‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดี’สุชาติ’นั่ง รมว.ทส.

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดี'สุชาติ'นั่ง รมว.ทส.

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดี’สุชาติ’นั่ง รมว.ทส.

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.35 น.

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เพื่อแสดงความยินดีแก่ นายสุชาติ ชมกลิ่น ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมอบแก่ นายสุชาติ ชมกลิ่น ภายหลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– 006

‘หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบคร่าชีวิตในไม่กี่นาที ไม่เลือกวัย ไม่เลือกอาการ ต้องรู้เท่าทันก่อนสายเกินแก้

‘หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบคร่าชีวิตในไม่กี่นาที ไม่เลือกวัย ไม่เลือกอาการ ต้องรู้เท่าทันก่อนสายเกินแก้

‘หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบคร่าชีวิตในไม่กี่นาที ไม่เลือกวัย ไม่เลือกอาการ ต้องรู้เท่าทันก่อนสายเกินแก้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงาน นักกีฬา หรือผู้ที่คิดว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง กลไกสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วคือ การเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงของหัวใจ ไม่ใช่ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังอย่างที่เข้าใจ ซึ่งจะทำให้หัวใจหยุดทำงานภายในเสี้ยววินาที และหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องทันที โอกาสรอดชีวิตจะต่ำมาก

นพ. ณัฐพล เก้าเอี้ยน อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า กลไกอันตรายเริ่มต้นจากภาวะเต้นผิดจังหวะรุนแรง เช่น Ventricular Tachycardia (VT) หรือ Ventricular Fibrillation (VF) ภาวะเหล่านี้คือการที่หัวใจห้องล่างเกิดการสั่นพริ้ว (Fibrillation) จนสูญเสียประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือด แม้หัวใจจะยังดูเหมือนมีการเคลื่อนไหว แต่เลือดไม่สามารถถูกส่งไปเลี้ยงสมองได้ ผู้ป่วยจึงล้มลง หมดสติทันที หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องและทันท่วงที โอกาสรอดชีวิตจะลดลงจนแทบเป็นศูนย์

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ผู้ป่วยจำนวนมากดูแข็งแรงดีมากก่อนเกิดเหตุ บางคนยังยิ้ม พูดคุย หรือวิ่งออกกำลังกาย แต่ในวินาทีต่อมา หัวใจอาจสั่นพริ้วจนเหมือนหยุดเต้น และอาการแรกของบางคนคือการล้มลงทันที”

สาเหตุพื้นฐานของการเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงมีหลายประเด็น โดยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน (Acute Coronary Artery Disease) เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง เกิดจากคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจแตกและอุดตันฉับพลัน ทำให้หัวใจขาดเลือดกะทันหัน และกระตุ้นให้เกิดภาวะเต้นผิดจังหวะอันตรายได้ทันทีแม้บางรายเพิ่งตรวจสุขภาพและผลตรวจยังปกติ เพราะคราบไขมันแตกสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาโดยไม่มีสัญญาณเตือน

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่มักถูกมองข้าม เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น Dilated Cardiomyopathy (หัวใจโตและบีบตัวอ่อนแรง) หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy (ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว) รวมถึง Myocarditis การอักเสบจากติดเชื้อ และรอยแผลเป็นในกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งสามารถทำให้ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติจนเกิดภาวะหยุดเต้นได้ ขณะเดียวกัน โรคทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น Brugada syndrome และ Long QT syndrome ก็เป็นปัจจัยอันตราย โดยเฉพาะ Brugada syndrome ซึ่งพบมากในคนไทยและเป็นสาเหตุสำคัญของ “การใหลตาย”

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ส่วนใหญ่มักเกิดจากไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น เช่น การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสูง การหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) การใช้ยาบางชนิด และการใช้สารเสพติด  

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น หรือเคยวูบหมดสติแม้เพียงครั้งเดียว ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจเชิงลึก เพราะอาจเป็นสัญญาณของระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติหรือโรคหลอดเลือดหัวใจซ่อนตัว น่าตกใจที่ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการเตือนมาก่อน ต่างจากความเข้าใจทั่วไปที่คิดว่าหัวใจจะต้องเจ็บหน้าอกเป็นเวลานานก่อนเกิดเหตุจริง  ความจริงคือ อาการแรกของบางคน คือการล้มลงทันที 

ดังนั้น การตรวจหัวใจอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง (เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันสูง, สูบบุหรี่, อ้วน, หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ)  แพทย์อาจใช้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), เอกซเรย์ทรวงอก, ตรวจเลือด, อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo), การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยสายพาน (Stress test) หรือ MRI หัวใจ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ และหากสงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อาจพิจารณาทำการสวนหัวใจ และทำบอลลูนหรือผ่าบายพาส ทั้งหมดเพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงรุก ป้องกันเหตุร้ายที่ไม่ควรเกิด

เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การทำ CPR ช่วยพยุงการไหลเวียนเลือดไปยังสมองได้ชั่วคราว แต่สิ่งที่มีบทบาทในการช่วยชีวิต คือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ซึ่งสามารถช็อกหัวใจที่สั่นพริ้วให้กลับมาทำงานตามปกติได้ทันที การกดหน้าอกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากมี AED อยู่ใกล้ โอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า นี่คือเหตุผลที่พื้นที่สาธารณะควรมีเครื่อง AED ให้พร้อมใช้งาน และประชาชนควรได้รับการอบรม CPR ขั้นพื้นฐาน”

อย่างไรก็ตาม การป้องกันคือ เกราะที่ดีที่สุด การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มและหวานจัด งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงสารเสพติด ลดความเครียด ควบคุมโรคประจำตัว และตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติที่ร่างกายกำลังบอกเรา

ฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ อย่าให้การออกกำลังกาย กลายเป็นความเสี่ยง

ฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ อย่าให้การออกกำลังกาย กลายเป็นความเสี่ยง

ฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ อย่าให้การออกกำลังกาย กลายเป็นความเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนตั้งเป้าหมาย “การออกกำลังกาย”  นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีต่อสุขภาพและช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า หากหัวใจของเราไม่แข็งแรงเพียงพอ การออกกำลังกายหนักเกินไปอาจกลายเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

พญ. ณหทัย ฉัตรสิงห์ (ว.36429) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจก่อนออกกำลังกาย เพราะในบางกรณีผู้ที่ดูเหมือนจะมีสุขภาพแข็งแรง กลับเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันขณะออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะหัวใจที่แฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว การตรวจเช็กสภาพหัวใจก่อนเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หัวใจต้องพร้อมก่อนร่างกาย

ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายที่เข้มข้น เช่น การวิ่งมาราธอน ปั่นจักรยานระยะไกล หรือฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างหนัก ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยเฉพาะการตรวจประเมินสภาพหัวใจ ซึ่งอาจรวมถึงการซักประวัติ การตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจอัลตราซาวน์หัวใจ( Echocardiogram) การตรวจ CT หรือ MRI ในคนที่มีความเสี่ยงบางอย่างหรือตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจเบื้องต้น

การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าหัวใจของคุณทำงานได้ดีในภาวะปกติและขณะออกแรงมากน้อยเพียงใด อีกทั้ง การประเมินช่วยให้คุณรู้ว่าควรออกกำลังกายระดับใดจึงเหมาะและปลอดภัยกับคุณ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือเป็นลมขณะออกกำลังกายหรือใช้แรงเยอะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนจะฝืนออกกำลังกายอย่างหนัก

รู้จักฟังร่างกายตัวเอง

แม้จะตรวจหัวใจและได้รับคำแนะนำแล้ว การรู้จักฟังสัญญาณจากร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญ การค่อยๆ เพิ่มระดับความหนักของการออกกำลังกายอย่างเป็นขั้นตอน และมีช่วงเวลาอบอุ่นร่างกาย (warm up) และคลายกล้ามเนื้อ (cool down) อย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาระต่อหัวใจและป้องกันภาวะฉุกเฉินได้ดี ผู้ที่ออกกำลังกายควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ แน่นหน้าอก หายใจไม่ทัน หรือรู้สึกหน้ามืด ควรหยุดกิจกรรมนั้นทันทีและไปพบแพทย์

สุขภาพดีเริ่มจากความเข้าใจ

การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง แต่อย่าลืมว่าการดูแลหัวใจก่อนจะเริ่มออกแรงอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหัวใจคือกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักและสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย และการดูแลให้พร้อมก่อนเสมอ จะทำให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกายแบบสายสุขภาพ หรือเป็นนักกีฬาที่ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง การตรวจสุขภาพหัวใจก่อนออกกำลังกายหนัก เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการหัวใจขาดเลือดหรือภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อย่าให้ความตั้งใจในการดูแลสุขภาพต้องสะดุดเพราะละเลยหัวใจของตัวเอง

ทั้งนี้  หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์หัวใจและทรวงอก (Cardiology Center)  โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej

มหาปรากฏการณ์รับซัมเมอร์ กับ 4 โกลบอลเดสติเนชั่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ครบทุกมิติแห่งดนตรี ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม

มหาปรากฏการณ์รับซัมเมอร์ กับ 4 โกลบอลเดสติเนชั่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ครบทุกมิติแห่งดนตรี ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม

มหาปรากฏการณ์รับซัมเมอร์ กับ 4 โกลบอลเดสติเนชั่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ครบทุกมิติแห่งดนตรี ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซัมเมอร์ปีนี้ สยามพิวรรธน์ เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้สร้างสรรค์จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก ผ่านการผนึกพลังของ 4 เดสติเนชันสำคัญ ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม  เนรมิตสีสันแห่งฤดูกาลแห่งความสุขอย่างยิ่งใหญ่ สร้างสรรค์กิจกรรมและประสบการณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว ครอบคลุมทั้งความบันเทิง ศิลปะ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมไทย และแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้ออกมาสัมผัสซัมเมอร์ในมิติที่หลากหลายและเหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง  

สยามพารากอน สร้างปรากฏการณ์รับซัมเมอร์อย่างยิ่งใหญ่กับงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026”   10 – 15 เมษายน 2569

มิวสิคเฟสติวัลใจกลางเมืองที่ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงสู่เวทีระดับเวิลด์คลาส รวบรวมศิลปินกว่า 150 ชีวิต มาร่วมปลุกพลังแห่งฤดูร้อนให้มีชีวิตชีวาตลอดเทศกาล ท่ามกลางบรรยากาศสีสันสดใสและการออกแบบพื้นที่ที่ผสานเสน่ห์ไทยเข้ากับความร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยกิจกรรมหลากหลาย อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของสยามพารากอน คือการเปิดมุมมองใหม่ของเทศกาลสงกรานต์ผ่าน“NEXTOPIA: Culture of Tomorrow” ที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ผ่านแนวคิดแห่งอนาคตและความยั่งยืน โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กเจดีย์คริสตัลจากวัสดุรีไซเคิล กิจกรรมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ และโชว์ดนตรีร่วมสมัยที่ผสมกลิ่นอายไทยไว้อย่างมีชั้นเชิง สะท้อนภาพของการเฉลิมฉลองซัมเมอร์ที่ทั้งสนุก มีสไตล์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียล้ำเทรนด์ ท่องไปในโลกคาร์นิวัลสุดครีเอทีฟกลางเมือง กับงาน “SIAM CENTER x Jolly Bears: THE SUMMER CARNIVAL” วันนี้ – 4 พฤษภาคม 2569

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียล้ำเทรนด์ ร่วมฉลอง 40 ปี Jolly Bears เยลลี่รูปหมีขวัญใจคนไทยทุกเจน เนรมิตพื้นที่สู่คาร์นิวัลสุดครีเอทีฟ ในงาน “SIAM CENTER x Jolly Bears: THE SUMMER CARNIVAL”พบกับ Experience Space และ Giant Jolly Bears หลากสีสัน ในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันสุดปังให้ได้อินไปกับโลกของ Jolly Bears ในธีม Summer Carnival คลายร้อนไปกับ ‘Summer Playground & Splash Pool’ แลนด์มาร์คซัมเมอร์กลางเมืองพร้อมมุมถ่ายรูปและกิจกรรมตักหมีใส่ขวดได้แบบไม่อั้น  พร้อมเลือกช้อปไอเทม Limited Edition จากแบรนด์ดัง และเวิร์กช็อปสุดคูล ห้ามพลาด! ความสดชื่นเอ็กซ์คลูซีฟหนึ่งเดียวในโลกกับ Jolly Bears รส ‘อัญชันน้ำผึ้งมะนาว’ ที่จะปลุกความสดใสในตัวคุณอีกครั้ง

สยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่กับแคมเปญ “The Summer Exploratorium”

ชวนสายแฟและสายเทคมา Come Play With Us ในแคมเปญ “The Summer Exploratorium” พื้นที่ค้นหาตัวตนและแรงบันดาลใจใหม่ๆ สำรวจแฟชั่น เทคโนโลยี และเมนูพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อซัมเมอร์นี้ พร้อมมิกซ์แอนด์แมตช์ลุคใหม่ในบรรยากาศสุดโมเดิร์น จุดหมายของสาย Lifestyle Experiment ที่อยากสนุกกับสงกรานต์อย่างมีสไตล์

ไอคอนสยาม มหาปรากฏการณ์แห่งความสุขรับปีใหม่ไทยกับงาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” 10 – 15 เมษายน 2569

ไอคอนสยามมอบประสบการณ์แบบ THAICONIC ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงแห่งยุค นำความสนุกสนานของ Water Festival เข้ากับความงดงามของมรดกวัฒนธรรมไทยอย่างวิจิตรตระการตา ภายใต้แนวคิดการยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Water Landmark ช้างไทยพ่นน้ำขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การแสดงจากศิลปินชั้นนำจำนวนมาก ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดตระการตา การแสดงทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รวมถึงกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย ทั้งการสรงน้ำพระ และการเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยน้ำมนต์จาก 9 วัดดัง นำเสนอประสบการณ์สงกรานต์ที่ครบทั้งความสนุก ความสุข ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และความยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ

การรวมพลังของทั้ง 4 เดสติเนชันในครั้งนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มสยามพิวรรธน์ในการสร้างสรรค์กิจกรรมระดับประเทศและระดับโลก และตอกย้ำบทบาทของการเป็นผู้สร้าง Global Experiential Destination ที่ก้าวไกลกว่าการเป็นศูนย์การค้า สู่การเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิต การท่องเที่ยว การค้นพบ และการสร้างความทรงจำร่วมกันของผู้คนจากทั่วโลกในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความสุข สีสัน และแรงบันดาลใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

ประกาศความพร้อม ‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ บนเวที Art Basel Hong Kong ผลักดันศิลปะไทยสู่สายตาโลก

ประกาศความพร้อม ‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ บนเวที Art Basel Hong Kong ผลักดันศิลปะไทยสู่สายตาโลก

ประกาศความพร้อม ‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ บนเวที Art Basel Hong Kong ผลักดันศิลปะไทยสู่สายตาโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ประกาศความพร้อมจัดงานนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” และเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” บนเวที Art Basel Hong Kong ณ โรงแรม Grand Hyatt ฮ่องกง เพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ภัณฑารักษ์ ศิลปิน แกลเลอรี และสื่อมวลชนนานาชาติ พร้อมนำเสนอภาพรวมโครงการสำคัญที่จะจัดขึ้น   ณ นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี และกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอแนวคิดและวิสัยทัศน์ของนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งจากการจัดแสดงครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ Palazzo Rocca Contarini Corfù นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง (Collateral Event) ในมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61 พร้อมเชื่อมโยงสู่ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก กำหนดจัดขึ้นในทุกๆ 2 ปี ภายใต้แนวคิดใหม่ “นางฟ้า ผจญมาร” (Angles and Mara) โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของศิลปะร่วมสมัยในการเชื่อมโยงบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ และขอขอบคุณ บริษัท        ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก กุลพัทธ์ ยันตรศาสตร์ และ Remy Jarry สองภัณฑารักษ์ของ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” ร่วมแนะนำตัว และแบ่งปันมุมมองเชิงภัณฑารักษ์ ถ่ายทอดแนวคิดและทิศทางการทำงานสำหรับมหกรรมศิลปะในครั้งถัดไป

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการกล่าวต้อนรับจาก เบอร์นาร์ด ชาน ประธานคณะกรรมการ องค์การเขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก ที่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ พร้อมแสดงความยินดีต่อความร่วมมือระหว่างเครือข่ายศิลปะในเอเชียและเวทีโลก และช่วงท้ายของงานเป็นกิจกรรมสร้างเครือข่ายอย่างเป็นกันเอง โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิลปิน ภัณฑารักษ์ และสื่อมวลชนจากหลากหลายประเทศ

การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายศิลปะร่วมสมัยทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมสร้างการรับรู้และความคาดหวังต่อการจัดแสดงผลงานที่จะเกิดขึ้นในนครเวนิส และกรุงเทพมหานครในปี 2569 ต่อไป

Tod’s อวดโฉม Spring Summer 2026 Metal Dots

Tod’s อวดโฉม Spring Summer 2026 Metal Dots

Tod’s อวดโฉม Spring Summer 2026 Metal Dots

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Tod’s เผยโฉมคอลเลกชัน Metal Dots ซึ่งพัฒนาต่อยอดไอคอนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานมรดกแห่งงานฝีมือผสานเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว หัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้คือ รองเท้าโลฟเฟอร์ Gommino อันเป็นสัญลักษณ์เหนือกาลเวลาแห่งไลฟ์สไตล์แบบอิตาลี โดยได้รับการตีความใหม่ผ่านรายละเอียดปุ่มโลหะสีทอง สะท้อนอัตลักษณ์ของคอลเลกชันที่เปี่ยมด้วยความโดดเด่นแต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามอันเรียบง่าย

ดีเทลปุ่มโลหะเหล่านี้ได้รับการประดับอย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือของ Tod’s พร้อมยกระดับทั้งรองเท้าและกระเป๋า ทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในด้านองค์ความรู้และความเป็นเลิศแห่งงานฝีมือ ก่อกำเนิดเป็นความสง่างามแบบอิตาลีที่ได้รับการตีความใหม่ ที่ซึ่งประเพณีและความคิดสร้างสรรค์หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

รองเท้าโลฟเฟอร์ Metal Dots Gommino ตีความความประณีตในรูปแบบที่สบายอย่างเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยปุ่มโลหะบริเวณส้นรองเท้า เพื่อถ่ายทอดดีเทลปุ่มยาง Rubber pebble อันเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบใหม่ โดยดีไซน์ใหม่นี้นำเสนอความประณีตที่เรียบง่ายแต่ตราตึงใจ รังสรรค์ขึ้นจากหนังนูบัคคุณภาพสูงในสไตล์รองเท้าโลฟเฟอร์ทรง Slip-on มอบความสง่างามอันผ่อนคลาย ประดับด้วยโลโก้ตัว T และพื้นรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Tod’s ในฐานะสัญลักษณ์แห่งงานฝีมือทุกสมัย นอกจากนี้ยังมาในรูปแบบพื้นยางที่ทำให้รองเท้าโลฟเฟอร์ Metal Dots แลดูเรียบหรูยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับโอกาสที่เป็นทางการ

นอกจากนี้ Tod’s ยังสานต่อดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สู่หมวดกระเป๋าในสไตล์ใหม่ โดยนำเสนอผ่านกระเป๋า Metal Dots อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามร่วมสมัย

กระเป๋า Metal Dots โดดเด่นด้วยซิลูเอตทรงพระจันทร์เสี้ยว รูปทรงที่นุ่มนวลและพลิ้วไหว รวมถึงโครงสร้างด้านข้างที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อโอบรับปุ่มโลหะ Gommini ดูโดดเด่นสะดุดตา โดยปุ่มแต่ละชิ้นได้รับการประดับอย่างประณีต สะท้อนถึงความแม่นยำด้านงานฝีมือและคุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์ของ Tod’s กระเป๋า Metal Dots รังสรรค์ขึ้นเพื่อการใช้งานอันหลากหลาย มาพร้อมสายสะพายที่ปรับได้ โดยสามารถถือหรือสะพายบนไหล์ได้อย่างสง่างาม ผสมผสานการใช้งานเข้ากับความหรูหราประณีต นอกเหนือจากรูปแบบหนังลูกวัวนิ่ม กระเป๋า Tod’s Metal Dots ยังมาในดีไซน์หนังงู Python สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา

ดีเทลปุ่มโลหะนี้ถูกนำมาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ผ่านชาร์มห้อยกระเป๋าที่เข้ามาเติมเต็มคอลเลกชัน Metal Dots ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตามไปอัพเดทคอลเลกชัน Tod’s Spring Summer 2026 Metal Dots ได้บนเว็บไซต์ www.tods.com และที่บูติก Tod’s ทั่วโลก

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยแนวคิด Eco-Luxury

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยแนวคิด Eco-Luxury

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยแนวคิด Eco-Luxury

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท กำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวแบบหรูควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนที่ทันสมัยและหลากหลาย โดยรีสอร์ทมุ่งผสานการบริการระดับพรีเมียมเข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ พร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศภายในท้องถิ่น

ในด้านการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตทางทะเล รีสอร์ทมีโครงการเพาะเลี้ยงและปล่อย “ปลาฉลามกบ” ซึ่งช่วยฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศในท้องทะเล โดยการเพาะเลี้ยงและปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการัง นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทะเลผ่านนิทรรศการ “หญ้าทะเล” ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของหญ้าทะเลต่อระบบนิเวศใต้น้ำ รวมถึงกิจกรรม “Marine Walk” ที่เปิดโอกาสให้แขกได้สัมผัสความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณชายฝั่งของหาดพันวาอย่างใกล้ชิดในช่วงน้ำลง

นอกเหนือจากการอนุรักษ์ทะเล รีสอร์ทยังประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยได้ดำเนินนโยบายลดขยะอาหารอย่างจริงจัง ส่งผลให้สามารถคัดแยกและนำขยะกว่า 46,000 กิโลกรัมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านศูนย์คัดแยกของรีสอร์ท อีกทั้งยังยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในห้องพักทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ จดบันทึกความดีของผู้อื่น

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ จดบันทึกความดีของผู้อื่น

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ จดบันทึกความดีของผู้อื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                   ที่ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ หรือ เรเนสซองส์ (Renaissance) สมัยคริสตวรรษที่ 14-17 หรือสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งไม่มีเครื่องพิมพ์เอกสารหรือเครื่องถ่ายเอกสารเหมือนในปัจจุบัน มีชายคนหนึ่งนามว่า ลอเรนโซ (Lorenzo) เขาเป็น พนักงานคัดลอกเอกสารหรือ “อาลักษณ์” ผู้ต่ำต้อยที่ทำงานอยู่ในห้องสมุดเก่าๆ ของกรุงวาติกัน

                   ลอเรนโซไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีอำนาจ และไม่มีชื่อเสียงเหมือนจิตรกรเอกอย่างไมเคิลแองเจโล แต่เขามี “ดวงตาที่มองเห็นความดี” ทุกวันที่เขาเดินผ่านตลาดหรือจัตุรัสเมือง แทนที่จะบันทึกเพียงตัวเลขภาษีหรือโองการจากทางการ เขากลับใช้เวลาว่างจดบันทึกเรื่องราวเล็กๆ ที่คนมองข้ามลงในสมุดส่วนตัวที่ชื่อว่า “Il Diario della Gioia” (บันทึกแห่งความยินดี)

                   ในบันทึกของเขาไม่ได้เขียนถึงความสำเร็จของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยถ้อยคำที่แสดงความยินดีต่อผู้อื่น (ปัตตานุโมทนามัย)เช่น:

“วันนี้ข้าเห็นช่างปั้นดินเผาแบ่งปันน้ำดื่มให้คนพเนจร ข้ายินดีเหลือเกินที่หัวใจของเขางดงามยิ่งกว่าแจกันที่เขาปั้น”
“ขอร่วมอนุโมทนาในบุญของท่านหญิงผู้บริจาคผ้าไหมเพื่อทำเครื่องนุ่งห่มให้เด็กกำพร้า ความเมตตาของนางช่างเปล่งประกายกว่าอัญมณีบนคอ”

                   ลอเรนโซไม่ได้ทำความดีเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่เขารู้สึก “อิ่มเอม” และ “ยินดี” ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้กระทำเอง เขารู้สึกว่าโลกนี้ช่างโชคดีที่มีคนดีๆ อยู่รอบตัว

                   วันเวลาผ่านไป ลอเรนโซเสียชีวิตลง สมุดบันทึกส่วนตัวของเขาถูกทิ้งไว้ในซอกชั้นหนังสือ จนกระทั่งเมีผู้ใหญ่ระดับสูงคนหนึ่งมาพบเข้า เมื่อได้อ่านถ้อยคำที่ลอเรนโซบรรจงเขียนด้วยลายมืออันวิจิตรและเต็มไปด้วยพลังแห่งการชื่นชมความดีของผู้อื่น เขาก็ถึงกับหลั่งน้ำตา

                   ผู้ใหญ่ท่านนั้นสั่งให้คัดลอกบันทึกนี้และแจกจ่ายไปทั่วอิตาลี เรื่องราวความดีเล็กๆ ที่ลอเรนโซบันทึกไว้อย่างจริงใจ กลายเป็นตำนานของแผ่นดิน และเป็นกระจกสะท้อนให้ชาวเมืองเห็นว่า “การมองเห็นความดีของผู้อื่นและการร่วมยินดีนั้น เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การให้ทานด้วยทรัพย์”

                   ผู้คนเริ่มหยุดริษยากัน เปลี่ยนจากการ  “จับผิด”  มาเป็นการ “จับดี” และร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของเพื่อนบ้านตามแบบอย่างในบันทึกของอาลักษณ์ ชื่อของลอเรนโซจึงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่ในฐานะวีรบุรุษสงคราม แต่ในฐานะ “ผู้รักษาแสงสว่างแห่งความดี” ผ่านการอนุโมทนาบุญนั่นเองครับ

                   เรียบเรียงจากเอกสารอิตาลี เรื่อง “บันทึกของอาลักษณ์” “Il Diario dell’Ammanuense” (The Scribe’s Diary) ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

CINDY CHAO ร่วมเปล่งประกายในค่ำคืนแห่งศิลปะ ณ Bangkok Kunsthalle

CINDY CHAO ร่วมเปล่งประกายในค่ำคืนแห่งศิลปะ ณ Bangkok Kunsthalle

CINDY CHAO ร่วมเปล่งประกายในค่ำคืนแห่งศิลปะ ณ Bangkok Kunsthalle

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

A Night in the Healing Forest งานกาลาดินเนอร์ระดมทุนซึ่งจัดขึ้นโดย มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Kunsthalle และ Khao Yai Art Forest สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาศิลปะทั้งในระดับนานาชาติและท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และสร้างระบบนิเวศทางความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน และเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ Cindy Chao (ซินดี้ เชา) ศิลปินจิวเวลรี่และผู้ก่อตั้งแบรนด์ CINDY CHAO The Art Jewel ได้ร่วมมอบอาร์ตจิวเวลสองชิ้นเข้าสู่การประมูล โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามและเกิดการแข่งขันการประมูลอย่างคึกคักผลงานทั้งสองชิ้นสามารถทำยอดรวมได้ถึง 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินก่อนการขายเกือบสามเท่า

นอกเหนือจากการเป็นเวทีจัดแสดงผลงานอันโดดเด่น งานกาลาครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการศิลปะและโปรแกรมการศึกษาในท้องถิ่น โดยรายได้จากการประมูลจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการศิลปินพำนัก นิทรรศการ และโอกาสทางการเรียนรู้ เพื่อให้ทั้งศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินที่มีชื่อเสียงสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแล การทดลอง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

Cindy Chao กล่าวถึงบทบาทของตนเองว่า “ในฐานะศิลปิน ฉันเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่ให้การสนับสนุน กำลังใจจากนักสะสมและชุมชนศิลปะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเส้นทางและการเติบโตของศิลปิน เราไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานเพียงลำพัง แต่เติบโตผ่านความไว้วางใจ การสนับสนุน และแรงเกื้อหนุนที่สัมพันธ์กัน”

การเข้าร่วมครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเธอในการส่งเสริมศักยภาพของศิลปินและพัฒนาการศึกษาด้านศิลปะทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ผลงานทั้งสองชิ้นที่นำเสนอในการประมูล ได้แก่ผลงานล่าสุดประจำปี 2026 ของ CINDY CHAO ได้แก่ Maple Earrings และ Foliage Earrings จาก White Label Collection โดยผลงานเหล่านี้ถ่ายทอดวัฏจักรของธรรมชาติออกมาในรูปแบบของเครื่องประดับเชิงประติมากรรม โดดเด่นด้วยเพชรที่ประดับบนไทเทเนียมและรายละเอียดทองคำ 18K ซึ่งสะท้อนช่วงเวลาชั่วขณะของธรรมชาติและคงไว้เป็นผลงานศิลปะเหนือกาลเวลา ขณะที่ Maple Earrings ยังได้รับเลือกให้ปรากฏบนหน้าปกแคตตาล็อกการประมูล และต่อมาได้กลายเป็นผลงานไฮไลต์ที่ทำราคาสูงสุดของการประมูลครั้งนี้

นอกจากนั้น Cindy Chao ยังย้ำถึงความเชื่อที่เธอยึดมั่นมาอย่างยาวนานว่า ศิลปะสามารถก้าวข้ามขอบเขตของศาสตร์และพรมแดน การสนับสนุนโครงการนี้จึงช่วยขยายพลังของพันธกิจร่วมในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ สนับสนุนศิลปิน และทำให้ศิลปะยังคงเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับคนรุ่นต่อไป

CINDY CHAO The Art Jewel โดย Cindy Chao เป็นแบรนด์จิวเวลรี่ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านผลงานศิลปะ “เชิงสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และธรรมชาติ” อันเป็นเอกลักษณ์ และได้รับความนิยมจากนักสะสมทั่วโลก ผลงาน Black Label Masterpieces อันเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านศิลปะและเทคนิคผสานอัญมณีหายากเข้ากับการออกแบบที่ล้ำสมัย แบรนด์ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานศิลปะระดับนานาชาติ เช่น Biennale des Antiquaires, TEFAF และ Masterpiece London และสร้างสถิติในเวทีการประมูลระดับโลก อีกทั้ง ยังเป็นแบรนด์จิวเวลรี่เอเชียเพียงรายเดียวที่มีผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Smithsonian National Museum of Natural History, Musée des Arts Décoratifs, Victoria and Albert Museum ซึ่งตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะ “จิวเวลระดับพิพิธภัณฑ์”

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในช่วงที่อุณหภูมิสูงหรือสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน (Heat-related illness) สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หนึ่งในภาวะที่มีความรุนแรงที่สุดคือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคลมแดด ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์ อายุรแพทย์เวชบำบัดวิกฤต  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (core body temperature) สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต และอวัยวะสำคัญหลายระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ฮีทสโตรก (Heatstroke) คืออะไร

เป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสะสมมากเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว (thermoregulatory failure) ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ภาวะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน สภาพอากาศที่มีทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง ภาวะขาดน้ำเมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อหรือการไหลเวียนเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการของฮีทสโตรกที่ควรสังเกต

มักเริ่มจากอาการของความเครียดจากความร้อน (heat stress) ก่อน และอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ ไม่มีเหงื่อออกแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน กระหายน้ำอย่างมาก ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วหรือหอบ ผิวหนังแดงหรือร้อน กระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลง ในบางกรณี หากภาวะรุนแรงขึ้น อาจเกิด อาการชัก หมดสติ และภาวะหัวใจหยุดเต้นเนื่องจากฮีทสโตรกสามารถดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว การรับรู้สัญญาณเตือนและได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสงสัยภาวะฮีทสโตรก

หากพบผู้ที่มีอาการสงสัยภาวะฮีทสโตรก ควรดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งรีบนำส่งโรงพยาบาล แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ เคลื่อนย้ายผู้มีอาการไปยังบริเวณที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเท ให้ผู้ป่วยนอนราบ และยกขาเล็กน้อยเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อลดการกักเก็บความร้อน ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และศีรษะ ใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาจให้จิบน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หลังจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้การดูแลตามความเหมาะสม

กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน ในทางคลินิก แพทย์มักพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกับอาการทางร่างกายและสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะที่เกิดขึ้น

แนวทางการป้องกันฮีทสโตรกในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ในหลายกรณีสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม ควรเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือออกกำลังกาย อาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามความเหมาะสมของกิจกรรม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มกระตุ้น อาจเพิ่มการขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นเลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่น สามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้นป้องกันร่างกายจากแสงแดด การสวมหมวก แว่นกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด สามารถช่วยลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง