World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.24 น.

เตรียมตัวให้พร้อม! เมื่อกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นเวทีของกาแฟพิเศษที่ทั่วโลกจับตามอง กับงาน World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์กาแฟระดับโลกที่เป็นหมุดหมายสำคัญ หรือ Destination Event ที่คอกาแฟทั่วโลกรอคอย มีสมาคมกาแฟพิเศษ Specialty Coffee Association (SCA) เป็นเจ้าของลิขสิทธ์งาน, จัดโดย Exporum Inc. และ มีสมาคมบาริสต้าไทย (BAT) เป็นเจ้าภาพการจัดงานครั้งนี้

World of Coffee Bangkok 2026 จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียวในประเทศไทยก่อนจะเวียนมาจัดที่ทวีปเอเชียอีกครั้ง ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2027 และเวียนไปจัดในเมืองสำคัญอื่น ๆ ทั่วโลกต่อไป

การเลือกประเทศไทย เป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ตอกย้ำศักยภาพของกาแฟไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกาแฟของอาเซียน ด้วยจุดแข็งสำคัญคือผลผลิตที่มีคุณภาพ และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่เป็นทั้งผู้ผลิต นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งมีวัฒนธรรมคาเฟ่ และการดื่มกาแฟอยู่ในประเทศเดียวกัน  ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาแฟไทย เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 จะรวมบริษัทชั้นนำกว่า 400 แห่ง จากมากกว่า 40 ประเทศ มาโชว์ทั้งอุปกรณ์กาแฟ เมล็ดกาแฟดิบ และนวัตกรรมการคั่วกาแฟ โดยมีโซนที่น่าสนใจมากมาย อาทิ  Roaster Village: รวมโรงคั่วกาแฟชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะทำให้เห็นเทรนด์ของการคั่ว การชง เช่น GLITCH TOKYO จากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, MOMOS COFFEE จากปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, MAME Roastery จากซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

Producer Village: พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง “เกษตรกร” กับ “ผู้ซื้อ” โดยตรง Cupping Rooms: ห้องชิมกาแฟเพื่อทดสอบรสชาติจากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ SCA Lecture Series: พื้นที่แบ่งปันความรู้จากกูรูตัวจริง ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและมองเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ชัดเจนขึ้น

SCA Community Lounge: พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายของวงการกาแฟ

Brew Bar: จุดพักเติมพลังด้วยกาแฟแก้วพิเศษจาก World Coffee Championships ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟที่ยอดเยี่ยม ผ่านเทคนิคการชงที่หลากหลายของบรรดาแชมป์โลกตัวจริง และการแข่งขัน World Cup Tasters Championship 2026 ที่จะเฟ้นหาแชมป์โลกที่แยกรสกาแฟได้แม่นยำที่สุด การแข่งขันนี้ ฉัตรเฉลิม เลิศเอนกวัฒนา เป็นชาวไทยคนแรกที่คว้าแชมป์โลกมาได้ในปี 2025 และปีนี้ ประเทศไทยมี ปุณณภพ สุวรรณจิตร์ แชมป์จากเวที Thailand National Cup Taster Championship ลงเข้าแข่งขันด้วย

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน World of Coffee Bangkok 2026   วันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:00 – 18:00 น. (วันสุดท้ายเริ่มเวลา 10:00 – 17:00 น.) ณ ไบเทค บางนา Hall 98 – 99  บัตรเข้างาน 1 วัน และ 20 USD (ประมาณ 660 บาท) สำหรับ บัตรเข้างาน 3 วัน  ช่องทางจำหน่าย: asia.worldofcoffee.org  

ไม่ว่าคุณจะเป็นคอกาแฟที่แสวงหารสชาติใหม่ๆ บาริสต้าที่ต้องการอัปเกรดทักษะ หรือผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสทางธุรกิจ เตรียมพบประสบการณ์ระดับโลกได้ที่งาน World of Coffee Bangkok 2026 กับอีเวนต์ระดับโลกที่คุณ “ห้ามพลาด”

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

ปัจจุบันมุมมองที่เรามีต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีคือ การเป็นสิ่งสำคัญที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่หารู้ไม่ว่ายังมีมุมมองอื่นของสองสิ่งนี้ที่หลายคนคาดไม่ถึง

จากความสำเร็จของแคมเปญเพื่อสังคม “แปลงโฉมบ้าน จุดประกายชีวิตใหม่”  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฉลองครบรอบ 1 ปี บริการ LG Subscribe ในประเทศไทย ทาง LG Subscribe ได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อสนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ค้นพบมุมมองใหม่ที่น่าสนใจว่า การส่งมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าไปอยู่ในมือของผู้ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสู้ชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ สามารถมอบคุณค่าที่มากกว่าแค่ความสะดวกสบาย ด้วยการทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสร้างโอกาสและพื้นที่แห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ช่วยต่อยอดคุณภาพชีวิตไปได้อีกขั้น

เปลี่ยน “พื้นที่ว่างในตู้เย็น” เป็น “พื้นที่สร้างมูลค่า”

หนึ่งในตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนภาพพลังแห่งการให้ที่ชัดเจน คือการได้เห็นวิธีที่ครอบครัวต่างๆ ดึงศักยภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดคุณภาพชีวิต ตัวอย่างเช่น ตู้เย็น ที่สำหรับหลายบ้านอาจเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการถนอมอาหาร แต่จากแคมเปญเพื่อสังคม เราได้เห็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามารถพลิกบทบาทให้ตู้เย็นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ แทนที่จะปล่อยให้พื้นที่ว่างในตู้เย็นขนาดใหญ่สูญเปล่า ก็สามารถใช้พื้นที่นั้นแช่น้ำผลไม้โฮมเมดหรืออาหารสำหรับจำหน่ายในชุมชน เปิดโอกาสในการเริ่มต้นหารายได้เสริมใหม่ๆ เราจึงได้รู้ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความจุที่ตอบโจทย์ ไม่ได้มีไว้เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์เท่านั้น เพราะความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลที่มีพลังใจล้นเหลือ สามารถเปลี่ยนได้แม้กระทั่งพื้นที่ว่างในตู้เย็นให้กลายเป็นพื้นที่สร้างมูลค่า ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงในชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กับการดูแลคนในครอบครัวที่บ้านได้ในอีกมุมหนึ่ง

เครื่องซักผ้า “เพิ่ม” คุณภาพชีวิต “ลด” ความเสี่ยงด้านสุขภาพ

หลายคนอาจเห็นว่าเครื่องซักผ้าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลา แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากแคมเปญนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งคือ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยแล้ว การใช้เครื่องซักผ้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำงานบ้านได้ เนื่องจากการซักผ้าด้วยมืออาจทำให้ต้องออกแรงมาก รวมถึงท่านั่งที่ไม่สะดวกสบาย และทำให้พื้นบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยน้ำ การเปลี่ยนมาใช้เครื่องซักผ้าทำให้ไม่ต้องขยับร่างกายจนเสี่ยงได้รับบาดเจ็บ และไม่ต้องเสี่ยงต่อการลื่นล้มจนอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แถมการใช้เครื่องซักผ้ายังช่วยลดภาระงานบ้านที่หนักอึ้ง โดยครอบครัวหนึ่งพบว่า เครื่องซักผ้าช่วยให้สมาชิกครอบครัวที่สุขภาพอ่อนแอไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อและแผลอักเสบจากการนั่งซักผ้าด้วยมือ และมีเวลาที่ได้คืนกลับมาเพิ่มเติมไปใช้หาไอเดียสำหรับต่อยอดธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองได้อีกด้วย

“ความอุ่นใจ” คือรากฐานสำคัญของชีวิต

แคมเปญ “แปลงโฉมบ้าน จุดประกายชีวิตใหม่” จาก LG Subscribe นอกจากจะมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูง พร้อมนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายและประหยัดไฟขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตแล้ว ยังคอยดูแลและให้คำปรึกษาเครื่องใช้ไฟฟ้าถึงบ้าน พร้อมเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิดให้อุ่นใจ ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือความเสื่อมถอยของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยเป็นปัญหากวนใจ ด้วยรูปแบบบริการที่ครอบคลุมถึงการดูแลรักษาและตรวจเช็คสภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอโดยช่างผู้เชี่ยวชาญตลอดอายุสัญญา ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ ความคุ้มครองที่ยาวนานนี้ มากกว่าการรับประกันสินค้า คือการมอบความอุ่นใจไร้กังวล ซึ่ง LG Subscribe ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจและแรงสนับสนุนในการจุดประกายความหวัง วาดอนาคต ให้ทุกครอบครัวผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรักษาระดับคุณภาพชีวิตที่ดี และเดินหน้าไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ต่อไปได้อย่างราบรื่น

ประสบการณ์จากแคมเปญนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การให้ที่แท้จริงคือการมอบรากฐานที่มั่นคง LG Subscribe จึงมุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรมแห่งความสะดวกสบายที่เข้าถึงง่าย ลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมบริการรับประกันยาวนาน ให้ผู้บริโภคชาวไทยอุ่นใจไร้กังวล ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-057-5757 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.lg.com/th/subscribe และติดตามกิจกรรมต่างๆ ของแอลจีได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ LG Global และอินสตาแกรม lg_thailand

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง – ปชช.

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง - ปชช.

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง – ปชช.

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569 มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และยังมีวันสำคัญคือวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เมษายน 2569 และวันแห่งครอบครัว ซึ่งตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2569 ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมีความสุขอย่างอบอุ่น เพื่อสร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งให้กับสังคมไทย อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาวนี้ ตนขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย โดยสวัสดิภาพ ขับรถด้วยความระมัดระวัง และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเดินทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้เตรียมพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องกลุ่มเปราะบางที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. อาทิ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้มีความผ่อนคลาย เพื่อความปลอดภัยระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยทีม พม. จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายหลักและถนนสายรอง ได้เปิดพื้นที่หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง พม. เป็นจุดพัก พม. บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569  ตั้งแต่วันนี้-19 เมษายน 2569 โดยให้บริการห้องน้ำคนพิการและผู้สูงอายุ, ที่พักรถชั่วคราว, มุมพักผ่อน, น้ำดื่ม, ชา, กาแฟ และ อาหารว่าง อีกทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ ตามภารกิจกระทรวง พม.

