ฟีลกู๊ดทะลุองศา’7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’ดับร้อนกับเพลงที่คิดถึง

ฟีลกู๊ดทะลุองศา'7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล'ดับร้อนกับเพลงที่คิดถึง

ฟีลกู๊ดทะลุองศา’7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’ดับร้อนกับเพลงที่คิดถึง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

ซัมเมอร์นี้ห้ามพลาด ! “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ล็อกเป้าฟีลกู๊ด “ก้อง สหรัถ & Benja Band” เสริมทัพความสนุกจัดเต็มกับ “MR.TEAM” วันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้

ต้อนรับอากาศร้อนในเดือนเมษายนนี้  ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เสิร์ฟเพลงไพเราะชุดใหญ่ “ก้อง สหรัถ & Benja Band” และMR.TEAM บนเวทีฟรีคอนเสิร์ตระดับตำนาน 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” การันตีความสุข สนุกเหมือนเดิม พบกับพิธีกรคู่หูคู่เดิม เจด้า-ศรัณย่า และแอมป์-พีรวัศที่แสตนบายเอนเตอร์เทนความสุขให้กับแฟน ๆ เช่นเดิมเตรียมล็อกวันมาจัดเต็มทุกความสุข สนุกเต็มอิ่มกับศิลปินในดวงใจได้เลย ย้ำกันอีกครั้ง งานนี้เข้าชมฟรี !แล้วมาพบกัน วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ณ ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค หรือร่วมรับชมถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30-17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD และ Bugaboo.tv  ที่มันไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น. ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com   

แรงแบบฉุดไม่อยู่! ‘เก้า สุภัสสรา’ Sold Out แฟนมีตทั้งไทย-ไทเป ภายในพริบตา!

แรงแบบฉุดไม่อยู่! 'เก้า สุภัสสรา' Sold Out  แฟนมีตทั้งไทย-ไทเป ภายในพริบตา!

แรงแบบฉุดไม่อยู่! ‘เก้า สุภัสสรา’ Sold Out แฟนมีตทั้งไทย-ไทเป ภายในพริบตา!

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.33 น.

นาทีนี้ต้องยอมให้ความจึ้งของนักแสดงแถวหน้าที่มีภาพจำชัดเจน   ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร แฟนคลับทั้งชาวไทยและอินเตอร์ ก็พร้อมซัพพอร์ตแบบ 100%!  เก้า สุภัสสรา”  นักแสดงสาวสุดฮอตที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ความปังระดับโกลบอลพุ่งทะยานไม่หยุด  ล่าสุดประกาศจัดงาน Fanmeeting เดี่ยวครั้งแรก  ทำเอาชาวด้อมหวีดสะเทือนจนเกิดปรากฏการณ์ บัตรหายวับไปกับตา” ทั้งในไทยและไทเป

ถ้าจะบอกว่าความปังฉบับตัวมัมก็ไม่ผิด บัตรแฟนมีตติ้งทั้งที่ ไทย และ ไทเป ถูกโซลเอาท์เกลี้ยงทันทีที่เปิดระบบ แฟนคลับที่กดทันคือแต้มบุญสูงมาก พูดเลย!

เก้าขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ ที่รักกันขนาดนี้ แล้วเจอกันนะคะ!”  เก้าฝากข้อความถึงแฟนๆ หลังจากเห็นกระแสตอบรับดีเกินคาด 

สำหรับใครที่มีบัตรในมือแล้ว ตั้งสติมาให้พร้อม แล้วมาเจอเก้าทั้ง2งาน! ส่วนใครที่พลาดไป รอติดตามข่าวสารดีๆ หรืออาจมีเซอร์ไพร์ส ได้ที่ Official Account ของเก้าได้เลย!

#KaoSupassara #KaoSupassaraFanmeet #เก้าสุภัสสรา #SoldOut  #แฟนมีตติ้ง

ช่อง 7HD ส่ง ‘กุ๊กกิ๊ก-อีฟ’ ร่วมสืบสานประเพณีไทยเข้าพบ ‘คุณแหน ผาณิต’เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2569

ช่อง 7HD ส่ง ‘กุ๊กกิ๊ก-อีฟ’ ร่วมสืบสานประเพณีไทยเข้าพบ ‘คุณแหน ผาณิต’เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2569

ช่อง 7HD ส่ง ‘กุ๊กกิ๊ก-อีฟ’ ร่วมสืบสานประเพณีไทยเข้าพบ ‘คุณแหน ผาณิต’เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2569

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

ช่อง 7HD เดินหน้าสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงาม ล่าสุดส่งตัวแทน2นักแสดงสาวสวยมากความสามารถเข้ามอบความสุขและขอความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาส เทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย นำทีมโดยนางเอกสาวหน้าหวาน ‘กุ๊กกิ๊ก-กชกร ส่งแสงเติม จากละครพื้นบ้าน ‘แก้วหน้าม้า’ ที่ควงคู่มาพร้อมนักแสดงดาวรุ่งสาวสวย ‘อีฟ-กัญณัฐสินี ทรัพย์มี’ จากละครที่กำลังเป็นกระแสอย่าง ‘บ้านนางรำ เดินทางเข้าพบ คุณแหน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า เพื่อร่วมสวัสดีปีใหม่ไทย พร้อมนำพวงมาลัยดอกมะลิเข้ากราบขอพร และร่วม พิธีรดน้ำดำหัว ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวงการสื่อมวลชน ทางด้าน คุณแหน ผาณิต ได้ให้การต้อนรับอย่างเอ็นดู พร้อมทั้งกล่าวให้ศีลให้พรแก่สองนักแสดงสาว ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีผลงานละครที่เข้าไปอยู่ในใจแฟน ๆ ยิ่งขึ้นไป และขอให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงตลอดปี

เจ้านาย-จินเจษฎ์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายแห่งปี ในงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15

เจ้านาย-จินเจษฎ์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายแห่งปี ในงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15

เจ้านาย-จินเจษฎ์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายแห่งปี ในงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.17 น.

สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จัดงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15  (Thai Film Director Awards 15) เพื่อประกาศยกย่องชื่นชมมอบรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ผลงานของผู้กำกับ และเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาสู่สาธารณะชนได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบปีที่ผ่านมา และสร้างเสริมความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคีของบุคคลในวงการภาพยนตร์และเครือข่ายการทำงานที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ โดยผลภาพยนตร์ที่เข้าชิงในแต่ละสาขา ของงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย การลงคะแนนของ รางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เป็นระบบ One Man One Vote จากสมาชิก ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

โดยตัดสินจากภาพยนตร์ไทยตลอดทั้งปี 2568  จำนวนทั้งสิ้น 62 เรื่อง ไม่มีการจำกัดประเภทและจำนวนโรงฉาย และรวมถึงภาพยนตร์จากสตรีมมิ่งด้วย ผลรางวัลดังนี้

1. รางวัลดวงกมล ลิ่มเจริญ  
“นักทำหนังรุ่นใหม่ที่น่าจับตา หรือ “The Most Promising Filmmaker Award”
โรงเรียนสวนแตงวิทยา จังหวัดสุพรรณบุรี จากภาพยนตร์เรื่อง The Affair from The Past รักสามเส้า เรา(สี่)คน

2. รางวัล THESIS FUND หรือ TFDA (โครงการสนับสนุนทุนสร้างภาพยนตร์วิทยานิพนธ์)
นัฐนนท์ อัคคะวรรณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จิรัฏฐ์ เกื้อรอด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กุลวรา กุลสำนัก มหาวิทยาลัยศิลปากร
รัฐธนินท์ จรรยาประเสริฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุริยะ โชควิริยะ มหาวิทยาลัยรังสิต

3. รางวัลเชิดชูเกียรติ บุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณูปการต่อวงการภาพยนตร์ไทย
สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ผู้ก่อตั้งบริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในปี พ.ศ. 2545) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ สุริโยไท และ องค์บาก และยังเป็น ประธานสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ที่ดำรงตำแหน่งสองสมัยติดต่อกัน

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ผู้ผลิต,จัดจำหน่าย และดูแลลิขสิทธิ์ของ ภาพยนตร์ไทยทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ เริ่มต้นก่อตั้งในปี พ.ศ. 2513 ในนาม มงคลฟิล์ม โดย เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ มีบทบาทสำคัญคือการซื้อสิทธิ์เช่าฉายภาพยนตร์ต่างประเทศเฉพาะโรงภาพยนตร์ชั้นสองจากบริษัทตัวแทนในประเทศไทย 
ต่อมาในปี พ.ศ.2516 เริ่มต้นจัดตั้ง บริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด และเปิดแผนกภาพยนตร์ไทย รับจัดจำหน่ายภาพยนตร์ให้กับค่ายอิสระต่างๆ และเริ่มลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทยเอง 
ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2545 เปลี่ยนมาใช้ชื่อ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีเป้าหมายในการสร้างภาพยนตร์ไทยที่มีคุณภาพในหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของผู้ชมทั้งด้านให้ความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์

4. รางวัลเชิดชูเกียรติ ผู้กำกับผู้มีคุณูปการต่อวงการภาพยนตร์ไทย
ธนิตย์ จิตนุกูล และ อดิเรก วัฏลีลา
ผู้กำกับชั้นบรมครู ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ผลงานที่กำกับร่วมกัน คือเรื่อง ซึมน้อยหน่อยกระล่อนมากหน่อย และ ปลื้ม

5. สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผีใช้ได้ค่ะ
* สร้างโดย : บริษัท 185 ฟิล์มส์ จำกัด ร่วมกับ HAUT LES MAINS ,MOMO FILM CO ,MAYANA FILMS 
* Producer : คัทลียา เผ่าศรีเจริญ ,โสฬส สุขุม ร่วมด้วย Karim Aitouna  ,Tan Si En ,Zorana Mušikić ,May Odeh ,ธนฤทธิ์ สตรูแสยง 
* Executive Producer : ชยัมพร เตรัตนชัย ,โชติพันธุ์ เตียวิวัฒน์ ,ฮันนี่ ยังเอกสกุล ,ธนัท ธนะนิวิฐ ,เรเชล วู ,กฤษฏิ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ,นพดล ศรีเกียรติขจร

6. สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผีใช้ได้ค่ะ
ผู้กำกับ : รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค 
ผู้ช่วยผู้กำกับ 1 : ชุติกาญจน์ สีชมภู 
ผู้ช่วยผู้กำกับ 2 : กันตาภัทร พุทธสุวรรณ

7.สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา : จิรัศยา วงษ์สุทิน

8.สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม
– แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา : บุณยนุช ไกรทอง

9.สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม
เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊ : ธีรวัชร์ ใหญ่ลำยอง

10.สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา : ใจเทพ ร่าเริงใจ

11.สาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยม
เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊ : จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ,นพพล โกมารชุน ,กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ,จุลจักร จักรพงษ์ ,อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี

12. สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
อาภาศิริ นิติพน : ผีใช้ได้ค่ะ

13. สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ : แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา

14. สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
ฟาติมา เดชะวลีกุล : แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา

15. สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
จินเจษฎ์ วรรธนะสิน : เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊

#สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
#DIRECTORAWARDS2026
#งานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยครั้งที่15
#TFDA
#TheSukosolHotelBangkok

มงลงนางร้ายเจนใหม่ ‘แพม สุชานุช’ทุ่มสุดตัว เล่นลึก 2 บทบาท

มงลงนางร้ายเจนใหม่ 'แพม สุชานุช'ทุ่มสุดตัว เล่นลึก 2 บทบาท

มงลงนางร้ายเจนใหม่ ‘แพม สุชานุช’ทุ่มสุดตัว เล่นลึก 2 บทบาท

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.51 น.

แฟนละครช่อง 7HD ยกนิ้วชม “แพม สุชานุช” มงลงนางร้ายเจนใหม่ ตีบทแตกในละคร “บ้านนางรำ” เผยบทบาทสุดท้าทาย ถ่ายทอด 2 ตัวละครสำคัญ หนึ่งในปมหลัก ที่มาพร้อมอารมณ์ถูกกดทับ สะสมข้ามภพชาติถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญ ที่ช่วยรันเรื่องราวในละครดราม่าเรื่อง “บ้านนางรำ” จากค่าย ปภัสรา โปรดักชั่น ของผู้จัด กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ให้เข้มข้น จนแฟนละคร ช่อง 7HD พากันคอมเมนต์ชื่นชม สำหรับ แพม-สุชานุช ศุภธรรมวงศ์ นักแสดงรุ่นใหม่ ที่ฝีมือการแสดงพัฒนากับคาแรกเตอร์นางร้าย โดยเจ้าตัวเผยว่าละครเรื่องนี้ บทร้ายและท้าทายที่สุดตั้งแต่แสดงละครมาเลยทีเดียว

“เห็นฟีดแบ็กจากแฟนละครแล้วดีใจมากเลยค่ะ หลายคนบอกว่าเรื่องนี้แพมดูโตขึ้น บางซีนไม่มีคำพูด แต่สายตาก็ไม่หยุดที่จะเล่าเรื่อง ดูมีมิติ ดูน่าสงสาร แล้วคนดูก็รู้สึกเกลียดตัวละครไปพร้อม ๆ กัน  ซึ่งอยากบอกว่าแฟน ๆ ติชมได้เรื่อย ๆ นะคะ แพมอยากเห็นคอมเมนต์ที่หลากหลาย เพื่อนำมาพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นค่ะ เรื่องนี้แพมรับบทเป็น สาริกา ในอดีตชาติ และเป็น ริสา ในชาติปัจจุบันค่ะ ทั้ง 2 คาแรกเตอร์ มีความเชื่อมโยงกันทางอารมณ์สูงมาก ชาติที่แล้วเป็นยังไง ชาติปัจจุบันนิสัยก็ยังไม่เปลี่ยน แต่ที่แตกต่างคือจะมีวิธีการแสดงออกไม่เหมือนกันค่ะ ตัวสาริกาจะเป็นคนที่เก็บความรู้สึก พยายามควบคุมกดความรู้สึกตัวเองไว้ข้างใน ไม่แสดงออกมา ส่วนริสาจะเป็นคนที่มีจุดยืนชัดเจน รักจริง ตรงไปตรงมา กล้าแสดงออกทางความรู้สึกมากกว่า ซึ่ง 2 ตัวละครนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของบาดแผลหลาย ๆ อย่างในชีวิต ทั้งของตัวเอง และของตัวละครอื่น

ต้องบอกเลยว่า 2 ตัวละครนี้ร้ายที่สุด แล้วก็ท้าทายมาก ๆ ตั้งแต่แพมเป็นนักแสดงมาตอนเห็นบทครั้งแรกยังคิดในใจว่า ถ้าเล่นไม่ได้ เล่นไม่ถึง ตายแน่ ๆ บางซีนอ่านแล้ว รู้สึกว่าต้องเป็นนักแสดงที่มีชั่วโมงบินพอสมควร ถึงจะเอาอยู่ ก็ประเมินตัวเองว่าเราจะทำได้เหรอ แต่พอได้รับโอกาสมาแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด ทำการบ้านหนักมาก ตอนที่ถ่ายทำ มีหลายฉากเหมือนกันที่เกือบออกจากตัวละครไม่ได้ รู้สึกใจสั่น ใจหวิว มีอาการนี้ทุกครั้งที่จับบท  อาจเป็นความเครียดด้วยมั้งคะ แต่พอเราทำการบ้านเรื่อย ๆ ก็เริ่มเข้าใจที่มาที่ไปของตัวละคร หลังจากนั้น ถึงเริ่มควบคุมการเป็นตัวละครได้

ซึ่งบท  สาริกา หรือ ริสา ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่วิ่งตามผู้ชาย แต่มีมิติที่ลึกกว่านั้น คือกำลังวิ่งตามความรู้สึกอยากถูกรัก อยากถูกเลือก ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดมาตลอด เหตุการณ์ผิดหวังในความรัก มุมต่าง ๆ ทั้งจากครอบครัว และจากคนรัก ที่มันซับซ้อนมากกว่าคนปกติ ซึ่งความถูกกดทับทางอารมณ์เหล่านี้ มันค่อย ๆ สะสมโทสะรุนแรงอยู่ในใจ พอมันถึงขีดสุดก็ไม่มีใครเอาอยู่ ซึ่งปมเหล่านี้มันไม่ได้รับการแก้ไขจากอดีต พอกลับมาเกิดในชาติปัจจุบัน ริสาก็เหมือนแบกทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นสาริกามาด้วย แต่มีวิธีการแสดงออกต่างกัน ดังนั้นความยากของตัวสาริกา และริสา ไม่ใช่แค่ความร้าย มันคือการทำให้คนดูเข้าใจว่าทำไมตัวละครถึงกลายเป็นแบบนี้ มันมีที่มาที่ไป ซึ่งท้าทายมาก ๆ ในฐานะนักแสดงค่ะ

ฝากแฟน ๆ อยากให้จับตาการเปลี่ยนแปลงของ สาริกา และริสาให้ดีค่ะ ว่าจะไปถึงจุดไหน แพมตั้งใจมาก ทั้งแรงกาย แรงใจ ดีไซน์ความเป็นตัวละคร ทั้ง 2 คาแรกเตอร์ออกมาเป็นอย่างดี แล้วก็ฝากเป็นกำลังใจให้นักแสดงทุกคนด้วย มาคลายปมของตัวละครไปพร้อม ๆ กันนะคะ”ติดตามชมละคร “บ้านนางรำ” ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOWและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD  

‘เจง วิไลลักษณ์’ภรรยา ‘พีท ทองเจือ’ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

'เจง วิไลลักษณ์'ภรรยา 'พีท ทองเจือ'ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

‘เจง วิไลลักษณ์’ภรรยา ‘พีท ทองเจือ’ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

เจง วิไลลักษณ์ ภรรยาคนสวยของ พีท ทองเจือ พร้อมเพื่อนสนิท ดร.เจนีตา ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชา #สามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชพันปีหลวง ณ #วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา

เจง -วิไลลักษณ์ ทองเจือ ผนึกใจเพื่อนสนิท ได้แก่ ดร.เจนีตา ชอบตวงทอง, เพ็ญพร วงศ์นพรัตน์เลิศ, รณิดา ณ ระนอง, ดนยธร จิรสันติ์ และเพื่อนจากหลายวงการ ร่วมบุญใหญ่เป็นเจ้าภาพร่วมบรรพชาสามเณร ใน “โครงการบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้อน ปี 2569 เพื่อน้อมถวายพระราชกุศลฯ” ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยภายในงานเต็มไปด้วยประชาชน ผู้ปกครองจำนวนมากที่มาร่วมอนุโมทนา นับเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุน การที่เด็กๆได้มาบรรพชาหมู่ช่วงฤดูร้อนนั้น นอกจากจะเป็นการใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีความอดทน มีระเบียบวินัย ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ที่จะเป็นความทรงจำดีๆให้กับเด็กตลอดไป

คุณแม่เจง เสริมว่า ตัวเองเลี้ยงลูกมา 3 คนย่อมเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ ยิ่งเด็กสมัยนี้อยู่กับหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก การที่ได้มาบวชเหมือนได้พักสมอง การสวดมนต์ยังช่วยให้เด็กๆสมาธิดีขึ้นอีกด้วย ส่วนเพื่อนๆที่มาร่วมบุญก็ฟีลกู้ด แฮปปี้กันทุกคนสำหรับผู้ปกครองและบุคคลทั่วไป ที่สนใจอยากจะพาบุตรหลานร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook :  วัดธาตุทองพระอารามหลวง ช่องทางออนไลน์แก่ผู้ปกครองยุคใหม่

สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ

สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ

สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.05 น.

สพฐ. ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังลดใช้พลังงานรับวิกฤตโลก

7 เมษายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 13/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

การประชุมครั้งนี้ นอกจากหารือนโยบายสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับการศึกษาแล้ว ที่ประชุมยังได้รายงานสรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีการจัดสอบในระดับ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดยมีผู้เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 78.04, 83.21 และ 54.40 ตามลำดับ สะท้อนการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในระดับที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ ม.6 ที่ยังมีอัตราเข้าสอบต่ำ ส่วนแนวทางยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะเน้นการใช้ข้อสอบและตัวชี้วัดเป็นฐานพัฒนา ส่งเสริมการวางแผนการเรียนรู้ให้สอดคล้องมาตรฐานการศึกษา ขยายผลสถานศึกษาต้นแบบที่มีผล O-NET ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ พัฒนาครูให้ใช้ผลประเมินในการออกแบบการสอนและดูแลผู้เรียนรายบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนสื่อและนวัตกรรม เช่น แบบฝึกทักษะ และ Gamification เพื่อเพิ่มแรงจูงใจอีกด้วย

ด้านนโยบายลดภาระงานครู ตามนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของ สพฐ. ปี 2569 ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางฯ เมื่อเร็วๆนี้ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลางถึงเขตพื้นที่และสถานศึกษา เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อสะท้อนปัญหาภาระงานซ้ำซ้อนที่ยังมีอยู่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 30,000 คน ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการเน้นขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ปรับ ลด ปลดล็อก” บูรณาการการทำงานระหว่าง สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้ระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มกลาง ลดความซ้ำซ้อนในการรายงานข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและคืนเวลาให้ครูสู่ห้องเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อรับมือวิกฤตโลก ปี 2569 ซึ่งบุคลากรทั้งส่วนกลาง และเขตพื้นที่การศึกษา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตั้งแต่การปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home) ปรับรูปแบบการประชุม อบรม สัมมนาหรือกิจกรรมต่าง ๆ เป็นแบบ online หรือผสมผสาน พร้อมรณรงค์ลดใช้พลังงาน อาทิ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เปิดใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น กำหนดเวลาเปิด–ปิดไฟ ลดใช้กระดาษ แต่งกายสุภาพ ฯลฯ การเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ให้เดินทางเฉพาะภารกิจจำเป็น และส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าลง 10% และลดการใช้น้ำมันลง 15% เพื่อมุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และสร้างวินัยพลังงานในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน

ม.รังสิต แจงครั้งสุดท้าย! จ่อฟ้อง อาจารย์โต้ง ถ้าไม่หยุดกล่าวหา

ม.รังสิต แจงครั้งสุดท้าย! จ่อฟ้อง อาจารย์โต้ง ถ้าไม่หยุดกล่าวหา

ม.รังสิต แจงครั้งสุดท้าย! จ่อฟ้อง อาจารย์โต้ง ถ้าไม่หยุดกล่าวหา

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.36 น.

7 เมษายน 2569 ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีรายละเอียดดังนี้ สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ในวันนี้ (7 เม.ย.69) ซึ่งพบว่ายังคงมีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน และคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง มหาวิทยาลัยรังสิตขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อในการร่วมสร้างสถานการณ์ที่เพิ่มเติมข้อมูลเท็จ จากการกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยรังสิต ปกป้องผู้กระทำความผิด ในกรณีการทุจริตลักทรัพย์นายจ้าง

มหาวิทยาลัยรังสิต ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1.กรณีนี้ไม่ใช่คดีลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งผลสอบสวนชั้นต้น ที่มี รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล เป็นประธานกรรมการสอบเองนั้น สรุปว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญาได้ รวมถึงผลสอบสวนในชั้นต่อมา โดยคณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นอกจากไม่มีความผิดทางอาญาแล้ว ไม่มีความผิดทางวินัยด้วย กรณีที่อดีตอธิการบดีให้แจ้งความ ตามข้อเสนอของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นั้น จากการสอบสวน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอถึงการกระทำผิดอาญา อธิการบดีปัจจุบันจึงได้ทำการถอนฟ้องคดีดังกล่าว

2.การปรับพื้นที่เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นบ้านพักคนงาน ในโครงการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ ไม่ได้มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัย โดยพิจารณาจากเจตนาที่แท้จริงของการเคลียร์พื้นที่ (Site Clearing) ตามคำนิยามในทางวิศวกรรม หมายถึง กระบวนการเตรียมพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง โดยการถางป่า ขุดตอไม้ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ปรับระดับดินและขนย้ายเศษวัสดุออก เพื่อให้เป็นพื้นที่โล่งเตียน ปลอดภัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในโครงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามร่างขอบเขตการดำเนินงาน (TOR) ว่าจ้างผู้รับเหมา เมื่อทำการเคลียร์พื้นที่แล้ว ปรากฏภาพพื้นที่ราบเรียบ ไม่มีหลุมบ่อใดๆ แสดงให้เห็นว่า การขนขยะที่มีดินปนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเจตนาในการเคลียร์พื้นที่ หลักฐานสำคัญนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตในฐานะเจ้าของทรัพย์ เห็นว่าไม่ใช่การลักทรัพย์

3.ขอยืนยันว่า เหตุแห่งการเลิกจ้าง เป็นเพราะ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน และสื่อสังคมออนไลน์หลายต่อหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 8 เดือน (ก.ค.68 – ก.พ. 69) ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเป็นที่มาของมติคณะกรรมการสอบสวน ว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรง

มหาวิทยาลัยรังสิต ยึดถือความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากพบว่ายังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะนำพยาน หลักฐาน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

– 006

ประเสริฐ เรียกถกผู้บริหารศธ.หามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองรับเปิดเทอม

ประเสริฐ เรียกถกผู้บริหารศธ.หามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองรับเปิดเทอม

ประเสริฐ เรียกถกผู้บริหารศธ.หามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองรับเปิดเทอม

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.29 น.

ประเสริฐ-อัครนันท์ เรียกประชุมผู้บริหารศธ.เตรียมพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ 9-10 เม.ย.นี้ พร้อมหามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองรับเปิดเทอม 

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 นายประเสริฐ จันทระรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ประชุมหารือผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ. เพื่อเตรียมข้อมูลความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ ในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ และได้หารือมาตรการประหยัดพลังงาน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 

นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการหารือ ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด จึงต้องเตรียมยกระดับความเข้มเกี่ยวกับมาตรการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ และให้มีการใช้พลังงานในประเทศอย่างเหมาะสม โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  ซึ่งในส่วนของศธ. ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเปิดเทอมแล้ว จึงได้ให้แนวทางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ครู และนักเรียน อาทิ การจัดธงฟ้า ลดราคาชุดนักเรียน  หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง หรือมีมาตรการส่งเสริมการประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น อุปกรณ์การเรียนบางอย่างที่มีอยู่แล้วก็ให้ใช้ต่อได้ 

“แต่อย่างไรก็ตามถึงแม่จะมีวิกฤติ แต่เรื่องการศึกษาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นที่จะต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะเราแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน และคุณภาพนักเรียนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม จึงยังไม่มีนโยบายอะไรพิเศษ ยังคงเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดไว้เบื้องต้น  แต่ถ้ารัฐบาลมีนโยบายอะไร ศธ.ก็พร้อมจะดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม บริบทของกระทรวงศึกษาธิการ จะให้ความสำคัญในเรื่องการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ดังนั้น ตนจึงประชุมเพื่อตรียมรับมือ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อสรุปมาตรการมา ”นายประเสริฐกล่าว 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการการทำงานที่บ้าน WFH (Work From Home)  หรือ WFA (Work From Anywhere) ทำงานจากทุกที่ที่สะดวก นั้น ก็อาจจะปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล แต่ก็ต้องรอให้เป็นมติ ครม.ก่อน

ส่วนมาตรการเรียนออนไลน์นั้น ก็เป็นหนึ่งในแนวคิด แต่ยังไม่เน้น เพราะเราเน้นเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน รวมถึงดูเรื่องภาระของผู้ปกครอง อะไรที่ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองได้ แต่คุณภาพการเรียนการสอนต้องไม่เสียหาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเรายังยึดหลักนี้อยู่

ส่วนมาตรการช่วยเหลือครูและบุคลากรทางหารศึกษา ให้แยกกันระหว่างงานออฟฟิส กับงานการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเรียนอาชีวศึกษาที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าไม่มีออนไซด์ การเรียนก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพ แม้แต่ระดับมัธยมศึกษาที่ต้องมีการทดลองปฏิบัติ ก็ต้องมีเรียนออนไซต์ในบางวิชาเช่นกัน  ส่วนการลดภาระหนี้สินครู ซึ่งปัญหานี้มีมานานแล้ว ตนจึงขอพิจารณาก่อน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า วันศุกร์ที่ 10 เม.ย. ตนและ รมช.ศธ.จะเดินทางเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ และวันที่ 20 เม.ย.จะมอบนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจของ ศธ. ทั้งควิกวิน และนโยบายที่ต้องทำในปีต่อไปแก่ข้าราชการศธ. ส่วนจะมีอะไรให้ชื่นใจหรือไม่นั้นต้องรอฟัง
 

จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ

จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ

จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.32 น.

“ประเสริฐ-อัครนันท์“ เรียกประชุมผู้บริหารศธ.เตรียมพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ 9-10 เม.ย.นี้ พร้อมหามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองรับเปิดเทอม 

7 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทระรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ประชุมหารือผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ. เพื่อเตรียมข้อมูลความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ ในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ และได้หารือมาตรการประหยัดพลังงาน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 

นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการหารือ ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด จึงต้องเตรียมยกระดับความเข้มเกี่ยวกับมาตรการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ และให้มีการใช้พลังงานในประเทศอย่างเหมาะสม โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  ซึ่งในส่วนของศธ. ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเปิดเทอมแล้ว จึงได้ให้แนวทางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ครู และนักเรียน อาทิ การจัดธงฟ้า ลดราคาชุดนักเรียน  หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง หรือมีมาตรการส่งเสริมการประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น อุปกรณ์การเรียนบางอย่างที่มีอยู่แล้วก็ให้ใช้ต่อได้ 

“แต่อย่างไรก็ตามถึงแม่จะมีวิกฤติ แต่เรื่องการศึกษาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นที่จะต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะเราแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน และคุณภาพนักเรียนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม จึงยังไม่มีนโยบายอะไรพิเศษ ยังคงเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดไว้เบื้องต้น  แต่ถ้ารัฐบาลมีนโยบายอะไร ศธ.ก็พร้อมจะดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม บริบทของกระทรวงศึกษาธิการ จะให้ความสำคัญในเรื่องการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ดังนั้น ตนจึงประชุมเพื่อตรียมรับมือ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อสรุปมาตรการมา ”นายประเสริฐกล่าว 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการการทำงานที่บ้าน WFH (Work From Home)  หรือ WFA (Work From Anywhere) ทำงานจากทุกที่ที่สะดวก นั้น ก็อาจจะปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล แต่ก็ต้องรอให้เป็นมติ ครม.ก่อน

ส่วนมาตรการเรียนออนไลน์นั้น ก็เป็นหนึ่งในแนวคิด แต่ยังไม่เน้น เพราะเราเน้นเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน รวมถึงดูเรื่องภาระของผู้ปกครอง อะไรที่ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองได้
แต่คุณภาพการเรียนการสอนต้องไม่เสียหาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเรายังยึดหลักนี้อยู่

ส่วนมาตรการช่วยเหลือครูและบุคลากรทางหารศึกษา ให้แยกกันระหว่างงานออฟฟิส กับงานการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเรียนอาชีวศึกษาที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าไม่มีออนไซด์ การเรียนก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพ แม้แต่ระดับมัธยมศึกษาที่ต้องมีการทดลองปฏิบัติ ก็ต้องมีเรียนออนไซต์ ในบางวิชาเช่นกัน  ส่วนการลดภาระหนี้สินครู ซึ่งปัญหานี้มีมานานแล้ว ตนจึงขอพิจารณาก่อน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า วันศุกร์ที่ 10 เม.ย. ตนและ รมช.ศธ.จะเดินทางเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ และวันที่ 20 เม.ย.จะมอบนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจของ ศธ. ทั้งควิกวิน และนโยบายที่ต้องทำในปีต่อไปแก่ข้าราชการศธ. ส่วนจะมีอะไรให้ชื่นใจหรือไม่นั้นต้องรอฟัง