‘BNK48’ ถ่ายทอดมุมแอบรัก ผ่าน ‘คำสารภาพที่ไม่คาดฝัน’ ‘แจนรี่’ เซ็นเตอร์เพลงหลักครั้งแรก!

‘BNK48’ ถ่ายทอดมุมแอบรัก ผ่าน ‘คำสารภาพที่ไม่คาดฝัน’ ‘แจนรี่’ เซ็นเตอร์เพลงหลักครั้งแรก!

‘BNK48’ ถ่ายทอดมุมแอบรัก ผ่าน ‘คำสารภาพที่ไม่คาดฝัน’ ‘แจนรี่’ เซ็นเตอร์เพลงหลักครั้งแรก!

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“BNK48” ปล่อยเพลงน่ารักพร้อมเสิร์ฟ! ในซิงเกิลใหม่ “คำสารภาพที่ไม่คาดฝัน” เป็นเรื่องราวความรักวัยใสที่แอบชอบใครคนหนึ่งแบบฟีลกู๊ด ส่ง “แจนรี่-กัลยารัตน์ ปั้นพิพัฒน์” ไอดอลที่เต็มไปด้วยความสามารถครบเครื่อง ไม่ว่าจะด้านการร้อง เต้น จนล่าสุดก้าวขึ้นมาอยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์เดี่ยวเพลงหลักครั้งแรก พร้อมด้วยเซ็มบัตสึประกอบไปด้วย ฮูพ–ปาฏลี, โมเน่ต์–ภาริตา, แพนเค้ก–พิทยาภรณ์, โยเกิร์ต–นพรดา, เอ็มมี่–อรณิชชา, แอล–สิริกร , มารีน–กชพร, อาหลี–ชนากานต์, มิชา–ณัฐรินีย์ , นีญ่า–สุวิภาส์ และแพรว–แพรวา จากค่าย iAM

“คำสารภาพที่ไม่คาดฝัน” Masaka no Confession (อ่านว่า มาซากะโนะ คอนเฟสชั่น) เล่าเรื่องราวถึงการเป็นใครสักคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ที่แอบชอบแอบรักแต่ก็ไม่เคยคิด ไม่เคยฝันถึงเรื่องเหล่านั้น เพราะคิดเพียงแค่ว่าก็คงไม่มีใครหน้าไหนจะมาสนใจคนอย่างฉัน แต่กลับมีคน ๆ นึงที่แอบชอบเราอยู่ เป็นคนที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง และก็เป็นคนที่เราเองก็ชอบเขาเหมือนกัน ที่อยู่ดี ๆ ก็มาสารภาพรักกับตัวฉัน ถือว่าเป็นเพลงรักสมหวังเพลงหนึ่งของ AKB48/BNK48 ทั้งนี้ยังมีท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือท่า “ดึงผัก” เป็นท่าจำตั้งแต่เวอร์ชั่นต้นฉบับของญี่ปุ่นโดยเป็นซิงเกิลลำดับที่ 65 ของ AKB48 เป็น 1 ในซิงเกิลเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีที่ 20 ของ AKB48 ที่เพิ่งปล่อยในช่วงต้นปี 2025 และนำมาแปลเป็นภาษาไทยในปีเดียวกัน ถือว่าเร็วที่สุดในการทำในเวอร์ชั่นภาษาไทย (ไม่รวมเพลง Oh my pumpkin! ที่เป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่ทำพร้อมกันทั่วโลก)

“แจนรี่” กล่าวว่า “ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ขอบคุณเพื่อนๆ BNK48 และแฟนๆ ทุกคนที่คอยผลักดันเป็นกำลังใจให้เสมอมา หนูเฝ้ารอมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะถึงโอกาสที่หนูจะได้เป็นเซ็นเตอร์ในเพลงหลักสักที และเพลงนี้เป็นเพลงที่หนูฟังบ่อยมากๆ ระหว่างเดินทางไปโรงเรียน หนูรู้สึกดีใจมากๆ หวังว่าแปลเป็นภาษาไทยแล้วทุกคนจะชอบเพลงนี้เหมือนกัน หนูจะทำหน้าที่เซ็นเตอร์ตรงนี้ให้เปล่งประกาย และมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”

