Food & Wine Festival Celebrating Korat GI” ยกระดับสร้างซอฟต์พาวเวอร์สินค้าของดีโคราช

Food & Wine Festival Celebrating Korat GI”  ยกระดับสร้างซอฟต์พาวเวอร์สินค้าของดีโคราช

Food & Wine Festival Celebrating Korat GI” ยกระดับสร้างซอฟต์พาวเวอร์สินค้าของดีโคราช

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.47 น.

จังหวัดนครราชสีมา โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และ สมาคมการท่องเที่ยวและบริการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จัดงานเปิด  “Food & Wine Festival Celebrating Korat GI”  ณ  Midwinter  Khao Yai   ถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569

โดย นาง พิรุณวรรณ จงใจภักดิ์  พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม  ในครั้งนี้ว่า งาน  “Food & Wine Festival Celebrating Korat GI”  จัดขึ้นเพื่อสานต่อนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 อุตสาหกรรม ได้แก่ อาหาร กีฬา ดนตรี ภาพยนตร์และซีรีส์ ท่องเที่ยว หนังสือ ศิลปะ ออกแบบ แฟชั่น เทศกาล  และเกม โดยสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันมีมากถึง 11 สินค้า ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน กาแฟดงมะไฟ  กาแฟวังน้ำเขียว ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน  มะขามเทศเพชรโนนไทย ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ ผ้าไหมคึมมะอุบัวลาย ผ้าไหมปักธงชัย และน้อยหน่าเพชรปากช่อง ซึ่งในงานนี้ได้รวบรวมสินค้า GI ทุกสินค้ามารวมไว้งานเดียว เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าของจังหวัด พร้อมกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวตามนโยบายของจังหวัด

สำหรับไฮไลท์ของงาน ได้แก่ การชิมไวน์จาก Winery ทุกแห่งในเขาใหญ่ ได้แก่ ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ GranMonte Vineyard and Winery พีบี วัลเล่ย์ เขาใหญ่ ไวน์เนอรี่ PB Valley Khao Yai Winery ไร่องุ่นไวน์อัลซีดีนี่ Alcidini Winery และ Village Farm Winery นำไวน์คุณภาพเยี่ยมมาให้ทดลองชิมกัน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์เมนู GI อาหารโคราช กับ รสชาติที่หายไป โดย เชฟเจมส์-พัศกฤต ธนาอัญมณี Chef Consultant World Reward Solutions (สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่)  กิจกรรมเสวนา และ workshop  Wind insider : “ What ‘s the Glass ? อะไรเอ่ยอยู่ในไวน์ โดยไร่องุ่นพีบีวัลเล่ย์ เขาใหญ่  Wine Workshop :  Wine Culture 101 : Wind Made Easy วัฒนธรรมไวน์ 101 ดื่มไวน์อย่างมั่นใจสำหรับมือใหม่ โดยไร่องุ่นซิดินี่ ไวน์เนอรี่  / Khao Yai Terroir : Soil &Climate Influence on Wine /  แตร์ฮัวร์ : ดินและสภาพภูมิอากาศเขาใหญ่ โดยไร่องุ่นไวน์ กราน- มอนเต้  Wine WorkShop : Hidden Grape Varietals of Khao Yai : สายพันธ์องุ่นไวน์ที่ไม่ซ้ำใครจากเขาใหญ่ โดยไร่องุ่น กราน – มอนเต้  The Rise of Local&Local Wine  เที่ยวกินดื่มอย่างไรให้ถึงเขาใหญ่ โดยไร่องุ่น กราน- มอนเต้  Village Farm Country Society 2026  วิลเลจฟาร์ม คันทรี่โซไซตี้ 2026 โดยไร่องุ่นวิลเลจ ฟาร์มไวน์เนอรี่   กิจกรรม Talk หัวข้อ คนไทยจะดื่มอย่างศิวิไลซ์ได้ไหม โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจริญ เจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ แอดมินเพจ สุราไทย ฯ พร้อมชมสีสันบอลลูนยักษ์  รับฟังมินิคอนเสิร์ต  จากศิลปินชั้นมากมาย อาทิ ETC  มิสเตอร์โก้ แซกแมน  บอย พีเมคเกอร์  และสงกรานต์ รังสรรค์ ฯลฯ 

ด้าน นายวิจิตร  กิจวิรัตน์   รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า  นครราชสีมาเป็นมหานครสินค้าจีไอ มีสินค้าหลากหลายให้ได้ชม อีกทั้งยัง สืบเนื่องด้วยประธานกรรมการการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ  ได้แต่งตั้งอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 อุตสาหกรรม  ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา ให้ความสำคัญกับซอฟพาวเวอร์และสินค้า GI เพื่อส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน และสร้างตลาดใหม่ ๆ  จึงได้อนุมัติงบประมาณของจังหวัดที่รัฐบาลจัดสรรให้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  จัดงานนี้ขึ้น  คาดว่าจะสร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวกว่า5 ล้านบาท และมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 5 พันคน  คิดว่าทุกคนคงจะมีความสุข สนุกสนานในกิจกรรมที่จัดขึ้นและคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย “

อย. รุกสร้าง ‘Health Literacy’เสริมเกราะคนไทยสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพมุ่งสู่สังคมปลอดภัยอย่างยั่งยืน

อย. รุกสร้าง 'Health Literacy'เสริมเกราะคนไทยสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพมุ่งสู่สังคมปลอดภัยอย่างยั่งยืน

อย. รุกสร้าง ‘Health Literacy’เสริมเกราะคนไทยสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพมุ่งสู่สังคมปลอดภัยอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.43 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสร้าง “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)” มุ่งยกระดับทักษะคนไทยให้ “เข้าถึง-เข้าใจ-ตรวจสอบ-ใช้จริง” เน้นทักษะพื้นฐานสำคัญ เช่น การอ่านฉลาก การตรวจสอบเลข อย. และการรู้เท่าทันโฆษณาโอ้อวดเกินจริงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างปลอดภัยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลผ่านสื่อออนไลน์และ Social Media ซึ่งมีทั้งเรื่องจริงและข่าวปลอม อย. ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันให้ผู้บริโภค จึงได้เร่งพัฒนาสื่อความรู้รูปแบบใหม่ที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ทั้งคลิปวิดีโอ และอินโฟกราฟิก เผยแพร่ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ FDAThai (Facebook, TikTok, YouTube, LINE OA)พร้อมกันนี้ ได้ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ได้แก่ เครือข่าย อย.น้อย, โครงการเครือข่ายชุมชนร่วมใจป้องกันภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ (บวร.ร.) และ อสม. เพื่อกระจายความรู้ที่ถูกต้องลงลึกถึงระดับชุมชน ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย ชูวิสัยทัศน์ “FDA On Health Up” คุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก นอกจากการให้ความรู้ อย. ยังมุ่งเน้นระบบการคุ้มครองผู้บริโภคที่ทันสมัย (Smart Regulation) โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเชื่อมโยงให้ประชาชนสามารถ ตรวจสอบสถานะเลข อย. และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวัง และจัดการโฆษณาผิดกฎหมายเชิงรุก เพื่อตัดวงจรข้อมูลเท็จที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน

สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ผ่านทาง:Facebook / TikTok / YouTube / LINE: @FDAThaiสายด่วน อย. 1556“รวมพลังคนไทย รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน”

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆ กระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญ. กัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ อีกทางเลือกในการรักษามะเร็ง

‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ อีกทางเลือกในการรักษามะเร็ง

‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ อีกทางเลือกในการรักษามะเร็ง

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เพียงได้ยินคำว่า “มะเร็ง”  ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิด คนรู้จัก หรือกับคนมีชื่อเสียง อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกได้หลากหลาย ทั้งตกใจ หวาดหวั่น หรือวิตกกังวล ทำให้หลายๆ คนต้องหันมาทบทวนแนวทางการดำเนินชีวิตของตนเองที่ผ่านมาว่ามีพฤติกรรมใดที่ก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่ หรืออีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือแนวทางการรักษาใหม่ๆ

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2565 ประมาณร้อยละ 76 ภายใน 25 ปีข้างหน้า สำหรับประเทศไทย ข้อมูลในปี พ.ศ. 2562-2564 จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เฉลี่ยประมาณ 140,000 ต่อปี และจากรายงานสถิติสาธารณสุขพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดเฉลี่ยประมาณ 84,000 คน ซึ่งโรคมะเร็งไม่ได้มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งกระทบถึงครอบครัวและสังคมรอบข้าง ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ ไปจนถึงส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

“ภูมิคุ้มกันบำบัด” ทางเลือกใหม่ในการต่อสู้กับมะเร็ง

ในโลกของการแพทย์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การรักษาโรคมะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่นักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ด้วยความตั้งใจที่จะลดอัตราการเสียชีวิต ลดผลข้างเคียง และป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งหลายชนิดได้ หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังเป็นทางเลือกใหม่ คือ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” หรือ Immunotherapy ซึ่งได้กลายมาเป็นแนวทางการรักษาที่พลิกโฉมการรักษามะเร็งในยุคปัจจุบัน 

มาทำความรู้จักกับ “ระบบภูมิคุ้มกัน” ในร่างกายกันก่อน เพื่อที่จะเข้าใจวิธีการรักษาตามแนวทาง “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ให้ดียิ่งขึ้น ระบบภูมิคุ้มกัน เกิดจากการทำงานร่วมกันของเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ รวมถึงต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมไทมัส ต่อมทอนซิล ไขกระดูก และเซลล์เม็ดเลือดขาว ช่วยป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อและต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง โดยเมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายหรือมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านั้น

ผศ.ดร.นพ.ลักษมันต์ ธรรมลิขิตกุล จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 

“ภูมิคุ้มกันบำบัด” ใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสู้กับมะเร็ง

ผศ.ดร.นพ.ลักษมันต์ ธรรมลิขิตกุล จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า “ภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นหนึ่งในวิธีการรักษามะเร็ง โดยใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาเป็น “อาวุธ” ในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของเรามีเซลล์เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่หลักในการป้องกันสิ่งแปลกปลอม เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้คือ ทีเซลล์ (T-cells) ซึ่งสามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติได้ รวมถึงเซลล์มะเร็งที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ แต่เซลล์มะเร็งมีความซับซ้อนและชาญฉลาด เพราะมันสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกันได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มะเร็งสามารถเติบโตและแพร่กระจายในร่างกาย แต่ด้วยการค้นพบกลไกที่เซลล์มะเร็งใช้เพื่อหลบหลีกภูมิคุ้มกัน นักวิจัยจึงสามารถพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง”

ภูมิคุ้มกันบำบัดแตกต่างจากการรักษาอื่นอย่างไร

สิ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบำบัดแตกต่างจากการรักษามะเร็งแบบดั้งเดิม เช่น เคมีบำบัด หรือการฉายรังสี คือ ภูมิคุ้มกันบำบัดไม่ได้มุ่งทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำหน้าที่นั้นแทน หนึ่งในรูปแบบของภูมิคุ้มกันบำบัดที่ได้รับความสนใจในขณะนี้คือ ยายับยั้งการทำงานของอิมมูนเช็คพอยต์ (Immune Checkpoint Inhibitors) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ช่วยเปิดทางและเพิ่มศักยภาพให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถโจมตีเซลล์มะเร็งได้

ไขความลับของอิมมูนเช็คพอยต์ กุญแจสำคัญของการรักษา

โดยปกติ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีอิมมูนเช็คพอยต์ (Immune Checkpoint) เป็นกลไกของร่างกายที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิคุ้มกันทำงานเกินความจำเป็น เช็คพอยต์ตัวสำคัญตัวหนึ่งชื่อ PD-1 อยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ (T-cells) ซึ่งสามารถจับกับ PD-L1 ที่อยู่บนเซลล์มะเร็ง เมื่อ PD-1 และ PD-L1 จับกันแล้วจะส่งสัญญาณยับยั้งทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดนี้หยุดกำจัดเซลล์มะเร็ง เปรียบเสมือนการเหยียบเบรกทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหยุดทำงาน

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นยายับยั้งการทำงานของอิมมูนเช็คพอยต์ ซึ่งทำหน้าที่ขัดขวางไม่ให้ PD-1 และ PD-L1 จับกันได้ ทำให้เป็นการตัดสัญญาณยับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็งได้

มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่ายายับยั้งการทำงานของอิมมูนเช็คพอยต์นี้สามารถใช้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งรูปแบบอื่น ๆ เช่น ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือการฉายรังสี ในการรักษามะเร็งหลากหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา มะเร็งเต้านมที่ไม่มีตัวรับฮอร์โมนและไม่มีตัวรับเฮอร์ทู (ทริปเปิลเนกาทีฟ, triple negative) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งจะเป็นผู้พิจารณาเลือกชนิดและรูปแบบการของการใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็ง ระยะโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

ผลข้างเคียง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มการรักษา

แม้ว่าภูมิคุ้มกันบำบัดจะเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษามะเร็ง แต่ยานี้อาจมีผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยควรทราบ ผลข้างเคียงเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นมากจนเกินไป ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ผิวหนังอักเสบทำให้มีผื่น ลำไส้อักเสบทำให้มีอาการท้องเสียหรือปวดท้อง ปอดอักเสบทำให้มีอาการไอหรือเหนื่อย ตับอักเสบทำให้มีค่าเอนไซม์ตับผิดปกติ ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย หรือระบบต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ ทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง จนเกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ หรือภาวะพร่องฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต เป็นต้น ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มีระดับความรุนแรงได้หลากหลาย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ในบางราย อาจมีอาการรุนแรงทำให้แพทย์ต้องพิจารณาหยุดการรักษาชั่วคราว และให้การรักษาด้วยยากลุ่มสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันเพื่อบรรเทาอาการ

ภูมิคุ้มกันบำบัด อีกทางเลือกที่น่าสนใจ

ภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นการรักษามะเร็งรูปแบบหนึ่งที่ใช้การทำงานของร่างกายในการจัดการกับเซลล์มะเร็ง แม้ว่าจะยังไม่สามารถใช้ในการรักษามะเร็งได้ทุกชนิด และยังมีข้อจำกัดบางประการ แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในด้านนี้กำลังสร้างทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ท้ายที่สุดแล้ว การรักษาโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องของการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลที่เหมาะสมและการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะทุกคนมีเส้นทางการรักษาที่แตกต่างกัน และการร่วมมือกันระหว่างผู้ป่วย ครอบครัว และทีมแพทย์คือกุญแจสำคัญในการเอาชนะโรคร้ายนี้

‘เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์’ คว้ามาตรฐาน AACI ระดับ Excellence แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก

‘เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์’ คว้ามาตรฐาน AACI ระดับ Excellence แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก

‘เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์’ คว้ามาตรฐาน AACI ระดับ Excellence แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดข้อ ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปยังคงเน้นการรักษาแบบแยกส่วน ทำให้โรคกระดูกสันหลังและข้อซึ่งมีความซับซ้อน ต้องการการดูแลที่ลึกและเฉพาะทางมากกว่าการบรรเทาอาการเพียงระยะสั้น

นพ.ดิตถพงศ์ บุญอำพล ผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์  กล่าวว่า โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ หรือ เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ (S Spine and Joint Hospital) ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดที่เล็งเห็นถึงข้อจำกัดของระบบการแพทย์ทั่วไป ซึ่งทรัพยากรมักกระจายไปยังหลายแผนก เช่น สูตินรีเวช กุมารเวชศาสตร์ ศัลยกรรม ฯลฯ ส่งผลให้การดูแลโรคเฉพาะทางอย่างกระดูกสันหลังและข้อที่มีจำนวผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของกรมอนามัยโลกที่รายงานว่า มีจำนวนผู้ที่มีภาวะทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Conditions) ทั่วโลก ประมาณ 1.71 พันล้านคน ที่มีอาการปวดหลัง ปวดคอ ข้อเสื่อม ซึ่งต้องการการฟื้นฟูและการดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ความเฉพาะทางในการรักษาไม่สามารถลงลึกและครอบคลุมได้เท่าที่ควร

ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสถานพยาบาลที่สามารถใช้ศักยภาพทางวิชาชีพได้อย่างเต็มที่ โรงพยาบาลแห่งนี้จึงถูกออกแบบให้มีระบบที่ “ตรงจุด” ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี เครื่องมือแพทย์ และกระบวนการดูแลรักษา โดยยึดหลัก “การรักษาที่เริ่มจากความเข้าใจเชิงลึกของโรค” เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนในทุกมิติ

จากการบูรณาการทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และระบบสนับสนุนภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน High Reliability Degree – Excellence จาก American Accreditation Commission International (AACI) สหรัฐอเมริกา นับเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านเกณฑ์ระดับสูงสุดดังกล่าว

AACI เป็นองค์กรตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล ซึ่งได้รับการยอมรับในกว่า 40 ประเทศ การรับรองระดับ High Reliability Degree – Excellence สะท้อนถึงความพร้อมของโรงพยาบาลในทุกมิติ ตั้งแต่ระบบดูแลผู้ป่วย ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพการรักษา มาตรฐานห้องผ่าตัด ความพร้อมด้านภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ ให้การดูแลผู้ป่วยมากกว่า 100,000 ราย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังและข้อที่มีความซับซ้อนหรือเป็นโรคเรื้อรัง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระบบการรักษาที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ทางการแพทย์ ความปลอดภัย และประสบการณ์ของผู้ป่วยในทุกขั้นตอน

ในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ โรงพยาบาลได้นำนวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็ก หรือ MIS (Minimally Invasive Surgery) มาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง โดยใช้กล้อง Endoscope ที่มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กเพียง 0.5 เซนติเมตร ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดการเสียเลือด และเร่งการฟื้นตัวของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 วัน หลังการรักษา

นอกจากนี้ ยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ให้บริการ Standing MRI หรือ MRI ท่ายืน ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะกดทับเส้นประสาทและความผิดปกติของกระดูกสันหลังในสภาวะที่ร่างกายรับน้ำหนักจริง เพิ่มความแม่นยำในการค้นหาสาเหตุของอาการปวด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเฉพาะขณะยืน เดิน หรือเคลื่อนไหว

ปัจจุบัน เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ ยังขยายบทบาทสู่การเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์นานาชาติ (International Spine & Medical Technology Center – ISMTC) โดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นนำระดับโลก ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์เฉพาะทางแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ระดับสูงสุดครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของโรงพยาบาลเฉพาะทางไทยในเวทีสากล แต่ยังสะท้อนทิศทางของระบบสาธารณสุขที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบการรักษาอย่างลึกซึ้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว

โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ปรึกษาโทร. 02-034-0808            

‘นิตา ลลดา – ป่าน ปานชีวา’โชว์ทีเด็ดวัยทีนเสียงทอง

'นิตา ลลดา - ป่าน ปานชีวา'โชว์ทีเด็ดวัยทีนเสียงทอง

‘นิตา ลลดา – ป่าน ปานชีวา’โชว์ทีเด็ดวัยทีนเสียงทอง

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

บ่ายนี้พิธีกรระดับบิ๊กบอส “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” สั่งจัดเต็มแสงสีเสียงและทีมแดนเซอร์บนเวทีคอนเสิร์ต “ชุมทางดาวทอง” ต้อนรับ 2ศิลปินวัยทีนเสียงทอง “นิตา ลลดา” และ “ป่าน ปานชีวา” สังกัดสังกัด SSK MUSIC ที่พร้อมโชว์ทีเด็ดดาวรุ่งกับซิงเกิ้ลใหม่ ดาวติ๊กต็อก, อยากมีเธอค้าบ, ขออยู่คนเดียว และ สาริกาคืนถิ่น มาเติมความสดใสสไตล์ลูกทุ่งวัยทีนแบบฟรุ้งฟริ้ง

บ่ายวันศุกร์..มาลุ้นกันต่อในการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐานระดับประเทศ GLO Miracle Music ซีซั่น 2 นัดนี้เป็นคิวของหนุ่มปทุมธานี “ภูมิ-ปรณัฐ ธนาฐิติภา” คว้าเพลง “ผู้เสียสละ“ พร้อมชิงแต้มเพลงซึ้งกับสาวสวยเมืองเชียงใหม่ “แก้มอุ่น-ปฏิญญา คำมา” ในเพลง “ใครมีปืนเถื่อน“ และที่ทำเอาคณะกรรมการสุดอึ้ง!! เมื่อทั้งคู่เลือกประชันบทเพลงเดียวกัน “แผ่นดินน้ำตา” เอาละซิ…งานหิน งานโหด บังเกิด!! คะแนนนำจะถูกเทไปให้ตัวแทนจังหวัดไหน ฝากแฟนๆ ร่วมชมส่งแรงเชียร์ไปพร้อมกันเด้อเพลิดเพลินกับบทเพลงเพราะๆ และร่วมลุ้นไปพร้อมกันได้ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 22 และศุกร์ที่ 23 มกราคม  2569 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ ความบันเทิงที่ไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา

สุดชื่นมื่น ซัน วงศธร หอบสินสอดกว่า 3 ล้าน สู่ขอ แพรวพราว เข้าพิธีวิวาห์

สุดชื่นมื่น ซัน วงศธร หอบสินสอดกว่า 3 ล้าน สู่ขอ แพรวพราว เข้าพิธีวิวาห์

สุดชื่นมื่น ซัน วงศธร หอบสินสอดกว่า 3 ล้าน สู่ขอ แพรวพราว เข้าพิธีวิวาห์

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

ชื่นมื่น! “ซัน วงศธร” ควงแขน “แพรวพราว แสงทอง” เข้าพิธีวิวาห์หวาน แฟนคลับแห่ยินดีคับคั่ง สินสอดกว่า 3 ล้าน 

ฤกษ์งามยามดี กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจของวงการเพลง เมื่อพระเอกลิเกหน้าหวาน “ซัน วงศธร” และหมอลำสาวดาวค้างฟ้า “แพรวพราว แสงทอง” ได้ถือฤกษ์ดีจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยความรัก

พิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายไปด้วยความสง่างามตามแบบประเพณีไทย โดยมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงและเพื่อนพ้องศิลปินร่วมเป็นสักขีพยานอย่างหนาตา

โดยช่วงเช้าเป็นพิธีแห่ขันหมากตามประเพณี ซึ่งเจ้าบ่าว “ซัน วงศธร” มาในชุดไทยประยุกต์สุดหล่อผ่านด่านประตูเงินประตูทองด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่ได้สวมแหวนหมั้นและจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางเสียงเชียร์และความยินดีของแขกผู้มีเกียรติ

แพรวพราว แสงทอง เจ้าสาวในชุดไทยศิวาลัยสีขาวนวล ได้เปิดใจสั้นๆ ว่า “ขอบคุณทุกเรื่องราวที่ทำให้เรามาเจอกัน ขอบคุณซันที่เข้ามาเป็นกำลังใจและดูแลกันอย่างดี” ขณะที่ ซัน วงศธร ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตาแห่งความสุขว่า “สัญญาว่าจะดูแลพี่แพรวและครอบครัวให้ดีที่สุด จะเป็นคู่คิดและเป็นแรงใจให้กันแบบนี้ตลอดไป”

ทันทีที่มีการเผยแพร่ภาพงานแต่งงานออกไป แฟนคลับของทั้ง “ซัน” และ “แพรวพราว” ต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นร่วมยินดีผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่กล่าวว่าเป็นคู่ที่ดูเหมาะสมและลงตัว พร้อมอวยพรให้ทั้งคู่มีชีวิตคู่ที่ราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยความสุข

อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท

อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท

อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

19 มกราคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลังนักแสดงหนุ่ม แน็ก ชาลี ยื่นฟ้องพี่สาวทั้ง 4 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา อันส่งผลให้ชื่อเสียงได้รับความเสียหาย โดยก่อนหน้านี้ ทนายนิด้า ศรันยา ทนายความชื่อดัง ซึ่งรับหน้าที่ดูแลคดีให้กับพี่สาวทั้ง 4 คน ออกมาเปิดเผยว่า ลูกความรู้สึกตกใจอย่างมากกับการถูกน้องชายฟ้องร้อง และคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ไม่มีการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ซึ่งมีโทษสูงถึงจำคุก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 แน็ก ชาลี ได้เคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวระบุว่า “อายุก็เยอะกันหมดแล้ว คิดกันไม่ได้ รวมกันก็ตั้งหลายหัว อยู่กันเงียบๆ ชีวิตก็ดีอยู่แล้ว ชอบกระแสกันมาก สุดท้าย กระแสคงไม่ได้ดีแบบที่ประชุมกันไว้ เลยทําให้มีเรื่องเครียด พาลโทษคนอื่นไปเรื่อย ทําไมไม่โทษตัวเองกับทนายของตัวเองก่อนบ้าง ว่าไม่ต้องพูด หรือคิดดีๆ ว่ารอบนี้กระแสมันเกิดจากอะไร ที่ทำให้ต้องมาเครียดกันอยู่แบบนี้ จะได้ไม่ต้องมาพาลโทษคนอื่นไปเรื่อย คิดกันให้ได้ แค่นี้เอง คิดได้ก็ไม่ต้องมานั่งนอนเครียดแล้ว มีคำพูดดีๆ สวยๆ กว่านี้เยอะที่จะพูด แต่ถ้าชอบใช้ชีวิตกันแบบนี้ก็เอาใหม่นะ สลับๆ กันไป กระแสดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

เตือนใครจะพิมพ์อะไร ก็ระวังกันด้วยนะครับ บางคนยิ่งหิว ๆเงินกันอยู่ เดี๋ยวต้องมาเสียเงินเสียเวลาโดยใช่เหตุเพราะเรื่องไร้สาระ แบบนี้ ! ดูให้เป็นเรื่องตลกๆ ออนไลน์ เสียเวลาชีวิตเล่นๆ กันไปก็พอนะครับ ขออภัยทุกๆ คนด้วย ที่ข่าวไม่มีประโยชน์แบบนี้มารบกวนชีวิตหลายๆ คน”

ที่มา : @charliepotjes

‘กระแต-โตชิ’ตอบคำชาวเน็ต ‘นานา-เวย์’เคยยืมเงินไหม? แจงขอโทษ!อดีตต้นสังกัด ปมร้องเพลงตัวเองผิดลิขสิทธิ์จริงไหม?

'กระแต-โตชิ'ตอบคำชาวเน็ต 'นานา-เวย์'เคยยืมเงินไหม? แจงขอโทษ!อดีตต้นสังกัด ปมร้องเพลงตัวเองผิดลิขสิทธิ์จริงไหม?

‘กระแต-โตชิ’ตอบคำชาวเน็ต ‘นานา-เวย์’เคยยืมเงินไหม? แจงขอโทษ!อดีตต้นสังกัด ปมร้องเพลงตัวเองผิดลิขสิทธิ์จริงไหม?

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

กลายเป็นเรื่องร้อนฉลองคืนข้ามปี สำหรับกรณีของ “KT กระแต” ที่ไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้บนเวที เนื่องจากติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ จนกลายเป็นดรามาว่าเพลงตัวเอง แต่ทำไม? ร้องไม่ได้ ล่าสุดได้ควงแขนว่าที่สามี “โตชิ” มาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 อัปเดตว่าได้มีการขอโทษกับอดีตต้นสังกัดแล้ว พร้อมเผยได้เจอ “นานา-เวย์” เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ได้เอาขันธิเบตไปฝากให้ชำระล้างจิตใจ ให้สิ่งไม่ดีออกไป แจงยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่เคยขอยืมเงิน 

กระแต : Bangkok city เอ็มวีตัวนี้ลงทุนกว่า 5 ล้านบาท เราอยากให้เพลงนี้เป็นซอฟพาวเวอร์ คำว่าซอฟพาวเวอร์ มันไม่ได้เป็นคำที่สวยหรู แต่มันมาจากจิตวิญญาณของความเป็นคนไทย อยากให้ทุกคนรักความเป็นไทยแลนด์ อยากให้เพลง Bangkok city เป็นเพลงซิกเนเจอร์ของประเทศไทย อยากให้ฝรั่งเข้ามาดูเอ็มวีตัวนี้ เค้าจะได้รู้ว่าประเทศไทยมีอะไรดี มันมีทั้งศิลปะ วัฒนธรรมความเป็นไทย และเราได้โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานกับแม่เจโล แม่บียอนเซ่ มาร่วมทำงานกับเรา และเราก็ได้นำเพลงนี้ไปสู่สายตาระดับโลก ผ่านเวทีมิสยูนิเวอร์ส ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดปลายปีที่ผ่านมา

อย่างดราม่าล่าสุดที่เราไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้บนเวที?

กระแต : เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น คือตอนนั้นที่บนเวที เราก็เล่นมุข แล้วเราก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ ปกติแล้วแตร้องเพลงตัวเองได้ แต่มันเป็นดราม่าเพราะว่า ทุกคนด่าค่ายเก่า ว่าทำไมใจร้าย ทำไมถึงไม่ให้เค้าร้องเพลง แต่จริงๆร้องได้ แต่บางงานก็ไม่สามารถร้องได้ เนื่องจากว่าเจ้าภาพจะต้องไปขอลิขสิทธิ์เอง ซึ่งมันมีเงื่อนไขตามบริษัทของเค้าอยู่แล้ว และงานที่เป็นเฟสติวัลที่มีการเก็บเงินค่าบัตร มันคือเชิงพาณิชย์ ซึ่งทางเจ้าภาพที่เราไปในงานวันนั้นเค้าอาจจะยังไม่ได้คุยกัน เราก็เลยไม่สามารถร้องได้ มันก็สามารถร้องได้ 7 คำ ตามเงื่อนไข แล้วพอเราโพสต์ไป ก็มีคนไม่เข้าใจหลายคน ดราม่าไปว่าทำไมค่ายเก่าถึงไม่ให้ลิขสิทธิ์เรา แล้วผู้ใหญ่ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็รู้สึกว่าทำไมฉันดูเป็นคนใจร้ายหรอ จริงๆ แตก็มีส่วนผิด ที่เราไม่ได้อธิบายบนเวที บนเวทีมันแป๊บเดียว และบางคนก็ถามว่าทำไมแตถึงไม่ซื้อลิขสิทธิ์เอง คือมันเป็นเรื่องของธุรกิจ แล้วตอนนี้เราก็เป็นนักธุรกิจเองด้วย และบางอย่างมันไม่สามารถขายขาดได้ แต่อดีตต้นสังกัดเค้าก็อนุญาตให้เราร้องได้ ถามว่าเราเคยขอซื้อไหม แต่เขาไม่ได้ขาย ความเข้าใจของเรา คือเราได้ร้อง แต่คนอื่นก็ตีกันไปเองว่าเราไม่สามารถร้องได้ ประมาณนั้น 

แล้วทางต้นสังกัดเดิมเค้าว่ายังไงบ้าง ?

กระแต : เค้าก็น้อยใจ เค้าก็โทรหาเรา เราก็ขอโทษ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเป็นเด็กดีมาตลอด 20 ปี ที่อยู่อาร์สยาม แล้วเราก็เต็มที่แล้วเราก็รักบ้านนี้ เพราะว่าเป็นบ้านอีกหลังของหนู ก็มีการคุยกัน เคลียร์ใจกัน เขาก็เข้าใจกัน 

แล้วในอนาคตจะมีการซื้อลิขสิทธิ์ขาดไหม ?

กระแต  : อันนี้ก็ต้องไปถามที่อดีตที่ต้นสังกัด (ยิ้ม) ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เลิฟกันดี

แล้วล่าสุดได้เจอพี่สนิท  อย่าง “นานา-เวย์” เป็นยังไงบ้าง?

กระแต : ปกติเราก็ไปเบิร์ดเดย์พี่เขาทุกปี ต้องเล่าก่อนว่าแตกับครอบครัวพี่นานา เราช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ในทางของเพลง ทำเพลงด้วยกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเค้ามันเป็นยังไงบ้าง ผิดหรือถูก คนเราอาจจะหลงทางกันได้ อันนี้เราก็ไม่ทราบ แต่กับแต เค้าน่ารักกับเรา เค้าเป็นพี่ชายพี่สาวที่ดีกับเรามาโดยเสมอ มันเป็นการช่วยเหลือกันมาโดยตลอด

โตชิ  : เราก็ให้กำลังใจ คนเรามันก็พลาดกันได้ ประเด็นคือถ้าคุณพลาดแล้ว คุณจะรับผิดชอบหรือเปล่า ถ้าคุณรับผิดชอบได้ ผมก็เป็นกำลังใจให้คุณ แค่นั้นเองครับ

สภาพจิตใจของพี่ๆ เขาเป็นยังไงบ้าง ?

กระแต  : เค้าก็สู้สุดๆ แต่เจอพี่เค้าล่าสุด เค้าก็น่ารักเหมือนเดิม เราก็มีพลังบวกให้กัน ทุกปัญหามีทางออกเสมอ แม่เคยมาถึงจุดนี้ได้ แล้วจะได้ไปต่อมันก็ไม่ยาก ซึ่งมันจะยากจากคนที่จากศูนย์แล้วขึ้นไป แต่แม่มาอยู่จุดนี้ และการที่แม่ล้ม แล้วแม่จะกลับมายืนจุดเดิม มันกลับมาได้อยู่แล้ว เป็นกำลังใจให้ เพราะว่าเรายังโชคดีกว่าอีกหลายคน และการที่เค้าเจอศึกหนักมาเยอะ เราก็พยายามส่งพลังบวกอย่างเดียว และเราก็เอาขันทิเบตไปให้เค้าตี เพราะด้วยบรรยากาศแล้ว มันเงียบสงบ ให้ซึมซับพลังงานธรรมชาติ ไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ดินน้ำลมไฟ บรรยากาศบริสุทธิ์ ช่วงนั้นที่ไปคืออากาศดีมาก อยากให้เค้าล้างพลังงาน ให้เค้าเคลียร์ แล้วก็ชาร์จไปในตัว แล้วคลื่นเสียงพวกนี้มันคืออ้างอิงจากทางวิทยาศาสตร์ มันสามารถทำให้เราผ่อนคลาย แล้วก็รีแล็กซ์ได้ เพราะเราก็ศึกษาเรื่องนี้มา พลังงานจักรวาล เราเชื่ออย่างนั้น มันทำให้เรารู้สึกว่าทำให้เขาสู้ต่อได้ ซึ่งการที่เราทำแบบนี้ เราไม่รู้หรอกว่าเราจะได้อะไร แต่เราจะทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ 

แล้วตอนนั้นที่เราไปเม้นให้กำลังใจในช่วงที่เค้าเจอดราม่า  ทัวร์ก็เลยมาลงที่เรา?

กระแต  : คนก็เข้ามาถามว่าทำไมเราถึงไปให้กำลังใจเขา ก็คนที่เค้าโดน หนูก็ไม่ได้สนิท หนูไปพิมพ์ให้กำลังใจเขาก็แปลกๆ อยู่นะคะ (ยิ้ม) และการที่เราไปให้กำลังใจเขา มันเป็นความรู้สึกดี อยากให้เขาสู้ต่อ อย่างน้อยในวันที่เขาไม่มีใคร พี่หันมาพี่ยังเจอพลังบวกจากหนู แต่ก็มีคนไม่เข้าใจเยอะ มีหลายเม้นท์ ซึ่งเราจำได้ว่ามีคนเม้นว่าปกติใช้เครื่องสำอางกระแตนะ แต่พอมาเม้นให้กำลังใจแบบนี้ ขอเลิกใช้ดีกว่า ซึ่งปกติเราก็มีดราม่าตลอด แต่คอมเม้นท์ ที่มาคอมเม้นท์ว่าเรา เราก็จะอ่านเพื่อพิจารณา แล้วก็วางลง ไม่ได้มาเก็บเอาไว้ ถามว่าคอมเม้นต์นี้รู้สึกไหม อุ๊ย แรงนะ แต่เราเป็นคนคิดบวก แต่เค้าก็ไม่ผิดที่เม้นแบบนี้ ก็เคารพการตัดสินใจของเค้า ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่อยาก Support ไม่รักแตแล้ว ไม่เป็นไรเลย แต่เชื่อเลยว่าสักวันนึงพี่ก็จะเข้าใจหนู

มีคนเม้นท์ ”แล้วทำไม “พี่กระแต“ ถึงไม่ให้ ”พี่นานา“ ยืมตังค์ไปใช้หนี้เขา“ ?

กระแต : (หัวเราะ) ซึ่งมันมีหลายเม้นมากที่ถามมาแบบนี้ คือเอาอย่างนี้นะคะ ถ้าเค้าจะยืมเค้าคงยืมแล้ว เค้าไม่เคยเอ่ยยืมเงินกระแตเลย คนเรามันไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แตก็มีส่วนดี แต่ก็มีส่วนเลว เราเลือกที่จะรักในส่วนที่ดี แต่เราไม่ได้เจอในส่วนที่มีปัญหากับเขา ซึ่งพี่เค้าน่ารักมากเค้าไม่เคยพูดเรื่องเงินกับกระแตเลย 

และเรายังเอาสินค้าของเราไปให้พี่เค้าปักตะกร้าขาย ?

กระแต  : จะได้ช่วยกัน จะได้หมดหนี้เร็วๆ เราก็ให้ค่าคอมจุกๆ เลย อยากให้แม่เขาสู้ 

และอีกหนึ่งเรื่อง ถ้ายอดขายทะลุ 1,000 ล้าน จะแต่งปลายปีนี้?

โยชิ  : ทะลุไปเรียบร้อยแล้ว

กระแต  : มันเป็นการตั้งเป้าของเราเมื่อปีที่แล้ว แต่หลายคนก็บอกว่าเราหน้าเงินจังเลย ถ้าไม่พันล้าน เราไม่แต่งหรอ แต่จะอธิบายว่ามันเป็นการชาเลนจ์ตัวเอง คิดว่าเราจะทำได้ไหม ซึ่งมันก็จะเยอะเลย ใครจะไปรู้ว่าวันนึงเราจะทำได้ จากสิบ เป็นร้อย เลยลองพันไหม แล้วพอมันพันนึง มันขึ้นมาได้ทุกอย่างเพราะว่าตัวเราเอง เรียกได้ว่าเราขายวิญญาณ เหนื่อยมาก 

แสดงว่าเราต้องได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้น่ะสิ?

โตชิ : ก็น่าจะสิ้นปีนี้ครับ

กระแต : ช่วงนี้เราโปรเจคเยอะมาก เพราะว่าเราก็ไม่มีเวลาที่จะคุยกันเรื่องแต่งงาน 

โตชิ : ก็คือเปิดมาแล้วอาฟเตอร์ปาร์ตี้เลย 

กระแต : หนูสวัสดีซัก 10 นาที แล้วก็สนุกสนานเลย 

แต่เห็นว่าล่าสุดเลือกจะเก็บไข่มากกว่า?

กระแต : ปีนี้ 39 ก็กินเด็กมันก็ดีแบบนี้แหละ เราก็รู้สึกว่าเราอยากมีครอบครัว อยากมีน้อง คิดว่าไม่เกินสองปี เราจะมีน้อง ก็เลยรู้สึกว่าจะ 40 แล้วเราก็เลยไปเก็บไข่ไว้ก่อน แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนชีวิต เพราะว่าเรานอนน้อย ร่างกายมันเหนื่อย กลัวน้องไม่สมบูรณ์ หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา เราจะเปลี่ยนจากการนอนตีสอง มานอนสี่ทุ่ม ตื่นเช้า 6 โมง เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ สุขภาพต้องสำคัญ 

โตชิ : ซึ่งเราตั้งเป้าว่าเราอยากมีสองคน

กระแต : อยากมีลูกแฝดไปเลย 

ล่าสุดสินค้าเราโดนก๊อปปี้ ?

กระแต  : ใช่ค่ะ แตถึงกับร้องไห้ เราเข้าใจว่าแบรนด์เนมใหญ่ๆ เค้าก็โดนก็อป แต่เราเสียใจตรงที่ว่า ลูกค้าจะได้สินค้าก๊อปไป เพราะว่ามิจฉาชีพเค้าเอาหน้ากับเสียงของเราไป แต่ส่งสินค้าไปอีกแบบนึง ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด ซึ่งส่งมาจากประเทศจีน และบางท่านก็ไม่รู้ เห็นว่าราคาถูก สุดท้ายก็มาคอมเม้นต์ในเพจของเรา บอกว่าอย่าไปซื้อนะ สินค้าไม่ตรงปก ทั้งๆ ที่นั่นคือของปลอม แล้วก็มีคนเข้าใจผิด จนบอกว่า “ดีนะ อ่านคอมเม้นต์ก่อน” มันทำให้เราจี้ด ซึ่งเราก็ดำเนินทางกฎหมาย แต่สิ่งที่เราทำได้ก่อนก็คือเราแจ้งแล้วก็เตือนผู้บริโภคหลายคนผ่านเพจของเรา แต่มันก็ดำเนินคดียากเพราะว่ามันมาจากต่างประเทศ ต่อให้ปิด แล้วเขาก็เปิดใหม่ มันก็ลำบากอีก

สมหวังที่สุด! ปุยฝ้าย เฉลยเพศลูก ทำสามีถึงกับร้องไห้หนัก

สมหวังที่สุด! ปุยฝ้าย เฉลยเพศลูก ทำสามีถึงกับร้องไห้หนัก

สมหวังที่สุด! ปุยฝ้าย เฉลยเพศลูก ทำสามีถึงกับร้องไห้หนัก

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.55 น.

แอบลุ้นกันมานานหลายเดือน สำหรับนักร้องสาวเสียงใส “ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์” หรือ ปุยฝ้าย AF4 กับเพศของทายาทคนแรกที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย

ล่าสุด ปุยฝ้าย ได้ควงแขนสามี ตาม เธียรวิชญ จัดงานเฉลยเพศลูก (Gender Reveal) เชิญเพื่อนพ้องคนสนิทมาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยทั้งคู่เผยว่า เพิ่งทราบผลไปพร้อมกับทุกคนในงานเช่นกัน

ช่วงเวลาสำคัญเมื่อ ปุยฝ้ายและตาม ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง ปรากฏว่าเป็นสีชมพู ซึ่งหมายถึง ลูกสาว สร้างความดีใจให้กับทุกคนในงาน โดยเฉพาะว่าที่คุณพ่ออย่างหนุ่มตาม ที่ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความปลื้มใจสุดๆ

หลังจากนั้น ปุยฝ้าย ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า สามีอยากมีลูกสาวมากเป็นพิเศษ และวันนี้ก็ถือว่าได้สมหวังดังที่ตั้งใจไว้ ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีและบรรยากาศอบอุ่นจากคนใกล้ชิด