‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีเพื่อน้อมกราบถวายอาลัย พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในพิธีมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ มกอช. ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการ มกอช.พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.13 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ , นายวัฒนา มังธิสาร , นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.35 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี

– 006

‘อธิบดีฝนหลวง’เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

'อธิบดีฝนหลวง'เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

‘อธิบดีฝนหลวง’เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568 โดยมี นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ ผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมพิธีจากหน่วยงานสังกัดต่าง ๆ ได้แก่ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กองทัพบก กองทัพอากาศ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และหน่วยงานภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งในพิธีการประกอบด้วย พิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การรับปีกฝนหลวงพิเศษพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการมอบเกียรติบัตร

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเฉพาะด้านในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ป่าไม้ เขื่อนเก็บกักน้ำ และช่วยบรรเทาภัยพิบัติ ทั้งในด้านปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หมอกควันไฟป่า ตลอดจนการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการรับสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งฝนหลวง” ผู้ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริฝนหลวงในการการแก้ไข บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมา และการดำเนินภารกิจด้านต่าง ๆ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่ได้รับการประสานงาน การช่วยเหลือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมบูรณาการกัน ทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งกรมฯ ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากผู้ร่วมกันทำคุณประโยชน์และสนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้วยดีเสมอมา

นายราเชน กล่าวต่อด้วยว่า ในนามกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับปีกฝนหลวงพิเศษทุกท่าน ซึ่งปีกฝนหลวงพิเศษนี้ ถือเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงเกียรติประวัติในการสนองงานโครงการพระราชดำริฝนหลวง การปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลความต้องการน้ำ ด้านบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธที่ 29 ตุลาค 2568 เวลา 09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 115 อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดินไทย” อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.01 น.

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570 

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการข้าว ให้การต้อนรับ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการผลิตข้าวของเกษตรกรไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรยุคดิจิทัล

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันข้าวไทย ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ประกอบกับต้นทุนการผลิตสูง เป็นผลมาจากราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมการข้าวจึงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยการดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการการทำงานเพื่อหาทางออกร่วม ซึ่งกรมการข้าวมีแนวทางการส่งเสริมงานวิจัย โดยร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงที่ตรงตามความต้องการของตลาดโลก โดยจะเริ่มดำเนินการนำร่องภายในปีงบประมาณ 2569 ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชนกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกรมการข้าวมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทย ให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตข้าวคุณภาพในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมครั้งนี้ กรมการข้าวมีความเห็นพ้องต้องกันกับนายปีติพงศ์ และคณะ ที่ว่าภาคการเกษตรจะต้องปรับตัวจากระบบดั้งเดิมสู่เกษตรยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลัก การผลิตข้าวของไทยควรมุ่งเน้นตลาดเฉพาะ เช่น ข้าวสุขภาพ ข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ หรือข้าวนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยกรมการข้าวจะจัดทีมคณะทำงานวิจัยในการทำงานร่วมกัน โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเริ่มโครงการในปีงบประมาณ 2570

‘สุชาติ’นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ’ช้างไทย’ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

'สุชาติ'นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ'ช้างไทย'ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

‘สุชาติ’นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ’ช้างไทย’ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.48 น.

“รองนายกฯสุชาติ”นั่งหัวโต๊ะหารือแนวทาง เจรจานำช้างไทยในศรีลังกากลับสู่ประเทศไทยให้ดีที่สุดและเร็วที่สุด

วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อเจรจาขอนำช้างไทยทูตสันถวไมตรีจากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา กลับประเทศไทย ร่วมกับผู้แทนกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กลุ่มทวงคืนช้างไทย มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา สถานเอกอัครทูต ณ กรุงโคลัมโบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลความเป็นอยู่ของช้างไทยทูตสันถวไมตรีทั้ง 2 เชือก ได้แก่ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” จากกลุ่มทวงคืนช้างไทย พร้อมหารือแนวทางการเจรจาในการนำช้างไทยทั้ง 2 เชือก กลับคืนสู่ประเทศไทยด้วยแนวทางที่ละมุนละม่อมเป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการร่วมกัน โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นรองประธาน เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางในการเจรจาที่ดีที่สุด และนำช้างไทยทั้ง 2 เชือก กลับสู่ประเทศไทยได้เร็วที่สุด

– 006

‘Pet Fair Southeast Asia 2025’ ครั้งที่ 4 ขับเคลื่อนนวัตกรรม ความร่วมมือข้ามพรมแดนในเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง

'Pet Fair Southeast Asia 2025' ครั้งที่ 4 ขับเคลื่อนนวัตกรรม ความร่วมมือข้ามพรมแดนในเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง

‘Pet Fair Southeast Asia 2025’ ครั้งที่ 4 ขับเคลื่อนนวัตกรรม ความร่วมมือข้ามพรมแดนในเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

งาน Pet Fair Southeast Asia 2025 ครั้งที่ 4 เปิดฉาก สะท้อนพลังและการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงแห่งเอเชีย รวมผู้แสดงสินค้ากว่า 450 รายจากกว่า 35 ประเทศ ณ ไบเทค กรุงเทพฯ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรม ความยั่งยืนและความร่วมมือข้ามพรมแดนในเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาค

งาน Pet Fair Southeast Asia 2025 (Pet Fair SEA – งานเพ็ทแฟร์ เซาว์อีสท์ เอเชีย) เปิดประตูต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้นำธุรกิจจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง งานปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 และได้กลายเป็นเวที B2B ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยง ที่มุ่งส่งเสริมโอกาสใหม่ในด้านการผลิตและนวัตกรรม พิธีเปิดอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นแล้ววันนี้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม, ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ประธานสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), ดร. ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานหอการค้าไทย, รวมถึง Mr. Edwin Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Globus Events และ Mr. Justin Pau ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ในฐานะผู้จัดงาน

นวัตกรรมสินค้าที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม

งานในปีนี้ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงสุทธิ 9,500 ตารางเมตร มีผู้แสดงสินค้ารวม 450 บริษัทจาก 33 ประเทศ และ 10 พาวิลเลียนระดับชาติ ได้แก่ พาวิลเลียนจากประเทศแคนาดา จีน อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายในงานนำเสนอครบทุกมิติของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง — ตั้งแต่วัตถุดิบโภชนาการ และสุขภาพ ไปจนถึงนวัตกรรมด้านค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ โดยราว 60% ของพื้นที่จัดแสดงมุ่งเน้นหมวดอาหารสัตว์เลี้ยง วัตถุดิบ ขนม และการดูแลสุขภาพ, อีก 30% สำหรับผลิตภัณฑ์สุขอนามัย อุปกรณ์ และการกรูมมิ่ง และอีก 10% สำหรับหมวดใหม่ เช่น เทคโนโลยีสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น บรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ขนส่งสัตว์เลี้ยง

ปีนี้ยังมีการเปิดตัว Petfood Forum Asia จัดโดย WATT Global Media ซึ่งเป็นเวทีสัมมนาเชิงลึกด้านเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์ทางธุรกิจ งานได้เปิดตัวระบบจับคู่ธุรกิจแบบดิจิทัลใหม่ ช่วยให้ผู้แสดงสินค้าเชื่อมต่อกับผู้ซื้อได้ล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ในแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน PetFair SEA 2025 ได้เปลี่ยนสู่รูปแบบ ดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยไม่มีคู่มือแสดงงานแบบสิ่งพิมพ์ ข้อมูลทั้งหมดถูกรวมไว้ในแอปพลิเคชันทางการของงาน

เสียงจากผู้นำอุตสาหกรรมสะท้อนความเชื่อมั่นและทิศทางแห่งอนาคต

ดร. เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการปาฐกถาเปิดงานว่า “อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดในปี 2568 จะสูงถึง 92,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 13% จากปีก่อน และจะทะลุ 100,000 ล้านบาทในปี 2569 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงต่อภาคการผลิตและการส่งออกของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานการผลิต และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของอาเซียน”

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุตสาหกรรมไมซ์คือกลไกแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ งาน Pet Fair SEA คือตัวอย่างที่ชัดเจนของงานแสดงสินค้าที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมต่อพันธมิตรระดับโลก และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็น ‘Global-Asia’s Trusted Gateway’”

ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า “มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 อยู่ที่กว่า 92,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน งาน Pet Fair SEA เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และนวัตกรรมระดับโลก เป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม S-Curve ที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทย”

คุณจัสติน เปา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท VNU Asia Pacific กล่าวเสริมว่า “Pet Fair SEA เติบโตเกินกว่างานแสดงสินค้า มันคือหัวใจของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงแห่งเอเชีย ปีนี้เรารวมบริษัทกว่า 450 แห่งจาก 33 ประเทศไว้ที่กรุงเทพฯ สร้างเวทีที่นวัตกรรมและความร่วมมือมาบรรจบกัน กำหนดทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงในภูมิภาค”

คุณเอ็ดวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Globus Events Limited กล่าวว่า “ในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่าย Pet Fair Asia งาน Pet Fair Southeast Asia มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงบริษัทระดับโลกเข้ากับตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตเร็วในเอเชีย ภารกิจของเราคือการเป็นสะพานระยะยาวเพื่อส่งเสริมการพัฒนา ขับเคลื่อนนวัตกรรม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน เราเชื่อมั่นว่าภูมิภาคนี้จะยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโลกให้สูงขึ้นไปอีกขั้น”

ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมการค้า และผู้แสดงสินค้าระดับนานาชาติ Pet Fair Southeast Asia ยังคงเสริมบทบาทของกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของเอเชีย โดยเชื่อมโยงทุกห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบและโภชนาการไปจนถึงค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ สะท้อนถึงพลวัตและศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคที่ไม่หยุดยั้ง

งาน Pet Fair Southeast Asia 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ http://www.petfair-sea.com

-(016)

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบเงินสมทบ ‘กองทุนหทัยทิพย์’ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบเงินสมทบ ‘กองทุนหทัยทิพย์’ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบเงินสมทบ ‘กองทุนหทัยทิพย์’ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  โดย คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประ ธานกรรมการ และ คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กรรมการจัดการและเหรัญญิก พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท สม ทบ “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจของกองทุนฯ ในการดำเนินการก่อสร้างกำแพงและบังเกอร์บริเวณชาย แดนไทย–กัมพูชา รวมใจช่วยปกป้องอธิปไตยของชาติ บรรเทาทุกข์ และสร้างสุขสู่ชายแดน โดยมี ท่านผู้หญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถา บันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้รับมอบ ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพ มหานคร