พม. ดึงเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปร่วมประชุม 2 ภูมิภาค ยกระดับการคุ้มครองทางสังคม ช่วยคนไทยในต่างแดน

พม. ดึงเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปร่วมประชุม 2 ภูมิภาค ยกระดับการคุ้มครองทางสังคม ช่วยคนไทยในต่างแดน

พม. ดึงเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปร่วมประชุม 2 ภูมิภาค ยกระดับการคุ้มครองทางสังคม ช่วยคนไทยในต่างแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดฉากร่วมประชุม 2 ภูมิภาค ยกระดับการคุ้มครองทางสังคม ช่วยคนไทยในต่างแดน

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคไทย – ยุโรป พ.ศ. 2569 ท้าทาย เปลี่ยนแปลง ก้าวตามแสงแห่งฝัน (Challenges & Changes Beyond Borders) โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นางจุฑาทิพย์ ตาฬุมาศสวัสดิ์ ซีเบน ประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป พร้อมคณะกรรมการและผู้แทนเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมกาลนาน ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จังหวัดนนทบุรี

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้บูรณาการการทำงานและยกระดับบทบาทภารกิจการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้พัฒนานวัตกรรมในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคมและการทำงานร่วมกันในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ระหว่างประเทศ และการบริหารจัดการรายกรณี (Case Management – CM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมให้เครือข่ายหญิงไทยร่วมเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในต่างประเทศ และจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ผ่านทางกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม

ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพสตรี , การส่งเสริมความเสมอภาค ความเท่าเทียมระหว่างเพศ, การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิสตรี, การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว และการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีที่อยู่ในต่างประเทศ รวมไปถึงครอบครัว

ปัจจุบันมีเครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ จำนวน 78 เครือข่าย จาก 25 ประเทศ โดยได้ริเริ่มความร่วมมือกับเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ตั้งแต่ปี 2555 และพัฒนาความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่การส่งเสริมการใช้ชีวิตของสตรีและครอบครัวร่วมกับผู้แทนเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป, การสร้างความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมในการย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ, การเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป, การเสริมสร้างศักยภาพอาสาสมัครในการให้คำปรึกษาแก่หญิงไทยในครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม และการรู้เท่าทันเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในชีวิตคู่ของคนไทยในยุโรป

“การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคไทย – ยุโรป พ.ศ. 2569 ท้าทาย เปลี่ยนแปลง ก้าวตามแสงแห่งฝัน (Challenges & Changes Beyond Borders) ครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของหญิงไทยในต่างแดน เป็นการสะท้อนศักยภาพ โอกาส และ ความท้าทายจากบริบทที่หลากหลาย และเสริมหญิงไทยและเครือข่าย ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปขยายผลและสร้างแรงบันดาลใจ อีกทั้งยังร่วมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนและข้อเสนอเชิงนโยบายในการเสริมสร้างระบบคุ้มครองเพื่อคนไทยในต่างประเทศของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปอย่างเข้มแข็ง”

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ มีกิจกรรมสำคัญ อาทิ กิจกรรมการส่งมอบชุด องค์ความรู้ “คู่มือบันได 5 ขั้น สานฝันในต่างแดน 2” , การเสวนาบทบาทหญิงไทยในต่างแดน สิทธิและสวัสดิการในต่างแดน , กิจกรรม Connection Café : วงพูดคุยเชิงสร้างสรรค์, การยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายในการเสริมสร้างระบบคุ้มครองและสนับสนุนคนไทยในต่างประเทศของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป , นิทรรศการภาคีเครือข่าย 5 หน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล , มูลนิธิพิทักษ์สตรี (Alliance Anti-Trafic : AAT) , กรมการจัดหางาน , เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป (TWNE) และโครงการ Help Thai  และนิทรรศการกระทรวง พม. นอกจากนี้ มีการศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 และศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี

คุณแหน : 9 เมษายน 2569

คุณแหน : 9 เมษายน 2569

คุณแหน : 9 เมษายน 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-2 พ.ค.2569 โดยจะทรงเป็นหนึ่งในพระราชวงศ์ต่างประเทศที่จะทรงร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ วันที่ 30 เม.ย. …

●● สิริพงษ์ อรุณไพโรจน์ หนีร้อนปรอทแตกไปเยือนปารีส ฝรั่งเศส โปรแกรมแน่นเอี๊ยด ถ่ายรูปสวยๆ ส่วนแฟชั่นของคุณป๋อนั้นแน่นอนต้องจัดเต็ม ช็อปปิ้งของที่มีคุณค่าทางใจ รวมทั้งดอกไม้สวยสะพรั่งส่งให้เพื่อนที่เมืองไทยได้สดชื่นตาม…●● กองทัพเรือและมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดอินทารามวรวิหาร 17 เม.ย. 13.00 น. โดย พระวชิรวิมล เจ้าอาวาสวัดอินทาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เพื่อนำรายได้สมทบโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมพระพุทธรูป 32 พระองค์ในพระอุโบสถหลังเก่าและโครงการศูนย์เรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 292 ปี สอบถาม มูลนิธิฯ น.อ.ชัยนาวี 081-9343783…

●● ดร.สุวิทย์-คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี อิ่มเอมใจกับกุศลที่หลานรัก “พัศ” หนุ่มน้อยวัย 14 ปี บวชเณรศึกษาพระธรรมวินัยช่วงปิดเทอมนาน 3 สัปดาห์…

●● เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตคู่ ได้ฤกษ์ดีวันขึ้นปีใหม่ไทย 13 เม.ย. ภัทริน บุราวาศ บุตร พ.ต.อ.พลวัต-ภาวิไล บุราวาศ กับเจ้าสาว ศศิอาภาฬ บุญช่วย บุตรี วรรณี บุญช่วย-พรเทพ อ่วมแย้ม ทำบุญเลี้ยงพระเพลในโอกาสงานมงคลสมรส ณ พระตำหนักสมเด็จวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) ส่วนงานฉลองสมรสเรียนเชิญญาติมิตรวันที่ 17 พ.ค. 12.00 น. ที่รร.ควีนส์แลนด์ ไดมอนด์โดม ชั้น 22…

●● ดูแลพี่ๆ น้องๆ ที่จะกลับบ้านภาคอีสานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดินทางไป-กลับด้วยความปลอดภัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ เชิญชวน “พักรถ.. พักผ่อน.. ก่อนกลับบ้าน” ระหว่าง 10-15 เม.ย.ที่สถานีวิจัยลำตะคอง ปากช่อง…

●● เทรนด์ของสาวๆ รุ่นลูก แต่คนสวย พัชรินทร์ บูรณสมภพ ไม่ตกรถไฟขบวนนี้ อวดรูปถ่ายคู่ดอกบัวกำใหญ่ สวยสู้แดดสู้ลมสบายมาก…

●● ศรัทธาญาติโยมหลั่งไหลกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุกลางน้ำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายมาจากรัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองประเทศอินเดียในสมัยนั้น อันเป็นส่วนที่ค้นพบที่สถูปปิปราห์วา รัฐอุตตรประเทศ พระราชทานให้ไว้ ณ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เกาะเกร็ด นนทบุรี 2-15 เม.ย. เวลา 09.00-20.00 น. …

●● ปูชนียบุคคลแห่งวงการเงินและสังคม ชนะ รุ่งแสง ผู้คนหลั่งไหลไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมที่ ศาลา 4 วัดธาตุทอง 7-11 เม.ย.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 16 เม.ย.17.00 น.. รจน์-ปรวรรณ-รัฐฐา รุ่งแสง บุตร-ธิดาเจ้าภาพจึงต้องขยายพื้นที่ต้อนรับไปถึงศาลา 5-6 เพื่อให้แขกมีที่จอดรถเพราะวัดธาตุทองให้จัดงานสงกรานต์ 6-15 เม.ย. จึงขอแนะนำให้นำรถไปจอดที่ห้างเกตเวย์ เอกมัย ตรงข้ามวัดหรือนั่ง BTS ไปลงสถานีเอกมัย จะสะดวกที่สุด…

‘2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY’ ปีที่ 9 เชิดชูผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด

'2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY' ปีที่ 9 เชิดชูผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด

‘2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY’ ปีที่ 9 เชิดชูผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.10 น.

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ร่วมกับ อินฟลูเอ็นเชียลแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์  จัดงาน “2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เพื่อสร้างเวทีเกียรติยศระดับเอเชียในการประกาศและมอบรางวัลให้แก่แบรนด์และผู้นำองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น และอิทธิพลเชิงบวกต่อผู้บริโภคในหลากหลายอุตสาหกรรม

งานดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งในเวทีสำคัญของภูมิภาค ที่ทำหน้าที่ยกย่ององค์กรและผู้บริหารที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับมาตรฐานการสร้างแบรนด์ในเอเชีย โดยจัดขึ้น ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่านในค่ำคืนนี้ ทั้งในส่วนของผู้บริหารองค์กรและแบรนด์ที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความสำเร็จที่น่าชื่นชม

ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงการร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้ได้รับรางวัลได้เป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น และช่วยส่งเสริมให้เราได้เห็นผู้บริหารและแบรนด์ที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นในอนาคต”

นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาด้านการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชิดชูองค์กรและผู้นำธุรกิจที่สามารถสร้างความแตกต่าง พร้อมขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะองค์กรที่สามารถสร้าง “ความไว้วางใจ” และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

ภายในงานมีการมอบรางวัลให้แก่แบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ในสาขา Top Influential Brand หรือแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด รวมกว่า 13 แบรนด์ ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับในด้านความแข็งแกร่งของแบรนด์และผลการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศ       5 รางวัล Outstanding Brands หรือแบรนด์ที่โดดเด่นประจำปี ตลอดจนการมอบรางวัล Top CEO ให้แก่ 4 ซีอีโอชั้นนำของประเทศไทยและเอเชีย ซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

รางวัลทั้งหมดในปีนี้มาจากผลการวิจัยผู้บริโภคจำนวนกว่า 1,000 ตัวอย่าง ครอบคลุมกลุ่ม Gen X, Gen Y และ Gen Z อายุระหว่าง 16 – 60 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของตลาด โดยการวิจัยมุ่งสะท้อนมุมมองของผู้บริโภคในด้านการรับรู้แบรนด์ ความน่าเชื่อถือ และอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความเชื่อมั่น ในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

มร.จอร์จ โรดิกัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟลูเอ็นเชียล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า     แบรนด์ที่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชัน ควบคู่ไปกับการสร้างความน่าเชื่อถือและอิทธิพลเชิงบวกต่อสังคม การจัดงานในครั้งนี้จึงมุ่งยกย่ององค์กรและผู้นำที่สามารถยกระดับแบรนด์สู่ความเป็นเลิศ และเป็นต้นแบบของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ในระดับภูมิภาค

สำหรับแบรนด์และผู้นำที่ได้รับรางวัลในปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

• รางวัลแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด (Top Influential Brand) ได้แก่ กรุงเทพประกันชีวิต, กู๊ดเมท, คอตโต้, คาเฟ่ อเมซอน, ไทยประกันชีวิต, ปตท., ฟันโอ, มิสเตอร์ โดนัท, เมืองไทยประกันชีวิต, โลตัส, สามแม่ครัว, อานตี้ แอนส์ และ Prime

• รางวัลแบรนด์ที่โดดเด่นประจำปี (Outstanding Brands) ได้แก่ โก โฮลเซลล์, บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM), เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, และเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต

• รางวัลสุดยอดผู้นำ ซีอีโอแห่งปี (Top CEO) ได้แก่ ดร.จันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด (ลามิน่า ฟิล์ม), คุณไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), คุณเบญจมาศ อภินันท์รุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีซีเอส กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด, และคุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

การจัดงานในปีนี้นับเป็นการตอกย้ำบทบาทสำคัญอีกครั้งของ “ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY” ในฐานะเวทีเกียรติยศระดับภูมิภาค ที่ไม่เพียงเชิดชูความสำเร็จของแบรนด์และผู้นำองค์กรเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนมาตรฐานใหม่ของการดำเนินธุรกิจ การเสริมสร้างความเชื่อมั่น และการยกระดับแบรนด์ในเอเชียสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกคุมหิวยุคใหม่ ลดได้จริงแค่ไหน

ปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกคุมหิวยุคใหม่ ลดได้จริงแค่ไหน

ปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกคุมหิวยุคใหม่ ลดได้จริงแค่ไหน

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.26 น.

 

ปากกาลดน้ำหนัก นวัตกรรมคุมหิวยุคใหม่ ช่วยลดได้จริงแค่ไหนและเหมาะกับใคร

ปากกาลดน้ำหนัก เป็นตัวช่วยยอดนิยมสำหรับคนที่คุมหิวเองยาก เพราะช่วยให้อิ่มนาน กินน้อยลง และลดการกินจุกจิกได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ควรเข้าใจว่าปากกาลดน้ำหนัก ไม่ใช่ทางลัด ผลลัพธ์จะดีที่สุดเมื่อมีแผนและการติดตามที่เหมาะสม ในทางการแพทย์ ปากกาลดน้ำหนัก หรือที่เรียกว่าปากกาลดความอ้วน มักใช้ตัวยา เช่น ยาฉีดลิรากลูไทด์ หรือ ยาฉีดเซมากลูไทด์ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายปากกาคุมหิว ช่วยส่งสัญญาณความอิ่มและชะลอการย่อย จึงควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและใช้ได้อย่างมั่นใจ

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ทำงานอย่างไร ช่วยคุมหิวได้จริงไหม

ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาลดน้ำหนักในรูปแบบเข็มฉีดยาที่มีลักษณะคล้ายปากกา ภายในบรรจุตัวยา ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และกินน้อยลง นอกจากนี้ปากกาลดน้ำหนักยังมีตัวยายังช่วยชะลอการย่อยอาหาร ส่งผลให้ลดความหิวระหว่างวัน จึงช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ปากกาลดน้ำหนักร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนักทำให้อิ่มนานได้อย่างไร

ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอิ่มและการควบคุมความหิวของร่างกาย จึงช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น โดยจะทำหน้าที่ ดังนี้

  • ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมอง : ตัวยาของยาฉีดลดความอ้วนจะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปธาลามัส ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และลดพฤติกรรมการกินจุกจิก
  • ชะลอการย่อยอาหาร : ยาช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานกว่าปกติ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด : กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลสูง และลดการหลั่งกลูคากอน ช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ ลดอาการหิวบ่อยหรืออยากของหวาน
  • ช่วยควบคุมปริมาณแคลอรี่ : เมื่อหิวน้อยลงและอิ่มนานขึ้น จึงทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้ควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปากกาลดน้ำหนักลดได้กี่กิโลกรัม และต้องใช้เวลานานแค่ไหน

โดยทั่วไป ปากกาลดน้ำหนัก (มักถูกเรียกว่า ปากกาลดความอ้วน) ใช้ร่วมกับการคุมอาหารและการออกกำลังกายจะเห็นผลชัดกว่า ในข้อมูลการศึกษาทางคลินิกของยาฉีดลิรากลูไทด์ พบว่าน้ำหนักอาจลดลงได้ เฉลี่ย 8% และยาฉีดเซมากลูไทด์ สามารถลดน้ำหนักได้ เฉลี่ย 16% เมื่อใช้ต่อเนื่องตามแผนแพทย์ ขณะที่ช่วงแรก ๆ หลายคนเริ่มรู้สึกคุมหิวได้ดีขึ้นจากผลแบบปากกาคุมหิว และทำให้การกินลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ระยะเวลาเห็นผลมักเริ่มตั้งแต่ 2 เดือนแรก ในบางรายอาจเห็นทั้งน้ำหนักและรอบเอวเปลี่ยน (มีรายงานว่ารอบเอวลดลงได้หลายเซนติเมตรในช่วงต้น) แต่ผลลัพธ์จริงของปากกาลดน้ำหนักจะแตกต่างตาม BMI เดิม พฤติกรรมการกิน การนอน และความสม่ำเสมอในการติดตามอาการกับแพทย์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นของปากกาลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ ปากกาลดน้ำหนัก โดยเฉพาะกลุ่ม ยาฉีดลิรากลูไทด์ มักเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แน่นท้อง ปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก ซึ่งมักเกิดช่วงเริ่มใช้หรือช่วงปรับขนาดยา และหลายคนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

แม้ปากกาลดความอ้วน จะไม่ได้ออกฤทธิ์กดสมองแบบยาลดน้ำหนักอีกประเภท แต่ก็ยังควรระวังในผู้ที่มีข้อห้าม/ความเสี่ยง เช่น ประวัติภาวะตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็งไทรอยด์บางชนิด หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และควรหยุดใช้ ปากกาลดน้ำหนัก แล้วพบแพทย์ทันทีหากมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติชัดเจน

ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไหร่? ซื้อที่ไหนถึงปลอดภัย

ปากกาลดน้ำหนัก มีราคาต่างกันตามชนิดยา ขนาดโดส จำนวนปากกา และบริการประกอบ (ตรวจเลือด/ติดตามอาการ/โภชนาการ) ดังนั้น ราคาต่อเดือน อาจแตกต่างกันได้พอสมควร โดยเฉพาะโปรแกรมที่รวมการประเมินสุขภาพก่อนเริ่มใช้ปากกาคุมหิว และการนัดติดตามผล แนะนำให้ซื้อปากกาลดความอ้วนผ่านโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีใบอนุญาต และมีแพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสม ไม่ควรซื้อปากกาลดน้ำหนักจากแหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้ เพราะเสี่ยงยาปลอม การเก็บรักษาไม่ถูกต้อง และการใช้โดสผิด ซึ่งทำให้ผลข้างเคียงสูงขึ้นและควบคุมน้ำหนักได้ไม่ยั่งยืน

ใช้ปากกาลดน้ำหนัก อย่างปลอดภัย ปรึกษาหมอออนไลน์ผ่าน SkinX

การใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ควรเริ่มจากปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะเป็นแนวทางรักษาที่ต้องประเมินความเหมาะสมรายบุคคล ทั้ง BMI โรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ และความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับปากกาลดความอ้วน และกลุ่มยาอย่างยาฉีดลิรากลูไทด์ ซึ่งจัดเป็นปากกาคุมหิวที่ต้องปรับขนาดยาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

สำหรับคนที่ต้องการความสะดวก สามารถปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอป SkinX ซึ่งเป็นแอปพบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ที่ใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android โดยแนวคิดคือ อยู่ที่ไหนก็ปรึกษาหมอได้ พร้อมรูปแบบ ปรึกษาก่อน จ่ายทีหลัง ช่วยให้ตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น อีกทั้งมีจุดเด่นเรื่อง รู้ค่าบริการก่อนเข้าปรึกษา ช่วยคุมงบไม่ให้บานปลาย และหลังจบการปรึกษาจะได้รับสรุปผลและแนวทางดูแลทันที

ปากกาลดน้ำหนัก ตัวช่วยคุมหิวที่ต้องใช้ให้ถูกทาง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนัก ช่วยคุมความอยากอาหาร อิ่มนาน และสนับสนุนการลดน้ำหนักได้ดีขึ้นเมื่อใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม แต่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลแพทย์ เริ่มต้นปรึกษาออนไลน์ผ่าน SkinX เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก และวางแผนดูแลสุขภาพอย่างมั่นใจ

แม้ SkinX จะเด่นเรื่องปรึกษาปัญหาผิว แต่ในมุมการดูแลสุขภาพภาพรวม ผู้ใช้ที่สนใจ ปากกาลดน้ำหนัก ก็สามารถเริ่มจากการคุยกับแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม วางแผนคุมอาหารและการใช้ยาได้อย่างมั่นใจ โดยในระบบยังมีช่องทางให้ขอคำแนะนำด้านการใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์จากแพทย์และเภสัชกรได้ด้วย

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ

 ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app

ปรากฏการณ์สาดความมันส์ทะลุปรอทใจกลางกรุงเทพมหานครต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569

ปรากฏการณ์สาดความมันส์ทะลุปรอทใจกลางกรุงเทพมหานครต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569

ปรากฏการณ์สาดความมันส์ทะลุปรอทใจกลางกรุงเทพมหานครต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.16 น.

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสามย่านมิตรทาวน์ และ สีลมเอจ จัดใหญ่ปรากฏการณ์สาดความมันส์ทะลุปรอทใจกลางกรุงเทพมหานคร! ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เมื่อ เปิดพิกัดสาดความสนุกระดับ Talk of the Town! ตอบโจทย์ทุก Gen ชู 2 concept เร่งดีกรีสุดพีคให้สงกรานต์นี้ไม่มีอ่อม!

SAMYAN MITRTOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026 เปิดสถานีสาดความสนุก 13 – 15 เม.ย. 69 ตั้งแต่ 14.00 – 19.00 น. ในคอนเซ็ปต์ “เปียกให้สุด สนุกให้ฉ่ำ” ท้าให้ลองความสนุกสุดเหวี่ยงแบบโนแอล ผนึกทัพพาร์ตเนอร์ดังทั้งอาหารและไอเท็มรับซัมเมอร์ พร้อมจุดเติมน้ำสะอาดโดย Dos Life และไฮไลต์เด็ดอุโมงค์น้ำความยาวกว่า 100 เมตร

Free Concert จากทัพศิลปินดังตลอด 3 วันเต็ม : เวทีคอนเสิร์ตสุดมันส์! ที่ขน 12 ศิลปิน ระดับ ท็อป นำทีมโดย PiXXiE, PERSES, PROXIE, TILLY BIRDS, ALALA และศิลปิน ที่กำลังมาแรงกว่า 40 ชีวิต พร้อมโชว์จาก DJ YP ที่จะมาสาดเพลย์ลิสต์สุดมันส์

สีลมเอจ สงกรานต์มันส์สุด…หัวมุมถนนสีลม 12 – 14 เม.ย. 69 เวลา 13.00 – 20.00 น. งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เล่นน้ำ แต่รวมทุกเอเนอร์จี้ของความสนุกไว้แบบจัดเต็ม ด้วยเพลย์ลิสท์จาก DJ ชื่อดัง อาทิ DJ YP, DJ GREEN, DJ JAYDAI และ แก๊ง DJ จาก SILOM ซอย 2 และ 13 เม.ย. 69 เวลา 16.00 – 17.00 น. พบกับ Mini Concert จากตัวมัมสายเอนเตอร์เทน “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่พร้อมพาทั้งถนนลุกเป็นไฟ 

 และจัดเต็มจุดเติมน้ำสะอาดฟรี โดย Dos Life ให้สงกรานต์นี้เล่นน้ำสะอาด ปลอดภัย อย่างไร้กังวล เปิดบริการ 11.00 – 20.00 น. ตลอด 3 วัน, Dry Station โซนเป่าแห้ง และ ห้องอาบน้ำ (Communal Shower) ที่เปิดบริการยาวตั้งแต่ 06.00 – 21.00 น. เล่นน้ำเสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวไปเที่ยวต่อได้เลย พร้อมคเสิร์ฟความอร่อยด้วยร้านอาหารสตรีทฟู้ดฝั่งถนนพระราม 4 และ ร้านอาหารภายในศูนย์ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

สงกรานต์สีลม เจอกัน สีลมเอจ 12 – 14 เม.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 น. เดินทางสะดวกสบายด้วย BTS ศาลาแดง (ทางออก 5) หรือ MRT สีลม (ทางออก 2)

และ SAMYAN MITRTOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026 13 – 15 เม.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 19.00 น. MRT สถานีสามย่าน (ทางออก 2) สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK: SAMYAN MITRTOWN และ SILOM EDGE

สงกรานต์นี้ “แบรนด์ซุปไก่สกัด” สานต่อโครงการ ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’

สงกรานต์นี้ “แบรนด์ซุปไก่สกัด”  สานต่อโครงการ ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’

สงกรานต์นี้ “แบรนด์ซุปไก่สกัด” สานต่อโครงการ ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.59 น.

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” โดย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ “กองบังคับการตำรวจทางหลวง” “กองบังคับการตำรวจจราจร” และ “ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” เดินหน้าสานต่อโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุที่เกิดจากความอ่อนล้าระหว่างขับขี่ทางไกล พร้อมมอบแบรนด์ซุปไก่สกัดจำนวน 45,000 ขวด ผ่านจุดพักรถและจุดบริการประชาชนบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ เสริมความพร้อมก่อนออกเดินทาง และร่วมสร้างความปลอดภัยให้คนไทย พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) Jiffy (จิฟฟี่) บิ๊กซี มินิ (mini BigC) จัดโปรโมชันพิเศษเพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกและคุ้มค่า ตอกย้ำความตั้งใจในการเป็นตัวช่วยเตรียมความพร้อมให้คนไทยเดินทางอย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

จตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แบรนด์ซุปไก่สกัดเดินหน้าทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้ขับขี่ ภายใต้โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’ ที่มุ่งเน้นลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถทางไกลในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ เนื่องจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ระบุยอดสะสมเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีนั้นสูงถึง 2,055 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลยังคงอยู่ในระดับที่สูง โดยมีความอ่อนล้าในการขับขี่ระยะไกลเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ด้วยเหตุนี้ แบรนด์ซุปไก่สกัดจึงมุ่งมั่นสานต่อโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศรวมแล้วกว่า 1.8 ล้านขวด เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สร้างความตระหนักรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัย และส่งเสริมความพร้อมของร่างกายก่อนออกเดินทาง สะท้อนค่านิยมองค์กรเรื่อง ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 แบรนด์ซุปไก่สกัดได้ร่วมมือกับ ‘กองบังคับการตำรวจทางหลวง’ ‘กองบังคับการตำรวจจราจร’ และ ‘ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่’ เดินหน้าสานต่อโครงการฯ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมทางร่างกายก่อนการเดินทาง และไม่ฝืนขับทางไกลเมื่อรู้สึกอ่อนล้า พร้อมมอบแบรนด์ซุปไก่สกัดที่มีคุณประโยชน์จากคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของสมองและระบบประสาท จำนวน 45,000 ขวด ให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ต้องขับขี่ทางไกลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ผ่านจุดบริการประชาชนบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ แบ่งเป็นจุดบริการประชาชนบนทางหลวงสายหลัก 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 (เชียงใหม่) จุดที่ 2 สถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 1 (ชัยนาท-สิงห์บุรี) จุดที่ 3 สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 อ่อนนุช ลาดกระบัง (จุดพักรถมอเตอร์เวย์บางปะกงฉะเชิงเทรา-ชลบุรี) และจุดที่ 4 สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 (เพชรบุรี) สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 (สมุทรสงคราม) และจุดกองบังคับการตำรวจจราจร 2 จุด ได้แก่ สถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็กจตุจักร และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. จุดพักข้างทางขาออก ทางด่วนเฉลิมมหานคร (สุขุมวิท ซอย 64 แยก 8)  พระโขนง-บางนา นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ตามสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ สวนสัตว์เชียงใหม่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ แบรนด์ยังผนึกกำลังพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) Jiffy (จิฟฟี่), บิ๊กซี มินิ (mini BigC) จัดโปรโมชันพิเศษช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถแวะซื้อในราคาที่คุ้มค่า และเตรียมความพร้อมก่อนขับขี่ทางไกลได้ตลอดเส้นทาง โดยร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น จัดโปรโมชันซุปไก่สกัดขนาด 70 มล. (ยกเว้นสูตรสมุนไพร / แบรนด์โกลด์) ลดอย่างแรง 2 ขวด ราคา 97 บาท (จากปกติ 120 บาท) ระหว่างวันที่ 16-22 เมษายน พร้อมโปรโมชันต่อเนื่องสำหรับซุปไก่สกัดขนาด 70 มล. (ยกเว้นสูตรสมุนไพร / แบรนด์โกลด์) 2 ขวด ราคา 103 บาท (จากปกติ 120 บาท) ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน ขณะเดียวกัน Jiffy จัดโปรโมชันซุปไก่สกัด 70 มล. 2 ขวด ราคา 110 บาท (จากปกติ 120 บาท) และเมื่อเติมน้ำมันครบ 500 บาท แลกซื้อท้ายใบเสร็จเหลือ 2 ขวด ราคา 100 บาท ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน สำหรับบิ๊กซี มินิ จัดโปรโมชันสำหรับ ซุปไก่สกัดขนาด 70 มล. ซื้อ 2 ขวด ในราคา 97 บาท (จากปกติ 120 บาท) ระหว่างวันที่ 9–15 เมษายน ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น”

พลตำรวจตรี พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า “จากรายงานสรุปตัวเลขภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา โดยกระทรวงคมนาคม พบว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีปริมาณรถยนต์เข้า–ออกกรุงเทพมหานคร บนทางหลวงสายหลัก 11 เส้นทาง รวมกว่า 6.8 ล้านคัน สะท้อนถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวของประชาชนที่หนาแน่นทั่วประเทศ ในปีนี้ ตำรวจทางหลวงจึงได้เตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น โดยเพิ่มจุดบริการประชาชนและจุดพักรถบนเส้นทางสายหลักให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเฝ้าระวังและคุมเข้มจุดเสี่ยงอุบัติเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยตลอดเส้นทาง พร้อมรณรงค์ให้ผู้ขับขี่หยุดพักเมื่อเดินทางไกล และหลีกเลี่ยงการฝืนขับเมื่อมีอาการอ่อนล้า เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ภายใต้แนวคิด ‘ขับไกลอย่างมั่นใจ เดินทางปลอดภัยทุกเส้นทาง’ โดยได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ซุปไก่สกัด ภายใต้โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’ เพื่อร่วมสร้างการตระหนักรู้เรื่องอาการเหนื่อยล้าระหว่างขับรถ และส่งเสริมความพร้อมของร่างกายก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงขอย้ำเจตนารมณ์ในการ ‘เคียงข้างทุกการเดินทางปลอดภัยของคนไทย’ และพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1193”

พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตำรวจจราจรได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน โดยวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างครอบคลุม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อจังหวัดโดยรอบ เพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมคุมเข้มพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ บริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร และจัดเส้นทางเบี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครหลังวันหยุดยาว เพื่อให้การสัญจรเป็นไปอย่างคล่องตัว ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าสนับสนุนการรณรงค์โครงการ ‘สมองล้าอย่าขับ พักดื่มแบรนด์’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความสำคัญของการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ฝืนขับเมื่อร่างกายอ่อนล้า และรักษาความตื่นตัวตลอดเส้นทาง เพราะความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มต้นที่ตัวผู้ขับ ทั้งนี้ ตำรวจจราจรได้ผนึกความร่วมมือกับแบรนด์ซุปไก่สกัด ลงพื้นที่ตามจุดพักรถและสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ซุปไก่สกัด ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมความพร้อมก่อนออกเดินทางแก่ผู้ขับขี่ ตอกย้ำแนวคิด ‘ความปลอดภัยเริ่มที่ตัวผู้ขับ’ มุ่งลดความเสี่ยงบนท้องถนน และสร้างบรรยากาศการเดินทางที่ปลอดภัยและอุ่นใจสำหรับประชาชนทุกคนตลอดช่วงเทศกาลนี้”

พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแนะนำและเชิญชวนให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวดาวน์โหลด
แอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแบบ One Stop Service ทางออนไลน์ ที่สามารถให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรับบริการต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดใช้งานแอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ได้แล้วทั้งระบบ Android และ iOS ผ่านทาง App Store และ Google Play หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.54 น.

ปิดฉากเช้าวันอาทิตย์อย่างสุขภาพดีใจกลางสวนลุมพินี กับงานวิ่ง “Powering Bangkok’s Future Run 2026” โดย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด (BCC) ที่ชวนเหล่านักวิ่งและคนเมืองกว่า 600 คน ออกมาร่วมขยับร่างกาย เพื่อสุขภาพและเติมพลังให้ตัวเอง พร้อมส่งต่อพลังเล็กๆ ร่วมกันสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนยิ่งขึ้น

นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทของบางกอกเคเบิ้ลในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีหรือระบบพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตของผู้คน” ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากกิจกรรม จะนำไปสมทบทุนโครงการ “Power to Learn: เชื่อมต่อพลังงานสะอาด สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชนไทย” ที่ดำเนินการร่วมกับ ION Energy เพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) และระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management Platform) รวมถึงการปรับปรุงระบบไฟฟ้า สายไฟฟ้าที่ปลอดภัย ให้กับโรงเรียนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการต่อยอด “พลังงานสะอาด” ไปสู่ “โอกาสทางการศึกษา” อย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา ได้ติดตั้งไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จ.นครนายก และโรงเรียนสวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยสามารถลดค่าไฟให้โรงเรียนสวนลุมพินีถึง 55% เมื่อเทียบกับก่อนติดโซลาร์ ส่งผลให้โรงเรียนสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ลดลง ไปลงทุนพัฒนาคุณภาพการศึกษาส่วนอื่นเพิ่มเติมได้

กิจกรรม “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ได้รับความสนใจจากนักวิ่งและประชาชนจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นระยะทาง 5 และ 10 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง สะท้อนแนวคิดการผสาน “สุขภาพ – พลังงานสะอาด – ความรับผิดชอบต่อสังคม” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกเหนือจากกิจกรรมวิ่ง บางกอกเคเบิ้ล ยังได้ดำเนินการปรับปรุง ลานยืดเหยียดและพื้นที่ออกกำลังกาย บริเวณประตู 1 สวนลุมพินี (ฝั่งถนนวิทยุ) เพื่อยกระดับพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์การใช้งานของประชาชน และส่งเสริมการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งได้ส่งมอบให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาเป็นประธานเปิดงานวิ่ง พร้อมเป็นผู้รับมอบลานยืดเหยียด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

นายพงศภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลานยืดเหยียดดังกล่าว มีพื้นที่ประมาณ 300 ตร.ม. โดยบริษัทได้เข้าปรับปรุงพื้นที่ตัวลาน จัดทำประติมากรรม เพิ่มชุดโต๊ะเก้าอี้ และทัศนียภาพโดยรอบ โดยเชื่อมั่นว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพให้กับคนเมือง และสะท้อนแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “ระบบพลังงาน” แต่รวมถึง “โครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิต” ที่ทุกคนเข้าถึงได้

บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือนกรุงเฮก ทรงเป็นองค์ปาฐกถเผยแพร่ชุดไทยมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือนกรุงเฮก ทรงเป็นองค์ปาฐกถเผยแพร่ชุดไทยมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือนกรุงเฮก ทรงเป็นองค์ปาฐกถเผยแพร่ชุดไทยมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.41 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเยือนกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อทรงเป็นองค์
องค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ในงานเผยแพร่ชุดไทยมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและ ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

วันที่ 9 – 10 เมษายน 2569 ณ โรงแรม Hotel Des Indes กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในประเทศและต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 โดยในวันที่ 9 เมษายน 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ทั้งนี้ ในงานยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสานย่านลิเภา และ งานปักดิ้นเงินดิ้นทอง เป็นต้น โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนําเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสําคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สําคัญของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก คณะทูตประจําประเทศเนเธอร์แลนด์ คณะเอกอัครราชทูตจํานวน 34 ประเทศ และคู่สมรส องค์การระหว่างประเทศ ผู้อํานวยการใหญ่องค์การห้ามอาวุธเคมี พร้อมคู่สมรส ผู้บริหารศาลประจําอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration) ผู้บริหารคณะกรรมการ UNESCO แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ และภาคเอกชน เป็นต้น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจําชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 ชุดไทยพระราชนิยม ประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตําหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสําหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติ ปัจจุบันชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์ การนําเสนอในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์ กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

หัวหินกลับมาคึกคักอีกครั้งกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดนานาชาติ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026” ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

หัวหินกลับมาคึกคักอีกครั้งกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดนานาชาติ “อินเตอร์คอนติเนนตัล - บี.กริม บีช โปโล 2026” ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

หัวหินกลับมาคึกคักอีกครั้งกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดนานาชาติ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026” ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.31 น.

การแข่งขัน Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin ครั้งที่ 15 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โดยผสานความตื่นเต้นของกีฬาเข้ากับบรรยากาศริมทะเลและกิจกรรมทางสังคมได้อย่างลงตัว

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย บี.กริม ร่วมกับ กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้พัฒนาให้รายการนี้กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของทั้งวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุน“โครงการกำลังใจ” ในพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ผ่านการฝึกอาชีพและการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม


ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา บีชโปโลหัวหินได้กลายเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสนามแข่งขันบนชายหาดที่ต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงอย่างแม่นยำ ผสานกับเสน่ห์ของเมืองหัวหินซึ่งมีวัฒนธรรมการขี่ม้าเลียบชายหาดมาอย่างยาวนาน


ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความท้าทายของกีฬานี้อยู่ที่การบริหารจัดการธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เหมาะสมของสภาพพื้นทราย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแข่งขัน
นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว กล่าวว่า หัวหินยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยในปีที่ผ่านมาเมืองมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพัก
“กลุ่มบริษัทพราวมุ่งนำเสนอกิจกรรมไลฟ์สไตล์ระดับโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวของหัวหิน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และอาหาร ซึ่งบีชโปโลถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองได้เป็นอย่างดี”
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ยังคงให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพของพื้นที่ชายหาดที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขัน พร้อมทั้งการพัฒนาและยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ครบครันและมีเอกลักษณ์


การแข่งขันในปีนี้มีทีมจากประเทศไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วม สะท้อนถึงความเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬาทั่วโลก ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมยังได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ขบวนพาเหรดริมชายหาด รวมถึงซุ้มกิจกรรมและอาหารเครื่องดื่มหลากหลาย


นอกเหนือจากการแข่งขัน บรรยากาศของงานยังดึงดูดแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ และผู้สนใจกีฬาจากทั้งในและต่างประเทศ ให้มารวมตัวกันท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่ผ่อนคลาย
เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ งานได้เปลี่ยนบรรยากาศสู่ค่ำคืนแห่งความสง่างามในสวน ภายใต้ธีม “Celestial Blue & Pearl Summer Elegance Dinner” ริมชายหาดที่สะท้อนโทนสีของท้องทะเล อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดประมูลการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสนับสนุนโครงการกำลังใจภายใต้พระดำริฯ


ปิดท้ายด้วยการแสดงของวง Royal Bangkok Symphony Orchestra ซึ่งเติมเต็มมิติทางวัฒนธรรมให้กับงาน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือชายหาดหัวหิน
แม้ว่างานนี้จะเป็นการแข่งขันกีฬา แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือบทบาทในการเชื่อมโยงกีฬา สังคม และการให้กลับคืนสู่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกิจกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าความบันเทิง

ไอคอนสยามผนึกพันธมิตรจัด Water Festival สุดยิ่งใหญ่ นำ “งานมหาสงกรานต์ไทย” ขึ้นแท่นเทศกาลระดับโลก

ไอคอนสยามผนึกพันธมิตรจัด Water Festival สุดยิ่งใหญ่ นำ “งานมหาสงกรานต์ไทย” ขึ้นแท่นเทศกาลระดับโลก

ไอคอนสยามผนึกพันธมิตรจัด Water Festival สุดยิ่งใหญ่ นำ “งานมหาสงกรานต์ไทย” ขึ้นแท่นเทศกาลระดับโลก

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.18 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เตรียมจัด Water Festival มหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” ตอบโจทย์ทั้งเล่นน้ำสนุก และนำเสนอเสน่ห์ของประเพณีวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก ยกระดับให้สงกรานต์ประเทศไทยเป็นเทศกาลระดับโลก (Global Festival) มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจดีขึ้นในไตรมาสสองของปีนี้  ชูไฮไลต์ส่งมอบประสบการณ์แบบ THAICONIC ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงแห่งยุค 
 • สาดความสุข สนุกสุดเหวี่ยงริมเจ้าพระยา ชุ่มฉ่ำกับ Water Landmark ช้างไทยพ่นน้ำขนาดใหญ่สูง 9 เมตร พร้อม Kids Zone พื้นที่เล่นน้ำสำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว
 • สนุกสุดมันกับปรากฏการณ์รวมความบันเทิงไว้ที่เดียวกับ 76 ศิลปินชั้นนำ 
 • สุขใจวิถีไทย ชมขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตร ถ่ายทอดผ่านไอคอนแห่งยุค “หลิงออม” และ “4EVE” การแสดงทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยต้นตำรับและเมนูพื้นถิ่นจาก 4 ภาค ทั่วประเทศ 
 • สิริมงคล รับพลังบุญ ต้อนรับปีใหม่ไทย ด้วยการสรงน้ำพระพุทธรูปปางประทานพร พร้อมอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์จาก 9 วัดดัง และกราบสักการะ หลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 700 ปี พระอุปคุต และพระประจำวันเกิด ภายในเมืองสุขสยาม

งานมหาสงกรานต์ไทยที่ไอคอนสยามครั้งนี้ ตอกย้ำคุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโก และตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยาม ในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก ที่มอบประสบการณ์การฉลองปีใหม่ไทยแบบครบทุกมิติ งานจะจัดขึ้นวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและค้าปลีกไทย (Festival Economy) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศได้ประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า  และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเทศกาลประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ) จากตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้สงกรานต์กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลระดับโลกที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาชาติได้มากที่สุดของประเทศไทย

ไอคอนสยาม ในฐานะผู้นำการจัด ICONIC EVENT สร้างประสบการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศจัดงาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026” นำเสนอเสน่ห์ของประเพณีวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก ยกระดับให้สงกรานต์ประเทศไทยเป็นเทศกาลระดับโลก (Global Festival) ภายใต้แนวคิดสาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย โดยได้รวบรวมไอคอนของประเทศไทยในทุกมิติ มาบรรจบกันในเทศกาลฉลองปีใหม่ไทย ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม สัญลักษณ์ของชาติ จนถึงตัวแทนแห่งยุค เพื่อร่วมเชิดชูและสืบสานความงดงามของวัฒนธรรม สู่เทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก  ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติของการท่องเที่ยว การค้าปลีก และการใช้จ่ายของผู้บริโภค การจัดงานในครั้งนี้จึงมั่นใจได้ว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจดีขึ้นในไตรมาสสองของปีนี้ คุณสุพจน์กล่าว

คุณสุพจน์กล่าวเพิ่มว่า เทศกาลสงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลฉลองปีใหม่ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วโลกให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ไอคอนสยามไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านคนตลอดช่วงการจัดงาน เป็นหนึ่งใน Songkran Destination ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของกรุงเทพมหานคร โดยมีสัดส่วนผู้ร่วมงานแบ่งเป็นคนไทยประมาณ 50% และนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 50% อีกทั้งเทศกาลสงกรานต์ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าให้เพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ 

สำหรับการจัดงาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ไอคอนสยาม ผนึกความร่วมมือกับ กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ พร้อมพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปุริ จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท ซิตี้ ไอซ์ จำกัด, Beverly Hills Polo Club, Sapporo Beer, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท นิสชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, แบรนด์ Havaianas, น้ำแร่ 6ty degrees, บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด, DREAME THAILAND และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) เตรียมจัดพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 ได้คู่จิ้นสุดฮอต ซี-นุนิว มาร่วมพิธีเปิดงานพร้อมนำการแสดงสุดพิเศษมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อีกด้วย ขณะเดียวกัน ไอคอนสยามได้เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษผ่านเทศกาลสงกรานต์  ชูไฮไลต์ส่งมอบประสบการณ์แบบ THAICONIC ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงแห่งยุคครบทุกมิติ 

 • THAICONIC WATER FESTIVAL สาดความสุข สนุกสุดเหวี่ยงกับประสบการณ์เล่นน้ำสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นำ “ช้าง” สัญลักษณ์ของประเทศไทย มาตีความใหม่เป็นแลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองผ่านช้างยักษ์พ่นน้ำ เป็น Water Landmark ขนาดใหญ่สูง 9 เมตร ผลงาน Art Collaboration จากศิลปิน Dee SweetDrug Studio  โดยมีชื่อว่า “ฉ่ำบุญและรินสุข” ซึ่งช้างทั้งสองตัวได้ถูกออกแบบให้มีงวง 3 งวง เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี โดยงวงที่ 1 ทำหน้าที่ดึงดูดโชคลาภให้ทุกคนฉ่ำบุญ งวงที่ 2 คอยกวักผู้คนและมิตรภาพที่ดี งวงที่ 3 ทำหน้าที่รินสุขให้ทุกคนตลอดปีและตลอดไป  พร้อมปรากฏข้อความมงคลบนตัวช้างซึ่งสื่อถึงคำอวยพรมากมาย นอกจากนี้ไอคอนสยามยังใส่ใจในความปลอดภัยในการเล่นน้ำของเด็กและทุกคนในครอบครัว จัด Kids Zone โซนพิเศษสำหรับเด็กเล็กเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยโซนเป่าแห้งพลังงานสะอาดจาก Solar Cell เพื่อให้ทุกท่านสามารถใช้เวลากับครอบครัวหลังจากเล่นน้ำได้ภายในไอคอนสยามอีกด้วย 
 • THAICONIC ENTERTAINMENT สนุกสุดมันกับปรากฏการณ์ความบันเทิงแบบจัดเต็ม โดยรวมศิลปินและไอคอนแห่งยุคมาสร้างสีสันให้เทศกาลสงกรานต์ และมินิคอนเสิร์ตจาก 76 ศิลปินชั้นนำ และกองทัพศิลปินอีกมากมายกว่า 300 ชีวิต  เปิดให้ชมฟรีทุกวัน อาทิ  ซี-นุนิว, เติ้ล เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, นิวคันทรี่, ศรราม น้ำเพชร, ต้าห์อู๋-ออฟโรด, ริวจิน-แพทจิ, นิวคันทรี, KT KRATAE, DOMUNDI GEN 5, ALTERS, INC MATAWEE, CIR*CRL, 4EVE, ATLAS, แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก เป็นต้น และอีกหนึ่งความสนุกในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กับบทเพลงที่สะท้อนถึงมิติแห่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทย “มงเท่งมง สงกรานต์ดีใจ” ประพันธ์คำร้อง-ทำนอง โดยคุณประภาส ชลศรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561 สาขาศิลปะการแสดง ประเภทดนตรีสากลและนาฏศิลป์สากล ซึ่งมาพร้อมกับเสียงสะท้อนความสุขผ่านกลองยาว หนึ่งในเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีไทยที่จะปลุกความครึกครื้นและความสนุกสนานให้ทวีคูณยิ่งขึ้น
 • THAICONIC HERITAGE สุขใจวิถีไทย ชมขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตรตระการตา ถ่ายทอดความงดงามของมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมไฮไลต์พิเศษครั้งแรกกับการปรากฏตัวของไอคอนแห่งยุค หลิง-ออม ในวันเสาร์ที่ 11 เมษายน  และ 4EVE ในวันจันทร์ที่ 13 เมษายน ในบทบาทของนางสงกรานต์ “รากษสเทวี” ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีไทยสู่สายตาผู้คนจากทั่วโลก พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยต้นตำรับและเมนูพื้นถิ่นจากทั่วประเทศ ณ เมืองสุขสยาม รวมถึงเมนูคลายร้อนทั้งไทยและนานาชาติจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 170 ร้าน ภายในไอคอนสยาม 
 • THAICONIC BLESSED BEGINNINGS สิริมงคล รับพลังบุญ ต้อนรับปีใหม่ไทย ด้วยการสรงน้ำพระปางประทานพร ณ ริเวอร์ พาร์ค  พร้อมอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์จาก 9 วัดดังเสริมความสิริมงคลสำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความสุข ความศรัทธา และความเจริญรุ่งเรือง เสริมพลังชีวิตและความเป็นสิริมงคล

สัมผัสสงกรานต์วิถีไทย “มหาศรัทธาแห่งแม่น้ำมูล สู่เจ้าพระยา” ณ เมืองสุขสยาม
สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ จัดงาน  “สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน” ภายใต้แนวคิด “มหาศรัทธาแห่งแม่น้ำมูล สู่ปฐพีบุญลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2569 ขอเชิญกราบสักการะและสรงน้ำ หลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 700 ปี จากวัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) จังหวัดอุบลราชธานี พระอุปคุต และพระประจำวันเกิด เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปะวัฒนธรรม และลิ้มรสชาติเสน่ห์ของอาหารไทย 4 ภาค ในบรรยากาศตลาดน้ำ และตลาดบกท่ามกลางบรรยากาศงานเฉลิมฉลองสุดรื่นเริง และช็อปผลิตภัณฑ์สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านจากโครงการ รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย 

สัมผัสเสน่ห์พื้นถิ่น สงกรานต์ไทย 4 ภาค ณ ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม)
 ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยจัดงาน ‘ICS THAICONIC SONGKRAN 2026’ ชวนเสริมสิริมงคลสรงน้ำพระ 4 ภาคได้แก่ หลวงพ่อโสธร ภาคกลาง พระพุทธสิหิงค์ ภาคใต้ พระพุทธชินราช ภาคเหนือ และหลวงพ่อพระใส ภาคอีสาน  และสนุกไปกับการประกวดแข่งขันเต้นเพลงสงกรานต์ใจดี และร่วมเชียร์พร้อมส่งกำลังใจให้กับการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ในธีมชุดผ้าไทยร่วมสมัย  การประกวดร้องเพลง 3 วัย และสนุกสุดมันไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมายที่จะมาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ให้เต็มไปด้วยความสุขต้อนรับปีใหม่ไทย ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ Event Space ชั้น M  

ช็อปฉุ่มช่ำ กับแคมเปญโปรโมชั่นสุดคุ้ม
นอกจากนี้ไอคอนสยามยังเดินหน้ากระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลด้วยแคมเปญ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION” ให้สมาชิก ONESIAM ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินผ่านการช็อปปิ้งสินค้าและบริการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ พร้อมรับสิทธิพิเศษ ระหว่างวันที่ 9 – 26 เมษายน 2569
 • ช็อปสินค้าหรือบริการครบ 1,200 บาทขึ้นไป แลกรับ กระเป๋ากันน้ำ พร้อม POSTCARD 5 ลาย (คละแบบ) ศิลปิน เติ้ล-เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, ริวจิน-แพทจิ และ DMD GEN 5 (รวม 4,500 สิทธิ์ตลอดรายการ) พร้อมเลือกรับเพิ่ม ที่นั่งชมมินิคอนเสิร์ต ระหว่างวันที่ 10 – 15 เม.ย.69 (จำกัด 2 สิทธิ์ / สมาชิก / วัน สูงสุด 12 สิทธิ์ / สมาชิก, รวม 1,100 สิทธิ์ตลอดรายการ)
 • ช็อปสินค้าหรือบริการครบ 7,000 บาทขึ้นไป แลกรับบัตรชมภาพยนตร์ ICON CINECONIC มูลค่า 300 บาท จำนวน 1 ที่นั่ง / สิทธิ์ (รวม 360 สิทธิ์ตลอดรายการ) 
 • พิเศษกับ โปรตัวเปียก!! สำหรับลูกค้าทั่วไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มราคาพิเศษ มูลค่า 50 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

ขณะที่ ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ร่วมสร้างสีสันต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ผ่านแคมเปญ “ICS SONGKRAN CELEBRATION ช็อปสนุก สาดให้สุด…อภิมหาสงกรานต์ไทย” ระหว่างวันที่ 9 – 26 เมษายน 2569 ชวนสมาชิก ONESIAM สะสมใบเสร็จจากการซื้อสินค้า บริการ หรือรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ภายในไอซีเอส เพื่อแลกรับของรางวัลมากมาย 
 • รวบรวมใบเสร็จครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับ กระเป๋ากันน้ำ POSTCARD 5 ลาย (คละแบบ) ศิลปิน เติ้ล-เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, ริวจิน-แพทจิ และ DMD GEN 5 (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ) พร้อมเลือกรับเพิ่ม ที่นั่งชมมินิคอนเสิร์ต ระหว่างวันที่ 10 – 15 เม.ย.69 (จำกัด 2 สิทธิ์ / สมาชิก / วัน, รวมสูงสุด 12 สิทธิ์ / สมาชิก, รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)
 • รวบรวมใบเสร็จครบ 3,500 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองแทนเงินสดจากร้านค้าโน Grab & Go มูลค่า 100 บาท (รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)
 • รวบรวมใบเสร็จครบ 15,000 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองแทนเงินสด จาก LOTUS’S PRIVE มูลค่า 400 บาท สำหรับใช้ครั้งถัดไป 800 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ (รวม 50 สิทธิ์ตลอดรายการ)
 • พิเศษกับ โปรตัวเปียก!! สำหรับลูกค้าทั่วไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มราคาพิเศษ มูลค่า 50 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

พร้อมชวนแต่งชุดไทยให้สง่างามสืบสานอัตลักษณ์ความงามแห่งความเป็นไทยในงาน“ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569
สำหรับสมาชิก ONESIAM หรือลูกค้าต่างชาติที่แต่งชุดไทยเข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2569 รับ Siam Gift Card มูลค่า 300 บาท (จำกัดจำนวน 300 สิทธิ์/วัน รวมทั้งสิ้น 600 สิทธิ์) ร่วมสัมผัสมหาปรากฏการณ์สงกรานต์ระดับโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และความภาคภูมิใจใน อัตลักษณ์ของชาติ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM