EM DISTRICT เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นศ. โชว์พลังไอเดีย ‘Something to Stay__On’ จุดประกายความยั่งยืนผ่านดีไซน์ ในเทศกาล Bangkok Design Week 2026

EM DISTRICT เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นศ. โชว์พลังไอเดีย  ‘Something to Stay__On’ จุดประกายความยั่งยืนผ่านดีไซน์ ในเทศกาล Bangkok Design Week 2026

EM DISTRICT เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นศ. โชว์พลังไอเดีย ‘Something to Stay__On’ จุดประกายความยั่งยืนผ่านดีไซน์ ในเทศกาล Bangkok Design Week 2026

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

เอ็ม ดิสทริค (ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) จับมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมจัดงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569” หรือ “Bangkok Design Week 2026” ภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S” เพื่อส่งสัญ ญาณระดมพลนักออกแบบและนักสร้างสรรค์ในทุกสาขาให้มาร่วมกันคิดและลงมือครีเอทความสร้างสรรค์แบบฉบับของตัวเอง เพื่อรับมือกับวิกฤตต่างๆ ที่ส่งผลกระทบทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก โดยชวนเหล่านิสิต-นักศึกษาที่ร่วมโครงการ Academic Program มาปลดล็อกสกิลการออกแบบพร้อมแสดงไอเดียผ่านการรังสรรค์ผลงานศิลปะแบบไร้ขีดจำกัด ณ เอ็ม ดิสทริค

ในปีนี้ เอ็ม ดิสทริค ยังคงร่วมส่งเสริมวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เป็น Art District ของย่านสุขุมวิทและกรุงเทพมหานคร โดยร่วมเปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจให้กับเหล่านิสิต-นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Academic Program ซึ่งทางเอ็ม ดิสทริค ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นปีที่ 2 หลังจากในปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษาที่ร่วมส่งผลงาน และประชาชนที่ร่วมชมผลงานนักศึกษา ซึ่งในปีนี้มีแนวคิดว่า “Something to Stay___On” ให้ทุกคนถ่ายทอดมุมมองผ่านผลงานศิลปะหรือการออกแบบที่สะท้อน “ความยั่งยืน” และ “ความแข็งแกร่งของเมืองในปัจจุบัน” โดยใช้วัสดุจากท้องถิ่นหรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์ผลงานที่คงอยู่ได้จริง พร้อมเชื่อมโยงผู้คน มีประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชม มีนิสิต-นักศึกษากว่า 17 ทีม จาก 10 สถาบัน ภายในงานได้รับเกียรติจาก สุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค ไซม่อน นิโคลัส  พิลลาร์ด ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ เอ็ม ดิสทริค รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในวงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์,ธีรนพ หวังศิลปะคุณ ผู้ก่อตั้ง TNOP Design,จิตต์สิงห์ สมบุญ ศิลปิน นักออกแบบ แฟชั่น ดีไซเนอร์ ร่วมให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทางตั้งแต่กระบวนการคิด ตลอดจนถึงกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานจริง ซึ่งแต่ละทีมได้ออกแบบชิ้นงานออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนมุมมอง แนวความคิดออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ โดยผลงานของทุกทีมที่เข้าร่วมโครงการจะได้ผลิตและจัดแสดงจริงภายในงาน Bangkok Design Week 2026 ณ เอ็ม ดิสทริค ในปีหน้า

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ความคิดสร้างสรรค์ในงาน “Bangkok Design Week 2026” ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เอ็ม ดิสทริค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Emporium Emquartier และ Emsphere at EM District หรือ LINE @EMDISTRICT

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน รับการทูลเกล้าญ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาฯ

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน  รับการทูลเกล้าญ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาฯ

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน รับการทูลเกล้าญ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาฯ

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.46 น.

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โดยมี ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนิสิตภูฏานที่ศึกษาอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในการนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทูลเกล้าฯ ถวาย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศ แด่ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ในฐานะที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรด้วยพระราชหฤทัยตั้งมั่นอยู่บนการพัฒนาอันยั่งยืน ทรงให้ความสำคัญด้านการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ทรงดำเนินโครงการในพระราชดำริโดยให้ความสำคัญแก่เยาวชนและเด็ก ทรงเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และทรงสนับสนุนการมี    ส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย และทูลเกล้าฯ ถวาย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา แด่ สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ในฐานะที่ทรงเป็นนักพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงมีพระปรีชาญาณ พระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวภูฏานทั้งในด้านสุขภาวะ ความเสมอภาค การอนุรักษ์และการพัฒนา และนำพาประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแก่นิสิตภูฏานแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จำนวน 5 ทุน และถวายแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุกจำนวน 5 ทุน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระราชทานพระราชดำรัสถึงพระราชปณิธานแห่งการรับใช้ประชาชน ในฐานะพระประมุขของราชอาณาจักรภูฏาน   ความสำคัญว่า “ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงรับพระราชภารกิจในการสืบสานพระราชปณิธานจากบูรพมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง ข้าพเจ้าเฝ้ามองพระองค์ด้วยความชื่นชมในความสง่างามและความมุ่งมั่นที่ทรงมีต่อการศึกษา การสาธารณสุข และการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎรไทย

อีกทั้งข้าพเจ้ายังได้รับแรงบันดาลใจจากบทสนทนาระหว่างข้าพเจ้าและพระราชบิดาที่ว่า “เจ้ามิได้มีหน้าที่รับใช้เรา แต่เจ้ามีหน้าที่รับใช้ชาติและประชาชน” ซึ่งข้าพเจ้าได้ประจักษ์ในภาพเดียวกันนั้นจากสมเด็จ   พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีที่ทรงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อแผ่นดินไทยด้วยความเข้มแข็งอย่างน่าเลื่อมใสยิ่ง

บทเรียนจากสองมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในการก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ ข้าพเจ้าโชคดีที่มีครูผู้ยิ่งใหญ่สองท่าน ท่านแรกคือ พระราชบิดาของข้าพเจ้า ผู้สอนให้รู้ว่าเป้าหมายเดียวของกษัตริย์คือการรับใช้ประชาชน และท่านที่สองคือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ พระองค์ทรงเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” ผู้ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อเข้าถึงปัญหาที่แท้จริงของราษฎร ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระองค์คือต้นแบบแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าจดจำมิลืมเลือนคือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน” ที่พระองค์ทรงมีตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์

มิตรภาพที่ไร้กาลเวลา ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2549 เมื่อครั้งข้าพเจ้ามาร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ    60 ปี ในฐานะมกุฎราชกุมาร ชาวไทยไม่ได้เรียกข้าพเจ้าด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เรียกข้าพเจ้าว่า “เจ้าชายจิกมี” เสมือนเป็นคนในครอบครัว ความเมตตานั้นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าจะขอตอบแทนมิตรภาพนี้แก่ประเทศไทยอย่างสุดความสามารถ

ประเทศไทยคือชาติที่คงความเป็นเอกราชมาได้ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบกับความเข้มแข็งของพสกนิกร ข้าพเจ้าเชื่อมั่นใน “สติปัญญา” ของคนไทยที่รู้จักความยืดหยุ่นและรู้วิธีการรักษาสมดุล สิ่งนี้จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคง

ข้าพเจ้าและพระราชินีจะเก็บรักษาเกียรติยศจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ในใจตลอดไป ขอให้มิตรภาพระหว่างไทยและภูฏานยั่งยืนสถาพรสืบไป”

ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับราชอาณาจักรภูฏานได้รับการสั่งสมและเสริมสร้างผ่านความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตลอดหลายทศวรรษ โดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ มีความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตภูฏานในประเทศไทย และหน่วยงานในภูฏาน ทั้งในด้านวิชาการ ด้านวัฒนธรรม และด้านความสัมพันธ์เชิงการทูต มีการจัดปาฐกถาและการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ต่อมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการจัดตั้ง “ศูนย์ปัญญาไทย – ภูฏานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (Thai-Bhutan Academy for Sustainable Futures) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ วิจัย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านภูฏานศึกษา พร้อมทั้งยกระดับบทบาทของจุฬาฯ ในฐานะผู้นำทางวิชาการระดับนานาชาติด้านเอเชียศึกษาและความร่วมมือ   เชิงนโยบายระหว่างประเทศ

 ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2568 มีนิสิตชาวภูฏานศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 6 คน เป็นนิสิตระดับปริญญาเอก บัณฑิตวิทยาลัย 1 คน และนิสิตปริญญาโท 5 คน จากบัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, นฤมล ล้อมทอง, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

