บิ๊กต่าย ยัน เดินหน้าสางมาเฟียภูเก็ตเข้มข้น ปัดตอบ จ่อออกหมายจับ ขรก.หรือไม่ รอดูขยายผล

บิ๊กต่าย ยัน เดินหน้าสางมาเฟียภูเก็ตเข้มข้น ปัดตอบ จ่อออกหมายจับ ขรก.หรือไม่ รอดูขยายผล

บิ๊กต่าย ยัน เดินหน้าสางมาเฟียภูเก็ตเข้มข้น ปัดตอบ จ่อออกหมายจับ ขรก.หรือไม่ รอดูขยายผล

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.48 น.

บิ๊กต่าย ยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพลภูเก็ตเข้มข้น ปัดตอบ จ่อออกหมายจับข้าราชการหรือไม่ รอดูขยายผล 

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลใน จ.ภูเก็ต ว่า ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ไป ทั้งนี้ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้ร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาหลายคน ได้รวบรวมข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างเข้มข้นและจริงจัง 

เมื่อถามว่า จะมีการออกหมายจับข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต บ้างหรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าการขยายผลจะเป็นอย่างไร 

อนุทิน ตอกหน้า ไอซ์ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด หลังโพสต์เหน็บ สส.ภท.

อนุทิน ตอกหน้า ไอซ์ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด หลังโพสต์เหน็บ สส.ภท.

อนุทิน ตอกหน้า ไอซ์ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด หลังโพสต์เหน็บ สส.ภท.

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.38 น.

“อนุทิน”ตอกหน้า”ไอซ์” ขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด หลังโพสต์เหน็บ”สส.ภท.”รีบทำผลงานป้อง”ไชยชนก” ยันประเมิน KPI รัฐมนตรีอยู่ตลอด

22 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของ สส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้ สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง โดย นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวเสมือนเป็นการเสียดสีนายกฯ ว่าคนที่ไม่มีตำแหน่งให้รีบออกมาทำผลงานปกป้อง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นั้น นายกฯ กล่าวว่า เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ มองว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในขณะนี้ยังทำงานได้ดีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเมินอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ต้องดูความทุ่มเทและความมุ่งมั่นด้วย แต่ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาหลัก ถ้าเห็นว่าตรงไหนน่าจะทำได้ดีกว่า เราก็แนะนำ เมื่อถามอีกว่า ส่วน 1 ปี จะนานไปหรือไม่กับการที่จะวัด KPI รัฐมนตรี นายกฯ กล่าวเพียงว่า วันนึงก็นานไปแล้ว (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไอซ์ รักชนก แซะ เหล่า สส.ภูมิใจไทย ใครยังไม่ได้โอ๋ ไชยชนก ป้องโครงการ TH-AI Passport รีบเลย)

ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร!! ผบ.ตร. เผย จ่อทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้สมัคร สส.ปชน.

ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร!! ผบ.ตร. เผย จ่อทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้สมัคร สส.ปชน.

ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร!! ผบ.ตร. เผย จ่อทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้สมัคร สส.ปชน.

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

ผบ.ตร. เผย เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ปมถูกกล่าวหาเชื่อมโยงคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ยัน ทำตามกฎหมายไม่กลั่นแกล้งใคร

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดจะอุทธรณ์คำสั่งหรือไม่ ว่า เป็นไปตามวิธีพิจารณาความอาญา โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องพิจารณาทำความเห็นแย้งในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำความเห็นแย้งอยู่ 

เมื่อถามว่า เป็นเพราะตำรวจทำสำนวนมาไม่ดีหรือไม่ ขณะที่พรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวในทำนองว่ากรณีนี้เป็นการกลั่นแกล้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนคิดว่าการจะขยายผลหรือจับกุมใคร การสอบสวนเป็นไปตามหลักกฎหมายอยู่แล้ว เป็นไปตาม พยานหลักฐาน ส่วนความเห็นที่สั่งไม่ฟ้องของอัยการเป็นตามกระบวนการ และเมื่อแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเราจะดูประเด็นว่า มีประเด็นอะไรที่เราเห็นสมควรแย้งหรือไม่อย่างไร ซึ่งอำนาจชี้ขาดเป็นของอัยการสูงสุด 

“ยืนยันว่าเราจะทำความเห็นแย้งแน่นอน ส่วนจะทำความเห็นแย้งประเด็นไหนบ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการจับกุม และขยายผลเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน”

เมื่อถามว่า มีการโยงไปถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุมีความเกี่ยวพันกับเครือข่าย Forex ซึ่งถูกมองว่าถูกกลั่นแกล้งในทำนองเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนขอไม่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ดีกว่า เราเป็นตำรวจไม่มีการกลั่นแกล้งใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเมือง และตำรวจมีหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย 

กรณ์–การดี นำทีมประชาธิปัตย์ ลุยตลาดตรอกหม้อหนุน นัชธนัญญ์ เบอร์ 3 ชิง ส.ก.พระนคร

กรณ์–การดี นำทีมประชาธิปัตย์ ลุยตลาดตรอกหม้อหนุน นัชธนัญญ์ เบอร์ 3 ชิง ส.ก.พระนคร

กรณ์–การดี นำทีมประชาธิปัตย์ ลุยตลาดตรอกหม้อหนุน นัชธนัญญ์ เบอร์ 3 ชิง ส.ก.พระนคร

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

กรณ์–การดี นำทีมประชาธิปัตย์ ลุยตลาดตรอกหม้อหนุน นัชธนัญญ์ เบอร์ 3 ชิง ส.ก.พระนคร

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตลาดตรอกหม้อ เขตพระนคร ช่วยน.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกร์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 หาเสียงร่วมพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาการค้าขาย เศรษฐกิจปากท้อง และข้อจำกัดของตลาดชุมชนเมืองเก่า

น.ส.นัชธนัญญ์กล่าวว่า ตลาดตรอกหม้อเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเขตพระนคร สะท้อนปัญหาของคนทำมาหากินในเมือง ทั้งต้นทุนการค้า รายได้ การจัดระเบียบพื้นที่ การเดินทาง จุดจอดรถ ความสะอาด และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ประวัติศาสตร์ ซึ่งหลายเรื่องไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันทั้งระดับเขต กรุงเทพมหานคร และฝ่ายนิติบัญญัติ

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มองการเลือกตั้ง ส.ก. เป็นเพียงสนามท้องถิ่น แต่เห็นว่าปัญหาของพระนครเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองหลวงโดยตรง หลายเรื่องต้องทำงานเป็นทีม ตั้งแต่พื้นที่ สภากรุงเทพมหานคร ไปจนถึงการผลักดันเชิงกฎหมายในระดับประเทศ” น.ส.นัชธนัญญ์ กล่าว

น.ส.นัชธนัญญ์ ระบุว่า ประสบการณ์การทำงานในระบบกรุงเทพมหานครทำให้เข้าใจข้อจำกัดของการแก้ปัญหาเมือง และเห็นว่าพระนครต้องมีผู้แทนที่รู้ระบบ รู้พื้นที่ และสามารถประสานการทำงานกับทุกภาคส่วนได้จริง

ทั้งนี้ น.ส.นัชธนัญญ์ ขอเชิญชวนประชาชนเขตพระนครออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยบัตรสีชมพู กาเบอร์ 3 เลือก “นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์” พรรคประชาธิปัตย์

พริษฐ์ บี้ภูมิใจไทย จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พริษฐ์ บี้ภูมิใจไทย จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พริษฐ์ บี้ภูมิใจไทย จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

“พริษฐ์”บี้”ภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยัน”สสร.”มาจากการเลือกตั้ง 100% ทำได้ สวนอย่าอ้างคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ จ้องออกแบบผูกขาดโดย”ระบอบน้ำเงิน”เลือกผู้ร่าง-ชี้ขาดเนื้อหา

22 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.เงา) ของพรรคประชาชน ครั้งที่ 7 ว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวและสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่จึงเป็นที่มาที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับ คำวินิจฉัยดังกล่าว และเพื่อทวงคืนสิ่งที่เรามองว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า โดยผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้งสสร.ได้ ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/ 2568 เป็นเพียงแค่การห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งนั่นหมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้งสสร. โดยตรงได้ โดยสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นอาจจะมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและมีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงข้อกังวลต่างๆว่า มีหลายคนมองว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งเราเข้าใจดีแต่เป็นการขยายความหรืออธิบาย คำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ และตนมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าการเดินหน้าต่อของเราอะไรที่จะขัดหรือไม่ขัดกับคำวินิจฉัย บางคนบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการ ที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น จึงขอย้ำว่า แม้ในวันประชุมหารือ จะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนเท่านั้นแต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำว่าสิ่งที่จะอธิบายในที่ประชุมไม่ได้เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เพราะขณะที่วินิจฉัยเรื่องนี้ไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆ เรื่องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่จะขยายความในที่ประชุมคือการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก่อนที่จะมีการออกคำวินิจฉัยกลาง 18/2568 ออกมา

เมื่อถามถึงกรณีที่ สส.จากพรรคภูมิใจไทยบางคนพยายามหยิบยกว่าการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 67 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าทำประชามติ 2 รอบได้ แต่พอท้ายที่สุดคำวินิจฉัยของปี 68 บอกว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ ตนจึงต้องย้ำว่าการโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ผลการหารือ กับศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้น ชัดเจนว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติแค่ 2 รอบได้ โดยในรอบแรกจะต้องถาม 2 คำถาม และเมื่อดูคำวินิจฉัย 18/2568 ก็พูดชัดว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้แต่รอบแรกอาจจะต้องมี 2 คำถาม ฉะนั้นคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือ กับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 67

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ 1. พรรคประชาชนจะเดินหน้าในการผลักดันให้มีสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ เข้าหารือกับที่ประชุมสส.พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ว่าจำเป็น จะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งส.ส.ร. 100% 2. ขอเชิญชวนประชาชนในการร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้งสสร.จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้ หวังว่าร่างของภาคประชาชนนั้นจะได้ถูกพิจารณาในวาระ1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3. ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนสสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มีสสร. จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้น หารือกันภายในพรรคว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดันสสร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่  และ4.อยากสื่อสารกับพรรคภูมิใจไทยเนื่องจากว่ามีสส.จากพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวว่าหากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่ อยากจะเห็นสสร. ที่มาจากการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดันสสร. ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร 

“แต่หากพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้าง ในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งส.ส.ร.ออกไปเพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้” นายพริษฐ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมก็มีสส.พรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมกับประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจจริงๆเรื่องการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งสสร. เหมือนกับที่เคยประกาศเมื่อมีข้อมูลใหม่นี้มาควรจะเห็นปฏิกิริยาแบบไหน  ถ้านั้นเมื่อมีข้อมูลใหม่แบบนี้มาปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นคือการที่พรรคภูมิใจไทย มาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นว่าในเมื่อมีข้อมูลใหม่เช่นนี้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเช่นนี้เราจะออกแบบ แนวทางในการเลือกตั้ง สสร.อย่างไร แต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมาคือแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนเรียงคิวกันออกมาพยายามปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ ที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้ เป็นการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้ว ว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งสสร. แล้วที่ผ่านมาก็พยายามจะเอาคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกเรื่องของสสร. เลือกตั้ง ทำให้เขาสามารถออกแบบสสร. ที่เขาสามารถผูกขาด ทั้งการคัดเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหาได้

“ถ้ามองภาพใหญ่ตอนนี้ สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ 1.ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2. หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้นเป็นการเดินหน้าที่อยู่บนเงื่อนไข ที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ล่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ซึ่ง รูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่าง เพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือกสสร.ได้ แต่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยการมีประโยคที่เติมเข้ามาว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเป็นเช่นนี้คือทำยังไงให้เราทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งสสรให้ได้มากที่สุด และคำตอบที่ได้รับคือประชาชนสามารถเลือกตั้งสสรโดยตรงได้ แต่เมื่อมีสสรที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา

เท้ง-พิจารณ์ ประสานเสียงป้อง ภาวุธ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย-ไม่อุ้มคนผิด

เท้ง-พิจารณ์ ประสานเสียงป้อง ภาวุธ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย-ไม่อุ้มคนผิด

เท้ง-พิจารณ์ ประสานเสียงป้อง ภาวุธ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย-ไม่อุ้มคนผิด

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.20 น.

“เท้ง-พิจารณ์”ประสานเสียงป้อง”ภาวุธ” เชื่อพร้อมแจง”ดีเอสไอ” ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย-ไม่อุ้มคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ เชื่อเป็นกระบวนการลดทอนความน่าเชื่อถือ ปัดตอบฟ้องกลับหรือไม่ บอกเห็นใจข้าราชการ ทำเพื่อตอบสนองฝ่ายการเมือง

22 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่หากทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ไปชี้แจง ทางพรรคประชาชน หรือฝ่ายค้าน จะมีมติอย่างไร ว่า ตนขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกคือความสมัครใจของนายภาวุธเอง เชื่อว่านายภาวุฒิพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน แต่รอความชัดเจนจากทางดีเอสไอก่อนว่าตกลงแล้วข้อกล่าวหาที่มีต่อนายภาวุธเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้นายภาวุธยังอยู่ในสถานะของผู้ต้องสงสัยอยู่ ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกระบวนการภายใน พรรคประชาชนก็มีมาตรฐานการกำกับดูแลกระบวนการภายในอยู่เช่นเดียวกัน

ด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ถ้าเราพิจารณาจากสิ่งที่ดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลง คิดว่าสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ จากการติดตามการแถลงของดีเอสไอก็ทราบว่าจะแถลง 3 ประเด็น แต่สุดท้ายปรากฏว่าแถลงประเด็นเดียว การแถลงที่พาดพิงมาที่นายภาวุธ ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ชี้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไร แต่กลับสร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคมรู้สึกต่อตัวนายภาวุธ

“ผมเองก็ต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่านี่มันคือความพยายามที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธ และของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบของเราลดลงหรือเปล่า” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า การชี้แจงต่อสังคม ก็เป็นหน้าที่ที่นายภาวุธต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้สังคมได้รับรู้ข้อกล่าวหายังไม่ชัดเจน แต่หากติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นว่าข้อกล่าวหาอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลอกลวงฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งนายภาวุธก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับตัวเอง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิของ สส. สำหรับพรรคเองเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพรรคก็จะมีคณะกรรมการวินัยที่จะตรวจสอบเป็นการภายในของพรรคเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมที่พรรคยืนยันว่าเราไม่มีการปกป้องคนผิด แต่ปัจจุบันดีเอสไอยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ กับนายภาวุธเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า การแถลงที่ผิดวิสัยแบบนี้ถ้าสุดท้ายในภาวุธไม่มีความผิด มีโอกาสที่จะฟ้องหรือเรียกร้องหรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าการแถลงของดีเอสไอ ประเทศไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร เราอยากเห็นบทบาทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทำงานอย่างตรงไปตรงมาแก้ปัญหาให้กับประชาชนจริงๆ เราอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประเทศ สำหรับกระบวนการทางกฎหมายตรงนั้นยังคงไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดหรือลงรายละเอียดแต่อยากจะให้กำลังใจกับข้าราชการทุกคนมากกว่า ถ้าทำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์ ผลประโยชน์ของประชาชนเชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะสนับสนุน

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ในการแถลงข่าว เพราะมีการเอ่ยชื่อ-นามสกุลเต็มของนายภาวุธ พร้อมบอกว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจการทำงานของข้าราชการ ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการถูกกดดันโดยฝ่ายการเมือง ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยสองกรรมาธิการของพรรคประชาชน มีการพยายามสร้างกระแสสร้างเรื่องราวเพื่อพยายามลดทอน ความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบของพวกเรา ตนคิดว่ามีความรู้สึกเห็นใจต่อข้าราชการ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนอง ทางฝ่ายการเมืองหรือไม่

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะนายภาวุธไม่ได้เข้าร่วมประชุมและติดต่อไม่ได้ และอาจโดนเพ่งเล็งเป็นประเด็นการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า หน้าที่ในการชี้แจงต่อสังคมเป็นหน้าที่ของนายภาวุธ พรรคเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจเราก็จะใช้คณะกรรมการวินัยของพรรคตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชน ที่ติดตามอยู่ได้เห็นว่า นายภาวุธและพรรคไม่ได้พยายามปิดบังข้อมูลใดๆ และจะทำงานอย่างเต็มที่

พอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่น! นายกฯ แถลงผลปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ

พอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่น! นายกฯ แถลงผลปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ

พอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่น! นายกฯ แถลงผลปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.34 น.

“นายกฯ”นำแถลงผลปราบปรามสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ระบุพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น

22 มิถุนายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานในการปราบปรามสแกมเมอร์ และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ

โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลย คอลเซนเตอร์ เครือข่ายสแกมเมอร์ และองค์การเครือข่ายนอมินีต่างๆ ล้วนเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลจึงยกระดับให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ เป็นวาระแห่งชาติ โดยตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อกำหนดนโยบาย และแนวทางดำเนินการ ตลอดจนกำกับติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจทั้ง 15 หน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายนอมินีต่างชาติที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย และใช้คนไทยเป็นนอมินี เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดแก้ไข โดยยกระดับป้องกันปราบปรามการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ แน่นอนว่าความพยายามเหล่านี้ จะต้องเผชิญความท้าทายทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานราชการ แต่ด้วยการยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ทำให้สามารถจัดการผู้กระทำผิดได้ และสามารถรายงานความคืบหน้าแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เจตนาของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกส่วน เราดำเนินการทุกรูปแบบด้วยความท้าทาย โดยจะไม่ยอมให้มีเรื่องที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้ ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ถือว่ามีความโชคดีที่มีเพื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้สึกโกรธแค้นเมื่อพบการกระทำผิดกฎหมายแทนประชาชน และต้องการรักษาประโยชน์เพื่อประชาชน ตนให้ความมั่นใจว่าให้ทุกท่านทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ไม่ว่าเผชิญกับสิ่งใดไม่ต้องมีความกังวลใดๆทั้งสิ้น เพราะถ้าพวกเรากลัว บ้านเมืองนี้ก็ไม่มีขื่อมีแป ดังนั้น ขอให้ใช้อำนาจที่มีอยู่ให้เกิดความเป็นธรรมความสงบสุขในประเทศของเรา

“รัฐบาลของผมมีความมุ่งมั่นที่จะต่อต้าน ป้องกันปราบปรามสิ่งเหล่านี้ เพราะเรื่องสแกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ถือเป็นวาระแห่งชาติเนื่องจากทำให้ชื่อเสียงของประเทศป่นปี้ ความมั่นใจไม่มี นักท่องเที่ยวไม่มา แบบนี้ประเทศจะประสบความลำบากเต็มทน ดังนั้น สิ่งที่เราทำมาเพื่อทำให้ประเทศมีความเข้มแข็ง และมีความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ซึ่งเราทำมาถึงระดับที่เริ่มเรียกความเชื่อมั่นจากพวกเขาแล้ว ทำให้ประเทศได้ขยับขึ้นมาในลำดับต้นๆ” นายกฯ ระบุ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในความเป็นนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ตลอดจนสำนักงานปราบปรามที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเต็มที่  โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อสิ่งเย้ายวน สิ่งที่จะทำให้ไขว้เขว รวมถึงอิทธิพลต่างๆ ยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ความมุ่งมั่นของของทุกท่านบิดเบือนไปได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งตนมีความพึงพอใจ และจะทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

ใครไม่ผิดคืนตำแหน่งเดิม! อธิบดีปกครอง เผย ส่ง 2 นายอำเภอกลับภูเก็ตแล้ว

ใครไม่ผิดคืนตำแหน่งเดิม! อธิบดีปกครอง เผย ส่ง 2 นายอำเภอกลับภูเก็ตแล้ว

ใครไม่ผิดคืนตำแหน่งเดิม! อธิบดีปกครอง เผย ส่ง 2 นายอำเภอกลับภูเก็ตแล้ว

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.58 น.

“อธิบดีปกครอง”เผยส่ง 2 นายอำเภอกลับภูเก็ตแล้ว ส่วนปลัดจังหวัดไม่ให้ความร่วมมือสอบปากคำ ให้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแทน รับ 24 มิ.ย.ครบกำหนด 30 วัน ใครไม่ผิดคืนตำแหน่งเดิม

22 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เรื่องผลสอบในการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ได้สั่งให้ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และป้องกันจังหวัด เข้ามาประจำที่กรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะครบ 30 วัน ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ระหว่างนี้ในส่วนของนายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอำเภอกระทู้ ได้ให้ปากคำหมดแล้ว พบว่ายังไม่มีความผิดถึงขั้นจะต้องดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ซึ่งเราได้ส่งให้ไปปฎิบัติหน้าที่เดิมที่ จ.ภูเก็ต เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 3 ราย โดยปลัดจังหวัดมีปัญหาในเรื่องของไม่ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ เนื่องจากเมื่อมาถึงก็ใช้สิทธิการลา ลาไปครั้งละ 10 วัน 2 ครั้ง วันนี้เราต้องใช้วิธีการให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามา เจ้าหน้าที่กำลังดูเรื่องนี้กันอยู่ แล้วถ้าดูประเด็นครบถ้วนอย่างไรจะได้สรุปสำนวนประเด็นตรงนี้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพบหลักฐานอื่นหรือไม่ เช่น เส้นทางการเงิน นายนฤชา กล่าวว่า อันนี้ยังอยู่ในส่วนของการรวบรวมของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และเรื่องยังอยู่ในส่วนของการทำคดีอยู่ จึงไม่อยากให้มีการเปิดเผยในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า หากครบเวลาแล้วจะมีการขยายอีกหรือไม่ เพราะเหลืออีกเพียง 2 วัน นายนฤชา กล่าวว่า ถ้าเราสรุปเรียบร้อย เมื่อมีประเด็นพอที่จะดำเนินการในด้านอื่นใดต่อได้ หรือเราสรุปแล้วไม่พบความผิดที่เราจะดำเนินการต่อไป เราก็ต้องให้เขามีสิทธิในการกลับสู่ตำแหน่งเดิม

สมชาย กระทุ้ง กกต. ร่อนคำพิพากษาศาลฎีกา จี้คดีฮั้ว สว.

สมชาย กระทุ้ง กกต. ร่อนคำพิพากษาศาลฎีกา จี้คดีฮั้ว สว.

สมชาย กระทุ้ง กกต. ร่อนคำพิพากษาศาลฎีกา จี้คดีฮั้ว สว.

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

22 มิถุนายน 2569 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในโอกาสที่การเลือกสมาชิกวุฒิสภา แบบเลือกกันเอง ในระดับประเทศจะครบ 2 ปี นับแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2567

ซึ่ง กกต ได้ประกาศรับรองไปก่อนแล้วจะสอยทีหลังนั้น มีคำถามว่า คดีฮั้ว สว ที่ผ่านมาเนิ่นนานถึง 2 ปี และมีโอกาสล่าช้า ไปอีกอย่างน้อยครึ่งปีนั้น กกต จะมีมติอย่างไร ที่ดำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิในการทำหน้าที่ดังที่ประกาศไว้ว่า จะทำให้การเลือกตั้ง สุจริตและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริงให้ สังคมเชื่อได้หรือไม่

เพราะที่ผ่านมา กกต เคยมีมติส่งผู้สมัคร สว (สอบตก) ในหลายจังหวัดหลายคดี ไปยังศาลฎีกา และได้รับคำพิพากษาเป็นแนวทางชัดเจน ในคดี#ฮั้วสว ว่า แม้การฮั้วแลกคะแนนกันทางไลน์ การช่วยเหลือการเดินทาง การจัดเลี้ยง การใช้ จ้างวาน เพื่อได้มาซึ่งการเป็นสวในระดับจังหวัด อาทิ ที่ชลบุรี นครราชสีมา ยะลา นราธิวาส ฯลฯ ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผิด ตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่ผู้สมัครและ ผู้เกี่ยวข้อง ไปแล้วคนละ 10 ปี ทุกคดี

คำพิพากษาในคดีเหล่านั้นจึง เป็นบรรทัดฐานชัดเจน ที่ กกต จะต้องใช้ประกอบการพิจารณาคดีที่ทุจริตฮั้วเลือก สว ที่ยังค้างอยู่ในคดีที่ DSI และอนุกรรมการ ชุดที่ 26 สรุปว่า ทำกันเป็นขบวนการในการทุจริต #ฮั้วสว ด้วยวิธีการต่างๆ ดังปรากฏในสำนวนและเอกสารที่ชัดเจนและเชื่อมโยฃกันจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อเตือนความจำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่า ท่านมีหน้าที่ ในการส่งคดี ทุจริตการเลือก ไปให้ศาลเป็นผู้พิพากษาในอรรถคดีทั้งปวง จึงขอส่งตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีฮั้ว สว ทั้งหลายมาให้ได้ทราบ และเพื่อขอให้ กกต ดำเนินการมีมติส่งศาลโดยเร็วต่อไป ตามตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาตามนี้ครับ

@ คำพิพากษาฉบับเต็ม! เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี 2 ผู้สมัคร จ.ชลบุรี จับคู่ฮั้วลงคะแนนเลือก สว.
https://isranews.org/…/isranews…/141177-senate.html…,

@เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัด นครราชสีมา ส่งไลน์ขอแลกคะแนน
https://www.isranews.org/…/isranews…/143989-korat.html

@กกต.’ แพร่ คำวินิจฉัย ‘ทุจริตเลือกสว.’ จว.ยะลา ‘จับคู่แลกคะแนน’ – ส่ง ‘ศาลฎีกา’ ตัดสิทธิลต. 10 ปี
https://www.isranews.org/…/146920-isranews-1000-1000…

@เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับ อ.เมืองสมุทรปราการ ทุจริตจัดหาคะแนน
https://isranews.org/…/isranews-news/144718-isr-133.html

@คดีทุจริตเลือก สว. จ.สมุทรปราการ! คลิป “..เราจัดให้ ถ้าคุณช่วยผลักดันเรา” หลักฐานมัด
https://www.isranews.org/…/isr…/145287-isra-news-12.html

@กกต.ชงศาลฎีกาฟันอาญา-เพิกถอนสิทธิ 3 คนกลาง ทุจริตเลือก สว.
https://www.thaipbs.or.th/news/content/500375

#กกตมีหน้าที่ #อย่าขี้ลืม #ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม

ไอซ์ รักชนก แซะ เหล่า สส.ภูมิใจไทย ใครยังไม่ได้โอ๋ ไชยชนก ป้องโครงการ TH-AI Passport รีบเลย

ไอซ์ รักชนก แซะ เหล่า สส.ภูมิใจไทย ใครยังไม่ได้โอ๋ ไชยชนก ป้องโครงการ TH-AI Passport รีบเลย

ไอซ์ รักชนก แซะ เหล่า สส.ภูมิใจไทย ใครยังไม่ได้โอ๋ ไชยชนก ป้องโครงการ TH-AI Passport รีบเลย

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

ไอซ์ รักชนก แซะ เหล่า สส.ภูมิใจไทย ใครยังไม่ได้โอ๋ ไชยชนก ป้องโครงการ TH-AI Passport รีบเลย

เมื่อวันที่ 22 ม.ย.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ประกาศ สส.ภูมิใจไทย ท่านไหน โดยเฉพาะที่มีตำแหน่งแห่งที่ ถ้ายังไม่ได้ออกมาปกป้อง TH-AI Passport หรือยังไม่ได้แสดงตัวโอ๋คุณไชยชนก รีบเลยนะคะ ตอนนี้คนที่ไม่มีตำแหน่ง แข่งกันทำคะแนนใหญ่ เห็นใจค่ะ แทนที่จะวัดฝีมือการทำงานต้องมาแข่งอะไรแบบนี้”