สาวงามลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย ‘โซเฟียร์ สทอตต์’ คว้ามงกุฏ ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2569’

22 กันยายน 2569 เวลา 16:56 น.

ปิดฉากลงแล้วสำหรับเวทีประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 2569  สาวงามลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย หมายเลข 9 นางสาวโซเฟียร์ สทอตต์ (น้องโซเฟียร์) อายุ 19 ปี จาก Virtual School Victoria ประเทศออสเตรเลีย คว้ามงกุฎพร้อมกับเงินสดและของรางวัล รวมกว่า 1.5 ล้านบาท

กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 2569 นำโดย สินีนารถ เองตระกูล ประธานกรรมการบริหารกองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม  ได้จัดการประกวดรอบตัดสิน ณ โรงแรม เอส พาร์ค (ESC Park) รังสิต เป็นเวทีแห่งคุณค่าและความงดงามของสตรีไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 76 ปี โดยมีเกียรติประวัติเเละคุณค่าทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนอัตลักษณ์และความงดงามของประเทศไทยผ่านมิติของศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ล้านนา” ซึ่งมุ่งนำเสนอการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยล้านนาได้อย่างงดงาม โดยยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และกลิ่นอายแห่งถิ่นฐานดั้งเดิม พร้อมทั้งมุ่งถ่ายทอดคุณค่าและเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

การประกวดรอบตัดสินมีเหล่าดาราคนดังที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นำโดยสุดยอดนักแสดงหญิงมากฝีมือ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล เหล่านักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง ทาริกา ธิดาทิตย์, กอบสุข จารุจินดา และ หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ ที่ให้เกียรติมาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดยมีรุ่นพี่นางสาวถิ่นไทยงามหลายสมัยมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

เริ่มการประกวดด้วยการแสดงเปิดตัว 30 สาวงามในขบวนแห่แบบล้านนาอันวิจิตรตระการตา ต่อด้วยการประกวดในชุดว่ายน้ำย้อนยุคที่เป็นเอกลักษณ์ของเวทีการประกวด ซึ่งปีนี้ตัดเย็บจากผ้าไทยตกแต่งด้วยผ้าชาติพันธุ์ม้งอย่างประณีตและลงตัว ตามด้วยการประกวดในชุดว่ายน้ำสากลสีทองอันงามตา จากนั้นจึงประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ซึ่งปรากฏโฉมในชุด “เสน่ห์ผ้าไทยลื้อ” โดยบริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ตามด้วยการอวดโฉมอย่างสง่างามในชุดราตรีเพื่อให้คณะกรรมการได้ตัดสินอีกครั้ง

จากนั้นเป็นการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ช่วงตอบคำถามเป็นลำดับ และก่อนที่จะมีการประกาศรางวัลในปีนี้ก็มีการเปิดตัว น้องนานะ-นาตาลี สุกีอุระ นางสาวถิ่นไทยงาม 2568 ที่มาอำลาตำแหน่งบนเวที จากนั้นจึงเป็นการเดินให้ยลโฉมเป็นรอบสุดท้ายของทั้ง 5 สาวงามด้วยบทเพลง “ถิ่นไทยงาม” อันเป็นบทเพลงอมตะและเป็นเอกลักษณ์ของเวทีการประกวด

ผลการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ นางสาวถิ่นไทยงาม 2569  ได้แก่  หมายเลข 9 นางสาวโซเฟียร์ สทอตต์ (น้องโซเฟียร์) อายุ 19 ปี สาวงามจาก Virtual School Victoria ประเทศออสเตรเลีย  ได้รับรางวัล เงินสด 500,000 บาท มงกุฎเพชร มูลค่า 300,000 บาท พร้อมสายสะพาย และของรางวัลอีกมากมาย

รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 7 ศศิ สุริยจันทราทอง (น้องน้ำทิพย์) อายุ 28 ปี กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการเรียนรวม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับรางวัลเงินสดมูลค่า 200,000 บาท พร้อมสายสะพาย   รองชนะเลิศอันดับ 2 (ได้รับตำแหน่งเท่ากันทั้ง 3 คน) ได้รับรางวัล เงินสดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมสายสะพาย ได้แก่ หมายเลข 8 นางสาวกนกพร พยุงวงษ์ (น้องฟ้า) อายุ 27 ปีสำเร็จการศึกษาจาก คณะนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หมายเลข 16 นางสาวอภิสรา โปสู่  (น้องโดนัท) อายุ 22 ปี สาวงามจากจังหวัดสงขลา สำเร็จการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา หมายเลข 26 นางสาวสุพิชชา วิคตอเรีย โคตะขุน (น้องวิคกี้) อายุ 18 ปี สาวงามจากอุดรธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทั้งนี้ สาวงามที่ได้รับตำแหน่งทั้ง 5 คน ยังได้รับเกียรติบัตร “นางงามทูตวัฒนธรรม” จาก นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อีกด้วย

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เปิดตัว Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions เดินหน้าตอบโจทย์ความท้าทายด้านโภชนาการระดับโลก

22 กันยายน 2569 เวลา 16:39 น.

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ (Griffith Foods Limited) เปิดตัว Craveable Impact™ Sodium Solutions และ Craveable Impact™ Sugar Solutions โซลูชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยผู้ผลิตอาหารลดปริมาณโซเดียมและน้ำตาล โดยยังคงรสชาติที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ซึ่งสามารถช่วยลดโซเดียมได้สูงสุด 70%[i] และลดน้ำตาลได้สูงสุด 65%[i] ในผลิตภัณฑ์บางประเภท การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายด้านโภชนาการที่สำคัญสองประการในปัจจุบัน ได้แก่ การบริโภคโซเดียมในปริมาณสูง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตประมาณ 1.89 ล้านคนต่อปี[ii] และการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อัตราโรคอ้วนและโรคเบาหวานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น[iii]

“ที่กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เราเชื่อว่ารสชาติ โภชนาการ และความยั่งยืนควรเดินไปด้วยกัน” ร็อบ เพลลิคาโน (Rob Pellicano) รองประธานฝ่ายการตลาดระดับโลก กล่าว “Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านโภชนาการ พร้อมคงรสชาติที่ผู้บริโภคชื่นชอบไว้” ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ผลิตอาหาร โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  1. ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท

Craveable Impact™ Sodium Solutions สามารถช่วยลดโซเดียมได้สูงสุด 70% ในผลิตภัณฑ์บางประเภท และมีส่วนช่วยให้การปรับสูตรผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จ ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรตีน ขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ในตลาดอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา

ตัวอย่างความสำเร็จล่าสุดของลูกค้า ได้แก่:

  • ลดโซเดียม 16% ในเมนูไก่หลักของแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ชั้นนำในสหราชอาณาจักร
  • ลดโซเดียมมากกว่า 40% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวหลักในสหรัฐอเมริกา
  • ลดโซเดียม 25% ให้กับผู้นำธุรกิจขนมขบเคี้ยวระดับโลกในประเทศจีน ทำให้สามารถใช้คำกล่าวอ้างทางโภชนาการว่า “ลดโซเดียม” บนผลิตภัณฑ์ได้

Craveable Impact™ Sugar Solutions ใช้เทคโนโลยีด้านรสหวานที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะและสารเสริมสัมผัสในปาก เพื่อช่วยลดน้ำตาลได้สูงสุด 65% ในผลิตภัณฑ์บางประเภท โดยยังคงรสชาติและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ โซลูชันนี้ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท รวมถึงซอส ไซรัป และเครื่องดื่มชนิดผง

  1. แนวทางที่ให้ความสำคัญกับรสชาติเป็นอันดับแรก

Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทดแทนวัตถุดิบ แต่ให้ความสำคัญกับรสชาติเป็นอันดับแรก

Craveable Impact™ Sodium Solutions ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของกริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ในการผสมผสานสารทดแทนเกลือ สารเสริมรสชาติ ส่วนผสมที่ช่วยเสริมรสอูมามิ สมุนไพร เครื่องเทศ กรด และสารปรับสมดุลรสชาติ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ช่วยลดโซเดียมโดยไม่ลดทอนรสชาติ ขณะที่ Craveable Impact™ Sugar Solutions ใช้เทคโนโลยีด้านรสหวานเฉพาะของกริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ร่วมกับสารช่วยเสริมสัมผัสขณะรับประทาน เพื่อช่วยลดน้ำตาล พร้อมปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยกลบรสเปรี้ยวที่ไม่พึงประสงค์ และเสริมรสชาติโดยรวมของผลิตภัณฑ์

โซลูชันเหล่านี้ได้รับการพัฒนาด้วยความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร วิทยาศาสตร์อาหาร การประเมินทางประสาทสัมผัส การวิเคราะห์ด้านโภชนาการ การประเมินด้านกฎระเบียบ และวิศวกรรมกระบวนการ เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสมดุลและรสชาติที่ผู้บริโภคชื่นชอบ

  1. ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

ในขณะที่ผู้บริโภค 75% ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ดีขึ้น[iv] รัฐบาลในหลายประเทศก็กำลังเร่งผลักดันมาตรการและกฎระเบียบด้านการลดโซเดียมและน้ำตาล รวมถึงข้อกำหนดด้านการแสดงฉลากโภชนาการ ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในการปรับสูตรผลิตภัณฑ์

Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions จึงช่วยให้ผู้ผลิตอาหารรับมือกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป ตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภค และนำผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

  1. โซลูชันระดับโลกที่ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละตลาด

Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions ได้รับการพัฒนาให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในตลาดที่หลากหลาย และปรับให้เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของแต่ละตลาด นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือประเมินสารอาหารของกริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ โซลูชันเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถประเมินคุณประโยชน์ด้านโภชนาการของผลิตภัณฑ์หลังการปรับสูตร และสื่อสารข้อมูลดังกล่าวได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ

นอกจากนี้ Craveable Impact™ Sodium and Sugar Solutions ยังเป็นนวัตกรรมส่วนหนึ่งของ 2030 Aspirations ของกริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ และสนับสนุนความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อทั้งผู้คนและโลก ทั้งยังสะท้อนถึงแนวทางของกริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ในการนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารและนวัตกรรมมาช่วยตอบโจทย์ความต้องการด้านโภชนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละตลาด

แหล่งอ้างอิง

[i] Based on finished product

[ii] Global Burden of Disease 2021 report: https://www.frontiersin.org/journals/nutrition/articles/10.3389/fnut.2025.1617644/full

[iii] Reducing free sugars intake in adults to reduce the risk of noncommunicable diseases https://www.who.int/tools/elena/interventions/free-sugars-adults-ncds  

[iv] Griffith Foods Global Quantitative Consumer Study – January 2025 – N 20,000

ทั้งนี้ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เป็นพันธมิตรระดับโลกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ให้บริการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแก่บริษัทอาหาร ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารและการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1919 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอัลซิป รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นธุรกิจครอบครัวที่มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมจากความร่วมมือ ภายใต้พันธกิจ “เราผสานความใส่ใจและความสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก – We Blend Care and Creativity to Nourish the World”

ปัจจุบัน กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ดำเนินธุรกิจในกว่า 40 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป มีพนักงานมากกว่า 5,000 คน รวมถึงเชฟกว่า 40 คน และนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารกว่า 340 คน ที่ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโซลูชันที่หล่อเลี้ยงผู้คน โลก และชุมชน ความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมเครื่องปรุงรส ซอส น้ำสลัด ระบบเคลือบอาหาร และโซลูชันโปรตีนทางเลือก โดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจบริการอาหาร ผู้ผลิตอาหาร ผู้แปรรูปโปรตีน และธุรกิจค้าปลีก ข้อมูลเพิ่มเติม: www.griffithfoods.com/apac

พพ. นำร่อง 10 จังหวัดลดใช้พลังงานวัดผลเกณฑ์มาตรฐาน Green Hotel–GSTC

22 กันยายน 2569 เวลา 16:22 น.

พพ.เดินหน้าปั้นโรงแรมต้นแบบ 80 แห่งใน 10 จังหวัด ใช้ข้อมูล EnPI วิเคราะห์ Energy Gap เจาะจุดลดการใช้พลังงาน พร้อมผลักดันโรงแรมกว่า 5,000 แห่งเข้าสู่ระบบ EnPI–CF-Hotels รองรับตลาดนักท่องเที่ยวสายรักษ์โลก “Low Carbon Tourism”  พร้อมเปิดทาง Soft Loan–Green Loan–ESCO ช่วยผู้ประกอบการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน  เพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจท่องเที่ยวไทย

22 กันยายน 2569  นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมโรงแรมไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยใช้ “การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน” เป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการท่องเที่ยว 

สำหรับความร่วมมือ  ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และที่พัก โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ต้นทุนและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่แผนการลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์และระบบพลังงานที่เหมาะสม ในแต่ละสถานประกอบการ พร้อมมีการประเมินการใช้พลังงานของโรงแรม เพื่อทำดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ( Energy Performance Indicator (EnPI)   เพื่อวิเคราะห์ “Energy Gap” ค้นหาจุดที่มีการใช้พลังงานสูงหรือมีโอกาสลดการสูญเสีย ก่อนกำหนดมาตรการปรับปรุงที่สามารถวัดผลการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวนันธิกา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ MOU คือการผลักดันโรงแรมมากกว่า 5,000 แห่ง ให้เข้าร่วมประเมินและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ EnPI และ Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) เพื่อสร้างฐานข้อมูลด้านพลังงานและคาร์บอนของภาคการท่องเที่ยว และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโรงแรมไทยสู่การเป็นโรงแรมเบอร์ 5 ปัจจุบันแพลตฟอร์ม CF-Hotels สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการติดตามและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของโรงแรมโดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3

ทั้งนี้เพื่อยกระดับโรงแรมเข้าเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ โรงแรมเบอร์ 5, Green Hotel, Green Hotel Plus ไปจนถึงมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล อาทิ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Good Travel Seal โดยนำข้อมูลการใช้พลังงานและผลการประเมิน EnPI มาใช้กำหนดแนวทางปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ ยังได้วางเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก Scope 2 ที่ระดับ 10% และสนับสนุนการใช้ข้อมูลจากระบบ CF-Hotels เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับการขับเคลื่อนระยะแรก ทั้ง 5 ฝ่ายเตรียมดำเนิน โครงการโรงแรมต้นแบบด้านพลังงาน โดยคัดเลือกโรงแรมระดับ 2–5 ดาวที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ นำร่องจำนวน 80 แห่ง ในปีงบประมาณ 2570 ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และภูเก็ต  โดยโรงแรมที่เข้าร่วมจะเริ่มจากการประเมิน EnPI และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อค้นหา Energy Gap จากนั้นจึงลงพื้นที่สำรวจและออกแบบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม โดย พพ.และกฟผ. จะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถบรรลุผลการประหยัดพลังงานได้จริงพร้อมมีการติดตามและประเมินผลทั้งด้านการใช้พลังงาน ค่าใช้จ่าย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้หลักการ Measurement and Verification (M&V) เพื่อให้สามารถวัดผลลัพธ์ของโครงการได้อย่างชัดเจน

นางสาวนันธิกา กล่าวว่า อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน เนื่องจากการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงระบบพลังงานจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนดังนั้น

ความร่วมมือครั้งนี้จะสนับสนุนการเข้าถึงกลไกทางการเงิน เช่น Soft Loan และ Green Loan รวมถึงการใช้รูปแบบ บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) และ Energy Performance Contract (EPC) เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น

ของผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานได้ตามศักยภาพและความพร้อม นางสาวนันธิกา กล่าว

ทั้งนี้ 5 หน่วยงานจะร่วมกันสร้างการรับรู้เรื่อง Low Carbon Tourism ผ่านการประชาสัมพันธ์โรงแรมต้นแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยมีเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ “โรงแรมคาร์บอนต่ำ” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนดังกล่าว เป็นการดึงภาคการท่องเที่ยวที่ต้องเร่งปรับตัว และเป็นส่วนสำคัญของนโยบาย ที่จะมุ่งขับเคลื่อนไทยสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 และเป้าหมาย NDC 3.0 ที่กำหนดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 60% หรือ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากปีฐาน 2019

สำหรับกรอบความร่วมมือ 5 ปี ระหว่าง (ปี 2569 2574 )โดยมุ่งบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูล การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาโรงแรมต้นแบบ ซึ่งจะมีภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่เหมาะสมกับโรงแรมขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานและการสื่อสารตลาด เพื่อให้การลดต้นทุนพลังงานและลดคาร์บอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงยกระดับสร้างองค์ความรู้ ‘ชุดไทย’ สู่เวทีโลก เสด็จเป็นองค์ประธานแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยม ณ กรุงโตเกียว

22 กันยายน 2569 เวลา 15:40 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 ในกิจกรรม “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME”  ณ Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างองค์ความรู้ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมงาน

ภายในงานได้มีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณซึ่งเป็นงานศิลป์ชั้นสูง อาทิ เครื่องประดับและศิลปะการพันดิ้น การปักสะดึงกรึงไหม งานช่างเครื่องเงินเครื่องทอง กระเป๋าผ้าเทคนิคประคบทองโบราณ และผ้าไหมทอลายมงคล โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับรากฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีไทย ทั้งรูปแบบการแต่งกายไทยในราชสำนักในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทของสังคมไทยสมัยใหม่ พัฒนาเป็นชุดไทยพระราชนิยม ต้นแบบเครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัย ที่สุภาพ งดงาม เหมาะสมต่อการสวมใส่จริงในการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ

ชุดไทยพระราชนิยมประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอตกูตูร์

โดยในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล สมัยที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติ ปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์ การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ปั้น ‘พลังรุ่นใหม่’ สู่ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง รับวันเยาวชนแห่งชาติ

22 กันยายน 2569 เวลา 15:34 น.

เพราะเยาวชนคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) เดินหน้าส่งเสริมและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาทักษะชีวิต การรณรงค์เชิงนโยบาย และการสร้างความตระหนักรู้ต่อประเด็นวิกฤตระดับโลก

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้ภารกิจดังกล่าว คือการสนับสนุนเยาวชนไทยเข้าร่วม “Young Minds Camp 2026: Child-led Actions, Mobilization and Partnership” ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งจัดขึ้นโดย World Vision East Asia เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคที่รวบรวมตัวแทนเยาวชนจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออก ได้แก่ มองโกเลีย ไทย เมียนมา กัมพูชา จีน ลาว และเวียดนาม

กิจกรรมมุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเด็น “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็กและชุมชน ผ่านกระบวนการที่เด็กและเยาวชนมีบทบาทเป็นผู้นำ ตั้งแต่การศึกษาค้นคว้าและวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อส่งต่อเสียงและข้อเสนอแนะของเยาวชนสู่ผู้กำหนดนโยบาย

การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และความตระหนักรู้ต่อประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และก้าวสู่การเป็น “ผู้นำรุ่นใหม่” ที่กล้าคิด กล้าลงมือทำ และพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชุมชนของตน

โน๊ต (ธีรพงศ์) ตัวแทนเยาวชนศุภนิมิตจากประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของเยาวชนในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเวทีนี้ว่า “ผมเชื่อว่าเยาวชนสามารถเป็นกระบอกเสียงในการสะท้อนปัญหาและสร้างความตระหนักในสังคมได้ แม้วันนี้เรายังเป็นเยาวชน แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะสามารถมีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น เพราะเยาวชนคือรากฐานสำคัญของประเทศครับ”

แพท (ณิชากร) ตัวแทนเยาวชนศุภนิมิตจากประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “หนูอยากมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายหรือแนวทางการรับมือภัยพิบัติค่ะ แม้ตอนนี้หนูยังเป็นเยาวชน แต่หนูเชื่อว่าเด็กและเยาวชนสามารถส่งเสียง สะท้อนความคิดเห็น และนำเสนอประสบการณ์ของเราไปยังผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ค่ะ”

การดำเนินงานครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพเยาวชนด้านการศึกษาและทักษะชีวิต ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิเด็ก โดยเชื่อมั่นว่าเยาวชนไม่ใช่เพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่คือ “ผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง”

มูลนิธิศุภนิมิตฯ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง ได้เข้าถึงกระบวนการการเรียนรู้สิทธิตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในประเด็นที่ส่งผลต่อชีวิตและอนาคตของตนเอง เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน          

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เชื่อว่า การลงทุนในการพัฒนาและเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมในระยะยาว สอดคล้องกับคำขวัญวันเยาวชนแห่งชาติ “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” ที่สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการร่วมสร้างสังคมและโลกที่ดียิ่งขึ้น

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรคริสเตียนสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาเด็กที่ดำเนินงานในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของศุภนิมิตสากล (World Vision International) ที่มีเครือข่ายการทำงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผู้ที่สนใจสนับสนุนโครงการ หรือร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนา สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.worldvision.or.th

ฉลอง 47 ปี สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย เชิดชูเกียรติ 27 นักเรียนทุน พลังแห่งการพัฒนาประเทศ

22 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงาน Dinner Talk: Dream Beyond Yourself จากความฝันของตัวเอง สู่การสร้างความฝันให้ประเทศ พร้อมพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสที่สมาคมฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 47 โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมร่วม TGS Talk ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความฝัน ภาวะผู้นำ และการนำศักยภาพของนักเรียนทุนกลับมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ประธานในพิธี, คณะกรรมการสมาคมฯ พร้อมด้วย นักเรียนทุนรัฐบาลไทย ที่ได้รับรางวัลหอเกียรติยศเชิดชูเกียรติ Hall of Fame นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทรงคุณค่า นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น และนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568

นักเรียนทุนรัฐบาลไทย Hall of Fame ประจำปี 2568 ยรรยง พวงราช, ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์, ดร.ศรีภูมิ สุขเนตร และ ดร.สมชัย สัจจพงษ์

หนึ่งในช่วงสำคัญของงานคือพิธีประกาศเกียรติคุณนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ประจำปี 2568 รวม 27 ราย ใน 4 ประเภท ได้แก่ หอเกียรติยศเชิดชูเกียรติ Hall of Fame นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทรงคุณค่า นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น และนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง โดยมีผู้ได้รับการบันทึกชื่อในหอเกียรติยศเชิดชูเกียรติ Hall of Fame ประจำปี 2568 จำนวน 12 ราย ในสาขากฎหมาย วิทยาศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และต่างประเทศ เพื่อยกย่องนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่สร้างผลงานและคุณูปการต่อประเทศในหลากหลายมิติ  ดังนี้ ด้านกฎหมาย ได้แก่ ศ. ดร.วิษณุ เครืองาม, ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, มีชัย ฤชุพันธุ์ และ ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ศ. ดร.ธีระ สูตะบุตร และ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ด้านสังคม ได้แก่ ดร.บุญปลูก ชายเกตุ และ ยรรยง พวงราช ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ดร.ศรีภูมิ สุขเนตร, ดร.สมชัย สัจจพงษ์ และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และด้านต่างประเทศ ได้แก่ นายวิทยา เวชชาชีวะ

 นักเรียนทุนรัฐบาลไทย Hall of Fame ประจำปี 2568 ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, ดร.บุญปลูก ชายเกตุ และ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทรงคุณค่า สาวิตรี สุวรรณสถิตย์

ภายในงานยังมีการประกาศเกียรติคุณ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทรงคุณค่า จำนวน 4 ราย ได้แก่ ดร.อำพน กิตติอำพน, ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, มหิดล จันทรางกูร และ สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ สำหรับ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ประจำปี 2568 โดยผู้ได้รับรางวัลกลุ่มนี้มาจากหลากหลายบทบาทสำคัญทั้งด้านนโยบายภาครัฐ การลงทุน การแพทย์ กฎหมาย และการศึกษา จำนวน 5 ราย ได้แก่ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศุธาศินี สมิตร,นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ และ ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานในพิธี, ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมฯ, อารดา เฟื่องทอง นายกสมาคมฯ คนใหม่, ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วย นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ประจำปี 2568 อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์,  ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง, ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน และ ศุธาศินี สมิตร, นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 ดร.กฤดา กฤติยาโชติปกรณ์, พ.ต.อ.ภูริทัศน์ ชัยศร, ดร.ศศิธร ศรีสวัสดิ์ และ รศ.ดร.วรางคณา ศรีจำนงค์

ขณะที่ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 โดยผู้ได้รับรางวัลดาวรุ่งสะท้อนบทบาทของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขา ทั้งเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ งานวิจัย ความมั่นคง การศึกษา และภาคประชาสังคม จำนวน 6 ราย ได้แก่ ดร.กฤดา กฤติยาโชติปกรณ์, พ.ต.อ.ภูริทัศน์ ชัยศร, ดร.ศศิธร ศรีสวัสดิ์, รศ.ดร.วรางคณา ศรีจำนงค์, ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ นางชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น

ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมฯ ส่งไม้ต่อสู่ อารดา เฟื่องทอง นายกสมาคมฯ คนใหม่

งานในปีนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของสมาคมฯ กับการส่งต่อภารกิจการบริหารจาก ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยมาตลอดระยะเวลา 3 ปี สู่ อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเข้ารับหน้าที่นายกสมาคมฯ คนใหม่ ซึ่งตลอดวาระที่ผ่านมา สมาคมฯ เดินหน้าทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลนักเรียนทุน การสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทุน การให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทุนรุ่นใหม่ การเชิดชูผู้สร้างผลงานเพื่อสังคม ตลอดจนกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ โดย อารดา เฟื่องทอง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดที่ 19 และดำรงตำแหน่งอุปนายกฯ ก่อนจะสานต่อการบริหารสมาคมฯ ในวาระต่อไป

TGS Talk โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รวม.คลัง ในหัวข้อ Dream Beyond Yourself

ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมฯ มอบของที่ระลึกแก่ประธานพิธี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ TGS Talk โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้หัวข้อ Dream Beyond Yourself ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์และวิธีคิดของผู้นำ ตั้งแต่คำถามว่า Why do you Dream ความฝันที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตคืออะไร การเปลี่ยนความฝันไปสู่การลงมือทำ ไปจนถึงแนวคิด Opportunity Mindset ที่มองปัญหาเป็นโอกาส และการเรียนรู้จากความล้มเหลวในฐานะส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ,ยรรยง พวงราช, ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์,ดร.ศรีภูมิ สุขเนตร และ ดร.บุญปลูก ชายเกตุ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม วรายุ ประทีปเสน, ทรงยศินทร์ ชนปทาธิป, อารดา เฟื่องทอง อุปนายกสมาคมฯ , ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมฯ,  ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล เลขาธิการสมาคมฯ, จิรโรจน์ กุศลรัตน์, ฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ และ หรินทร์ สูตะบุตร

แนวคิด Dream Beyond Yourself ยังสะท้อนเป้าหมายของงานในปีนี้ จากความฝันและความสำเร็จของแต่ละบุคคล ไปสู่คำถามที่ใหญ่ขึ้นว่า นักเรียนทุนรัฐบาลไทยจะสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และโอกาสที่ได้รับกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างไร

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ และ ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์

ศ.ดร.ยงยุทธ- รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมยินดีกับ ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ประจำปี 2568

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย หรือ The Association of the Thai Government Scholarship Students ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2522 โดยมีเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทุนรัฐบาลไทย เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ปัจจุบันสมาคมฯ ดำเนินงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 47

แฟนชาวไทยเตรียมกรี๊ด! นางเอกจีนซูเปอร์สตาร์ ไป๋ลู่ บินลัดฟ้าจัดแฟนมีตติ้ง 25 ตุลาคมนี้!

23 กันยายน 2569 เวลา 14:40 น.

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงคอนเทนต์เอเชียสู่ผู้ชมทั่วโลก เมื่อ WeTV แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงชั้นนำที่รวบรวมความบันเทิงคุณภาพจากทั่วเอเชีย ประกาศแต่งตั้ง “ไป๋ลู่” นักแสดงหญิงแถวหน้าของประเทศจีน ขึ้นแท่น WeTV Global Ambassador คนล่าสุด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันคอนเทนต์จีน รวมถึงศิลปินเอเชียให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมมอบเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้แฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการพา “ไป๋ลู่” บินลัดฟ้ามาพบปะแฟน ๆ ภายใต้โครงการ WeSpark ในงาน “MEET & LOVE BAILU SPECIAL FANMEETING” แฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM HALL ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

“ไป๋ลู่” ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในระดับนานาชาติ ด้วยผลงานที่หลากหลายและความสามารถในการถ่ายทอดตัวละครได้อย่างมีมิติ จนครองใจผู้ชมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ “ครึ่งทางรัก” (Love is Sweet), “จอมคนเหนือชนชั้น” (Overlord), “ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม ภาคอดีต” (One and Only) และ “ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม ภาคปัจจุบัน” (Forever and Ever) รวมถึงผลงานล่าสุดอย่างซีรีส์จีนพีเรียดอันดับ 1 แห่งปี “ชายาเคียงหทัย” (The First Jasmine) ที่เจ้าตัวรับบท “เย่หลี” และถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างโดดเด่น ตอกย้ำฝีมือการแสดงของนางเอกจีนแถวหน้าแห่งยุค

นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังเตรียมพบกับผลงานเรื่องใหม่ของเธอในซีรีส์ “Kai Dao Tu Mi” แนวโรแมนติก-ดรามา กับการโคจรมาร่วมงานกับสองนักแสดงมากฝีมืออย่าง “เผิงกวนอิง” และ “ฉางหัวเซิน” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวสุดเข้มข้น เตรียมรับชมได้ทาง WeTV เร็ว ๆ นี้

สำหรับงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ จะเปิดจำหน่ายบัตรในวันอังคารที่ 29 กันยายน เวลา 14.18 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง Maiseat และ Megatix บัตรราคา 4,600 และ 2,600 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโซเชียลมีเดีย WeTV Thailand ทุกช่องทาง

เตรียมร่วมสร้างอีกหนึ่งความทรงจำสุดพิเศษไปกับ “ไป๋ลู่” ในงาน “MEET & LOVE BAILU SPECIAL FANMEETING” วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM HALL แล้วมาพบกันในค่ำคืนแห่งความสุข ที่แฟน ๆ จะได้ใกล้ชิดกับ WeTV Global Ambassador คนล่าสุดมากกว่าที่เคย

‘หนูเล็ก ก่าก๊า’เปิดใจเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนอยู่ร่วมกับใครไม่ได้ เผยป่วยหนักเข้าไอซียู ถึงขั้นเขียนพินัยกรรมสั่งลา

23 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

 หนูเล็ก ก่าก๊า มารายการ Club Friday Show เปิดใจเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนอยู่ร่วมกับใครไม่ได้ สุดท้ายขอลาออกจากรายการ พร้อมเผย 5 ปีที่ผ่านมาไลฟ์สดขายของทั้งวันทุกวันจนป่วย “หนูเล็ก-เอก” ทะเลาะกันหนักถึงขั้นไล่สามีลงจากรถ! หรือบางครั้งถึงขั้นบอกเลิก! เหตุการณ์จะเป็นอย่างไ?  พอมีลูกความเป็นสามีภรรยาของ หนูเล็ก ก่าก๊า ก็เปลี่ยนไป อยากเว้นระยะห่างจนสามีแปลกใจ หนูเล็ก ก่าก๊า เผยป่วยหนักเข้าไอซียู คิดมากจนถึงขั้นเขียนพินัยกรรมสั่งลา!

หนูเล็ก เองก็เป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย

หนูเล็ก ก่าก๊า : ปั๊มนมก็เริ่มมีความเครียดทำงานไม่ได้อยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ มองคนในที่ทำงานว่าเขาเกลียดเราหมดเลย รู้สึกสับสนรู้สึกเครียดไปหมด คือ เหมือนคนบ้าเลย

เอก เอกวุธ : ไม่ได้ดูลูก ไม่ได้นอนกับลูกก็มานั่งร้องไห้

หนูเล็ก ก่าก๊า : ซึ่งนั่นคือจุดหนึ่งที่เราลาออกจากรายการเลย

ไลฟ์ขายของตลอด

หนูเล็ก ก่าก๊า : ไลฟ์ขายของคือเราไลฟ์ เช้า เที่ยง เย็น 5 ปี จะทาลิปสติกเราก็ไลฟ์ กินข้าวเราก็ไลฟ์ขายทั้งวัน

เอก เอกวุธ : เราเรียกมาเขาก็ไม่นอน ทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามานอนก็เข้าไปไลฟ์อีก

หนูเล็ก ก่าก๊า : นอนประมาณตีสองแล้วตื่นตีห้า เพื่อมาดูคอมอีกรอบยิงโฆษณาเองทุกอย่าง ตัดต่อ โพสต์ คือไม่ได้หยุดเลย

ทะเลาะกันหนักมาก

หนูเล็ก ก่าก๊า : ตอนนั้นที่หนักเคยไล่ลงจากรถ

เอก เอกวุธ : เขาก็บอกงั้นถ้าเป็นแบบนี้ลงไปจากรถเลย ให้ลงผมก็ลงเสร็จแล้วเขาก็วนมาเปิดประตูมาแล้วก็ร้องไห้

 เวลาทะเลาะกัน หนูเล็ก ชอบบอกเลิกพอมีลูกบางอย่างของความเป็นสามี ภรรยามันเริ่มเปลี่ยนไป

เอก เอกวุธ : เขาก็จะบอกว่ารู้สึกไม่ดีนะ ให้เว้นระยะห่าง

หนูเล็ก ก่าก๊า : น่ารำคาญมากติดมากไปไหนก็ตามอยู่นั่นแหละ !! เราก็แบบขับรถคนละคันบ้างได้ไหมเราอยากขับรถคนเดียว

เอก เอกวุธ : อันนี้แปลกใจมาก อยู่ๆเขาก็บอกว่าเราไปคนละคันบ้างก็ได้ทั้งๆที่ไปที่เดียวกัน

 ป่วยหนักมาก

หนูเล็ก ก่าก๊า : เขาบอกว่าคุณเป็นไข้เลือดออกทั้ง 7-8 วันนั้นร้องไห้ทุกวันเพราะไข้มันไม่ลงเลย

ถึงขั้นที่เราเข้า   ICU

หนูเล็ก ก่าก๊า : เราอาเจียนออกมาเป็นเลือดเข้า ICU ทันทีเลย ในสมองก็คิดแต่แบบเราจะตายจริงๆเหรอ จะตายแน่เหรอแล้วจะทำยังไงดี ก็เขียนถ้าอยู่ๆแล้วเราไม่อยู่แล้วให้สามีหมดเลย คิดว่าจะทำพินัยกรรมแบบนั้นเลย เพราะเราไม่เหลือใครแล้ว แม่ก็ไม่อยู่ พ่อก็ไม่อยู่ เขาคือชีวิตของหนู

ติดตามเรื่องราวเต็มๆของ หนูเล็ก ก่าก๊า ได้ในรายการ Club Friday Showวันเสาร์ที่ 26 กันยายน เวลา 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561

เฉลยแล้ว! มือกลองแบคอัพ ‘เนเน่’ หวดสุดโหดบนเวที AGT จนถูกแซวแย่งซีน

23 กันยายน 2569 เวลา 12:43 น.

Paulina Villarreal

กลายเป็นกระแสฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อ แพรว รัตติกานต์ อำลอ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ เนเน่ รอยัล เด็กไทยวัย 16 ปี ที่เดินทางลัดฟ้าจากบ้านเกิดจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ Final ของรายการ America’s Got Talent ซีซั่น 21 ในช่วงเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นแคลิฟอร์เนีย) หรือตรงกับเวลา 08.00 น. ของประเทศไทย

โดย น้องเนเน่ ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับและชาวไทยผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวขึ้นเวทีมาด้วยเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง Seven Nation Army ของวง The White Stripes โดยนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นเพลงที่เนเน่มักใช้คัฟเวอร์ร้องเปิดหมวกจนแฟนคลับรู้จักกันเป็นอย่างดี โชว์นี้เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ สะกดสายตาคนดูตั้งแต่โน้ตแรกจนจบการแสดง และทันทีที่การแสดงจบลง บรรยากาศภายในฮอลล์ก็อบอวลไปด้วยความประทับใจ ทั้งคณะกรรมการและผู้ชมต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความชื่นชมในความสามารถอันโดดเด่นของเธอ

เนเน่ รอยัล

ซึ่งสายตาของแฟนคลับและชาวเน็ตหลายคนต่างถูกดึงดูดไปยังมือกลอง ที่หวดกลองอย่างทรงพลังสุดโหดบนเวที AGT ร่วมกับน้องเนเน่ จนหลายคนอดแซวขำๆ ไม่ได้ว่า ตำแหน่งมือกลองแย่งซีนมีอยู่จริง

ล่าสุดวันนี้ 23 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก Dad Mom and Rock N Roll Kids เพจข่าวสารวงการเพลงร็อกสากลที่มีผู้ติดตามกว่า 160,000 คน ได้เปิดเผยที่มาของผู้หญิงที่มาร่วมเล่นเป็นมือกลองให้กับ น้องเนเน่ ในเพลง Seven Nation Army รอบ Final โดยเธอเป็นหนึ่งในสมาชิกของ The Warning วงอัลเตอร์เนทีฟ/ฮาร์ดร็อก 3 พี่น้องตระกูล Villarreal Vélez จากเมืองมอนเตร์เรย์ รัฐนวยโวเลออง ประเทศเม็กซิโก ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2013 ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “The Warning วงอัลเตอร์เนทีฟ/ฮาร์ดร็อกสัญชาติเม็กซิกันจากเมืองมอนเตร์เรย์ รัฐนวยโวเลออง ประเทศเม็กซิโก ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยสามพี่น้องตระกูล Villarreal Vélez ได้แก่ Dany (กีตาร์, ร้อง), Pau (กลอง, ร้อง, แต่งเพลง) และ Ale (เบส, ร้องประสาน)

ทั้งสามเติบโตมาในครอบครัวที่รักเสียงดนตรี เริ่มเรียนเปียโนคลาสสิกตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะหันมาสนใจดนตรีร็อกจากการเล่นวิดีโอเกม Rock Band และฟังศิลปินอย่าง Metallica, Muse, Queen, Pink Floyd และ My Chemical Romance ทำให้พวกเธอตัดสินใจก่อตั้งวงขึ้นมา

เนเน่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อคลิปคัฟเวอร์เพลง “Enter Sandman” ของ Metallica ถูกเผยแพร่บนช่องแดง และกลายเป็นไวรัล มียอดชมมากกว่า 26 ล้านครั้ง ความสามารถของสามพี่น้องสร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงทั่วโลก รวมถึง Kirk Hammett มือกีตาร์ของ Metallica ที่กล่าวชื่นชมว่า Pau มือกลองของวง “ตีกลองได้สุดยอดมาก” ความสำเร็จของคลิปดังกล่าวยังทำให้วงได้รับเชิญไปออกรายการ The Ellen DeGeneres Show ในปี 2015 และได้รับทุนเพื่อศึกษาด้านดนตรีเพิ่มเติมที่ Berklee College of Music

ในช่วงแรก The Warning ทำงานแบบอิสระ โดยระดมทุนผ่าน GoFundMe เพื่อบันทึกผลงานอีพีชุดแรก Escape the Mind (2015) ก่อนจะออกอัลบั้มเต็ม XXI Century Blood (2017) และอัลบั้มคอนเซ็ปต์ Queen of the Murder Scene (2018) ซึ่งช่วยให้ชื่อของพวกเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการร็อกนานาชาติ

ปี 2021 วงเซ็นสัญญากับค่าย Lava Records / Republic Records ตามด้วยการเปิดตัวในระดับเมเจอร์ด้วยเพลง “CHOKE” ก่อนปล่อยอัลบั้ม ERROR (2022) ที่ได้รับคำชมอย่างมากจากแฟนร็อกทั่วโลก และถัดมากับอัลบั้ม Keep Me Fed (2024) ซึ่งมีเพลงเด่นอย่าง “S!CK”, “Hell You Call A Dream”, “Automatic Sun” และ “Qué Más Quieres” โดยเฉพาะเพลงหลังยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Latin Grammy สาขาเพลงร็อกยอดเยี่ยม

The Warning ได้ขึ้นแสดงร่วมกับศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น Muse, Foo Fighters, Guns N’ Roses, Evanescence, Def Leppard, Royal Blood และ Imagine Dragons รวมถึงการปรากฏตัวบนเวที MTV และเทศกาลดนตรีสำคัญทั่วโลก ทำให้วงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในความหวังใหม่ของวงการฮาร์ดร็อกยุคปัจจุบัน

ในปี 2025 วงออกอัลบั้มและภาพยนตร์คอนเสิร์ต Live From Auditorio Nacional, CDMX ก่อนจะเปิดศักราชใหม่ด้วยเพลง “Kerosene” และตามด้วยอัลบั้ม Everything’s Falling ในปี 2026 ซึ่งช่วยตอกย้ำสถานะของ The Warning ในฐานะวงร็อกหญิงจากเม็กซิโกที่ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างเต็มตัว

ล่าสุด เช้านี้ The Warning ได้รับเชิญให้มาเป็นแขกในรายการ America’s Got Talent 2026 โดยขึ้นเวทีแสดงร่วมกับ Nene Royal ในเพลง “Seven Nation Army”
#DMNRKIDS #THEWARNING #NENEROYAL””

เนเน่

ทางด้านเพจเฟซบุ๊ก เจาะเวลาหาอดีต ก็ได้เปิดเผยข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับมือกลอง ซึ่งโดดเด่นบนเวทีการแสดงไม่แพ้น้องเนเน่ โดยระบุว่า “ใครคือ ผู้ที่มาร่วมแสดงตีกลองให้กับ น้องเนเน่ (Nene Royal) ในโชว์รอบ Final ของเวที America’s Got Talent 2026

ผู้ที่ร่วมแสดงในเพลง “Seven Nation Army” คือ Paulina Villarreal (พอลินา วิลลาเรียล) มือกลองและนักร้องนำจาก The Warning วงร็อกสามสาวพี่น้องชื่อดังระดับโลกสัญชาติเม็กซิกัน

เนเน่

รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ร่วมแสดง:
​วง The Warning: วงร็อกหญิงล้วน 3 พี่น้อง (Daniela, Paulina และ Alejandra Villarreal) จากเมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นวงดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจหลักของน้องเนเน่มาโดยตลอด
​
Paulina Villarreal: รับหน้าที่ตีกลองทรงพลังในโชว์รอบ Final ร่วมกับน้องเนเน่บนเวที และทางวง The Warning (รวมสมาชิกทั้ง 3 คน) ยังได้เดินทางมาเยี่ยม ให้กำลังใจ และร่วมแจมซ้อมดนตรีกับน้องเนเน่ในห้องซ้อมก่อนขึ้นโชว์จริงอีกด้วย
เจาะเวลาหาอดีต”

Paulina Villarreal

หลังจากที่โพสต์ของทางเพจเฟซบุ๊ก เจาะเวลาหาอดีต เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ แฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“มือกลอง ไม่ได้ แข่งขัน .. แต่ ๆ เล่นชุดกลอง แบบ สุด ๆ เสมือน กำลัง Show AGT อีกคน ..”

“กลองเล่นเดือดมาก แต่น้องไม่จมทั้งเสียงร้องทั้งกีต้าร์ แบตเทิลได้สุดๆ”

“จัดมาให้แย่งซีนน้องเนเน่”

“เห็นแวบๆตอนแรกนึกว่าโยชิกินะนั่น”

“เดี๋ยว AGT คงปล่อยคลิปที่เนเน่ซ้อมแล้วได้เจอกับเล่นร่วมกับ The warning ตามออกมาทีหลังแน่ๆ ขออย่างเดียว เกมอย่าพลิก ถ้าเนเน่ไม่แชมป์ นิกล่อยหมดเลย ทั้งโฆษก, LP, TW”

“เท่มากเกือบแย่งซีนไปไม่น้อย”

“มือกลองโคดเท่”

“ชอบสุดคือ มาตีกลองอย่างเดียว จบแล้วก็รีบชิ่งหายไปจากเวที ไม่ได้อยากมาหาแสงหรือมีซีนใดๆ มืออาชีพมากๆ”

“ตอนแรกนึกว่า ป๊าโยมาตีเอง”

“มาตีกลองให้ ถือว่าเนเน่เป็นที่ยอมรับเข้าไปอีก”

เนเน่
เนเน่
Paulina Villarreal
Paulina Villarreal
Paulina Villarreal

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Dad Mom and Rock N Roll Kids,เฟซบุ๊ก เจาะเวลาหาอดีต, America’s Got Talent

‘บุ๋ม ปนัดดา’ขนลุกซู่! โพสต์ชม ‘น้องเนเน่’โชว์เด็ดบนเวที AGT สานฝันไกลระดับโลก

23 กันยายน 2569 เวลา 12:43 น.

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดประทับใจเมื่อ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความยินดีและชื่นชม “น้องเนเน่” ที่ได้ไปแสดงศักยภาพบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent (AGT) 

บุ๋ม ปนัดดา ได้เผยความรู้สึกหลังจากได้ชมโชว์เพลง Seven Nation Army ของน้องเนเน่ว่า “ขนลุกมากกกก! ทั้งเสียงร้อง เสียงว๊าก สายตา อารมณ์การแสดง การลีดกีตาร์ที่ใส่สุด ตัวชั้นเองก็ทั้งขนลุกยันหัว กรี๊ดตามหลายรอบเหมือนไปอยู่ในงาน” 

นอกจากนี้ ยังได้พูดถึงช่วงเวลาสุดเอ็นดูในรายการว่า แอบเห็นน้องมือสั่นช่วงท่อนท้ายสุดเพราะความตื่นเต้น แต่ก็ยังคุมเกมได้ดีเยี่ยม พร้อมทั้งปล่อยโฮหัวเราะกับช็อตน่ารักๆ เมื่อ “เมล บี” (Mel B) กรรมการชื่อดัง กวักมือเรียก “ป๋าฮาร์วีย์” (Howie Mandel) แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวกลับวิ่งเข้าไปกระโดดกอดคุณพ่อของ ‘น้องเนเน่’แทน  ปิดท้ายด้วยการขอบคุณกรรมการและแฟนๆ ที่ให้ความเอ็นดูและความรักกับน้องเนเน่ พร้อมเชิญชวนแฟนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์น้องเนเน่ในทุกช่องทางของ AGT ต่อไป