สารัชถ์-นลินี รัตนาวะดี, สนั่น อังอุบลกุล และ ชาติศิริ โสภณพนิช

นารี ตัณฑเสถียร อดีตอัยการสูงสุด, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีต รมว.ต่างประเทศ และอโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกา

พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล กรรมการสภาจุฬาฯ พร้อมด้วย 2 ผู้บริหารไทยเบฟ พลภัทร สุวรรณศร และ สุเทพ เจียมประเสริฐ

มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์

องค์กรภาคธุรกิจ ร่วมคัดสรรรางวัลเกียรติยศ ‘สุดยอดนักบริหารแห่งปี 2025’ Thailand Top Vote 2025

องค์กรภาคธุรกิจ ร่วมคัดสรรรางวัลเกียรติยศ ‘สุดยอดนักบริหารแห่งปี 2025’ Thailand Top Vote 2025

องค์กรภาคธุรกิจ ร่วมคัดสรรรางวัลเกียรติยศ ‘สุดยอดนักบริหารแห่งปี 2025’ Thailand Top Vote 2025

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

สมหมาย สุวรรณวงษ์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารจากภาคธุรกิจ พจน์ อร่ามวัฒ นานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย,ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล และ สุวิทย์ ทรัพย์มหาอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยใหญ่ สำนักวิทยุ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมประชุมคณะกรรมการตัดสิน รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดนักบริหารแห่งปี 2025” Thailand Top Vote 2025 เพื่อมอบรางวัลให้กับนักบริหารภาครัฐและภาคเอก ชน จัดโดย บมจบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

แก้มบุ๋ม สดุดีทหารไทย ซึ้งใจยอมแลกชีวิตปกป้องแผ่นดิน

แก้มบุ๋ม สดุดีทหารไทย ซึ้งใจยอมแลกชีวิตปกป้องแผ่นดิน

แก้มบุ๋ม สดุดีทหารไทย ซึ้งใจยอมแลกชีวิตปกป้องแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.42 น.

24 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุดนักแสดงสาวชื่อดัง “แก้มบุ๋ม ปรียาดา” ได้ออกมาโพสต์ข้อความสดุดีความกล้าหาญและการเสียสละของทหารไทย ระบุว่า 

        “คุณเอาร่างกายของตัวเองต้านกระสุนเพื่อปกป้องประเทศชาติ จากลูกผู้ชายของใครบางคน ความกล้าหาญแบบนี้…ไม่ใช่ใครก็มี แต่คุณมี และสิ่งที่คุณทำไม่สูญเปล่าเลยเพราะมีคนอีกหลายคนที่รักชาติมากขึ้น จากการเสียสละของคุณ

       37 ปีที่อยู่บนผืนดินนี้เพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เองพอเห็นทหารยอมแลกชีวิตเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน  สดุดีทหารไทย”

โดยชาวเน็ตและแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความเห็น สนับสนุนข้อความและร่วมสดุดีทหารไทย

ปู มัณฑนา สุดเศร้า สูญเสียคุณพ่อที่จากไปอย่างสงบ

ปู มัณฑนา สุดเศร้า สูญเสียคุณพ่อที่จากไปอย่างสงบ

ปู มัณฑนา สุดเศร้า สูญเสียคุณพ่อที่จากไปอย่างสงบ

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.08 น.

24 ธันวาคม 2568 ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียของนักแสดงสาว “ปู มัณฑนา” ที่ได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้าผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 หลังสูญเสียคุณพ่อผู้เป็นที่รัก

โดยปู มัณฑนา ได้โพสต์ภาพขณะรดน้ำศพคุณพ่อ พร้อมข้อความอาลัยสุดซึ้ง ระบุว่า “กราบลาคุณพ่อ หลับให้สบายนะคะ ไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วงปูอีกแล้วนะคะ #ลูกหลานทหารอดทนและเข้มแข็งค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง

ฮาทั้งไทม์ไลน์! ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’กับภารกิจทำอะไรก็ได้…ที่ Shabu King (แต่ไม่สำเร็จ)

ฮาทั้งไทม์ไลน์! ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’กับภารกิจทำอะไรก็ได้…ที่ Shabu King (แต่ไม่สำเร็จ)

ฮาทั้งไทม์ไลน์! ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’กับภารกิจทำอะไรก็ได้…ที่ Shabu King (แต่ไม่สำเร็จ)

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกเสียงหัวเราะจากโซเชียลได้แบบถล่มทลายเมื่อ เจี๊ยบ พิจิตตรา ออกมาโพสต์คลิปสุดเอ็นดู ในบทบาท “เจ้าของร้าน” แห่ง Shabuking Gotoku by Shabu King พร้อมตั้งแคปชั่นฮา ๆว่า“เราเป็นเจ้าของร้าน เราจะทำอะไรก็ได้”แต่ดูเหมือนความเป็นจริงจะไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่นั่ง เลือกที่จอดรถ หรืออยากนั่งทานตรงไหนก็ตาม งานนี้กลับโดน ทีมพนักงานประจำร้านสกัดทุกด่านด้วยประโยคนี้“คุณเจี๊ยบคะ…ไม่ได้ค่ะ ตรงนี้เป็นของลูกค้า”

ไม่ว่าจะอ้างตำแหน่งเจ้าของร้านกี่รอบ คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็นคำเดิมซ้ำ ๆ จนแฟน ๆ ถึงกับคอมเมนต์แซวกันสนั่นว่า“เจ้าของร้าน = อยู่ตรงไหนก็ไม่ได้”บรรยากาศในคอมเมนต์เต็มไปด้วยความเอ็นดูหลายคนชื่นชมความเป็นมืออาชีพของพนักงานที่ยึดกฎร้านเป็นหลักขณะเดียวกันก็อมยิ้มกับความน่ารักเป็นกันเองของ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ยอมแพ้กฎร้านแบบไม่มีงอแงงานนี้บอกเลยว่า ถึงจะเป็นเจ้าของร้านตัวจริงเสียงจริง แต่ถ้าเข้าร้าน Shabu King แล้ว… กฎคือกฎ ลูกค้าต้องมาก่อน และเจ้าของก็ต้องต่อคิวเหมือนกัน

‘ครูก้อย’ สุดแฮปปี้! อวดท้องป่อง 17 สัปดาห์ ชิลล์ๆ ไม่เหม็นหน้า ‘เจมส์’ แล้ว!

‘ครูก้อย’ สุดแฮปปี้! อวดท้องป่อง 17 สัปดาห์ ชิลล์ๆ ไม่เหม็นหน้า ‘เจมส์’ แล้ว!

‘ครูก้อย’ สุดแฮปปี้! อวดท้องป่อง 17 สัปดาห์ ชิลล์ๆ ไม่เหม็นหน้า ‘เจมส์’ แล้ว!

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.01 น.

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขแบบคูณสองของครอบครัว “ลอยชูศักดิ์” เลยทีเดียว เมื่อคุณแม่คนสวยอย่าง ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” ภรรยาสุดที่รักของ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” ออกมาอัปเดตการตั้งครรภ์โชว์ท้องที่เริ่มป่องอย่างเห็นได้ชัด หลังตั้งครรภ์ลูกสาวคนที่สองได้ 17 สัปดาห์ พร้อมโชว์ภาพอัลตราซาวด์ที่เผยให้เห็นว่าเบบี๋ตัวยาวสมบูรณ์สุดๆ แถมมีแววจะตัวสูงตามรอยพี่สาวอย่าง น้องเมดา” มาติดๆ

ความโชคดีของท้องนี้คือครูก้อยบอกว่าชิลล์กว่าที่คิดมาก! เพราะนอกจากจะมีเพียงอาการวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยแล้ว สิ่งที่ทำเอา “ป๊ะป๊าเจมส์” ยิ้มออกก็คือ ท้องนี้คุณแม่ไม่มีอาการ “เหม็นหน้าสามี” เหมือนท้องแรกที่เคยทั้งเหม็นทั้งหมั่นไส้จนคุณพ่อแทบเข้าใกล้ไม่ได้

แต่ถึงจะแพ้ท้องน้อยแค่ไหน เรื่องโภชนาการครูก้อยก็ไม่มีแผ่ว แม้ผลการตรวจรอบนี้จะไม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตามตั้งครรภ์ในวัย 42 ปีก็ต้องระวังเรื่องเบาหวานเป็นพิเศษ เจ้าตัวเลยจัดเต็มวินัยการกิน ทั้งเน้นโปรตีนจากพืช ลดคาร์โบไฮเดรต งดหวาน เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และเสริมวิตามินสำหรับตั้งครรภ์ ซึ่งเคล็ดลับนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวจนถึงระหว่างตั้งครรภ์ โดยคุณแม่ตั้งใจควบคุมโภชนาการให้เหมาะสม เพื่อให้น้ำหนักลงที่ลูกโดยตรง ไม่เกิดน้ำหนักสะสมที่คุณแม่หลังคลอด

ครูก้อยเล่าว่า “กว่าจะตั้งครรภ์สำเร็จในวัย 42 ปี แม้เส้นทางนี้จะมีอุปสรรคบ้าง เช่น การต้องเข้ารับการ เย็บปากมดลูก” เนื่องจากภาวะปากมดลูกสั้นซึ่งเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด แต่คุณแม่ก็สู้ไม่ถอย เพราะเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วตอนท้องน้องเมดา แถมยังมองทุกอย่างด้วยความเข้าใจตามหลักวิทยาศาสตร์”

ส่วนชื่อ น้องเมตตา” นั้น คุณพ่อเจมส์เตรียมไว้ให้ตั้งนานแล้ว โดยหยิบยกมาจากคำสอนเรื่องความเมตตาว่าเป็นของสูงที่อยากให้ลูกมีติดตัวไว้

งานนี้คนที่ตื่นเต้นไม่แพ้พ่อแม่ก็คือ น้องเมดา” ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง ดูแลคุณแม่เป็นอย่างดี แถมยังเป็นคนรีเควสต์อยากมีน้องเอง หลังจากเห็นเพื่อนๆ ที่โรงเรียนมีพี่น้องกันหมด โดยเจมส์เล่าว่า พยายามให้ลูกสาวอยู่ในทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะไปพบคุณหมอหรือตอนอัลตราซาวด์ เพื่อให้เขาเกิดความผูกพันและมีส่วนร่วม เพราะบางครั้งเด็กในวัยนี้อาจเข้าใจผิดได้ว่าแม่จะแบ่งปันความรักให้น้องมากกว่าเขา แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการมาของน้อง ทำให้เขารักและอยากช่วยดูแลน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง

งานนี้เห็นที “พ่อเจมส์” ต้องเริ่มเตรียมไว้หนวดเข้มๆ ซ้อมทำหน้าดุรอไว้ได้เลย… เตรียมตัวหวงลูกสาวคูณสองได้เลยจ้า!

สำหรับผู้ที่มีปัญหามีบุตรยาก สามารถติดตามเคล็ดลับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์และหลักโภชนาการดีๆ จากครูก้อยได้ที่เพจ Babyandmom.co.th แหล่งรวมความรู้ที่ครบครัน ทั้งรายการ ครูก้อยพบแพทย์”, “รีเสิร์ชทอล์ค (Research Talk)” และรายการ “สักวันฉันจะเป็นแม่” ที่รวบรวมประสบการณ์จริงจากเหล่าคุณแม่ที่เคยประสบปัญหามีบุตรยาก แต่สามารถสานฝันได้สำเร็จมาแบ่งปันประสบการณ์จำนวนมาก

‘ซีพี ออลล์’ เปิดสูตร SME ‘Live ให้รอด Live ให้พุ่ง’ ตามสไตล์ ‘แม่จูน–กษมา’ และ ‘เชน ธนา’

‘ซีพี ออลล์’ เปิดสูตร SME ‘Live ให้รอด Live ให้พุ่ง’ ตามสไตล์ ‘แม่จูน–กษมา’ และ ‘เชน ธนา’

‘ซีพี ออลล์’ เปิดสูตร SME ‘Live ให้รอด Live ให้พุ่ง’ ตามสไตล์ ‘แม่จูน–กษมา’ และ ‘เชน ธนา’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.22 น.

บนสมรภูมิธุรกิจยุคที่ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วผ่านปลายนิ้ว และเปลี่ยนพฤติกรรมตามแพลตฟอร์มเป็นรายสัปดาห์ “การไลฟ์ขายของ” กลายเป็นอาวุธสำคัญของ SME ที่ต้องการความอยู่รอดและการเติบโต โดยงานสัมมนา SME X INFLUENCER ครั้งที่ 5 : ไลฟ์ยุคใหม่ ขายยังไง ให้ปังทุกแพลตฟอร์ม จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้สะท้อนเทรนด์สำคัญของยุค Live Commerce ที่มาแรงจากหลากหลายปรากฏการณ์ ตั้งแต่ “เทศกาลเจนนี่” ที่ทำให้ตลาดลุกเป็นไฟ สะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคพร้อมซื้อจากคนที่ “เขาเห็นทุกวัน” มากกว่าจากโฆษณาที่เห็นเพียงครั้งเดียว จึงเป็นโอกาสของ SME ที่กล้าลงสนามและใช้ไลฟ์เป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่ตัวเลือกเสริมอีกต่อไป


จูน-กษมา CEO ผู้เปลี่ยนทิชชู่เปียก “ViVa” ให้เป็นสินค้าประจำบ้านของคนไทย สู่สินค้าขายดีในเซเว่น

หนึ่งในผู้ประกอบการที่สร้างแรงบันดาลใจให้ SME ไทยคือ “แม่จูน-กษมา ศิลาชัย” เจ้าของแบรนด์ ViVa ผู้เริ่มต้นจากการเป็นแม่ค้าออฟไลน์ ก่อนพัฒนาตัวเองจนก้าวสู่โลกออนไลน์อย่างจริงจัง ทั้งยังเคยเป็นเจ้าของสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นครีมซอง เครื่องสำอาง ลิปซอง ดินสอเขียนคิ้ว น้ำปลาร้าส้มป่อย และล่าสุดกับผลิตภัณฑ์ทิชชู่เปียก ViVa ที่วางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศกว่า 2 ปี และก้าวขึ้นเป็น สินค้าขายดีอันดับ 1 ในหมวดผ้าเปียกและทิชชู่เปียก ของเซเว่นฯ ในเวลารวดเร็ว

“จุดเริ่มต้นของ ViVa เกิดจาก Pain Point ของตัวจูนเองในฐานะผู้ใช้ทิชชู่เปียกมาตลอดชีวิต ตั้งแต่วัยรุ่นจนเป็นคุณแม่ อีกทั้งยังเคยแพ้ผลิตภัณฑ์นำเข้าที่มีอยู่ในตลาด ทำให้ตั้งใจผลิตผ้าเปียกคุณภาพดี ราคาเข้าถึงง่าย และอยากผลักดันให้เป็นสินค้าคนไทยผลิตในไทยให้ได้ในอนาคต” จูน กษมา กล่าว

ด้าน “การไลฟ์ขายของยังไงให้ปัง” เธอแนะนำสูตรสำเร็จ คือ คุณภาพสินค้าต้องดี–มีความเข้าใจกลุ่มลูกค้า–เป็นอินฟลูเป็นนักไลฟ์ที่ขยัน เนื่องจากหากสินค้าดีจริง ลูกค้าจะกลับมาเอง และจะกลายเป็นแรงปากต่อปากบนไลฟ์ที่ทรงพลังที่สุด กลยุทธ์สำคัญของแม่จูน คือ ขายสิ่งที่ถนัดจริงๆ  จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ หม้อแม่จูน ซึ่งเริ่มจากการทำกินเองในครอบครัว แล้วเพื่อนๆ อินฟลูก็สั่งไปทานและบอกต่อ ปัง จนสามารถทำยอดได้วันละกว่า 2,000 หม้อ กลายเป็นสัญลักษณ์ของแม่ค้าที่สร้างปรากฏการณ์ได้ด้วยการไลฟ์อย่างสม่ำเสมอ

เธอย้ำว่า “การไลฟ์ขายของ” เป็นพื้นที่ของความจริงใจ ขายความเป็นตัวเอง ความเป็นธรรมชาติ และผู้ซื้อยุคใหม่ ตัดสินใจด้วยความรู้สึก จึงต้องทำให้ เห็นภาพ-เชื่อใจ-รู้สึกว่าได้ของดีคุ้มค่า ในเวลาสั้นที่สุด


เชน-ธนา นักไลฟ์หลักล้าน ที่เรียนรู้จากทุกยุค

ประสบการณ์ 12 ปีบนเส้นทางธุรกิจ ตั้งแต่ยุคทีวี สู่ยุค TikTok Live เชน-ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์อมาโด้ CEO นักไลฟ์ที่ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี มองว่า “การไลฟ์ขายของ” ผู้ขายต้องเข้าใจตัวเลข เช่น Conversion, จำนวนผู้ชมเฉลี่ย และเวลาที่คนพร้อมจ่ายเงินจริง เขาอธิบายถึง “ทฤษฎีโกงความรู้สึก” ที่เขานำมาใช้บนไลฟ์ เพื่อทำให้ผู้ชม “หยุดดู–อยากรู้–อยากซื้อ” ผ่านเทคนิคจังหวะการพูด การย้ำจุดขาย และการสร้าง “ความกลัวตกกระแส” หรือ FOMO อย่างถูกจังหวะ ตัวอย่างเช่น การวางเวลาเปิดโปรโมชั่นพิเศษ การปล่อยคำว่า “เหลือ 10 ชิ้นสุดท้าย” ในจังหวะที่กราฟจำนวนผู้ชมกำลังขึ้น เพื่อดึงพลังตัดสินใจของลูกค้า

เขาย้ำว่า “ยุคนี้ไลฟ์คือหน้าร้าน” SME ต้องคิดเหมือนกำลังเปิดห้างสรรพสินค้าออนไลน์ของตัวเอง และต้องมีแผนเล่นแพลตฟอร์มให้ต่างกัน ทั้ง TikTok, Facebook, YouTube หรือ Marketplace ซึ่งแต่ละที่มีอัลกอริทึมและช่วงเวลาซื้อสินค้าที่ไม่เหมือนกัน แต่เขาเชื่อว่า Live คือเครื่องมือที่ต้นทุนต่ำที่สุดแต่สร้างผลลัพธ์ได้สูงที่สุดในยุคนี้
อีกประเด็นที่ที่น่าสนใจจาก เชนธนา คือแนวคิด “โกงความรู้สึก” ที่เขาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญมาตลอดการไลฟ์ เขาพบว่า ตี 4 คือช่วงเวลาขายของที่ดี เขาอธิบายว่า ผู้ขายของออนไลน์จำเป็นต้องสร้างพลังให้ตัวเองก่อน เพราะอารมณ์ของผู้ขายส่งผลกับการซื้อของผู้ชมโดยตรง การบิวท์ตัวเองให้พร้อมคือการ “โกงเวลา” ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม หากงานปกติ 1 วันทำรายได้ 3,000 บาท แต่บางครั้งการไลฟ์เพียง 2 ชั่วโมงก็ทำได้เท่ากัน นี่คือเหตุผลที่ต้องโกงความรู้สึก เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยืนระยะได้ยาว แม้ไม่ต้องสวย ไม่ต้องเนี้ยบ แต่ต้องจริงใจและพร้อมสม่ำเสมอ

โดย 3 แนวคิดสำคัญที่ SME สามารถนำไปต่อยอดได้ คือ ได้แก่ (1) สินค้าต้องดีจริง เพราะไลฟ์ขยายทั้งข้อดีและข้อเสียแบบ Real-time (2) เข้าใจแพลตฟอร์ม–เข้าใจลูกค้า–เข้าใจจังหวะขาย คือแกนกลางของการเติบโตระยะยาว (3) ไลฟ์คือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ “ครั้งเดียวปัง” แต่คือการสร้าง ความไว้วางใจสะสม ในทุกวัน และแม้เชนธนาจะประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ แต่เขาย้ำว่าการเข้าสู่โมเดิร์นเทรดยังเป็นก้าวสำคัญของ SME ไทย โดยเฉพาะการวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ช่วยขยายตลาดวงกว้าง ซึ่งต้องเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการสต๊อกและมาตรฐานสินค้าให้รองรับการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘เจมส์–จิรายุ’ ปลื้ม!! ได้ส่งต่อการให้เพื่อผู้ป่วยเด็กและน้องๆ ในโครงการไฟ-ฟ้าโดยมูลนิธิทีทีบี

‘เจมส์–จิรายุ’ ปลื้ม!! ได้ส่งต่อการให้เพื่อผู้ป่วยเด็กและน้องๆ ในโครงการไฟ-ฟ้าโดยมูลนิธิทีทีบี

‘เจมส์–จิรายุ’ ปลื้ม!! ได้ส่งต่อการให้เพื่อผู้ป่วยเด็กและน้องๆ ในโครงการไฟ-ฟ้าโดยมูลนิธิทีทีบี

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

“เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข”นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งการให้ไม่มีที่สิ้นสุด กับภารกิจเดิน-วิ่งการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” กิจกรรมภายใต้แนวคิด Run for Change ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนให้ทุกก้าววิ่งไม่ได้จบที่เส้นชัย แต่ช่วยส่งต่อกรให้…ไม่มีสิ้นสุด เพื่อช่วยส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น

