คิดมาให้แล้ว! ปชน. ชู 4 แผนสู้วิกฤตน้ำมัน หลังนายกฯ แถลงขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือ

คิดมาให้แล้ว! ปชน. ชู 4 แผนสู้วิกฤตน้ำมัน หลังนายกฯ แถลงขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือ

คิดมาให้แล้ว! ปชน. ชู 4 แผนสู้วิกฤตน้ำมัน หลังนายกฯ แถลงขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

คิดมาให้แล้ว! วีระยุทธ พรรคประชาชน ชูแผนสู้วิกฤตน้ำมัน 4 ข้อ หลังนายกฯ แถลงเมื่อวาน มีแต่คำขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอแผนรับมือวิกฤตน้ำมันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ หลังจากที่วานนี้ (28 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับผิดว่าปัญหาวิกฤตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ของรัฐบาลเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดหายไปคือ “แผนรับมือ” วิกฤตครั้งนี้

นายวีระยุทธ เสนอแผนรับมือ “ฉบับพรรคประชาชน” สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการราคาน้ำมัน  2) มาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน 3) การจัดการปุ๋ยเคมี และ 4) การเตรียมความพร้อมช่วงสงกรานต์

1. ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต ล้อไปกับตลาดโลกได้ แต่ต้องไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่มีการขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร 

นอกจากนี้ รัฐต้องเร่งใช้มาตรการที่มีในมือเพื่อลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) โดยมีทางเลือกดังนี้ “ภาษีสรรพสามิต” ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว, “ภาษีเทศบาล” ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว, “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาทสำหรับดีเซลหมุนเร็ว รวมถึง “การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน” ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ท่ามกลางซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ยังมีแนวโน้มชะลอตั นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต็อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบ real time เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน โดนตรวจสอบข้อมูลที่รายงานในช่วงวิกฤตเทียบกับข้อมูลการขายน้ำมันในช่วงก่อนวิกฤต เพื่อหาพฤติการณ์เสี่ยงของการกักตุนน้ำมัน

2. มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน วีระยุทธกล่าวว่า แม้นายกฯ อนุทินจะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่กลับเสนอให้ประชาชน “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” แต่ไม่มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน

นายวีระยุทธ เสนอต่อว่า ถ้าต้องการสนับสนุนให้คน “ใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มเขึ้น” ต้องออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนให้เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ ถ้าต้องการให้ประชาชน “Work from Home” มากขึ้น ต้องออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน

สำหรับพี่น้องเกษตรกร หากต้องลดการใช้น้ำมันวันละ 1 ลิตร ต้องมีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องมีเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์มาแลกแทน รวมถึงสร้างแรงจูงใจ เช่น ส่วนลดเพื่อช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดพลังงานในระยะยาว

สำหรับพี่น้อง SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มาก และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ด้วย

นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า ต้องเร่งออกนโยบาย ผ่อนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านบิลค่าไฟได้ (On-Bill Financing) เช่น โซลาร์เซลล์, เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้ารุ่นใหม่, ตู้แช่น้ำเย็นประหยัดไฟฟ้า, เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน และ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้ โดยไม่ต้องรอมีเงินก้อน

3. มาตรการด้านปุ๋ยเคมี วีระยุทธเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขายให้เกษตรกรรับทราบและสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านไหนขายเกินราคา หากพบว่ามีใครขายเกินราคาสามารถแจ้งให้รัฐรับทราบข้อมูลและสามารถจัดการได้ทันที โดยรัฐบาลสามารถแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่นคูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท  ไม่เกิน 10 ไร่/ราย  เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการโดยทั่วกัน พร้อมกับการควบคุมราคาจำหน่ายปุ๋ยตามกลไกที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่

ส่วนมาตรการระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ โดยควรมีแรงจูงใจเช่นส่วนลดหรือเครดิตการค้าเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ดำเนินการเช่นนั้น นอกจากนี้ หากจะรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น รัฐบาลควรผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทำได้สะดวกและรวดเร็วกว่านี้

และ 4. แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของคนไทยทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ นอกจากจะเป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติพี่น้องและร่วมงานประเพณี ยังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และขนส่ง รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้สะดวกและราบรื่น ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้

นายวีระยุทธ เสนอให้รัฐบาลเตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมัน เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่งและจุดบริการต่างๆ สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ ให้มีการประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

รวมถึงเตรียมความพร้อมของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การสำรองเวชภัณฑ์ และการดูแลภาระงานและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการแพทย์ ยิ่งสถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเห็นว่ารัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างน้อยใน 4 ด้านข้างต้น เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น

ปาณิดล ย้ำรัฐบาลประสานอิหร่านใกล้ชิด ช่วยเรือไทยติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ

ปาณิดล ย้ำรัฐบาลประสานอิหร่านใกล้ชิด ช่วยเรือไทยติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ

ปาณิดล ย้ำรัฐบาลประสานอิหร่านใกล้ชิด ช่วยเรือไทยติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.58 น.

“ปาณิดล”ย้ำรัฐบาลไทยประสานอิหร่านใกล้ชิด ช่วยเรือไทยติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เหตุประท้วงสถานทูตมี ตร.ดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว

29 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และภาพรวมการช่วยเหลือเรือไทย ว่า กรณีการเดินเรือขนส่งของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ว่าทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับฝ่ายอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และใกล้ชิดเพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยมีเรือที่สามารถเดินทางสามารถเดินทางออกมาสำเร็จแล้วบ้าง แต่ต้องมีการพูดคุยต่อไปอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือเรือลำอื่นๆ ที่ตกค้างอยู่ ส่วนเรื่องลูกเรือ 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรี นารี นายสีหศักดิ์ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือทั้งสามคน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าทันทีที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องพัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง และอาจขยายวงกว้างขึ้น จากกรณีกลุ่มฮูตีในเยเมนเริ่มโจมตีอิสราเอล ขณะที่การโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศอาหรับยังคงดำเนินการต่อไป รวมถึงโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ของอิหร่านที่ต้องหยุดการผลิตหลังถูกอิสราเอลโจมตี มีรายงานด้วยว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ประกาศห้ามการขนส่งสินค้าเข้าออกจากท่าเรือของพันธมิตรสหรัฐฯ อิสราเอล และย้ำถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นายปาณิดล กล่าวว่า ชาติมุสลิม ประกอบด้วย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน ระหว่างวันที่ 29 – 30 มี.ค.เพื่อหาทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้แทนพิเศษตะวันออกกลางของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีสัญญาณเชิงบวก และมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับฝ่ายอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯใกล้บรรลุเป้าหมาย และอาจยุติเป้าหมายและอาจยุติปฏิบัติการได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ในภาพรวมสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง ความคืบหน้าการเจรจายังมีความไม่แน่นอน และอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา กระทรวงการต่างประเทศ ขอย้ำ ให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีกาตาร์เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายสีหศักดิ์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรมว.การต่างประเทศกาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์ในการดูแลคนไทย และการอำนวยความสะดวกคนไทยเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย ฝ่ายกาตาร์ได้ย้ำถึงความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือ และการดูแลคนไทยในกาตาร์ด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ พร้อมแสดงจุดยืนที่หวังให้สถานการณ์สิ้นสุดโดยเร็ว โดยผ่านการดำเนินทางการทูต

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับที่อิหร่าน คนไทยอีกหนึ่งชุด จำนวน 8 คน ที่ออกจากอิหร่านเดินทางผ่านตุรกี ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเช้าวันที่ 28 มี.ค. ส่วนกรณีอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูตณกรุงเทลอาวีฟ ยังขอย้ำแจ้งเตือนการแอบอ้างของมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตที่หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับมาประเทศไทย โดยย้ำว่า สถานเอกอัครราชทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการกลับประเทศไทยแต่อย่างใด ขณะที่ทางการอิสราเอลยังได้ประกาศปิดน่านฟ้า จนถึงวันที่ 16 เม.ย. โดยทุกสายการบินต่างชาติระงับการให้บริการ มีเฉพาะสายการบิน EL AL และ ARKIA ที่ยังคงทำการบินมาประเทศไทย แต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิก กระทันหันได้ตามความจำเป็นในพื้นที่ ดังนั้นหากคนไทยมีความจำเป็นจะต้องเดินทางออกจากอิสราเอลอย่างเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป ส่วนกรณีบาห์เรน สายการบินกัลฟ์แอร์ของบาห์เรน ประกาศโครงการให้บริการเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางดัมมัม-กรุงเทพฯ ถึงวันที่ 30 เม.ย. โดยดำมัมเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้า-ออกของคนในพื้นที่ผ่านประเทศซาอุดิอาระเบีย

เมื่อถามถึงการการชุมนุมหน้าสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มี.ค. จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่านหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมีหลักปฏิบัติว่าจะต้องประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีนี้ตำรวจสันติบาลเข้าไปดูแลอารักขาสถานทูตนั้นนั้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ที่เป็นการสู้รบที่มีความละเอียดอ่อน แม้ไม่มีการชุมนุมประท้วงก็ดูแลสถานทูตที่เป็นคู่กรณีเป็นพิเศษอย่างดีอยู่แล้ว โดยรวมเท่าที่ทราบไม่มีเหตุรุนแรง โดยที่ผ่านมาการที่จะประท้วงปกติต้องมีการแจ้งล่วงหน้า ดังนั้น การชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตต่างประเทศในประเทศไทยในช่วงวิกฤติ ในขณะนี้คิดว่าทางการไทยรับมือได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องเคยดำเนินการและมีหลักปฏิบัติที่รองรับชัดเจน ยืนยันว่า ไม่จะส่งผลกระทบความสัมพันธ์ไทยอิหร่าน เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยว คนละประเด็นกัน เพราะมีบางกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นการแสดงออก แต่ทางการไทยยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่านอยู่ ซึ่งมีการขอความช่วยเหลือจากอิหร่านตามที่ รมว.การต่างประเทศ ได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เรื่องเรือและลูกเรือ

ศบก.เกาะติดสถานการณ์น้ำมัน พบยอดผลิต-จำหน่ายดีเซลขยับสูงกว่า ม.ค.-ก.พ.

ศบก.เกาะติดสถานการณ์น้ำมัน พบยอดผลิต-จำหน่ายดีเซลขยับสูงกว่า ม.ค.-ก.พ.

ศบก.เกาะติดสถานการณ์น้ำมัน พบยอดผลิต-จำหน่ายดีเซลขยับสูงกว่า ม.ค.-ก.พ.

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.35 น.

ศบก.เผย ปริมาณผลิตและจำหน่ายดีเซลสูงกว่า ม.ค.-ก.พ. เผยตรวจพบ 3 แห่ง เก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตกว่า 3 หมื่นลิตร

29 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่า สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายน้ำมันของประเทศไทย ข้อมูลอัปเดตล่าสุด เมื่อวันวันที่ 27 มี.ค. น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซิน มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 0.84 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน ในภาพรวมจะเห็นได้ว่า น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตและการจำหน่ายอยู่ในตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อเดือน ม.ค.และ ก.พ.ที่มีการจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ราว 70 ล้านลิตรต่อวัน

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีผู้ประกอบการคนใดมีการกักตุนน้ำมันหรือมีสิ่งต้องสงสัยจะดำเนินการตามกฏหมาย และล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพบสถานที่ดำเนินการผิดกฎหมาย คือ การเก็บน้ำมันซึ่งไม่ได้มีการอนุญาต โดบพบน้ำมันจำนวน 3 แห่ง ประมาณ 30,000 ลิตร ซึ่งดำเนินการแจ้งความตามกฎหมายเรียบร้อย ย้ำว่ามีการลงตรวจทั้งหน้างานและสร้างระบบต่างๆ เพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชน

ภาพรวมเลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง ไม่พบเรื่องร้องเรียนทำผิดกม. ย้ำกปน.ทำหน้าที่เข้มข้น

ภาพรวมเลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง ไม่พบเรื่องร้องเรียนทำผิดกม. ย้ำกปน.ทำหน้าที่เข้มข้น

ภาพรวมเลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง ไม่พบเรื่องร้องเรียนทำผิดกม. ย้ำกปน.ทำหน้าที่เข้มข้น

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.31 น.

ภาพรวมเลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง เรียบร้อย ไม่พบเรื่องร้องเรียนทำผิดกม.  เน้นย้ำกปน.ทำหน้าที่เข้มข้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบสิทธิ-เตรียมเอกสารก่อนไปใช้สิทธิ 

29 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภาพรวม การเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่ง ว่าวันนี้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นระดับเทศบาล  297 แห่งใน 63 จังหวัด แบ่งเป็นการเลือกตั้งระดับเทศบาลตำบล 273 แห่ง และเทศบาลเมือง 24 แห่ง รวม 3,901 หน่วยเลือกตั้ง โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ระดับเทศบาล 1,918,259 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 1,919,249 คน

ส่วนสาเหตุที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 2 ประ เภทไม่เท่ากันเนื่องจากประชาชนมีการย้ายทะเบียนบ้านไปมาในพื้นที่เขตเทศ บาลเดียวกันทำให้เหลือการเลือกตั้งเหลือเพียงเลือกนายกเทศมนตรีเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. ได้รับรายงาน จากผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 63 จังหวัด พบว่าทุกหน่วยเลือกตั้งได้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมขอฝากถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะออกไปใช้สิทธิให้ตรวจสอบหนังสือแจ้งเจ้าบ้านว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด ลำดับที่ในการใช้สิทธิ รวมถึงสามารถตรวจสอบได้ที่บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ปิดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงสามารถตรวจสอบได้จากแอปพลิเคชั่น Smart Vote  และขอให้เตรียมหลักฐานในการแสดงตน เช่นบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นงานที่ทางราชการออกให้ที่ประกอบด้วยรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัว 13 หลัก หรือหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ app thai ID หรือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ บัตรประจำตัวผู้พิการ 

รองเลขาธิการ  กกต.ได้เน้นย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการเลือกตั้ง 2 ประเภท บัตรเลือกตั้งจึงมีสีแตกต่างกัน โดยบัตรสีเขียวเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล เลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ส่วนบัตรเลือกตั้งสีเหลืองทอง เป็นการเลือกนายกเทศมนตรี เลือกได้ไม่เกิน 1 หมายเลข  และขอให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกังข้อพึงระวังตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เช่นการจำหน่ายจ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา ห้ามหาเสียงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครใด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงข้อห้ามในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่นห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้รับแจกจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. ไปออกเสียงห้ามทำบัตรเลือกตั้งให้ชำรุดเสียหาย เช่นกันฉีกทำลายบัตรซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง รวมไปถึงห้ามใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือใดถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว และห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อห้ามที่พึงระวังตามกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกเทศบาลและนายกเทศมนตรีทั้ง 297 แห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมากที่สุดคือ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 19 เทศบาล รองลงมาจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดขอนแก่น จำนวน 13 เทศบาล ซึ่งสำนักงานกกตจังหวัดก็จะมีการควบคุมดูแลเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อถามว่า กกต. ได้เน้นย้ำไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่าได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 77 แห่ง พร้อมกำชับขั้นก่อน วิธีการ กระบวนการให้ชัดเจนถูกต้องตามตามระเบียบกฎหมายมากที่สุด ซึ่งได้เน้นย้ำไปยัง กปนทั้งหมดในการอบรมอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใด ต้องจับตาดูเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันสูง ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า บางแห่งบางจังหวัดมีการเลือกตั้งเฉพาะเทศบาลเดียว บางแห่งก็สองถึงสามเทศบาล แต่ที่เราต้องโฟกัสเป็นพิเศษ คือจังหวัดที่มีเทศบาลมาก เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีมีอยู่ 19 แห่งรวมถึงมหาสารคาม และ จังหวัดขอนแก่น ที่มี 13 แห่ง และอาจมีจังหวัดใหญ่ เช่น จังหวัดนครราชสีมามีจำนวน 11 แห่ง ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ต้องมีการโฟกัสเป็นพิเศษในการติดตามดูแลเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงาน เกี่ยวกับการกระทำที่สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ของ กกต. บ้างแล้วหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร  กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มี อาจด้วยประเด็นหลายอย่างเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ยกฐานะเป็นเทศบาลกระบวนการจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสมาชิกสภาซึ่งเดิมทีอบต. มีเขตละหนึ่งคนแต่รอบนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเขตละหกคน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง  ฉะนั้นกระบวนการส่วนนี้ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

งัดคำสั่งศาลโต้พีระพันธุ์ พาณิชย์ยัน กกร.ไม่มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน

งัดคำสั่งศาลโต้พีระพันธุ์ พาณิชย์ยัน กกร.ไม่มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน

งัดคำสั่งศาลโต้พีระพันธุ์ พาณิชย์ยัน กกร.ไม่มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.19 น.

29 มีนาคม 2569 จากกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.พลังงาน ออกมาตั้งคำถามถึงบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ในการควบคุมราคาน้ำมัน โดยระบุว่าน้ำมันถือเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์จึงมีอำนาจตรวจสอบการขึ้นราคาน้ำมันได้เช่นเดียวกับสินค้าอื่น พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ออกมาบอกว่าไม่มีอำนาจ ว่าอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ล่าสุด กองกฎหมาย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาชี้แจง โดยอ้างอิงคำพิพากษาคดีปกครอง สำคัญ 2 คดี ได้แก่ คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 ซึ่งมีประเด็นพิจารณาว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ละเลยต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กรณีไม่ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ว่า แม้น้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ตามประกาศ กกร.ปี 2555 เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพและส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอื่น และแม้ กกร.จะมีอำนาจตามมาตรา 25 และ 26 ในการกำหนดราคาซื้อ – จำหน่าย หรืออัตรากำไรสูงสุดก็ตาม แต่เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2534 อนุมัติให้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับมีหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านพลังงานโดยเฉพาะอยู่แล้ว ศาลจึงชี้ว่า กกร.ไม่มีหน้าที่กำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด ขณะที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง

นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังอ้างอิงคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จะให้อำนาจ กกร.ออกประกาศกำหนดสินค้าควบคุมได้ แต่สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น มีกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลโดยตรง ส่วนบทบาทของ กกร.คือการตรวจสอบการแจ้งราคาและการแสดงราคาตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดเท่านั้น

นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน

นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน

นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.51 น.

“นายกฯ”ลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม บอกทุกหน่วยต้องร่วมประหยัดและรณรงค์ใช้พลังงานน้ำมัน

29 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.49 น.ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เช่ารถยนต์ขับและสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนครพนม

สำหรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนครพนม ในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง โดยในส่วนของอำเภอธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซล เริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอ และน้ำมันชนิดอื่นๆ ก็สามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา

โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้จังหวัดนครพนม ประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้ ในขณะลงพื้นที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมลงพื้นที่ด้วย

– 006

พร้อมประชุมด่วนทันที! กกต.รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

พร้อมประชุมด่วนทันที! กกต.รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

พร้อมประชุมด่วนทันที! กกต.รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.36 น.

29 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะส่งหนังสือขออนุญาตลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ว่า เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเลขาธิการ กกต.ก็มีความตระหนักกับเรื่องนี้พอสมควร ซึ่ง กกต.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการพิจารณาด้วยความรวดเร็ว และพร้อมที่จะประชุมด่วนทันที เพื่อพิจารณา เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชน เพียงแต่ว่าขณะนี้น่าจะอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ หากหนังสือส่งมาถึง กกต.เมื่อใด เชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งก็พร้อมที่จะพิจารณา

เมื่อถามย้ำว่า หากหนังสือของครมส่งมาถึงเช้าวันจันทร์จะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้พิจารณาในช่วงบ่ายได้เลยหรือไม่ รองเลขาธิการ กกต.ย้ำว่า หากเป็นเรื่องเร่งด่วนตามที่ ครม.ได้แจ้งมา กกต.พร้อมพิจารณาทันที ขณะนี้รอเพียงหนังสือจาก ครม.ส่งมา

รัฐบาลเตือนภัย! ลงทุนทองช่วงวิกฤตสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์

รัฐบาลเตือนภัย! ลงทุนทองช่วงวิกฤตสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์

รัฐบาลเตือนภัย! ลงทุนทองช่วงวิกฤตสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

รัฐบาลเตือนภัย! ลงทุนทองช่วงวิกฤตสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์ ย้ำตรวจสอบก่อนโอนเงิน ป้องกันสูญเงิน

29 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาทองคำผันผวน และมีประชาชนสนใจลงทุนเพิ่มขึ้น ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) สายด่วน 1441 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกประกาศเตือนภัย หลังพบมิจฉาชีพอาศัยจังหวะดังกล่าวหลอกลวงประชาชน โดยใช้กลยุทธ์กระตุ้น “ความกลัวพลาดโอกาส” และ “ความโลภ” เพื่อชักชวนลงทุน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันพบกลโกงหลัก 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) แอปพลิเคชันเทรดทองปลอม หลอกให้ลงทุนโดยแสดงผลกำไรปลอมและไม่สามารถถอนเงินได้ (2) เพจปลอมขายทองราคาถูกผิดปกติ หลอกให้โอนเงินโดยอ้างโปรโมชันพิเศษ และ (3) การชักชวนร่วมภารกิจ “ปั่นราคาทอง” ที่จ่ายผลตอบแทนช่วงแรกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินเพิ่มและปิดการติดต่อในภายหลัง

ทั้งนี้ มีกรณีผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ สูญเงินรวมเกือบ 2 ล้านบาท สะท้อนความรุนแรงของปัญหาในปัจจุบัน รัฐบาลจึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

รัฐบาลแนะนำแนวทางป้องกัน 4 ข้อสำคัญ ได้แก่ ตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ให้บริการก่อนลงทุน , หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนหรือราคาถูกผิดปกติ , ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจหรือแพลตฟอร์มอย่างละเอียด และไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาโดยเด็ดขาด

“ในช่วงที่สถานการณ์โลกผันผวน ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการลงทุน ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับสังคมไทย” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชีได้อย่างทันท่วงที หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนสำนักงาน ก.ล.ต. 1207 กด 22

ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้

ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้

ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

“สิริพงศ์”กางข้อกฎหมายตอก”พีระพันธุ์” ยัน”รมว.พาณิชย์”ไม่มีอำนาจแทรกแซงราคาน้ำมัน ซัดกลับตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน

29 มีนาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาวิจารณ์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังออกมาอธิบายไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ว่า หาก รมว.พาณิชย์ เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมัน จะถือว่าทำเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปควบคุมราคาน้ำมัน ซึ่งคำพิพากษาศาลปกครอง คดีน้ำมันเชื้อเพลิง คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 กระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจเข้าไปกำหนดราคาน้ำมัน โดยคำพิพากษาศาลปกครอง ยืนยันว่า รัฐได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และมีหน่วยงานด้านพลังงานดูแลโดยตรง ทำให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดราคา ขณะที่สถานะปัจจุบันศาลปกครองสูงสุด ยืนยันตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ขณะที่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่า อำนาจกำกับราคาน้ำมันอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เพียงตรวจสอบการแสดงราคา

“ถ้าขืนไปทำตามที่นายพีระพันธุ์พูด รมว.พาณิชย์ จะผิดกฎหมายเสียเอง นายพีระพันธุ์ก็เป็นนักกฎหมาย มีหรือจะไม่รู้ หรือทำไปทั้งหมดเพื่อต้องการวางกับดัก ขุดบ่อล่อปลา พร้อมกับหาแสงไปในตัว แบบ 2-in-1” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาคือเรื่องนี้อยู่ในมือกระทรวงพลังงาน แล้วนายพีระพันธุ์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการ มีอำนาจเต็ม ดูแลโครงสร้างพลังงานมาตั้งหลายปี เห็นโครงสร้างราคาหมด จะถูกจะแพงนอกจากรู้แล้วยังมีอำนาจจัดการ แล้วทำไมไม่ทำ หรือทำไมไม่ทำให้มันเสร็จ จะมาเก่งอะไรกับรัฐบาลที่ยังไม่มีอำนาจเต็มด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าเรายังไม่ได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ที่ทำงานกันอยู่คือรักษาการทั้งนั้น

รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมัน สร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่

รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมัน สร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่

รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมัน สร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.04 น.

รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมัน สร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่ ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ สำหรับสถานีน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้

29 มีนาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจในความกังวลของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอชี้แจงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆ ดังนี้

1.การกระจายน้ำมัน มีแผนในรายละเอียด คือ 1) กระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและลดความแออัดในสถานีบริการ 2) กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง 3) จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม 4) อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า

2.ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

3.เร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการเชิงรุกผ่านกลไกทางการทูตและการเจรจา เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน โดยมีการประสานความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่ง อาทิ บราซิล อาเซอร์ไบจาน และไนจีเรีย ซึ่งต่างแสดงความพร้อมสนับสนุน และอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับโรงกลั่นในประเทศไทย

4.ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการยืนยันตารางเรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมกว่า 36 ล้านบาร์เรล โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ และในระยะยาวก็จะมีการนำเข้าเป็นระยะๆ สอดรับระดับความต้องการ

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์การกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้มในเรื่องการจับกุมผู้กักตุนน้ำมัน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 – 25 มีนาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สนธิกำลังร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระในหลายจังหวัดทั่วภูมิภาค ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ กรมสรรพสามิตบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในเขตพื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 มี.ค.และตรวจพบน้ำมันดีเซล จำนวน 85,000 ลิตร ซึ่งไม่สามารถแสดงที่มาของน้ำมันได้จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท

“เพื่อดูแลการเดินทางของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งในเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามานี้ รัฐบาลเตรียมพร้อม เร่งระดมปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานีบริการขาดแคลนน้ำมันลดลง ประชาชนยังสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันได้ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือที่เว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ สำหรับสถานีน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้อีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว