ผมเกรงว่าหากแอปพลิเคชัน TH-AI Passport ที่สร้างด้วยความเร่งรีบ บีบกระบวนการให้ประมูลผ่านและทำระบบในเวลาเพียง 30 วัน สามารถเกิดปัญหารั่วไหลได้ และสิ่งที่มิจฉาชีพจะได้ไปรอบนี้ไม่ใช่แค่ชื่อหรือเบอร์โทรอีกต่อไป แต่คือประวัติการสนทนาและความลับในชีวิต แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะสามารถอัปเกรดเครื่องมือไปสู่การทำ Hyper-Personalized AI Phishing โทรมาหลอกลวงโดยจี้ถูกจุดอ่อนทางจิตวิทยา ความเครียดเรื่องหนี้สิน หรือปัญหาครอบครัวที่คุณเคยพิมพ์คุยกับ AI ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
แม้กระทรวงดีอีจะพยายามชี้แจงว่าข้อมูลปลอดภัยเพราะตั้งอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ไทย แต่ถ้าดูหลักโครงสร้างแล้ว ข้อมูลคำสั่งหรือ Prompt ทั้งหมดต้องถูกยิงผ่าน API ออกไปประมวลผลที่ในต่างประเทศอยู่ดี และข้อชี้แจงของภาครัฐใน TOR ก็ยังมีความย้อนแย้งไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้บริหารจัดการคลังข้อมูลพฤติกรรมศาสตร์ขนาดใหญ่ หรือ Behavioral Big Data นี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วสิทธิ์มักจะตกไปอยู่ในมือของบริษัทเอกชนตัวกลางในประเทศที่เป็นผู้รับงาน
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความยินดีต่อผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งพบว่าปัจจัยด้านการศึกษาของไทยปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญของภาคการศึกษาไทย หลังจากอันดับด้านการศึกษาปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา