สมมง!! ‘GMMTV’ คว้า 6 รางวัล จาก 3 สาขา บนเวที ‘2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards’

สมมง!! ‘GMMTV’ คว้า 6 รางวัล จาก 3 สาขา บนเวที ‘2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards’

สมมง!! ‘GMMTV’ คว้า 6 รางวัล จาก 3 สาขา บนเวที ‘2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

 ขอปรบมือดังๆ ให้กับ GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือบริษัท “เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)” ที่ผลิตผลงานได้โดดเด่นจนได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง  และตอกย้ำบทบาทผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพที่ผลักดันวัฒนธรรมบันเทิงไทยสู่เวทีนานาชาติ  ล่าสุดคว้า 6 รางวัลจาก 3 สาขา ในงานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติระดับเอเชีย “2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards” ซึ่งจัดเป็นปีที่ 9 โดยสำนักข่าว Thailand Headlines ร่วมกับนิตยสาร @ManGu Magazine และ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “สายใยครึ่งศตวรรษ สานอนาคตอันรุ่งเรือง” เฉลิมฉลองปีแห่งมิตรภาพ สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ในปี 2568 จัดมอบรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับผู้ที่มีบทบาทอย่างแข็งแกร่งในการสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และบันเทิง

โดยศิลปิน GMMTV และ GMMTV Fandom Characters ได้รับรางวัล ดังนี้

(1) รางวัล 2025 Thailand Headlines Person of the Year – คู่จิ้น BL ที่ได้รับความนิยมจากชาวจีนมากที่สุดแห่งปี

ได้แก่ เต-ตะวัน วิหครัตน์ & นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ” นักแสดงหนุ่มมากด้วยความสามารถ เป็นคู่จิ้นที่มีเสน่ห์และอิทธิพลข้ามวัฒนธรรม ที่ได้รับความรักจากแฟนๆ ทั้งไทย จีน และทั่วโลกในทุกมิติ

(2) รางวัล 2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards – สาขาวัฒนธรรมและบันเทิง

ได้แก่ “เอมี่-ทสร กลิ่นเนียม บอนนี่-ภัทราภัสร์ โบรัชตะสุวรรณ์ นักแสดงสาวมาแรงที่สร้างความผูกพันพิเศษในใจผู้ชมจำนวนมาก ด้วยเคมีที่เป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุงแต่ง ส่งให้ผลงานเป็นกระแสโด่งดังบนสื่อสังคมออนไลน์ และได้รับความรักจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการขยายอิทธิพลของวัฒนธรรมบันเทิงไทยสู่เวทีนานาชาติ  

“จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค & ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ” นักแสดงคุณภาพสุดฮอตที่มีเคมีบนหน้าจอโดดเด่นและเป็นที่รักของแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันซีรีส์ไทยสู่ตลาดเอเชีย และช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรมระหว่างประเทศได้อย่างงดงาม

“เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ & มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์” นักแสดงมากฝีมือที่โดดเด่นจากทุกบทบาทที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงยกระดับคุณภาพซีรีส์ไทย แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยผลงานคุณภาพ ภาพลักษณ์ที่ดี จึงเป็นสะพานเชื่อมแฟนๆ ชาวไทย จีน และทั่วโลก

“ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง & บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล” นักแสดงกระแสฮอตที่มีผลงานโดดเด่นด้วยเคมีที่เข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดตัวแสดงได้มีมิติ น่าติดตาม และสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวบนหน้าจออย่างชัดเจน และยังฉายเสน่ห์ชัดนอกจอ ด้วยบุคลิกสุภาพ ความเป็นมืออาชีพ และความจริงใจต่อแฟนๆ เป็นกันเอง จนก้าวข้ามภาษาและวัฒนธรรมไปสร้างฐานแฟนคลับในหลายประเทศได้อย่างงดงาม สร้างความนิยมในระดับนานาชาติ และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนซีรีส์ไทยสู่เวทีโลก

(3) รางวัล 2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards – มาสคอตขวัญใจแห่งปี

