ์พักใหญ่ จนในปี 2019 มัมดานีชิงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาของรัฐนิวยอร์ก เขต 36 และชนะแบบถล่มทลายด้วยคะแนนกว่าร้อยละ 80 ตั้งแต่นั้นมา มัมดานีกลายเป็นดาวรุ่งของฝ่ายซ้ายในเดโมแครต โดยผลักดันกฎหมายขยายสิทธิสตรี การดูแลสุขภาพฟรีสำหรับเด็ก และการลดภาษีสำหรับชนชั้นกลางล่าง ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขาเป็นนักการเมืองที่จริงใจ และไม่ยอมประนีประนอมตามคำนิยมจากเพื่อนร่วมพรรค

จากโนเนม สู่นายกเล็กนิวยอร์ก

การหาเสียงชิงนายกเทศมนตรีครั้งนี้เริ่มต้นแบบ ‘ใต้ดิน’ ในปี 2024 มัมดานีไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเงินทุนจากกลุ่มทุนใหญ่ และไม่มีตระกูลการเมืองคอยหนุนหลัง ต่างจากคู่แข่งอย่าง แอนดรูว์ คูโอโม ผู้เคยดำรงผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กระหว่างปี 2011-2021 ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง

มัมดานีเริ่มจากฐานเสียงในย่านผู้อพยพ ใช้โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Instagram สร้างคลิปสั้น ๆ อธิบายนโยบายแบบเข้าใจง่าย เช่น ทำไมค่าเช่าบ้านในนิวยอร์กถึงแพงขนาดนี้ ? ซึ่งกลายเป็นไวรัลและดึงดูดคนรุ่นใหม่ และเหล่า Gen-Z ได้นับล้านๆ วิว

มัมดานีเน้นนโยบายแบบหัวก้าวหน้า (progressive) ชัดเจน เช่น ดูแลเด็กฟรี รถบัสโดยสารฟรี ขยายรถไฟฟ้า ลดอิทธิพลทุนเอกชนในที่อยู่อาศัย เพิ่มการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนรายได้น้อย และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นชั่วโมงละ 30 ดอลลาร์ภายในปี 2030 เขาไม่กลัวที่จะประกาศตัวเป็น “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (democratic socialist) ซึ่งเป็นคำที่รีพับลิกันใช้โจมตี แต่สำหรับฐานเสียงของเขา มันคือ “ความหวัง” แม้หลายฝ่ายจะตั้งข้อสังเกตว่า มัมดานีจะนำงบประมาณจำนวนมหาศาลมาจากไหนมาสนับสนุนโครงการในฝันทั้งหลาย

ชัยชนะถล่มทลายของมัมดานี ที่เอาชนะคูโอโมร้อยละ 50.3 ต่อ ร้อยละ 42 กวาดคะแนนเสียงเกิน 1 ล้านคะแนนเป็นคนแรกนับตั้งแต่ปี 1969 สะท้อนว่าไม่ใช่แค่นิวยอร์ก แต่เป็นจุดเปลี่ยนของเดโมแครต พรรคที่กำลังเผชิญวิกฤตหลุดฐานชนชั้นแรงงาน หลังทราบผลเลือกตั้ง มัมดานีประกาศชัยชนะต่อผู้สนับสนุน บอกว่าทุกคนในนิวยอร์กได้โค่นระบอบการเมืองแบบเดิมๆ ที่กำหนดโดยกลุ่มคนไม่กี่กลุ่ม แต่หลังจากนี้นิวยอร์กจะเป็นของทุกคน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นทันที

มัมดานียังสามารถพิสูจน์ว่า ฝ่ายซ้ายสามารถดึงกลุ่มนี้กลับได้ โดยโฟกัสเศรษฐกิจจริง ๆ เช่น เสนองานพลังงานสะอาดที่สร้าง 100,000 ตำแหน่งในพลังงานหมุนเวียน เขายังเป็นสัญลักษณ์ความหลากหลาย เพราะเป็นชาวมุสลิมคนแรกจากแอฟริกาที่อายุน้อยสุดตั้งแต่ ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์เดโมแครตต่อฐานผู้อพยพและคนรุ่นใหม่

ฝ่าด่านการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายรออยู่อีกมาก ประการแรก อำนาจนายกเทศมนตรีจำกัด ต้องผ่านสภาเมืองที่สายกลาง และ แคธี โฮเคิล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ที่ไม่เห็นด้วยกับขึ้นภาษีเพื่อทุนโครงการใหญ่ มัมดานีเคยวิจารณ์ทุนวอลล์สตรีตดุเดือด แต่ตอนนี้ต้อง ‘เจรจา’ เพื่องบประมาณ หากล้มเหลวจะคล้าย บิล เดอ บลาซิโอ อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กคนเก่าอีกราย ที่ถูกวิจารณ์ว่าทำงานครึ่ง ๆ กลาง ๆ ในปี 2560

ประการสอง ศึกกับทรัมป์ ในสุนทรพจน์หลังคว้าชัยชนะ มัมดานีประกาศ ‘นิวยอร์กคือต้นแบบล้มทรัมป์’ และล้อทรัมป์ว่า ‘เปิดเสียงโทรทัศน์ให้ดังๆ’ ซึ่งจะจุดชนวนโจมตีจากฝ่ายขวาพวกเขาจะวาดภาพเป็น “สังคมนิยมสุดโต่ง” ที่นำพาเมืองสู่ล้มละลาย โดยขุดสถิติอาชญากรรมหรือเศรษฐกิจติดลบ

อีกประเด็นคือประเด็นต่างประเทศ มัมดานีเคยประณามอิสราเอลในสงครามกาซา และสัญญาจะจับกุมเนทันยาฮูหากมาเยือน ซึ่งอาจจุดชนวนต่อต้านจากชุมชนยิวในนิวยอร์ก ที่มีจำนวนประชากรราวร้อยละ 10 และสร้างความขัดแย้งกับรัฐบาลกลาง นอกจากนี้ ฐานเสียงของเขายังแคบอีกด้วย ผลสำรวจจาก CBS ชี้ร้อยละ 46 ชาวอเมริกันไม่รู้จักเขาเลย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีช่องโจมตีง่าย และข้อเท็จจริงที่ว่า นักการเมืองหน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเขา จะรับมือกับฝ่ายตรงข้ามอย่างรัฐบาลกลางของทรัมป์ที่เขี้ยวลากดินได้อย่างไร

แต่โอกาสก็มีมหาศาล เพราะมัมดานีไร้ประวัติเก่า ไม่มีข้อกล่าวหาแบบคูโอโม ซึ่งได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กถึงสามสมัย แต่ลาออกในปี 2021 หลังมีรายงานจากอัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์กที่สรุปว่า เขาได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง 11 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย  มัมดานีสามารถสร้างแบรนด์ใหม่ได้ เริ่มจากนโยบายเร่งด่วนอย่าง “ที่อยู่อาศัยราคาถูก” ซึ่งตอบโจทย์วิกฤตคนไร้บ้านในนิวยอร์ก หากประสบความสำเร็จ จะเป็นโมเดลสำหรับเลือกตั้งชิงวุฒิสมาชิกหรือผู้ว่าฯ ในปี 2570 และช่วยฝ่ายซ้ายเดโมแครต ‘รีแบรนด์’ จากภาพสุดโต่งสู่ปฏิบัติได้จริง

ทรัมป์เดือด-ขู่จัดการ

ชัยชนะถล่มทลายของมัมดานี ทำให้ทรัมป์เดือดจัด เพราะรีพับลิกันแพ้เรียบทั้ง 3 สนามใหญ่ ทั้งสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก รวมถึงศึกชิงผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียและรัฐนิวเจอร์ซีย์ ท่ามกลางยอดผู้มาใช้สิทธิ์ทะลุ 2 ล้านคน สูงสุดในรอบ 40 ปี เป็นสัญญาณชัดว่าประชาชนนิวยอร์ก ‘ตอกกลับ’ ทรัมป์แบบไม่เกรงใจ หลังรู้ผลเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ทรัมป์ถึงกลับจาบจ้วงคนยิวที่เลือกมัมดานี เรียกมัมดานีว่าเป็น ‘คอมมิวนิสต์’ ระบุว่า ฝ่ายตรงข้ามของเขากำลังพยายามเปลี่ยนอเมริกาให้เป็นคิวบาหรือเวเนซุเอลา และขู่ตัดงบกลาง ซึ่งก็จะทำให้รัฐบาลกลางอาจทำได้แค่ตั้งงบให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ตามกฎหมายกำหนด เพื่อกดดันนายกเทศมนตรีคนใหม่

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นประชาธิปไตยอย่างมาก แต่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่เป็นผลดีสำหรับพรรครีพับลิกัน แต่ก็ยังแก้ต่างว่า ถ้ามีชื่อเขาให้กาในบัตรเลือกตั้ง รีพับลิกันก็ชนะไปแล้ว! และโยนความผิดให้การสถานการณ์ชัตดาวน์ ที่ตอนนี้ลากยาวเป็นสถิติใหม่ ทำให้ประชาชนไม่พอใจ และเร่งสั่งรีพับลิกันให้กลับสภาคองเกรส ดันกฎหมายฝ่าวิกฤตชัตดาวน์โดยเร็วที่สุด

​‘พระโกศและโกศ’ สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความเคารพในวัฒนธรรมไทย

​‘พระโกศและโกศ’ สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความเคารพในวัฒนธรรมไทย

​‘พระโกศและโกศ’ สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความเคารพในวัฒนธรรมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.13 น.

เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง…พระโกศและโกศ : สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความเคารพในวัฒนธรรมไทย

พิธีศพในสังคมไทยเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม และความเคารพต่อผู้ล่วงลับที่ฝังรากลึกมายาวนานตั้งแต่โบราณ หนึ่งในเครื่องประกอบพิธีที่มีความสำคัญและสง่างามที่สุดคือ “โกศ” และ “พระโกศ” ซึ่งมิได้เป็นเพียงภาชนะบรรจุอัฐิหรือพระบรมศพเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ฐานันดรศักดิ์ และศิลปะชั้นสูงในราชสำนักไทย บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความหมาย ประวัติความเป็นมา ประเภท และบทบาทของพระโกศและโกศในบริบทของพิธีกรรมไทย โดยเฉพาะในพระราชพิธีที่เกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพ หรือพระศพของพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง

ความหมายของโกศ

“โกศ หมายถึง ที่ใส่ศพนั่ง เป็นรูปกลมทรงกระบอก ฝาครอบมียอด ที่ใส่กระดูกผี มีขนาดต่างๆ ฝาครอบมียอด แต่ความหมายในที่นี้จะหมายถึง โกศที่สำหรับใส่ศพ มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม มียอด”

ประวัติและวิวัฒนาการของโกศในสังคมไทย

โกศมีบทบาทในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ โดยมีการพัฒนาในด้านวัสดุ รูปทรง และการตกแต่งให้เหมาะสมกับยุคสมัย และสถานะของผู้ล่วงลับในอดีตโกศถือเป็นเครื่องหมายของฐานะและเกียรติยศ มีการบันทึกไว้ในเอกสารราชการและวรรณกรรมไทย เช่น พระราชพิธีพระศพ มักกล่าวถึงรายละเอียดของโกศ และพระโกศอย่างชัดเจน

ประเภทของพระโกศและโกศ

1.โกศไม้ ทำจากไม้เนื้อแข็ง ตกแต่งด้วยลายแกะสลัก ใช้สำหรับบุคคลทั่วไปหรือข้าราชการชั้นสูง

