‘SMTR25’ ประสบความสำเร็จกับแฟนมีตติ้ง ณ กรุงโซล พร้อมปิดท้ายทัวร์ที่ประเทศไทย

‘SMTR25’ ประสบความสำเร็จกับแฟนมีตติ้ง ณ กรุงโซล พร้อมปิดท้ายทัวร์ที่ประเทศไทย

‘SMTR25’ ประสบความสำเร็จกับแฟนมีตติ้ง ณ กรุงโซล พร้อมปิดท้ายทัวร์ที่ประเทศไทย

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ทีมเด็กฝึกชายจาก SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามพร้อมก้าวเข้าใกล้ความฝันการเดบิวต์อีกหนึ่งขั้น กับการเริ่มต้นทัวร์แฟนมีตติ้งอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในงาน ‘Reply High School’ Fan Meeting Tour – Graduation Trip in SEOUL ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ความร้อนแรงของ SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ถูกตอกย้ำด้วยสถิติที่มีผู้เข้าคิวรอซื้อบัตรพร้อมกันสูงสุดถึง 74,000 คน ในตอนเปิดจอง ส่งผลให้บัตร 2 รอบแรกของการแสดงที่กรุงโซลจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว และด้วยกระแสเรียกร้องที่ถล่มทลายของแฟน ๆ จึงเปิดเพิ่มอีก 1 รอบ รวมแล้วบัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยง (SOLD OUT) ทั้ง 3 รอบ พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งแม้จะยังไม่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ โดยพวกเขาได้สะกดใจผู้ชมด้วยพลังและความทะเยอทะยานผ่านการแสดงที่เปี่ยมไปตลอดทั้ง 3 วัน

SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) คือ ทีมเด็กฝึกชายหลากหลายสัญชาติที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโชว์ฉลองครบรอบ 30 ปีของ SM ENTERTAINMENT ในคอนเสิร์ต ‘SMTOWN LIVE 2025’ เมื่อมกราคมปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 15 คน ได้แก่ HANBI (ฮันบิ), SONGHA (ซงฮา), DANIEL (แดเนียล), HYUNJUN (ฮยอนจุน), HAMIN (ฮามิน), JAEWON (แจวอน), WOOLIN (อูลิน), NICHOLAS (นิโคลัส), KASSHO (คัสโช), JUSTIN (จัสติน), HARUTA (ฮารุตะ), SADAHARU (ซาดาฮารุ) และ 3 เด็กฝึกมากความสามารถจากประเทศไทย CHARLIE (ชาร์ลี), KACHIN (คชิน) และ TATA (ตาต้า)

ไฮไลต์สำคัญของงานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ คือ การจำลองบรรยากาศจากรายการเรียลลิตี้ ‘Reply High School’ โดยเหล่าสมาชิก SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ได้สิ้นสุดชีวิตในโรงเรียนสมมติ ‘โรงเรียนมัธยมปลาย WOOJEONG’ และออกเดินทางร่วมทริปจบการศึกษาด้วยกัน ภายในงานพวกเขาได้มอบโชว์สุดพิเศษอย่างการแสดงคัฟเวอร์เพลง ‘다시 만난 세계 (Into The New World)’ ของ Girls’ Generation และเพลงฮิตอื่น ๆ ของรุ่นพี่ร่วมค่าย รวมถึงการแสดงเพลง ‘We Go’ (วีโก) เพลงประกอบรายการ สร้างความสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังแต่งแต้มรอยยิ้มผ่านช่วงเกมและทอล์กโชว์ที่เผยให้เห็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคน นอกจากนี้ ยังได้แสดงความรักอย่างใกล้ชิดด้วยการเดินลงจากเวทีมาทักทายแฟน ๆ อย่างทั่วถึงทุกโซนที่นั่ง และช่วง Hi-Bye หลังจบการแสดง

หลังสร้างปรากฏการณ์บัตรหมดเกลี้ยงที่โซล SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) มีกำหนดการเดินทางไปพบกับแฟน ๆ ในต่างประเทศ โดยจะเริ่มที่ มาเก๊า
(15-17 พฤษภาคม), โยโกฮาม่า (24 พฤษภาคม) และปิดท้ายทัวร์สุดประทับใจที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้

ล่าสุด SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ได้ฝากคำทักทายถึงแฟนคลับชาวไทยผ่านคลิปวิดีโอที่ส่งตรงมาจากเกาหลี โดยพวกเขากล่าวว่า “ครั้งที่แล้วตอนคอนเสิร์ต SMTOWN LIVE 2025 ที่กรุงเทพฯ พวกเราได้เจอกับแฟน ๆ ชาวไทยมาแล้ว และครั้งนี้จะเป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่พวกเราจะได้กลับไปประเทศไทยอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะได้มาเจอกับแฟน ๆ แบบใกล้ชิดและสื่อสารกันต่อหน้าแบบนี้ เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ครับ” ก่อนทิ้งท้ายอ้อนแฟน ๆ ให้เตรียมเก็บกระเป๋าเดินทางให้พร้อม แล้วมาสร้างความทรงจำร่วมกับพวกเขาในทริปจบการศึกษาครั้งนี้

ห้ามพลาด ! โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ก่อนเดบิวต์อย่างเป็นทางการ เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ !! ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/GraduationTrip_in_BANGKOK บัตรนั่งราคา 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อบัตร

ปังข้ามประเทศ! ‘อุ้ม– แบม’ ดังไกลแบบฉุดไม่อยู่ บินกระทบไหล่แฟนคลับไทเป

ปังข้ามประเทศ! ‘อุ้ม– แบม’ ดังไกลแบบฉุดไม่อยู่  บินกระทบไหล่แฟนคลับไทเป

ปังข้ามประเทศ! ‘อุ้ม– แบม’ ดังไกลแบบฉุดไม่อยู่ บินกระทบไหล่แฟนคลับไทเป

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สนั่นโซเชียลแรงไม่พัก! สำหรับคู่ฮอต “อุ้ม อิษยา” และ “แบม สราลี” ที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ หลังจากผลงานซีรีส์ “Fulfill รักเติมเต็ม” เพิ่งออกอากาศไปเพียง 2 ตอนเท่านั้น แต่กระแสตอบรับกลับพุ่งทะยานทั้งในและต่างประเทศ จนได้บินลัดฟ้าจัดงานแฟนมีตติ้ง “OomBam 1st Fan Meeting in Taipei” เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ณ Zepp New Taipei

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ อุ้ม – แบม ในการขยายฐานแฟนคลับสู่ระดับอินเตอร์ ต้องบอกว่างานนี้ทั้งสองสาวได้รับความนิยมจากแฟนคลับเป็นอย่างมาก จากกระแสซีรีส์ที่เป็นไวรัลและถูกพูดถึงไม่หยุดบนโซเชียล ส่งผลให้ชื่อของ อุ้ม – แบม ติดเทรนด์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เวลานี้กลายเป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ไปแล้วจริงๆ

เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน เดินหน้าเทศกาลดนตรีระดับโลก ‘Tomorrowland Thailand’

เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน เดินหน้าเทศกาลดนตรีระดับโลก ‘Tomorrowland Thailand’

เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน เดินหน้าเทศกาลดนตรีระดับโลก ‘Tomorrowland Thailand’

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.48 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานประสานงานการจัดงาน Tomorrowland Thailand ครั้งแรก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการจัดเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก โดยมีคณะผู้แทนจาก Tomorrowland พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารืออย่างพร้อมพยศ

การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือในด้านการวางแผนปฏิบัติการ ทั้งด้านความปลอดภัย การจัดการจราจร การเข้าถึงพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ประกาศแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 7 ด้าน อาทิ ด้านการรักษาความปลอดภัย ด้านการขนส่ง และด้านการแพทย์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีจะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในพื้นที่จัดงาน

สำหรับการประชุมถัดไป มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ณ Wisdom Valley เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จริงต่อไป

Tomorrowland ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนโดยสองพี่น้องชาวเบลเยียม Manu และ Michiel Beers โดยยังคงดำเนินธุรกิจในรูปแบบครอบครัวที่ขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และแพสชัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Tomorrowland ได้วิวัฒนาการสู่การเป็นแบรนด์ความบันเทิงระดับโลก กลุ่มธุรกิจในเครือประกอบด้วยหน่วยงานที่หลากหลาย อาทิ การจัดเทศกาลและกิจกรรม (Festival & Events) ค่ายเพลง (Music) การสร้างสรรค์ประสบการณ์ (Experiences) สันทนาการ (Leisure) ผลิตภัณฑ์ (Products) และสื่อบันเทิง (Fiction) ปัจจุบันมีทีมงานกว่า 350 คนที่ร่วมกันสร้างสรรค์ความมหัศจรรย์จากสำนักงานใหญ่ในเมืองแอนต์เวิร์ป (เบลเยียม) รวมถึงสำนักงานสาขาในบราซิล ฝรั่งเศส อีบีซา และประเทศไทย

ออร่าตัวแม่พุ่งกระจายส่องดูชัดๆกับลุค ลิซ่า ในชุดสูทสีขาวประดับเฟอร์สุดหรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

ออร่าตัวแม่พุ่งกระจายส่องดูชัดๆกับลุค ลิซ่า ในชุดสูทสีขาวประดับเฟอร์สุดหรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

ออร่าตัวแม่พุ่งกระจายส่องดูชัดๆกับลุค ลิซ่า ในชุดสูทสีขาวประดับเฟอร์สุดหรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.24 น.

กลายเป็นเจ้าแม่แฟชั่นระดับโลกไปซะแล้วสำหรับ  ลิซ่า (Lisa) – ลลิษา มโนบาล ไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหนก็กลายเป็นกระแสให้พูดถึง ล่าสุดก็ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ  ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ภาพชุด After Party จาก  Met Gala 2026ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m พร้อมแคปชั่นสุดเก๋ว่า “The party starts after Metnight “ ซึ่งเผยให้เห็นความเป๊ะปังในสไตล์ความหรูหราและความเซ็กซี่ ที่ผสมผสานความเท่ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนแฟนคลับทั่วโลกต้องรีบกดซูมดูความเป๊ะปังแบบชัดๆ ทุกองศา หลังจากโพสต์ภาพไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยอดผู้เข้ามากดถูกใจพุ่งสูงถึงกว่า 6.8 แสนครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความสวยมากกว่า 5,600 คอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นแฟนชาวไทยหรือต่างชาติต่างก็พร้อมใจกันส่งอีโมจิรูปหัวใจและไฟลุกให้แก่ลุคนี้อย่างล้นหลาม

โดยในภาพ ‘ลิซ่า’เลือกสวมชุด Total Look สีขาวออฟไวท์ ที่ดูสะอาดตาแต่แฝงไปด้วยความจัดจ้าน เริ่มจากชุดสูทกางเกงทรงกระบอกที่ส่งเสริมรูปร่างให้ดูเพรียวระหง แต่จุดที่ทำให้ลุคนี้ดูพิเศษกว่าใครคือการแมตช์ด้วย เสื้อบราตัวจิ๋วผ้าซาติน ด้านใน เผยให้เห็นหน้าท้องสุดเฟิร์มและเอวเอส และที่ขาดไม่ได้คือ เสื้อคลุมประดับขนเฟอร์ ขนาดใหญ่ช่วงปกเสื้อ ซึ่งช่วยเพิ่มวอลลุ่มและความหรูหราแบบไฮเอนด์ ราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์ระดับโลก เสริมทัพความระยิบระยับด้วยเครื่องประดับเพชร ทั้งสร้อยคอเข้าชุดและแหวนวงโตที่นิ้วชี้ พร้อมถือกระเป๋าทรงกล่องสี่เหลี่ยมประดับคริสตัลที่ส่องประกายสู้แสงแฟลช

นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมที่เป๊ะทุกระเบียบนิ้วแล้วสิ่งที่ทำให้ลิซ่าดูโดดเด่นที่สุดคือ “Energy” และ “Inner” ของเธอ ในภาพชุดนี้เธอเลือกโพสต์ท่าในทางเดินโรงแรมที่ดูคลาสสิก การสื่อสารผ่านสายตาที่ดูนิ่งแต่ทรงพลังและการโพสต์ท่าที่ดูเป็นธรรมชาติแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแฟชั่นไอคอนระดับโลกที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็กลายเป็นกระแสไปเสียหมดไม่มีใครต้านทานได้จริงๆ สวย เป๊ะ ปัง สมมงตัวแม่ที่สุด!

เอ็นดูไม่ไหว น้องเกล เล่าเป็นฉากๆรู้ไหมแม่แต่งงานกับใครเผยเห็นจากในคลิปปะป๊าให้ดอกไม้ตอนหิมะตก

เอ็นดูไม่ไหว น้องเกล เล่าเป็นฉากๆรู้ไหมแม่แต่งงานกับใครเผยเห็นจากในคลิปปะป๊าให้ดอกไม้ตอนหิมะตก

เอ็นดูไม่ไหว น้องเกล เล่าเป็นฉากๆรู้ไหมแม่แต่งงานกับใครเผยเห็นจากในคลิปปะป๊าให้ดอกไม้ตอนหิมะตก

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

เป็นโมเมนต์ที่สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเน็ตทั่วประเทศ สำหรับความน่ารักสดใสของ “น้องแอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์” ลูกสาวตัวน้อยของซุปตาร์ตัวแม่ “ชมพู่ อารยา” และ “น็อต วิศรุต” ที่ล่าสุดทำเอาพี่ป้าน้าอาต้องตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบทสนทนาสุดไร้เดียงสาโดยเรื่องราวความน่ารักนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัวของ “มอส” (mossomee) ที่ได้ลงคลิปวิดีโอบทสนทนาขณะพูดคุยกับน้องเกล ซึ่งน้องเกลได้เล่าย้อนถึงวันแต่งงานของคุณแม่ชมและคุณพ่อน็อตที่ตัวเองได้เห็นจากในคลิปวิดีโอไว้อย่างน่าเอ็นดูว่า

 เกล: “รู้ไหมแม่เกลแต่งงานกับใคร?”

 มอส: “แต่งกับใครคะ?”

 เกล: “แต่งกับป๋า”

 มอส: “เหรอ?”

 เกล: “ใช่ ทันทีที่แม่ออกมาจากประตู หิมะตก ปะป๊าก็ให้ดอกไม้แม่ แต่งงานเลย!”

 มอส: “จริงเหรอ!! แล้วเกลเห็นได้ไงอะ?”

 เกล: “เกลดูในคลิปไง”

งานนี้ทำเอาคนฟังถึงกับกลั้นขำไม่ไหวในความช่างพูดช่างเจรจาของซุปตาร์ตัวจิ๋ว ที่สามารถเล่ารายละเอียดเหตุการณ์สำคัญในวันแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างเป็นตุเป็นตะ เรียกได้ว่าความสดใสและรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของ “น้องเกล” ยังคงครองใจมหาชนและสร้างความสุขให้กับผู้ที่พบเห็นได้เสมอจริงๆ

คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

6 พฤษภาคม 2569 ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อดาราสาวตัวแม่อย่าง “พลอย เฌอมาลย์” ปล่อยภาพเซ็ตล่าสุดจากทริปเที่ยวทะเลสุดชิลที่แหลมปะการัง งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ถล่มทลาย ด้วยลุคสุดแซ่บที่ทั้งสวยทั้งมั่นใจจนยากจะละสายตา

โดยทริปนี้ พลอยมาในลุคเซ็กซี่ขี้เล่น สวมชุดว่ายน้ำวันพีซโชว์หุ่นเป๊ะทุกสัดส่วน พร้อมเผยผิวแทนสวยฉ่ำ เพิ่มดีกรีความฮอตแบบเต็มพิกัด ท่ามกลางบรรยากาศทะเล พร้อมแคปชั่นว่า “พลอยแทนแทน กลับมาแย้วนาาาาพี่บ่าววววว”

ทำเอาบรรดาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม หลายเสียงยกให้ลุคนี้คือการทวงบัลลังก์ตัวแม่สายแซ่บได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เรียกได้ว่าไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหน พลอย เฌอมาลย์ ก็ยังคงรักษามาตรฐานความสวยและความมั่นใจไว้ได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะลุคผิวแทนกับชุดว่ายน้ำ ยิ่งขับเสน่ห์ให้โดดเด่นขึ้นอีกหลายเท่า ตอกย้ำตำแหน่งแฟชั่นไอคอนตัวจริงของวงการบันเทิงไทย

ถอดรหัสทางรอดวิกฤตแล้ง! ชู 4 แพลตฟอร์ม ‘ดวงตาอวกาศ’ พลิกฟื้นอนาคตเกษตรกรไทย

ถอดรหัสทางรอดวิกฤตแล้ง! ชู 4 แพลตฟอร์ม ‘ดวงตาอวกาศ’ พลิกฟื้นอนาคตเกษตรกรไทย

ถอดรหัสทางรอดวิกฤตแล้ง! ชู 4 แพลตฟอร์ม ‘ดวงตาอวกาศ’ พลิกฟื้นอนาคตเกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ภัยแล้ง” ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอีกต่อไปแต่กำลังกลายเป็นความท้าทายระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น ฝนที่ทิ้งช่วง และปริมาณน้ำในแหล่งกักเก็บที่ลดลงล้วนเป็นภาพสะท้อนของวิกฤตที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างเงียบงัน ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม งานสัมมนาภายใต้ชื่องาน “DROUGHT SURVIVAL พลิกวิกฤตแล้งด้วยนวัตกรรมอวกาศ และทางรอดเศรษฐกิจเกษตรไทยอย่างยั่งยืน” จึงได้เปิดฉากขึ้น ณ อาคารสัมมนา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

เพื่อระดมสรรพกำลัง องค์ความรู้ และเทคโนโลยีจากทุกภาคส่วน มาร่วมกันค้นหา “ทางรอด” และสร้างอนาคตใหม่ให้กับภาคเกษตรกรรมไทย งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มาร่วมกันเปิดวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการน้ำ พร้อมด้วยมุมมองเชิงนโยบายจาก ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มาตอกย้ำทิศทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้  

ไฮไลต์สำคัญของการแก้วิกฤตครั้งนี้ คือ การเปิดตัวนวัตกรรมที่เปรียบเสมือน “ดวงตาจากอวกาศ” ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการดาวเทียมสำรวจโลก THEOS พร้อมการเจาะลึก 4 นวัตกรรมเทคโนโลยีอวกาศเพื่อเป็นทางรอดให้เกษตรกรไทย โดย ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการ GISTDA ซึ่งภายในงานได้มีการสาธิตแพลตฟอร์มอัจฉริยะหลัก ได้แก่ Smallwat, Cropsdrought, Dragonfly และ SGi-Farm ตลอดจนเครื่องมือตรวจวัดมาตรฐานสากล เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลน้ำ ดิน และพืช ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการความเสี่ยง ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าการขับเคลื่อนวิกฤตไม่อาจพึ่งพาเพียงเทคโนโลยี เวทีเสวนาจึงได้เชื่อมโยงไปสู่มิติด้านนโยบายและภาคธุรกิจอย่างครบวงจร

ผู้ร่วมงานครั้งนี้ได้สัมผัสกับเรื่องราวความสำเร็จในการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่เขตชลประทาน จ.ระยอง โดย รัตนา เพ็ชรสูงเนิน รวมถึงทางรอดและการปรับตัวด้วยนวัตกรรมของเกษตรกรนอกเขตชลประทาน จ.สุราษฎร์ธานี จาก ณัฐกร แจ้งเศษ และสิทธิโชค ร่าหมาน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่า นวัตกรรมอวกาศสามารถนำมาใช้ได้จริงและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ถึงระดับรากหญ้า งาน “DROUGHT SURVIVAL” จึงไม่ใช่เพียงการรับฟังปัญหา แต่คือเข็มทิศชี้ทางรอดในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน เป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงลงสู่ผืนดินของเกษตรกรไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของประเทศ

ก.ค.ศ.ไฟเขียวเพิ่มรอง ศธจ. 27 ตำแหน่งภาคกลาง พร้อมยุบเลิกตำแหน่ง 38 ค.(2)ศปบ.จชต.13 อัตรา

ก.ค.ศ.ไฟเขียวเพิ่มรอง ศธจ. 27 ตำแหน่งภาคกลาง พร้อมยุบเลิกตำแหน่ง 38 ค.(2)ศปบ.จชต.13 อัตรา

ก.ค.ศ.ไฟเขียวเพิ่มรอง ศธจ. 27 ตำแหน่งภาคกลาง พร้อมยุบเลิกตำแหน่ง 38 ค.(2)ศปบ.จชต.13 อัตรา

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีมติที่สำคัญ โดยได้มีการอนุมัติ การกำหนดตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัด (เพิ่มเติม) ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ในกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง จำนวน 27 จังหวัด จังหวัดละ 1 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 27 ตำแหน่ง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ตรัง นครปฐม นครพนม นครสวรรค์ นนทบุรี นราธิวาส น่าน ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ยโสธร ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง เลย สมุทรปราการ สุโขทัย สุพรรณบุรี และ หนองบัวลำภู  

และอนุมัติให้ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศูนย์ประสานงานและบริหาร การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 13 อัตรา เพื่อนำมากำหนดเป็นตำแหน่ง รองศึกษาธิการจังหวัด (เพิ่มเติม)

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบ (ร่าง) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูง ของอันดับ พ.ศ. ….เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น

เปิดประตูการศึกษาออนไลน์ หนุน สกร. จับมือ ทภ.1 ยกระดับทหารกองประจำการ สร้างอนาคตใหม่หลังปลดประจำการ

เปิดประตูการศึกษาออนไลน์ หนุน สกร. จับมือ ทภ.1 ยกระดับทหารกองประจำการ สร้างอนาคตใหม่หลังปลดประจำการ

เปิดประตูการศึกษาออนไลน์ หนุน สกร. จับมือ ทภ.1 ยกระดับทหารกองประจำการ สร้างอนาคตใหม่หลังปลดประจำการ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ เพื่อยกระดับการศึกษาทหารกองประจำการ ณ หอประชุมกองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร โดยมี พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมลงนาม พร้อมด้วย ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือการ “เปิดประตูแห่งโอกาส” ให้ทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ได้เรียนรู้ พัฒนาตนเอง และเตรียมความพร้อมสู่อนาคตหลังปลดประจำการ โดย ศธ.ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่เข้าถึงได้จริง ตอบโจทย์ชีวิตจริง และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ภายใต้นโยบาย Anywhere Anytime โดยแนวทางสำคัญ 3 ประการ ในการขับเคลื่อนความร่วมมือ ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับภารกิจและวิถีชีวิตของทหารกองประจำการ การพัฒนาระบบออนไลน์ให้เข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพ และมีผู้ดูแลติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวัดและประเมินผลที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสะท้อนสมรรถนะที่นำไปใช้ได้จริง

ด้าน ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า สกร. ตระหนักถึงความสำคัญของทหารกองประจำการในฐานะกำลังสำคัญของชาติ การเปิดโอกาสทางการศึกษาระหว่างรับราชการจึงเป็นการเพิ่มทุนมนุษย์ เพิ่มโอกาสทางอาชีพ และสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ให้แก่ผู้เรียน ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งจัดการเรียนรู้ให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง

“หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้ คือการใช้ “การศึกษาออนไลน์” เป็นเครื่องมือขยายโอกาสอย่างมีคุณภาพ โดยต้องเป็นระบบที่ “เข้าถึงผู้เรียนจริง ดูแลได้จริง และเห็นผลจริง” ไม่ใช่เพียงการนำบทเรียนขึ้นระบบดิจิทัล แต่ต้องมีครูดูแล ติดตามความก้าวหน้า มีการเทียบโอนผลการเรียน และมีมาตรฐานการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้ทหารกองประจำการไม่เพียง “ได้เรียน” แต่ต้อง “เรียนแล้วเกิดผล” และนำความรู้ไปใช้ได้จริง” อธิบดี สกร. กล่าว

ทั้งนี้ สกร. จะขับเคลื่อนงานบน 4 เสาหลัก ได้แก่ ข้อมูลผู้เรียนต้องชัดเจน แผนการเรียนรู้ต้องยืดหยุ่น การดูแลผู้เรียนต้องต่อเนื่อง และการวัดประเมินผลต้องมีมาตรฐาน โปร่งใส สะท้อนสมรรถนะจริง เพื่อให้ความร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 เป็นต้นแบบของการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีคุณภาพ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเปลี่ยนช่วงเวลาระหว่างรับราชการให้เป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาศักยภาพ สร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติต่อไป

รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เข้าพบเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการศึกษา

รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เข้าพบเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการศึกษา

รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เข้าพบเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการศึกษา

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ  เข้าพบเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยใน ลอนดอน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับและส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายวิชาการ และ มาสเตอร์พชร จันทร์ศิริ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายวิชาการ  โรงเรียนอัสสัมชัญ และพันธมิตรด้านทางการศึกษา เข้าพบ นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยใน ลอนดอน

ในการเข้าพบครั้งนี้ มีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการหารือ ได้แก่ นางสาวกฤษณา ชลวีระวงศ์ อัครราชทูต นางอรวิจิตร์ จันทรังสี ที่ปรึกษา นายมานากรณ์ เมฆประยูรทอง ที่ปรึกษา

โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับคณะผู้แทนจากโรงเรียนอัสสัมชัญเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับและส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่าง ประเทศไทย และ สหราชอาณาจักร โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรไทยศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของสถานเอกอัครราชทูตในการผลักดันปี พ.ศ. 2569 ให้เป็น “ปีแห่งการศึกษา (Year of Thai-UK Education Partnership)” เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือทางการศึกษาในทุกระดับระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความยินดีในการให้การดูแลและสนับสนุนนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญที่เข้ามาศึกษาและทำกิจกรรมใน สหราชอาณาจักร อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีแนวทางในการพัฒนา โครงการความร่วมมือทางด้านการศึกษาในอนาคต ร่วมกับโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนในเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียล เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาสู่ระดับสากล
ในส่วนของโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้มีการนำเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพนักเรียนสู่เวทีนานาชาติ ผ่านโครงการสำคัญในปีการศึกษา 2569 ได้แก่

โครงการระยะสั้น: Summer และ October Camp

โครงการระยะกลาง: โครงการแลกเปลี่ยนระยะเวลา 1 ปี

โครงการระยะยาว: AC-UK Foundation Pathway

การเข้าพบในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงเรียนอัสสัมชัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางการศึกษาระดับนานาชาติ และการพัฒนานักเรียนสู่การเป็นพลเมืองโลกอย่างมีคุณภาพต่อไป