ได้แก่ GMMTV Fandom Characters นำทีมโดย “POLCASAN, ANY, AVOCEAN, MR. SATURNWORLD, TOMAFOX” เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลบนเวที ซึ่งเป็นมาสคอตที่มีความโดดเด่นด้านเอกลักษณ์ ครองใจแฟนคลับทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยคาแรกเตอร์น่ารัก เป็นมิตร และสะท้อนบุคลิกของศิลปินอย่างชัดเจน ความสำเร็จของมาสคอต GMMTV ไม่ได้จำกัดเพียงรูปลักษณ์ แต่รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมแฟนคลับกับศิลปินอย่างอบอุ่น และมีบทบาทสำคัญในการเติมสีสันให้วงการบันเทิงไทย

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญให้กับทั้งนักแสดงทีมงานทุกฝ่ายในการผลิตผลงานคุณภาพให้แฟนๆ ได้ติดตามผลงานดีๆ ต่อไป และขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่สนับสนุนศิลปิน ผลงาน และ GMMTV Fandom Characters จาก GMMTV มาโดยตลอด จนทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้

Gucci และเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

Gucci และเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

Gucci และเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

Gucci และเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ในโททัลลุคที่โดดเด่นจาก Gucci Gift Collection ถ่ายทอดเสน่ห์ผ่านสีสันและความสนุกสนานของฤดูกาล รายล้อมด้วยของขวัญให้เลือกสรรสำหรับคนพิเศษในทุกโมเมนต์สำหรับเทศกาลต้อนรับปีใหม่

นำทีมโดย ใหม่-ดาวิกา, กลัฟ-คณาวุฒิ และ บิวกิ้น – พุฒิพงศ์  3 Brand Ambassador ของ Gucci ที่มาพร้อมกับเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรัก ร่วมด้วย เก้า – สุภัสสรา, เจน – เมธิกา, พรีม – ชนิกานต์ และ นานิ – หิรัญกฤษฎิ์ ที่มาร่วมแชร์โมเมนต์น่ารักเพื่อเข้าสู่เทศการแห่งการเฉลิมฉลองในครั้งนี้

เลือกสรรของขวัญสำหรับคนสำคัญจาก Gucci Gift Collection ได้แล้ววันนี้ที่ Gucci ทุกสาขา ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ไอคอน สยาม, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัล ชิดลม และ เซ็นทรัล ภูเก็ตฟลอเรสต้า

#GucciGift

นาตาลี ปล่อยภาพสุดละมุน เตรียมต้อนรับลูกสาวคนที่ 2

นาตาลี ปล่อยภาพสุดละมุน เตรียมต้อนรับลูกสาวคนที่ 2

นาตาลี ปล่อยภาพสุดละมุน เตรียมต้อนรับลูกสาวคนที่ 2

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

23 ธันวาคม 2568 ขึ้นแท่นคุณพ่อคุณแม่ลูกสองเต็มตัวแล้ว สำหรับคู่รักคนดัง “ฟลุค เกริกพล” และ “นาตาลี เจียรวนนท์” หลังออกมาประกาศข่าวดีว่ากำลังจะได้ต้อนรับทายาทคนที่ 2 ซึ่งเป็นลูกสาว

ล่าสุด นาตาลี ได้เผยภาพแฟชั่นเซ็ตสุดอบอุ่นคู่กับ “น้องนาตาชา” บอกเลยว่าสวยแพ็กคู่ทั้งคุณแม่และคุณลูก กับลุคที่เปรียบเสมือนนางฟ้าท่ามกลางก้อนเมฆ

พร้อมกันนี้ นาตาลียังได้เขียนแคปชั่นภาษาอังกฤษสุดซึ้ง ระบุว่า “One angel by my side, another growing beneath my heart. Thank you, Heaven, for blessing our family with more love than we ever imagined” (มีนางฟ้าหนึ่งคนอยู่เคียงข้าง และอีกหนึ่งคนกำลังเติบโตอยู่ใต้หัวใจ ขอบคุณสวรรค์ที่มอบความรักให้ครอบครัวของเรามากกว่าที่เคยจินตนาการไว้)

งานนี้แฟนๆ และคนในวงการบันเทิงต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมอวยพรให้ว่าที่คุณแม่ลูกสองมีสุขภาพแข็งแรง และรอคอยต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างอบอุ่น

‘คนดังนั่งเคลียร์ Deep Talk’ ปฏิวัติ Hard Talk ไทย สู่มิติใหม่แห่งยุค ‘ไร้พิธีกร’ปลดล็อกตัวตนที่เปลือยเปล่า

'คนดังนั่งเคลียร์ Deep Talk' ปฏิวัติ Hard Talk ไทย สู่มิติใหม่แห่งยุค 'ไร้พิธีกร'ปลดล็อกตัวตนที่เปลือยเปล่า

‘คนดังนั่งเคลียร์ Deep Talk’ ปฏิวัติ Hard Talk ไทย สู่มิติใหม่แห่งยุค ‘ไร้พิธีกร’ปลดล็อกตัวตนที่เปลือยเปล่า

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เปิดตัวรายการ Variety Hard Talk “คนดังนั่งเคลียร์ Deep Talk” การต่อยอดและขยายมิติ จากรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” สู่ความเข้มข้นที่มุ่งเน้นการเข้าถึงตัวตนของแขกรับเชิญแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อขยายความสำเร็จด้วยสไตล์ Deep Talk ที่เน้นการ “เคลียร์ใจ ปลดล็อกเบื้องลึกความรู้สึกจากประสบการณ์ดัง” ในมุมมองแบบเหรียญสองด้าน ที่เป็นเรื่องลับจากประสบการณ์จริง โดยไม่มีคำถามนำจากพิธีกร และนับเป็นการเดินหน้ายกระดับรายการวาไรตี้ฮาร์ดทอล์กของทีวีไทยอีกครั้ง

รายการใหม่นี้มาพร้อมกับคอนเซปต์ “คุยความจริง แบบเจาะลึก เผยตัวตนของแขกรับเชิญคนดัง แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” หัวใจสำคัญคือการนำเสนอในรูปแบบ ‘ไร้พิธีกรสัมภาษณ์’ โดยมุ่งเน้นให้แขกรับเชิญได้เปิดพื้นที่ส่วนตัวในการล้วงลึกมุมมองแบบเหรียญสองด้านของชีวิต และเปิดเผยเรื่องลับ จากประสบการณ์ส่วนตัว โดยไม่มีใครคอยตั้งคำถาม ซึ่งเป็นการสร้างมิติใหม่ให้ผู้ชมได้สัมผัสความจริงจากปากของคนดังโดยตรงอย่างลึกซึ้งจริงใจที่สุด โดยรายการจะออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10.00-10.30 น. ทางช่อง 8 และชมแบบ Uncut บน YouTube ช่อง 8 เท่านั้น (เริ่มวันเสาร์ที่ 3 มกราคมนี้)

สำหรับการประเดิมเทปแรก คนไทยทั่วประเทศจะได้เห็นการเปิดใจของหนึ่งในบุคคลสำคัญแห่งยุค ที่ผ่านกระแสความดรามา การปะทะอารมณ์ในวงการตำรวจ และวงการกฎหมาย ประเดิมร้อน! เปิดใจ “บิ๊กโจ๊ก”  ‘แมว 9 ชีวิต’ บนสนามแห่งความกดดัน ซึ่งเรื่องราวจะถูกเจาะลึกถึง มุมลับภายใต้ความกดดันและแรงเสียดทาน “กับแผนการเลื่อยขาตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งทำให้บิ๊กโจ๊กต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางราชการ ต้องหายหน้า หายตาไปจากสื่อพักใหญ่ จนเมื่อสงครามไทยกัมพูชาได้เริ่มปะทุขึ้น และเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ทำให้เขาได้มีโอกาสกลับมาฉายแสงอีกครั้ง เนื่องจากเคยปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรอง.ผบ.ตร. พร้อมกับการออกมาแฉ ข้าราชการสีเทาอย่างต่อเนื่อง “ซัดหมดไม่สนลูกใคร ไม่สนหน้าไหน” จนเป็นกระแสร้อนแรงในวงการข้าราชการไทย และหลายๆคนมองว่า เจ้าของฉายา “บิ๊กโจ๊ก” “แมว 9 ชีวิต” ได้กลับมาแล้ว”

รายการ “คนดังนั่งเคลียร์ Deep Talk” จึงถูกจับตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางรายการ Hard Talk ไทย ด้วยนวัตกรรมการนำเสนอที่เน้นการถ่ายทอด ‘ตัวตน’ และ ‘ความจริง’ อย่างตรงไปตรงมาที่สุด แฟนๆสามารถติดตามได้ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 และดูแบบ Uncut ในยูทูบช่อง 8 เท่านั้น ย้ำอีกครั้ง เริ่มวันเสาร์ที่ 3 มกราคมนี้

คลอดแล้ว!โปสเตอร์แรก ‘สรรพลี้หวน’ ภาพยนตร์สุดฮา จากวรรณกรรมคำผวน 18+

คลอดแล้ว!โปสเตอร์แรก 'สรรพลี้หวน' ภาพยนตร์สุดฮา จากวรรณกรรมคำผวน 18+

คลอดแล้ว!โปสเตอร์แรก ‘สรรพลี้หวน’ ภาพยนตร์สุดฮา จากวรรณกรรมคำผวน 18+

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

ค่ายมูฟวี่สตูดิโอฯ (บ. มูฟวี่ สตูดิโอวีไอพี จำกัด) คลอดแล้ว!!!  โปสเตอร์แรก ภาพยนตร์ “สรรพลี้หวน” ภาพยนตร์สุดฮา จากวรรณกรรมคำผวน 18+ ที่สุดยอดการเล่นคำและโดดเด่นด้วยการใช้ “คำผวน” หรือการเล่นคำที่มีความหมายสองแง่สองง่าม เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันชวนให้หัวเราะ  พร้อมกับวางกำหนดฉายให้ฮาสนั่นลั่นทุกโรงภาพยนตร์ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ติดตามรายละเอียดและข้อมูลภาพยนตร์ “สรรพลี้หวน” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/moviestudiovip/ https://www.moviestudiovip.com/ https://www.tiktok.com/@moviestudiovip moviestudiovip@gmail.com  https://www.instagram.com/moviestudiovip/

ด้วยหัวใจแห่งการให้ ‘บอสตั้น-คัท ธนวัฒน์’ ร่วมกิจกรรม บูธอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย

ด้วยหัวใจแห่งการให้ 'บอสตั้น-คัท ธนวัฒน์' ร่วมกิจกรรม บูธอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย

ด้วยหัวใจแห่งการให้ ‘บอสตั้น-คัท ธนวัฒน์’ ร่วมกิจกรรม บูธอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

 “บอสตั้น- ศุภเดช วิไลรัตน์” และ “คัท- ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟูร่วมกิจกรรม บูธอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ในค่ำคืนสุดท้ายของงานกาชาด ประจำปี 2568 ร้อยดวงใจ ปวงประชาน้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” พร้อมรับมอบเข็มที่ระลึกพระนามาภิไธย 2 พระองค์ ณ สวนลุมพินี

งานนี้ ‘บอสตั้น’และ ‘คัท’ ยังเข้าร่วมกิจกรรม บูธกองทัพอากาศ เจ้าตัวเผยว่า ‘ปลื้มใจมากที่ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) คนปัจจุบัน พลอากาศเอก เสกสรร คันธา หรือที่รู้จักในชื่อ “บิ๊กคิม” ให้เกียรติร่วมถ่ายภาพโดยกิจกรรมร้านสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ นักแสดงร่วมร้องเพลง จำหน่ายสลากกาชาด เล่นเกมแจกของรางวัล แฟนคลับและผู้ร่วมงานที่มารอกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนานปิดท้ายโดยบอสตั้นและคัท กล่าวแสดงความขอบคุณและส่งกำลังใจพี่ๆทหารที่กำลังปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดน อวยพรให้ทหารหาญทุกคนสู้ๆ และจบภารกิจกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกนาย

#มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯยามยาก #สภากาชาดไทย

#แบ่งปันพอเพียงยั่งยืน​ #งานกาชาด​

#งานกาชาด2568 #บอสตั้นคัท #บอสตั้นศุภเดช

#คัทธนวัฒน์ #อาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ #LotteryDoctor #MaximonEntertainment

#กองทัพอากาศ #สมาคมคู่สมรสทหารอากาศ

‘ยศชนัน’ควง‘สุริยะ’พร้อมผู้บริหารเพื่อไทย เข้าพบ ส.อ.ท. หารือแนวทางการพัฒนาศก.

‘ยศชนัน’ควง‘สุริยะ’พร้อมผู้บริหารเพื่อไทย เข้าพบ ส.อ.ท. หารือแนวทางการพัฒนาศก.

‘ยศชนัน’ควง‘สุริยะ’พร้อมผู้บริหารเพื่อไทย เข้าพบ ส.อ.ท. หารือแนวทางการพัฒนาศก.

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.29 น.

‘ยศชนัน’ ควง ‘สุริยะ’ พร้อมผู้บริหารเพื่อไทย เข้าพบ ส.อ.ท. หารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต หนุน ใช้ AI-เทคโนโลยี นำงานวิจัยมาใช้จริง เผย รัฐต้องผู้จัดหาลิขสิทธิ์เทคโนโลยี ลดภาระการลงทุน ชี้หากทุกพรรคมองเป้าหมายเดียวกัน จะเห็นใครหวังดี ให้ประเทศไปข้างหน้า

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค พท.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช​​ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายจักรพงษ์ แสงมณี​​ รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ​​รองหัวหน้าพรรค นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล​​ที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรค และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ​​ โฆษกพรรค เข้าพบนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เพื่อพูดคุยหารือประเด็นปัญหาต่างๆ และแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

โดยนายเกรียงไกร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 คน พร้อมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยได้มาร่วมประชุมหารือปรึกษากับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ใกล้การเลือกตั้ง เศรษฐกิจของประเทศก็เช่นกันอยู่ในช่วงเปราะบางมาก 

“ฉะนั้น ปัญหาปากท้องปัญหาเศรษฐกิจคือหัวใจที่คนไทยทุกคนกำลังเฝ้ารอนโยบายในการพลิกฟื้นทำให้เศรษฐกิจของเราสามารถกลับมาเดินได้ กลับมาแข่งขันได้ ในภาคอุตสาหกรรมถือเป็น 1 ใน 3 ของจีดีพีประเทศ ซึ่งมีสมาชิกและมีผู้ประกอบการ มีการจ้างงานจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาด้วยปัญหาต่างๆ ด้วยความท้าทายมากมายที่เกิดขึ้น เราต้องปรับตัว” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมขณะนี้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีที่ขณะนี้ก้าวเข้าสู่ในอุตสาหกรรมที่มีอยู่ดั้งเดิมทั้งหมด เรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบทำให้สินค้าต่างๆ มีการเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง ในการส่งออกส่วนหนึ่งสินค้าจำนวนมากได้ไหลเวียนเข้ามาในภูมิภาคนี้ รวมถึงประเทศไทยได้ผลกระทบอย่างหนัก SME เป็นผู้ที่มีความอ่อนแอ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และบังเอิญ SME เป็นส่วนใหญ่ของประเทศ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และสถานการณ์นับวันทวีความรุนแรง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เห็นมีมาตรการใดในการช่วยปกป้องได้ดีพอ 

นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่า จะเห็นว่าปีนี้เป็นปีที่เราดีใจเรื่องการส่งออก แต่เมื่อดูจริงๆหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะภาคการผลิตของประเทศไทยที่เรียกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index หรือ CPI) ไม่ได้ขยับตัว แต่การส่งออกที่มากมายเหล่านั้นเป็นคำถามว่าเป็นสินค้าอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคุยในเรื่องรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ เรามองเห็นความคาดหวังในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการปรับโครงสร้างของภาคอุตสาหกรรมเพื่อไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามที่ตั้งใจไว้เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทำให้เราสามารถเดินต่อได้สร้างความแข็งแรงอย่างยั่งยืน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นคีย์เวิร์ดในการประชุมวันนี้ 

ขณะที่นายยศชนัน กล่าวว่า นี่เป็นหน่วยงานแรกที่พรรคเพื่อไทยมาพบและรับฟังทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนมารับฟังสิ่งที่ชาวอุตสาหกรรมเสนอ ตนเคยเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยงานชาวสภาอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ก่อนที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เคยพูดคุยกันในส่วนของมหาวิทยาลัย ซึ่งเคยศึกษาหลายอย่างและหลายกลุ่ม โดยสิ่งที่สภาอุตสาหกรรมทำในภาพรวม ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย 

“สำหรับแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ไว้ในเบื้องต้นคือ อยากให้ประเทศไทย เปลี่ยนเป็นประเทศที่วันนี้ หากมีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเข้ามา ให้มองที่จุดหมายเดียวกัน เราพยายามขับเคลื่อนข้างหลังเพื่อให้เห็นว่าวันนี้ไม่ว่าจะเรื่องปีกย่อยหรือเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้แตกแยก ซึ่งทุกคนต้องเห็นว่าใครหวังดีจริง ๆ และใครที่พูดเกี่ยวกับให้ประเทศไปข้างหน้า พวกเราต้องเป็นเสาหลัก“ นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยมีความได้เปรียบตรงไหนบ้าง มีความเชื่อมโยง เป็นศูนย์กลางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นความเข้มแข็งของเรา ตลาดด้านซ้ายมือคือประเทศอินเดีย ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ส่วนข้างบนคือจีนตอนใต้ ข้างล่างคืออินโดนีเซีย ซึ่งประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน แต่ประชากรอาเซียน 600 ล้านคน ถือว่าเป็นมูลค่ามหาศาล และการทำให้เกิดสันติภาพในดินแดนนี้ โรงงานใดโรงงานหนึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ก็ไม่ใช้แค่ในประเทศไทย แต่ซัพพลายเชนใช้อยู่ทั้งประเทศ หรือเรื่องค่าเงิน และการส่งออกของไทย มีความจำเป็นต้องทำให้กลมกลืน และขนานกันไปกับนโยบายด้านการเงินการคลัง เพื่อทำให้เงินเข้ามาง่ายขึ้น 

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า อีกสองอย่างที่ต้องการพูดคือ เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรามีอยู่แล้ว และสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาทุกรูปแบบ เนื่องจากตอนนี้เรามีปัญหาเกี่ยวกับคนหรือเรื่องงานต่างๆ และคนของเราเป็นสังคมผู้สูงวัยมากขึ้น สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ การเข้ามาของเอไอ ซึ่งก็เป็น ส่วนหนึ่งที่เรามีความจำเป็นต้องช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมเส้นทางคมนาคมให้เต็มรูปแบบสู่การผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) ปัญหาหลักที่มักถูกตั้งคำถามคืออุตสาหกรรมและเทคโลยีใหม่ๆ จะเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้จัดหาลิขสิทธิ์เทคโนโลยี หรือ License-in ซึ่งรัฐบาลสามารถลงทุนเองได้ เช่น โครงการจัดหาแท็บเล็ตให้กับเด็กไทย แทนที่เราจะซื้อตัวเครื่องจากต่างประเทศอย่างเดียว 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรเปลี่ยนมาลงทุนในเทคโนโลยีแกนกลางของแท็บเช็คนั้นได้หรือไม่ และสามารถส่งชิ้นส่วนบางส่วนเข้ามาให้อุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการผลิต ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกิดจากการวางรากฐานที่ดี ไม่ใช่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียว แต่ต้องขยายผลไปสู่การวิจัยและพัฒนา หรือ R&D (Research and Development) ในระดับมหภาค เช่น ไต้หวัน ที่จะมีการส่งสินค้าเข้ามาลงทุนก็ต้องมีการร่วมมือกับ Science Park เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) อย่างเป็นรูปธรรม 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า เมื่อเราดึงเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแล้ว สิ่งสำคัญคือไทยต้องพร้อมรองรับ และต้องมีการอัพสกิล รีสกิล เพิ่มทักษะแรงงานในทุกมิติ หากบุคลากรในประเทศยังไม่พอ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วย เพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้นผ่านระบบ One Stop Service หรือไม่ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องดูว่าจะขัดต่อกฎหรือไม่ โดยภาครัฐก็จะช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า สำหรับกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs หรือ Sustainable Development Goals โดยเฉพาะนโยบาย Net Zero อุตสาหกรรมหนักอย่างเหล็กและซีเมนต์จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง ถ้าไม่ทำอะไรในส่วนนี้จะเกิดปัญหา นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบด้าน Synthetic Biology ซึ่งเรามีผู้เชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัยวิจัยจำนวนมากที่พร้อมจะเชื่อมโยงความรู้สู่ภาคเอกชน เพื่อให้นำมาใช้จริงรวมถึงการผลักดัน Green Premium เพื่อให้อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากกว่าอุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เพื่อให้เห็นว่าไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ขณะที่เรื่องสภาพคล่อง (Liquidity) บริษัทใหญ่หากจะต้องลงทุนใน R&D การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม โดยการสนับสนุนให้เกิด Startup Spin-off และ SME รัฐควรส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งวันนี้หากทำให้คนที่ยังสดใหม่อยู่ มีแนวคิดใหม่ๆ ตนเห็นโครงการของสภาอุตสาหกรรมให้บริษัทใหญ่ทำหน้าที่เป็น Venture Capital (VC) หรือ Angel Investor เมื่อบริษัทใหญ่เห็นศักยภาพก็สามารถเข้าซื้อสิทธิ์ หรือร่วมกิจการได้ โดยให้บริษัทใหญ่เป็นผู้เฟ้นหา และซื้อลิขสิทธิ์ กิจการของสตาร์ทอัพเหล่านี้ 

”ดังนั้น เราจะได้ไอเดียมากมายเต็มไปหมดจากคนตัวเล็กๆ เหล่านี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสของลูกหลานของเราเชื่อมโยงกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมยา แน่นอนว่าเรื่องนี้คนตัวเล็กไม่สามารถ ทำได้จนจบสุดท้ายบริษัทใหญ่ต้องซื้อลิขสิทธิ์ไปอย่างแน่นอน ดังนั้น กลไกเหล่านี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ สามารถที่จะเจอความคิดสร้างสรรค์ได้ คือ Ecosystem ซึ่งวันนี้หากเปลี่ยนรัฐบาลประเทศจะเดินหน้าไปอย่างไร แต่ว่าระบบ Ecosystem หรือโครงสร้างพื้นที่และการที่เราอยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้อง ไม่ว่าลูกหลานเราจะเกิดในพื้นที่ใดก็แล้วแต่จะสามารถเดินหน้าต่อได้“ นายยศชนัน กล่าว

ด่วน!’ลุงป้อม’วางมือ ‘ตรีนุช’ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร.ต้องมูฟออน

ด่วน!'ลุงป้อม'วางมือ 'ตรีนุช'ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร.ต้องมูฟออน

ด่วน!’ลุงป้อม’วางมือ ‘ตรีนุช’ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร.ต้องมูฟออน

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

“ตรีนุช”สยบข่าวถอนตัว”แคนดิเดตนายกฯพปชร.”ยันยังไม่ไปไหน ชี้ข่าวลือ”ลุงป้อม”วางมือให้รอฟังจากปาก ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร.ต้องมูฟออน แย้มบ่ายนี้ชัดเจนทุกเรื่อง

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าว อาจถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ ว่า ยืนยันว่ายังไม่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค รวมถึงยังไม่มีการถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค และยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะทำให้ไม่มีเวลาหาเสียงหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ความจริงข่าวออกมาตนก็ยังงงๆ อยู่ ยังไม่มีการถอนใดๆ ซึ่งกรรมการบริหารพรรค คงจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีการขยับใดๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะวางมือทางการเมือง จะมีผลหรือไม่ โดย น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบ ทุกอย่างต้องมูฟออน เพราะจริงๆ แล้ว พรรคหรือทาง พล.อ.ประวิตร เองพยายามทำให้พรรคพลังประชารัฐยั่งยืน แต่ถึงแม้ว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่อยู่ในตำแหน่ง ร่างกายท่านอาจจะไม่เหมือนเดิม ตนก็คิดว่าประสบการณ์และความคิดของท่านที่ผ่านอะไรมาเยอะ เป็นประโยชน์กับพรรคมาก

อย่างไรก็ตาม คิดว่าหลักการที่พรรคจะเดินต่อไปก็คงยังเดินต่อไปเหมือนเดิม คงจะต้องรอความชัดเจนจากทาง พล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า วันนี้ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ น.ส.ตรีนุช น่าจะชัดเจนได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ค่ะ จะมีความชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวคงต้องรอผลการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

‘โฆษก กธ.’ซัดเดือด! ‘อภิสิทธิ์’เล่นการเมืองปลุกความแตกแยก ฉุดประเทศถอยหลัง

'โฆษก กธ.'ซัดเดือด! 'อภิสิทธิ์'เล่นการเมืองปลุกความแตกแยก ฉุดประเทศถอยหลัง

‘โฆษก กธ.’ซัดเดือด! ‘อภิสิทธิ์’เล่นการเมืองปลุกความแตกแยก ฉุดประเทศถอยหลัง

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.06 น.

‘โฆษกกล้าธรรม’ซัดเดือด ‘อภิสิทธิ์’เล่นการเมืองปลุกความแตกแยก ซ้ำรอยบทเรียนเรียกปฏิวัติ จนฉุดประเทศถอยหลัง ลั่น’ธรรมนัส’ไม่สักแต่พูด แต่’ลงมือทำจริง’มีผลงานการันตี

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศบนเวทีดีเบตว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดทางการเมืองที่มุ่งสร้างความแตกแยกมากกว่าการแสวงหาความสามัคคีเพื่อร่วมกันทำงานให้ประเทศเดินหน้า

นายอัครแสนคีรี ระบุว่า ตนเชื่อว่าประชาชนยังจดจำบทเรียนทางการเมืองในอดีตได้เป็นอย่างดี ทั้งกรณีการเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติ การบริหารประเทศที่นำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งและความสูญเสียกลางเมืองหลวง รวมถึงปัญหาการจัดการที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่ถูกตั้งคำถามถึงการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ตลอดจนความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากการบริหารจัดการหนี้และทรัพย์สินของชาติ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการขายทรัพย์สินของคนไทยให้ต่างชาติในราคาต่ำกว่ามูลค่า

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ครั้งหนึ่งที่เคยตระบัดสัตย์ทางการเมือง เมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แต่สุดท้ายมติพรรคกลับเข้าร่วม อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตซื้อเสียง และกรณีสมาชิกพรรคบางรายต้องโทษจำคุก ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่สังคมรับรู้มาโดยตลอด

นายอัครแสนคีรี กล่าวย้ำว่า การเมืองในยุคปัจจุบันควรมุ่งสมานฉันท์ สร้างความร่วมมือและความหวังให้กับประชาชน ไม่ใช่พฤติกรรมหรือวาทกรรมที่นำไปสู่ความแตกแยก พร้อมชี้ว่า พรรคการเมืองบางพรรค เมื่อได้เป็นรัฐบาลก็มักนำไปสู่วิกฤติและความขัดแย้ง แต่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลกลับใช้วิธีการนอกระบบ ปลุกเร้าความแตกแยกในสังคม โดยประชาชนยังจดจำภาพบทบาทของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยลงถนนและเป่านกหวีด จนท้ายที่สุดประเทศต้องเผชิญกับการปฏิวัติ

ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรม ขอยืนยันจุดยืนว่า เราพร้อมทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมั่นว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินจากผลงานและแนวทางที่แท้จริงในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เราไม่ใช่การเมืองที่สักแต่พูดสวยหรูเพื่อขายฝัน แต่เป็นการเมืองที่ลงมือทำจริงเพื่อประเทศและประชาชน

“ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งผมมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นการที่ออกมาระบุว่า จะจับมือกับพรรคนั้นไม่จับกับพรรคนี้ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางการเมือง“

‘ตั๊น จิตภัสร์’ร่วมงานสถาปนา 103 ปี’กองบัญชาการตำรวจนครบาล’

'ตั๊น จิตภัสร์'ร่วมงานสถาปนา 103 ปี'กองบัญชาการตำรวจนครบาล'

‘ตั๊น จิตภัสร์’ร่วมงานสถาปนา 103 ปี’กองบัญชาการตำรวจนครบาล’

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.47 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร และ นายปิยกร กฤดากร ณ อยุธยา ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2568 ที่ครบรอบ 103 ปี และวางพานพุ่มสักการะพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลพระองค์แรก ซึ่งเป็นต้นราชสกุล “กฤดากร” โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ ในอดีต พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงเป็นผู้ปรับปรุงและจัดระเบียบกิจการตำรวจกรมกองตระเวน ตามแบบอย่างของสิงคโปร์ หลังจากได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสเมืองสิงคโปร์ เมื่อปี 2433 ต่อมาได้พัฒนาปรับมาเป็นกิจการกรมตำรวจไทย ในปี 2417 และทรงเป็นเสนาบดีกรมพระนครบาล เมื่อปี 2429

– 006