ไทยพีบีเอสประกาศผล ‘ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2’น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง’คว้ารางวัล ‘สุดยอดน้ำพริก’ รับโล่พระราชทานฯ

21 กันยายน 2569 เวลา 16:16 น.

“น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” คว้ารางวัล “สุดยอดน้ำพริก” รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล ปิดฉาก “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ไทยพีบีเอส ประกาศเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในปี 2570 ภายใต้โจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก” เพื่อต่อยอดเรื่องราวจากน้ำพริกไปสู่ข้าวปลาอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม จัดงาน “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ ลานไม้ อาคารเอ ไทยพีบีเอส โดยทีม “น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” คว้ารางวัล “สุดยอดน้ำพริก” รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบาย ด้านกิจการสื่อสารมวลชน และ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการนโยบาย ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ ตัวแทนแม่ครัวและพ่อครัว รวมถึงผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านอาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำพริกไทย ท่ามกลางความสนใจจากแฟนรายการและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

ดร. นพ.โกมาตร กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้ริเริ่มโครงการ “ยกพลคนน้ำพริก” เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมการกินน้ำพริกของไทย ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น ท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูปและอาหารจากระบบอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น จนอาจทำให้ความหลากหลายและอัตลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นค่อย ๆ ลดลง

โครงการมุ่งค้นหาและนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาวัตถุดิบและสูตรน้ำพริก รวมถึงเครื่องแนมและพืชพรรณที่เคยถูกมองข้าม ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้แก่ชุมชน อาทิ การนำมะเดื่อ มะหาด และใบยาสูบ มาพัฒนาเป็นน้ำพริก ทำให้วัตถุดิบที่เคยถูกละเลยกลับมามีคุณค่า และกระตุ้นให้คนในพื้นที่หันกลับมาดูแลและขยายพันธุ์ทรัพยากรท้องถิ่นของตนเอง

สำหรับการดำเนินงานในซีซัน 2 มีการพัฒนาสูตรและคุณภาพน้ำพริกให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเดินควบคู่กับการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีศักยภาพในตลาด ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสมีแนวทางผลักดันแบรนด์ “ยกพลคนน้ำพริก” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาน้ำพริกที่มีศักยภาพสู่ระดับประเทศ พร้อมพิจารณาแนวทางการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้งด้านมาตรฐานการผลิต การเก็บรักษา รสชาติ และความเหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้น้ำพริกไทยสามารถก้าวสู่ตลาดสากลได้ในอนาคต

ด้าน นางสาวพรรณี รุ่งสว่าง ผู้อำนวยการศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอส กล่าวถึงรายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2”  ว่า  รายการยังมีการออกอากาศต่ออีก 2 ตอน โดยจะสิ้นสุดในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม เวลา 14.05 น. ซึ่งจะนำเสนอภาพรวมการเดินทางตลอดซีซัน ไฮไลท์สำคัญตลอดเส้นทางน้ำพริก พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในปีหน้า

“สำหรับซีซัน 3 จะเข้มข้นยิ่งขึ้นภายใต้โจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก” ชวนทุกคนร่วมกันนำเรื่องราวของน้ำพริกถ้วยเล็ก ๆ ไปสู่บทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความหมายและเรื่องราวของข้าวปลาอาหารในแต่ละท้องถิ่น โดยหลังจากนี้โครงการจะเดินสายสัญจรไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อรับฟังเสียงของคนในพื้นที่และชวนล้อมวงพูดคุย ก่อนต่อยอดสู่ซีซันใหม่” นางสาวพรรณี กล่าว

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสเตรียมนำเสนอสารคดี “หลังครัวคนน้ำพริก – Cooking with Master” ถ่ายทอดมุมมองและวิธีคิดของพ่อครัวแม่ครัวคนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังถ้วยน้ำพริก และผู้ที่นำข้าวปลาอาหารมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชน มีกำหนดออกอากาศในเดือนมกราคม 2570 ก่อนเข้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในเดือนพฤษภาคม 2570

สำหรับคณะคอมเมนเตเตอร์รายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ประกอบด้วย เชฟวิชิต มุกุระ, ลภัสรดา ทศรัศมิ์ (ป้าจันทร์) ผู้ก่อตั้งสวนศิลป์หนองมน จ.ชลบุรี, จิรณรงค์ วงษ์สุนทร (คุณหมี) นักเล่าเรื่องอาหาร และพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา (น้าโย่ง เชิญยิ้ม) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ซึ่งร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับรสชาติ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาอาหารไทยตลอดการเดินทางของรายการ

น้าโย่ง เชิญยิ้ม กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากกับการแข่งขันในรอบตัดสิน เพราะตลอดการแข่งขันได้รับความรู้เรื่องอาหารและวัตถุดิบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ และเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นซีซันนี้หรือซีซันหน้า รายการจะยังคงทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้เรื่องอาหารที่หลากหลาย

“ตลอด 2 ซีซันที่ผ่านมา เชื่อว่ารายการเข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือน ทุกคนแล้ว เพราะเวลาไปไหนมาไหน คนก็เข้ามาทักและพูดคุยกันว่า น้ำพริกของใครอร่อย ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทาย เพราะน้ำพริกเพียงหนึ่งครก สามารถสื่อสารเรื่องราวได้มากมาย ทั้งเรื่องที่มา ภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวิถีชีวิต จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและน่าติดตาม” น้าโย่ง กล่าว

สำหรับเกณฑ์การตัดสินการแข่งขันในรอบตัดสิน ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ รสชาติ, ศักยภาพในการพัฒนา, การสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม, วัตถุดิบและความเข้าใจสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนทางอาหาร

รายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ออกอากาศระหว่างเดือนเมษายน–กันยายน 2569 รวม 26 ตอน ก่อนเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยมีทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ ทีมแม่ครัวลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา ชนะเลิศ จาก น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง คว้ารางวัลสุดยอดน้ำพริก ขณะที่รองชนะเลิศ ได้แก่ “น้ำชุบมะหาด” “น้ำพริกรากชูอ่ามาก่า” “แจ่วสูบ” “น้ำพริกรากบัวหลวง” และ “น้ำพริกปลาม้า” ได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน แต่ละทีมร่วมประชันฝีมือ พร้อมนำเสนอเรื่องราวของน้ำพริกที่สะท้อนภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่

นอกจากการแข่งขัน ภายในงานยังมีบูธนิทรรศการนำเสนอเรื่องราวและองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมการกินของไทย รวมถึงบูธน้ำพริกและอาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อและลิ้มลองผลิตภัณฑ์จากชุมชนตลอดทั้งวัน

ติดตามรายการ “ยกพลคนน้ำพริก” ซีซัน 2 อีก 2 ตอน โดย จะออกอากาศตอนสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 14.05 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกช่องทางออนไลน์ พร้อมติดตามเส้นทางต่อไปของ “ยกพลคนน้ำพริก” ในซีซัน 3 ที่จะพาเรื่องราวจากน้ำพริกไปสู่เรื่องราวของข้าวปลาอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ

จิ๋วแต่แจ๋วทั้งขลัง ทั้งเก๋ ‘บุ้ง ใบหยก’เปิดไอเทมสายมูชิ้นใหม่ ‘ตุ้มหูท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา’

21 กันยายน 2569 เวลา 16:07 น.

เรียกว่าสายมูมีเรื่องให้ใจสั่นกันอีกแล้ว! เมื่อ “บุ้ง ใบหยก” ออกมาเผยอีกหนึ่งไอเทมสายศรัทธาชิ้นใหม่กับ “ตุ้มหูท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา” ที่มาในดีไซน์กะทัดรัด สวมใส่ง่าย สามารถพกความศรัทธาติดตัวได้ในทุกวัน

โดย “บุ้ง ใบหยก” โพสต์ข้อความผ่าน @bungbaiyoke เผยว่า ผู้ที่สนใจสามารถพิมพ์รหัสคำว่า “ตุ้มหู” และทักข้อความไปที่เพจ “บุ้งตลาดล่าง” เพื่อสอบถามรายละเอียดการบูชา พร้อมระบุว่า ท้าวเวสสุวรรณทุกองค์ผ่านพิธีครบทั้งหมด 4 พิธี โดยพิธีแรกเป็นพิธีเสกมวลสาร ขณะที่ก้านตุ้มหูทำจากเงินแท้ ในราคา 2,499 บาทงานนี้นอกจากจะโดดเด่นด้วยรูปแบบเครื่องประดับที่ดูเก๋และสวมใส่ง่ายแล้ว ยังตอบโจทย์สายศรัทธาที่อยากพกองค์ท้าวเวสสุวรรณ ไว้ใกล้ตัว เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทม “จิ๋วแต่แจ๋ว” ที่ผสานทั้งความเชื่อและแฟชั่นไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาไอเทมสายมูชิ้นใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ “บุ้งตลาดล่าง”

‘DUO ONE’ เปิด EP.1 สุดเดือด! ครบรสทั้งสนุก ซึ้ง เศร้า จน #DUOONEEP1 ติดเทรนด์ X ไทยอันดับ 4

21 กันยายน 2569 เวลา 16:02 น.

เปิดฉากตอนแรกก็สร้างกระแสทันที สำหรับรายการ “DUO ONE Presented by est Cola” รายการเคมีเรียลลิตี้ที่พาผู้เข้าแข่งขันมาค้นหา “เคมี” ของคู่ DUO ผ่านโจทย์และบททดสอบหลากหลายรูปแบบ หลังออกอากาศ EP.1 เรียกเสียงพูดถึงจากแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง จนแฮชแท็ก #DUOONEEP1 พุ่งติดเทรนด์ X ประเทศไทย อันดับ 4 ตอกย้ำความสนุกของรายการที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องการแข่งขัน แต่ยังพาคนดูไปทำความรู้จักตัวตนและเรื่องราวของเหล่าเด็กฝึกกันแบบใกล้ชิด

EP.1 เปิดตัวด้วยบรรยากาศที่ครบทุกอารมณ์ ทั้งความสนุก ความฮา ความตื่นเต้น ไปจนถึงโมเมนต์ซึ้ง ๆ ที่ทำเอาคนดูต้องหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำตา โดยหนึ่งในเรื่องราวที่สร้างความประทับใจอย่างมาก ต้องยกให้ “ปังคุง D17” หนุ่มเหนือวัย 19 ปี ที่ภายนอกอาจดูเป็นเด็กหนุ่มสดใส ร่าเริง และเต็มไปด้วยพลัง แต่เมื่อรายการพาไปเปิดเผยเรื่องราวในอดีต กลับพบว่าเบื้องหลังรอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตที่หล่อหลอมให้เด็กหนุ่มคนนี้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

เรื่องราวในวัยเด็กที่ปังคุงเปิดใจเล่าผ่านรายการ ทำให้เพื่อนๆ ต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกและเส้นทางชีวิตที่เขาผ่านมา จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ซึ้งที่สุดของ EP.1  ทำเอาเพื่อน ๆ ถึงกับเสียน้ำตากันถ้วนหน้าแต่ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ DUO ONE แตกต่างและน่าติดตาม คือเรื่องราวของ “พลังรักและความผูกพัน” ระหว่างผู้เข้าแข่งขัน เพราะตลอดระยะเวลา 3 เดือน พวกเขาต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านทั้งการฝึกซ้อม เรียนเต้น เรียนร้องเพลง และพัฒนาทักษะการแสดงไปพร้อมกัน จากคนที่อาจเริ่มต้นด้วยความแตกต่าง กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ต้องเรียนรู้กัน เข้าใจกัน และช่วยกันก้าวผ่านทุกโจทย์ที่รายการมอบให้ ทุกเสียงหัวเราะ ทุกหยดน้ำตา และทุกความพยายาม จึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแข่งขัน แต่กำลังค่อย ๆ สร้าง “เคมี” ของแต่ละ DUO ให้ชัดเจนขึ้นและทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า กว่าที่เด็ก ๆ แต่ละคนจะมายืนอยู่บนเวทีแห่งนี้ พวกเขาต้องผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายแค่ไหน

หลังจาก EP.1 ฝากทั้งรอยยิ้มและน้ำตาไว้ให้คนดูแล้ว สัปดาห์หน้าความเข้มข้นกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันยังเดินหน้าต่อ พร้อมโจทย์ใหม่ที่เตรียมท้าทายทั้งความสามารถ ความสัมพันธ์ และเคมีของเหล่า DUO งานนี้บอกเลยว่าห้ามกะพริบตา เพราะแต่ละคู่ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก

ติดตาม “DUO ONE Presented by est Cola” EP.2 ได้ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน เวลา 21.45 น. ทาง Amarin TV 34HD และทาง Viu เตรียมลุ้นไปพร้อมกันว่าโจทย์ต่อไปจะเป็นอะไร และเหล่า DUO จะต้องเจอกับบททดสอบแบบไหน พร้อมร่วมค้นหาคำตอบไปด้วยกัน

Calvin Klein เปิดตัวแคมเปญเดนิม Fall 2026 ‘Feel the Fit’ ในเอเชีย ถ่ายทอดโดย ‘หลิงหลิง คอง’

21 กันยายน 2569 เวลา 15:59 น.

Calvin Klein เปิดตัวแคมเปญเดนิมประจำซีซัน Fall 2026 “Feel the Fit” ทั่วเอเชีย นำแสดงโดย หลิงหลิง คอง นักแสดงสาวชาวไทย ที่มาร่วมถ่ายทอดความมั่นใจอย่างเป็นธรรมชาติผ่านเดนิมไอคอนิกของ Calvin Kleinสำหรับ Fall 2026 Calvin Klein นำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับกางเกงยีนส์รุ่นไฮไลต์ประจำซีซัน ทั้งกางเกงยีนส์เอวสูงทรงขาม้า (High Rise Flare) กางเกงยีนส์ทรงตรงสไตล์ยุค 90 (90s Straight) และกางเกงยีนส์ทรงขากว้าง (Wide Leg Jean) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี Thermolite ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น ขณะเดียวกันก็ยังคงสัมผัสเบาสบาย เหมาะสำหรับสวมใส่ในช่วงที่อากาศเย็นลง

ส่วนกางเกงยีนส์ทรงแบ็กกี้ (Low Rise Baggy Jean) กลับมาในงานฟอกสีใหม่ สามารถจับคู่กับแจ็กเก็ตเดนิมทรงคลาสสิกเพื่อสร้างลุคดับเบิลเดนิม หรือเลือกสวมกับแจ็กเก็ตเดนิมทรงทรักเกอร์แบบเปิดด้านหน้า เพื่อคอมพลีตลุคเท่สบายๆ สำหรับวันลำลองพบกับคอลเลกชันเดนิม Fall 2026 ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Calvin Klein ทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์

3 กรรมการ ‘ตุ๊กกี้-ปอ-กานต์’ ลุ้นจนนั่งไม่ติด ‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ ชิงแชมป์เพลง ‘ดวงตา ดวงใจ’

21 กันยายน 2569 เวลา 15:54 น.

แฟนลูกทุ่งปักหมุดเชียร์ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” ชวน 3 กรรมการ “ตุ๊กกี้-ปอ-กานต์” ลุ้นแชมป์เพลง “ดวงตา ดวงใจ” ของราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ห้ามพลาด วันพุธที่ 23 กันยายนนี้

สัปดาห์นี้ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม เอาใจแฟนลูกทุ่งโดยเฉพาะ ส่ง 3 สาวน้อยเสียงดีประชันความสามารถ งานนี้พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ต้อนรับ 3 กรรมการมากประสบการณ์ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์, ปอ-อรรณพ และกานต์-ทศน ร่วมตัดสินแชมป์ แชร์ประสบการณ์ เทคนิค และให้คำแนะนำแบบจัดเต็ม ก่อนเปิดเวทีให้น้อง ๆ ดวลกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มีการแสดงของน้อง ๆ รร.ปราจิณราษฎรอำรุง มาอุ่นเครื่องความบันเทิงกันด้วย

หลังจากชมโชว์กันแล้ว มาลุ้นและเชียร์ 3 สาวน้อยเสียงไพเราะ น้องดิว, น้องฟางข้าว และน้องแก้ว ที่ต้องมาประชันกันในเพลง ดวงตา ดวงใจ ของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ งานนี้น้อง ๆ ต้องมาถ่ายทอดความไพเราะผ่านเพลงลูกทุ่งสุดคลาสสิก ที่โด่งดังและได้รับความนิยม เฟ้นหาแชมป์ทั้งทีบอกเลยว่าจัดเต็มทั้งโน้ตประหาร และองค์ประกอบในการถ่ายทอดอารมณ์เพลง งานนี้ผู้เข้าแข่งขันสู้กันแบบไม่ยอมอ่อนข้อ งัดความสามารถมาดวลกันบนเวที ทำเอากรรมการนั่งไม่ติด เพื่อตัดสินแชมป์ประจำสัปดาห์ สุดท้ายแล้วใครจะทำผลงานออกมาได้ดีที่สุด จนคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครองลุ้นและเชียร์พร้อมกันวันพุธนี้

ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 23 กันยายนนี้เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment รับชมย้อนหลัง ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON ช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, YouTube, TikTok) Ch7HD Entertainment (Facebook)

 เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threads พร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON

ชาวร็อกมันแน่ ‘เสก’ คัมแบ็ก ‘7 สี คอนเสิร์ต’ในรอบ 25 ปี แท็กทีม วง LOSO-TG TIGER-บอล ศิริโชค-วง LUSTER ระเบิดความมัน

21 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

ชาวร็อกเตรียมเสียงให้พร้อม “LOSO” หวนคืนเวที “7 สี คอนเสิร์ต” ในรอบ 25 ปี  แท็กทีม วง TG TIGER,บอล ศิริโชค และวง LUSTER ใน “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” วันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ งานนี้ “เสก” คอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่า ความมันมาเต็มแน่นอน !

เตรียมนับถอยหลังมาสนุกด้วยกันบนเวทีฟรีคอนเสิร์ต “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ที่ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น ล่าสุด “เสก” LOSO พร้อมด้วย “เสือ” TG TIGER ลูกชาย และ บอล ศิริโชค มาร่วมพูดคุยถึงความพิเศษของเวทีครั้งนี้ในรายการ “เที่ยงบันเทิง สด”  พร้อมชวนแฟนเพลงมาร่วมสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะการกลับมาขึ้นเวที “7 สีคอนเสิร์ต” อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 25 ปี

เสก เผยว่า “เป็นฟรีคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบ 25 ปี ผมไม่ได้เล่น 7 สีคอนเสิร์ตมา 25 ปีแล้ว เล่นเมื่อปี 2539 2540 และ 2544 ความรู้สึกวันแรกที่ได้ขึ้นเวทีตอนนั้น เป็นอัลบั้มแรกโลโซไซตี้  ผมยังสดมากเลยสดทั้งรายการและนักดนตรีด้วยมีความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เล่น  แต่ครั้งนี้อาจไม่ได้ตื่นเต้น แต่มีความรู้สึกอยากมาเล่นให้พี่น้องชาว 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล ได้ชมกัน สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราขนเพลงฮิตมาตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันนี้ รับรองว่าเป็นเพลงที่รู้จักกัน ร้องตามกันได้ทั้งหมด  ความสดก็คือความแตกต่างระหว่าง 25 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้รับรองว่า แรงยังดีอยู่ ได้อยู่ ร็อกแอนด์โรลแน่นอน เสาร์ที่ 26 กันยายนนี้นะครับ พบกับ LOSO ออริจินัล, TG TIGER, บอล ศิริโชค  รับรองว่ามันแน่นอนครับ”

ด้าน “เสือ” TG TIGER เผยความรู้สึกถึงการได้ขึ้นเวทีนี้พร้อมคุณพ่อว่า “ครั้งนี้ผมจะได้มาแจมกับคุณพ่อนะครับ  รู้สึกว่าเวทีนี้ใหญ่มาก  7 สีคอนเสิร์ตเป็นเวทีตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลย  แล้วครั้งนี้ได้ขึ้นกับคุณพ่อด้วย ก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ  งานนี้จะมีความพิเศษ คือ จะเล่นเพลงหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่นกับคุณพ่อในเวทีแบบนี้เลย ต้องรอติดตามครับ”

ส่วน บอล ศิริโชค เล่าถึงความรู้สึกพิเศษของการมาครั้งนี้ว่า “นี่คือครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก ๆ แล้วเวทีนี้ คือใครที่ได้มาเล่นบนเวที 7 สี คอนเสิร์ต ต้องเป็นวงที่แบบว่ามีเพลงดังมาก ๆ ซึ่งผมได้มีโอกาสมาขึ้นเวทีก็ถือว่าสุดยอดมากครับ ความพิเศษในส่วนผมคือจะได้เห็นเพลงที่ผมไม่เคยได้เล่นด้วย”

งานนี้สายร็อกและแฟนเพลง LOSO เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาโยกไปด้วยกันใน ฟรีคอนเสิร์ต “7 สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล @ PARADISE PARK” ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ณ ชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซา ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค  หรือร่วมรับชมถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30-17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD  สนุกแบบไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น.

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threads

พร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON

T-Pop เบอร์ใหม่ Qenryx ร่วมเป็นตัวแทนเลี้ยงอาหารกลางวัน ที่มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ

21 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ตัวจริงเรื่องบุญทาน ต้องยกให้ตลาดเพชรพิชญา ตลาดชื่อดังของจังหวัดนครสวรรค์ ที่ไม่เคยขาดเรื่องบุญทานเลย ล่าสุดยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสและส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ ที่มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำทีมโดย คุณพีช สุพิชญา กรรมการผู้จัดการเพชรวดีก่อสร้าง จำกัดและตลาดเพชรพิชญา ชักชวนศิลปิน T-Pop เบอร์ใหม่แต่ไฟแรงมากอย่าง Qenryx เป็นตัวแทนเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ ที่มูลนิธิฯ และส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ พร้อมพูดคุยและสร้างรอยยิ้มร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น โดยมีแฟนคลับร่วมเดินทางมาร่วมส่งต่อความสุขในครั้งนี้ด้วย 

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ อิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้า และขอขอบคุณ ตลาดเพชรพิชญา อย่างเป็นทางการสำหรับการสนับสนุนและน้ำใจอันดีที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสและส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ ในครั้งนี้

‘ปรางค์ปภัสสร์ ทวีสิทธิ์’ เปิดไอเดีย ‘รถไฟดนตรี’ปลุกเทรนด์ Rail Tourism ปั้น One Day Trip บน Royal Blossom

21 กันยายน 2569 เวลา 15:40 น.

ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่ผู้บริโภคมองหา “ประสบการณ์” มากกว่าการเดินทางไปถึงจุดหมาย ปรางค์ปภัสสร์ ทวีสิทธิ์ เจ้าของ บริษัท โซ ดู ไอ จำกัด และเจ้าของเพจ “เที่ยวสุข สนุกทุกเส้นทาง by So Do I” ต่อยอดประสบการณ์ด้านการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยว เปิดตัวแนวคิด “รถไฟดนตรี” รูปแบบการเดินทาง One Day Trip บนขบวนรถไฟ Royal Blossom ที่นำการท่องเที่ยว อาหาร เรื่องราวท้องถิ่น ธรรมชาติ และเสียงดนตรี มาผสานเป็นประสบการณ์เดียวตลอดเส้นทาง

โปรเจกต์ “รถไฟดนตรี” ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสุขเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขึ้นรถไฟ” เปลี่ยนมุมมองจากการใช้รถไฟเป็นเพียงพาหนะเดินทาง สู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว หรือ Journey as a Destination ที่ทุกช่วงเวลาระหว่างทางสามารถสร้างความประทับใจและกลายเป็นความทรงจำของผู้เดินทางได้

จุดเด่นของโปรแกรมคือการออกแบบเส้นทางในรูปแบบ One Day Trip ที่เที่ยวได้ง่ายและครบในวันเดียว เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัว ผู้ใหญ่ และกลุ่มวัยเกษียณที่ต้องการออกเดินทางโดยไม่ต้องวางแผนหลายขั้นตอน แต่ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลาย ทั้งการลิ้มลองอาหารและของดีประจำท้องถิ่น เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมถึงรับฟังเรื่องราวจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เราอยากให้คนรู้สึกว่าการเที่ยวเริ่มขึ้นตั้งแต่ก้าวขึ้นขบวนรถไฟ ไม่ต้องรอให้ถึงปลายทาง ทุกช่วงเวลาสามารถเป็นความสุขได้ ทั้งการชมวิว พูดคุย รับประทานอาหาร ฟังเรื่องราว และฟังเพลงไปพร้อมกัน” ปรางค์ปภัสสร์ กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับ “รถไฟดนตรี” คือการนำ Live Music Experience เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง โดยจะมีศิลปินหมุนเวียนมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงและสร้างสีสันอย่างใกล้ชิดบนขบวนรถไฟ ทำให้พื้นที่ภายในตู้โดยสารเปลี่ยนเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่แห่งความสนุก และพื้นที่สำหรับสร้างความทรงจำร่วมกันระหว่างผู้โดยสาร

แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนรูปแบบการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพของเวลาและประสบการณ์ระหว่างทาง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและผู้สูงวัยที่อาจต้องการการเดินทางที่สะดวก ไม่เร่งรีบ มีทีมงานดูแล และสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้หลายเจเนอเรชัน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวทางรถไฟ พร้อมเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว อาหาร และเรื่องราวของชุมชนตามเส้นทาง

ปรางค์ปภัสสร์ กล่าวว่า การพัฒนา “รถไฟดนตรี” ไม่ได้มองเพียงการจัดทริปท่องเที่ยว แต่ต้องการสร้าง Travel Experience ที่มีเอกลักษณ์ และทำให้ผู้เดินทางรู้สึกว่าได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับคนที่รัก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงวัย ซึ่งบางครั้งต้องการท่องเที่ยวแต่กังวลเรื่องการเดินทาง โปรแกรมจึงออกแบบให้สามารถ “ขึ้นรถไฟแล้วเที่ยวได้เลย” พร้อมมีทีมงานคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

“รถไฟดนตรีจึงไม่ใช่แค่การนั่งรถไฟไปเที่ยว แต่คือการพาความสุขออกเดินทางไปพร้อมกัน เราอยากให้เมื่อจบทริปแล้ว สิ่งที่ผู้โดยสารนำกลับบ้านไม่ใช่แค่ภาพถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง” ปรางค์ปภัสสร์ กล่าว

สำหรับ “รถไฟดนตรี” เตรียมนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ โดยจะเลือกจุดหมายที่มีทั้งเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อาหาร และธรรมชาติ มาผสมผสานกับกิจกรรมและบทเพลงให้เหมาะกับบรรยากาศของแต่ละเส้นทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในแต่ละทริป

ผู้สนใจสามารถติดตามเส้นทาง กำหนดการเดินทาง ศิลปิน และรายละเอียดของ “รถไฟดนตรี” ได้ทางเพจ เที่ยวสุข สนุกทุกเส้นทาง by So Do I หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 094-617-4470

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 5 อดีตผู้บัญชาการทหาร เอี่ยวคดีกบฏประกาศกฎอัยการศึกของ “ยุน ซอกยอล”

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 5 อดีตผู้บัญชาการทหาร เอี่ยวคดีกบฏประกาศกฎอัยการศึกของ "ยุน ซอกยอล"

21 ก.ย. 2569 15:50 น.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 5 อดีตผู้บัญชาการทหาร เอี่ยวคดีกบฏประกาศกฎอัยการศึกของ “ยุน ซอกยอล”

ศาลกรุงโซลพิพากษาจำคุกอดีตผู้บัญชาการทหารระดับสูงของเกาหลีใต้ 5 นาย ตั้งแต่ 9-18 ปี จากความผิดมีบทบาทสำคัญในการก่อกบฏ กรณีอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่ศาลชี้จำเลยละทิ้งความเป็นกลางทางการเมืองของกองทัพ และนำกองทัพมาใช้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง

ศาลแขวงกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บัญชาการทหาร 5 นาย หลังศาลพิจารณาว่าทั้งหมดมีบทบาทสำคัญในการก่อกบฏ ภายใต้ความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อปี 2024 ซึ่งประสบความล้มเหลว

ศาลมีคำสั่งจำคุกยอ อินฮยอง อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการต่อต้านข่าวกรองกลาโหม เป็นเวลา 18 ปี และจำคุกอี จินอู อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันกรุงโซล เป็นเวลา 15 ปี

ส่วนมุน ซังโฮ อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการข่าวกรองกลาโหม ถูกจำคุก 12 ปี ขณะที่พัค อันซู อดีตเสนาธิการทหารบก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกฎอัยการศึก ถูกจำคุก 10 ปี และควัก จงกึน อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการสงครามพิเศษกองทัพบก ถูกจำคุก 9 ปี

ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดหลายข้อหา รวมถึงการส่งกำลังทหารไปยังรัฐสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ตลอดจนการจัดตั้งและปฏิบัติการหน่วยติดตามจับกุมนักการเมือง หลังยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024

ทีมอัยการพิเศษของโช อึนซอก เคยขอให้ศาลลงโทษยอ อินฮยอง และอี จินอู จำคุกคนละ 30 ปี ขอให้พัค อันซู จำคุก 25 ปี และขอให้ควัก จงกึนกับมุน ซังโฮ จำคุกคนละ 20 ปี

ศาลลงโทษยอ อินฮยอง หนักที่สุด โดยเห็นว่าเขามีความผิดฐานพยายามจับกุมนักการเมือง รวมถึงอี แจมยอง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในเวลานั้น และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ศาลยังระบุว่า ยอ อินฮยอง รับรู้ถึงความผิดกฎหมายของแผนประกาศกฎอัยการศึกของยุน ซอกยอล จากการพบหารือกับอดีตประธานาธิบดีและคิม ยงฮยอน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ก่อนการประกาศกฎอัยการศึก

ศาลกล่าวในคำพิพากษาว่า อาชญากรรมฐานก่อกบฏเป็นความผิดร้ายแรง เนื่องจากเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของรัฐ พร้อมระบุว่า จำเลยละทิ้งหลักความเป็นกลางทางการเมืองของกองทัพ และนำกองทัพมาใช้ในทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองหนึ่ง

ในคืนที่ยุนประกาศกฎอัยการศึก กำลังทหารได้เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่รัฐสภาและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ถอนกำลังออกในเวลาต่อมาไม่นาน หลังรัฐสภาลงมติให้ยกเลิกคำสั่งกฎอัยการศึกฉุกเฉิน

คำพิพากษาครั้งนี้มีขึ้นหลังจากยุน ซอกยอล ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากความผิดฐานเป็นผู้นำการก่อกบฏผ่านความพยายามประกาศกฎอัยการศึก โดยคดีของยุนอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์

ในวันเดียวกัน ศาลยังมีคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่ง โดยยกคำฟ้องของอิม จงดึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคลากรในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดี เมื่อปี 2023

ทีมอัยการพิเศษกล่าวหาอิม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนที่ 2 ว่า ใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งนายทหารรายหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งในศูนย์จัดการวิกฤตแห่งชาติของสำนักงานดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ศาลวินิจฉัยว่า คำฟ้องอยู่นอกขอบเขตอำนาจการสอบสวนของทีมอัยการพิเศษ ซึ่งมีหน้าที่มุ่งตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อปี 2024.

ที่มา Yonhap / The Korea Times

จีนยืนยัน “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐฯ 23-25 ก.ย. เตรียมหารือ “โดนัลด์ ทรัมป์”

จีนยืนยัน "สี จิ้นผิง" เยือนสหรัฐฯ 23-25 ก.ย. เตรียมหารือ "โดนัลด์ ทรัมป์"

21 ก.ย. 2569 15:21 น.

จีนยืนยัน “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐฯ 23-25 ก.ย. เตรียมหารือ “โดนัลด์ ทรัมป์”

รัฐบาลจีนยืนยันว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน เพื่อพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยประเด็นสำคัญคาดว่าจะครอบคลุมการค้า เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ ไต้หวัน และบทบาทของจีนต่อสงครามอิหร่าน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายจับตาว่าจะสามารถยุติสงครามทางการค้าได้หรือไม่

รัฐบาลจีนยืนยันว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยนับเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ของผู้นำทั้งสองภายในเวลา 6 เดือน

กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า สี จิ้นผิง และทรัมป์จะหารือเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญด้านความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตลอดจนสันติภาพและการพัฒนาของโลก พร้อมย้ำว่าจีนจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ เสริมสร้างการเจรจาและความร่วมมือ และจัดการความแตกต่างระหว่างกันอย่างเหมาะสม

ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์จะเดินทางไปต้อนรับสี จิ้นผิงด้วยตนเองที่ฐานทัพแอนดรูว์ส ก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะพบหารือกันในวันถัดไป โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาจะหารือกับผู้นำจีน “แทบทุกเรื่อง”

ประเด็นสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้คือความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่ช่วยหลีกเลี่ยงการยกระดับสงครามภาษีระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงระยะยาวได้

รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า การประชุมวันที่ 24 ก.ย. อาจมุ่งดูว่าผู้นำทั้งสองจะส่งสัญญาณขยายข้อตกลงยุติสงครามทางการค้าที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้วหรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า สี จิ้นผิงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะยอมอ่อนข้อ และอาจต้องการเพียงรักษาเสถียรภาพทางการค้าเพื่อให้จีนมีเวลารับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ต่อไป

ก่อนการพบกันของผู้นำทั้งสอง นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นผู้เจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าคนสำคัญของจีน ได้พบหารือกันที่นครนิวยอร์ก โดยประเด็นครอบคลุมความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ การค้า และแร่หายาก การหารือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปูทางไปสู่ข้อตกลงบางประการเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแล AI และการค้าสินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มอ่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมดังกล่าวแตกต่างจากจุดยืนของทรัมป์เมื่อกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในปี 2025 ซึ่งเคยประกาศใช้นโยบายภาษีเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้ากับจีน โดยมองว่าการค้ากับจีนกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ในช่วงเดียวกัน จีนยังคงมีปัญหาความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวและวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ แต่ภาคการส่งออกยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนจีนกำลังมุ่งหน้าไปสู่การมีดุลการค้ากับทั่วโลกเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน 

ขณะเดียวกัน คณะนักธุรกิจจีนจากบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมีแผนร่วมเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กับสี จิ้นผิง โดยอาจรวมถึงผู้บริหารจาก BYD, CATL และ Xiaomi ซึ่งบางบริษัทกำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบหรือข้อจำกัดด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ

นอกจากการค้าแล้ว ประเด็นไต้หวันมีแนวโน้มเป็นอีกหัวข้อสำคัญในการพบกันครั้งนี้ โดยจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและการขายอาวุธให้ไต้หวัน ทรัมป์เคยเปิดเผยว่า สี จิ้นผิงสอบถามเรื่องไต้หวันหลายครั้งระหว่างการพบกันที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม รวมถึงเรื่องการขายอาวุธของสหรัฐฯ และความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการปกป้องไต้หวัน

ทรัมป์ยังเรียกแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเป็น “เครื่องมือต่อรอง” กับจีน ทำให้เกิดความกังวลในไต้หวันและญี่ปุ่นว่า ประเด็นดังกล่าวอาจถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเจรจาทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

หนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนที่อาจถูกหยิบยกขึ้นหารือ ได้แก่ การที่จีนเพิ่มการซื้อเครื่องบินโบอิ้งและสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ รวมถึงความร่วมมือในการสกัดกั้นสารตั้งต้นของเฟนทานิล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ

อีกประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญคือบทบาทของจีนต่อสงครามอิหร่าน โดยสหรัฐฯ มองว่าจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูตมากพอที่จะกดดันอิหร่านให้ยุติความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะใช้แรงกดดันดังกล่าวในระดับที่สหรัฐฯ ต้องการ ขณะที่รอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า จีนยังคงส่งออกสินค้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปยังอิหร่านผ่านช่องทางที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าไม่ทราบถึงโครงการดังกล่าว

สหรัฐฯ เคยขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แม้จนถึงขณะนี้มาตรการดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำมาใช้กับจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

นักวิเคราะห์มองว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ยังพยายามรักษาความสัมพันธ์กับจีนให้มีเสถียรภาพ สะท้อนถึงความต้องการของทั้งสองฝ่ายที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพิ่มเติม ขณะที่สหรัฐฯ ต้องรับมือกับสงครามอิหร่าน และจีนต้องการเวลาเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต.

ที่มา AFP / Reuters