อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.25 น.

วานนี้ 10 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางกลับมาที่รัฐสภา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ ในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 โดยทันทีที่นายอนุทิน เดินกลับเข้ามาในห้องประชุมรัฐสภา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้เข้ามาขอให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเซ็นลายเซ็นที่หน้าปกหนังสือคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งนายอนุทินก็ได้เซ็นให้  

หลังจากนั้น นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เข้ามาขอให้นายอนุทิน เซ็นบนปกหนังสือเช่นกัน จากนั้นบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ต่างพากันต่อแถวเข้ามาขอลายเซ็นกับนายอนุทิน นอกจากนี้ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็ได้เข้ามาขอลายเซ็นด้วยเช่นกัน

อนุทิน ชาญวีรกูล

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทักทายและพูดคุยกับบรรดารัฐมนตรี อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรดา สส. ที่ยังอยู่ในห้องประชุมรัฐสภา 

ผู้สื่อรายงานอีกว่า นายอนุทินยังร่วมถ่ายภาพหมู่กับบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมถ่ายภาพด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.21 น.

‘ศุภจี’ ดัน ‘รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์’ ส่งสินค้าราคาถูก-บัตรเติมนํ้ามัน รุก ‘ชุมชนห่างไกล’ ช่วยลดค่าครองชีพ รับไทยเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย หลังกลางเดือน พ.ค. เผยเรือขนปุ๋ยไทย ติดค้างที่ช่องแคบฮอร์มุซ 5 ลำ ชี้หากผ่านมาได้ สถานการณ์จะดีขึ้น ยันน้อมรับทุกข้อชี้แนะ ขอสมาชิกช่วยกัน ไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว อย่าสร้างความตระหนก  

วันที่ 9 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 20.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน ยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักดีว่า วิกฤติที่เรากำลังเผชิญอยู่ มีความซับซ้อนหลายมิติ ทำเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบต่อภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบเศรษฐกิจในประเทศ ที่ต้องมีการปรับโครงสร้าง รัฐบาลพยามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วนในส่วนที่ตนดูแล เรื่องของค่าครองชีพ เราคงดูมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องดูในเรื่องของการประหยัดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และการกระจายโอกาส โดยรัฐบาลจะดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทันถ่วงที รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่สร้างทางเลือกสินค้าราคาจับต้องได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ ด้วยการใช้กลไกภาครัฐ นำเอาสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี มาทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ทั้ง มอก.และ อย. เพื่อให้ส่งถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศได้ 

นางศุภจี กล่าวถึงผลงานในอดีตของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการธงฟ้าว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าโครงการธงฟ้าได้ ก็จะมีโครงการ “ธงฟ้าโมบายล์“ หรือรถธงฟ้าเคลื่อนที่ และ ”รถพุ่มพวง“ ที่จะนำสินค้าไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยจะมีทั้งสินค้าราคาพิเศษ ที่ลดราคาสูงสุดถึง 58% และบัตรเติมน้ำมัน โดยรายละเอียดของโครงการนี้จะออกมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ 

นางศุภจี ชี้แจงถึงรายการสินค้าควบคุม ของกระทรวงพาณิชย์ว่า สินค้าควบคุมก็มีอยู่หลายมาตรการ สินค้าบางรายการเราควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่สินค้าบางประเภทก็ใช้วิธีเจรจาไม่ให้ขึ้นราคา ทั้งนี้ การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ความสมเหตุสมผล เป็นธรรมกับผู้ผลิตและผู้บริโภค เราไม่สามารถบังคับได้ทุกเรื่อง ในส่วนของน้ำมันปาล์ม สส.บางคนกังวลที่ ครม.มีมติควบคุมการส่งออก ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจสนับสนุนให้มีการใช้ไลโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม หากเราไม่ควบคุมปริมาณ อาจจะเกิดการขาดแคลน ส่วนที่มีคนกังวลว่า ราคาผลปาล์มจะตก ยืนยันว่า ราคาผลปาล์มขณะนี้อยู่ที่ 8.10 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว อยู่ในช่วงขาขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า ขณะที่มาตรการควบคุมราคาน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ บริการด้านขนส่ง หรือน้ำตาลทรายเราใช้มาตรการบริหาร ไม่ได้ดูในเรื่องการขึ้นราคาหรือไม่ เพราะสินค้าทั้ง 4 อย่างนี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ไปดูในเรื่องของราคา โดยเฉพาะนํ้ามัน ที่มีกลไกของกระทรวงพลังงานดูแลอยู่ หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือดูว่าขายตามราคาที่ประกาศไว้หรือไม่ 

นางศุภจี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ปุ๋ยที่อาจจะมีปัญหาการขาดแคลน คือปุ๋ยยูเรีย เพราะต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่ขณะนี้มีปัญหาขนส่งไม่ได้ แต่ปุ๋ยตัวอื่นเรายังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งมีปุ๋ยที่ยังใช้ได้ตามปกติถึง 64% ไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดจะขาดแคลนทั้งหมด 

ทั้งนี้ ตอนที่ตนเคยชี้แจงว่า ปุ๋ยยูเรียจะมีเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เพราะขณะนั้นเรามีสต๊อก 340,000 ตัน และคาดว่าจะนำเข้ามาในเดือนเมษายน อยู่ที่ 2 แสนตัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ก็พบว่าไทยจะมีปุ๋ยยูเรียพอใช้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม สำหรับตนมองว่าน่ากังวล ทั้งในด้านราคาและการขาดแคลน หากปุ๋ยยูเรียมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องใช้กลไกการตลาดมาดูว่าจะต้องปรับราคาแล้วหรือยัง แต่ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายใด ส่งเรื่องขอขึ้นราคามา

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำ ที่ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ปล่อยเรือเหล่านี้ออกมา หากเรือ 5 ลำนี้ออกมาได้ เราก็สามารถอยู่ได้อีกพอสมควร สำหรับสถานการณ์เม็ดพลาสติก ภายหลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลาง เราได้นำเม็ดพลาสติกมาเป็นสินค้าควบคุม โดยเฉพาะในเรื่องปริมาณความเพียงพอ ซึ่งในอนาคต จะมีการบูรณาการหลายกระทรวงให้อยู่ในคณะทำงาน เพื่อช่วยกันพุ่งเป้าและแก้ปัญหาผลกระทบจากการขาดแคลนเมล็ดพลาสติก นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน 

“ขอให้สมาชิกรัฐสภาช่วยกัน วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ข้อชี้แนะของทุกคนดิฉันน้อมรับ ไม่เคยเกี่ยงว่าจะเป็นคำแนะนำจากใคร แต่ก็ขอให้ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าสร้างความตระหนก แต่ช่วยกันสร้างให้ทุกคนตระหนักว่าเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว” นางศุภจีกล่าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.32 น.

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัด รบ.บริหารแบบผิวเผิน เกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว ด้าน ศุภชัย ลุกป้องโต้เดือด หลังถูดพาดพิงลามปม พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สิ่งที่ตนอยากได้รับการยืนยันคือ นโยบายของรัฐบาลที่เสนอวันนี้ ผ่านการทบทวนและถอดบทเรียนจากวิกฤติที่ผ่านมาแล้วหรือยัง แน่ใจใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย จะสามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤติและความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และอยู่ในวิกฤตมาหลายครั้ง ทั้งโรคระบาดโควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ รวมถึงวิกฤติราคาน้ำมัน ซึ่งประชาชนได้เห็นแล้วว่า การบริหารของนายอนุทิน สร้างความเสียหายไว้ขนาดไหน แล้วสิ่งที่นายอนุทินมั่นใจว่าเคยจัดการวิกฤตต่างๆ มาแล้วนั้น ต่างกับความรู้สึกของประชาชนลิบลับ ดังนั้น รัฐบาลอนุทินสองกำลังถูกจับตาและตั้งคำถาม ว่า 4 ปีหลังจากนี้ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

น.ส.ภคมน กล่าวว่า วิสัยทัศน์การทำงานของรัฐบาล จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า วิธีคิดในการบริหารประเทศของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย เป็นการแก้ปัญหาแบบผิวๆ ดูแคลนความเดือดร้อนของประชาชน เช่นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ ประชาชนหนีเอาชีวิตรอด ไฟดับทั้งเมือง รอคอยให้คนมาช่วยชีวิต แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ไม่มีแม้กระทั่งศูนย์กลางข้อมูล เพื่อระบุพิกัดผู้ประสบภัย หรือแผนพิบัติงานฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล ประชาชนคาดหวังภาวะผู้นำจากนายอนุทิน แต่สิ่งที่เห็นคือนายกฯ ไปผัดข้าวแจกผู้ประสบภัย ท่านควรคิดให้ละเอียดรอบคอบ ว่าจะแสดงอะไรออกมา

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเยียวยา ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีคนอีกหลายแสนคน ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา และเมื่อตนได้อ่านคำแถลงนโยบายแล้ว ก็พบว่านายอนุทินไม่ได้สรุปบทเรียนอะไรเลย เพราะนโยบายกองทุนภัยพิบัติก็เขียนมาแบบหลวมๆ ตนอ่านก็ทราบทันทีว่า เอาเอไอมาอ้างไว้ก่อนว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วย แต่สุดท้ายก็เป็นวิธีคิดแบบเดิม นอกจากนี้ ในเล่มคำแถลงนโยบาย ก็ไม่มีการระบุตัวเลขเงินค่าประกันภัยไว้ชัดเจน ทั้งที่ในเว็บไซต์นโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีระบุไว้ชัดเจน 

”หากคิดแค่ว่ามีภัยพิบัติเมื่อไหร่ ก็แค่หาเงินมาจ่ายเยียวยาให้เร็วๆ แบบนี้คือการเอาตัวรอด เป็นการลดบทบาทของรัฐ ให้เป็นแค่บริษัทประกันภัย“ น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือขณะนี้ว่า ยังมี สส.พรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายคัดค้าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ทั้งที่ ควรเป็นฉันทามติร่วมกันทั้งสังคม หรือลึกๆ ท่านกลัวนายทุนอุตสาหกรรมจะไม่พอใจ 

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.ภคมน อภิปรายนอกประเด็น เพราะเป็นการอภิปรายเรื่องนโยบายของรัฐบาล รวมถึงพาดพิงถึงตนด้วย พร้อมขออนุญาตประธานในที่ประชุม ว่าจะอภิปรายชี้แจงสิ่งที่ถูกพาดพิง นายโสภณจึงวินิจฉัยว่า น.ส. ภคมนสามารถอภิปรายได้ และอนุญาตให้นายศุภชัย ชี้แจงในลำดับต่อไป 

จากนั้น น.ส.ภคมน อภิปรายถึงวิกฤติราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ยังไม่มีทีท่าว่าจะพร้อมรับมือกับผลกระทบอย่างเป็นระบบ ประชาชนรู้ชะตากรรมตัวเองแบบวันต่อวัน ในวันที่น้ำมันหาเติมไม่ได้ รัฐบาลกลับบอกว่าอย่าตื่นตระหนก ประชาชนโพสต์ภาพปั๊มติดป้ายว่าน้ำมันมีไม่พอ แต่รัฐบาลกลับบอกว่าประชาชนกักตุน แต่หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นข้ามคืน ตอนแรกรัฐบาลก็บอกว่าไม่มีอะไรวิกฤติ แต่ผ่านไปสักพัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับยอมรับว่า กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ต้องลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล สุดท้ายพอเรื่องแดง หนีความจริงไม่ได้ ก็พูดเอาง่ายว่าขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมัน นายอนุทินก็ยังชิวๆ ขับรถไฟฟ้ามาทำเนียบเอง ไม่มีขบวนติดตาม ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า วิธีคิดของผู้นําประเทศ ห่างกับประชาชนที่หาเช้ากินคํ่าราวฟ้ากับเหว 

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ประชาชนต้องปรับตัวเรื่องทัศนคติและการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยระบุว่า เพราะนายไชยชนกรวยถึงพูดแบบนี้ได้ คนเป็นนายกฯ และรัฐมนตรี จินตนาการไม่ออกว่าคนจนเป็นอย่างไร ก่อนเลือกตั้งบอกว่าจะทำให้คนไทยรวยจนร้องขอชีวิต แต่หลังเลือกตั้งบอกว่าขอให้พอเพียง ตนขอถามตรงๆว่า ตอนที่นายอนุทิน บอกว่าจะทำให้รวยจนร้องขอชีวิต ท่านรู้หรือไม่ว่าต้นตอของความจนของประชาชนคืออะไร เพราะในนโยบายไม่มีบรรทัดไหนเลยที่ระบุว่า รัฐบาลมีเจตจำนงลดความเหลื่อมล้ำ และต่อสู้กับทุนผูกขาด 

น.ส.ภคมน กล่าวว่า สุดท้ายสิ่งที่เราได้วันนี้ก็เป็นวิธีคิดที่หากประชาชนก็แค่ปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มทักษะ เพิ่มความรู้ เพิ่มเทคโนโลยี และแจกเงิน แต่ไม่เคยตั้งคำถามกับระบบเศรษฐกิจ สังคมที่กดขี่ให้คนส่วนใหญ่จน และเข้าไม่ถึงโอกาสตั้งแต่แรก และนโยบายเล่มนี้ชัดเจนว่าเป็นนโยบายที่ไม่มีเจตจำนงทางการเมืองใดๆ เลยไม่สามารถสร้างความหวังให้กับประชาชน และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ รัฐบาลชุดนี้ ท่านจะเป็นแค่ผู้ที่จะจัดสรรผลประโยชน์ให้นายทุนและชนชั้นนำเท่านั้น พร้อมฝากทิ้งท้ายว่า อย่าสบประมาทประชาชน

จากนั้นเวลา 19.15 น. นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า ประเด็นที่อภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องปัญหา PM 2.5 วันนั้นมีสมาชิกหลายคนจากพรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในวุฒิสภา รัฐบาลควรจะหยิบยกมา ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วบอกว่าตนไม่เห็นด้วยกับท่าน นี่คือวิถีประชาธิปไตย ตนมีข้อมูล มีเหตุผลของตน ที่คิดว่าถ้าจะหยิบยกร่าง พ.ร.บ. เข้ามาพิจารณาต่อ ผลกระทบมีอยู่มากมาย ตนได้อภิปรายประมาณ 7-8 ประการ และจะไม่ขอพูดซ้ำ ตนคิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ท่านคิดถูกและตนผิด ที่ท่านพูดว่าอย่าคิดในกรอบ ตนก็คิดนอกกรอบ คิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ตนคิดผิดหรือของท่านถูก หรือไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด แต่ตนไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะต้องเอาตามตนหรือไม่ เพราะตนเชื่อว่ารัฐบาลก็มีดุลพินิจในการวินิจฉัย เอาหลักฐานต่างๆ มาประกอบการพิจารณา

นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีอยู่อย่างเดียวคือ เราก็ห่วงใยประชาชนในเรื่องอากาศ ต้องการให้มีกฎหมายดีๆ เพื่อทำให้อากาศสะอาดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราต่อต้าน การมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตนไม่ได้ต่อต้าน เพราะตนได้ร่วมพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ในปี 2562 ตนนี่แหละคือผู้ร่าง พ.ร.บ. และยื่นเข้าสภาแห่งนี้ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ หลังจากนั้นก็มีพรรคการเมืองหลายพรรคก็ร่างเข้ามาประกบ รวมทั้งภาคประชาชน แต่กฎหมายฉบับนั้นไม่ได้มีการพิจารณาต่อ เพราะอยู่ในระเบียบวาระ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภาก่อน

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า วันนั้นมีผู้แสดงความไม่พอใจกับตน ในออนไลน์ก็มีทัวร์ลงเยอะ ที่ตนขอให้เป็นแนวทางคือ วันรุ่งขึ้นมีสมาชิกพรรคประชาชนไปแถลงที่ห้องสื่อมวลชน แถลงข่าวและว่ากล่าววิจารณ์การอภิปรายของตน ตนคิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ประหลาด ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับตนอภิปรายวันนั้น แต่วันรุ่งขึ้นไปพูดว่า ทำไมถึงว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ที่นี่เป็นสภา และก็เป็นเขตของสภา ประธานต้องพิจารณาว่าต่อไปใครล่วงล้ำ ก็ควรจะยอม ชัดเจนว่าทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ท่านพูดสมควรหรือไม่

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.19 น.

”แม่ทัพกุ้ง“ เตือนภัย เพจปลอม มิจฉาชีพ อ้างชื่อทักแชท ขายของ ระดมทุน ในสื่อออนไลน์ ขอประชาชนตรวจสอบข้อมูล

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยว่า ตนขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังเพจปลอมที่แอบอ้างชื่อ “FC แม่ทัพกุ้ง พล.อ.บุญสิน พาดกลาง” โดยยืนยันว่าไม่มีการทักแชทไปเสนอขายสินค้า หรือขอระดมเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกกรณี

หากพี่น้องประชาชนพบข้อความหรือการติดต่อที่มีลักษณะน่าสงสัย ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีนโยบายดังกล่าว พร้อมแนะนำให้บล็อก (Block) ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพสร้างความเสียหายหรือหลอกลวงประชาชนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลทางการเงินกับบุคคลหรือเพจที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในสื่อออนไลน์ พร้อมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสหรือรายงานเพจปลอมผ่านระบบของแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมกันสกัดกั้นการกระทำผิดไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.18 น.

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลามต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ยันลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส อุ้มช่วยคนเดือดร้อน เชื่อจะผ่านวิกฤตไปได้ 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤติโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อลดราคาน้ำมันไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไปกระทบการรักษาพยาบาลด้วย ในวันที่ 11เม.ย.จะประชุมครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะ อาจเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก 

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า วิกฤติพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ 1.วิกฤติความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค 2.วิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันจะไม่ถูกในอีก 1-2 ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤติและเติบโตหลังวิกฤติ ให้คนกลุ่มนี้หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่า เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกันได้ 

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.15 น.

9 เมษายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความระบุว่า ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละหน่วย เจาะง่าย ขายคล่อง

ของสำคัญ 1 ใน 3 อย่าง ที่ กกต.บอกว่า จัดเก็บอย่างดี เคยซื้อขายในอินเตอร์เน็ต เป็นให้วิธีเจาะแบบบุฟเฟท์ วันละแค่ 100 บาท นาน 3 สัปดาห์ ก่อนที่จะปิดรูรั่วสำเร็จ

วันนี้ 9 เมษายน 2569 ผมนำผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 2 ท่าน ที่ กกต.ฟ้องปิดปาก มาส่งหลักฐานข้อมูลถึง กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ฐานข้อมูลผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 52.9 ล้านคน เคยมีรูรั่วให้คนเข้าเจาะ นานกว่า 3 สัปดาห์ และซื้อขายรหัสเจาะข้อมูลแบบบุฟเฟท์ อยากได้อะไรก็เจาะเอาเอง ในราคาแค่วันละ 100 บาท จนสุดท้ายเมื่อหน่วยงานรับผิดชอบทราบและปิดระบบ จึงมีการประกาศขายเทคนิคการเจาะระบบ แค่ 200 บาท

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีใครทราบว่า มีข้อมูลหลุดออกไปแล้วเท่าไร และได้ถูกนำไปใช้เพื่อการทุจริตเลือกตั้งอย่างไรบ้าง

การแจ้งให้ กกต.ทราบ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการส่งเรื่องดังกล่าวให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ตรวจสมทบเรื่องนำส่งศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมตามที่ศาลขยายเวลาให้แก่ กกต.และผู้ตรวจ ในการส่งเอกสารเพิ่มอีก 15 วัน

สว.สายหมอ แนะรัฐบาล รื้อระบบ บอร์ด สปสช. ปูดบางคนนั่งยาว 18 ปี

สว.สายหมอ แนะรัฐบาล รื้อระบบ บอร์ด สปสช. ปูดบางคนนั่งยาว 18 ปี

สว.สายหมอ แนะรัฐบาล รื้อระบบ บอร์ด สปสช. ปูดบางคนนั่งยาว 18 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.01 น.

“สว.สายหมอ”แนะ”รัฐบาล” รื้อระบบ”บอร์ด สปสช.” ชี้มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล-กลุ่มอิทธิพลแฝงหาประโยชน์ ปูดบางคนนั่งยาว 18 ปี

9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดย นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า การเข้าถึงบริการระบบประกันสังคม แต่ภาวะการเงินอยู่ใกล้ปากเหว ปัญหาคือระบบงบประมาณหรือธรรมาภิบาลของ สปสช. ทั้งนี้ มี 3 ประเด็นสำคัญ คือ กองทุนผู้ป่วยใน เป็นงบบปลายปิด หรือ หมดแล้วหมดเลย ต้นปีงบประมาณ พบว่าผู้ป่วยผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ ได้รับสุทธิ 8,350 บาท แต่ 2 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณเงินหมด จ่ายเพียง 4,400 บาท ซ้ำร้ายกว่านั้นมีเงินเดือนบุคลากรแฝงอยู่ 5,000 บาท เมื่อหักเงินเดือนปลายปีพบว่าติดลบ ทำให้มีคำพูดว่ายิ่งรักษายิ่งขาดทุน นวัตกรรม 7 นางฟ้า คือ คลีนิคเอกชน คลีนิคแพทย์ คลีนิคทันตแพทย์ คลีนิคพยาบาล ร้านยา ร้านตรวจแล็ปกายภาพ และแพทย์แผนไทย สปสช.ให้จ่ายเป็นคู่สัญญา ตั้งงบปี 2569 ไว้ 3,700 ล้านบาท แต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาเงินหมดแล้ว ดังนั้น เหลืออีก 7 – 8 เดือน จะต้องเกลี่ยเงินจากกองทุนอื่นมาเติม ถือว่าสองมาตรฐานชัดเจนระหว่าง โรงพยาบาลรัฐจ่ายแบบปลายปิด แต่คลีนิค 7 นางฟ้าจ่ายแบบปลายเปิด ทั้งนี้ ตนกังวลว่าโรงพยาบาลรัฐอาจจะล้มก่อน ซึ่งจะกระทบต่อประชาชน

“ปี 2563 – 2564 สมัยที่ นายอนุทิน เป็นรมว.สาธารณสุข จับทุจริตคลีนิคชุมชนอบอุ่น 211 แห่ง วงเงินเสียหาย 691 ล้านบาท ใช้ผู้ป่วยทิพย์ ตรวจแล็ปทิพย์แล้วนำมาเบิก และเห็นว่าเชื่อมโยงกับคนในบอร์ด สปสช.ด้วย” นพ.ประพนธ์ กล่าว

นพ.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบในเด็กฟรี ของบอร์ด สปสช. 2 ก.พ.มีมติว่าให้เอาเงิน 2 – 3 ล้านบาท ฉีดนำร่อง ทั้งที่ได้เงินกว่า 200 ล้านบาท ทำให้หมอเด็กเคลื่อนไหว ทำให้ประชุมอีกครั้ง 2 มี.ค.เปลี่ยนมติ แต่ตนมองว่าความผิดสำเร็จแล้ว การไม่เอาข้อมูลข้อเท็จจริงเข้าที่ประชุม ถือว่าขาดธรรมาภิบาลและมีปัญหาทางจริยธรรรม ทั้งนี้ ตนมองว่ารัฐบาลต้องรื้อระบบสปสช.อย่างจริงจังทั้งการบริหารงบและธรรมาภิบาล ว่ามีผู้ทรงอิทธิพลแฝงในบอร์ดหรือไม่ หรือมีกลุ่มบุคคลใช้ระบบสุขภาพของประชาชนเป็นช่องทางทำมาหากินหรือไม่ และต้องรื้อให้สังคมเห็นด้วยว่ามีใครที่ซุกตัวในโครงสร้างอำนาจหลังเกษียณเพื่อคุมทิศทางของระบบหลักประกันสุขภาพ หากไม่กล้ารื้อความจริง ระบบหลักประกันของประชาชน อาจกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม ซึ่งสังคมไทยไม่ควรยอมรับ

ด้าน นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.กล่าวว่า ในประเด็นนโยบายปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ เพราะระบบบัตรทอง หรือ สปสช.ดูแล 47 ล้านคน งบประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาท ไม่สามารถปรับปรุงหลักประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ หากกระบวนการคัดเลือกบอร์ด สปสช.ถูกตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาล โดยภายใต้กฎหมาย สปสช. 2545 ออกแบบโครงสร้างให้มี 2 กรรมการใหญ่ คือ บอร์ด สปสช.และบอร์ดคุณภาพ ต้องคานอำนาจ แยกส่วนงานกันระหว่างการบริหารจัดการการเงิน และควบคุมมาตรฐานการรักษา แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาที่แฝงตัวในบอร์ด สปสช. ทั้งนี้ ตนนำรายชื่อบอร์ดทั้ง 2 คณะ มาประมวลพบข้อเท็จจริงที่น่าเป็นห่วง พบว่ามีกลุ่มบุคคลเดิมดำรงตำแหน่งวนเวียนในบอร์ด สปสช.ยาวนาน ทำให้ต้องตั้งคำถามในเรื่องธรรมาภิบาล

“อย่างน้อย 30 รายชื่อ ที่เคยอยู่ทั้งบอร์ด สปสช.และบอร์ดคุณภาพสลับไปสลับมา มีอย่างน้อย 10 รายชื่อที่ดำรงในบอร์ดยาวนาน 15 ปี สปสช.มีอายุ 22 ปี คนเดิม 10 กว่าคนอยู่มา 15 ปี และมีบางคนอยู่มา 21 ปี มีปีเดียวที่ไม่ได้เป็นบอร์ด สปสช. ซึ่งผมไม่ได้นับอนุ พอดูรายละเอียดพบสิ่งที่น่ากังวล ขอยกตัวอย่างเพียงคนเดียว ที่เป็นเอ็นจีโอด้านการเกษตร อยู่บอร์ด สปสช. 8 ปี เมื่อครบวาระเปลี่ยนไปเป็นเอ็นจีโอด้าน HIV และกลับมาเป็นบอร์ดคุณภาพอีก 4 ปี ต่อจากนั้นคนเดิมยังไปอยู่ในบอร์ด สปสช.อีก 6 ปี รวมระยะเวลาอยู่ในบอร์ด 18 ปี” นพ.วีระพันธ์ กล่าว

นพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า ปรากฎการณ์แบบนี้มีหลายบุคคล ซึ่งแปลว่าเปลี่ยนเป็นเอ็นจีโอแล้วเปลี่ยนเป็นบอร์ดก็ทำได้ คำถามคือ สปสช.มีกระบวนการแต่งตั้งอย่างไรทำให้มีผู้ดำรงตำแหน่งยาวนาน ทั้งที่กฎหมาย สปสช.กำหนดให้มีวาระ 4 ปี อยู่ได้ 2 สมัยติดกัน คือ 8 ปี แสดงว่ามีช่องทางบางอย่าง ที่หยุดพัก แล้วย้ายไปอีกบอร์ดเพื่อเลี่ยงข้อกฎหมาย ทั้งนี้ สถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ ออกรายงานเดือน ก.ค.2568 บอกว่า สปสช.มีช่องโหว่ความโปร่งใส เสนอให้ทบทวนปรับบอร์ดโครงสร้าง เพื่อให้กองทุนยั่งยืน

“ผมขอตั้งคำถามถึงนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข จะเริ่มต้นนโยบายปรับปรุงการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร หากบอร์ด สปสช.มีคำถามเรื่องธรรมาภิบาล” นพ.วีระพันธ์ กล่าว

ดร.ณัฏฐ์ จี้ปมจุดชี้ขาด คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เหตุใดยังดื้อดึงชงร่างแก้ไข ม.112

ดร.ณัฏฐ์ จี้ปมจุดชี้ขาด คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เหตุใดยังดื้อดึงชงร่างแก้ไข ม.112

ดร.ณัฏฐ์ จี้ปมจุดชี้ขาด คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เหตุใดยังดื้อดึงชงร่างแก้ไข ม.112

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.41 น.

“ดร.ณัฏฐ์”จี้ปมจุดชี้ขาด คดี”อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด”เลขาธิการ สส.”ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอร่างแก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก

9 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน กล่าวว่า วันนี้ตนมาทำหน้าที่วอร์รูมกุนซือมือกฎหมายให้กับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยติดตามการแถลงนโยบายของฝ่ายรัฐบาลและการซักฟอกนโยบายของฝ่ายค้าน บางช่วงดุเดือดเลือดพร่าน เป็นสีสันการเมืองและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคหนึ่ง หลังจากนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน

วันนี้ ตนได้ติดตาม กรณี ป.ป.ช.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาใน คดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2569 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวก รวม 44 คน ผู้คัดค้าน โดยอยู่ในชั้นตรวจคำร้อง และคัดเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกามาเป็นองค์คณะเพื่อทำหน้าที่ไต่สวนฯ และตรวจเนื้อหาแห่งคำร้องว่า จะรับคำร้องหรือไม่ และสั่งให้ผู้คัดค้านที่เป็น สส.พรรคประชาชน จำนวน 10 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ผู้คัดค้าน ที่มีสถานะเป็น สส.สังกัดพรรคประชาชน จำนวน 10 คน เป็นผู้คัดค้าน ในลำดับที่ 3 , 7 , 17 , 19 , 23 , 24 , 26 , 34 , 35 , 38

เนื้อหาคำร้อง ที่เป็นสาระสำคัญและเป็นจุดชี้ขาด เหตุใด “..สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ยังคงยืนยัน จะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีก” โดยไม่ถอนร่าง โดยผู้ร้องได้บรรยายถึงพฤติการณ์การกระทำ ระบุชัด มีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองฯโดยไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ ตามรัฐธรรมนูญและก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง.. ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านใช้สิทธิในการหักล้างชั้นศาลได้

ซึ่งผู้คัดค้านอ้างว่า ตนไม่ได้นำพยานหลักฐานเข้าไปหักล้างในชั้น ป.ป.ช. แต่ในชั้นศาล ย่อมที่จะนำพยานหลักฐานไปหักล้างได้อย่างเต็มที่ แต่ปัญหาว่า เนื้อหาที่ ป.ป.ช. บรรยายเนื้อหาแห่งคำร้อง นำมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 แล้ว ผู้คัดค้านจะหักล้างข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นโจทย์ยากของฝ่ายผู้คัดค้านและค่อนข้างเหนื่อย

ซึ่งในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ศาลฎีกายึดถือสำนวน ป.ป.ช.เป็นหลัก เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) , มาตรา 226 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. โดยกฎหมายเปิดช่องให้ฝ่ายผู้คัดค้านนำข้อเท็จจริงที่เป็นพยานหลักฐานใหม่ นำมาหักล้างคำวินิจฉัยชี้ขาด ของ ป.ป.ช.ได้ โดยผลทางกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ จึงปัญหาของผู้คัดค้าน ในการนำสืบพยาน จะหักล้างกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ตรงนี้ แก้ยาก

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ข้อเท็จจริงที่ต้องแก้ว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทักท้วงถึงข้อบกพร่องแล้ว แต่อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ถึงยังดื้อดึง โดยไม่ยอมถอนร่าง ตรงนี้ จะถูกนำไปมัดรวม ว่า “มีเจตนาร่วมกันหรือไม่”

นายกฯหนู ไม่รู้อีกละซิ? รสนา แฉ!อุ้มไอ้โม่งกักตุน-เมินลดราคาน้ำมัน

นายกฯหนู ไม่รู้อีกละซิ? รสนา แฉ!อุ้มไอ้โม่งกักตุน-เมินลดราคาน้ำมัน

นายกฯหนู ไม่รู้อีกละซิ? รสนา แฉ!อุ้มไอ้โม่งกักตุน-เมินลดราคาน้ำมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.54 น.

9 เมษายน 2569 นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค (สภาองค์กรของผู้บริโภค) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐบาลหนู รู้ยัง กบน.ปล่อยผู้ค้าโยกส่วนลดน้ำมันไปที่ค่าการตลาดกว่า 10 บาท/ลิตรทำไมไม่ลดราคาหน้าปั๊ม 10 บาท เพราะกลัวไอ้โม่งกักตุน จะขาดทุน หรือป่าว??

ตอนขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแบบ รัวๆ อ้างกลไกตลาดโลกผันผวน รอไม่ได้ ใช่มั้ย พอน้ำมันดีเซลตลาดโลกเมื่อวานนี้ 8 เมษายน ราคาร่วงลงลิตรละ 11.67 บาท กลับไม่ยอมลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มให้คนใช้น้ำมัน

กบน.ปล่อยให้ผู้ค้าน้ำมันโยกเงินส่วนลดราคาน้ำมันตลาดโลก ไปเก็บไว้ที่ค่าการตลาดลิตรละ 10.59 บาท และยังชดเชยราคาให้โรงกลั่น อีก ลิตรละ 15 บาท เพื่ออะไร เพื่อคงราคาเดิมไว้ ไม่ลดตามราคาตลาดโลก ใช่มั้ย เพราะอะไร !!??

ช่วงนี้ได้ข่าวว่าจ๊อบเบอร์แบรนด์ดัง ตะเวนขายน้ำมันตามปั๊มกันอุตลุด !!

ชาวประชาพากันสงสัยว่า…

ที่ไม่ลดราคาลงตามกลไกตลาดโลก เพราะห่วงใยปั้มกับไอ้โม่งกักตุนน้ำมันจะขาดทุนลิตรละ 10 บาท อ่ะป่าว ??!!

ประชาชนสงสัย แต่นายกฯหนู คงไม่รู้อีกละซิ (ฮา) ?!?

รสนา โตสิตระกูล
9 เมษายน 2569

ซูการ์โน มะทา นำสส.พรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือ นายกฯ-พิพัฒน์ เร่งคลี่คลายคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

ซูการ์โน มะทา นำสส.พรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือ นายกฯ-พิพัฒน์ เร่งคลี่คลายคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

ซูการ์โน มะทา นำสส.พรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือ นายกฯ-พิพัฒน์ เร่งคลี่คลายคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.09 น.

ซูการ์โน มะทา นำสส.พรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือถึง นายกฯ-พิพัฒน์ เร่งคลี่คลายคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์  ลั่นไม่ยอมกำชับเร่งติดตามคดี จ่อ ลงพื้นที่นราธิวาสพบปะปชช.-ให้กำลังใจครอบครัว หลังสงกรานต์

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา และนายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา ได้ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม  เพื่อขอให้มีการเร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด กรณีเหตุลอบยิงรถนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ว่า นายกฯ กําชับให้เร่งติดตามคดี  โดยนายกฯกล่าวว่า จะไม่ยอม ให้สส.ถูกกระทําแบบนี้ และถ้าประชาชนโดนกระทําจะเป็นยังไง  นอกจากนี้ นายกฯยังรับปากว่าจะลงพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน และตามติดงานในพื้นที่ รวมถึงพบปะและให้กำลังใจครอบครัวของสส.กมลศักดิ์ด้วย.