กองทุนฯแบกไม่ไหว! ปลัด ก.พลังงาน ตอบไม่ได้ ดีเซลทะลุ 50 บาทหรือไม่

กองทุนฯแบกไม่ไหว! ปลัด ก.พลังงาน ตอบไม่ได้ ดีเซลทะลุ 50 บาทหรือไม่

กองทุนฯแบกไม่ไหว! ปลัด ก.พลังงาน ตอบไม่ได้ ดีเซลทะลุ 50 บาทหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

ปลัด ก.พลังงาน แจงปล่อยน้ำมันสำรอง ไม่เกี่ยวราคาพุ่ง รับกองทุนฯแบกไม่ไหว เอาไม่อยู่ ตอบไม่ได้ ดีเซลทะลุ 50 บาทหรือไม่ อยู่ที่สถานการณ์

26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษ ถึงกรณีรัฐบาลอนุญาตให้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้ แต่ทำไมราคากับพุ่งสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ว่า เป็นคนละเรื่องกัน การที่เราผ่อนคลายน้ำมันสำรอง คือการที่เราผ่อนผันให้นำน้ำมันที่คงอยู่ในสต็อกสามารถที่จะลดลงได้ และนำน้ำมันที่ค้างอยู่ในถังเก็บของคลังน้ำมัน หรือน้ำมันอื่นๆ เข้ามารวมได้ ทำให้เขาสามารถจะถ่ายน้ำมันที่อยู่ในสต็อกออกมา ส่วนเรื่องกลไกราคาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะใช้กลไกตลาด เช่น หากจะต้องผลิตหรือนำน้ำมันเข้ามาในสต็อกก็ต้องเป็นราคาของตลาดเช่นเดียวกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนกังวลว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร มีแผนรับมือในระยะยาวอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ตัดสินใจ ถือว่าคุยกันนาน หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลพยายามจะตรึงให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตร แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้ กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบส่งออกกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันฝืดเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติ อยู่ประมาณ 20% ถูกนำไปเก็บสำรองเอาไว้ มาตรการราคาจึงเป็นอีกมาตรการหนึ่ง

นายประเสริฐ กล่าวว่า หากถามว่าจะถึง 50 บาทต่อลิตรหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ อาจจะลงมาก็ได้ หากเขาหยุดรบ ราคาหลังจากนี้ไปจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษีสรรพสามิตลดราคา ซึ่งมีทั้งบวกและลบหลังจากนี้ไป

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง จ่อลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง จ่อลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง จ่อลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.07 น.

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง เติมเงินบัตรสวัสดิการ เพิ่ม 100 บาทเป็น 400 บาท 1 เดือน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน จ่อลดภาษีสรรพสามิต

เมื่อวันที่ 26 มี.8.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น พร้อมรับทราบการประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง

“เข้าใจดีว่าวันนี้แม้เรายังอยู่ในระหว่างที่จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ว่าเราก็ยังสามารถที่จะใช้กลไกเครื่องมือต่างๆ ในด้านกฎหมายเท่าที่ทำได้ อันไหนกฎหมายที่ติดข้อจำกัด ก็ได้ให้ทางกฤษฎีกาได้ช่วยพิจารณาว่าภายใต้สถานการณ์ที่เราอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่นี้ เราสามารถมีกลไกออกมาตรการใดๆที่ช่วยประชาชนก็ให้สามารถดำเนินการได้เลย โดยให้พิจารณาเป็นไปตามกฎหมาย และให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้เสนอมาตรการวันนี้” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่าวันนี้เป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก จึงกำชับให้ส่วนงานราชการทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เข้มงวดในมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยได้สั่งการในมติครม.ไปแล้ว โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานต่างประเทศขอให้ยกเลิก และให้ส่วนราชการต่างๆไปกำชับเรื่องนี้ การประชุมสามารถเดินทางได้ แต่การดูงานกำชับว่าห้าม เราต้องปรับตัวประหยัดทุกอย่าง เพราะทั่วโลกกระทบกับวิกตพลังงาน การใช้ไฟหรือแอร์ต่างๆได้กำชับให้ข้าราชการไปปฏิบัติตาม เราต้องปรับตัวหลายประเทศต้องปรับตัว 

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงคลังได้เสนอครม. เห็นชอบมาตรการเร่งด่วน 7 เรื่องดังนี้ 1. ครม.เห็นชอบให้กระทรวงคลังกลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะลดอย่างไรและลดในระยะเวลามากแค่ไหนตามความเหมาะสม ก่อนให้กระทรวงคลังกลับไปพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้มาเสนออีกครั้ง 2.การดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครม.เห็นชอบการเติมเงินในการใช้จ่ายเพื่อสินค้าอุปโภคบริโภค จากเดิมวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน เพิ่มให้อีก 100 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือนระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการ และเมื่อมีรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท

นายลวรณ กล่าวว่า 3.มาตรการดูแลผลกระทบกลุ่มขนส่งทั้งกลุ่มรถบรรทุก และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงกลุ่มที่เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย 4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เช่น ลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร การสนับสนุนให้เกิดการใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้า 5.การช่วยเหลือกลุ่มของประมง จะบรรเทาผลกระทบได้ด้วยการใช้น้ำมัน B20  

นายลวรณ กล่าวว่า 6.กลุ่มที่เป็นผู้สัญญากับภาครัฐ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้าง สามารถเดินเครื่องจักรได้ เพื่อไม่ให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า โดยอาจพิจารณาการขยายระยะเวลาตรวจรับงาน และการชดเชยค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างานก่อสร้าง เพื่อปรับราคาจ้างเหมา หรือค่า K  และ 7.มาตรการดูแลกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SME กระทรวงการคลังโดยธนาคารออมสิน จะเตรียมวงเงินซอฟต์โลนเอาไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับเพื่อเสริมสภาพคล่อง

“มาตรการทั้งหมดจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยจากนี้จะเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีการขอใช้งบประะมาณจากงบกลางด้วย” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มมา นายลวรณ กล่าวว่า ข้อกฎหมายทางกรมสรรพสามิตกำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทำได้แต่เมื่อ ครม. มีมติแล้วต้องไปขอ กกต. ถ้า กกต.อนุญาตก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา 

เมื่อถามว่า ถ้ามีการลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงมาหรือแค่พยุงไม่ให้ปรับขึ้นราคาอีก นายลวรณ กล่าวว่า ก็ตรงไปตรงมา ตอนนี้สมมุติว่าถ้าสรรพสามิตเก็บอยู่ 5 บาท ภาษีลดไปเท่าไหร่น้ำมันก็ต้องลงไปตามนั้น เมื่อถามว่าในเรื่องของงบช่วยกลุ่มเปราะบางต้องขออนุญาตกกต.ด้วยหรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า เหมือนกันต้องขออนุญาต 

เมื่อถามว่าเงินเปราะบางที่เพิ่ม 100 บาทใช้งบประมาณเท่าไหร่ และในส่วนของภาษีสรรพสามิตกระทรวงการคลังได้คำนวณรายรับที่จะลดลงแล้วหรือไม่ว่าจะกระทบขนาดไหน นายลวรณ กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีผู้ถือบัตรอยู่ 13.3 ล้านคน ฉะนั้นคนละ 100 บาทก็จะเป็นเงิน 1,300 ล้านบาทเศษ และวันนี้เราต้องขอใช้งบฯกลางซึ่งเป็นอำนาจของครม.ที่เสนอเรื่องมาและได้รับความเห็นชอบแล้ว แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการเลยมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นแต่ขอย้ำว่าสิ่งที่ทำได้รัฐบาลจะทำทุกมาตรการ อะไรทำได้พร้อมทำ จะต้องไปขอก็ขอ เพื่อให้การเยียวยาไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด

พลังงาน แจง ปรับราคาน้ำมัน สะท้อนต้นทุนจริง-ลดภาระกองทุน-ป้องกันกักตุน

พลังงาน แจง ปรับราคาน้ำมัน สะท้อนต้นทุนจริง-ลดภาระกองทุน-ป้องกันกักตุน

พลังงาน แจง ปรับราคาน้ำมัน สะท้อนต้นทุนจริง-ลดภาระกองทุน-ป้องกันกักตุน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.

26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลมาถึงความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งตอนนี้ยังมีความผันผวนอยู่ในระดับสูง สำหรับประเทศไทยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังเข้าไปช่วยเหลืออยู่ กรณีมีการปรับราคาขายปลีก 6 บาทต่อลิตร เทียบกับราคาเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซีย ปกติราคาจะต่ำกว่าเรามาตลอด แต่ตอนนี้สูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 45.50 บาทต่อลิตร ของไทยอยู่ที่ 39 บาทต่อลิตร และเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่มีการปรับทีเดียวสองเท่า สูงสุดคือ สิงคโปร์ 100 บาทต่อลิตร จะมี 2 ประเทศเท่านั้นที่ต่ำกว่าไทยคือ อินโดนีเซีย กับบรูไน

รมว.พลังงาน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากไทยปรับแล้ว ทำให้กองทุนอุดหนุนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร จะมีอัตราการไหลออกอยู่ประมาณ 1.7 พันล้านบาท ขณะนี้สถานะกองทุนติดลบประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุผลในการนำมาประกอบการพิจารณาในการปรับราคาในช่วงที่ผ่านมา มีการสะท้อนต้นทุนจริงเพิ่มขึ้น และให้ลดภาระของกองทุน รวมถึงลดปัญหาเรื่องการเก็งกำไรหรือการกักตุน เพราะตัวราคาที่ต่างกันมากๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้ อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการกักตุนหรือการลักลอบ ตอนนี้รัฐบาลพยายามประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง และหลายหน่วยงานที่จะช่วยเข้าไปสอดส่องดูแลว่ามีการกระทำที่เอาเปรียบประชาชนหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้น้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตร จะขึ้นไป 8 บาทต่อลิตร หรือ 9 บาทต่อลิตร หรือต้องขึ้นไปเรื่อยๆ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องดูปัจจัยพร้อมกันหลายอย่าง ตลาดโลกเป็นอย่างไร ความแตกต่างของราคาพื้นฐานเป็นอย่างไร สถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นอย่างไร และสถานะกองทุนเป็นอย่างไร ต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน ตอนนี้ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องเพดานไม่เกินเท่าไหร่ แต่ยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเข้ามาเป็นตัวช่วยด้วย ไม่ใช่กองทุนน้ำมันจะถอนออกไป

สภาฯ ขยับ! จ่อปรับลด-ตัดงบค่าอาหาร สส. ช่วงหลังแถลงนโยบายรัฐบาล-สงกรานต์

สภาฯ ขยับ! จ่อปรับลด-ตัดงบค่าอาหาร สส. ช่วงหลังแถลงนโยบายรัฐบาล-สงกรานต์

สภาฯ ขยับ! จ่อปรับลด-ตัดงบค่าอาหาร สส. ช่วงหลังแถลงนโยบายรัฐบาล-สงกรานต์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ประธานสภาฯ คาดเริ่มดำเนินการปรับลด-ตัดงบค่าอาหาร สส.อย่างจริงจัง ช่วงหลังแถลงนโยบายรัฐบาล-สงกรานต์ แนะแนวทางแก้ไขระเบียบการแต่งกายสอดคล้อง มาตรการประหยัดพลังงาน

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หารือกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีค่าอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชนในขณะนี้ จากกระแสเรียกร้องให้มีการปรับลดหรือตัดงบประมาณในส่วนดังกล่าว

นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง โดยมีแนวโน้มว่าจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายหลังช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา หรือภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ในระหว่างช่วงเตรียมการ จะมีการปรับลดปริมาณการสั่งอาหารลงให้เหมาะสมกับความจำเป็น เพื่อให้เกิดความประหยัดและสอดคล้องกับสถานการณ์

ประธานสภาฯ ยังกล่าวถึงประเด็นการแต่งกายของสส.ว่า ควรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการใช้พลังงานภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งปัจจุบันพบว่าการแต่งกายของสมาชิกบางส่วนยังไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการผ่อนปรนในทางปฏิบัติในอนาคต อาจมีการพิจารณาแก้ไขหรือปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะอันใกล้

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญชวนผู้บริหารสำนักงานที่เข้าร่วมประชุมร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารรัฐสภา เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ

AI คือคำตอบ ยศชนัน ย้ำ ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นอาวุธหลัก แก้วิกฤตชาติ

AI คือคำตอบ ยศชนัน ย้ำ ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นอาวุธหลัก แก้วิกฤตชาติ

AI คือคำตอบ ยศชนัน ย้ำ ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นอาวุธหลัก แก้วิกฤตชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนที่นำทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Industry and business Roadmap) ณ ห้องประชุมเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม บี ชั้น 11 โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณทางหน่วยงานที่เชิญมาในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ ได้มาร่วมแลกเลี่ยนในประเด็นยุทธศาสตร์พัฒนาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับทีมงานจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) หน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ต่อเนื่องจากที่ได้อภิปรายในสภาฯ ถึง “3 มิติในการรับมือวิกฤตพลังงาน” โดยเฉพาะในมิติแห่งอนาคต ที่เราต้องนำระบบ Digital และนวัตกรรมมาใช้จัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศ เราจำเป็นต้องย้ำว่า ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับสงครามการค้าและวิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น การยึดโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี AI เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสำคัญ เป็นทั้งทางออกและการเพิ่มประสิทธิภาพให้อุตสาหกรรมไทย รวมถึงเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจของชาติได้ด้วย

“ขอใช้โอกาสนี้ชวนนักวิจัยทั่วประเทศ มาร่วมกันระดมสมองเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน เราต้องเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและใช้เทคโนโลยีมาจัดการ Supply Chain ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผมและพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะเป็นตัวกลาง ในการประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์นี้ให้เกิดขึ้นจริง” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ปกรณ์ ยัน​ ประชุมครม.นัดพิเศษ​ แก้พลังงาน​ ไร้ปัญหาข้อกฎหมาย​

ปกรณ์ ยัน​ ประชุมครม.นัดพิเศษ​ แก้พลังงาน​ ไร้ปัญหาข้อกฎหมาย​

ปกรณ์ ยัน​ ประชุมครม.นัดพิเศษ​ แก้พลังงาน​ ไร้ปัญหาข้อกฎหมาย​

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

ปกรณ์ ยัน​ ประชุมครม.นัดพิเศษ​ แก้พลังงาน​ ไร้ปัญหาข้อกฎหมาย​ ไม่ตอบ​ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อใด​ บอก​ ยังรับราชการอยู่​ จะไล่ผมไปไหน

เมื่อเวลา​ 13.30 น.​ วันที่ 26 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา​ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษวันนี้ มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายอะไรหรือไม่ว่า ไม่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย เป็นการคุยกันเรื่องการประหยัดพลังงาน​เท่านั้น 

นายปกรณ์​ ยังปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม​ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเป็นผู้แถลง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวจะมานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย​ในรัฐบาล อนุทิน 2 จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อใด นายปกรณ์​ หัวเราะ พร้อมบอกว่า​ “ผมยังรับราชการอยู่​ จะไล่ผมไปไหน”

ไชยชนก รับ น้ำมันพุ่ง 6 บาท เป็นไปตามกลไกราคาโลก ขอปชช.ปรับทัศนคติใช้ชีวิตให้เพียงพอ

ไชยชนก รับ น้ำมันพุ่ง 6 บาท เป็นไปตามกลไกราคาโลก ขอปชช.ปรับทัศนคติใช้ชีวิตให้เพียงพอ

ไชยชนก รับ น้ำมันพุ่ง 6 บาท เป็นไปตามกลไกราคาโลก ขอปชช.ปรับทัศนคติใช้ชีวิตให้เพียงพอ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

นภินทร เผยวงประชุมครม.นัดพิเศษ มีข่าวดีออกมาตรการช่วยปชช. มั่นใจรัฐบาลเอาอยู่ ย้ำ สงกรานต์ มีน้ำมันใช้แน่ ด้าน ไชยชนก รับ น้ำมันพุ่ง 6 บาท ย้ำ เป็นไปตามกลไกราคาโลก สกัดน้ำมันเถื่อนรั่วออกนอกประเทศ ขอปชช.ปรับทัศนคติใช้ชีวิตให้เพียงพอ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า มีการหารือกันในหลายประเด็น  ซึ่งจะมีมติออกมาโดยรอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเอาอยู่ใช่หรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า “เอาอยู่สิครับ”

เมื่อย้ำถามว่า มีมาตรการภาษีสรรพสามิตมาช่วยลดราคาน้ำมันด้วยหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า มี ข่าวดีอย่างแน่นอน และมีมาตรการหลายอย่างมาช่วยประชาชนอย่างแน่นอน โดยจะมีเรื่องการลดราคาสินค้า และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีน้ำมันใช้เดินทางในช่วงสงกรานต์ รวมไปถึงการควบคุมราคาสินค้า 

เมื่อถามถึงบรรยากาศในที่ประชุมครม.นัดพิเศษ นายนภินทร กล่าวว่า เป็นไปด้วยดี ทุกคนช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมา 

จากนั้นเวลา 13.35 น.นายไชยชนก ชิดชอบ  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)  ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.นัดพิเศษด้วยเช่นกันว่า เบื้องต้นหารือเพื่อเตรียมการรับมือ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย อัปเดตสถานการณ์ ปั๊มน้ำมัน ให้พี่น้องประชาชนสามารถติดตามได้ โดยไม่ต้องไปไล่เช็กแต่ละปั๊ม 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการควบคุมราคาในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมัน รวมถึงแนวทางการประสานงานจัดซื้อน้ำมันจากประเทศพันธมิตร 

เมื่อถามถึงกรณีราคาน้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาท  นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งมีกลไกราคาโลก หากเรามัวแต่กดไว้ จะทำให้มีการรั่วไหล ไปในประเทศที่มีการปรับราคาขึ้น ตามราคาตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายอย่าง  และป้องกันไม่ให้น้ำมันเถื่อน ออกไปประเทศอื่น และทำให้เรามีน้ำมันในประเทศน้อยลง พร้อมยกตัวอย่าง ว่าอาจมีกองทัพมด แฝงตัวเป็นประชาชน มาซื้อและนำไปขายช่องทางอื่น ซึ่งตามปิดไม่ได้ 100% อยู่แล้ว 

นายไชยชนก กล่าวอีกว่า รัฐบาล ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทุกกระทรวงจะต้องหาวิธีการรับมือ เราต้องหาวิธีการปรับตัว และทัศนคติในการใช้ชีวิต ที่พอเพียงขึ้น เพราะสถานการณ์ยืดเยื้อแน่นอน และผลกระทบ น่าจะมีอย่างอื่นมากกว่าเรื่องน้ำมัน จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยรัฐบาลก็จะเร่งดู และทำทุกอย่างภายใต้ข้อจำกัดที่ยังไม่ได้เป็นครม.ใหม่

ศบก.ย้ำสถานการณ์ตะวันออกลางยังรุนแรง สหรัฐฯเตรียมส่งทหารเพิ่ม-อิหร่านเมินแผนยุติสู้รบ 15 ข้อ

ศบก.ย้ำสถานการณ์ตะวันออกลางยังรุนแรง สหรัฐฯเตรียมส่งทหารเพิ่ม-อิหร่านเมินแผนยุติสู้รบ 15 ข้อ

ศบก.ย้ำสถานการณ์ตะวันออกลางยังรุนแรง สหรัฐฯเตรียมส่งทหารเพิ่ม-อิหร่านเมินแผนยุติสู้รบ 15 ข้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

ศบก.ย้ำสถานการณ์ยังรุนแรง สหรัฐฯเตรียมเสริมกำลังทหารเพิ่มเขี้ยวเล็บปฏิบัติการตะวันออกกลาง เผยท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อ สหรัฐฯยื่นเจรจายุติสู้รบ-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยื่น 5 เงื่อนไขกลับไปสหรัฐฯ ระบุช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการช่วยเหลือคนไทยว่า การพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังคงความรุนแรง โดยการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลักและการโจมตีไปยังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯเตรียมส่งกำลังทหารเข้าไปในตะวันออกกลางเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการด้วย

นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบในตะวันออกกลาง ตามที่ตนได้รายงานไปเมื่อวันที่ 25 มี.ค. สหรัฐฯได้ส่งแผน 15 ข้อไปยังอิหร่านเพื่อขอยุติการสู้รบ ซึ่งรวมถึงกำหนดให้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างถาวร มีรายงานว่าอิหร่านมีท่าทีปฏิเสธแผนดังกล่าวและได้กำหนดเงื่อนไข 5 ข้อ เพื่อยุติการสู้รบ ซึ่งรวมถึงการยอมรับอำนาจของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซโดยนานาชาติ ในขณะที่ล่าสุด โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯยืนยันว่าสหรัฐฯยังคงเจรจากับอิหร่านแต่ขอให้ระมัดระวังข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์เกี่ยวกับรายละเอียดของแผน 15 ข้อ ซึ่งเป็นความจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น

นายปาณิดล กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนขอเริ่มต้นด้วยกรณีของประเทศอิหร่านและโอมาน ตามที่ได้แถลงไปเมื่อวันที่ 25 มี.ค.เกี่ยวกับปฏิบัติการร่วมระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน ที่ยังติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารีนั้น ขณะนี้ยังรอการยืนยันสถานะลูกเรือทั้ง 3 ราย โดยเมื่อได้รับความคืบหน้า กระทรวงการต่างประเทศจะรีบแจ้งให้ทราบโดยทันที

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับกรณีอิสราเอล ร่างของนายชัยวัฒน์ แววเนิน ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดที่อิสราเอล ซึ่งเดิมมีกำหนดกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 26 มี.ค. ล่าสุด สายการบินแอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LY 085 ถูกยกเลิกเนื่องจากเหตุจำเป็น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสายการบินอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการส่งร่างนายชัยวัฒน์กลับประเทศไทยในโอกาสแรก ซึ่งตนจะแจ้งยืนยันวันและเที่ยวบินใหม่ให้ทราบต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า กรณีถัดไป อิหร่านและตุรกี เมื่อวันที่ 25 มี.ค.คนไทยจำนวน 8 คน ประกอบด้วยนักเรียนและครอบครัว 7 คน และแรงงานประมง 1 คน ได้เดินทางข้ามแดนผ่านจุดรา-ซี คาปิคอย เข้าสู่สาธารณรัฐตุรกีแล้วและได้พักรอที่เมืองวาน และเมื่อเช้าวันที่ 26 มี.ค.คนไทยทั้ง 8 คน ได้ออกเดินทางไปยังนครอิสตันบูล และจะพักค้างคืนที่นครอิสตันบูล ก่อนที่จะเดินทางออกจากนครอิสตันบูลในวันที่ 27 มี.ค.และมีกำหนดกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 28 มี.ค.

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด และนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมสิ้น 1,499 คน ท้ายที่สุดนี้ ตนขอย้ำด้วยว่ารัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

ไร้ยุทธศาสตร์! อภิสิทธิ์ จวก รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ตั้งข้อสังเกตจงใจขึ้นหลังปิดสภาฯ หรือไม่?

ไร้ยุทธศาสตร์! อภิสิทธิ์ จวก รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ตั้งข้อสังเกตจงใจขึ้นหลังปิดสภาฯ หรือไม่?

ไร้ยุทธศาสตร์! อภิสิทธิ์ จวก รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ตั้งข้อสังเกตจงใจขึ้นหลังปิดสภาฯ หรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

’มาร์ค‘ มัดรวบ3สาเหตุล้มเหลว ซัดแหลก ’รัฐบาล‘ ลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ไร้ยุทธศาสตร์ ทำประชาชนแบกรับภาระฝ่ายเดียว ข้องใจประกาศหลังเลิกประชุมสภาฯ กะชิ่งโดนตรวจสอบ

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ร่วมพูดคุยในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” วิพากษ์วิจารณ์กรณีรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ชี้เป็นการกระทำที่ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์และเป็นการผลักภาระให้ประชาชนโดยไม่พยายามบริหารจัดการงบประมาณส่วนอื่น

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. – 23.00 น. หลังจากที่การประชุมสภาสิ้นสุดลง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจงใจส่งข่าวหลังจากสภาปิดเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและการตรวจสอบจาก สส. ทั้งที่ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐมนตรีควรเข้ามาแถลงและชี้แจงเหตุผลต่อสภาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้สรุปประเด็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็นหลัก

1.ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลไม่มีการตั้งเป้าหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะพยุงราคาน้ำมันไปจนถึงระดับราคาตลาดโลกที่เท่าใด ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

2. ประชาชนแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว นายอภิสิทธิ์ตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันในการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมจาก “ค่าการกลั่น” ที่สูงขึ้น (ลาภลอย) หรือพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยพยุงราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้นทันที

3. มาตรการช่วยเหลือล่าช้า แม้รัฐบาลจะระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะเป้าหมาย 5 กลุ่ม แต่กลับยังไม่มีผลบังคับใช้จริงในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธิ์มองว่าควรดำเนินการควบคู่ไปกับการขึ้นราคา

นายอภิสิทธิ์อธิบายว่า จากการอภิปรายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ระบุว่ารัฐบาลมีข้อมูลย้อนแย้งกันระหว่างภาครัฐที่ยืนยันว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่มีน้ำมันขายหรือมีการลดโควตา ซึ่งตามความเห็นของตนสิ่งนี้สะท้อนว่ามี “ไอ้โม่ง” หรือกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง พร้อมกับได้เปรียบเทียบว่าการที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการ “ปล่อยผีไอ้โม่ง” เพราะเมื่อราคาขยับขึ้นไปสูงตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันที่เคยถูกกักตุนไว้ก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที

“การขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทเมื่อคืนนี้ เปรียบเสมือนการ ‘ปล่อยผีไอ้โม่ง’ เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ ก็ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่น้ำมันตามปั๊มต่าง ๆ เริ่มขาดแคลนว่า เกิดจากการที่รัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยแก่โรงกลั่นกว่า 20,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีมติ ครม. อนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงินได้ ส่งผลให้โรงกลั่นขาดสภาพคล่องและลังเลที่จะปล่อยน้ำมันออกมาขายในราคาต่ำ พร้อมกับได้เตือนว่าหากรัฐบาลใช้กลไกราคาตลาดจริงโดยไม่ตรึงราคา ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 10 บาทต่อลิตร เมื่อคำนวณจากราคาหน้าโรงกลั่นและภาษีต่าง ๆ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสเรื่องงบประมาณในกองทุนน้ำมันเพื่อให้ประชาชนเตรียมใจรับมือกับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นตามมา

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังพูดถึงลักษณะการทำงานของรัฐบาลในมิติของระบบสภาในระบอบประชาธิปไตย ว่า หน้าที่สำคัญของรัฐบาลในระบบนี้คือต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาแถลงมติสำคัญในสภา โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก สส. และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจผ่านระบบสภาโดยตรง ขณะที่การประกาศขึ้นราคาน้ำมันในช่วงดึกคืนวาน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลจงใจประกาศขึ้นราคาหลังจากที่ปิดประชุมสภาหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบหรือซักถามจากสมาชิกสภา 
 

โฆษก ปชป. กางฉากทัศน์ บันได 5 ขั้น รับมือน้ำมันพุ่ง 6 บาท เตือนรัฐระวังวงจรเงินเฟ้อพ่นพิษ

โฆษก ปชป. กางฉากทัศน์ บันได 5 ขั้น รับมือน้ำมันพุ่ง 6 บาท เตือนรัฐระวังวงจรเงินเฟ้อพ่นพิษ

โฆษก ปชป. กางฉากทัศน์ บันได 5 ขั้น รับมือน้ำมันพุ่ง 6 บาท เตือนรัฐระวังวงจรเงินเฟ้อพ่นพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.51 น.

‘โฆษก ปชป.’ กางฉากทัศน์ “บันได 5 ขั้น” รับมือน้ำมันพุ่ง 6 บาท เตือนรัฐระวังวงจรเงินเฟ้อพ่นพิษสินค้าแพง

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน หลังจากรัฐบาลมีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทันที 6 บาท โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ผ่านฉากทัศน์บันได 5 ขั้น ที่รัฐบาลและประชาชนต้องเตรียมรับมือ ดังนี้

เปิดฉากทัศน์บันได 5 ขั้น ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน

ขั้นที่ 1 (ทันที – 2 สัปดาห์) วิกฤตต้นทุนการเคลื่อนที่ ส่งผลกระทบทันทีกับกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นสินค้าหลักและปัจจัยในการขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าขนส่งพัสดุ และรถบรรทุกสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น ค่าโดยสารสาธารณะ ทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ และรถเมล์ (กลุ่มที่ไม่ใช้ไฟฟ้า) จะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก

ขั้นที่ 2 (1 – 2 เดือน) วัตถุดิบหลักทางการผลิตพุ่งสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นวัตถุดิบต้นน้ำจะเริ่มปรับราคา เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดน้ำ ถุงพลาสติก และภาชนะต่างๆ จะมีต้นทุนสูงขึ้น ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเกษตร ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขั้นที่ 3 (2 – 3 เดือน) ต้นทุนแฝงเริ่มซึมเข้าสู่ราคาสินค้าอุปโภค สินค้าในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น สบู่ ยาสระผม และผงซักฟอก ซึ่งมีส่วนประกอบจากปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะเริ่มขยับราคา วัสดุก่อสร้าง ทั้งปูน เหล็ก และกระเบื้อง ที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการผลิตและมีน้ำหนักมากในการขนส่งจะเริ่มปรับตัวตาม

ขั้นที่ 4 (3 – 5 เดือน) วิกฤตราคาอาหารและของสด ทั้งราคาผักและเนื้อสัตว์จะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าปุ๋ย อาหารสัตว์ และค่าขนส่งจากฟาร์มสู่ตลาด ร้านอาหารจานด่วนและอาหารตามสั่งจะเริ่มแบกรับต้นทุนก๊าซหุงต้มและวัตถุดิบไม่ไหว นำไปสู่การปรับขึ้นราคามื้อละ 5-10 บาท

ขั้นที่ 5 (6 เดือนขึ้นไป) วงจรเงินเฟ้อและค่าแรง ปฏิเสธไม่ได้ที่ค่าไฟฟ้า (FT) จะปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการคำนวณบัญชีที่มักตามหลังราคาน้ำมันประมาณ 4 เดือน เมื่อราคาสินค้าทุกอย่างแพงขึ้นจนเกิดภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) แรงงานจะเริ่มรับภาระไม่ไหวและออกมาเรียกร้องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ การปรับค่าแรงจะกลายเป็นต้นทุนรอบใหม่ที่ทำให้ราคาสินค้าขยับสูงขึ้นไปอีกเป็นวงจรไม่สิ้นสุด

นายพงศกร ระบุทิ้งท้ายว่า ขอให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือสถานการณ์นี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันภาคประชาชนเองก็ต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทก เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจว่าหากสถานการณ์วิกฤตมาถึง รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ดีกว่าปัจจุบันหรือไม่