อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.59 น.

“อนุชา- อภิสิทธิ์” บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหาเขตลาดพร้าว-แก้ท่วมซ้ำซาก พร้อมยกระดับสาธารณสุขชุมชนสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม.

วันนี้ 16 มิถุนายน 2569  ที่ตลาดอมรพันธ์ 9 เขตลาดพร้าว กทม.นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เดินสายหาเสียงอย่างต่อเนื่องที่เขตลาดพร้าว โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฎ์ สมาชิกพรรค และนายอัทรัณ มานุพีรพันธ์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดพร้าว เบอร์ 3 ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

อนุชา บูรพชัยศรี

ซึ่งบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง นายอนุชา พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ และทีมงานได้แวะทักทายร้านค้าต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพบร้านขายบ๊ะจ่างราคา 35 บาท นายอนุชาได้ถือโอกาสหยิบยกเรื่องตัวเลขมาสร้างสีสันว่า เป็นราคาเลขสวยที่สอดคล้องกับหมายเลขผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 3 และหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ เบอร์ 5 ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลอดเส้นทาง

โดนนายอนุชา กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า เขตลาดพร้าวมีปัญหาหลักคือเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งการลอกท่อระบายน้ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตนจึงมีแผนระยะยาวในการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ นอกจากนี้ ในกรณีน้ำท่วมขังรอการระบายในชุมชน จะเร่งใช้มาตรการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pump) และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าดูแลช่วยเหลือการสัญจรอย่างทันท่วงที รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำย่อยให้เชื่อมต่อกับท่อหลักอย่างสมบูรณ์

อนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา กล่าวต่อว่า ในด้านการคมนาคมและการสาธารณสุข นโยบายระบบขนส่ง “Feeder” เพื่อเชื่อมต่อชุมชนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT อย่างครบวงจร ส่วนสาธารณสุขชุมชน จะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้รองรับการรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางมากขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับคลินิกใกล้บ้านและโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เพื่อเพิ่มบุคลากรเฉพาะทาง พร้อมเดินหน้านโยบายดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสร้างบ้านพักคนชราเพิ่มเติม และการจ้างงานผู้เกษียณอายุที่มีศักยภาพมาเป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานของ กทม. โดยมีเบี้ยเลี้ยงตอบแทน เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อถูกถามถึงบรรยากาศการเลือกตั้งและผลโพล นายอนุชา กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แม้ไม่มีตำแหน่งก็ยังมุ่งมั่นรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งคนเหล่านี้คือหัวใจสำคัญใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ผมอยากขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในความจริงใจของพวกเรา การเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการผนึกกำลังทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อสานต่อนโยบายแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จและสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม

อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยเข้าหารือเป็นการภายในบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีการขอความร่วมมือให้คณะผู้ติดตามของรัฐมนตรีแต่ละคนออกมารออยู่ด้านนอก

ทั้งนี้ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีรัฐมนตรีหลายคนถูกตำหนิเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ในวงประชุมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทย นายกฯได้ตำหนิการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล จนเป็นเหตุให้มีคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 5 คน 

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 3 คน ได้แก่ 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 2.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ3.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.47 น.

“กมธ.ป.ป.ช.”รับลูก “อนุทิน” ลุยภูเก็ต 26-27 มิ.ย. สางปมมาเฟียฮุบ “หาดฟรีด้อม” กวาดล้างทุนสีเทา-นอมินี ดึงตัว 3 สส. เจ้าของพื้นที่ มีฝ่ายค้านด้วย ตั้งเป้าสรุปผลส่งข้อมูลเชือดตามกฎหมายเด็ดขาด

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมาธิการฯ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกที่สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดฟรีด้อม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้และมีการดำเนินคดีมาแล้วหลายคดี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งกวาดล้างผู้มีอิทธิพล และกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจ รวมถึงการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ ได้ทำหนังสือเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 เขต ได้แก่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี จากพรรคประชาชน และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ จากพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อสะท้อนปัญหา รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดเผย โปร่งใส และรอบด้าน

พร้อมกันนี้ จะเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหากลุ่มธุรกิจและผู้มีอิทธิพลสีเทาที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารถาวร การตัดถนน การเก็บค่าเข้าพื้นที่ หรือการเปิดร้านค้าให้บริการนักท่องเที่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเอาจริงในการทวงคืนสมบัติของชาติ โดยหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ จะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้บุกรุกและผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

และยังช่วยตรวจสอบ และสนับสนุนให้เกิดการจัดระเบียบพื้นที่หาดฟรีด้อม รวมถึงพื้นที่สาธารณะอื่นในจังหวัดภูเก็ต ให้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.36 น.

กทม. “รวมพลัง เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50เขต ปลัดฯกำชับเขตดูแลความสะดวก เผยผู้มีสิทธิครั้งนี้ 4.5 ล้านคน 

วันที่ 16 มิ.ย.69  เวลา 08.00น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกิจกรรมแสดงพลังข้าราชการกรุงเทพมหานคร “รวมพลัง กทม. เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) คณะผู้บริหาร กทม. ร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ของข้าราชการและบุคลากร กทม. จำนวนกว่า 700 คน ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) พร้อมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง Bangkok Vote สู่พื้นที่ 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ

เลือกตั้ง

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับคณะกรรมการการเลือกตั้งและให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและบุคลากร กทม. โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 เป็นวาระสำคัญยิ่ง ในฐานะข้าราชการของประชาชน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึด “ความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง” ไม่เอนเอียง ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านใดท่านหนึ่ง และต้องปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และโปร่งใสต่อสายตาของ กกต. และสาธารณชน ขอให้ทุกคนร่วมมือกันขับเคลื่อนให้สำเร็จจุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

จากนั้นนายณรงค์ กล่าวนำแสดงเจตนารมณ์ ความโปร่งใสและการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยมี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมเป็นสักขีพยาน ใจความ 4 ข้อ  

เลือกตั้ง

1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  

2. จะวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียง และไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง  

3. จะมุ่งมั่นจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการกรุงเทพมหานคร  

4. จะร่วมมือร่วมใจ ป้องกันและต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์สุขของชาวกรุงเทพมหานคร และความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย

เลือกตั้ง

หลังประกาศเจตนารมณ์ ปลัดกทม. กกต.กทม. และผู้บริหาร ร่วมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง โดยโบกธงสัญลักษณ์ พร้อมกดแตรสัญญาณปล่อยขบวนรถรณรงค์ Bangkok Vote จากสำนักงานเขต เคลื่อนตัวออกจากลานคนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปรณรงค์เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 50 เขตต่อไป

นายณรงค์ เปิดเผยภายหลังการจัดกิจกรรมว่า สำนักประชาสัมพันธ์ และ กกต.กทม. พยายามสื่อสารไปถึงประชาชนในหลายช่องทาง หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนว่ารณรงค์เลือกตั้งของ กทม. มีน้อยมากแทบจะไม่รู้ว่าวันเลือกตั้งคือวันใด สำหรับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะใช้บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง ส.ก.จะใช้บัตรสีชมพู ซึ่งเป็นไปตามที่ กกต.กำหนด 

เลือกตั้ง

อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานเขตพยายามประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนอาศัยอยู่ในเขตไม่ถึง 1 ปีจึงไม่มีสิทธิเลือกตั้ง  ส.ก.ซึ่งประชาชนจะต้องไปแจ้งชื่อที่สำนักงานเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ ติดต่อกันเกิน 1 ปี ภายในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยมอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตลงพื้นที่เคาะประตู เข้าถึงประชาชนที่ยังไม่เข้าใจ  เพื่อสื่อสารให้ทั่วถึง

ขณะที่การย้ายหน่วยเลือกตั้งในบางเขต นายณรงค์ กล่าวว่า ได้มีการแจ้งประชาชนในหน่วยเลือกตั้งที่มีการย้ายสถานที่ หากไม่ได้รับความสะดวกให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่เขตพญาไทที่มีการร้องเรียนเรื่องการย้ายหน่วยเลือกตั้ง ตนจะไปตรวจสอบและให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์เพื่อประชาชนเลือกตั้งได้สะดวก

เลือกตั้ง

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปีนี้มีอยู่ 4,500,000 คน ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.69 ขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดและข้อมูลว่าตนมีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด เมื่อดูสถานที่ตั้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องศึกษาเรื่องการเดินทาง หากจุดใดที่ไม่สะดวกสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. หรือสายด่วน 1444 

เลือกตั้ง
เลือกตั้ง
เลือกตั้ง
เลือกตั้ง

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.32 น.

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​- อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา​ 09.10 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ​ (สศช.) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจหลังจากที่สหรัฐอเมริกา​ -​ อิหร่านลงนามสันติภาพ​ ว่า คงดีขึ้น แต่คิดว่า สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ตนต้องขอดูให้เกิดความชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่า จะทำให้ GDP ของไทยดีดตัวสูงขึ้นหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์การปรับตัวของ GDP มีหลายปัจจัย ซึ่งอาจมีเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาด้วย ฉะนั้น จึงขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะต้องรอดูความชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะบอกว่า จะมีการยุติสงคราม แต่ก็กลับไปกลับมา ฉะนั้นจึงขอเวลาในการประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อน

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า ได้อ่านข่าว “ฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน” ให้นั่งเป็นองค์ประชุม แลกกับเงินตอบแทนหลักล้านบาท

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า…

พื้นฐานความคิดแบบนี้มาจากไหน? และจะทำไปทำไม?

การมาประชุมสภาเป็นหน้าที่โดยตรงของ สส. ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

แล้วทำไมการที่ สส.ฝ่ายค้านมาทำหน้าที่ของตัวเองจึงกลายเป็น “ต้องมีคนจ่ายเงินเพื่อให้เป็นองค์ประชุม” ?

หรือกำลังจะบอกว่า สส.ฝ่ายค้านไม่อยากทำหน้าที่ จนต้องมีคนเอาเงินมาจ้างให้นั่งประชุมเลยหรอ?

ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ถูกดูถูกมากที่สุด ไม่ใช่รัฐบาล แต่คือ สส.ฝ่ายค้าน ก็พวกท่านเองนั่นละครับ

รัฐบาลปัจจุบันมีเสียงประมาณ 300 เสียง มีเสถียรภาพเพียงพอในการบริหารประเทศ

จึงอยากถามกลับว่า จะต้องไปซื้อ สส.ฝ่ายค้านมานั่งเป็นองค์ประชุมเพื่ออะไร?

และถ้าตรรกะแบบนี้ถูกต้อง…

วันใดที่ สส.พรรคประชาชน หรือฝ่ายค้านมาประชุมครบทุกคน เราจะสรุปได้หรือไม่ว่า

“ขายตัวกันทั้งพรรค” ?

แน่นอนว่าไม่มีใครยอมรับตรรกะแบบนั้น เพราะมันไร้เหตุผลสิ้นดี

การมาประชุมสภา คือหน้าที่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีใครมาซื้อ มาจ้าง หรือมาตอบแทนเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นองค์ประชุม

ที่สำคัญคนพูดเองเองก็ยอมรับว่า ไม่มีหลักฐาน

เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ไม่ควรกล่าวหาลอย ๆ ให้สังคมเข้าใจผิด ทำลายความน่าเชื่อถือของสภา และทำลายเกียรติของเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรด้วยกันเอง

หากมั่นใจว่าเรื่องนี้มีจริง…

ขอให้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ชัดเจนว่าเป็นใคร พรรคไหน คนใด เกี่ยวข้องอย่างไร หาคนผิดมาให้ชัดเลย

แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็ไม่ควรใช้การคาดเดา หรือคำบอกเล่าแบบ “เขาว่ากันว่า” มาพูดให้สภาเสียหาย

การกดคนอื่นให้ต่ำลง มันไม่ทำให้เราสูงขึ้นนะครับ

และที่สำคัญคนที่โดนดูถูก กดให้ต่ำลง ไม่ใช่ใคร แต่กลับกลายเป็นเพื่อน พวกพ้อง ของตัวเองทั้งสิ้น

อ่านข่าวทีเกี่ยวข้อง : พรรคส้ม ปูดดีลฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุม-โหวตตามสั่ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.03 น.

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์ท่าทีไทยต่อการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่า ประเทศไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และชื่นชมบทบาทที่สร้างสรรค์ของปากีสถานและโอมานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจา รวมถึงความพยายามของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการใช้การทูตเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด

ประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ และจะนำไปสู่การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างทุกฝ่าย เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพในภูมิภาคและความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างยั่งยืน

ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย รัฐบาลดันเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจหลัก ยกระดับแรงงานสู่ระดับโลก

ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย รัฐบาลดันเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจหลัก ยกระดับแรงงานสู่ระดับโลก

ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย รัฐบาลดันเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจหลัก ยกระดับแรงงานสู่ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.33 น.

รัฐบาลดันเซมิคอนดักเตอร์สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เอกชนขานรับ

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต สร้างงานคุณภาพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนโรดแมปอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ภายในปี 2593

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง แต่เป็นการสร้างกลไกกลางที่มีเจ้าภาพชัดเจน สามารถบูรณาการการทำงานของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุนต่างชาติ ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนากำลังคน การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

รัชดา ธนาดิเรก

“นายกรัฐมนตรีเห็นว่า เซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีสำคัญที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ การสร้างฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานเข้ามาลงทุน แต่เป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยมีงานที่มีรายได้สูงขึ้น มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศในระยะยาว” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา ยังกล่าวว่า สัญญาณการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 277,645 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากอุตสาหกรรมดิจิทัล และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังมีมูลค่าการลงทุนใหม่กว่า 40,456 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย
รัฐบาลมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งจากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตชิ้นส่วน การประกอบและทดสอบ รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการคือการต่อยอดจากฐานเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้แรงงานไทยก้าวสู่งานคุณภาพที่มีรายได้สูงขึ้น

เซมิคอนดักเตอร์

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แสดงการสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว สะท้อนว่าแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยตอบโจทย์ภาคการผลิตและภาคธุรกิจอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายสำคัญ พัฒนาผู้ประกอบการไทย และสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ แต่ต้องทำให้การลงทุนเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นโรงงานจริง งานจริง ทักษะจริง และรายได้จริงของคนไทย หากเดินหน้าตามโรดแมปได้อย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างงานทักษะสูง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และทำให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก” น.ส.รัชดา กล่าว

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีตข้าราชการครู ผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดนไล่ออกตั้งแต่ปี 65

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีตข้าราชการครู ผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดนไล่ออกตั้งแต่ปี 65

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีตข้าราชการครู ผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดนไล่ออกตั้งแต่ปี 65

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.18 น.

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย ซึ่ง น.ส.รัตนา อดีตข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู คศ.1 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับพระราชทาน เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานขาดราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร

อันเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ตามข้อ 2(2) แห่งกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง พ.ศ.2549 กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตาม ม.87 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2565 โดยคำสั่งอันถึงที่สุด

อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6 และข้อ 7(4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 และ น.ส.รัตนา เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569

ผู้รัยสนองพระบรมราชโองการ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

รองนายกรัฐมนตรี

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด แต่ในฐานะรัฐอธิปไตย เรามีสิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากมีความจำเป็น กองทัพไทยมีความพร้อม มีแผนเผชิญเหตุ และมีการซักซ้อมรองรับทุกสถานการณ์”

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี

ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา