อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก "ไม่เฉียดเลย"

1 มี.ค. 2569 21:52 น.

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์อ้างว่า พวกเขายิงขีปนาวุธเข้าโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่า มิสไซล์ของอิหร่านไม่ได้เฉียดใกล้เรือเลย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขายิงขีปนาวุธ 4 ลูกโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ของสหรัฐฯ ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งมายังตะวันออกกลางเพื่อกดดันอิหร่าน

แต่ต่อมา ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ไม่ได้ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีตามที่มีการกล่าวอ้าง

“ขีปนาวุธที่ถูกยิงออกมานั้นไม่ได้เฉียดใกล้เป้าหมายเลยแม้แต่น้อย” CENTCOM ระบุ พร้อมเสริมว่าเรืออับราฮัม ลินคอล์น ยังคงเดินหน้าปล่อยเครื่องบินขับไล่เพื่อสนับสนุน “ภารกิจอันไม่ลดละในการปกป้องชาวอเมริกัน ด้วยการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน”

ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วอชิงตันกับเตหะรานกำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางยุติข้อพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์

โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอิหร่านให้ยอมทำข้อตกลง ด้วยการเสริมกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้กับอิหร่านและในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรอบ รวมถึงการส่งเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ไปยังภูมิภาคดังกล่าว

นอกจากนั้น ยังมีการส่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พร้อมด้วยเรือพิฆาตกับเรือรบประเภทต่างๆ และฝูงเครื่องบินขับไล่เข้าไปสมทบอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

1 มี.ค. 2569 21:25 น.

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

ทางการคูเวตเผย อิหร่านยิงมิสไซล์เข้าใส่ประเทศของพวกเขากว่า 100 ลูก และมีโดรนอีกมากกว่า 280 ลำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เมื่อ 1 มี.ค. 2569 กระทรวงสาธารณสุขของคูเวตเปิดเผยว่า การโจมตีของอิหร่านที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีก 32 ราย โดยผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด

ดร.อับดุลเลาะห์ อัล-ซานาด โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลในบริเวณต่างๆ เช่น หน้าอก ศีรษะ และช่องท้อง รวมถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยมี 15 รายในจำนวนนี้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจาเบอร์ อัล-อาหมัด

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของคูเวตระบุว่า กองทัพอากาศสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธของอิหร่านได้ 97 ลูก และทำลายโดรนอีก 283 ลำ นับตั้งแต่อิหร่านเริ่มเปิดฉากโจมตี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

1 มี.ค. 2569 21:03 น.

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

(อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี)

อิหร่านจัดตั้ง สภาผู้นำบริหารประเทศชั่วคราว หลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 มี.ค. 2569 ว่า รัฐบาลอิหร่านประกาศจัดตั้ง “สภาผู้นำ” เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว หลัง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของพวกเขา ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของอิหร่านระบุว่า หากผู้นำสูงสุดไม่ได้อยู่ในอำนาจอีกต่อไป ให้จัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวซึ่งประกอบด้วย ประธานาธิบดี, หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และ นักบวชระดับสูง จาก “สภาอารักษ์” (Guardian Council) เพื่อรับผิดชอบหน้าที่แทน จนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) จำนวน 88 คน จะเลือกผู้นำคนใหม่

สภาผู้นำชุดนี้ประกอบด้วย อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี รองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ โกลัม-ฮอสเซน โมห์เซนี-เอเจอี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ

ทั้งนี้ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เป็นนักบวชผู้ทรงอิทธิพลที่มีผลงานในหน่วยงานรัฐบาลมาอย่างยาวนาน และยังเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจจากคาเมเนอี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเป็นสมาชิกของสภาอารักษ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งและพิจารณากฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

1 มี.ค. 2569 18:09 น.

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลรายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรวม 30 ราย รวมถึงผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ภายในครึ่งนาทีแรกของการโจมตีระลอกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

สถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุว่า การสังหารผู็นำสุงสุดของอิหร่านเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงครึ่งนาที ในปฏิบัติการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่เว็บไซต์ N12 รายงานว่า ฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และอาจดำเนินต่อเนื่องอีกหลายวัน

สื่ออิสราเอลหลายแห่งยังเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างละเอียด และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับสหรัฐฯ รวมถึงความแม่นยำด้านข่าวกรองที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง โยอาฟ ลีมอร์ จากหนังสือพิมพ์ อิสราเอล ฮายอม เตือนว่า อาจเกิดความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะต่อไป โดยชี้ว่าอิสราเอลพร้อมทำสงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีความอดทนในระดับเดียวกันหรือไม่

ด้านนักข่าวอาวุโส นาฮุม บาร์เนีย จาก Yedioth Ahronoth ให้ความเห็นว่า สำหรับสหรัฐฯ นี่อาจเป็นสงครามที่เลือกได้ แต่สำหรับอิสราเอลนี่คือ สงครามที่จำเป็น เพราะถึงแม้ทรัมป์จะแสดงการสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ในขณะนี้ แต่ก็มีคำเตือนว่า กระแสความคิดเห็นของประชาชนสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากสงครามยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

อิหร่านเริ่ม "กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ" วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

1 มี.ค. 2569 16:25 น.

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อของรัฐ ระบุกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

อาลี ลาริจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน ระบุกับสื่อของรัฐในระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า ในขั้นต้นจะมีการจัดตั้ง คณะผู้นำชั่วคราว ขึ้นมาบริหารราชการแทน โดยบุคคลระดับสูงของประเทศ เช่น ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน อิหร่าน หัวหน้าศาลยุติธรรม และตัวแทนจากสภาผู้พิทักษ์ จะเข้ารับหน้าที่ดูแลบริหารไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ 

ในขณะเดียวกัน ลาริจานียังเตือนถึง ความพยายามในการแบ่งแยกประเทศ หลังเหตุการณ์คาเมเนอีเสียชีวิต โดยเน้นย้ำว่าช่วงเวลานี้อิหร่านต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว และไม่ยอมให้มือภายนอกมารังแกหรือสร้างความแตกแยกภายในประเทศ 

คำประกาศของลาริจานีมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระดับภูมิภาค หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่ทำให้คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้งการเมืองภายในอิหร่านและเสถียรภาพความมั่นคงในตะวันออกกลางโดยรวม.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงฤดูร้อน สั่งการด่วนให้ กรมทรัพยากรน้ำ เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ควบคู่การสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากสภาพอากาศแห้งแล้งและปัญหา PM 2.5

นายธีระชุณ บุณสิทธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่(สทน.) 1, 2 และ 4 ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

สทน. 1 สนับสนุนน้ำสะอาดช่วยเหลือประชาชนบ้านหัวทุ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน 70 ครัวเรือน รวม 250 คน บรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมมอบน้ำดื่ม 500 ขวด ผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แนวหน้าดับไฟป่า

สทน. 2 โดยส่วนเครื่องกล จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ควบคุมการเดินเครื่องสูบน้ำในตำบลวังใหญ่ อำเภอท่าตะโก และตำบลไผ่สิงห์ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ประชาชนหลายหมู่บ้าน พร้อมป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงวิกฤต

ขณะที่ สทน.4 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 54 เที่ยว รวม 324,000 ลิตร เติมระบบประปาหมู่บ้านสีสวาด หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 16 นิ้ว สูบน้ำจากลำห้วยกุดจอกเข้าสู่บ่อหนองไผ่น้อย–หนองไผ่ใหญ่ เพื่อผลิตน้ำประปาในพื้นที่เทศบาลตำบลโพนทอง หมู่ที่ 1, 3 และ 9 อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ช่วยรองรับความต้องการใช้น้ำและรักษาพื้นที่เกษตรกรรมหลายร้อยไร่

รองนายกฯ นายสุชาติ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บูรณาการทรัพยากร เครื่องจักร และกำลังภาคสนามอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและภาคการเกษตร พร้อมยืนยันว่า กรมทรัพยากรน้ำจะยืนหยัดทำหน้าที่ดูแล “น้ำต้นทุนของประเทศ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

-(016)

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ 'ปลาคาร์ฟมงคล' ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.45 น.

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส รายได้พุ่งเดือนละ 3 หมื่นบาท

วันที่ 2 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของ นายวรวุฒิ นวลนิ่ม อายุ 31 ปี เกษตรกรหนุ่มในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ที่ใช้ความพยายามและความรักในสัตว์เลี้ยง เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่ารอบบ้านให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคง ด้วยการเพาะเลี้ยงปลาคาร์ฟสวยงามและปลามงคลหลากสายพันธุ์

นายวรวุฒิ เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มต้นจากการศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟผ่านช่องทางยูทูบและเดินสายดูงานตามแหล่งเพาะพันธุ์ต่างๆ ทั่วประเทศ จนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยาวนานกว่า 5-6 ปี ปัจจุบันสามารถเปิดฟาร์ม ‘ตรังคาร์ฟ’ เป็นของตนเองได้สำเร็จ โดยมีปลาคาร์ฟหลากสีสัน เช่น สีขาว-แดง, สีเหลืองทอง, สีส้ม และปลา 3 สีในตัวเดียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน สีสันของปลาคาร์ฟถือเป็นสีแห่งโชคลาภและบารมี ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมักซื้อไปเลี้ยงเป็นเลขมงคล เช่น 8 หรือ 9 ตัว เพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้บ้านและที่ทำงานดีขึ้น นอกจากนี้การนั่งชมปลาคาร์ฟยังช่วยสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

ที่ฟาร์มแห่งนี้มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ ตัวละ 25 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามและอายุของปลา ทำให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม โดยสร้างรายได้เฉลี่ย 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือน นอกจากปลาคาร์ฟแล้ว ยังมีปลาสวยงามอื่นๆ เช่น ปลาทองฮอลันดา ปลาบอลลูน และปลาหางนกยูง ไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อในราคาประหยัดอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลือกตักปลาคาร์ฟด้วยตนเอง หรือซื้อไปเสริมฮวงจุ้ย สามารถติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ‘ตรังคาร์ฟ’ หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 084-2494287

Flora Food Group จับมือ เชฟพลอย ยกระดับ ‘อาหารไทย’ สู่เวทีโลก

Flora Food Group จับมือ เชฟพลอย ยกระดับ ‘อาหารไทย’ สู่เวทีโลก

Flora Food Group จับมือ เชฟพลอย ยกระดับ ‘อาหารไทย’ สู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

Flora Food Group จัดงาน The Symphony:  3 on Earth Event เพื่อเฉลิมฉลองครัวมืออาชีพยุคใหม่และศิลปะแห่งการทำอาหาร พร้อมประกาศแต่งตั้ง เชฟพลอย-ณัฐณิชา บุญเลิศ  เป็น Brand Ambassador อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท  ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Flora Food Group ช่วยให้เชฟและผู้ประกอบการอาหารสามารถต่อยอดสิ่งที่ทำให้อาหารไทยทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และบทบาทที่เติบโตขึ้นในระดับสากล

เมื่ออาหารไทยพัฒนาไปไกลจากมรดกท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจระดับนานาชาติ Flora Food Group  เล็งเห็นว่านอกจากประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียด้านอาหารที่ทรงอิทธิพลต่อเมนูทั่วโลก Flora Professional และ เชฟพลอย-ณัฐณิชา บุญเลิศ  เริ่มต้นความร่วมมือกันตั้งแต่ต้นปี 2025 ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า อาหารที่ยอดเยี่ยมเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ความสม่ำเสมอ และความมั่นใจในครัว

ฐิตา ศรีไพรวัลศุภกิจ, บาติยา ดายรัตเน, อินุรา จายาสุริยะ

เชฟพลอย-ณัฐณิชา บุญเลิศ  Brand Ambassador เป็นเชฟรุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยสไตล์การทำอาหารร่วมสมัย เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และการ Flora Food Group แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากรายการ MasterChef The Professionals Thailand  เชฟพลอยได้สะท้อนภาพเชฟไทยยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความเคารพในวิถีแบบดั้งเดิม พร้อมเปิดรับอิทธิพลระดับโลก

อินุรา จายาสุริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “อาหารไทยในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่กำลังสร้างแรงบันดาลใจให้เชฟทั่วโลก  Flora Food Group ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในครั้งนี้ โดยได้นำความเชี่ยวชาญระดับโลกของเรามาสนับสนุนเชฟและผู้ประกอบการในประเทศไทย พร้อมเรียนรู้จากพลังความคิดสร้างสรรค์ของวงการอาหารไทยไปพร้อมกัน”

AMI Brunch & Bubbles: ความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้พรมแดน

ที่ AMI Brunch & Bubbles เชฟพลอย ก้าวข้ามกรอบ Thai Fusion สู่การสร้างสรรค์เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเมนู บรันช์สมัยใหม่ อาหารยุโรปสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด ของหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์ เมนูของเธอสะท้อนภาพครัวสมัยใหม่ที่สามารถตอบโจทย์หลากหลายโอกาส รสชาติ และคอนเซปต์ได้ในที่เดียว

“ปัจจุบัน อาหารไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสัญชาติหรือหมวดหมู่อีกต่อไป เชฟและผู้ประกอบการคิดแบบบูรณาการทั้งอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม และ AMI Brunch & Bubbles ก็สะท้อนความจริงข้อนี้ได้อย่างชัดเจน” ฐิตา ศรีไพรวัลศุภกิจ Brand Manager Thailand กล่าว

สนับสนุนผู้ประกอบการทุกประเภท ทุกสไตล์อาหาร

Flora Food Group ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการทุกประเภทและทุกสไตล์อาหาร ตั้งแต่ร้านอาหารนานาชาติ ครัวโรงแรม  คาเฟ่ เบเกอรี่ ร้านของหวาน ไปจนถึงบาร์ โดยได้นำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครัวมืออาชีพในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ Blue Band Professional Multipurpose Cream และ Flora Professional Cooking Cream ไปจนถึง มาร์การีน และ Fat Spread 

เชฟพลอย-ณัฐณิชา บุญเลิศ 

Flora Food Group นำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน พร้อมเป็นโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการในทุกเมนู

“เราไม่ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ แต่ต้องการเป็นพันธมิตรของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะทำอาหารไทย อาหารตะวันตก คาเฟ่ เบเกอรี่ หรือเครื่องดื่ม Flora Professional พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ฐิตา กล่าว

Flora Food Group คือบริษัทผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารแบรนด์ชั้นนำ ที่มุ่งเน้น Culinary Essentials for Better Food พอร์ตโฟลิโอของเราครอบคลุมผลิตภัณฑ์สเปรด เนยและเบลนด์ ครีมและครีมเมอร์ ซอสและของเหลวสำหรับประกอบอาหาร รวมถึงชีสและครีมชีส รองรับทั้งตลาดค้าปลีกและฟู้ดเซอร์วิส

ด้วยความเป็นผู้นำแบรนด์ในกว่า 100 ประเทศ และความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจ Professional เราผสานความเชี่ยวชาญด้านน้ำมันและไขมัน ซึ่งเป็นจุดบรรจบของรสชาติ ประสิทธิภาพการใช้งาน และคุณค่าทางโภชนาการ เข้ากับงานวิจัยและพัฒนาระดับโลก เทคโนโลยีเฉพาะขององค์กร ศูนย์วิทยาศาสตร์อาหารที่ทันสมัย และมีศักยภาพครบวงจรตั้งแต่การจัดหา การผลิต จนถึงการทำตลาด

Chosen by Chefs, Loved by Everyone

แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ครัวมืออาชีพในประเทศไทยยังคงเติบโตด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการปรับตัว 

Flora Food Group เชื่อว่าเชฟไม่ควรต้องเลือกระหว่างแรงบันดาลใจกับความคุ้มค่าในการใช้งาน ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครบครัน หลากหลาย และเชื่อถือได้ Flora Professional พร้อมเติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกคอนเซ็ปต์ ทุกสไตล์อาหาร และทุกโอกาส ให้สมกับคำที่ว่า Chosen by chefs, loved by everyone ผลิตภัณฑ์ที่เชฟเลือกไว้วางใจ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนชื่นชอบ — Flora Food Group ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอนาคตของวงการอาหารไทย พร้อมผลักดันขอบเขตความสร้างสรรค์ให้ไกลเกินกว่าพรมแดนประเทศ

‘ดร.น้ำหวาน’ นำทีมนักวิจัยค้นพบความลับของธรรมชาติ ‘ตุ๊กแกดำ’ ที่โลกไม่เคยรู้

‘ดร.น้ำหวาน’ นำทีมนักวิจัยค้นพบความลับของธรรมชาติ ‘ตุ๊กแกดำ’ ที่โลกไม่เคยรู้

‘ดร.น้ำหวาน’ นำทีมนักวิจัยค้นพบความลับของธรรมชาติ ‘ตุ๊กแกดำ’ ที่โลกไม่เคยรู้

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ในโลกของชีววิทยา การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ (New Species) เปรียบเสมือนการเจอขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และล่าสุดเมื่อกุมภาพันธ์ 2569 วงการวิทยาศาสตร์โลกต้องหันมาจับตามองประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อ “ตุ๊กแกดำ” (Gekko dam) ได้ถูกจารึกชื่อลงในวารสารสากล Zootaxa อย่างเป็นทางการ

ผศ.ดร.วรวิทู มีสุข หรือ ดร.น้ำหวาน 

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความทุ่มเทของ “The Dream Team” นักวิจัยไทยและต่างประเทศ นำโดย ผศ.ดร.วรวิทู มีสุข หรือ ดร.น้ำหวาน นักวิจัยหญิงรุ่นใหม่ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกับทัพผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นักวิชาการเรื่องปลาจากกรมประมง ที่หลงใหลและดำดิ่งในโลกอนุกรมวิธานสัตว์เลื้อยคลาน  นายมนตรี สุมณฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และวิวัฒนาการ รศ.ดร. วีระเกียรติ ทรัพย์มี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และ รศ.ดร. จุฑามาศ ศุภพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นักเซลล์อนุกรมวิธาน ดร. ณัฐสุดา ดรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กลุ่มนักธรรมชาติวิทยาภาคสนาม นายณัฐภัท โชติจักรดิกุล, นายธนศักดิ์ จินดามาตย์ และนางสาวนิตยา โตไพร  ร่วมด้วยเครือข่ายทางอนุกรมวิธานระดับโลกอย่าง Mr. Olivier S. G. Pauwels ภัณฑารักษ์ สถาบันวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม

ทำไมต้องชื่อ “ตุ๊กแกดำ”?

ดร. น้ำหวาน เล่าว่า ตุ๊กแกดำเป็นตุ๊กแกที่อาศัยตามเขาหินปูนร่วมอยู่กับตุ๊กแกบ้าน มีลักษณะโดยรวมคล้ายตุ๊กแกบ้านทั่วไป แต่มีลักษณะสังเกตที่ดูต่างจากตุ๊กแกบ้านซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นความผันแปรของตุ๊กแกบ้านรูปแบบหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามการจำแนกชนิดในยุคนี้ต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานที่ชัดเจน ทีมวิจัยต้องใช้ทั้งการลงพื้นที่สำรวจในจังหวัดตรังและสตูล เพื่อศึกษาลักษณะในถิ่นอาศัยจริง แล้ววิเคราะห์สัณฐานวิทยา และรหัสพันธุกรรม (DNA) ในห้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น จนพบความโดดเด่นที่แตกต่างจากตุ๊กแกทั้งหมดที่เคยมีรายงานมา คือ The Black Beauty: ลำตัวสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำสนิท ต่างจากตุ๊กแกบ้านทั่วไป The Copper Eyes: ดวงตาสีทองแดงแวววาว (ในขณะที่ตุ๊กแกบ้านจะมีตาสีเหลืองทอง) Unique Texture: ตุ่มเกล็ดบนหลังมีลักษณะโค้งมน ต่างจากตุ๊กแกบ้านที่มีตุ่มทรงกรวย

บทบาทของ “ผู้คุมกฎ” แห่งพงไพร

ในมุมของนิเวศวิทยา “ตุ๊กแกดำ” คือ ฮีโร่ตัวจริงของระบบนิเวศ เพราะพวกมันทำหน้าที่เป็นผู้ล่าคอยควบคุมประชากรแมลงรบกวน โดยเฉพาะ “ปลวก” ไม่ให้มีมากเกินไป ซึ่งหากเราวางภาพลักษณ์เก่าๆ ลงแล้วมามองคุณค่าของสัตว์เลื้อยคลานในมุมมองใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความน่ากลัว แต่คือความสวยงามและความสมดุลของธรรมชาติ การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าป่าชายแดนภาคใต้ของไทยยังคงซ่อนความลับและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ใกล้ตัวไว้อีกมาก เราจึงต้องช่วยกันดูแลรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อรอให้มีการศึกษาและค้นพบเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป

ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น ชวนอุดหนุนขนมไทยจาก SME ทั่วไทย เปิดแคมเปญ ‘เติมความอร่อยขนมไทย SME’ สร้างอาชีพ เสริมรายได้ชุมชน

ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น  ชวนอุดหนุนขนมไทยจาก SME ทั่วไทย  เปิดแคมเปญ ‘เติมความอร่อยขนมไทย SME’ สร้างอาชีพ เสริมรายได้ชุมชน

ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น ชวนอุดหนุนขนมไทยจาก SME ทั่วไทย เปิดแคมเปญ ‘เติมความอร่อยขนมไทย SME’ สร้างอาชีพ เสริมรายได้ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

เพราะ “ขนมไทย” ไม่ใช่แค่ของหวาน แต่คือโอกาสของผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ผ่านแคมเปญ “เติมความอร่อยขนมไทย SME” คัดสรรเมนูขนมไทยร่วมสมัยจากผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ เพื่อช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และต่อยอดวัตถุดิบการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

แคมเปญนี้สะท้อนบทบาทขอ งเซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาดสมัยใหม่ โดยร่วมพัฒนาสินค้ากับ SME มากกว่า 40 รายการ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการนำวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย เช่น มะพร้าว ใบเตย ไข่สด ลูกตาล และผลไม้ตามฤดูกาล มาสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบขนมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ หยิบง่าย ทานสะดวก แต่ยังคงเสน่ห์ความเป็นไทย ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง SME และเครือข่ายเกษตรกรไทย โดยได้มัดรวม 4 ขนมไทยเมนูใหม่ที่น่าลิ้มลอง มามัดใจสายหวาน ดังนี้

ส่อง 4 ขนมไทยเมนูใหม่สุดละมุนใจ หาซื้อง่ายที่ร้านเซเว่นฯ

ลูกชุบไข่เค็มบ้านทองหยอด : มองแวบแรกอาจนึกว่าเป็นขนมเปี๊ยะลูกเล็กๆ แต่ความจริงแล้วนี่คือ “ลูกชุบไข่เค็ม” จากบ้านทองหยอด มาในรูปแบบกล่องราคา 39 บาท มีจำนวน 4 ชิ้น หน้าตาเป็นก้อนกลมๆ สีส้มๆ ทองๆ เคลือบวุ้นใสจนดูแวววาว ขนาดกำลังดี ทานหนึ่งคำแบบเต็มปากเต็มคำ จุดเด่นอยู่ที่ไส้ไข่เค็มกวนกับถั่วด้านในที่ให้มาแบบแน่นๆ ซึ่งใช้ไข่สดจากเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี นำมาแปรรูปเป็นไข่เค็มสูตรเฉพาะของแบรนด์ ให้รสชาติหอมมันเค็ม คุณภาพสม่ำเสมอ ช่วยชูรสชาติให้ลูกชุบอร่อยมีเอกลักษณ์ กลายเป็นขนมไทยที่มีความแปลกใหม่ แถมตอนนี้เป็นสินค้ายอดนิยมในร้านเซเว่นฯ นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าลองจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวคิดพัฒนาสินค้าเพื่อคนไทย และเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนเกษตรไทย

วุ้นกะทิกุหลาบแก้ว : แม้วาเลนไทน์จะผ่านไปแล้ว แต่ยังมีดอกกุหลาบมาให้เติมความหวานกันทุกวันด้วย “วุ้นกะทิกุหลาบแก้ว” ราคา 27 บาท มีจำนวน 4 ชิ้น ขนมไทยรูปดอกกุหลาบสีสันสดใสในกล่องจะมีทั้งสีชมพูและสีม่วง ตัววุ้นด้านบนมีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสเด้ง และมีความกรุบเล็กน้อย ส่วนชั้นล่างเป็นวุ้นกะทิจากมะพร้าวไทยเป็นวัตถุดิบหลัก ให้รสชาติมันๆ เค็มๆ ผสานกลิ่นหอมของผลไม้ ช่วยให้รสชาติหอมมัน กลมกล่อม สะท้อนเสน่ห์ของวัตถุดิบเกษตรไทยในรูปแบบขนมร่วมสมัย เป็นฟีลของหวานที่ทั้งน่ารักและอร่อย จะซื้อให้ตัวเองหรือมอบเป็นของฝากในโอกาสต่างๆ ให้ใครก็รู้สึกพิเศษ

ขนมครกใบเตยมะพร้าวอ่อน : ขนมไทยโบราณที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ “ขนมครกใบเตย” ถูกนำมาปรับโฉมให้น่ารักขึ้นในรูปแบบคำเล็ก ๆ ใช้วัตถุดิบพื้นบ้านจากแหล่งเกษตรชุมชน สีเขียวสดจาก “ใบเตย” ที่มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ด้านบนท็อปหน้าด้วย มะพร้าวอ่อนเนื้อนุ่มเอกลักษณ์ของขนมไทยแท้ ให้รสหวานละมุนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มาในรูปแบบกล่อง ราคา 29 บาท ตัวแป้งมีความนุ่มหนึบเล็กน้อยหอมกลิ่นใบเตย เพิ่มความอร่อยด้วยเนื้อมะพร้าว ช่วยเพิ่มสัมผัสและความหอมมันได้อย่างลงตัว เป็นของหวานชิ้นเล็กที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้แวะกินขนมไทยหน้าเตาร้อนๆ แต่สะดวกกว่า แค่เปิดกล่องก็อร่อยได้ทันที

มันม่วงและเผือกทิพย์ : ไม่ต้องเลือกแล้วว่าจะกินมันหรือเผือกดี เพราะรอบนี้ SME เค้ารวมความอร่อยของทั้งสองอย่างมาไว้ในกล่องเดียวกับ “มันม่วงและเผือกทิพย์” ราคา 29 บาท ตัวขนมมาในรูปแบบลูกกลมๆ พอดีคำ ใช้วัตถุดิบหลักจากมันม่วง และเผือก พืชเศรษฐกิจที่ปลูกในประเทศไทย เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น ให้รสหวานละมุนแบบธรรมชาติ หยิบทานง่าย เหมาะสำหรับเป็นของหวานเบาๆ ระหว่างวัน หรือปิดท้ายมื้ออาหารแบบไม่หนักเกินไป เป็นอีกหนึ่งขนมไทยร่วมสมัยที่นำวัตถุดิบคุ้นเคยมาปรับรูปแบบให้น่ารับประทาน และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น