อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

1 มี.ค. 2569 01:14 น.

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านระลอกที่ 2 มุ่งเป้าหมายที่ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขณะที่หน่วยงานกาชาดในอิหร่านเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีตลอดทั้งวันแล้วกว่า 200 ศพ

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขาเริ่มการโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่ 2 แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศในภาคกลางของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในกรุงเตหะรานอีกครั้ง

สำนักข่าว AFP รายงานว่าผู้สื่อข่าวของตนได้ยิน “เสียงระเบิดระลอกใหม่ต่อเนื่อง” ในเมืองหลวง ก่อนหน้านี้สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านระบุว่า ย่านที่อยู่อาศัย 2 แห่งในเมืองบูเชห์ร (Bushehr) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของอิสราเอลด้วย

สำนักข่าวสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน (IRNA) ซึ่งเป็นสื่อหลักของประเทศ ก็รายงานข่าวเกี่ยวกับเสียงระเบิดครั้งใหม่ในกรุงเตหะรานเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน นายโมจตาบา คาเลดี โฆษกสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านเปิดเผยว่า การโจมตีของอิสราเอลจนถึงตอนนี้ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 24 จังหวัดจากทั้งหมด 31 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 747 ราย

ด้านองค์กร มาเกน ดาวิด อาดอม (MDA) ซึ่งเป็นหน่วยบริการฉุกเฉินแห่งชาติของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลทำการรักษาผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 89 ราย ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านและอิสราเอล

ทั้งนี้ ในการโจมตีระลอกแรกเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาโจมตีในกรุงเตหะรานของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังสถานที่ซึ่งบุคคลสำคัญระดับสูงทางการเมืองและฝ่ายความมั่นคงมารวมตัวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 00:13 น.

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

สื่ออิหร่านเผย กองทัพเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกแล้ว หลังสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในช่วงเช้าวันเสาร์

สำนักข่าว “ทัสนิม” (Tasnim) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รายงานเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ว่า ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก บริเวณทางตอนใต้ของอิหร่าน ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน จะถูกสั่งปิด

ทัสนิมรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของ “แหล่งข่าวหลายคน” ที่ระบุว่า บรรดาเรือเดินสมุทรต่างได้รับข้อความจาก IRGC โดยมีเนื้อหาว่า ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบนี้ได้

ด้านหน่วยงานปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยเช่นกันว่าได้รับรายงานจากหลายแหล่งว่า เรือหลายลำได้รับคำเตือนเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญที่สุดในโลก และเป็น “จุดยุทธศาสตร์คอขวด” ที่สำคัญยิ่งสำหรับการขนส่งน้ำมัน โดยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณราว 1 ใน 5 ของโลกต้องถูกลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้นำระดับสูง และทำให้ตะวันออกกลางถลำลึกเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็นการยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมอบโอกาสให้ชาวอิหร่านในการโค่นล้มผู้ปกครองของตน

ฝ่ายอิหร่านเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

28 ก.พ. 2569 23:43 น.

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

อัฟกานิสถานอ้าง ยิงเครื่องบินรบปากีสถานตกและจับกุมนักบินได้ ขณะที่ฝ่ายปากีสถานยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงท่ามกลางสถานการณ์ “สงครามเต็มรูปแบบ”

ทางการอัฟกานิสถานเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า กองทัพของพวกเขายิงเครื่องบินขับไล่ของปากีสถานตก และควบคุมตัวนักบินเอาไว้ได้ในวันเดียวกับนี้ แต่ฝ่ายปากีสถานปฏิเสธ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามซึ่งทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีเข้าใส่กันตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

กองทัพและตำรวจอัฟกานิสถานระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกยิงตกในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP รายงานว่าได้ยินเสียงเครื่องบินเจ็ตบินอยู่เหนือเมืองจาลาลาบัดเมื่อวันเสาร์ ตามด้วยเสียงระเบิดสองครั้งดังมาจากทิศทางของสนามบินประจำเมืองในอัฟกานิสถาน ขณะที่ชาวเมืองบอกกับ AFP ว่า พวกเขาเห็นบุคคลหนึ่งโดดร่มลงมาจากเครื่องบินก่อนจะถูกควบคุมตัวไป

ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายเมืองและหลายจังหวัดของอัฟกานิสถานเมื่อวันศุกร์ รวมถึงที่กรุงคาบูล และเมืองกันดาฮาร์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนาย ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน หลังจากสถานการณ์บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศตึงเครียดขึ้นอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านสหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีสนับสนุนปฏิบัติการของปากีสถานผ่านช่องทางทางการทูต หลังจากที่รัฐบาลอิสลามาบัดยืนยันว่าจะไม่หยุดการโจมตี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกดดันรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่เป็นศัตรูกับปากีสถาน

รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธมาตลอด โดยโฆษกของรัฐบาลเรียกร้องให้ใช้ “การเจรจา” เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่คุกรุ่นมานาน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถานกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ตอนนี้ความขัดแย้งดังกล่าวกลายเป็น “สงครามแบบเปิดเผย” ไปแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถานเปิดเผยด้วยว่า ได้ส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตีในดินแดนของปากีสถานตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา และเริ่มปฏิบัติการรุกคืบตามแนวชายแดนตั้งแต่ช่วงดึกของวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้การโจมตีจากฝั่งปากีสถาน

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ พวกเขาโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายแล้ว 37 แห่งทั่วอัฟกานิสถาน

นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกรัฐบาลตาลีบันแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กองกำลังอัฟกานิสถานสังหารทหารปากีสถานไปแล้ว 55 ศพ และจับกุมตัวไว้ได้อีกหลายนาย ขณะที่ระบุจำนวนทหารฝ่ายตัวเองที่เสียชีวิตไว้ที่ 13 ศพ

ส่วนนาย โมชาร์ราฟ โซดี โฆษกนายกรัฐมนตรีปากีสถานอ้างว่า การโจมตีของพวกเขาทำให้มีนักรบของกลุ่มตาลีบันและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ เสียชีวิต 297 ศพ ส่วนทหารของปากีสถานเสียชีวิต 12 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

28 ก.พ. 2569 22:45 น.

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด เมืองหลวงของพวกเขา และจังหวัดทางตะวันออก พร้อมประกาศเตือนว่า ซาอุฯ มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกมายืนยันว่า อิหร่านได้ยิงโจมตีกรุงริยาดและพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ พร้อมเตือนว่า ประเทศของพวกเขามีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ซึ่งรวมถึงการโจมตีตอบโต้ด้วย

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ซาอุดีอาระเบียขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีอันโจ่งแจ้งและขี้ขลาดของอิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังภูมิภาคริยาดและจังหวัดทางตะวันออก แต่การโจมตีดังกล่าวถูกสกัดกั้นไว้ได้

“เมื่อพิจารณาจากการรุกรานที่ปราศจากความชอบธรรมนี้ ทางราชอาณาจักรขอยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคง ปกป้องดินแดน พลเมือง และผู้อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงทางเลือกในการตอบโต้การรุกรานดังกล่าวด้วย”

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้นำระดับสูง และทำให้ตะวันออกกลางถลำลึกเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็นการยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมอบโอกาสให้ชาวอิหร่านในการโค่นล้มผู้ปกครองของตน

ทางด้านกรุงเตหะรานเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : alarabiya

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

28 ก.พ. 2569 21:41 น.

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

ผู้นำ UK, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามอิหร่านที่โจมตีประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหาทางออกด้วยการเจรจา

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ร่วมกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประณามอิหร่านที่ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ด้วยการยิงมิสไซล์เข้าใส่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งในตะวันออกกลาง

“ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลอิหร่านมาตลอด ว่าให้ระงับโครงการนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธนำวิถี งดเว้นจากกิจกรรมที่ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและในดินแดนของเรา รวมถึงหยุดการใช้ความรุนแรงและการกดขี่ที่น่าสะพรึงกลัวต่อประชาชนของตนเอง” แถลงการณ์ระบุ

“เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีเหล่านี้ แต่เราได้มีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค เราขอย้ำความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและการปกป้องชีวิตของพลเรือน”

“เราขอประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุด อิหร่านต้องงดเว้นจากการโจมตีทางทหารแบบไม่เลือกหน้า เราขอเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านแสวงหาทางออกผ่านการเจรจา และท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนชาวอิหร่านจะต้องได้รับอนุญาตให้เป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

28 ก.พ. 2569 20:46 น.

อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ร่วมกับสหรัฐฯ วางแผนโจมตีอิหร่านมานานหลายเดือนแล้ว เพื่อทำลายศักยภาพของรัฐบาลอิหร่าน และขจัดภัยคุกคามที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของอิสราเอล

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ใช้เวลาหลายเดือนในการ “วางแผนร่วมกันอย่างใกล้ชิด” ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันในวันนี้

การประสานงานดังกล่าวช่วยให้กองทัพของทั้งสองประเทศสามารถ “ปฏิบัติการโจมตีเป็นวงกว้างด้วยความสอดประสานและสอดรับกันอย่างเต็มรูปแบบ”

IDF ระบุอีกว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อ “บั่นทอนศักยภาพของรัฐบาลอิหร่านอย่างถอนรากถอนโคน” และ “ขจัดภัยคุกคามที่มีผลต่อความอยู่รอดของอิสราเอล”

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN รายงานว่า ขีปนาวุธนำวิถีและฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านคือหนึ่งในเป้าหมายลำดับแรกๆ ของอิสราเอล

“แม้ในขณะนี้ เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ทั่วอิหร่านโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่แม่นยำ” IDF ระบุ และย้ำว่า “ปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปตามความจำเป็น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

28 ก.พ. 2569 20:25 น.

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

อิหร่านอ้าง การโจมตีของอิสราเอลโดนโรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาค

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 สำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ว่า การโจมตีของอิสราเอลโดนโรงเรียนประถมหญิงล้วนชื่อว่า “ชาจาเรห์ ทายเยเบห์” (Shajareh Tayyebeh) ในอำเภอมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของจังหวัดฮอร์โมซกัน

นายโมฮัมหมัด ราดเมห์ร ผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์โมซกันระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ศพจากการโจมตีดังกล่าว เป็นนักเรียนอย่างน้อย 24 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 48 ราย ซึ่งเขาย้ำด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตกำลังเพิ่มสูงขึ้น

รายงานล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่าน ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านเข่นกัน ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีเข้าใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีในกรุงเตหะรานของอิหร่าน มีเป้าหมายไปยังสถานที่ซึ่งบุคคลสำคัญระดับสูงทางการเมืองและฝ่ายความมั่นคงมารวมตัวกัน และขณะนี้ทาง IDF กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินผลลัพธ์ของการโจมตีดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

28 ก.พ. 2569 19:39 น.

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

การตอบโต้กันระหว่างอิหร่าน และสหรัฐ-อิสราเอล ถูกจับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากทั้ง 3 ชาติ ต่างมีกองกำลังทางทหารที่น่าเกรงขาม โดยเฉพาะอิหร่านที่ใช้ขีปนาวุธโชว์แสนยานุภาพตอบโต้กลับแบบไม่ยั้ง  

ข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านมีคลังขีปนาวุธพิสัยไกลใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยมีขีปนาวุธที่สามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร หรือราว 1,240 ไมล์ ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้โดยตรง

ขีปนาวุธพิสัยไกลเหล่านี้จะถูกนำวิถีในช่วงปล่อยตัว จากนั้นจะเคลื่อนที่ตามวิถีโค้งและตกลงสู่เป้าหมาย สามารถติดตั้งหัวรบได้หลายรูปแบบ ทั้งหัวรบระเบิดทั่วไป และในทางทฤษฎีอาจบรรทุกวัสดุนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชาติตะวันตกมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำหรับรายชื่อขีปนาวุธพิสัยไกลที่สำคัญของอิหร่าน ในคลังแสงอิหร่านได้แก่

  • เซจิล (Sejil)
  • เอมัด (Emad)
  • กาดร์ (Ghadr)
  • ชาฮาบ-3 (Shahab-3)
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr)
  • โฮเวย์เซห์ (Hoveyzeh)

ขีปนาวุธเหล่านี้มีระยะยิงตั้งแต่ประมาณ 1,300 – 2,500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกกลาง

จุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านตั้งอยู่ในและรอบกรุงเตหะราน รวมถึงมีฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความอยู่รอดของระบบอาวุธในกรณีถูกโจมตีล่วงหน้า

ที่ผ่านมา อิหร่านเคยใช้ขีปนาวุธจริงในสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงในสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 ซึ่งมีรายงานความเสียหายและผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกัน อิสราเอลอ้างว่าสามารถทำลายแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านได้จำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว

ยุทธศาสตร์หลักของอิหร่านคือการใช้ขีปนาวุธเป็นเครื่องมือในการการยับยั้งต่อการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างโรงเก็บและฐานยิงใต้ดินเพื่อความปลอดภัย

หนึ่งในพัฒนาการล่าสุดคือการพัฒนาขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงภายในประเทศ ซึ่งมีความเร็วสูงและเส้นทางบินซับซ้อน ทำให้สกัดกั้นได้ยากขึ้น

โดยรายงานระบุว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านได้รับอิทธิพลด้านเทคโนโลยีและแบบแปลนจากประเทศอย่างเกาหลีเหนือ รัสเซีย และจีน

นอกจากขีปนาวุธพิสัยไกลแบบวิถีโค้งแล้ว อิหร่านยังมีขีปนาวุธร่อน ที่สามารถยิงได้ไกลถึงประมาณ 3,000 กิโลเมตร ทำให้มีความหลากหลายของการโจมตี และสร้างความท้าทายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก.

ที่มา : moderndiplomacy

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

28 ก.พ. 2569 18:59 น.

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เวทีโลกสั่นสะเทือนเมื่อสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านเดินหน้าเอาคืนแบบจัดหนัก ล่าสุดผู้นำหลายชาติเริ่มออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รวบรวมท่าทีของผู้นำจากหลายชาติที่ออกมาแสดงความคิดเห็น หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประณามการกระทำดังกล่าว และเดินหน้าเอาคืน จนสถานการณ์ทวีความตึงเครียดและรุนแรง 

โดย นางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระบุว่า พัฒนาการล่าสุดเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง และเปิดเผยว่าได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลแล้ว พร้อมย้ำว่าการคุ้มครองพลเรือนและการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง ต่อการโจมตีของ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เตือนว่า การโจมตีครั้งนี้อาจผลักดัน วิกฤตตะวันออกกลาง ไปสู่หายนะ และเรียกร้องให้วอชิงตันและเตหะรานหาทางออกทางการทูตแทนการยกระดับความรุนแรง

ส่วนประธานาธิบดีสโลวีเนีย นางนาตาชา เปียร์ซ มูซาร์ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และเตือนว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกำลังคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ระบุว่า รัฐบาลเตหะรานมีโอกาสป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม พร้อมยืนยันจุดยืนสนับสนุน ความมั่นคง เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนอิหร่าน

ด้านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแอนโทนี อัลบาเนซี กล่าวว่า ออสเตรเลียสนับสนุนสหรัฐฯ ในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอิหร่านในการต่อสู้กับการกดขี่

และปิดท้ายที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียในอิสราเอล และ อิหร่าน ที่ไม่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนฝ่ายใด แต่มีการออกคำแนะนำให้ชาวอินเดียเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

28 ก.พ. 2569 17:56 น.

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

“โดนัลด์ ทรัมป์” เรียกร้องชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มรัฐบาลและระบอบศาสนา เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมเสนอ เอกสิทธิ์คุ้มกันให้เจ้าหน้าที่อิหร่านที่ยอมวางอาวุธ 

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอ เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านใช้จังหวะจากการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศ เป็นโอกาสในการโค่นล้มรัฐบาลภายใต้ระบอบศาสนา พร้อมกล่าวว่า เมื่อสหรัฐฯ ช่วยจัดการเสร็จแล้ว ก็ขอให้ชาวอิหร่านโค่นล้มรัฐบาล และนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรอบหลายชั่วอายุคน 

พร้อมกันนี้ทรัมป์ส่งสารถึงสมาชิกกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านว่า หากวางอาวุธจะได้รับ เอกสิทธิ์คุ้มกัน แต่หากไม่ยอมจะต้องเผชิญความตายอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยขู่จะทิ้งระเบิดถล่มอิหร่าน ระหว่างที่กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ ซึ่งนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,480 ศพ  โดยทรัมป์เตือนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องชดใช้ราคาแพง และบอกผู้ประท้วงว่าความช่วยเหลือกำลังมา

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา ทรัมป์ระบุว่า ได้รับการรับรองจากรัฐบาลอิหร่านว่การสังหารได้หยุดลงแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมาให้ความสำคัญกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นพิพาทยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกมาอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา BBC