สำหรับหน่วยงาน ทีม พม. จังหวัดทั่วประเทศ ที่เปิดจุดพัก พม. บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569 ตั้งแต่วันนี้-19 เมษายน 2569 มีดังนี้

1) ภาคเหนือ อาทิ ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมคุณภาพชีวิตจังหวัดสุโขทัย และพิจิตร, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสันมหาพน จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่, นิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล จังหวัดเชียงใหม่, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการหยาดฝน จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่านและแม่ฮ่องสอน, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือจังหวัดลำปาง, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย, น่าน, แพร่, แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดเชียงราย และ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน     

2) ภาคกลาง อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (หญิง) จังหวัดปทุมธานี, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต จังหวัดปทุมธานี, สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จังหวัดปทุมธานี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี, ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก จังหวัดนนทบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านโมกุลฯ จังหวัดลพบุรี, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรี, นครนายก, อุทัยธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ และสุพรรณบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กรุงเทพมหานคร, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,  ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร, ตราด, นครปฐม, สุพรรณบุรี, สมุทรสงคราม และปราจีนบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก

3) ภาคตะวันตก อาทิ  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการจังหวัดราชบุรี (อำเภอเมือง), บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดราชบุรี และเพชรบุรี, ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดราชบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกุ่มสะแก จังหวัดเพชรบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ จังหวัดนครราชสีมา, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา จังหวัดนครราชสีมา, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง จังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จังหวัดอุบลราชธานี, นิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่จังหวัดอุบลราชธานี,  ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดหนองคาย, นิคมสร้างตนเองโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดหนองคาย, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านหนองคาย, ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก จังหวัดขอนแก่น, นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุขอนแก่น, นครพนม และบุรีรัมย์, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี, ยโสธร, อุดรธานี, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, เลย, หนองคาย, นครพนม, ศรีสะเกษ, บึงกาฬ และนครราชสีมา, สถานสงเคราะห์เด็กหญิงอุดรธานี, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กขอนแก่น, สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทอง จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น, ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ,  สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ, ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมคุณภาพชีวิตจังหวัดอุบลราชธานี, นครพนม, อำนาจเจริญ, เลย, ขอนแก่น, และยโสธร, นิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ และ นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จังหวัดสุรินทร์

5) ภาคใต้ อาทิ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช, นิคมสร้างตนเองรัตภูมิ จังหวัดสงขลา, ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดนราธิวาส, ยะลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, พังงา, ปัตตานี, ชุมพร, สงขลา, ภูเก็ต และ สตูล, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านนราธิวาส, ปัตตานี, สงขลา, ยะลา และนครศรีธรรมราช, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดยะลา, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

6) ภาคตะวันออก อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการการุณยเวศม์ จังหวัดชลบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดชลบุรี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดระยอง และ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด, ระยอง และปราจีนบุรี

อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เก็บตกโมเมนต์จากสงกรานต์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศเล่นน้ำสุดมันส์ภายใต้อุณหภูมิที่พุ่งสูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ปักหมุดย่านสีลมหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ร่วมงานพีคแตะแสนกว่าคน เป็นแลนด์มาร์คแจกครีมกันแดด Dermaction Plus by Watsons Advanced Sun Hybrid ฟรี! เสริมเกราะปกป้องผิวให้ทุกคน “สาดให้สนุก ไม่ต้องกลัวแดด”  นอกจากนี้ ยังแจกของขวัญพิเศษให้ 300 คนแรก ด้วย Dermaction Plus by Watsons Skin Barrier EX Body Lotion ช่วยกู้ผิวหลังโดนแดดแบบทันใจ กระแสตอบรับเรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เมื่อผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวแห่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วันที่ผ่านมา พร้อมแชร์โมเมนต์ไวรัลทั่วโซเชียล ตอกย้ำภาพจำ #กันแดดยืนหนึ่งต้องที่วัตสัน

สำหรับใครที่พลาดโมเมนต์ความสนุกเหล่านี้ วัตสันยังเตรียมไอเทมกู้ผิวหลังสงกรานต์กว่า 700 รายการ พร้อมให้ชอปต่อได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขา และออนไลน์

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เข้าหารือกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เพื่อวางรากฐานด้านการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่และผลักดันนวัตกรรมผลงานวิจัย สู่ศูนย์กลางการบ่มเพาะสตาร์ทอัพและเชื่อมต่อเศรษฐกิจกับนานาชาติ..
  • ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นประกอบการจัดทำแผนพัฒนา จ.นครสวรรค์ พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของ จ.นครสวรรค์..
  • ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.ทีเส็บ แจ้งจะจัดงาน Thailand MICE Week 2026  โดยร่วมมือกับ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 28–30 เม.ย…
  • เพื่อนๆยินดีกับ รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้รับมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์โรคหัวใจ จาก สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พล.ต.ต. นพ.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคม เป็นประธานมอบรางวัล..
  • ดร.คณพศ นิจสิริภัช, วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ, ปารณีย์ อำนวยรักษ์กุล เป็นตัวแทนเพื่อนๆ Digital CEO#5 มอบดอกไม้แสดงความยินดีให้ นพ.อดิศร วิตตางกูร ที่ได้เป็น ผอ.รพ.กลาง สำนักการแพทย์ กทม. คนใหม่..
  • รณดล นุ่มนนท์ วันเกิดปีนี้ไปถวายสังฆทานที่วัดใหม่เสนา แล้วทานข้าวฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • ชื่นชม จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา ก่อนหยุดสงกรานต์ ได้ไปบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาด ซึ่งได้ไปบริจาคเป็นประจำ..
  • รับลมร้อน ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ชวนมิตรสหายไปทานข้าวแช่และอาหารไทยหาทานยาก ณ ห้องอาหารมิสสยาม รร.หัวช้างเฮอริเทจกรุงเทพฯ โดยมี เชฟบอม-ไพโรจน์ ประไพรักษ์ ต้อนรับ งานนี้ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ภาสภณ เหตระกูล, พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, จักร โกศัลยวัตร, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, มาโนช สุขเพิ่ม ไม่พลาด..
  • พีรพงศ์ กรินชัย แม้มีภารกิจมากแต่ได้จัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO#9 ตามคำเชิญของ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์..
  • ช่วงหยุดยาว สุขสันต์ อัครวงศธร นำทีมสมาชิกสาวมากสาวน้อย อัมภิกา ศฤงคารบริบูรณ์, ณัฐณิชา อัครทรงธรรม, มนัสชนก ลิ้มจำรูญ, นฤมล กระแสอรรถ, สาธิณี ศรีสกุลนนท์และ นฤมล มาเจริญ หลบร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น เจอหิมะตกหลายวันและได้ประสบการณ์ใช้ออกซิเจนกระป๋องในทริปซินเกียงใต้ 7 วัน..
  • ยินดีกับ บจ.อาร์ วี คอนเน็กซ์ ที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Digital Awards 2025 สาขา Digital Software of the Year..
  • เพื่อนๆชาว MPPM 23  NIDA ร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ ศักดา อนุรักษ์สุนทร..

น้องใหม่

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

ปิดฉากลงแล้วสำหรับนิทรรศการ “คุรุอนันต์” ของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ แขนงวิจิตรศิลป์ และศิลปะประจำชาติ จัดแสดงผลงานจำนวน 67 ชิ้น นำเสนอผลงานหลากหลายรูปแบบทั้ง ประติมากรรมไทย  ประติมากรรมสากล จิตรกรรมไทย จิตรกรรมสากล สื่อผสม ภาพพิมพ์

ผลงานนิทรรศการ  “คุรุอนันต์”  ที่มาจากคำสองคำคือ “คุรุ” หมายถึง ครู ผู้ให้ความรู้ ผู้ชี้แนะทางสว่าง และ “อนันต์” หมายถึง ตลอดกาลไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น “คุรุอนันต์” จึงหมายถึงครูผู้ให้ความรู้และเมตตาไม่มีที่สิ้นสุด แสดงถึงนักศึกษาศิลปศึกษาที่เรียนรู้และบ่มเพาะหน้าที่และความเป็นครู อันตราตรึงในหัวใจ ผ่านการเรียนรู้ด้านทักษะต่างๆ เพื่อที่จะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและพัฒนามอบสิ่งดีให้แก่นักเรียนในอนาคต ด้วยความรู้และทักษะที่ได้เรียนรู้และบ่มเพาะมา ด้วยความสำคัญนี้ นิทรรศการ “คุรุอนันต์” จึงเป็นการทำขึ้นด้วยทักษะและฝีมือของนักศึกษาศิลปศึกษา เพื่อสร้างสุนทรียภาพให้แก่ผู้มาชมนิทรรศการในครั้งนี้

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ กล่าวเปิดโครงการนิทรรศการแสดงผลงานศิลปศึกษานิพนธ์ “คุรุอนันต์” พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรัฐ บุญทรง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง อาจารย์สนั่น รัตนะ (ราชบัณฑิต) และอาจารย์ ดร.สุชาติ วงศ์ทอง กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษา นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ นักวาดภาพประกอบระดับตำนานของเมืองไทย เจ้าของโรงเรียนมหานาค บรรยายบอกเล่าประสบการณ์การทำงานศิลปะ ในหัวข้อ “วาดให้เป็นเรา ไม่ต้องเหมือนใคร” และให้คำแนะนำนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ร่วมด้วยการบรรยายแนะนำแนวทางในการทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจาก ศิลปินอิสระ ครีเอเตอร์ โดย ฮ่องเต้ – กนต์ธร เตโชฬาร

เปิดลายแทงร้านดังระดับโลก แลนด์ดิ้งกลางกรุงฯ กับแคมเปญ ‘อร่อยไม่ต้องบิน’

เปิดลายแทงร้านดังระดับโลก แลนด์ดิ้งกลางกรุงฯ กับแคมเปญ ‘อร่อยไม่ต้องบิน’

เปิดลายแทงร้านดังระดับโลก แลนด์ดิ้งกลางกรุงฯ กับแคมเปญ ‘อร่อยไม่ต้องบิน’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.46 น.

สายกินห้ามพลาด! สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็น World-Class Food Destination ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในเอเชีย เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ “อร่อยไม่ต้องบิน” ชวนเหล่านักชิมมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบไร้พรมแดน โดยไม่ต้องเสียเวลาบินไปกินไกลถึงต่างประเทศ ด้วยการรวมตัวของร้านอาหารตั้งแต่ระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่หารับประทานยาก และแบรนด์ยอดฮิตจากทั่วทุกมุมโลก

กูร์เมต์ การ์เด้น และ กูร์เมต์ อีสต์ ชั้น G  

สัมผัสรสชาติต้นตำรับระดับตำนานเริ่มต้นด้วย “Cheung Hing Kee Thailand (เชิง เฮง เก)” ส่งตรงเมนูดังจากฮ่องกง เชิงเจียนเปา พร้อมดีกรี Michelin Guide Bib Gourmand ผู้เชี่ยวชาญด้าน “เสี่ยวหลงเปาทอด” ที่สร้างเอกลักษณ์ด้วยแป้งกรอบทองด้านล่างแต่เนียนนุ่มด้านบน อัดแน่นด้วยน้ำซุปเข้มข้นหอมสมุนไพร พิถีพิถันทุกรายละเอียดด้วย 18 จีบตามมาตรฐานสากล ต่อด้วย “Hikiniku To Come (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ)” ตัวจริงเรื่องแฮมเบิร์กจากญี่ปุ่นที่มาในคอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” มอบประสบการณ์การทานสไตล์ญี่ปุ่นที่แตกต่าง ภายใต้คอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ! ก่อนจะพาไปสัมผัสร้านอาหารธีม “วัฒนธรรมแพนด้า” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “KuanZhai Panda (ควานจ๋าย แพนด้า)” ที่ยกเอาหัวใจของเสฉวนมาไว้ในที่เดียว

จากนั้นไปต่อที่ “Maple Tree House (เมเปิ้ล ทรี เฮ้าส์)” ร้านบาร์บีคิวจากย่าน Itaewon ประเทศเกาหลีแบบดั้งเดิมสาขาแรกและสาขาเดียวในไทย นำเสนอคุณภาพวัตถุดิบชั้นเยี่ยม สะอาด และความเป็นต้นตำรับของอาหารเกาหลีขนานแท้ ให้ความรู้สึกเสมือนบินไปกินที่เกาหลีได้อย่างน่าประทับใจ อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาด “Tanyu Grilled Fish (แทน-ยู กริลด์ ฟิช)” แบรนด์ปลาย่างอันดับ 1 จากจีน ด้วยเอกลักษณ์ความอร่อยของเมนูปลาย่างเนื้อฉ่ำ ซอสเข้มข้น และกลิ่นหอมชวนลิ้มลองพร้อมให้สัมผัสความอร่อยระดับไวรัลแล้วที่สยามพารากอน ปิดท้ายความอร่อยกับ “Taco Bell (ทาโก้ เบลล์)” ฟาสต์ฟู้ดเม็กซิกันชื่อดังระดับโลก ที่ยกขบวนเมนูรสชาติจัดจ้านสไตล์เม็กซิกันมาเสิร์ฟแบบครบครัน

สวรรค์ของคนรักเส้นและความเข้มข้น “Bankara Ramen (บังคาระ ราเมง)” ต้นตำรับน้ำซุปเข้มข้นโดดเด่นด้วยเมนูชูโรงอย่าง Chashu Men และ Sankoichi รสกลมกล่อมพร้อมจัดเต็มความอร่อย หรือจะเป็น “IPPUDO (อิปปุโดะ)” ราเมงต้นตำรับจากญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยซุปกระดูกหมูเข้มข้นหลากสูตร ทั้งชิโรมารุและคาราคาเมงพร้อมเลือกเติมความอร่อยได้ตามใจชอบ สำหรับ “Soba House Konjiki Hototogisu  (โซบะ เฮาส์ คอนจิกิ โฮโตโตงิสุ)” ร้านราเมนระดับมิชลินสตาร์จากญี่ปุ่น หนึ่งในร้านมิชลินที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโตเกียวก็ทำรสชาติออกมาได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน อีกหนึ่งความอร่อย “Teraoka Gyoza (เทราโอกะ เกี๊ยวซ่า)” เกี๊ยวซ่าสูตรพิเศษจากดีกรีแชมป์ 7 สมัยจากญี่ปุ่นมาพร้อมกับเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Sudashi Gyoza และ Mentai-Cheese Gyoza ที่คอญี่ปุ่นต้องหลงรัก

 ถัดมากับยอดฝีมือจากสิงคโปร์อย่าง “JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู๊ด)” สัมผัสรสชาติซีฟู้ดระดับตำนานกว่า 30 ปี ร้านดังที่การันตีด้วยรางวัลมากมาย และขึ้นชื่อเรื่องความสด อร่อย ในมาตรฐานต้นตำรับ ส่งตรงถึงสยามพารากอนและ “Song Fa Bak Kut The (ซงฟา บักกุ๊ดเต๋)” บักกุ๊ดเต๋สไตล์สิงคโปร์ระดับตำนานมาพร้อมรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกหมูรสพริกไทยขาวที่ร้อนแรงและกลมกล่อมตามแบบฉบับดั้งเดิม

เติมสีสันให้ไลฟ์สไตล์และสายสุขภาพด้วย “YogurBara (โยเกอร์บารา)” ร้านโยเกิร์ตสัญชาติเกาหลี 100% ปักหมุด Flagship Store สาขาแรกในไทย ห้ามพลาดกับรสชาติเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะสยามพารากอนเท่านั้น ต่อเนื่องความสดชื่นสไตล์เอเชียจาก “Naisnow (ไนสโนว์)” แบรนด์ชาเพื่อสุขภาพชื่อดังจากประเทศจีน ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว เติมเต็มประสบการณ์ความสดชื่นให้ทุกวันของคุณพิเศษยิ่งขึ้น

คาเฟ่และเบเกอรี่สุดพรีเมียม ประเดิมด้วย “Hashtag B (แฮชแทก บี)” ร้านเบเกอรี่และทาร์ตไข่ชื่อดังจากฮ่องกงที่แรกที่เดียวในไทยจัดเต็มเอาใจสาย “ทาร์ตไข่นโปเลียน” และเบเกอรี่กว่า 30 เมนู มาต่อที่ “Pralet (พาเล่ต์)” ร้านโดนัทเจ้าดังจากสิงคโปร์พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับซิกเนเจอร์กับโดนัทซาวโดว์ เนื้อนุ่มฟูอันเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วยวาราบิโมจิในตำนานจากญี่ปุ่น “Warabimochi Kamakura (วาราบิโมจิ คามาคุระ)” การันตีความอร่อยจากทั่วโลก ใส่ใจในทุกขั้นตอนการคัดสรรวัตถุดิบทุกอย่างเพื่อให้ได้วาราบิโมจิต้นตำรับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ฟินกับความอร่อยแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมนูเผือกโมจิชานมร้าน “Ah Ma Shou Zuo (อาม่า โส่ว จั้ว)” ชานมชื่อดังจากจีนสาขาแรกในประเทศไทย อร่อยหอมละมุนรับรองถูกใจสายหวานแน่นอน หรือจะเป็น “Henri Charpentier (อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์)” แบรนด์ขนมหวานพรีเมียมจากญี่ปุ่น มอบความอร่อยแบบฉบับฝรั่งเศสที่ผสานเสน่ห์สไตล์ญี่ปุ่นให้กับผู้ที่รักของหวานได้อย่างลงตัว ดื่มด่ำชาอันเป็นเอกลักษณ์ “TWG Tea Salon and Boutique (ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูทีค)” กับชาชั้นเลิศหลากหลายชนิดจากแหล่งชาทั่วโลก ทั้งชาชั้นดี และชาเบลนด์สูตรพิเศษ เพื่อเติมเต็มความสมบรณ์แบบให้กับมื้ออาหารได้อย่างไรที่ติ ขยับความอร่อยมาที่ชั้น 1 “Läderach (เลเดอรัค)” ช็อกโกแลตพรีเมียมจากสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยช็อกโกแลตสด ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม มอบความฟินในทุกคำอย่างแท้จริง

EATELIER ชั้น 4  

 “Tonkatsu Ginza Bairin (ทงคัตสึ กินซ่า ไบริน)” แห่งแรกในไทย ต้นตำรับหมูทอดทงคัตสึระดับตำนานจากกินซ่า โดดเด่นด้วยเนื้อหมูนุ่มฉ่ำ เคลือบเกล็ดขนมปังกรอบสีทอง เสิร์ฟพร้อมซอสสูตรเฉพาะที่ครองใจคนญี่ปุ่นมานาน ลิ้มลอง “Kaneko Hannosuke (คาเนโกะ ฮันโนะสึเกะ)” ร้านเทมปุระด้งอันดับ 1 จากโตเกียว ที่จัดเต็มเทมปุระชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน ราดซอสสูตรลับบนข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ อร่อยแบบต้นตำรับทุกคำ เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Robata Kitaro Sushi KAGUYA (โรบาตะ คิตาโร่ ซูชิ คากูยะ)” ที่หลอมรวมศาสตร์ “โรบาตะ ดาชิ และข้าวหม้อดิน” อย่างประณีต เสิร์ฟความหอมของถ่านไฟและรสชาติอูมามิแบบญี่ปุ่นแท้ และไปสัมผัสความพรีเมียมระดับมิชลินกับ “Soba House Konjiki Hototogisu (โซบะ เฮาส์ คอนจิกิ โฮโตโตงิสุ)” ราเมงเส้นสดน้ำซุปเข้มข้นลุ่มลึก โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมที่ผสานวัตถุดิบชั้นดีอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยบรรยากาศความอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นที่ “Sushiro (ซูชิโร่)”  ซูชิสายพานยอดนิยม เสิร์ฟความสดใหม่หลากหลายเมนูในราคาที่เข้าถึงง่าย

NEXTOPIA ชั้น 5 และ 5A   

เริ่มต้นความอร่อยที่ “Conte De Tulear (คอนเต เดอ ตูเลียร์)” คาเฟ่แบรนด์เครื่องหอมสุดฮิตจากประเทศเกาหลีใต้พร้อมเสิร์ฟมื้ออาหารสุดพิเศษครั้งแรกในประเทศไทยใจกลางสยามพารากอน ด้วยรสชาติสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร ต่ด้วย “Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า)” คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ที่รวมความอร่อยของอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มพรีเมียมไว้ครบจบในที่เดียว แวะมาเติมความสดชื่นกับ “Gong Cha (กงชา)” ชานมไข่มุกชื่อดังระดับโลก ที่โดดเด่นด้วยชาคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หรือจะลิ้มลองพิซซ่าต้นตำรับจากนาโปลีที่ “L’Antica Pizzeria Da Michele Bangkok (ลา อันติกา พิซเซอเรีย ดา มิเคเล่ แบงค็อก)” แป้งบางนุ่ม หอมเตาถ่าน แบบออริจินัลอิตาเลียนแท้ และปิดท้ายความอร่อยแบบสตรีทฟู้ดสุดพรีเมียมกับ “Street Burger By Gordon Ramsay (สตรีท เบอร์เกอร์ บาย กอร์ดอน แรมซีย์)”เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำคุณภาพเยี่ยม รังสรรค์โดยเชฟระดับโลก Gordon Ramsay โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นที่จัดเต็มในทุกคำ ชวนให้จบมื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ร่วมเช็กลิสต์ความอร่อยระดับโลก พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ Facebook: SiamParagon และ NEXTOPIA

‘KUDTHAI 2026’ ปักหมุด ‘สุขุมวิท-ทรงวาด’ ยกระดับของดีไทยสู่เวทีนานาชาติ

‘KUDTHAI 2026’ ปักหมุด ‘สุขุมวิท-ทรงวาด’ ยกระดับของดีไทยสู่เวทีนานาชาติ

‘KUDTHAI 2026’ ปักหมุด ‘สุขุมวิท-ทรงวาด’ ยกระดับของดีไทยสู่เวทีนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

เปิดฉากอย่างสร้างสรรค์สำหรับงาน “KUDTHAI 2026” (คัดไทย 2026) และ “ทรงวาดคัดไทย 2569” ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดเทศกาลสกรานต์ ที่ผ่านมา  ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชั่นระดับโลกของกรุงเทพมหานคร ปักหมุดย่าน ‘สุขุมวิท – ทรงวาด’ สู่พื้นที่แห่งศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผ่านการคัดสรรสินค้าไทยคุณภาพดีจากทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Only Thailand’s Best Charm (โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ ชาร์ม) อวด(ของ)ดี ให้โลกเห็น” ชวนชาวไทยร่วมช้อป ชิม สนับสนุนของดีประเทศไทยจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเจ้าของแบรนด์ทั่วประเทศ  จัดโดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป นำโดย กูร์เมต์ มาร์เก็ต, กูร์เมต์ อีทส์ และเอ็ม ดิสทริค ผนึกกำลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, เขตสัมพันธวงศ์, Made in Songwat (เมด อิน ทรงวาด) และพันธมิตรภาคเอกชน

ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต ในฐานะพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยมาตรฐานระดับโลก ยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารซอฟต์พาวเวอร์ที่โดดเด่นอย่างมากของไทย พร้อมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วประเทศ ผ่านการจัดงานคัดไทย มาร์เก็ต อย่างต่อเนื่อง การันตีความสำเร็จในการต่อยอดโครงการ “คัดไทย” สู่เวทีโลก โดยได้นำรูปแบบงานไปจัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ชื่อ Super-V SCPG Hua Hua Festival: Kud-Thai Holiday ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวจีน สร้างการรับรู้สินค้าไทยในวงกว้าง และมีส่วนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ ทำให้เห็นว่าตลาดสินค้าไทยยังมีศักยภาพและยังได้รับความสนใจในเวทีระดับนานาชาติอีกด้วย

สำหรับงาน “KUDTHAI 2026” จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 7 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Only Thailand’s Best Charm (โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ ชาร์ม) อวด(ของ)ดี ให้โลกเห็น” เชิญชวนชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ ผ่านหลากหลายสินค้าไทยคุณภาพดีที่ “คัดสรร” มาแล้ว ตั้งแต่ผลิตผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง, สินค้าแปรรูปและงานหัตถกรรมจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ, วัตถุดิบท้องถิ่น, อาหารไทยจากสตรีทฟู้ดร้านดัง ตลอดจนสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทย

นอกจากจัดงานที่ เอ็ม ดิสทริค แล้ว ปีนี้ยังขยายการจัดงานไปยังชุมชนทรงวาดในชื่อ “ทรงวาดคัดไทย 2569” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วนทั้งการชม ชิม และเลือกซื้อสินค้าไทยคุณภาพ โดยมีไฮไลต์ในแต่ละพื้นที่ ดังนี้ เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 19 เมษายน 2569 พบกับสินค้าของดีไทยทั้งสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ ประมง สินค้าแปรรูปจากชุมชน อาหารไทย รวมถึงงานหัตถศิลป์หัตถกรรม สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มาไว้ที่ใจกลางย่านสุขุมวิท

THAI-POP MARKET แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม รวบรวมสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ไทยที่ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว อาทิ Thai Thai Market มัลติแบรนด์สโตร์ที่คัดสรรสินค้าไทยคราฟท์จากชุมชน ของที่ระลึก และไลฟ์สไตล์ไอเทมดีไซน์ไทยโมเดิร์น, The Only Market กับคอลเล็กชั่นกระเป๋า Tote Bag ลายทรงวาดสุดพิเศษ, และ ห่านคู่ กับเสื้อยืด ‘Goose Craft’ งานมัดย้อมทำมือจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พร้อม D.I.Y. Station ให้ผู้ร่วมงานได้ออกแบบลวดลายของตนเองอย่างสร้างสรรค์

THAI LOCAL MARKET ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ช้อปชิมจุใจไปกับสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ ประมง สินค้าแปรรูป ตลอดจนเมนูอร่อย และสินค้าแฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ทั่วไทย อาทิ ทุเรียนกว่า 20 สายพันธุ์ จาก บ้านไร่ธนิสร จ.จันทบุรี, มะยงชิดเกรดพรีเมียมไซซ์ใหญ่พิเศษ 10 ลูก/กิโลกรัม จาก สวนชั้นหนึ่ง จ.นครนายก, เนื้อสุรินทร์ วากิว (Surin Beef), หอยแครงลวกน้ำจิ้มซีฟู้ด และยำหอยแครง จากลูกพันธุ์หอยไทย 100% ร้านครัวลุงแถม, ขนมต้มแดงโบราณโคตรมะพร้าวอ่อน ร้านฉ่ำ เจ้าดังจากเชียงใหม่, ช็อกโกแลตไทยระดับรางวัล จาก Siam Maya Chocolate จ.เชียงใหม่ เป็นต้น 

THAI-TAINMENT MARKET เอ็ม มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชิลล์ไปกับสตรีทฟู้ดร้านดังรวบรวมความอร่อยโดยกูร์เมต์ อีทส์ พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศตลาดร่วมสมัยกับเครื่องดื่มนานาชนิด และสุราชุมชน รวมกว่า 50 ร้านค้า และพลาดไม่ได้กับ “Little Song Wat” ครั้งแรกกับการรวมร้านดังระดับตำนานและร้านซิกเนเจอร์แห่งย่านทรงวาด จากกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเก่ารุ่นใหม่ในคอมมูนิตี้ Made in Songwat มาไว้ที่สุขุมวิท อาทิ อีกา, ส้มตำไก่ BLACK 777, OH! VACOLA, โรงกลั่นเนื้อ-หมู, SCR – SONG WAT COFFEE ROASTER, PISTA&, CHOCH SONGWAT, PASAYA (SONGWAT KUDTHAI Collection) เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลผลไม้ของประเทศไทย ยังจัดงาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2026” เพื่อสนับสนุนสินค้าของดีไทยสู่ชาวกรุงเทพฯ ทุกมุมเมือง โดยเน้นสินค้ากลุ่มผลไม้ท้องถิ่นเกรดพรีเมียมทั้งผลสดและแปรรูป รวมไปถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ จากสตรีทฟู้ดร้านดังที่มีผลไม้เป็นวัตถุดิบ ที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ และเดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – 1 กรกฎาคม 2569  

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นองค์ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ณ กรุงเฮก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นองค์ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ณ กรุงเฮก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นองค์ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ณ กรุงเฮก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.31 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ซึ่งเป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ในโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม  ณ โรงแรม Des Indes กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้  ในงานยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสานย่านลิเภา และ งานปักดิ้นเงินดิ้นทอง จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

รากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก

สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้ารูปแบบการแต่งกายไทยในราชสำนักและในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทร่วมสมัย

ชุดไทยพระราชนิยม ประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ ๓ รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์ ในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30  พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติ ปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์ การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย  ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ย้อนรอยมรสุมชีวิตและโรครุมเร้า’แอน อังคณา’เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ยุค 90

ย้อนรอยมรสุมชีวิตและโรครุมเร้า'แอน อังคณา'เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ยุค 90

ย้อนรอยมรสุมชีวิตและโรครุมเร้า’แอน อังคณา’เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ยุค 90

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

หากจะกล่าวถึงชื่อของ “แอน อังคณา ทิมดี” ในยุค 90 คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอในฐานะเจ้าของฉายา “สต๊อปวอร์” (Stop War) และเจ้าแม่เชคเนสกาแฟ ผู้สร้างตำนานความเซ็กซี่ที่สะกดคนทั้งประเทศแต่เบื้องหลังความสวยงามและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบนั้น กลับเป็นจุดเริ่มต้นของมรสุมชีวิตและโรครุมเร้าที่กัดกินร่างกายเธอมานานนับทศวรรษ

และนี่คือบทสรุปเส้นทางชีวิตจากจุดสูงสุดสู่การต่อสู้กับโรคร้ายที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตจุดเริ่มต้นจาก “ความกลัวอ้วน” สู่การทำร้ายตัวเอง ด้วยอาชีพที่ต้องใช้รูปร่างในการทำมาหากิน แอน อังคณา ยอมรับว่าเธอ “ไม่กินข้าวและแป้งเลย” ต่อเนื่องนานกว่า 20 ปี เพราะวิตกกังวลเรื่องน้ำหนักตัวอย่างรุนแรง การงดสารอาหารหลักที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญทำให้ร่างกายเริ่มประท้วงจากภายในทีละน้อยเพราะเหตุนี้ทำให้เธอเป็นโรคขาดสารอาหารและตับอักเสบ เมื่อประมาณปี 2559 ข่าวอาการป่วยของเธอปรากฏสู่สาธารณะครั้งแรกในสภาพที่ผอมโซจนเหลือแต่กระดูก ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะขาดสารอาหารรุนแรงร่างกายไม่มีพลังงานไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตับอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด ร่างกายอ่อนแอจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในตอนนั้น แต่เธอก็ฮึดสู้จนกลับมาเดินได้และใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

แต่ดันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหลังจากประคับประคองอาการมาได้หลายปี โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอตรวจพบโรคร้ายเพิ่มเติมนั่นก็คือมะเร็งทางเดินอาหารต้องเข้ารับการทำคีโมอย่างต่อเนื่องถึง 20 เข็ม ซึ่งเป็นกระบวนการที่บั่นทอนกำลังกายอย่างมาก พ่วงด้วยโรคไตส่งผลให้เธอต้องเข้ารับการ ฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไปพร้อมๆ กับการสู้กับมะเร็งและกับวิกฤตล่าสุดน้ำท่วมปอด ในเดือนเมษายน 2569 (อ้างอิงตามไทม์ไลน์ล่าสุด) อาการของเธอทรุดหนักลงอีกครั้งจากภาวะ น้ำท่วมปอด ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนที่อันตราย ทำให้ต้องถูกส่งตัวเข้าห้อง ICU ทันที ท่ามกลางความห่วงใจของเพื่อนพ้องในวงการ เช่น โก้ ธีรศักดิ์ ที่คอยอัปเดตอาการและระดมทุนช่วยเหลือจากการป่วยที่เรื้อรังยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้เธอไม่สามารถรับงานในวงการบันเทิงได้ตามปกติ เงินเก็บสะสมเริ่มหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่ว จนเป็นที่มาของการจัดคอนเสิร์ตการกุศลและขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อช่วยยื้อชีวิตอดีตดาวค้างฟ้าดวงนี้เรื่องราวของเธอเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับคนในวงการและคนรักสุขภาพว่า “ความสวยที่แลกมาด้วยการอดอาหารอย่างผิดวิธี” อาจให้ผลลัพธ์ที่สวยงามในระยะสั้น แต่ต้องแลกด้วยต้นทุนชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ในระยะยาว ถึงแม้ร่างกายจะวิกฤต แต่ความหวังและกำลังใจจากเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการที่ช่วยเหลือกันทำให้มีกำลังใจที่จะได้กลับมาขึ้นเวทีร้องเพลงให้แฟนๆ ฟังอีกครั้ง ทั้งยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ แอน อังคณา ยังคงสู้จนถึงวินาทีนี้ ทีมข่าวขอเป็นกำลังใจให้ แอน อังคณา หายป่วยกลับมาสุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง