แฟนๆ หายห่วง ‘ป้าแจ๋ว ยุทธนา’ เผยผลรักษาเข่าดีขึ้น ลุยขับรถกลับจากน่าน 10 ชม. สุดชิล

23 กันยายน 2569 เวลา 12:27 น.

สร้างความห่วงใยให้กับแฟนๆ และพี่น้องในวงการบันเทิงไม่น้อย หลังจากที่ผู้กำกับชื่อดัง “ป้าแจ๋ว-ยุทธนา “ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠paajaew⁠) เพื่อชี้แจงและอัปเดตอาการป่วยบริเวณข้อเข่า หลังจากที่หลายคนกังวลเรื่องการเดินทางและอาการบาดเจ็บ 

‘ป้าแจ๋ว’ระบุว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามาตลอดการเดินทางขับรถกลับ โดยได้เล่าถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบันว่า ได้เปลี่ยนมารักษาด้วยวิธีการ “ฉีดเกล็ดเลือดเข้าไปรักษาซ่อมแซมกระดูกอ่อนที่สึกหรอ” ซึ่งทำไปครั้งแรกก็รู้สึกว่าได้ผลดีในระดับหนึ่ง และคาดว่าจะดีขึ้นอีกในการรักษาครั้งต่อๆ ไป 

แม้ว่าในช่วง 10 กว่าวันที่เดินทางไปจังหวัดน่านเพื่อบล็อกโชทและถ่ายทำละคร จะต้องใช้ขาเดินค่อนข้างเยอะ ทั้งการขึ้นเขาลงน้ำตก แต่ก็พยายามเซฟเข่า ถนอมร่างกาย และใช้ไม้เท้าช่วยพยุงอยู่ตลอด ทำให้การทำงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยไม่ทรมาน 

สำหรับการขับรถทางไกลรวดเดียวถึง 10 ชั่วโมงนั้น ป้าแจ๋วยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะปกติเป็นคนชอบขับรถทางไกลคนเดียวอยู่แล้ว อีกทั้งการนั่งขับรถยังช่วยให้เข่าทั้งสองข้างได้พัก ซึ่งสบายกว่าการนั่งเครื่องบินที่พื้นที่แคบและต้องนั่งพับเข่าเป็นเวลานาน พร้อมทิ้งท้ายขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ตลอดการเดินทาง 

งานนี้ก็มีแฟนคลับและคนในวงการเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม รวมถึง “แม่แก้ว” (แม่ของณเดชน์ คูกิมิยะ) ที่เข้ามาคอมเมนต์อวยพรว่า “ขอให้ป้าแจ๋วหายไวๆ นะคะ เก่งที่สุดค่ะ”

เจาะลึกชุดแดงทรงพลัง เนเน่ รอยัล จากภาพจินตนาการของคุณแม่ ผ้าไหมบ้านครัว สู่แฟชั่นร็อก!

23 กันยายน 2569 เวลา 12:19 น.

ชุดเนเน่

เจาะลึกชุดแดงทรงพลัง “เนเน่ รอยัล” บนเวที AGT 2026 จากภาพจินตนาการของคุณแม่ สู่แฟชั่นร็อกผ้าไทยสุดสับ

ทำเอาแฟนๆ ชาวไทยและทั่วโลกถึงกับสายตาค้าง สำหรับลุคสุดปังของสาวน้อยมากความสามารถ เนเน่ รอยัล (Nene Royal) ในรอบชิงชนะเลิศรายการระดับโลกอย่าง America’s Got Talent 2026 ที่ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก Nene Royal ได้ออกมาเผยเบื้องหลังและความหมายสุดลึกซึ้งของชุดสีแดงสุดสะกดสายตาภายใต้คอนเซ็ปต์ “ROCK STRONG — RED COMMANDER” 

บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะจุดเริ่มต้นของลุคสุดสับนี้เริ่มมาจาก “ภาพในจินตนาการของคุณแม่” ที่อยากเห็นลูกสาวเปลี่ยนลุคเป็นสาวร็อกสุดแข็งแรง มั่นใจ และสง่างาม ซึ่งไอเดียจากคุณแม่ถูกส่งต่อให้ “พี่ไอซ์” นำไปตกแต่งสเกตช์ภาพคอนเซ็ปต์ให้เห็นทิศทางชัดเจน ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ “พี่หมอหญิง” เนรมิตภาพความฝันนั้นให้กลายมาเป็นชุดจริงบนเวที

Screenshot 2026-09-23 121850

Mood & Tone ของชุดนี้ เริ่มต้นจาก “ภาพในจินตนาการของคุณแม่” ที่อยากเห็น Nene เปลี่ยนลุคในลุคที่แข็งแรง มั่นใจ สง่างาม และเต็มไปด้วยพลังของความเป็นร็อกจากความรู้สึกและไอเดียที่คุณแม่ถ่ายทอดมา ส่งต่อให้พี่ไอซ์นำมาพัฒนาและออกแบบเป็นภาพคอนเซ็ปต์ เพื่อให้เห็นทิศทางของชุดได้ชัดเจน ก่อนส่งต่อให้ “พี่หมอหญิง” ช่วยถ่ายทอดภาพในจินตนาการนั้นให้กลายเป็นชุดจริง

ตัวชุดมาในโทนสีแดง ดีไซน์คอสูงเข้ารูป เสริมโครงไหล่ให้ดูแข็งแรงและโดดเด่น เพิ่มความดุดันด้วยเข็มขัดหนัง หมุดโลหะ และรายละเอียดโซ่ พร้อมการจับเดรปบริเวณเอวและผ่าด้านหน้า เพื่อให้ทุกการเคลื่อนไหวบนเวทีดูสง่างาม แต่ยังคงความแข็งแรงและทรงพลัง

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของชุดนี้ คือการนำ “ผ้าไทย” มาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบผ้าไหมบ้านครัวลายสอดดิ้นพื้นเรียบ ผ้าไหมทอมือจากชุมชนบ้านครัว ชุมชนมุสลิมเชื้อสายจามริมคลองแสนแสบ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย ผสมความเป็นไทยเข้ากับแฟชั่นร็อกบนเวทีเพื่อให้ชุดนี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังมี “ตัวตน เรื่องราว และความหมาย” อยู่ในทุกองค์ประกอบ 🇹🇭

คอมพลีตลุด้วยรองเท้า Dr. Martens จากพี่เข็ม มาช่วยเติมความแข็งแรงและตัวตนของความเป็น
ร็อกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จาก “ภาพในใจของคุณแม่”
สู่ “ภาพที่พี่ไอซ์นำมาออกแบบ”
และถูกสร้างให้เป็นจริงโดย “พี่หมอหญิง”

พลัง. มั่นใจ. ไม่ต้องอธิบาย.

ROCK STRONG — ความเป็นไทยในลุคร็อก
ที่พร้อมเปล่งพลังบนเวที 🇹🇭❤️‍🔥🎸

Screenshot 2026-09-23 112543

เรียกว่าเป็นการผนึกกำลังจากความรักและความตั้งใจ จากภาพในใจของคุณแม่ สู่ภาพสเกตช์ของพี่ไอซ์  และเนรมิตจนเกิดขึ้นจริงโดยพี่หมอหญิง ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงเป็นจำนวนมาก

Screenshot 2026-09-23 103638

‘มาโก้ ศิลา’ สุดเฉียบ! คว้ารางวัล ‘เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ 2569’ เดินหน้าสานฝัน ‘โขน’สู่เวทีระดับชาติ

23 กันยายน 2569 เวลา 12:01 น.

เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ “มาโก้ –  ศิลา วัฒนกุล  ”เยาวชนผู้มุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านศิลปวัฒนธรรมและการแสดงโขน ลูกชายคนเล็กของพิธีกรสาวสวย ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล ได้รับการคัดเลือกให้รับ รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน อยู่ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนรุ่นใหม่ที่นำความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมไทยมาพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่พิจารณาจาก ผลงาน การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนและเป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชนในรุ่นถัดไป   รวมถึงความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของแต่ละด้าน ทั้งด้านกีฬา วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ โดยผลงานที่ได้รับการพิจารณาครอบคลุมทั้งการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ และการสร้างประโยชน์หรือความก้าวหน้าให้แก่ส่วนรวมในสาขานั้น ๆ ขณะเดียวกัน ‘มาโก้ ศิลา’ยังได้รับการยกย่องจากกระทรวงศึกษาธิการในโครงการคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งมีการพิจารณาผลงานที่มีความโดดเด่น ได้แก่ ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

มาโก้ กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจและตื้นตันมาก ๆ ครับ สำหรับรางวัลนี้ เพราะเป็นรางวัลที่ผมตั้งใจรวบรวมผลงาน เขียนแล้วแก้ใหม่อยู่หลายรอบพอสมควร ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คำแนะนำที่ได้รับจากคนรอบตัวครับ “ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการทำให้ผมพัฒนาตนเองมาได้ถึงจุดนี้ ซึ่งผมขอกล่าวถึงชื่อทุกท่านไว้ด้วยใจกตัญญู ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่, ครูแหลม เด็กไทยใจรักโขน, ป้าซีซี่ สถาบัน kitakan music, ครูกาย, ครูเฮ้ง, และเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน”

การเขียนผลงานของตนเองเหมือนได้ย้อนดูบทเรียนชีวิตของความสำเร็จและความล้มเหลวที่เราฝ่าฟันมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องเพื่อหวังว่าเป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมเห็นก็คือเมื่อผมได้พัฒนาฝีมือตนเองมาระดับนึงแล้วผมยังภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ร่วมฝึกสอนรุ่นน้องต่อไปในโรงเรียนที่ผมเคยเรียนมาไม่ว่าจะเป็นระดับประถมหรือมัธยมจนปัจจุบันที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนผมได้มีส่วนเป็นหัวหน้าการแสดงเปิดในพิธีครบรอบวันก่อตั้งโรงเรียนในส่วนของงานแสดงโขนด้วยครับ”

ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการได้รับรางวัล แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ของความตั้งใจ ความพยายาม และการลงมือทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่การรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมา ไปจนถึงการนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการได้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองด้านศิลปวัฒนธรรม

เมื่อรวมรางวัลที่ได้รับจนถึงปัจจุบัน มาโก้ได้รับการยกย่องแล้ว 3 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นกรุงเทพมหานคร (ประกายเพชร) ประจำปี 2568

2.รางวัลผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2569 จากกระทรวงศึกษาธิการ

3.รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน

หลังจากได้รับประสบการณ์และการยอมรับจากผลงานที่ผ่านมา มาโก้ ตั้งเป้าที่จะพัฒนาตัวเองด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และต่อยอดศิลปะการแสดงไทย โดยเฉพาะ “โขน” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงที่เจ้าตัวผูกพันและตั้งใจเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก

“ในงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ผมก็จะยังคงพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และต่อยอดศิลปะการแสดงไทย โดยเฉพาะโขน ในอนาคตผมหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงในเวทีระดับชาติอย่างโขนพระราชทานครับ เป็นเวทีที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว”  มาโก้ กล่าวปิดท้าย

นอกจากการเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านโขนแล้ว มาโก้ยังเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้และทดลองการแสดงในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้ง ละครเวที ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ หากมีโอกาส เพื่อเพิ่มประสบการณ์และต่อยอดศักยภาพด้านการแสดงในอนาคต

ในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2569 แนวคิด “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ”สะท้อนบทบาทของเยาวชนในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติรวมถึงการพัฒนาตนเองให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต เส้นทางของ “มาโก้” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำความสนใจและความสามารถส่วนตัวมาต่อยอดเป็นความมุ่งมั่นด้านศิลปวัฒนธรรม จากการฝึกฝนและเรียนรู้ “โขน” สู่การสร้างผลงาน การเข้ารับการคัดเลือกในเวทีต่าง ๆ และการตั้งเป้าหมายที่จะนำความสามารถของตนเองไปเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เดินหน้าต่อไปในอนาคต

ผลแข่งไม่สำคัญ! ‘ป๋าเต็ด’ ชม ‘เนเน่’ ถ้าองค์ประกอบครบ เตรียมเห็น A Star Is Born

23 กันยายน 2569 เวลา 11:52 น.

ป๋าเต็ด

กลายเป็นกระแสฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อ แพรว รัตติกานต์ อำลอ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ เนเน่ รอยัล เด็กไทยวัย 16 ปี ที่เดินทางลัดฟ้าจากบ้านเกิดจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ Final ของรายการ America’s Got Talent ซีซั่น 21 ในช่วงเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นแคลิฟอร์เนีย) หรือตรงกับเวลา 08.00 น. ของประเทศไทย

ซึ่ง เนเน่ ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับและชาวไทยผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวขึ้นเวทีมาด้วยเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง Seven Nation Army ของวง The White Stripes โดยนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นเพลงที่เนเน่มักใช้คัฟเวอร์ร้องเปิดหมวกจนแฟนคลับรู้จักกันเป็นอย่างดี โชว์นี้เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ สะกดสายตาคนดูตั้งแต่โน้ตแรกจนจบการแสดง และทันทีที่การแสดงจบลง บรรยากาศภายในฮอลล์ก็อบอวลไปด้วยความประทับใจ ทั้งคณะกรรมการและผู้ชมต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความชื่นชมในความสามารถอันโดดเด่นของเธอ

เนเน่

ล่าสุดวันนี้ 23 กันยายน 2569 ยุทธนา บุญอ้อม หรือ ป๋าเต็ด ดีเจ พิธีกรชื่อดังในวงการบันเทิง อีกทั้งยังเป็น ผู้จัด มิวสิกเฟสติวัลระดับประเทศ ออกมาโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กพร้อมข้อความ วิเคราะห์กสนแสดงชอง เนเน่ ที่เลือกใช้เพลง Seven Nation Army ในรอบไฟนอล AGT ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “Seven Nation Army เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ เนเน่ไม่ได้เลือกเล่นมันแบบดิบๆ กร้านๆ ตามต้นฉบับ แต่เอาเพลงมาใส่ความลึกลับ เย้ายวนแบบ femme fatale ผสมกับซาวด์ Heavy Metal ในแบบที่เธอถนัด จนกลายเป็น Seven Nation Army ในแบบของเนเน่เอง และนี่สำคัญมาก เพราะถ้าจะยืนอยู่ในวงการนี้ให้แข็งแรง การทำให้คนเห็นว่า “เราเป็นใคร” สำคัญไม่แพ้การร้องหรือเล่นเก่งถึงตอนนี้ ผมว่าเนเน่มี Musical Style ชัดขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มเห็นแล้วว่าเธอจะยืนตรงไหนในวงการได้อย่างโดดเด่น Character ชัดเจนมาก Skill ดีมาก และยังพัฒนาไม่หยุด ผมว่าน้องมีองค์ประกอบสำคัญของการเป็นศิลปินที่ดีเกือบครบแล้ว จากนี้ขอให้ได้โปรดิวเซอร์ที่ช่วยขัดทุกอย่างให้คมขึ้น Management team ที่เท่าทันความซับซ้อนของอุตสาหกรรมเพลงทุกวันนี้และที่สำคัญที่สุด เพลงฮิตสักหนึ่งเพลง ถ้าสามอย่างนี้มาถูกที่ถูกเวลา ไม่ว่าผลการแข่งขันวันนี้จะออกมาอย่างไร เราก็อาจกำลังได้เห็น A Star Is Born #เนเน่ #neneroyal”

เนเน่

หลังจากที่โพสต์ของ ป๋าเต็ด เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“ใช่เลยค่ะ ลึกลับ น่าค้นหา แววตา ภาษากาย ต่างจากต้นฉบับไปเล้ย น้องเก่งม๊าก”

“สวยงาม ชื่นชม นับถือนับถือ”

“อันที่ 3 นี้สำคัญสุดเป็นใบเบิกทางได้เลยว่าจะได้ไปต่อในอุตสาหกรรมโลกไหม”

“ต้องใช้กองทัพถึง7 ชาติ ก็หยุดกูไม่อยู่ เนเน่ ไปต่อ”

“ต้นฉบับว่าดีแล้ว เนเน่ก็ทำออกมาได้เป็นตัวเองดีมากๆ คาแรคเตอร์ชัดจริงๆ”

“ลายเซ็นเธอคือ “ความลึกลับ ดำหม่น ดังภาพเขียนอาจาร์ยถวัลย์ฯ””

“ลึกลับ ทรงพลัง เอาเสียงทำนอง ทุ้มๆ มาแผดดด ได้แบบสุดๆ กรันจ์ จัดดดๆ”

“บิกเมาท์เท่น”

“ป๋าครับ พอทราบว่า มือกลองที่ตีให้ เนเน่ ใช่ pau มือกลอง the warning ไหมครับ”

เนเน่
เนเน่

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Yuthana Boonorm

เปิดคอมเมนต์ 4 กรรมการ AGT ซูฮก เนเน่ รอยัล สมควรคว้าแชมป์!

23 กันยายน 2569 เวลา 11:46 น.

กรรมการ-Nene

ตัวแม่ยังต้องกราบ! “เนเน่” สะเทือนรอบชิง AGT 2026 ทำ “Sofia” คลั่ง – “KSI” ปวารณาตัวเป็นแฟนคลับ – Mel B ขู่ขายบ้าน Howie ถ้า “เนเน่” ไม่คว้าแชมป์ AGT 2026

นาทีนี้ไม่มีใครฮอตเกินสาวน้อยวัย 16 ปีอย่าง “เนเน่ รอยัล” อีกแล้ว! ที่ล่าสุดลงสนามฟาดฟันพลังเสียงและความสามารถในรอบชิงชนะเลิศของรายการระดับโลก America’s Got Talent 2026 ทำเอาเวทีสะเทือนและจุดไฟในตัวผู้ชมทั่วโลกให้ลุกโชน!

งานนี้บอกเลยว่าการแสดงระดับมอนสเตอร์ของเธอ ทำเอา 4 กรรมการตัวแม่ตัวพ่อถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ พร้อมสาดคำชมแบบยับๆ จนกลายเป็นกระแสไวรัลข้ามคืน

Screenshot 2026-09-23 113607

KSI ตัวพ่อคอนเทนต์ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ สารภาพกลางรายการว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ฟังคุณ ตอนนี้ผมเป็นแฟนคุณไปแล้ว โคตรสุดยอดเลยยย”

Screenshot 2026-09-23 112648

Mel B กรรมการสายแซ่บผู้มอบ Golden Buzzer ยิ้มแก้มแตกพร้อมอวยยศแบบสุดตัว “ฉันดีใจมากที่กด Golden Buzzer ให้เธอ เธอไม่เพียงแต่มีการแสดงบนเวทีที่ลึกลับและมีเสน่ห์ เธอยังมาจากสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกอย่างเกาะภูเก็ต ฉันชอบไปที่นั่นมาก สิ่งที่เธอนำมาสู่การแข่งขันนี้มันไม่เหมือนใครเลย และเธออายุแค่ 16 เองนะ… ถ้าเธอไม่ชนะรายการนี้ ฉันจะขายบ้านใหม่ของ Howie ทิ้งเลย!“ 

Screenshot 2026-09-23 114503

Sofia Vergara มัมตัวแม่เสริมต่อแบบไม่กั๊ก “ฉันคิดว่าโลกกำลังคลั่งไคล้เธอ เพราะตอนนี้ไม่มีใครเหมือนเธอเลย เธอมีเอกลักษณ์มาก และโลกของชาวร็อคก็หลงรักเธอแบบหยุดไม่ได้แล้ว ขอบคุณที่มา AGT”

Screenshot 2026-09-23 113546

Howie Mandel ตัวเก๋าแห่งรายการตบท้ายด้วยคำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังสุดๆ “ผมคิดว่าคุณควรชนะรายการนี้”

เรียกได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของร็อคสตาร์สาววัยเพียง 16 ปี จากเกาะภูเก็ต ประเทศไทย ที่ไปคว้าหัวใจคนทั้งโลกบนเวที AGT 2026 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี มาร่วมลุ้นและส่งใจเชียร์ให้เธอคว้าแชมป์มาครองกัน

เจาะลึกเงื่อนไขเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ หาก ‘เนเน่ รอยัล’ คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026

23 กันยายน 2569 เวลา 11:33 น.

สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยและแฟนเพลงทั่วโลกอย่างมาก สำหรับ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย มือกีตาร์สายร็อกวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ที่สร้างชื่อเสียงกระหึ่มบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent (AGT 2026) ด้วยการโชว์ลีดกีตาร์สุดดุดันและพลังเสียงล่าสุดในรอบชิงชนะเลิศ  ‘เนเน่’ได้ขึ้นเวทีโชว์พลังเสียงในเพลง Seven Nation Army ของวง The White Stripes โดยเป็นการแสดงที่สะกดสายตาผู้ชมและได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง 

ท่ามกลางกระแสการร่วมลุ้นและส่งใจเชียร์ให้เธอคว้าชัยชนะ นอกเหนือจากตำแหน่งแชมป์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจคือ “เงินรางวัลใหญ่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” (ราว 33–35 ล้านบาท) ซึ่งโครงสร้างเงื่อนไขตามสัญญาของรายการ AGT นั้นไม่ได้เป็นการมอบเช็คเงินสดเต็มจำนวนในทันที แต่ผู้ชนะเลิศจะมีโอกาสเลือกรับเงินรางวัลได้ 2 รูปแบบ ดังนี้: 

1.ผ่อนจ่ายระยะยาว 40 ปี: รับเงินรางวัลเต็มจำนวน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งจ่ายเท่ากันทุกปี ปีละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 830,000–870,000 บาทต่อปี) เป็นเวลา 40 ปี ซึ่งยอดดังกล่าวยังไม่หักภาษี

2.รับเงินก้อนทันทีครั้งเดียว: รายการจะคำนวณจ่ายตามมูลค่าเงินสดปัจจุบันซึ่งถูกหักลดทอนลงมา โดยปกติตัวเลขก่อนหักภาษีจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 300,000 ถึง 430,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10–14.5 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยทางการเงิน ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเงินรางวัลแล้ว โบนัสสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตร็อกสตาร์สาววัย 16 ปีผู้นี้ คือโอกาสในการขึ้นแสดงผลงานบนเวทีใหญ่ระดับสากล ซึ่งเป็นเวทีแจ้งเกิดและต่อยอดเส้นทางดนตรีที่สร้างชื่อเสียงให้กับศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมาย

‘เนเน่ รอยัล’ สะกดใจรอบ Final ‘ป๋าเต็ด’ ชื่นชมครบเครื่อง มีสิทธิ์แจ้งเกิดเป็นดาวดวงใหม่

23 กันยายน 2569 เวลา 11:19 น.

สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยและแฟนตลับทั่วโลก และเป็นที่พูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ “เนเน่ รอยัล” หรือ น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินเยาวชนไทยวัย 16 ปี ที่ได้เดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต มุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบ Final   ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ช่วงเช้าตามเวลาในประเทศไทย (ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป)  ‘เนเน่’ได้ขึ้นเวทีโชว์พลังเสียงในเพลง Seven Nation Army ของวง The White Stripes วงร็อกชื่อดังจากเมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา โดยเป็นการแสดงที่สะกดสายตาผู้ชมและได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง 

ทางด้าน “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม บุคคลสำคัญในวงการดนตรี ได้โพสต์ข้อความชื่นชมการแสดงของเนเน่ว่า เพลง Seven Nation Army เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเนเน่ไม่ได้ร้องตามต้นฉบับในแบบดิบๆ กร้านๆ แต่ใส่ความลึกลับ เย้ายวนแบบ femme fatale ผสมผสานกับซาวด์ Heavy Metal ในสไตล์ที่ถนัด จนกลายเป็นเพลงในแบบฉบับของตัวเอง   นอกจากนี้ ป๋าเต็ด ยังระบุอีกว่า เนเน่มีองค์ประกอบสำคัญของการเป็นศิลปินที่ครบถ้วน ทั้ง Musical Style ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ, Character ที่โดดเด่น และ Skill ที่ดีเยี่ยมพร้อมพัฒนาอย่างไม่หยุด หากได้โปรดิวเซอร์ ทีมบริหารจัดการที่ดี และมีเพลงฮิตสักหนึ่งเพลง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้เห็นการแจ้งเกิดของดาวดวงใหม่ในวงการดนตรีอย่างแน่นอน

ย้อนตำนาน Seven Nation Army เพลงร็อกระดับโลก ที่ ‘เนเน่’ โชว์กระหึ่มรอบไฟนอล AGT

23 กันยายน 2569 เวลา 10:56 น.

เนเน่

กลายเป็นกระแสฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อ แพรว รัตติกานต์ อำลอ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ เนเน่ รอยัล เด็กไทยวัย 16 ปี ที่เดินทางลัดฟ้าจากบ้านเกิดจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ Final ของรายการ America’s Got Talent ซีซั่น 21 ในช่วงเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นแคลิฟอร์เนีย) หรือตรงกับเวลา 08.00 น. ของประเทศไทย

ซึ่ง เนเน่ ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับและชาวไทยผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวขึ้นเวทีมาด้วยเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง Seven Nation Army ของวง The White Stripes โดยนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นเพลงที่เนเน่มักใช้คัฟเวอร์ร้องเปิดหมวกจนแฟนคลับรู้จักกันเป็นอย่างดี โชว์นี้เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ สะกดสายตาคนดูตั้งแต่โน้ตแรกจนจบการแสดง และทันทีที่การแสดงจบลง บรรยากาศภายในฮอลล์ก็อบอวลไปด้วยความประทับใจ ทั้งคณะกรรมการและผู้ชมต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความชื่นชมในความสามารถอันโดดเด่นของเธอ

เนเน่ รอยัล

ล่าสุดวันนี้ 23 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก เจาะเวลาหาอดีต ซึ่งเป็นเพจที่รวบรวม เรื่องราว ที่มา ประวัติศาสตร์ ทั้งไทยและเทศ มีผู้ติดตามมากถึง 440,000 คน เปิดเผยที่มาของเพลง Seven Nation Armyที่ เนน่ ใช้ร้องในรอบ Final ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “Nene ใช้เพลง Seven Nation Army ในรอบ Final

The White Stripes และ Seven Nation Army เพลงที่เปลี่ยนริฟฟ์กีตาร์ให้กลายเป็นเสียงเชียร์ของโลก มีเพลงร็อกอยู่ไม่กี่เพลงที่ต่อให้ไม่รู้ชื่อวง ไม่รู้ชื่อเพลง และไม่เคยฟังฉบับเต็มมาก่อน แค่ได้ยินท่อนแรกก็สามารถร้องตามได้ทันที

“ดัน ดัน ดัน ดัน ดัน ดันนน…”

เสียงนั้นคือ Seven Nation Army เพลงของวงดูโอจากเมืองดีทรอยต์ที่เริ่มต้นด้วยสมาชิกเพียง 2 คน แต่กลับสร้างริฟฟ์กีตาร์ที่เดินทางออกจากคลับเล็กๆ ไปจนถึงสนามฟุตบอลทั่วโลก
และเรื่องที่น่าสนใจก็คือ เสียงที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็น “เบส” ในเพลงนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากเบสเลย มันคือกีตาร์ นี่คือเรื่องราวของ The White Stripes และเพลง Seven Nation Army

เนเน่ รอยัล

จุดเริ่มต้นจากดีทรอยต์

The White Stripes ก่อตั้งขึ้นที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ใน ค.ศ. 1997 โดย แจ็ก ไวต์ (Jack White) และ เม็ก ไวต์ (Meg White) แจ็กทำหน้าที่ร้องนำและเล่นกีตาร์ ส่วนเม็กเล่นกลองและร้องประสาน เสียงของวงจึงมีความดิบ เรียบง่าย และแทบไม่มีสิ่งใดมาบดบังช่องว่างระหว่างนักดนตรีสองคน แต่เบื้องหลังภาพของดูโอคู่นี้มีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้น แจ็กและเม็กเคยแต่งงานกันใน ค.ศ. 1996 ก่อนก่อตั้งวงเพียงปีเดียว และหย่ากันใน ค.ศ. 2000 แม้ความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยาจะจบลง แต่ทั้งคู่ยังคงทำงานดนตรีร่วมกันต่อในช่วงที่วงเริ่มมีชื่อเสียง ทั้งสองมักถูกนำเสนอในภาพลักษณ์ว่าเป็นพี่น้องกัน ทั้งที่ความจริงคืออดีตสามีภรรยา

แจ็กและเม็กเลือกสร้างโลกทางภาพลักษณ์ของวงขึ้นมาอย่างจงใจ โดยใช้สีแดง ขาว และดำเป็นองค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่เสื้อผ้า ปกอัลบั้ม เวที ไปจนถึงเครื่องดนตรีมันทำให้ The White Stripes มีภาพจำที่ชัดเจนแทบจะทันที

แดง ขาว ดำ และดนตรีที่ดิบเหมือนถูกลากออกมาจากห้องซ้อมในดีทรอยต์ แต่ความเรียบง่ายของพวกเขาไม่ได้หมายความว่าดนตรีจะธรรมดา The White Stripes นำรากของบลูส์แบบอเมริกันมาผสมกับการาจร็อก พังก์ คันทรี และโฟล์ก จนเกิดเสียงที่มีทั้งความหยาบ ความดุดัน และความเป็นเพลงเก่าในเวลาเดียวกัน อัลบั้มแรก The White Stripes ออกใน ค.ศ. 1999 ตามด้วย De Stijl ใน ค.ศ. 2000 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงใน ค.ศ. 2001 เมื่อ White Blood Cells ออกวางจำหน่าย เพลงอย่าง Fell in Love with a Girl และ We’re Going to Be Friends ทำให้ชื่อของ The White Stripes เริ่มก้าวออกจากวงการดนตรีใต้ดินเข้าสู่กระแสหลักจากวงสองคนที่มีเพียงกีตาร์กับกลอง พวกเขากลายเป็นหนึ่งในวงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของกระแสการาจร็อกรีไววัลในต้นทศวรรษ 2000

แล้วเพลงหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้น Seven Nation Army ริฟฟ์ที่คนทั้งโลกจำได้ เริ่มต้นขึ้นในสถานที่ที่อาจไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเพลงระดับตำนานเลย เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างการซาวด์เช็กของ The White Stripes ที่ Corner Hotel ใน ค.ศ. 2001 แจ็กกำลังเล่นกีตาร์เพื่อวอร์มมือ และเกิดริฟฟ์ท่อนหนึ่งขึ้นมา เขารู้ทันทีว่ามันมีบางอย่าง แจ็กจึงนำริฟฟ์นั้นกลับไปพัฒนาต่อ แต่มีปัญหาอย่างหนึ่ง The White Stripes ไม่มีมือเบส

แจ็กจึงใช้กีตาร์ไฟฟ้าของเขาผ่านเอฟเฟกต์ pitch shifter เพื่อลดเสียงลงหนึ่ง octave ทำให้เสียงกีตาร์ต่ำ หนา และหนักจนฟังคล้ายกีตาร์เบส นี่คือหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่สุดของเพลง
คนฟังได้ยินเสียงเหมือนเบส แต่สิ่งที่แจ็กกำลังเล่นจริงๆ คือกีตาร์ เพลงถูกบันทึกในเดือนเมษายน ค.ศ. 2002 ที่ Toe Rag Studios ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยใช้ระบบบันทึกเสียงแบบอนาล็อกเป็นหลัก จากนั้นเพลงก็กลายเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม Elephant ซึ่งวางจำหน่ายใน ค.ศ. 2003

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 Seven Nation Army ถูกปล่อยเป็นซิงเกิล ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่ามันจะกลายเป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด แม้แต่ค่ายเพลงของวงในสหรัฐฯ และอังกฤษก็ไม่ได้ต้องการให้เพลงนี้ออกเป็นซิงเกิลในตอนแรก แจ็กเคยเล่าว่าเขายืนยันที่จะผลักดันเพลงนี้ออกมา ทั้งที่คนอื่นยังไม่แน่ใจในศักยภาพของมัน แต่เมื่อเพลงออกสู่โลกจริง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป Elephant กลายเป็นอัลบั้มสำคัญที่สุดชุดหนึ่งของวง และได้รับรางวัล Grammy สาขา Best Alternative Music Album ในปี 2004
ส่วน Seven Nation Army ทำให้แจ็ก ไวต์ได้รับ Grammy สาขา Best Rock Song ในปีเดียวกัน เพลงที่เกิดจากกีตาร์ของนักดนตรีสองคน จึงกลายเป็นเพลงที่คนทั้งสนามสามารถร้องตามได้แล้วชื่อ “Seven Nation Army” มาจากไหน? มันไม่ได้หมายถึงกองทัพเจ็ดประเทศแต่อย่างใด ตอนเด็ก แจ็กเคยเรียก Salvation Army ผิดเป็น “Seven Nation Army” และชื่อดังกล่าวติดอยู่ในความทรงจำของเขา ต่อมาเขานำชื่อนั้นมาใช้เป็นชื่อเพลง แต่เนื้อเพลงกลับไม่ได้เกี่ยวกับ Salvation Army เลย แจ็กอธิบายว่าเรื่องราวของเพลงเกี่ยวกับคนคนหนึ่งที่รู้ว่าคนในเมืองกำลังนินทาเขา จนต้องการหนีออกไปจากที่นั่น ก่อนจะพบว่าความโดดเดี่ยวทำให้เขาต้องกลับมา มันจึงเป็นเพลงเกี่ยวกับการถูกพูดถึง การต่อต้าน และการยืนหยัดท่ามกลางสายตาของคนอื่น มากกว่าจะเป็นเพลงเกี่ยวกับ “กองทัพ” ตามชื่อ

จากเพลงร็อกสู่สนามฟุตบอล สิ่งที่ทำให้ Seven Nation Army กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ไม่ได้เกิดจากชาร์ตเพลงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเมื่อแฟนฟุตบอลนำริฟฟ์ของเพลงไปเปลี่ยนเป็นเสียงร้องของคนหมู่มากมีการบันทึกว่ากองเชียร์สโมสรคลับ บรูช ของเบลเยียม นำทำนองนี้ไปใช้ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับเอซี มิลานใน ค.ศ. 2003 จากนั้นทำนองก็แพร่กระจายไปตามสนามฟุตบอลยุโรป

The White Stripes

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก ค.ศ. 2006 ที่เยอรมนี

เมื่อแฟนบอลทีมชาติอิตาลีนำริฟฟ์ของ Seven Nation Army มาใช้เป็นเสียงเชียร์ระหว่างเส้นทางที่ทีมคว้าแชมป์โลก จากนั้นมันแทบไม่ใช่เพลงของ The White Stripes เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป มันกลายเป็น “ทำนองของฝูงชน” ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล ฮอกกี้ เบสบอล หรือการแข่งขันกีฬาอื่นๆ เสียง
ดัน ดัน ดัน ดัน ดัน ดันนน… สามารถทำให้คนหลายหมื่นคนร้องพร้อมกันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครสอน นั่นคือความมหัศจรรย์ของริฟฟ์ที่เรียบง่าย ยิ่งไปกว่านั้น เพลงนี้ยังได้รับการยอมรับในวงการเพลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2009 Seven Nation Army ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Grammy Hall of Fame

The White Stripes หลัง Seven Nation Army หลัง Elephant ใน ค.ศ. 2003 The White Stripes ยังสร้างผลงานสำคัญอีกหลายชุด Get Behind Me Satan ออกใน ค.ศ. 2005 และ Icky Thump ใน ค.ศ. 2007 ทั้งสองอัลบั้มแสดงให้เห็นว่าวงไม่ได้ต้องการทำซ้ำเสียงของ Elephant แต่ยังคงทดลองกับบลูส์ โฟล์ก เปียโน และองค์ประกอบทางดนตรีอื่นๆ Icky Thump กลายเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของวง และได้รับ Grammy สาขา Best Alternative Music Album ในปี 2008 จากนั้น The White Stripes ค่อยๆ หยุดกิจกรรม

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 วงประกาศยุติการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ พวกเขาระบุว่าเหตุผลไม่ได้มาจากความขัดแย้งทางศิลปะ แต่ต้องการรักษาสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาให้คงอยู่ในความทรงจำหลังจากนั้นแจ็ก ไวต์เดินหน้าทำงานดนตรีต่อ ทั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวและสมาชิกของ The Raconteurs และ The Dead Weather รวมถึงทำงานผ่านค่าย Third Man Records

ส่วนเม็ก ไวต์ใช้ชีวิตค่อนข้างเป็นส่วนตัวและไม่ได้กลับมาทำงานดนตรีในลักษณะเดียวกับแจ็กอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ มิวสิกวิดีโอของ Seven Nation Army ใช้ภาพแจ็กและเม็กท่ามกลางโครงสร้างรูปสามเหลี่ยมสีแดงและดำที่เคลื่อนตัวแบบ kaleidoscope สอดคล้องกับสุนทรียศาสตร์อันเรียบง่ายแต่จงใจของวง

The White Stripes

จากริฟฟ์ที่แจ็กคิดขึ้นระหว่างซาวด์เช็กในเมลเบิร์น มันเดินทางไปไกลกว่าที่นักแต่งเพลงคนหนึ่งอาจคาดคิด จากวงที่มีสมาชิกเพียงสองคน จากกีตาร์หนึ่งตัวกับกลองหนึ่งชุด และจากริฟฟ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการซาวด์เช็ก The White Stripes กลับสร้างเสียงที่ใหญ่กว่าจำนวนคนบนเวทีหลายหมื่นเท่า บางครั้งเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีมากมาย ไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกสิบคน และไม่จำเป็นต้องซับซ้อนเพียงริฟฟ์ไม่กี่ตัวที่คนทั้งโลกจำได้ ก็อาจเปลี่ยนเพลงหนึ่งเพลงให้กลายเป็นภาษาสากลของผู้คน เพราะ Seven Nation Army ไม่ได้มีแค่ทำนอง มันกลายเป็นเสียงของคนหลายหมื่นคนที่กำลังร้องเพลงเดียวกัน

เจาะเวลาหาอดีต แหล่งอ้างอิง:
Rock & Roll Hall of Fame – The White Stripes
The Recording Academy – The White Stripes
The Recording Academy – Jack White
Third Man Records – Elephant
Third Man Records – Seven Nation Army
The Independent – Story of the Song: Seven Nation Army
ABC Double J – The White Stripes’ Seven Nation Army
The Guardian – Jack White interviews
#TheWhiteStripes #SevenNationArmy #JackWhite #MegWhite #Elephant #GarageRock #RockMusic #RockHistory #RockAndRoll #MusicHistory #เจาะเวลาหาอดีต”

The White Stripes
เนเน่ รอยัล
nene
nene
nene
nene
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล
เนเน่ รอยัล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะเวลาหาอดีต , America’s Got Talent, เฟซบุ๊ก The White Stripes

คลิปเต็มมาแล้ว! “เนเน่ รอยัล” โชว์เพลงร็อกตำนาน สะกดคนดูทั้งฮอลล์

23 กันยายน 2569 เวลา 10:45 น.

Nene-Royal

YouTube อย่างเป็นทางการ America’s Got Talent ได้ปล่อยคลิปวิดีโอการแสดงฉบับเต็มของ “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) 

การแข่งขันในครั้งนี้ เนเน่ ได้สร้างความประทับใจและความฮือฮาให้แก่บรรดากรรมการและผู้ชมทั่วโลก ด้วยการหยิบยกบทเพลงร็อกสุดคลาสสิกระดับตำนานอย่าง “Seven Nation Army” ของวงร็อกชื่อดัง The White Stripes มาถ่ายทอดใหม่ในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยมียอดเข้าชมและคอมเมนต์ชื่นชมในพลังเสียง รวมถึงไลน์การแสดงบนเวทีที่สะกดสายตาผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด โดยยอดเข้าชมคลิปกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว 

นาทีประทับใจ! กรรมการ AGT โผกอด เนเน่ รอยัล หลังจบโชว์เพลงฮิต Seven Nation Army

23 กันยายน 2569 เวลา 10:14 น.

เนเน่

กรรมการโผกอด “เนเน่ รอยัล” หลังโชว์จบ ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ AGT 

ต้องบอกว่า “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย ทำผลงานไว้ได้ดีเลยทีเดียว ในรอบสุดท้าย “America’s Got Talent ซีซั่น 21”

ในการแข่งขันรอบล่าสุด เนเน่ รอยัล ได้เลือกหยิบเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง “Seven Nation Army” ของวง The White Stripes ขึ้นมาร้องและถ่ายทอดในเวอร์ชันของตัวเองได้อย่างมีเอกลักษณ์ สะกดใจคนดูทั้งฮอลล์ จนกระทั่งเมื่อโชว์จบลง ทั้งคณะกรรมการและผู้ชมภายในฮอลล์ ต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นปรบมือ 

ความประทับใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Chutikan Hoover” ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยภาพบรรยากาศน่ารักๆ หลังกล้อง พร้อมแคปชันว่า “เก็บตกความน่ารักสดใสหลังกล้องหลังน้องเนเน่ร้องเพลงเสร็จ”

ภายในคลิปเผยให้เห็นวินาทีสุดประทับใจ เมื่อเหล่ากรรมการชื่อดัง อย่าง Mel B และ Howie Mandel ถึงกับสวมวิญญาณแฟนคลับ โผเข้ากอดให้กำลังใจ “เนเน่” อย่างอบอุ่นด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนๆ ก่อนที่เธอจะเดินลงจากเวทีอย่างผงาดและสง่างาม สมฐานะตัวแทนคนไทยที่ไปฉายแสงบนเวทีระดับโลก