จิรายุ ตั้งศรีสุข นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025 เพราะเป็นงานที่ดีต่อใจมาก ๆ ปกติมาวิ่งที่สวนวชิรเบญจทัศหรือสวนรถไฟเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การมาวิ่งครั้งนี้ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไป เพราะการวิ่งของเราไม่ได้จบที่สุขภาพของตัวเอง หรือจบที่เส้นชัย แต่ทุกก้าวได้เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม นำไปมอบให้กับ 7 องค์กร ซึ่งประกอบด้วย 6 โรงพยาบาลท้องถิ่นและโครงการไฟ-ฟ้า โดย มูลนิธิทีทีบี ซึ่งโรงพยาบาลจะนำไปใช้จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยเด็กให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพิ่มโอกาสรอดชีวิต และช่วยให้ได้รับโอกาสการดูแลรักษาที่ดีขึ้น ส่วนเงินที่มอบให้โครงการไฟ-ฟ้า จะนำไปพัฒนาเยาวชนด้านศิลปะและทักษะชีวิต เพื่อสร้างพื้นฐานสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นงานที่ได้ทั้งสุขภาพและได้บุญไปพร้อมกัน เป็นงานที่ทำให้ผมอยากมาในปีถัด ๆ ไปด้วยครับ

สำหรับงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ยังยึดมั่นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเสื้อวิ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% และหลังจบงานวัสดุไวนิลจากในงาน จะถูกนำมาทำกระเป๋า Upcycling และเอาไปต่อยอดการทำกิจกรรม ttb blue planet นอกจากนี้ โซนอาหารและแก้วพลาสติกจากในเส้นทางจะนำไปบริจาคให้กับวัดจากแดง สามารถนำขวดพลาสติกมารีไซเคิลเป็นผ้าไตรจีวร-ผ้าบังสุกุล ซึ่งการผลิตเส้นใยสำหรับผลิตผ้าจีวร 1 ไตรจีวร ใช้ขวดพลาสติก 60 ใบ สำหรับฝาขวดและฉลาก สามารถนำไปรีไซเคิลเป็นโต๊ะ เก้าอี้พลาสติก โดยพัฒนาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน

เก็บสีหน้าไม่อยู่ ส่องรีแอค ชมพู่-แอฟ หลัง นุ่น วรนุช บอกสามี ต๊อด ปิติ เป็นแค่พนักงานออฟฟิศ

เก็บสีหน้าไม่อยู่ ส่องรีแอค ชมพู่-แอฟ หลัง นุ่น วรนุช บอกสามี ต๊อด ปิติ เป็นแค่พนักงานออฟฟิศ

เก็บสีหน้าไม่อยู่ ส่องรีแอค ชมพู่-แอฟ หลัง นุ่น วรนุช บอกสามี ต๊อด ปิติ เป็นแค่พนักงานออฟฟิศ

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

23 ธันวาคม 2568 ชาวเน็ตแห่แซวรัวๆ เมื่อนางเอกสาวสวย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ได้ไปออกรายการ 3 แซ่บ โดยมี 2 พิธีกร ชมพู่ อารยา และ แอฟ  ทักษอร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยหนึ่งในประโยคที่มีคนมักเรียกสาวนุ่น บ่อยๆ  คือ สะใภ้หมื่นล้าน ของตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี ซึ่งเธอก็ตอบคำถามได้อย่างน่ารักมากๆ โดยเธอบอกว่า ต๊อด ปิติ สามีของเธอนั้น ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่พนักงานออฟฟิศอยู่เท่านั้น  งานนี้ทำเอา 2 พิธีกร ชมพู่ อารยา และ แอฟ  ทักษอร เก็บสีหน้าแทบไม่อยู่ จีงเกิดรีแอคน่ารักๆ ออกมา 

โดย 2 พิธีกรได้ยิงคำถามว่า โดนเรียกว่าสะใภ้หมื่นล้าน รู้สึกยังไง?

นุ่น วรนุช : (หัวเราะ) ก็แค่ฟังค่ะ บางทีมีข่าวว่าให้เงินเยอะๆ เราก็เลยบอกว่า ขอหน่อยสิ (ยิ้ม) ก็ไม่หรอกค่ะ ตอนนี้เขาก็ยังเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่

แอฟ ทักษอร : (พยักหน้าบวกอมยิ้มกรุ่มกริ้ม) ค่ะ พนักงานออฟฟิศ

นุ่น วรนุช : จริงๆ คือเขายังเป็นพนักงานออฟฟิศ แล้วเราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหวือหวาขนาดนั้น

ชมพู่ อารยา : ค่ะ (เสียงโทนต่ำ)