ของขวัญล้ำค่า! ‘เจมส์ เรืองศักดิ์’ประกาศข่าวดีภรรยาตั้งท้องลูกคนที่ 2

ของขวัญล้ำค่า! 'เจมส์ เรืองศักดิ์'ประกาศข่าวดีภรรยาตั้งท้องลูกคนที่ 2

ของขวัญล้ำค่า! ‘เจมส์ เรืองศักดิ์’ประกาศข่าวดีภรรยาตั้งท้องลูกคนที่ 2

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.38 น.

7 พฤศจิกายน 2568 เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีส่งท้ายปี 2568 ที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อนักร้องหนุ่มในตำนาน “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” พร้อมภรรยาคนเก่ง “ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” ออกมาประกาศข่าวสุดปลื้มใจว่า กำลังจะมี ทายาทคนที่สอง

โดยเจมส์ได้โพสต์ภาพครอบครัวสุดอบอุ่นผ่านเฟซบุ๊ก Ruangsak James Loychusak ซึ่งในมือของเจ้าตัวถือภาพอัลตราซาวนด์ลูกในท้อง พร้อมข้อความสุดซึ้งว่า

“และแล้วแม่ก้อยก็มอบของขวัญอันล้ำค่าคนที่ 2 มาให้ผม
หลังจากที่เเม่ก้อยได้ช่วยเหลือหญิงผู้มีบุตรยากมามากมายเหลือเกินในช่วง 7ปีนี้ วันนี้ก็ถึงตาเธอเองบ้างล่ะ…
เธอคือผู้มีบุตรยากที่บำรุงดูแลตัวเองในวัย 42ปี เพื่อเป็นเเรงบันดาลใจให้แม่ๆผู้มีบุตรยากทุกคนได้เห็นว่า ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจจริงบนทางที่ถูกต้องแบบเธอก็สำเร็จได้
และวันนี้เธอก็ทำสำเร็จแล้ว วันนี้ผมขอฉีกกฎธรรมเนียมปฏิบัติของดารา หรือคนที่มีชื่อเสียงเวลาตั้งท้องเขาทำกันนะนะครับ (ฮาาา…) คือส่วนมากเขาจะไม่บอกเพศกันเพื่อรอลุ้น และมีกิจกรรมเฉลยเพศ และก็รอถึงวันคลอดแล้วจึงเฉลยชื่อ …
ลูกสาวคนที่สองของผมชื่อ …
ดญ มีเมตตา ลอยชูศักดิ์ ชื่อเล่น น้องเมตตา ครับ
ขอผู้คนที่รักเเละเมตตาผมและครอบครัวผม ได้โปรดเมตตาและเอ็นดูน้องเมตตาด้วยนะครับ ถึงแม้พวกเรายังไม่ทันได้เห็นหน้าเธอก็ตาม”

เพจดังแฉ! คู่รักคนดังเลิกกันแล้ว ขาเผือกแห่ขุดไม่หยุด

เพจดังแฉ! คู่รักคนดังเลิกกันแล้ว ขาเผือกแห่ขุดไม่หยุด

เพจดังแฉ! คู่รักคนดังเลิกกันแล้ว ขาเผือกแห่ขุดไม่หยุด

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.01 น.

7 พฤศจิกายน 2568 มีเรื่องให้ขาเผือกและชาวโซเชียลจับตากันอีกแล้ว เมื่อล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “อรรถรส” ได้ออกมาโพสต์เมาท์เดือดถึง คู่รักคนดัง คู่หนึ่ง ที่แว่วๆ มาว่า เลิกรากันแบบฟ้าผ่า

โดยในโพสต์ต้นเรื่องระบุว่า “เขาเลิกกันแล้วจริงๆเหรอ ไม่อยากเชื่อ !! คนเป็นผัวเขาดูรักและเทิดทูนเมียมาก พร้อมปกป้องเมียที่สุด”

พร้อมคอมเมนต์ต่อเนื่องว่า “ในรายการ เขาก็ออกตัวปกป้องตลอด พูดแทนเมียทุกคำ” “แต่ล่าสุดตอนนี้เมียกำลังไลฟ์ขายของกับคู่หู” “จริงเหรอออออ” “ช็อกกกกกกกกก!”

‘สรวงศ์’ อวดภาพ ‘อิ๊งค์’ เซ็นหนังสือ ’31 ผลงาน สางปัญหา สร้างโอกาส’ ของนายกฯคนที่ 31

'สรวงศ์' อวดภาพ 'อิ๊งค์' เซ็นหนังสือ '31 ผลงาน สางปัญหา สร้างโอกาส' ของนายกฯคนที่ 31

‘สรวงศ์’ อวดภาพ ‘อิ๊งค์’ เซ็นหนังสือ ’31 ผลงาน สางปัญหา สร้างโอกาส’ ของนายกฯคนที่ 31

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.36 น.

8 พ.ย. 68 นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำลังนั่งลงลายเซ็นในหนังสือเล่มสีแดงปกหนา มีชื่อผลงานว่า “สางปัญหา สร้างโอกาส เสริมความสุข” พร้อมภาพประกอบที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรม และการลงพื้นที่ของเธอในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

โดยระบุข้อความว่า “สางปัญหา สร้างโอกาส เสริมความสุข” จากนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณแพทองธาร ชินวัตร #ingshinawatra #พรรคเพื่อไทย #สรวงศ์เทียนทอง”

‘พิสิษฐ์’ ยัน ‘วุฒิสภา’ ไม่มียื้อถ่วง แก้ รธน. แจงองค์ประชุมกมธ.ฯล่ม เหตุไร้ความชัดเจน

'พิสิษฐ์' ยัน 'วุฒิสภา' ไม่มียื้อถ่วง แก้ รธน. แจงองค์ประชุมกมธ.ฯล่ม เหตุไร้ความชัดเจน

‘พิสิษฐ์’ ยัน ‘วุฒิสภา’ ไม่มียื้อถ่วง แก้ รธน. แจงองค์ประชุมกมธ.ฯล่ม เหตุไร้ความชัดเจน

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.14 น.

‘สว.พิสิษฐ์’ ยัน ‘วุฒิสภา’ ไม่มียื้อถ่วง แก้ รธน. แจงองค์ประชุมกมธ.ฯล่ม เหตุไร้ความชัดเจน เผย ‘ปธ.วุฒิสภา’ ของดบินดูงานตปท. สแตนบายด์เปิดประชุมวิสามัญ ย้ำที่มาองค์กรร่างรธน. ต้องไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.

8 พ.ย.2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ(แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมของกมธ.ฯว่า ทางวุฒิสภามีความกังวลที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) หรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องไม่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง เพราะอิงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่18/2568 จึงถือเป็นเรื่องหลักในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้ขัดกับคำนิจฉัยของศาล

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนในวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาที่องค์ประชุมล่ม ต้องอธิบายว่าในที่ประชุมคุยไปถึงว่าจะใช้ร่างหลักของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในอนุหนึ่งหรือไม่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งผ่านประชาชนโดยตรง หรือจะให้ประชาชนสมัครและให้รัฐสภาเลือก ตนจึงขอ ให้พักการประชุมและขยับเวลาในการโหวตไปในช่วงบ่ายเพราะอยากได้รายละเอียดมากกว่านี้ รวมถึงวุฒิสภาหลายท่านก็ยังไม่อยากให้โหวตเพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่ทางพรรคเพื่อไทยและเสียงส่วนใหญ่จะให้โหวตเลย เมื่อประธานในที่ประชุมขอนับองค์ประชุมจึงมีสมาชิกไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุมไป

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงใดๆทั้งสิ้น สามารถไปดูบันทึกการประชุมได้เลยว่าเราเข้าประชุมเกินครึ่งทุกครั้ง สิ่งที่เรากังวลคือต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก หากไม่มีความชัดเจนเราก็ไม่กล้าโหวตเพราะคำถามถามว่าเห็นด้วยกับร่างของนายพริษฐ์256/1(1)หรือไม่ ซึ่ง(1)ไปพ่วงต่อใน256/2 และ 256/5 และร่างของนายพริษฐ์ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที เพราะมีการเชื่อมโยงกันหลายมาตรา จึงทำให้วุฒิสภาหลายท่านมีความกังวล แต่มั่นใจว่าในวันที่12 พ.ย. ทางสภาจะให้ความร่วมมือแน่นอน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ในกรอบระยะเวลาเราคาดว่าจะให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่18-19พ.ย. เพื่อจะได้พิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาก่อนเปิดสมัยประชุม คาดว่าจะมีการเปิดประชุมวิสามัญในวันที่8-9 ธ.ค. เพราะต้องนับไปอีก15วัน เพื่อเปิดประชุมร่วมวาระ3 ช่วงประมาณวันที่24-26 ธ.ค.ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่  

“ทางประธานวุฒิสภา ท่านก็ขอความร่วมมือให้ทุกกรรมาธิการงดเดินทางไปต่างประเทศ เผื่อมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ“ นายพิสิษฐ์ กล่าว

‘เด็ดพี่’เย้ย ‘มีเราไม่มีเทา’ อย่าพูดเอาหล่อ เลือกรับงานตรวจสอบ หวังกู้เรตติ้ง

'เด็ดพี่'เย้ย 'มีเราไม่มีเทา' อย่าพูดเอาหล่อ เลือกรับงานตรวจสอบ หวังกู้เรตติ้ง

‘เด็ดพี่’เย้ย ‘มีเราไม่มีเทา’ อย่าพูดเอาหล่อ เลือกรับงานตรวจสอบ หวังกู้เรตติ้ง

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.00 น.

“พร้อมพงศ์” เย้ยมีเรา ไม่มีเทา อย่าพูดเอาหล่อ เลือกรับงานตรวจสอบแค่บางคนหวังกู้เรตติ้งตัวเอง ชี้อย่าเพิ่งเชื่อ “อนุทิน” บอกไม่ชิงยุบสภาฯ ก่อนกำหนด ย้ำปราบสแกมเมอร์ต้องลงมือทำจริง

8 พ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธกระแสข่าวการยุบสภาฯ หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเดือนธ.ค. เนื้อหาโดยสรุปพร้อมรับการตรวจสอบจากสภา รัฐบาลมีภารกิจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำประชามติและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนแล้วค่อยยุบสภาตามข้อตกลง 4 เดือน ประมาณ 31 ม.ค.69 ทั้งนี้ในทางการเมืองต้องฟังหู ไว้หู ไม่มีอะไรเป็นไปตามข้อตกลงเป๊ะๆ เหตุการณ์พลิกผันได้ตลอดเวลาถ้าจะเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง ส่วนตัวติดใจคำพูดนายอนุทิน เคยให้สัมภาษณ์เรื่องลงนามสันติภาพไทยกับกัมพูชา ที่บอกว่าไม่เคยเสียเปรียบใคร คนถึงไม่ชอบหลายคน คำพูดดังกล่าว ถึงจะเป็นการเจรจากับต่างประเทศ แต่อีกมุมสะท้อนวิธีคิดลึกๆ ของคนพูดเป็นคนอย่างไร 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้นายอนุทินเคยบอกจะไม่ร่วมงานกับพรรคก้าวไกลที่ตอนนี้เป็นพรรคประชาชน เพราะแนวทางอุดมการณ์ไม่ตรงกัน จากที่พูดวันนั้นแล้ววันนี้เป็นอย่างไร การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อไทย ประชาชน จับมือโหวตไม่ไว้วางใจนายอนุทิน มีสิทธิ์เป็นนายกฯ คนแรกกระเด็นตกเก้าอี้ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรืออีกทางบางพรรคร่วมอุ้มชู ต่อลมหายใจให้เป็นนายกฯ ต่อไป ล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น ดังนั้นการที่บอกจะไม่ยุบสภาฯ ก่อนวาระ ฟังได้แต่อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะเป็นไปตามนั้น  

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นายอนุทินมีภารกิจเร่งด่วนต้องทำ ปราบปรามสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก ทำให้ทั่วโลกและคนไทยเห็นว่ารัฐบาลภูมิใจไทย ไม่ยอมให้สแกมเมอร์มาทำลายประเทศ ทำร้ายลูกหลานคนไทย ลามไปการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ จากการหาประโยชน์ของกลุ่มสีเทา ต้องลงมือทำให้เห็นเป็นรูปธรรมเสียที ไม่ใช่แค่โชว์ตัวเลขจากการปราบปรามอย่างเดียว ขณะที่พรรคส้มออกสโลแกนหล่อๆเท่ห์ๆ “มีเรา ไม่มีเทา” ตนไปสภากาแฟได้ยินผู้คนแซว “มีเรา ไม่มีเทา เพราะเรารักสีน้ำเงิน” ใช่หรือไม่ ตั้งแต่ยกมือโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯ เป็นเด็กดี คอยอยู่รักษาองค์ประชุมในสภา ประเมินผลงานอนุทินประชุมเอเปกสอบผ่าน ยังไม่กระทุ้งรัฐมนตรี คนในพรรคนี้หลายเรื่องแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมไม่ได้ ไม่ออกแอคชั่นเท่าที่ควร ที่ดินเขากระโดง ฮั้วสว. หรือการเดินหน้าตรวจสอบอะไรที่ชักจะทำผิดข้อตกลงใน MOA แถมหลายครั้งหันมาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกันเอง 

“ไม่อยากเห็นการเบี่ยงเป้าเพื่อสร้างกระแสให้พรรคตัวเอง จากที่เคยเสียรังวัดไปโจมตีการทำงานทหารไทยตอนมีปัญหากับกัมพูชา การไปยกมือโหวตนายอนุทิน หลายปีก่อนเรามีแก๊งค์ปาหินใส่กระจกรถยนต์ ตอนนี้ไม่อยากเห็นแก๊งค์ปาหี่ ไปรับธงรับงานจากใครมา เลือกตรวจสอบแค่บางคน เพราะใครคนนั้นทำธุรกิจเดียวกันเลยไปกระทบกับอีกคน แถมระยะหลังคนๆ นี้ชักจะอู้ฟู่ผิดหูผิดตา ภาวนาให้การข่าวที่ได้ยินได้ฟังมามันผิด อยากเห็นการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ถ้าผิดลุยเอาให้สุดซอย เอาข้อมูลมาเปิดในสภาฯ ไปหน่วยงานองค์กรอิสระให้เห็นเป็นตัวอย่างเลย เดี๋ยวนี้คนตรวจสอบเห็นแค่ออกแอคชั่น แถลงข่าวรายวันไม่ได้ แต่ต้องมือสะอาดด้วย ไม่อยากเห็นการแบ่งบทกันเล่น ปาหี่ต้มผู้คนไปวันๆ เพื่อเบี่ยงกระแสในอดีต สร้างคะแนนนิยมให้พรรค ให้ตัวเอง” นายพร้อมพงศ์กล่าว     

‘อิสระ’เผย สถาบันพระปกเกล้า จ่อเปิดตัว ‘KPI โพล’ ในปี 69

'อิสระ'เผย สถาบันพระปกเกล้า จ่อเปิดตัว 'KPI โพล' ในปี 69

‘อิสระ’เผย สถาบันพระปกเกล้า จ่อเปิดตัว ‘KPI โพล’ ในปี 69

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.51 น.

“อิสระ” เผย สถาบันพระปกเกล้า จ่อเปิดตัว “KPI โพล” ในปี2569 เล็งเชิญแคนดิเดตนายกฯ -แคนดิเดตผู้ว่ากทม.ขึ้นเวทีดีเบต ประชันนโยบาย ขณะที่ บรรยากาศ“KPI Congress” ครั้งที่ 27 ทูต50ประเทศเข้าร่วมคึกคัก

8 พ.ย.2568  สถาบันพระปกเกล้า(KPI) มีการจัดการประชุมวิชาการประจำปี  “KPI Congress ครั้งที่ 27” โดยมีการปรับโฉมการประชุมรูปแบบใหม่ให้เป็นเวทีทางวิชาการประจำปี ของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะกมธ.สามัญ ทุกคณะของทั้ง สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พร้อมด้วยเอกอัครราชทูต และผู้แทนทางการทูตกว่า 50ประเทศ ซึ่งแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางความร่วมมือด้านประชาธิปไตย และธรรมาภิบาล รวมทั้ง มีการรายงานผลการดำเนินงานของสถาบันพระปกเกล้า ในรอบปีที่ผ่านมา พร้อม แผนการดำเนินงานในปีถัดไป เพื่อให้ฝ่ายการทูตได้รับทราบถึงบทบาทของสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ และเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า แถลงว่า การจัดประชุมครั้งที่ 27 นี้ นับเป็นก้าวสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติไทย ในการแสดงบทบาทเชิงรุกบนเวทีโลก ทั้งในด้านการสื่อสารเชิงนโยบาย การเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ และการส่งเสริม “การทูตรัฐสภา” ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศประชาธิปไตยที่โปร่งใส เปิดกว้าง และพร้อมก้าวสู่การเป็นประชาคมโลกอย่างสมบูรณ์

นายอิสระ ยืนยันว่า วันนี้สถาบันพระปกเกล้าไม่เหมือนเดิม ตามที่ตนได้ตั้งวิสัยทัศน์เอาไว้ ตนได้ดำเนินการแล้วหลายอย่าง เช่น การเซ็นคำสั่งจัดตั้งศูนย์สำรวจ KPI โพล ทำหน้าที่สำรวจข้อเท็จจริงต่างๆในสังคม ที่ผ่านมาตนได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากประเทศต่างๆ มาช่วยกันออกแบบศูนย์ KPI โพลด้วย จะมีการเปิดตัวในเดือนหน้า คือ ธ.ค. ตนเชื่อว่า จะเป็นอีกหนึ่งสถาบันโพลที่เชื่อถือได้ในทางการเมือง นอกจากนี้ ตนจะดำเนินการให้มีการจัดเวทีดีเบตระดับชาติ ซึ่งน่าจะเป็นเวทีดีเบตเดียวของรัฐ ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่น่าจะเกิดขึ้น 2 ครั้ง ในปีหน้า 2569กระบวนการ เราจะเอาผลสำรวจจาก KPI โพล ประกอบการเชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 5ลำดับแรก ให้มาดีเบตกัน เป้าหมายเพื่อ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นผู้นำในอนาคต เพื่อขยายเวลาอำนาจของประชาชนให้เกินกว่าเวลาที่ใช้ในคูหาเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ที่กำลังจะเกิดขึ้น เราก็จะดำเนินการเปิดเวทีดีเบต ในลักษณะเดียวกันด้วย 

เปิดหนังสือไทย-กัมพูชา เห็นพ้องสร้างรั้วชายแดน จันทบุรี-ตราด

เปิดหนังสือไทย-กัมพูชา เห็นพ้องสร้างรั้วชายแดน จันทบุรี-ตราด

เปิดหนังสือไทย-กัมพูชา เห็นพ้องสร้างรั้วชายแดน จันทบุรี-ตราด

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.40 น.

เปิดหนังสือ ไทย-กัมพูชา เห็นพ้อง สร้างรั้วชายแดนฝั่งจันทบุรี-ตราด ระยะทางกว่า 8 กม. หลักเขต 52-59 ด้าน “ทูตประศาสน์” เตรียมลงพื้นที่

8 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การสร้างรั้วชายแดน พื้นที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ในการกำกับดูแลของทาง กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายโดยฝ่ายไทย นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย หัวหน้าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ได้ลงนามและทางฝ่ายกัมพูชา ได้พิจารณารับรองเอกสารทางเทคนิค (Technical Instruction: TI) สำหรับการสำรวจและติดตั้งหลักเขตแดนชั่วคราวระหว่างหลักเขตที่ 52–59 ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 1-2 เรียบร้อยแล้ว ในขั้นต่อไปจะดำเนินการ ขั้นที่ 3 คือการสำรวจแนวเขตและปักหลักเขตชั่วคราว โดยได้นัดกับทางฝ่ายกัมพูชา มาดำเนินการในเร็ววันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากีอนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 ที่ผ่านมาชุดสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา โดยมี พ.อ. ยุทธพล  สุจริต แม่กองสนามฯ ฝ่ายไทย นายพรมเซือน  วัฒนะ แม่กองสนามฯ ฝ่ายกัมพูชา ได้ร่วมหารือการจัดทำคำแนะนำทางเทคนิคในการสำรวจและกำหนดหมุดชั่วคราว ระหว่างหลักเขตแดนที่ 52-59 พร้อมทั้งได้ลงนามเห็นชอบร่วมกันในคำแนะนำทางเทคนิคฯ ดังกล่าว โดยมี น.อ. ปรัชญา  หาญเทียม ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี น.อ.แทน ทองรับแก้ว รอง ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี น.อ. วีระเชษฐ์  ขยันทำ หน.ชค.ทพ.นย.2 และนายสิทธินนทร์ เชียรชีระสกุล กำนันตำบลเทพนิมิตร เข้าร่วมหารือฯ ณ ด่านผ่านแดนถาวรช่องโดง อ.ก็อมเรียง จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา

ขณะที่งบประมาณในการสร้างมีพร้อมแล้ว รวมถึงกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์  สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

‘มนพร’ชี้ รัฐบาลถึงทางตัน หากเจอซักฟอก รอดยาก

'มนพร'ชี้ รัฐบาลถึงทางตัน หากเจอซักฟอก รอดยาก

‘มนพร’ชี้ รัฐบาลถึงทางตัน หากเจอซักฟอก รอดยาก

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.35 น.

”มนพร“ ชี้ รบ.“อนุทิน” ถึงทางตันเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เหลือแค่ยุบสภาหนีหากเจอซักฟอก เชื่อรอดยาก ลั่น พท.ถูกกระทำมากแค่ไหนก็ไม่หวั่นไหว มั่นใจไม่มีวันล่มสลาย เพราะมี ปชช.เป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทยและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พบปะพร้อมปราศรัยกับชาวบ้านรายตำบลในพื้นที่เขตเลือกตั้ง ที่ 2 เขต 3 เขต 4  พร้อมมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 เขต 4 นครพนมคนใหม่ ภายใต้แคมเปญยกเครื่องเพื่อไทย เพื่อทวงแชมป์คืนจากพรรคภูมิใจไทย

นางมนพร กล่าวว่า ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทย มาจากความเดือดร้อน และปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ทุกนโยบาย ทุกยุคทุกสมัย เข้าถึงประชาชน แต่เสียดายปัญหาการเมืองประเทศไทย ทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาส เพราะนักการเมืองบางพรรค สร้างความบิดเบี้ยวทางการเมือง หวังสืบอำนาจทางการเมือง จนพรรคเพื่อไทยที่มีผลงานมากสุดของประเทศ ประชาชนได้ประโยชน์ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนจนถึงเพื่อไทย ถูกกระทำจากปัญหานิติสงคราม ถูกปฏิวัติรัฐประหาร ยุบพรรคมาหลายครั้ง แต่ยืนยันไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยล่มสลาย พร้อมยืนเคียงข้างประชาชน สำคัญพรรคเพื่อไทยมีประชาชนเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กทำให้มีพลังขับเคลื่อนการทำงานต่อเนื่อง

นางมนพร กล่าวต่อว่า หากถามถึงรัฐบาลปัจจุบัน ของนายกฯ อนุทิน ถือเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเสียงข้างน้อย มาจากความบิดเบี้ยวทางการเมือง ยากที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนา ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะเสียงฝ่ายค้านมาสนับสนุน ทำให้เห็นความชัดเจนของการเมืองแบบสองมาตรฐาน เป็นที่น่าสังเกตกรณีอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตรถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะการเจรจาเพื่อความสันติวิธีเกี่ยวกับปัญหาชายแดน แต่รัฐบาลปัจจุบันมีปัญหามากมายที่เข้าข่ายความผิดในการใช้อำนาจหน้าที่ รวมถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ถูกพิจารณาตัดสินความผิด 

“หากรัฐบาลนายกฯ อนุทินไม่ยุบสภาก่อนที่จะมีการถูกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากถึงเวลาลงมติไม่ไว้วางใจ คงยากที่จะรอดเพราะมีเสียงข้างน้อย กว่าฝ่ายค้าน ทำให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงสำคัญกับพี่น้องประชาชน ถึงเวลารวมพลังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย สร้างความสมบูรณ์ให้ระบอบประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนให้นักการเมืองรับรู้ว่าเสียงของประชาชนจะต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน พรรคการเมืองที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน จะต้องยืนหยัดอยู่กับประชาชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย” นางมนพร กล่าว

ปิดดีล! บ้านใหญ่เมืองสงขลา ตระกูล’ขาวทอง’แตกแบงค์พัน แยกเดิน’ปชป.-กล้าธรรม’

ปิดดีล! บ้านใหญ่เมืองสงขลา ตระกูล'ขาวทอง'แตกแบงค์พัน แยกเดิน'ปชป.-กล้าธรรม'

ปิดดีล! บ้านใหญ่เมืองสงขลา ตระกูล’ขาวทอง’แตกแบงค์พัน แยกเดิน’ปชป.-กล้าธรรม’

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.29 น.

รายงานข่าวไขข้อข้องใจ ตระกูล ‘ขาวทอง’ เมืองสงขลา เลือกตั้งครั้งหน้าจะอยู่ค่ายใด หลัง ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยู่ในโครงสร้างบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ ยุค ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรค

ย้อนไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ คาดการณ์กันว่า กลุ่มสส.ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงกลุ่มสส.สงขลา ของ ‘เดชอิศม์’ จะถอนยวงออกไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะครอบครัว ‘เดชอิศม์’ ประกอบด้วย เขต 5 ‘เดชอิศม์’ เขต 6 ‘น้ำหอม – สุภาพร กำเนิดผล’ ภรรยา และ เขต 9 ‘สิงโต- ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง’ บุตรชาย

ทว่าผ่านมาไม่กี่วัน ‘สิงโต’ กลับประกาศชัดบนเวทีงานลอยกระทงที่ตลาดน้ำคลองแห สงขลา ว่า ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อไปอย่างแน่นอน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ‘เดชอิศม์’ ตัดสินใจอย่างไรกันแน่ กับอนาคตทางการเมืองของ ‘บ้านใหญ่ขาวทอง’

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า ตระกูลขาวทอง จะแยกเป็น 2 ขา คือ ‘เดชอิศม์’ กับ ‘สุภาพร’ จะจูงมือกันไปนร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ส่วน ‘สิงโต’ จะอยู่กับประชาธิปัตย์ต่อไป

ส่วนปัญหาที่ทางในพรรคกล้าธรรม ซึ่งเกิดพื้นที่ทับซ้อน เนื่่องจาก เขต 6 ‘โบ๊ต-นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์’ ที่เคยลงสมัครในสังกัด พปชร.แต่พ่ายแพ้ให้กับ ‘สุภาพร’ ไปแค่ 4,000 คะแนน จองพื้นที่อยู่แล้ว แถม ‘ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ สส.กฤต สส. สงขลาเขต 4 พรรคกล้าธรรม ก็ประกาศชัดเรื่องอื่นไม่สน แต่ ‘โบ๊ต-อนุกูล’ ต้องลงเขต 6

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้การจัดสรรกันลงตัว โดย ‘เดชอิศม์’ จะสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แล้วให้ ‘สุภาพร’ ย้ายมาลงเขต 5 เปิดทางให้ ‘โบ๊ต’ ลงเขต 6 เป็นอันว่าจบดีล