ไฟไหม้ห้างฯ ปากีสถาน ดับแล้ว 6 ศพ เจ็บอีกหลายสิบคน

ไฟไหม้ห้างฯ ปากีสถาน ดับแล้ว 6 ศพ เจ็บอีกหลายสิบคน

19 ม.ค. 2569 00:10 น.

ไฟไหม้ห้างฯ ปากีสถาน ดับแล้ว 6 ศพ เจ็บอีกหลายสิบคน

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองการาจี ของปากีสถาน ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ศพ โดยมีผู้บาดเจ็บและสูญหายอีกหลายสิบคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ห้างสรรพสินค้า Gul Plaza ในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน เมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 2569 ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ศพ รวมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงด้วย 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน ท่ามกลางความกังวลว่า อาจมีผู้ติดค้างอยู่ภายใน

หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นระบุว่า เมื่อทีมช่วยเหลือเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุในวันเสาร์ เปลวไฟได้ลุกลามจากชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบน และไฟได้โหมลุกไหม้เกือบจะทั่วทั้งอาคารแล้ว ส่งผลให้โครงสร้างบางส่วนของห้าง พังถล่มลงมา กลายเป็นอุปสรรคต่อปฏิบัติการกู้ภัย

ห้าง Gul Plaza มีร้านค้ากว่า 1,200 แห่ง และครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยนายฮัสซัน ข่าน โฆษกหน่วยกู้ภัย 1122 ในการาจีบอกกับ BBC ว่า ภายในห้างแห่งนี้วัสดุไวไฟจำนวนมาก เช่น โฟมพลาสติก ผ้า พรม และน้ำหอม

ขณะที่ทางการท้องถิ่นของเมืองการาจีจัดตั้งโต๊ะลงทะเบียนเพื่อบันทึกรายชื่อและรายละเอียดของผู้ที่ยังสูญหายแล้ว โดยในเบื้องต้นมีผู้ถูกแจ้งหายมากกว่า 30 ราย

ด้านประธานาธิบดี อาซิฟ อาลี ซาร์ดารี แห่งปากีสถาน ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้รัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดสินธ์ (ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองการาจี) ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยทั่วทั้งพื้นที่อย่างละเอียด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บรูซ เหลียง ดาวกังฟูฮ่องกงเสียชีวิตแล้ว ปิดตำนาน “เทพเมฆาอัคคี”

บรูซ เหลียง ดาวกังฟูฮ่องกงเสียชีวิตแล้ว ปิดตำนาน “เทพเมฆาอัคคี”

18 ม.ค. 2569 23:12 น.

บรูซ เหลียง ดาวกังฟูฮ่องกงเสียชีวิตแล้ว ปิดตำนาน “เทพเมฆาอัคคี”

บรูซ เหลียง นักแสดงสายศิลปะการต่อสู้ชื่อดังชาวฮ่องกง ผู้เป็นที่รู้จักจากบท “เทพเมฆาอัคคี” จากภาพยนตร์เรื่อง “คนเล็กหมัดเทวดา” เสียชีวิตแล้วในวัย 77 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ม.ค. 2569 ว่า “บรูซ เหลียง” หรือ “เหลียง เสี่ยวหลง” (Leung Siu-lung) นักแสดงศิลปะป้องกันตัวและดาราภาพยนตร์ชื่อดังชาวฮ่องกง และมีผลงานโดดเด่นในภาพยนตร์แอ็กชันมากมาย เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะมีอายุได้ 77 ปี

ตามการเปิดเผยจากกลุ่มเพื่อนสนิทของนายเหลียง ครอบครัวกำลังดำเนินการจัดพิธีศพเป็นการภายใน โดยมีกำหนดการเบื้องต้นสำหรับพิธีไว้อาลัยในวันที่ 26 มกราคม ณ เขตหลงกัง เมืองเซินเจิ้น

ทั้งนี้ เหลียง เสี่ยวหลง หรือที่รู้จักในชื่อ บรูซ เหลียง เป็นบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮ่องกงตลอดยุค 70 และ 80 เขาเป็นนักศิลปะป้องกันตัวผู้เชี่ยวชาญทั้งคาราเต้สายโกจูริว (Goju-ryu) และมวยหย่งชุน (Wing Chun) เขาฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์ระดับคลาสสิกมากมาย และในอดีตเคยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดง “Bruceploitation” (กลุ่มดาราหน้าเหมือนหรือตัวแทนบรูซ ลี) ที่โด่งดังขึ้นมาหลังการเสียชีวิตของ บรูซ ลี ราชากังฟู

บรูซ เหลียง ปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น The Tattoo Connection และเคยร่วมงานกับเฉินหลงใน Magnificent Bodyguards แต่บทบาทที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกรู้จักเขาดีที่สุดคือบท “เทพเมฆาอัคคี” (The Beast) ตัวร้ายสุดแกร่งในภาพยนตร์ฮิตถล่มทลายเรื่อง Kung Fu Hustle (คนเล็กหมัดเทวดา) ของโจว ซิงฉือ เมื่อปี 2547 (ค.ศ.2004) ซึ่งถือเป็นการกลับมาสู่วงการได้อย่างสง่างามหลังจากห่างหายจากหน้าจอไปช่วงหนึ่ง

นายเหลียงโลดแล่นในเส้นทางสายบันเทิงมานานหลายทศวรรษ โดยผลงานในยุคหลังของเขารวมถึงสารคดีเรื่อง Dragonland (พ.ศ. 2550) และซีรีส์จีนเรื่อง Heroes (พ.ศ. 2563) ด้านชีวิตครอบครัว เขาใช้ชีวิตคู่ร่วมกับภรรยา “ซ่ง เซียง” ซึ่งแต่งงานกันในปี 2538 และมีลูกด้วยกัน 2 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : dimsumdaily

อินโดนีเซีย เจอซากเครื่องบินลาดตระเวนแล้ว พบ 1 ศพ หายอีก 9 ราย

อินโดนีเซีย เจอซากเครื่องบินลาดตระเวนแล้ว พบ 1 ศพ หายอีก 9 ราย

18 ม.ค. 2569 22:00 น.

อินโดนีเซีย เจอซากเครื่องบินลาดตระเวนแล้ว พบ 1 ศพ หายอีก 9 ราย

(ภาพจาก AP/THE INDONESIAN NATIONAL SEARCH AND RESCUE AGENCY)

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียพบซากเครื่องบินลาดตระเวนที่ขาดการติดต่อไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยเบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ศพ แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมของอีก 9 คนที่เหลือ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ค. 2569 ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินลาดตระเวนการประมง ที่สูญหายไปในจังหวัดสุลาเวสีใต้แล้ว โดยพบอยู่บริเวณลาดเขาที่มีหมอกปกคลุม และเจ้าหน้าที่กู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 1 ราย จากจำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้งหมด 10 คน

เครื่องบินใบพัดรุ่น ATR 42-500 ซึ่งเป็นของกลุ่มบริษัทการบิน อินโดนีเซีย แอร์ ทรานสปอร์ต ได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศเมื่อวันเสาร์ เวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณเขตมารอส ในจังหวัดสุลาเวสีใต้ ขณะกำลังเดินทางจากเมืองยอกยาการ์ตาไปยังเมืองมากัสซาร์ เมืองเอกของจังหวัดสุลาเวสีใต้

เครื่องบินลำนี้ถูกเช่าเหมาลำโดยกระทรวงกิจการทางทะเลและประมงของอินโดนีเซียเพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศด้านการประมง โดยบนเครื่องมีลูกเรือ 7 คนและมีผู้โดยสาร 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทั้งหมด

นายอันดี สุลต่าน เจ้าหน้าที่สำนักงานกู้ภัยจังหวัดสุลาเวสีใต้ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นพบซากเครื่องบินกระจายอยู่ในหลายจุดรอบภูเขาบูรูซาราอุง (Bulusaraung) ในเขตมารอส โดยภูเขาลูกดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1,500 กิโลเมตร

“ทีมค้นหาทางอากาศของเรามองเห็นเศษซากหน้าต่างเครื่องบินเมื่อเวลา 07.46 น.” นายสุลต่านกล่าว “และเมื่อเวลาประมาณ 07.49 น. เราได้พบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของอากาศยาน ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนลำตัวของเครื่องบิน” โดยพบส่วนหางของเครื่องบินที่บริเวณตีนเขาด้วย

นายสุลต่านระบุว่า ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังจุดที่พบซากเครื่องบินแล้ว แต่ปฏิบัติการค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากหมอกหนาและสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา จนกระทั่งช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายในหุบเขา ห่างจากยอดเขาบูรูซาราอุงประมาณ 200 เมตร แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมของอีก 9 คนที่เหลือ

ส่วนนายมูฮัมหมัด อารีฟ อันวาร์ หัวหน้าสำนักงานกู้ภัยจังหวัดสุลาเวสีใต้ กล่าวว่า หลังจากพบซากเครื่องบินแล้ว ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการค้นหาผู้ประสบภัย โดยจะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,200 นาย เพื่อออกค้นหาผู้สูญหาย

ด้านนายซูเรียนโต จาห์โยโน ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย (KNKT) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเครื่องบินได้พุ่งชนเข้ากับไหล่เขา โดยเป็นการชนประเภท “การบินชนภูมิประเทศโดยที่นักบินยังสามารถควบคุมเครื่องได้” ซึ่งหมายความว่านักบินยังคงควบคุมเครื่องบินได้อยู่และไม่ได้เจตนาพุ่งชน

แต่นายจาห์โยโนย้ำว่า ทีมสอบสวนยังไม่ได้สรุปสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘อธิบดีกรมการข้าว’เข้าร่วมพิธีเปิดงาน’2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition’

'อธิบดีกรมการข้าว'เข้าร่วมพิธีเปิดงาน'2026 Thai Festival Market - Chinese New Year Edition'

‘อธิบดีกรมการข้าว’เข้าร่วมพิธีเปิดงาน’2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition’

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.50 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”เข้าร่วมพิธีเปิดงาน”2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition” เดินหน้าขยายช่องทางสินค้าเกษตร เจาะตลาดต่างประเทศผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 มกราคม 2569 ณ Bravo BKK Mall ชั้น 1 Stadium Lobby กรุงเทพมหานคร โดยงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กับ บริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co.,Ltd ในการขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงระบบการค้าสินค้าเกษตรของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดิจิทัล โดยมี นายต่อกุล คำถาเครือ รองผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดตราสัญลักษณ์ “Thai Mall” เพื่อประกาศความร่วมมือในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดจีน การเปิดร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ การมอบประกาศนียบัตร “Thai Good Product Ambassador” แก่ผู้มีบทบาทในการประชาสัมพันธ์สินค้าไทย รวมถึงการเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP และสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าว นำผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว ร่วมพิธีเปิดและร่วมจัดบูธนิทรรศการสินค้าแปรรูปจากข้าว อาทิ กราโนล่าจากข้าวกล้องอินทรีย์ ชาข้าวหอมมะลิ โลชั่นบำรุงผิวจากข้าว น้ำมันรำข้าวหอมระเหยแบบแท่ง และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของข้าวไทยในเวทีโลก

– 006

‘Thailand Weddinglist 2026’ ปั้นไทยสู่ World Wedding Destination

‘Thailand Weddinglist 2026’ ปั้นไทยสู่ World Wedding Destination

‘Thailand Weddinglist 2026’ ปั้นไทยสู่ World Wedding Destination

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของธุรกิจงานแต่งงานในไทย ที่งาน “Thailand Weddinglist 2026” มหกรรมงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันของ บริษัท ภัทธิรา กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารแพลตฟอร์ม Weddinglist.co.th ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน นำโดย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมโรงแรมไทย (THA) และ บัตรเครดิต (KTC) ภายใต้คอนเซปต์ “Canvas of Love & Wedding Destination” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยและกรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นหมุดหมายการจัดงานแต่งงานระดับโลก (World Class Wedding Destination)

ภายในงานพบกับบริการงานแต่งงานครบทุกองค์ประกอบ มาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมระดับ 5 ดาวและผู้ประกอบการเวดดิ้งชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ พร้อมอัปเดต เทรนด์งานแต่งงานยุคใหม่ ผ่านเวทีเสวนาและกิจกรรมสุดพิเศษ อาทิ นิทรรศการที่นำเสนอรูปแบบจัดงานแต่งงานแบบยั่งยืน และความหลากหลายทางเพศ , การจัดแสดงธีมวิวาห์ 4 วัฒนธรรม พร้อมชมแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานสุดอลังการจากห้องเสื้อชั้นนำ  รวมถึงโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะภายในงานเท่านั้น พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ (Lucky Draw): สำหรับคู่รักที่จองแพ็กเกจในงาน ลุ้นรับสิทธิ์ “จัดงานแต่งงานฟรี”  รางวัลห้องพักหรู ของรางวัลและของสมนาคุณ รวม 2 ล้านบาท (ชิงรางวัล 1.3 ล้าน และของสมนาคุณ 7 แสน) ปค เลขที่ 94/2569

เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์แห่งความรักในงาน “Thailand Weddinglist 2026” ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

คู่รักที่สนใจร่วมงาน สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ทาง https://www.weddinglist.co.th/tw2026/

-(016)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จฯไปพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 ในวันที่ 17-18 มกราคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 ในวันที่ 17-18 มกราคม 2569 ณ อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมมีมติอนุมัติมอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ นายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการละคอน นายอานนท์ วังวสุ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัย รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ และ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สำหรับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 บัณฑิตระดับปริญญาตรี จำนวน 8,077 คน ระดับบัณฑิตศึกษา (ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก) จำนวน 1,617 คน รวมทั้งสิ้น 9,694 คน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.อว. ศ.สุรพล นิติไกรพจน์  นายกสภา มธ., ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์  อธิการบดี มธ. และผู้บริหารมหาวิทยาลัยเฝ้าฯ รับเสด็จ

โดยปีนี้บัณฑิตพิการที่สำเร็จการศึกษาในโครงการนักศึกษาพิการ ประจำปีการศึกษา 2567  มีจำนวน 8 คน และผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และประกาศนียบัตรบัณฑิต) ประจำปีการศึกษา 2567 รวม 1,617 คน โดยเข้าพระราชทานปริญญาบัตรจากพานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 ความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ หน้าที่ประการสำคัญประการหนึ่ง ของผู้เป็นบัณฑิตคือทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมการทำเช่นนั้น หาใช่การละทิ้งประโยชน์ส่วนตัวไม่ แต่คือการทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกันและมีความสุขความเจริญไปด้วยกัน การสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมจึงเป็นวิธีการที่ถูกต้องและยั่งยืนที่สุด ในการสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนตนของแต่ละบุคคลขอให้บัณฑิตทุกคนทำความเข้าใจในข้อนี้ และร่วมกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าขอมอบปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสุขและความก้าวหน้ามั่นคงทุกประการ”

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทยสู่เวทีโลก ด้วยการเปิดแผนยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้แนวคิด “มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบชั้นนำเพื่อสังคมแห่งอนาคต” (Leading Comprehensive University for a Future Society) มุ่งสู่การเป็น Global Impact University ที่สามารถพัฒนาคนของธรรมศาสตร์ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน โดยเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรครอบคลุมสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีองค์ความรู้เชิงประจักษ์ คิดเป็น ทำเป็น และมีศักยภาพในการเป็นผู้นำยุคใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนประเทศและตอบโจทย์สังคมแห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน

แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการบูรณาการการเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary Learning) การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง (Experiential Learning) และการออกแบบหลักสูตรร่วมกับภาคธุรกิจ โดยเริ่มทยอยปรับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 และตั้งเป้านำมาใช้เต็มรูปแบบในปีการศึกษา 2570 ภายใต้แนวคิด Outcome-Based Education (OBE) ที่กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้อย่างชัดเจนทั้งระดับหลักสูตรและรายวิชา ตามมาตรฐานของ กกอ. พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ รวมถึงการเรียนรู้ผ่านโครงงานและโจทย์ปัญหาจริงจากภาคสนาม เพื่อสร้าง “บัณฑิตพร้อมทำงาน” อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมุ่งขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นนานาชาติ โดยความร่วมมือจะครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การถ่ายทอดและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการร่วมพัฒนาหลักสูตรปริญญาคู่ (Dual Degree) กับสถาบันพันธมิตรในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลายและเสริมศักยภาพผู้เรียนให้สามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการลงนาม MOU กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศทั้งหมด 171 ฉบับ (ที่ยังมีการดำเนินการอยู่) แบ่งเป็น ภูมิภาคยุโรป 55 ฉบับ เอเชีย 135 ฉบับ โอเชียเนีย 10 ฉบับ แอฟริกา 1 ฉบับ ละติน-อเมริกา 3 ฉบับ และอเมริกาเหนือ 18 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางการศึกษาและความร่วมมือระดับนานาชาติ

ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ.  ผู้แทนมหาวิทยาลัย เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาบัตรมหาบัณฑิต และปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิต

สำหรับปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมมุ่งขยายความสัมพันธ์กับประเทศหลัก โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างโอกาสความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนนักศึกษาจีนที่เข้ามาศึกษาในประเทศไทย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

รศ.อภิญญา เวชยชัย เข้ารับพระราชทานปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

รศ.อภิญญา เวชยชัย เข้ารับพระราชทานปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

นายวิรัช อยู่ถาวร เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการละคอน

นายวิรัช อยู่ถาวร เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการละคอน

ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค เข้ารับพระราชทานปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค เข้ารับพระราชทานปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

นายอานนท์ วังวสุ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัย

นายอานนท์ วังวสุ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัย

รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์

รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์

ภาคีไตรมิตร “จุฬาฯ-มช.-มหิดล” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน

ภาคีไตรมิตร “จุฬาฯ-มช.-มหิดล” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน

ภาคีไตรมิตร “จุฬาฯ-มช.-มหิดล” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมความร่วมมือสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารสามสถาบันเป็นครั้งแรก และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยสามสถาบัน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ หอประชุม NSP Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อบูรณาการศักยภาพของสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ยกระดับระบบอุดมศึกษาไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ความร่วมมือระหว่างสามมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด MC² ซึ่งหมายถึงการผสานพลังของ Mahidol (M) – Chula (C) – Chiang Mai University (CMU) จากความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของแต่ละสถาบัน สู่พลังร่วมที่ทวีคูณ เพื่อพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรม ตอบโจทย์อนาคตประเทศ

การประชุมความร่วมมือสภามหาวิทยาลัยสามสถาบันในครั้งนี้ เริ่มด้วย ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์และกล่าวแสดงความยินดีที่ทั้งสามมหาวิทยาลัยร่วมมือกันในครั้งนี้ จากนั้น ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวแสดงความยินดี

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ , ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงนโยบายและพันธกิจของมหาวิทยาลัยและโครงการที่จะดำเนินการร่วมกัน จากนั้นอธิการบดี ทั้งสามมหาวิทยาลัยร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสามสถาบันและรับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน ปิดท้ายด้วยอธิการบดีจุฬาฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดลแลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างกัน และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

ความร่วมมือของภาคีไตรมิตร 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ สู่พลังร่วมสามประสาน เพื่อพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และสตาร์ทอัพ มุ่งแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และความโปร่งใสอย่างยั่งยืน

เปิดฉาก ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41’ ยกระดับเสน่ห์ภูมิปัญญาไทย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับสากล

เปิดฉาก ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41’ ยกระดับเสน่ห์ภูมิปัญญาไทย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับสากล

เปิดฉาก ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41’ ยกระดับเสน่ห์ภูมิปัญญาไทย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 (Bo-Sang Umbrella and San Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ โดยเทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคชุมชนและภาคเอกชน เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทย ควบคู่การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้สอดรับนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศ

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี โดยมี นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา และ นายสมศักดิ์ อรุณโสตถิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอสันกำแพง ต้อนรับ อีกทั้ง ผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สะท้อนพลังของชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น งานในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสืบสานงานศิลป์ คุณค่างานหัตถรรมสันกำแพง และวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมภาพลักษณ์เชียงใหม่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับนานาชาติ”

ด้าน นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า “เทศบาลเมืองต้นเปาในฐานะผู้จัดงาน มีความตั้งใจ ในการยกระดับเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงให้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ ผ่านงานหัตถศิลป์ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยเข้ากับรากเหง้าวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน งานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนบ่อสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ช่างหัตถศิลป์ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งร่วมผลักดันเชียงใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์ในระดับสากลอย่างยั่งยืน”

นายสมศักดิ์ อรุณโสตถิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอสันกำแพง กล่าวว่า “การจัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง มีความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างของกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท.  ในการมุ่งเน้นเสน่ห์ไทยและเมืองน่าเที่ยว ผ่านกิจกรรมท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนเชียงใหม่ พร้อมทั้งช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และช่างหัตถศิลป์อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่ทางพื้นที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดปี”

บรรยากาศวันเปิดงานเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ เริ่มต้นด้วย การแสดงต้อนรับ จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายทอดรากเหง้าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น ขบวนแห่ทางวัฒนธรรมสุดตระการตา นำโดย ขบวนร่มสร้างสรรค์ มหัศจรรย์สีสันนานาชาติ ขบวนถวายความอาลัยและน้มรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขบวนรถและริ้วขบวนประดับร่มบ่อสร้าง สร้างภาพจำอันงดงามให้กับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยว ต่อด้วยการแสดงพิธีเปิดงานที่ถ่ายทอดความงดงามของภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมล้านนา ที่ผสานความดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัย สร้างอารมณ์ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และแรงบันดาลใจใหม่ให้กับงานหัตถศิลป์ไทย

เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 โดยตลอดทั้ง 3 วัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสา พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่น ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้ อีกทั้งขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติ และการถ่ายทอดผ่านความงดงามของขบวนช่างฟ้อนกว่า 500 คน ในชุดซิ่นพื้นเมืองและร่มดีไซน์พิเศษ สร้างสีสันและความประทับใจตลอดเส้นทาง

“ขบวนแม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง” ยังคงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักท่องเที่ยว ซึ่งในปีนี้ ได้จัดให้ชมขบวนกันเต็มอิ่มตลอดทั้ง 3 วัน ทั้งขบวนเยาวชนสืบสานวัฒนธรรมขี่รถถีบก๋างจ้องและขบวนแม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง ที่เป็นเอกลักษณ์แห่งบ้านบ่อสร้าง ความงดงามที่สร้างความตื่นตาตื่นใจที่หาชมที่ไหนไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะ และ จุดถ่ายภาพ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชน ให้เป็นมุมเช็กอินสำหรับนักท่องเที่ยวและสายโซเชียล พร้อมพื้นที่นิทรรศการมีชีวิต ให้เก็บภาพความทรงจำตลอดการเดินทางในถนนวัฒนธรรมบ้านบ่อสร้าง

“เทศบาลเมืองต้นเปายินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในมิติระดับนานาชาติ ผ่านเสน่ห์ของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนไทยที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก ได้มาดื่มด่ำสีสัน ความงดงาม และบรรยากาศแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ที่ทำให้ได้สานต่องานหัตถกรรมที่มีชีวิตที่ทรงคุณค่าด้วยความภาคภูมิใจ และหวังว่าจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่บ่อสร้างตลอดทั้งปี และกลับมาพบกันใหม่ในเทศกาลปีต่อ ๆ ไป” นายสุชาติ กล่าวปิดท้าย

โมทีฟ เปิดประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการ ‘THAI “THAI CRAFT Exhibition 2026’

โมทีฟ เปิดประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการ ‘THAI “THAI CRAFT Exhibition 2026’

โมทีฟ เปิดประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการ ‘THAI “THAI CRAFT Exhibition 2026’

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.

โมทีฟ ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น และ สยามพารากอน เปิดประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการ “THAI CRAFT Exhibition 2026” งานจัดแสดงผลงานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่เปรียบเสมือนผลงานมาสเตอร์พีซ จากช่างฝีมือและดีไซน์เนอร์ไทยคุณภาพระดับสากลกว่า 22 แบรนด์ อาทิ Lotus Arts de Vivre, Alexander Lamont, Amoarte.brand, Panisa, A new craft, AGAL, ALT, Karava, Sukerthing, Kenkoon, Lasunya, Masaya, Oh ! dinary, Podium, QURV, RES, Sonite, TOUCHABLE, TAKE HOME DESIGN, A GIFT FROM NATURE และ Corner43  โดยแต่ละแบรนด์สะท้อนอัตลักษณ์ของงานศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานฝีมือไทยในมุมมองใหม่ บอกเล่าผ่านรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการ บนพื้นที่ชั้น 3 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 26 มกราคม 2569

Thai Craft Exhibition เกิดจากความตั้งใจของ MOTIF ที่ต้องการนำเสนอผลงานของดีไซน์เนอร์ไทยซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และความประณีตของงานฝีมือไทยในรูปแบบร่วมสมัย นิทรรศการถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และเป็นแหล่งรวมผลงานคราฟต์คุณภาพ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ผ่านการตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้ชมในปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้งานคราฟต์ไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

ด้วยประสบการณ์กว่า 22  ปีในวงการเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน MOTIF เข้าใจไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และมุมมองด้านการออกแบบของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โมทีฟได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักออกแบบตกแต่งภายในจำนวนมาก ให้เป็นจุดหมายปลายทางในการค้นหาเฟอร์นิเจอร์ ไลท์ติ้ง และของตกแต่งบ้านระดับลักชัวรี นิทรรศการในครั้งนี้เรามีความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าเเละพันธมิตรของโมทีฟได้สัมผัสในการเลือกคัดสรรชิ้นงานรูปเเบบของไทยคราฟต์ คัดสรรชิ้นงานคอนเซปต์ใหม่ๆ โดยนำมาวางในนิทรรศการให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

พื้นที่การจัดแสดงภายในงาน THAI CRAFT Exhibition 2026 ถูกออกแบบให้สะท้อนการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของดีไซน์เนอร์ไทย ความประณีตของงานฝีมือ และองค์ความรู้จากอดีตที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานร่วมสมัย ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสหลากหลายมุมมองของงานคราฟต์ไทยผ่านผลงานจาก 22 แบรนด์ชั้นนำ จัดแสดงบริเวณหน้าร้าน MOTIF ชั้น 3 ศูนย์การค้า สยามพารากอน  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 26 มกราคม 2569 ทุกวัน เวลา 10:00-21:00 น.

แบรนด์ไทยที่มาเข้าร่วมแสดงผลงาน ประกอบด้วย  ALT แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยที่พัฒนางานออกแบบจากแก่นของงานหัตถศิลป์ไทย โดยนำความงามของวัสดุธรรมชาติและเทคนิคงานช่างมาผสมผสานกับฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย ทุกชิ้นงานสะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่, TOUCHABLE มีผลงานการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ผสานงานหัตถศิลป์เข้ากับรูปทรงร่วมสมัย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 26 ปี เน้นการออกแบบที่ “สัมผัสได้” (Touchable) และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมโยงผู้ใช้กับวัสดุ ทุกผลงานสะท้อนแนวคิดของความเรียบง่าย อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ

MASAYA คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์โลหะที่เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมทองเหลือง สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคหล่อแบบ Lost-Wax Casting โดยช่างฝีมือผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ทุกชิ้นผสานความงามเชิงประติมากรรมเข้ากับการใช้งานจริง สะท้อนอัตลักษณ์งานฝีมือไทยในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันในทุกรายละเอียด, KARAVA แบรนด์ที่ถ่ายทอดงานศิลปะเชิงจิตวิญญาณผ่านงานออกแบบ แรงบันดาลใจจากความเชื่อ ความศรัทธา และสัญลักษณ์เชิงนามธรรม สร้างสรรค์ผลงานที่มีพลังและคุณค่าเหนือกาลเวลา เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งการบูชาที่งดงาม มีพลัง และเปี่ยมคุณค่าในชีวิตประจำวัน

SUKERTHING แบรนด์ที่นำแนวคิดเชิงทดลองมาสู่งานออกแบบ สร้างสรรค์วัตถุที่อยู่กึ่งกลางระหว่างศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ โดดเด่นด้วยรูปทรงอิสระและพื้นผิวที่สะท้อนแสง เป็นงานที่ตั้งคำถามต่อขอบเขตของการใช้งาน, Oh!dinary แบรนด์ที่เปลี่ยนความธรรมดาให้กลายเป็นคำอุทานว่า “Oh!” ด้วยการตีความคำว่า Ordinary ผ่านดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สร้างจากสเตนเลส โดดเด่นด้วยรูปทรงเรียบเท่ งานไร้รอยต่อ และฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับสิ่งใกล้ตัวให้กลายเป็นผลงานที่ Anything but Ordinary

RES แบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโต๊ะ โดดเด่นด้วยความเรียบง่าย สมดุล และความแข็งแรงของโครงสร้าง ผลงานเริ่มต้นจาก “เหล็ก” วัสดุหลักที่สะท้อนความทนทานและฟังก์ชันการใช้งาน เกิดเป็นโต๊ะและเก้าอี้พับระดับไอคอนิก ที่ผสานดีไซน์และการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว เหมาะกับทุกพื้นที่และทุกไลฟ์สไตล์, Kenkoon แบรนด์ที่เชื่อว่า “ความสมดุล” คือการปล่อยให้การทำงานและการพักผ่อนไหลไปด้วยกันอย่างกลมกลืน เฟอร์นิเจอร์ของเราถูกออกแบบโดยไร้ขอบเขตของพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง ทุกชิ้นเชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่ชวนให้หยุดพัก หายใจลึก ๆ และกลับมาใกล้ชิดกับตัวเองอีกครั้ง

QURV กับ  INVERT COLLECTION ท้าทายภาพจำของเฟอร์นิเจอร์ไฟเบอร์กลาส ด้วยการออกแบบที่ผสานความแข็งแรงของรูปทรงขนาดใหญ่เข้ากับความรู้สึกเบาอย่างเหนือความคาดหมาย ได้แรงบันดาลใจจากเฟอร์นิเจอร์หินขัดกลางแจ้ง ตีความใหม่ผ่านพื้นผิวเอกลักษณ์ของ QURV และงานฝีมือท้องถิ่น เพื่อสร้างเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรา น้ำหนักเบา และใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร, Sonite’s DÉCOR คือแบรนด์ที่นำหินเทียมมาสร้างสรรค์ของตกแต่งบ้าน โดดเด่นด้วยผิวสัมผัสและโทนสีที่อบอุ่น ตอบโจทย์งานออกแบบร่วมสมัยและการใช้งานในชีวิตประจำวัน

PANISA แบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากไม้ เน้นความงามของลายไม้ธรรมชาติและงานประกอบด้วยมือ ผลงานทุกชิ้นสะท้อนความเรียบง่ายและความอบอุ่นของวัสดุ, PODIUM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นการออกแบบพื้นที่นั่งร่วมกัน สร้างบรรยากาศของการพบปะ สนทนา และใช้เวลาร่วมกัน ผสานฟังก์ชันกับความสวยงามของงานออกแบบ, Lotus Arts de Vivre (LadV) แบรนด์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ระดับลักชัวรี ที่โดดเด่นด้วยการสร้างสรรค์ผลงานแบบแฮนด์คราฟต์จากช่างฝีมือชั้นครู ผสานแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณตะวันออก ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลา ความประณีตในทุกรายละเอียด

LASUNYA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผลงานเคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบ สะท้อนความเรียบ เท่ และร่วมสมัย, TKH (TAKE HOME DESIGN) แบรนด์ที่เน้นงานออกแบบโคมไฟและเฟอร์นิเจอร์ ผสานเทคนิคงานช่างกับรูปทรงร่วมสมัย สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย, anew craft studio สตูดิโอออกแบบร่วมสมัยที่ยึดโยงกับงานคราฟต์ เน้นงานทดลองวัสดุ ผสมผสานงานหัตถกรรมกับแนวคิดสมัยใหม่ สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, AGAL ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานศิลปะ งานช่าง และวัสดุหรูหรา สร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีความประณีตสูง

Corner 43 Decor แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดดเด่นด้วยงานฝีมือประณีตและการออกแบบที่ผสมผสานวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และหวายเข้ากับความร่วมสมัย ได้แรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของเขตร้อน ทุกชิ้นงานผลิตด้วยมือในจำนวนจำกัด สะท้อนความงามเหนือกาลเวลา คุณค่าของงานคราฟต์ และคุณภาพที่ยั่งยืนสำหรับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน, AmoArte แบรนด์งานศิลปะและของตกแต่งที่หลอมรวมความหลงใหลในศิลป์เข้ากับงานฝีมือร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เชิงประติมากรรม ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และเรื่องราวผ่านรูปทรงและวัสดุอย่างมีรสนิยม ทุกชิ้นงานถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าวัตถุ แต่คือผลงานศิลปะที่เติมพลังและตัวตนให้กับพื้นที่อยู่อาศัย, Alexander lamont ใช้ทองคำเปลวอันละเอียดอ่อน ถ่ายทอดงานฝีมือบนพื้นผิววัสดุ ทองถูกติดด้วยมือทีละชิ้น เพื่อเผยความงามใหม่ที่ผสานกับวัสดุเดิม เกิดเป็นแสงสะท้อนอันเปล่งประกายและเหนือกาลเวลา

สุดยอดเด็กไทย! ‘วินเชนโซ่-ณฐพัชร์’ ตัวแทนเยาวชนไทยด้านศิลปะการแสดง เตรียมร่วมแข่ง WCOPA 2026

สุดยอดเด็กไทย! 'วินเชนโซ่-ณฐพัชร์' ตัวแทนเยาวชนไทยด้านศิลปะการแสดง เตรียมร่วมแข่ง WCOPA 2026

สุดยอดเด็กไทย! ‘วินเชนโซ่-ณฐพัชร์’ ตัวแทนเยาวชนไทยด้านศิลปะการแสดง เตรียมร่วมแข่ง WCOPA 2026

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

สุดยอดเด็กไทย Young Smart : Young ทำดี ตัวแทนเยาวชนไทยด้านศิลปะการแสดง เตรียมร่วมแข่งรายการ World Championships of Performing Arts (WCOPA 2026) ณ สหรัฐอเมริกา

เรียกได้ว่า เป็นเยาวชนคนเก่งที่ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่น และใจเต็มร้อยในการทำตามความฝันของตัวเอง สำหรับ “วินเชนโซ่-ณฐพัชร์ ฐิติรัตน์สานนท์” (Nathapach Thitiratsanon) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ Year 10 จากโรงเรียนนานาชาติ     เด่นหล้า บริติช นนทบุรี  ซึ่งล่าสุด ไม่เพียงจะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเยาวชนไทยคนเก่ง และคนดี เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติ Young Smart: Young ทำดี ปี 2568 โดยกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เท่านั้น ทว่า ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนเยาวชนไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันรายการ “World Championships of Performing Arts”  (WCOPA 2026) ณ Westgate Resort and Casino, Las Vegas, สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2569

“วินเชนโซ่-ณฐพัชร์ ฐิติรัตน์สานนท์” (Nathapach Thitiratsanon) กล่าวว่า เขารู้สึกภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ จากกิจกรรม Young Smart: Young ทำดี ในวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา “ผมมองว่า เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก และเยาวชนได้แสดงออกทั้งความรู้ และความสามารถในทุกๆ ด้าน เพราะนอกจากจะต้องเป็นคนเก่งแล้ว เรายังต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม มีน้ำใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตอาสา รวมถึงเป็นคนดีของสังคมด้วย”

“เช่นเดียวกัน ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันรายการ World Championships of Performing Arts   (WCOPA 2026)  ที่สหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม โดยรายการดังกล่าว ขยับการแข่งขันมาเป็นปีนี้ หลังจากที่ผมผ่านรอบ Audition รายการ WCOPA THAILAND 2025 ในการแข่งขันเต้น Hip Hop จากสถาบันดนตรีพิชาศิลป์ (Pitchasilapha Music Academy)” ถือเป็นเยาวชนคนเก่งมากความสามารถ ที่จะมาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในอนาคต

ทั้งนี้ “วินเชนโซ่” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถหลากหลาย โดยเฉพาะด้านดนตรี ประเภท เปียโน และมีความสามารถในการเต้นฮิปฮอป จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ อาทิ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จากรายการแข่งขันเปียโน World Grand Prix International Music Contest 2022, รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ของรายการ ATOD International Dance Competition 2025  HipHop Teen Solo Part 1 และได้เป็นตัวแทนนักเต้นระดับเยาวชนไปแข่งขัน ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 จากการแข่งขันศิลปะการเต้นระดับประเทศครั้งที่ 12 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี The 12th National Dance Competition for The Royal Trophy of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn , 12th Thailand Dance Grand Prix 2025  HipHop Solo 13-15 Year และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากรายการ Japan Music and Talent Competition 2025 Final in Urayasu Concert Hall, Chiba Japan HipHop Solo Group G Intermediate รวมถึง รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จาก รายการ TDO International Dance Competition 2024 HipHop Solo Junior 2 และผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยในปี 2025 ไปแข่งขัน World Championships of Performing Arts (WCOPA 2026) ที่ Westgate Resort and Casino, Las Vegas, USA ระหว่างวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2569

ไม่ใช่แค่ การแข่งขันความสามารถพิเศษ เท่านั้น วินเชนโซ่ ยังได้รับเหรียญรางวัล ด้านวิชาการ จากการแข่งขัน  World Scholar’s Cup , Tournament of Champion at Woolsey Hall Yale University USA ด้วย จึงเรียกได้ว่า เป็นเยาวชน ที่มีความเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ หรือ การแสดงความสามารถพิเศษ

กระนั้นก็ตาม ทางด้านคุณวรรณา ตั้งวิริยะกุลชัย กล่าวเสริมด้วยว่า รู้สึกภูมิใจกับลูกชายอย่างมาก “เขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความพยายาม และมุ่งมั่น ที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง เราเห็นแววของเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว และก็สนับสนุนเขาในทุกด้านอย่างที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกฝนทักษะความสามารถพิเศษอย่าง การเต้นฮิปฮอป ซึ่งเขาเริ่มมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบันก็ 6 ปีแล้ว และเราก็มองว่า เขายังคงมีความมุ่งมั่น และฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของการเรียน เขาก็เรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีการแบ่งเวลาอย่างชัดเจน ถือเป็นการฝึกวินัยให้กับตัวของเขาด้วย ซึ่งทางคุณพ่อ และคุณแม่เอง ก็พร้อมให้การสนับสนุนลูกต่อไป”

อย่างไรก็ดี วันนี้ อยากให้ทุกคนร่วมกันส่งแรงใจ และแรงเชียร์ ไปให้ “น้องวินเชนโซ่-ณฐพัชร์ ฐิติรัตน์สานนท์” กับการไปเข้าร่วมการแข่งขัน  “World Championships of Performing  Arts”  (WCOPA 2026) ณ Westgate Resort and Casino, Las Vegas, สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2569 ให้คว้าชัยชนะ มาฝากพี่น้องขาวไทย กัน

-(016)