​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การได้แสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ร่วมกับศิลปินชื่อดัง ถือเป็นประสบการณ์สำคัญและเป็นอีกก้าวที่ช่วยให้ความฝันของคนรักดนตรีชัดเจนและเป็นจริงขึ้น “FWD Music Live Fest 5” จึงถูกจัดขึ้นในฐานะ เวทีแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้น้องๆ Young Gen จากหลากหลาย school band ได้โชว์ความสามารถ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเส้นทางดนตรีของพวกเขา

ซึ่งงาน FWD Music Live Fest เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านการทำกลยุทธ์ Brand Experience เพื่อให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้คน ด้วยการใช้ Music Experience เป็นสื่อกลางในการคอนเนคเข้ากับกลุ่ม Young Gen ที่มีความชื่นชอบทางด้านดนตรีให้มารวมตัวกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และการได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบร่วมกัน โดยมาในรูปแบบของฟรีคอนเสิร์ตเล่นน้ำกลางเมืองฉลองวันไหล และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดโอกาสให้น้องๆ school band ได้ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเวทีที่ช่วยให้เยาวชนได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการแสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก

อิน – พีรยาภรณ์ ใจรังษี นักร้องนำ และ ซูม – พงศ์ภีระ ประยูรพัฒน์ มือกีตาร์ นักเรียนชั้น ม.6 วง DSRU จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฝ่ายมัธยม กล่าวว่า พวกเราผ่านการออดิชั่น และฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก การที่เราได้ขึ้นเวทีแบบนี้พร้อมกับเล่นดนตรีต่อหน้าคนจำนวนมาก และยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินที่ชื่นชอบ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ เป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ด้าน บลายธ์ – นันท์นภัส พุ่มศิริ นักร้องนำ และ ยูฟ่า – ธนกฤต ศรีพนมวรรณ มือคีย์บอร์ด นักเรียนชั้น ม.4 วง Woodstock จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า กล่าวว่า เรามีความฝันว่าอยากจะได้เล่นบนเวทีใหญ่ๆ สักครั้ง การได้ขึ้นเวที FWD Music Live Fest 5 ทำให้เราได้เรียนรู้การเล่นคอนเสิร์ตในบรรยากาศแบบเฟสติวัล และได้เห็นการทำงานของศิลปินจริงๆอย่างใกล้ชิด เวทีนี้เปิดประสบการณ์ให้พวกเรามากๆ พวกเราอยากขอบคุณ FWD ประกันชีวิต ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้ขึ้นมาแสดงความสามารถในครั้งนี้

ขณะที่ วินนี่ – มาวิน วิริยะยุทมา นักร้องนำ นักเรียนชั้น ม.5 และ จิงจิง – กิตติพิชญ์ สังสิทธิเสถียร มือเบส นักเรียนชั้น ม.3 วง Mandrake จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเราเคยได้ขึ้นแสดง และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้พิสูจน์ความสามารถ และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะหาได้ง่ายๆ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินที่พวกเราชื่นชอบ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากพัฒนาฝีมือ และก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม

น.ส.ปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บมจ.เอฟดับบลิวดีฯ กล่าวว่า FWD Music Live Fest เป็นหนึ่งใน Brand Experience ที่เราใช้ Music Experience มาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คน โดยเวทีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านดนตรี ได้ขึ้นแสดงศักยภาพบนเวทีจริง และเรียนรู้จากประสบการณ์ร่วมกับศิลปินมืออาชีพ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินชั้นนำ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางในอนาคต เราหวังว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับคนที่รักดนตรีต่อไป

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปัจจุบันประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีอุบัติการณ์สูงด้านจำนวนผู้ป่วยและผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคเลือดที่ติดต่อทางพันธุกรรม ทั้งที่อยู่ในภาวะรุนแรง และที่เป็นพาหะแต่ไม่แสดงอาการ ด้วยความทุ่มเทของ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ที่พร้อมอุทิศเพื่อการศึกษาและวิจัยโรคธาลัสซีเมียมากว่า 4 ทศวรรษ ได้ทำให้สวัสดิการพื้นฐานของการรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียชาวไทยครอบคลุมทั้งการวินิจฉัย และการรักษา

อาจารย์ ดร.นายแพทย์กิตติพงศ์ ไพบูลย์สุขวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิชาการและพันธกิจเพื่อสังคม และหัวหน้าศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์และโมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงสถิติผู้ป่วยและผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียในปัจจุบันปรากฏเป็นจำนวนเกือบครึ่งของประชากรไทยทั้งหมด หรือมากถึงร้อยละ 40 เพื่อการป้องกันโรคดังกล่าวอย่างยั่งยืน จึงได้มีการรณรงค์คัดกรองในหญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 16 สัปดาห์ ตามนโยบายเชิงรุกของกระทรวงสาธารณสุขสู่ระดับชุมชน

ม.มหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ได้จัดตั้ง “คลินิกธาลัสซีเมีย มานานกว่า 3 ทศวรรษ ณ โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่ต้องเข้ารับการ เติมเลือด ทุก 3 – 4 สัปดาห์ ตลอดจนเข้ารับการรักษาพร้อมรับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่องกว่า 200 ราย จนปัจจุบันสามารถพัฒนาระบบการให้บริการให้สามารถแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียว จากเดิมที่ต้องให้ผู้ป่วยพักค้างภายในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน ซึ่งทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาล การเดินทาง และเวลาในการเข้ารับบริการของผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียได้มากถึง 20 รายต่อวัน

นอกจากนี้ยังได้จัดทำคลิปวีดิทัศน์ หมอธาลัสซีเมียชวนคุย เพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้เพื่อดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติ COVID – 19 ถึงปัจจุบัน นับเป็นตอนที่ 6 ซึ่งมีเนื้อหาที่ครบพร้อมตั้งแต่การวางแผนการมีบุตร การรับประทานอาหาร ยา และวิตามินเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียในแต่ละช่วงวัย

ด้วยวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าติดตาม โดยเริ่มจากคลิปแรกที่ให้ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู้ดำเนินรายการ ก่อนแนะนำเครือข่ายสมาชิกผู้ป่วยของ คลินิกธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลนครปฐม ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลือกรับประทานอาหารเฉพาะโรคใน ร้านชาบู ของท้องถิ่นในคลิปถัดไป

จนได้ทราบว่าเหตุใดผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจึงต้องเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และงดกีฬาผาดโผน เนื่องจากมีอนุมูลอิสระสูงจากความผิดปกติในการสร้างเม็ดเลือด จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆตามมา เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน การติดเชื้อ และโรคเบาหวาน เนื่องจากการสะสมของธาตุเหล็กในตับอ่อนซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนรักษาระดับน้ำตาล ตลอดจนการสะสมของธาตุเหล็กในอวัยวะที่สำคัญในส่วนอื่นๆร่วมด้วย

อีกทั้ง วิตามินที่ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียไม่ควรขาด ได้แก่ โฟลิกแอซิด ที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งควรรับประทานควบคู่กับวิตามินซี และอี เพื่อช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ พร้อมด้วยวิตามินรวมที่มีวิตามินบี 12 ช่วยบำรุงเม็ดเลือดแดง และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของการใช้ยาฉีด Deferoxamine รักษาโรคธาลัสซีเมีย ที่พัฒนาขึ้นจากยาเดิมที่ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานโดยใช้ควบคู่กับเครื่องฉีดยาใต้ผิวหนัง ที่ใช้เวลาถึง 8 – 12 ชั่วโมงต่อวันในช่วงกลางคืน เป็นเวลา 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งนอกจากต้องใช้เวลานานแล้ว ยังให้ผลข้างเคียงต่อการได้ยิน จนผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจโรคหูเพิ่มเติมอีกเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ใน หมอธาลัสซีเมียชวนคุย EP4 ยังได้แสดงบทบาทสมมุติให้เห็นถึงการตัดสินใจร่วมกันระหว่างตัวละครคู่สมรสที่เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อมาถึงทางแยกที่นำไปสู่การวางแผนการตั้งครรภ์ หากเลือกที่จะเลี้ยงดูบุตรที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องเตรียมพร้อมในทุกด้าน ซึ่งเคยได้มีการคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมตลอดอายุขัย คิดเป็นเงินถึง 6 ล้านบาทต่อราย ในปัจจุบันการเข้ารับการคัดกรองก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขจึงยังคงนับเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด

ในอนาคต นอกจากการผลักดันลดเหลื่อมล้ำสิทธิรักษาโรคธาลัสซีเมียแรงงานข้ามชาติให้เกิดเป็นรูปธรรมจากที่ได้มีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเสนอในที่ประชุมวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ยังได้ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาชุดตรวจธาลัสซีเมียที่ครอบคลุมการกลายพันธุ์ให้เข้าถึงได้ในระดับภูมิภาค ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและให้ผลเร็ว ภายใต้วิธี reverse dot-blot hybridization (RDB) โดยปัจจุบันได้ยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว เตรียมขยายผลในเชิงพาณิชย์ทั้งในระดับประเทศ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปในเร็วๆนี้

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

เลขาธิการ กพฐ. เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี สวก.สพฐ. ทำครอบคลุมทั้ง 3 มิติ หนังสือสื่อ-พัฒนาครู-ส่งเสริมสมรรถนะเด็ก ตามมาตรฐานทางวิชาการ

16 มิ.ย.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สพฐ. พบว่า เราได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ คือ 1.มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 2.มิติด้านการพัฒนาครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และ 3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของผู้เรียน

โดยมิติที่ 1 .มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ฯ สพฐ.มีระบบสนับสนุนและกำกับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำต้นฉบับโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และจัดพิมพ์จำหน่ายโดยองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำหรับหนังสือเรียนฯของสำนักพิมพ์เอกชน สวก.สพฐ. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจประเมินคุณภาพ โดยพิจารณาความถูกต้องทางวิชาการ ความสอดคล้องกับหลักสูตร ความเหมาะสมของเนื้อหา ภาษา ภาพประกอบ กิจกรรมการเรียนรู้ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อผ่านการตรวจประเมินแล้ว จึงประกาศไว้ในบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาเลือกใช้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำและสนับสนุนสื่อเสริมการเรียนรู้ เช่น สื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และ สื่อเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา วิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนเพิ่มเติม

2.มิติด้านการพัฒนาครูฯ สพฐ.ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) ซึ่งพัฒนาครูคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และศึกษานิเทศก์ จำนวน 515 คน จาก 259 โรงเรียน ครอบคลุม 56 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โดยใช้เครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์ ,โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วน เพื่อพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และเคมีระดับมัธยมศึกษา กว่า 400 คน ให้สามารถจัดกิจกรรมทดลองเคมีที่ปลอดภัย ประหยัด และเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสารเคมี รวมทั้งมีการพัฒนาครู ผ่านโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ โครงการอบรมส่งเสริมการเรียนรู้ AI ในชั้นเรียน และการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับครู สพฐ. ร่วมกับ สสวท. เพื่อให้ครูมีสมรรถนะในการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และปลอดภัย อีกทั้ง ยังมีโครงการกิจกรรมครูคลังสมอง เพื่อสนับสนุนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้แก่สถานศึกษาขนาดกลาง ขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ประสบปัญหาขาดแคลนครู เป็นต้น

3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะฯของผู้เรียน สพฐ.ได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สืบเสาะ ทดลอง แก้ปัญหา และเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง เน้นการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวปรากฏผ่านหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Inquiry-based Learning ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการทดลองจริงอย่างปลอดภัยและประหยัด โครงการ Walk Around School ที่บูรณาการชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ผ่านกระบวนการ SEE–THINK–DO–SHARE และโครงการ STEAM INNOVATOR ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบโครงงานในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อปัญหาในชุมชนและสังคม

“ การดำเนินงานทั้ง 3 มิติ สะท้อนให้เห็นว่า สพฐ.ยังคงรักษาและยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่อง เราได้พัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ทันสมัย เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา ไม่มีการลดมาตรฐานทางวิชาการ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามแสดงความอาลัย ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา’

16 มิ.ย.2569 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA นำโดย นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางละออ ตั้งคารวคุณ รองประธานผู้ก่อตั้งบริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาโดยตลอด โดยเฉพาะงานด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อันเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติตลอดมา

TOA ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมถวายความอาลัย และขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตรอันงดงาม และคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

ออสเตรเลียประกาศ “เอลนีโญ” ก่อตัวแล้วในแปซิฟิก คาดทุบสถิติรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

ออสเตรเลียประกาศ "เอลนีโญ" ก่อตัวแล้วในแปซิฟิก คาดทุบสถิติรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

16 มิ.ย. 2569 16:30 น.

ออสเตรเลียประกาศ “เอลนีโญ” ก่อตัวแล้วในแปซิฟิก คาดทุบสถิติรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

สำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ ระบุปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

สำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย (BOM) แถลงยืนยันว่า ดัชนีชี้วัดทางชั้นบรรยากาศและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนได้ก้าวข้ามเกณฑ์มาตรฐาน และเข้าสู่สภาวะเอลนีโญอย่างเต็มตัวแล้ว โดยความเร็วในการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลในพื้นที่เฝ้าระวังหลัก หรือ Niño3.4 ในปีนี้ ถือว่ารวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 1943

ยิ่งไปกว่านั้น ค่าดัชนีความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้รอบ 30 วัน ได้ดิ่งทะลุลงไปอยู่ที่ระดับ -23.3 จากเกณฑ์เอลนีโญปกติที่ -7 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแปรปรวนขั้นรุนแรงของความกดอากาศระหว่างออสเตรเลียและตาฮิติ

แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียที่ชื่อว่า ACCESS-S คาดการณ์ว่า เอลนีโญรอบนี้อาจดันให้อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติเกิน 3 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำลายสถิติสูงสุดเดิมในประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1902 ซึ่งอยู่ที่ 2.65 องศาเซลเซียส ลงอย่างราบคาบ ขณะที่สถาบันวิจัยอื่น ๆ ราวครึ่งหนึ่งประเมินว่านี่จะเป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา โดยมีภาวะโลกร้อนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้สภาพอากาศสุดขั้วนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญจาก BOM อธิบายว่า การประกาศเอลนีโญเป็น “การเฝ้าสังเกตการณ์” สิ่งที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ไม่ใช่การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ เนื่องจากออสเตรเลียถูกล้อมรอบด้วย 3 มหาสมุทร ในเวลานี้มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรใต้กำลังส่งอิทธิพลในทิศทางที่ทำให้เกิดฝนตก จึงช่วยบรรเทาความแห้งแล้งไว้ได้ชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเอลนีโญพัฒนาตัวอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่าพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของออสเตรเลียจะเริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความแห้งแล้งอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากเอลนีโญก่อตัวเร็วตั้งแต่ช่วงกลางปีทำให้มันมีเวลาสะสมพลังและไต่ระดับความรุนแรงไปจนถึงจุดสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งกว่าปกติ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบต่อฤดูกาลเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรแล้ว และสร้างความกังวลอย่างมากต่อความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก

ส่วนทวีปอเมริกาจะเจอกับปรากฏการณ์ตรงกันข้าม โดยจะเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไปจนเสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหญ่และดินถล่ม ส่วนออสเตรเลียในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อวัว, น้ำตาล และข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยคาดว่าช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อน อุณหภูมิตอนกลางวันจะสูงขึ้นอย่างมาก, หน้าหนาวจะเกิดน้ำค้างแข็งในตอนกลางคืนบ่อยขึ้น, ปริมาณหิมะลดลง, เกิดสภาวะภัยแล้งลามไปสู่ฤดูไฟป่าที่ยาวนานและรุนแรงกว่าเดิม และจะทำให้เกิดพายุไซโคลนในแถบรัฐควีนส์แลนด์ลดน้อยลง

ทั้งนี้ วิกฤตเอลนีโญครั้งล่าสุดที่โลกเผชิญในช่วงปี 2023 ถึง 2024 ได้สร้างสถิติช่วงเวลา 3 เดือนที่แห้งแล้งที่สุดเป็นประวัติการณ์มาแล้ว และหากย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 ถึง 2016 เอลนีโญระดับรุนแรงครั้งนั้นได้ทำลายผลผลิตธัญพืชและพืชน้ำมันทั่วโลกจนเสียหายยับเยิน นักวิทยาศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกจึงกำลังจับตาดูสถานการณ์ในปี 2026 นี้อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภูมิอากาศโลกครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้.

ที่มา ABC News / Reuters

เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด-ร้านอาหาร ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด-ร้านอาหาร ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

16 มิ.ย. 2569 15:08 น.

เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด-ร้านอาหาร ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

ตำรวจนครโฮจิมินห์ร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์ บุกทลายเครือข่ายขโมยและค้าแมวข้ามจังหวัดรายใหญ่ ยึดแมวของกลางที่ยังมีชีวิตได้กว่า 400 ตัว รวมถึงแมวที่ถูกแช่แข็งรอส่งร้านอาหารอีก 80 ตัว เผยแก๊งดังกล่าวลักลอบขโมยแมวมานาน 3 ปี ล่าสุดเจ้าของแมวทยอยเดินทางมารับสัตว์เลี้ยงกลับแล้วกว่า 40 ตัว

กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แถลงผลงานครั้งสำคัญหลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม บุกทลายเครือข่ายลักลอบดักจับ รวบรวม และค้าส่งแมวข้ามจังหวัดรายใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 ราย

จากการขยายผลคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นจุดพักสัตว์ขนาดใหญ่บริเวณลานจอดรถจุ๊กกวิญ ในจังหวัดเต็ยนิญ พบแมวที่ยังมีชีวิตถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก 45 กรง รวมกว่า 400 ตัว และยังพบแมวที่เสียชีวิตแล้วอีกประมาณ 80 ตัว ถูกแช่แข็งอยู่ภายในถังโฟมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปยึดแมวเพิ่มได้อีก 21 ตัวจากอีกซ่อนหนึ่งในเขตลินห์ซวน รวมแมวที่ได้รับการช่วยเหลือในคดีนี้ทั้งหมดกว่า 500 ตัว

จากการสอบสวนพบว่า แก๊งคนร้ายยังรวมถึงนายเหงียน แถ่ง ตวน และนางสาวเหงียน ถิ แถ่ง ตัม ในฐานะหัวหน้าขบวนการ โดยร่วมมือกับพรรคพวกออกตระเวนวางกับดักและขโมยสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านในช่วงเวลากลางคืน ทั่วพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนามและเขตรอยต่อมานานกว่า 3 ปี โดยจะนำแมวมาขายต่อให้นายเล ฮวิญ บ๊า พ่อค้าคนกลางในราคากิโลกรัมละ 50,000 ดอง (ประมาณ 62 บาท) ก่อนที่นายบ๊าจะนำไปขายต่อให้โรงเชือดและร้านอาหารในราคา 70,000 ดอง (ประมาณ 87 บาท) เพื่อกินส่วนต่าง

องค์กรพิทักษ์สัตว์ Humane World for Animals เปิดเผยว่า ล่าสุดมีเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ทราบข่าวเข้ามาประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถยืนยันตัวตนจนได้รับกลับคืนสู่ครอบครัวแล้วอย่างน้อย 40 ตัว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน เนื่องจากสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่มีคุณค่าทางจิตใจ

คอรันวีร์ คูเครจา ตัวแทนจากองค์กรฯ กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนามสำหรับ “การตัดสินใจที่เด็ดขาดในการเข้าทลายแก๊งนี้ ซึ่งช่วยรักษาชีวิตสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงไว้ได้เป็นจำนวนมาก”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้อนุรักษ์เปิดเผยว่า มีแมวที่ได้รับการช่วยเหลือประมาณ 100 ตัว ได้ล้มตายลงในเวลาต่อมา เนื่องจากทนต่อสภาพความแออัดและบอบช้ำจากการถูกกักขังและขนส่งอย่างทารุณไม่ไหว

ในปัจจุบัน แมวที่เหลือรอดชีวิตอีกหลายร้อยตัวยังคงต้องถูกควบคุมดูแลไว้ที่สถานีตำรวจชั่วคราว เพื่อใช้เป็น “วัตถุพยาน” ในกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินคดีชั้นศาล ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่กลุ่มสิทธิสัตว์เป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจทำให้สัตว์เกิดความเครียดและเจ็บป่วยได้ ทางองค์กรฯ จึงได้สนับสนุนอาหารสัตว์ รวมถึงส่งพัดลมและอุปกรณ์ระบายความร้อนเข้าไปติดตั้งในพื้นที่กักกันเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พวกมันเป็นการชั่วคราว

แม้ว่าการบริโภคเนื้อสุนัขและเนื้อแมวจะเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายในประเทศเวียดนาม และมีร้านอาหารเปิดขายอย่างเปิดเผย แต่กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าผู้ค้าจะต้องมีใบรับรองแหล่งที่มาของสัตว์อย่างถูกต้อง ซึ่งกรณีนี้เป็นการลักทรัพย์และทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน

ทางสำนักงานตำรวจโฮจิมินห์จึงได้ออกประกาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงที่ทำสัตว์เลี้ยงสูญหายในช่วงที่ผ่านมา เดินทางเข้าติดต่อตรวจสอบและรับแมวคืนได้ที่แผนกสืบสวนสอบสวน พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ร่วมเป็นพยานเพื่อเอาผิดแก๊งอาชญากรกลุ่มนี้ให้ถึงที่สุดต่อไป.

ที่มา CÔNG AN TP.HỒ CHÍ MINH / AFP

ทรัมป์อาจเผยเนื้อหาข้อตกลงกับอิหร่านก่อนวันศุกร์นี้ หลังสหรัฐฯ-เตหะรานบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้น

ทรัมป์อาจเผยเนื้อหาข้อตกลงกับอิหร่านก่อนวันศุกร์นี้ หลังสหรัฐฯ-เตหะรานบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้น

16 มิ.ย. 2569 15:01 น.

ทรัมป์อาจเผยเนื้อหาข้อตกลงกับอิหร่านก่อนวันศุกร์นี้ หลังสหรัฐฯ-เตหะรานบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้น

โดนัลด์ ทรัมป์ อาจเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่านก่อนวันศุกร์นี้ หลังจากประกาศว่าข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามแล้ว โดยเอกสารเป็นเพียงกรอบความเข้าใจเบื้องต้น ยังต้องเจรจาเพิ่ม

รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจตัดสินใจเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่านก่อนวันศุกร์นี้ โดยเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงกรอบความเข้าใจเบื้องต้น และรายละเอียดสำคัญจะต้องเจรจาเพิ่มเติม

แวนซ์เปิดเผยว่า บันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีความยาวเพียงประมาณ 1 หน้าครึ่ง และเป็นเอกสารที่มีเนื้อหากว้าง ๆ เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เริ่มเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนของข้อตกลง โดยระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก จะกลับมาเปิดให้เดินเรือได้ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ข้อตกลงจะถูกลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ จี7 (G7) ที่ฝรั่งเศส ซึ่งในวันอังคารจะมีการประชุมพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่าน โดยมีผู้นำจากอียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วม

ก่อนหน้านี้ ระหว่างหารือกับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ทรัมป์กล่าวว่า เขายินดีที่จะบอกว่าข้อตกลงได้รับการลงนามแล้ว โดยคำว่าข้อตกลงหมายถึงข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่าน

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เอกสารถูกลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์โดยทรัมป์ แวนซ์ และ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านแล้วในวันนี้

โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว คาดว่าการเจรจาด้านเทคนิคเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเริ่มขึ้นภายในสัปดาห์นี้ โดยการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร หรือการปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัด จะขึ้นอยู่กับการที่อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลง

ขณะที่แวนซ์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์จาก ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ ไอเออีเอ จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปตรวจสอบในอิหร่านอีกครั้งตามข้อตกลง

เขาระบุว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญของข้อตกลง คือสหรัฐฯ และไอเออีเอจะช่วยให้อิหร่านทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นประเด็นที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในเอกสาร

แวนซ์ยังเปิดเผยว่า ในเอกสารเอ็มโอยู ระบุให้อิหร่านให้คำมั่นเรื่องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงยุติการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และให้คำมั่นที่สามารถตรวจสอบได้ว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำว่า รายละเอียดหลายประเด็นยังต้องถูกกำหนดระหว่างการเจรจาทางเทคนิคในอนาคต

ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับข้อตกลงถาวร

ด้าน เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทเป็นคนกลางในการเจรจา กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ครอบคลุมการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังสงวนท่าที โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮูระบุว่า อิสราเอลจะยังคงรักษาสถานะทางทหารในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเลบานอน ซีเรีย และกาซา ตราบเท่าที่เห็นว่าจำเป็น และย้ำว่า อิสราเอลจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศให้ยุติการปิดกั้นทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน พร้อมระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดหลังข้อตกลงเบื้องต้นมีผล โดยเขาอ้างว่าเรือหลายลำที่บรรทุกน้ำมันเริ่มเคลื่อนผ่านช่องแคบแล้ว

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า แม้จะมีข้อตกลง แต่เตหะรานยังคงไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง ต่อสหรัฐฯ และมองว่าข้อตกลงนี้เป็นเพียงก้าวแรกเพื่อลดความตึงเครียด

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ยังเป็นข้อขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย คือโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน ความต้องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของอิหร่าน และการปลดล็อกทรัพย์สินจากรายได้ด้านน้ำมันที่ถูกระงับมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งยังต้องจับตาว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ยังคงเป็นปัญหาทั้งหมดนี้ได้จริงหรือไม่.

ที่มา : BBC

เสียงโห่-เสียงเชียร์ อิหร่านเสมอนิวซีแลนด์ 2-2 นัดเปิดฟุตบอลโลกที่สะท้อนความแตกแยก

เสียงโห่-เสียงเชียร์ อิหร่านเสมอนิวซีแลนด์ 2-2 นัดเปิดฟุตบอลโลกที่สะท้อนความแตกแยก

16 มิ.ย. 2569 13:47 น.

เสียงโห่-เสียงเชียร์ อิหร่านเสมอนิวซีแลนด์ 2-2 นัดเปิดฟุตบอลโลกที่สะท้อนความแตกแยก

ทีมชาติอิหร่านเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลเสมอนิวซีแลนด์ 2-2 ที่นครลอสแอนเจลิส ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เข้มข้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ และเสียงโห่ระหว่างเพลงชาติอิหร่าน การแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลและข้อจำกัดด้านการเดินทาง จากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ทำให้เกมนี้มีความหมายมากกว่าเรื่องฟุตบอล

การแข่งขันฟุตบอลโลกนัดเปิดสนามกลุ่ม บี ที่สนามโซไฟ สเตเดียม ในนครลอสแอนเจลิส กลายเป็นเวทีสะท้อนรอยร้าวและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง โดยทีมชาติอิหร่าน ที่อันดับโลกเหนือกว่า 65 อันดับ ต้องไล่ตามตีเสมอทีมนิวซีแลนด์ถึงสองครั้ง ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 แบ่งไปทีมละ 1 แต้ม

เกมนี้นิวซีแลนด์ได้ประตูออกนำก่อนจากเอลิจาห์ จัสต์ ในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่รามิน เรซาเอียน แบ็กขวาของอิหร่านจะเติมขึ้นมายิงตีเสมอ ถัดมาในครึ่งหลัง เอลิจาห์ จัสต์ ยิงประตูให้นิวซีแลนด์นำอีกครั้งเป็น 2-1 แต่อิหร่านไม่ยอมแพ้ รวบรวมสมาธิก่อนได้ โมฮัมหมัด โมเฮบบี โหม่งลูกเปิดของ เรซาเอียน เข้าไปในนาทีที่ 64 ช่วยให้ทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ไปได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่บรรยากาศรอบสนามที่มีแฟนบอลเข้าชมกว่า 70,000 คน กลับอบอวลไปด้วยประเด็นทางการเมือง เนื่องจากลอสแอนเจลิสเป็นเมืองที่มีชาวอิหร่านพลัดถิ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก จนถูกขนานนามว่า “เตหะรานเจเลส” (Tehrangeles) โดยก่อนเริ่มเกม แฟนบอลจำนวนมากได้พากันโห่ฮาและเป่านกหวีดใส่เพลงชาติอิหร่านเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลเตหะราน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงนอกสนามพากันตีกลองและตะโกนต่อต้านกองทัพ โดยมองว่าทีมฟุตบอลชุดนี้เป็นเพียงเครื่องมือชวนเชื่อของรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการชู “ธงรูปสิงโตและดวงอาทิตย์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เต็มอัฒจันทร์ แม้ว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จะพยายามสั่งห้ามแล้วก็ตาม

หลังสิ้นเสียงนกหวีด ความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านก็ปะทุขึ้นทันที เมื่ออามีร์ กาเลนอย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิหร่าน ออกมาเปิดเผยว่า ทีมของเขาถูกคำสั่งลึกลับบังคับให้ต้องเดินทางออกจากสหรัฐฯ กลับไปยังแคมป์เก็บตัวที่เมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก ทันทีหลังจบเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ตามกำหนดการเดิมที่ทีมต้องค้างคืนที่แคลิฟอร์เนียเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักเตะ

กาเลนอย กล่าวผ่านล่ามว่า “พวกเช้าไม่ได้ให้เวลาเราพักฟื้นเลย พอแข่งเสร็จเขาก็บอกทันทีว่า ‘พวกคุณต้องออกไปเดี๋ยวนี้’ มันแปลกมาก เหมือนมีคนอื่นคอยวางแผนกลั่นแกล้งเราตลอดเวลา ผมคิดว่าทีมของเราเป็นทีมที่ถูกกดขี่และน่าสงสารที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้แล้ว” พร้อมระบุว่าอาการตะคริวกินของนักเตะหลายคนในเกมนี้ เกิดจากการเดินทางที่ยากลำบากและการตรวจค้นที่เข้มงวดเกินกว่าเหตุของทางการสหรัฐฯ

ด้านเมห์ดี ตาเรมี กัปตันทีมคนสำคัญได้กล่าวโจมตีทัศนคติของสหรัฐฯ โดยเล่าว่าตอนเดินทางเข้ามาแข่ง พวกเขาต้องเสียเวลาเดินทางและตรวจความปลอดภัยนานถึง 5 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางใกล้มาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สต๊าฟฟ์โค้ช ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน และเจ้าหน้าที่สื่อสารมวลชนหลายคนยังถูกสหรัฐฯ ปฏิเสธวีซ่า ทำให้ทีมขาดบุคลากรในการช่วยเหลือ “ทุกอย่างที่พวกเราต้องเจอ มันคือภัยพิบัติอย่างแท้จริง ฟีฟ่าควรยื่นมือเข้ามาช่วยเรามากกว่านี้” 

อีกหนึ่งประเด็นร้อนในห้องแถลงข่าวเกิดขึ้นเมื่อ รามิน เรซาเอียน ผู้ทำประตูแรกให้อิหร่าน ถูกผู้สื่อข่าวต่างชาติตั้งคำถามถึงกรณีที่แฟนบอลชาวอิหร่านพลัดถิ่นพากันโห่ใส่เพลงชาติตัวเอง ซึ่งทำให้เจ้าตัวตอบกลับอย่างสุภาพแต่แฝงความดุดันว่า “ถ้าหากพวกเรามีปัญหากันเองภายใน นั่นมันคือเรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของคุณ ผมเคารพคุณนะ แต่นี่คือเรื่องระหว่างคนอิหร่านด้วยกัน และเราจะจัดการสะสางกันเอง ไม่ต้องมาเป็นห่วง” ก่อนที่เรซาเอียนจะปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการเมืองเพิ่มเติม และย้ำว่าต้องการตอบเฉพาะคำถามเรื่องฟุตบอลเท่านั้น พร้อมชื่นชมว่าคนในประเทศของเขายอดเยี่ยมและน่าภาคภูมิใจเพียงใด

ความตึงเครียดของแมตช์นี้เกิดขึ้นตามหลังการประกาศข้อตกลงกรอบความร่วมมือเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่เปิดฉากสู้รบกันมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมเจรจาสันติภาพและเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ผลกระทบจากสงครามยังคงฝังรากลึก ส่งผลให้กระบวนการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในกลุ่มที่อิหร่านต้องเตะบนแผ่นดินสหรัฐฯ ทั้ง 3 นัด เต็มไปด้วยอุปสรรคทางมาตรการทางการทูต

สำหรับสถานการณ์ในกลุ่ม บี ปัจจุบัน ทั้ง 4 ทีมอันได้แก่ อิหร่าน, เบลเยียม, อียิปต์ และนิวซีแลนด์ มีคะแนนเท่ากันหมดที่ 1 คะแนน โดยเกมนัดถัดไปของทีมชาติอิหร่านจะต้องเจอกับงานหนักอย่าง เบลเยียม ที่เมืองอิงเกิลวูด ในวันอาทิตย์นี้ ก่อนจะเดินทางไปปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มพบกับ อียิปต์ ที่เมืองซีแอตเทิลในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากต้องการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรก ทัพ “ทีม เมลลี” จะต้องฝ่าฟันทั้งคู่แข่งในสนามและเกมนอกสนามที่ดุเดือดไม่แพ้กัน.

ที่มา Reuters / Associated Press / AFP

ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง

ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง

16 มิ.ย. 2569 13:16 น.

ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง

ยอดค้าปลีกจีนเดือนพฤษภาคมติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2565 ขณะที่การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ทรุดหนัก สะท้อนกำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ แม้ภาคส่งออกและอุตสาหกรรมการผลิตยังช่วยพยุงเศรษฐกิจ

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด โดยยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ลดลง 0.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัว ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศยังคงซบเซา แม้จะมีวันหยุดยาวช่วงวันแรงงานต้นเดือนพฤษภาคมที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและร้านอาหารก็ตาม โดยผู้บริโภคจำนวนมากยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน หดตัว 4.1% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงเพียง 2% และแย่ลงจากการหดตัว 1.6% ในช่วง 4 เดือนแรก

ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยการลงทุนในภาคดังกล่าวดิ่งลงถึง 16.2% ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม ขณะที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขยายตัวเพียง 0.6% ส่วนภาคการผลิตลดลง 0.4%

ทางด้านภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวก โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.5% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.3% และฟื้นตัวจากระดับ 4.1% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่อัตราว่างงานทั่วประเทศอยู่ที่ 5.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 5.2% ในเดือนเมษายน

นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญภาวะการเติบโตแบบฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม โดยภาคการผลิตและการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ แม้การส่งออกยังเติบโตในระดับเลขสองหลักในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป. 

“มิน อ่อง หล่าย” พบ “สี จิ้นผิง” ที่ปักกิ่ง ยกระดับความมั่นคง-การค้า

"มิน อ่อง หล่าย" พบ "สี จิ้นผิง" ที่ปักกิ่ง ยกระดับความมั่นคง-การค้า

16 มิ.ย. 2569 12:55 น.

“มิน อ่อง หล่าย” พบ “สี จิ้นผิง” ที่ปักกิ่ง ยกระดับความมั่นคง-การค้า

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน พร้อมเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในกรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า และความมั่นคง ท่ามกลางการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดหลังถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก นับตั้งแต่การทำรัฐประหารปี 2021

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลจีนรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้จัดพิธีต้อนรับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา อย่างสมเกียรติ ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะร่วมหารือข้อราชการและลงนามในเอกสารความร่วมมือร่วมกัน

การเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ มิน อ่อง หล่าย ในฐานะ “ประธานาธิบดีฝ่ายพลเรือน” หลังจากอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารผู้นี้ได้กระชับอำนาจผ่านการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อช่วงรอยต่อของปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มการเมืองฝั่งอดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ อองซาน ซูจี ถูกตัดสิทธิ์ และส่งผลให้พรรคการเมืองที่หนุนหลังโดยกองทัพคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ก่อนที่สภาจะโหวตเลือกให้ มิน อ่อง หล่าย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายน

ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายกิจการเมียนมา จาก Crisis Group วิเคราะห์ว่า “การที่ สี จิ้นผิง เปิดบ้านต้อนรับในฐานะการเยือนอย่างเป็นทางการระดับรัฐคือสัญญาณที่ชัดเจนว่า จีนพร้อมที่จะปฏิบัติต่อรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาในฐานะพันธมิตรที่เท่าเทียมและเต็มตัว” ซึ่งถือเป็นแรงหนุนทางการทูตครั้งใหญ่ หลังจากที่ มิน อ่อง หล่าย เพิ่งเดินทางเยือนอินเดียและเข้าพบ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี มาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว แต่ไม่ได้รับเกียรติสูงสุดระดับรัฐเท่ากับการมาเยือนจีนในครั้งนี้

แม้ว่าภาพการจับมือของสองผู้นำจะช่วยสร้างความชอบธรรมในเวทีสากลให้แก่เมียนมา แต่เหล่านักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่จีนให้ความสำคัญที่สุดคือ “ผลประโยชน์ของจีนเอง” ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องโครงการภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) เช่น โครงการท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตัดผ่านเมียนมา รวมถึงแผนการสร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อเปิดทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย

นอกจากนี้ เมียนมายังกลายเป็นแหล่งซัพพลายแร่หายากที่สำคัญของโลก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีน โดยในคณะเดินทางของมิน อ่อง หล่าย ครั้งนี้ มีมุขมนตรีจากรัฐกะฉิ่น ซึ่งเป็นแหล่งทำเหมืองแร่หายากขนาดใหญ่ และรัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ร่วมเดินทางไปด้วย

ออง จอ โซ นักวิเคราะห์อิสระในไทย ชี้ว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าจะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือคือแผนการรื้อฟื้นโครงการ “เขื่อนมิตโสน” มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐกะฉิ่น ซึ่งถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2011 หลังจากที่แกนนำอันดับสองของกองทัพเมียนมาเคยเปรยถึงเรื่องนี้ไว้ก่อนหน้านี้

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเมียนมาเคยตึงเครียดอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ตามแนวชายแดนที่พุ่งเป้าเล่นงานพลเมืองจีน อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเป็นผู้จัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์หลักให้กับกองทัพเมียนมา และเคยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาหยุดยิงระหว่างกองทัพกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธในพื้นที่ชายแดนมาแล้ว

สงครามกลางเมืองในเมียนมาที่ปะทุขึ้นนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความยากจน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 93,000 ราย และประชาชนอีกกว่า 3.7 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

เดวิด มาธีสัน นักวิเคราะห์อิสระ มองว่า จีนไม่ได้สนใจเรื่องกระบวนการประชาธิปไตยหรือระเบียบสหพันธรัฐในเมียนมา แต่สนใจเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงมากกว่า ยิ่งในยามที่ชาติตะวันตกถอยห่างจากเมียนมา จีนจะยิ่งเข้ามาแสดงอิทธิพลเหนือเมียนมาอย่างเบ็ดเสร็จ

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเมียนมายังมีประเด็นที่ถูกจับตามองเพิ่มเติม คือกรณีที่ทางการจีนได้เข้าจับกุมตัว “มิน ซิน” (Min Zin) นักวิชาการชาวเมียนมาสัญชาติอเมริกันชื่อดัง ในข้อหาต้องสงสัยจารกรรมข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้อาจถูกนำมาเป็นประเด็นลับในการเจรจาระหว่างสองผู้นำด้วยเช่นกัน โดยกำหนดการเยือนจีนของ มิน อ่อง หล่าย จะดำเนินไปจนถึงวันศุกร์นี้ และมีกำหนดเข้าพบ นายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง รวมถึงนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนด้วย.

ที่มา AFP / Reuters