2.โกศเงิน ทำจากเงินแท้ ประดับลวดลายงดงาม มักใช้สำหรับพระราชวงศ์และขุนนาง

3.โกศทอง ใช้ทองคำเป็นวัสดุหลัก ตกแต่งอย่างวิจิตร ใช้สำหรับพระบรมวงศ์หรือผู้มีฐานะสูงสุด

4.พระโกศ มีรูปแบบเฉพาะ เช่น พระโกศทองใหญ่ พระโกศทองเล็ก พระโกศเงิน พระโกศไม้ฝังทอง เป็นต้น โดยแต่ละประเภทมีลำดับชั้นตามฐานะและศักดิ์ของผู้ล่วงลับ 

การจำแนกพระโกศและโกศในประเทศไทยในปัจจุบัน

โดยพระโกศและโกศในประเทศไทย ที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกศที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบรรดาศักดิ์สูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ 14 อย่าง เรียงโดยลำดับยศเป็นดังนี้ 1.พระโกศทองใหญ่ , 2.พระโกศทองรองทรง , 3.พระโกศทองเล็ก , 4.พระโกศทองน้อย , 5.พระโกศกุดั่นใหญ่ , 6.พระโกศกุดั่นน้อย , 7.พระโกศมณฑปใหญ่ , 8.พระโกศมณฑปน้อย , 9.พระโกศไม้สิบสอง , 10.พระโกศพระองค์เจ้า , 11.โกศราชนิกุล , 12.โกศเกราะ , 13.โกศแปดเหลี่ยม และ 14.โกศโถ

พระโกศและโกศในพิธีกรรม

พระโกศ และโกศมีความสำคัญในพิธีศพของไทย โดยเฉพาะพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ พระศพหรือศพบุคคลสำคัญ ขั้นตอนการนำศพเข้าสู่โกศ (ปัจจุบันไม่มีการนำศพเข้าสู่พระโกศแล้ว) การตั้งพระโกศ  การเคลื่อนโกศ และการถวายเพลิง ล้วนเป็นพิธีกรรมที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด       เพื่อแสดงความเคารพ และเกียรติยศแก่ผู้ล่วงลับ โดยพระโกศทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อ ใช้ซ้ำในการพระราชพิธี ไม่ได้ถูกเผาพร้อมพระบรมศพหรือพระศพ โดยสามารถพระราชทานให้ใช้ประกอบพระบรมศพหรือพระศพของเจ้านายชั้นสูงอื่นๆได้ตามฐานันดรศักดิ์ ซึ่งพระโกศถือเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ตามประเพณี หลังจากพระราชพิธีเสร็จสิ้น พระโกศจะถูกเก็บรักษาไว้ในราชสำนักหรือหอสมบัติพระราชวัง เพื่อใช้ในโอกาสต่อไป โดยพระโกศแต่ละองค์จะถูกดูแลอย่างพิถีพิถัน ทั้งในด้านวัสดุ การบำรุงรักษา และการประดับสำหรับแต่ละพิธี

“พระโกศและโกศเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพและยกย่องผู้ล่วงลับในวัฒนธรรมไทย สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนทางสังคมและความสำคัญของพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ทั้งในด้านรูปแบบ วัสดุ และบทบาทในพิธีศพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งถือเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเคารพสูงสุดต่อผู้วายชมน์”

อ้างอิงแหล่งที่มา 1.หนังสือตำนานพระโกศและหีบศพบรรดาศักดิ์ , 2.หนังสือ “ราชพิธีไทย” โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ , 3.กรมศิลปากร. (2562). “ประวัติและความสำคัญของโกศในวัฒนธรรมไทย” , 4.เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์พระราชวังดุสิต , 5.ราชบัณฑิตยสถาน. (2561). “ศัพท์ราชาศัพท์และพระราชพิธี” 6.หนังสือพระพิธีธรรม กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม