เปลี่ยนป้ายขาวแล้ว! นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบฯ คอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์น้ำมัน

เปลี่ยนป้ายขาวแล้ว! นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบฯ คอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์น้ำมัน

เปลี่ยนป้ายขาวแล้ว! นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบฯ คอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์น้ำมัน

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบฯ วันที่ 3 เปลี่ยนป้ายขาวแล้ว ก่อนคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์น้ำมันแต่ละจังหวัด 

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขับรถรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น BYD Sealion 7 สี Shark Grey  เข้าทำเนียบฯ เป็นวันที่ 3 โดยวันนี้เปลี่ยนจากทะเบียนป้านแดง ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร เป็นป้ายขาวทะเบียน จต 32 กรุงเทพมหานคร

จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ บนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ร่วมด้วย เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันในแต่ละจังหวัดว่าแต่ละพื้นที่มีการขาดแคลนหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับส่วนกลาง พร้อมทั้งในที่ประชุมจะมีการกำชับให้ตรวจสอบปัญหาการกักตุนและการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศในแต่ละพื้นที่ด้วย

เส้นทางการเมือง ‘บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล’ ก่อนสะดุดปม ‘จริยธรรม’

เส้นทางการเมือง 'บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล' ก่อนสะดุดปม 'จริยธรรม'

เส้นทางการเมือง ‘บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล’ ก่อนสะดุดปม ‘จริยธรรม’

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

ใครจะคาดคิดว่า เส้นทางการเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีของ “รัฐมนตรีปุ๋ง-สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” จะสะดุดลงในวันที่อาณาจักรการเมืองของ “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” เบ่งบานที่สุดในเวลานี้

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 “กำนันป้อ- วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” นำ สส.นครราชสีมาเข้ามาได้ถึง 8 เขต จาก 10 เขตที่เป็นชัยชนะของพรรคเพื่อไทย รวมกับ สส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คือ “รัฐมนตรีปุ๋ง” ลูกสาวคนโต รวมเป็น 9 สส.ในการดูแลของ “กำนันป้อ”

ไม่เพียงเท่านั้นที่อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง ที่ “มาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” น้องสะไภ้กำนันป้อ และเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ “มาดามหน่อย – ยลดา หวังศุภกิจโกศล” ภรรยา “กำนันป้อ” ซึ่งปัจจุบันดำรงแหน่งนายกอบจ.นครราชสีมา ตั้งมากับมือ ก็กวาดเก้าอี้ สส. มาได้ถึง 4 เขต รวมตัว มาดามกบ เองที่เป็น สส.เขต9 อุบลราชธานีด้วย และยังมีที่ สุราษฎรธานีอีก 1 ที่นั่ง คือ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” บุตรสาวของ “ชุมพล-โสภา กาญจนะ” บ้านใหญ่แห่งเมืองสุราษฎร์ธานี  เมื่อรวมกับ “กังฟู วสวรรธน์ พวงพงศรี” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นหลานรักของ “มาดามหน่อย-มาดามกบ” ก็เป็น 6 ที่นั่ง

เท่ากับว่าอาณาจักร “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” มี สส.อยู่ถึง  15 คน

เส้นทางการเมือง “หวังศุภกิจโกศล” ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มต้นเมื่อ “กำนันป้อ” เข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยในปี 2562 แต่ต้องย้อนไปถึงปี 2542 เมื่อ “มาดามกบ” เริ่มชีวิตการเมืองท้องถิ่น เป็นนายกเทศมนตรีเสิงสาง เขตพื้นที่ตั้งของ บริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรมจำกัด ที่ตกทอดมาจากรุ่นบุกเบิกคือ “เจ้าสัวบักเอี่ยม” เตี่ยของ “กำนันป้อ”
และเมื่อปี 2549 “เสี่ยบู๊ สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” น้องชาย “กำนันป้อ” และสามีของ “มาดามกบ” ก็ได้เป็น สว.นครราชสีมา

กระทั่งปี 2550 ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ก็เริ่มปักหลักในสนามการเมืองระดับชาติ โดย “มาดามกบ” ได้เป็น สส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ทว่าในปี 2554 “มาดามกบ”  ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก

ปี 2562 “กำนันป้อ” เข้าร่วมพรรคภูมิไทย นำ สส.นครราชสีมา เข้ามาได้ 3 คน และตัวเองได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมทั้งได้เข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ และ รมช.คมนาคม ในเวลาต่อมา และปี 2563 “มาดามหน่อย” ก็ชนะเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.นครราชสีมา ครองตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน

ปี 2566 “กำนันป้อ” ย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย จับมือกับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กวาด สส.นครราชสีมา 12 ที่นั่ง ขณะที่ “มาดามกบ” ตั้งพรรคไทรวมพลัง ส่งสมัคร สส.อุบลราชธานี 2 เขต กวาดมาได้ทั้ง 2 เขต

ทว่าตอนนั้น “กำนันป้อ” เลือกไปอยู่หลังฉาก ให้ลูกสาว “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ลาออกจากกรรมการผู้จัดการบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด มาเป็นรัฐมนตรีโดย “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เป็นรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 3 กระทรวง คือ รมว.อว. รมว.วัฒนาธรรม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คาดการณ์กันว่า “สุดาวรรณ” จะได้รับตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) หากแต่เส้นทางก็สะดุดลงเมื่อ ดีเอสไอ ได้ออกหมายเรียก “กำนันป้อ-มาดามหน่อย-สุดาวรรณ” 3 คนพ่อแม่ลูก พร้อมด้วยบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงฯ โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ไปรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐซึ่งเป็นที่ป่าและที่สาธารณประโยชน์ (ที่หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี)

โดย “กำนันป้อ” พร้อมด้วย “วีรียา หวังศุภกิจโกศล” บุตรสาวคนเล็กในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงฯ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในวันที่ 20 มีนาคม ส่วน “มาดามหน่อย” ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 30 เมษายน ขณะที่ “สุดาวรรณ” ขอเลื่อนไปจนจบสมัยประชุมรัฐสภา

คดีนี้มีการเริ่มสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ “กำนันป้อ” มองว่าเขาและครอบครัวกำลังโดนเล่นงานด้วยสาเหตุทางการเมือง 

แม้คดียังไม่สิ้นสุด แต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เคยบอกไว้ว่า จะหยิบเรื่องคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มาพิจารณาอย่างเคร่งครัด ทำให้เส้นทางของ “สุดาวรรณ” ต้องสะดุดลง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวล่าสุดว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอ “นิกร สมกลาง” สส.เขต 8 นครราชสีมา สามีของ “สุดาวรรณ” ไปดำรงตำแหน่งแทนตามโควต้า ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่จุดยุติทางการเมืองของ “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” และอาณาจักร “เอี่ยมเฮง” แต่อย่างใด.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

กัมพูชายังไม่จ่ายสักบาท อดีตบิ๊กข่าวกรอง บุกปั๊มกันทรลักษ์ ทวงถามความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสีย

กัมพูชายังไม่จ่ายสักบาท อดีตบิ๊กข่าวกรอง บุกปั๊มกันทรลักษ์ ทวงถามความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสีย

กัมพูชายังไม่จ่ายสักบาท อดีตบิ๊กข่าวกรอง บุกปั๊มกันทรลักษ์ ทวงถามความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสีย

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะลงพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อย้อนรอยโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ที่นี่ที่ผมไปยืนถ่ายภาพหน้าห้างสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน​ คือปั้มน้ำมันที่ถูกลูกปืนจากจรวดบีเอ็ม​ 21 ของเขมรเมื่อเช้าวันที่​ 23​ กรกฎาคม​ ที่อำเภอกัณทร​ลักษณ์​ ศรีสะเกษ​ ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตทันที​
7​ คน​ บาดเจ็บ​ 14​ คน​ ภาพที่สะเทือนใจคือแม่และ ลูกน้อย​ 2 คนเสียชีวิตพร้อมกัน​ ห้างสะดวกซื้อและปั้มน้ำมันเสียหาย ได้สอบถามพนักงานเพื่อสอบถามว่า​ มีพนักงานใน

วันเกิดเหตุเพื่อซึมซับประสบการณ์​ แต่ไม่ใครเหลืออยู่เลย แต่มีประเด็นว่า​ รัฐบาลกัมพูชายังไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายเลยที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตและเสียทรัพย์แม้แต่บาทเดียว​ และถามแทนเจ้าของกิจการว่า รัฐบาลไทยได้เยียวยาให้เจ้าของปั้มน้ำมันบ้างหรือไม่​ เพียงพอไหม”

นันทิวัฒน์ สามารถ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน โดยส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของคู่กรณีและการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เช่น

“ขอบคุณมากค่ะที่เป็นเสียงแทนประชาชน”

“เศร้าใจ ลืมกันไปแล้ว”

“ขอบคุณท่านทั้งสองที่เป็นสะพานให้เพื่อนๆได้มีโอกาสแสดงความห่วงใยทหารรั้วของชาติ”

“นี่อีกเรื่อง เขมร ยังไม่รับผิด และ รับผิดชอบใดๆ #อยากเห็นรัฐบาลดำเนินเรื่องนี้ อย่าละวาง องค์กร สิทธิมนุษยชนโลก ทั่วโลก และ ที่เห่าหอนอยุ่มากมาย ในไทย ได้ ออกแถลง ประนามการกระทำของเขมร หรือยัง เรียกร้อง ให้เขมรชดใช้ให้ไทย หรือยัง #UNSC #UN #UNHCR รู้ และ เรียกร้องความเป็นธรรมอะไรให้ไทยหรือยัง เอาแค่เรื่อง สิทธิมนุษยชน ก็พอ! รอฟัง เช่นกันค่ะ”

“น้ำตาจะไหล ห่วงใย”

“#รัฐบาลอย่านิ่งนาน”

“รบ.หลานอังเคิล รับผิดชอบอะไรบ้างไหม”

“เดี๋ยวผมส่งรูปมห้ในกล่องข้อความนะครับ”

“คาใจ​เรื่องเงินเยียวยาค่ะ​ไม่เคยเห็นข่าวหรือนายกพูดเรื่องนี้เลย”

“อังคะแม ไม่รู้ไม่เห็น นางอังอัง ไร้สำนึก”

นันทิวัฒน์ สามารถ
นันทิวัฒน์ สามารถ
นันทิวัฒน์ สามารถ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart

สงสัยปล้นน้ำมัน? หมอวรงค์ ตั้งคำถาม 5 ข้อ รัฐบริหารพลาดหรือมีเงื่อนงำ?

สงสัยปล้นน้ำมัน? หมอวรงค์ ตั้งคำถาม 5 ข้อ รัฐบริหารพลาดหรือมีเงื่อนงำ?

สงสัยปล้นน้ำมัน? หมอวรงค์ ตั้งคำถาม 5 ข้อ รัฐบริหารพลาดหรือมีเงื่อนงำ?

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

27 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #สงสัยจะมีการปล้นน้ำมัน

ผมมาศึกษาข้อมูลย้อนหลัง เรื่องปัญหาน้ำมันแพง มีตัวเลขที่น่าสนใจที่ รัฐบาลแถลง ผมขอวิเคราะห์เฉพาะดีเซล เพราะมีปัญหามากที่สุด

ราคาดีเซลต่อลิตร หลังจากมีสงคราม ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ

วันที่17 มีนาคม 29.94 บาท ต่อลิตร

วันที่18 มีนาคม 30.44 บาทต่อลิตร ขึ้น50 ส.ต.

วันที่21มีนาคม 31.14 บาทต่อลิตร ขึ้น 70ส.ต.

วันที่24 มีนาคม 32.94 บาทต่อลิตร ขึ้น1.80บาท

วันที่26 มีนาคม 38.94 บาทต่อลิตร ขึ้น 6 บาท

น้ำมันเริ่มมีการเข้าคิวเติม 12-15มีนาคม และหลัง15 มีนาคม ถือว่าขาดแคลน แทบปันส่วนน้ำมัน รายละ300-500บาท และไม่เพียงพอทั้งประเทศ

รัฐบาลแถลงว่า น้ำมันเพียงพอ แต่ประชาชนตื่นตระหนก มีการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมปกติ 67 ล้านลิตร มาเป็น 84 ล้านลิตร บางวันสูงถึง 100 ล้านลิตร

แต่ในความเป็นจริง น้ำมันไม่ได้ถูกส่งลงไปที่ปั๊มน้ำมัน บางปั๊มเคยได้วันละ 12,000-24,000 ลิตร แต่ได้ 3000 ลิตรหรือ 6,000 ลิตร

ที่คลังจ่ายสมุทรสงคราม รถขนน้ำมันบางรายรอ 4-5 วัน ได้น้ำมันเพียง 15,000 ลิตร จากปกติรถเขามีความจุ 42,000 ลิตร

จากข้อเท็จจริงตามปั๊มน้ำมันต่างๆ แสดงว่าน้ำมันไม่ได้ถูกจ่ายลงไปยังปั๊มน้ำมัน และน่าจะมีการกักตุนเกิดขึ้นจริง จากผู้ค้ารายใหญ่

แต่รัฐบาลแก้ปัญหาจากรายงาน 3 มาตรการ

1.ไปตรวจคลังจ่ายน้ำมันขนาดใหญ่ 8 แห่ง ไม่พบความผิดปกติ

2.ให้รถน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง ทั้งๆที่รถน้ำมันไม่ได้น้ำมัน

3.ยกเลิกมาตรการ การเพิ่มการสำรองน้ำมัน ให้กลับมาเหลือ 1% เหมือนเดิม และให้มีการนำน้ำมันสำรองมาใช้ แต่น้ำมันไม่ได้ส่งไปที่ปั๊ม

ในความเป็นจริง ในช่วงที่ผ่านมา ปั๊มน้ำมันขาดแคลน ไม่มีการส่งน้ำมันมาที่ปั๊ม สิ่งที่สงสัยจึงเกิดขึ้นตามมาหลายอย่าง

1.รัฐบาลอ้างว่าปกติใช้น้ำมันดีเซลวันละ 67 ล้านลิตร แต่ประชาชนตื่นตระหนก ใช้เพิ่มวันละ 84 ล้านลิตร บางวันถึง100ล้านลิตร ข้อมูลที่แถลงนี้เป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้

2.ผมสงสัยว่าข้อมูลนี้ไม่เป็นจริง เพราะผมไปตรวจน้ำมัน ในพื้นที่ปั๊มน้ำมันต่างๆ ไม่มีน้ำมันลงมา จึงเกิดข้อสงสัยว่า ปริมาณน้ำมันที่โป่งถึง 84 ถึงร้อยล้านลิตร มันเป็นการกักตุนหรือโป่งทางบัญชีหรือไม่ คิดตัวเลขคร่าวๆเฉลี่ยประมาณ 20 ล้านลิตรจากปกติ(ผมคาดการณ์ส่วนเพิ่มจาก67ล้านลิตรที่แถลง)

3.ปกติแล้ว 67 ล้านลิตรนั้น เพียงพอต่อการบริโภคน้ำมันของประชาชน ผมตั้งข้อสงสัยว่า ลำพัง 67 ล้านลิตรนี้ก็ไม่ได้ถูกส่ง ลงไปยังปั๊มน้ำมันครบ เพราะรถน้ำมันไม่ได้น้ำมัน ปั๊มจึงไม่มีน้ำมันให้เติม อาจจะส่งลงไปเพียงครึ่งเดียว น้ำมันตามปั๊มจึงขาดแคลน คิดคร่าวๆอาจจะหายไปถึง วันละ 30 ล้านลิตร(ผมคาดการณ์)

4.จากข้อ 2 และข้อ 3 ผมจึงวิเคราะห์ว่า น่าจะมีการกักตุน จะกักตุนจริงหรือกักตุนทางบัญชี ร่วม50 ล้านลิตร(ของปกติที่ส่งน้อย และอ้างตัวเลขที่ใช้เพิ่ม) ถ้าคิดจากวันที่ขาดคือ 15 มีนาคม ถึง 25 มีนาคม 10 วัน ร่วม 500 ล้านลิตร(คาดการณ์)

5.กองทุนน้ำมันต้องชดเชยน้ำมันดีเซล โดยเฉลี่ยประมาณ 20 บาทต่อลิตร ถ้า 500 ล้านลิตร ประมาณ 10,000 ล้านบาท สงสัยถ้าวิเคราะห์ถูก เงินนี้จะไปเข้ากระเป๋าใคร

นี่คือการวิเคราะห์ของผมนะครับ โดยใช้ข้อมูลที่รัฐบาลแถลง ข้อเท็จจริงที่ลงพื้นที่ตามปั๊ม ไม่ได้กล่าวหา แต่สงสัยครับ

ศบก.เผยร่างแรงงานถึงไทยวันนี้ กต.เร่งประสานช่วย 3 ลูกเรือ รับไม่ง่าย สถานการณ์ยังรุนแรง

ศบก.เผยร่างแรงงานถึงไทยวันนี้ กต.เร่งประสานช่วย 3 ลูกเรือ รับไม่ง่าย สถานการณ์ยังรุนแรง

ศบก.เผยร่างแรงงานถึงไทยวันนี้ กต.เร่งประสานช่วย 3 ลูกเรือ รับไม่ง่าย สถานการณ์ยังรุนแรง

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ศบก.ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ย้ำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงช่วยคนไทยกลับแล้ว  1,501 คน ร่าง “ชัยวัฒน์”ถึงไทยแล้ววันนี้ ขอให้มั่นใจติดตามใกล้ชิดช่วย 3 ลูกเรือไทย ชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอมาน-อิหร่าน รับปากช่วยเต็มที่ 

วันที่ 27 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 27 มี.ค.ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์
รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรงโดยการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีไปยังกลุ่มประเทศอ่างอาหรับ (GCC) ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

นายปาณิดล กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียว่าสหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาการชะลอการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไป 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เม.ย. นอกจากนี้ ยังได้ระบุด้วยว่าการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ด้วยดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า จะชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 27 มี.ค. นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าอิสราเอลได้ระงับการดำเนินการต่อบุคคลระดับสูงของอิหร่านบางรายเป็นการชั่วคราว เพื่อคงช่องทางการติดต่อทางการทูต 

อย่างไรก็ดี รมว.กลาโหมอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้สังหารผู้บัญชาการทหารเรือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งฝ่ายอิสราเอลชี้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางทุ่นระเบิด และการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ แม้มีรายงานความพยายามในการเจรจาก็ตาม แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะที่ผ่านมาความคืบหน้าของการเจรจามีความไม่แน่นอนและยังอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา

นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการโดยเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านกับสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบของท่าน

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่หลัก และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องแรกกรณีลูกเรือ 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบเกี่ยวกับการรายงานข่าวเมื่อเช้าวันที่ 27 มี.ค.ด้วยแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามและกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายหลังจากปฏิบัติการร่วมระหว่างอิหร่านและโอมาน สามารถเข้าถึงเรือได้สำเร็จ ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการและการดำเนินการเพื่อกู้ และให้ความช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน และจะรีบแจ้งทันทีที่ได้รับการยืนยันข้อมูลความคืบหน้าของปฏิบัติการทั้งหมด

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนกรณีของอิสราเอล ร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดที่อิสราเอล มีกำหนดถึงประเทศไทยในวันที่ 27 มี.ค. เวลาประมาณ 12.45 น. โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LY 093 โดยจะมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน รับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการโดยเคร่งครัด

นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังคงติดต่อกับคนไทยในอิหร่านที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือตามความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในส่วนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด สายการบินซาลามแอร์ของโอมาน ได้ประกาศจะกลับมาทำการบินที่สนามบินดามมัม ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้า-ออก ของคนในพื้นที่ผ่านซาอุดีอาระเบีย โดยจะเริ่มบินในวันที่ 1 เม.ย.69

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่า ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับมายังประเทศไทยหรือเดินทางไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,501 คน

เมื่อถามว่า ความคืบหน้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย ที่ผ่านมาโอมานแจ้งมาบ้างหรือไม่ ติดขัดอะไร แล้วสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นตามที่สื่อรายงานกันว่าเรือหลุดไป เกยตื้นที่เกาะ Qeshm ของอิหร่าน ได้รับรายงานบ้างหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า ขอตอบเป็นภาพรวมอย่างที่รายงานไป เมื่อเช้าก็มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คงเห็นกันแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิด ขอให้มั่นใจได้เพราะเราติดต่อพูดคุยต่อเนื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งทันทีหลังจากที่ได้รับการยืนยันข้อมูล โดยรวมการดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือคนไทย 3 คน และการกู้เรือก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เราก็รู้ดีว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่สถานการณ์สู้รบ ซึ่งยังคงรุนแรงอยู่ ดังนั้น คิดว่าเราก็ต้องมีความเชื่อใจและเคารพฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายโอมานและอิหร่านรับปากว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่ามีการประสานงานกับทุกฝ่ายใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องและเกาะติด หากมีอะไรอัปเดตจะรีบแจ้งให้ทราบในทันที

วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน จี้รัฐบาลดูแลพลังงาน-ต้นทุนเกษตรให้ดีกว่านี้

วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน จี้รัฐบาลดูแลพลังงาน-ต้นทุนเกษตรให้ดีกว่านี้

วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน จี้รัฐบาลดูแลพลังงาน-ต้นทุนเกษตรให้ดีกว่านี้

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ได้ยินเสียงความเดือดร้อนหรือไม่?! ‘วิสุทธิ์’ จี้ ‘รัฐบาล’ ดูแลราคาพลังงาน-ต้นทุนเกษตรให้ดีกว่านี้ หวั่น ‘ค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง’ สวนทางรายได้ชาวบ้าน ยันพร้อมยืนข้างชาวบ้าน

วันที่ 27 มีนาคม2569 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศว่า ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบากจากภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูง ตนในฐานะผู้แทนราษฎรขอยืนเคียงข้างประชาชน และจะสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม    
      
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการดูแลราคาพลังงานรวมถึงต้นทุนด้านการเกษตรให้ดีกว่านี้  เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อเกษตรกร เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะนี้เสียงสะท้อนจากประชาชนดังขึ้นทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง จึงอยากถามไปยังผู้มีอำนาจบริหารประเทศ ว่าได้ยินเสียงความเดือดร้อนของประชาชนเหล่านี้หรือไม่ 
   
“วันนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยแต่รายได้ประชาชนไม่ได้เพิ่มตาม ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจะยืนอยู่ข้างประชาชน และพร้อมผลักดันทุกช่องทางในสภาฯ” นายวิสุทธิ์ กล่าว

สภาฯ ออกประกาศใหม่ ให้ สส. แต่งผ้าไทยเข้าประชุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูท

สภาฯ ออกประกาศใหม่ ให้ สส. แต่งผ้าไทยเข้าประชุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูท

สภาฯ ออกประกาศใหม่ ให้ สส. แต่งผ้าไทยเข้าประชุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูท

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

27 มีนาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น รวมถึงได้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในบริเวณสภาผู้แทนราษฎรให้สูงขึ้น

ดังนั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อ ๑๘๑ วรรคสอง แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๙ (๒) และ (๓) แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ 

แต่งกายช่วยชาติ

ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงออกประกาศกำหนดการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้สามารถสวมชุดผ้าไทยหรือเสื้อเชิ้ตสีสุภาพ ผูกเนกไท และสวมกางเกงผ้าขายาวหรือกระโปรงสีสุภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องสวมสูท ทั้งนี้ จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ

ศบก.เผยผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบผิดปกติ นายกฯ ปรับแผนส่งออกไป สปป.ลาว

ศบก.เผยผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบผิดปกติ นายกฯ ปรับแผนส่งออกไป สปป.ลาว

ศบก.เผยผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบผิดปกติ นายกฯ ปรับแผนส่งออกไป สปป.ลาว

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ นายกฯสั่งพิจารณาปรับแผนส่งออก ที่กลั่นเองให้ใช้ในประเทศ แล้วนำจากตปท.ไปให้ สปป.ลาวแทน

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีคลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพาณิชย์จังหวัดดำเนินการร่วมกัน จำนวน 22 จุด ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปางพิษณุโลก ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจในส่วนจ๊อบเบอร์ ทั้งจ๊อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันและไม่มีคลังน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ ในส่วนที่มีคลังน้ำมัน พบน้ำมันที่อยู่ในคลังเหลือติดคลังเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นลิตร ส่วนที่อยู่ในแต่ละจ๊อบเบอร์เป็นน้ำมันที่กำลังอยู่ระหว่างการขาย การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายของจ๊อบเบอร์ที่ได้มีการบันทึกไว้ ถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติ สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ จ.สงขลา คือ บริษัท ปตท. และเชลล์  ก็พบว่า ทั้ง 2 คลังมีน้ำมันเหลือติดคลังไม่ถึง 50% หรือประมาณ 10 ล้านลิตร จากความจุของของคลังที่จุได้ 25-28 ล้านลิตร จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด มีการซื้อขาย และจัดส่งน้ำมันออกไปถูกต้อง ไม่มีข้อมูลที่ผิดปกติ และการส่งน้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีปริมาณการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้น และมีการติดประกาศราคาเรียบร้อย

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ที่มีการสำรวจสถานีน้ำมันทั่วประเทศ ประมาณ 550 แห่ง พบว่า ปั๊มน้ำมันที่มีน้ำมันหมดลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 450 กว่าแห่ง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 390 กว่าแห่ง โดยจะมีการสำรวจทุกวันตอนกลางคืน และช่วงเช้าจะมีน้ำมันเติมเข้าไป ให้บริการได้ต่อเนื่อง

นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 – 18 มี.ค. มีประมาณ 3.4 พันล้านลิตร ส่วนช่วงวันที่ 20 – 25 มี.ค.เข้ามาอีกประมาณ 878 ล้านลิตร รวมแล้วประมาณ 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย. ทั้งนี้ เรามีแผนการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. จะมีน้ำมันเข้ามา อีกประมาณ 4 ล้านบาร์เรล เดือน เม.ย. จะมีเข้ามาใหม่อีกประมาณ  24 ล้านบาร์เรล และเดือน พ.ค. ผู้ค้าอย่าง ปตท. ได้มีการทำสัญญาแล้ว และเตรียมส่งมอบประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรล ซึ่งจะมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ

นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่เราส่งออกไป 2 ประเทศคือ สปป.ลาว และเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 มี.ค. ส่งไป สปป.ลาว ประมาณ 4.6 ล้านกว่าลิตรต่อวัน เมียนมา 2 แสนกว่าลิตรต่อวัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริว่า น้ำมันที่เราผลิตและกลั่นได้ในประเทศ อยากเอาเก็บให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ จึงมอบหมายให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบ โดยอาจนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาวแทน แทนที่จะเอาน้ำมันที่กลั่นในประเทศส่งไปที่ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น อย่างน้อยจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานได้อีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้กำลังดูรายละเอียด

สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

“สภาพัฒน์” จ่อชงรัฐบาลใหม่ เร่งคลอด “คนละครึ่ง เฟสใหม่” หลังแถลงนโยบาย ก่อนวางงบฯ 70 ทำเฟสต่อไป เพื่อช่วยประชาชนท่ามกลางวิกฤตสงคราม

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เตรียมจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตพลังงาน โดยนอกเหนือจาก 7 มาตรการ ที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ที่เป็นการพุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่งและผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งไม่ให้กระทบกับราคาสินค้ามากและไม่ทำให้เงินเฟ้อขึ้นเยอะนั้น

ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มคนชั้นกลาง ที่กำลังมีการเรียกร้องอยู่ในขณะนี้ ได้มีการเตรียมไว้หมดแล้ว ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา สิ่งที่ควรจะเริ่มดำเนินการทันที อาทิ โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งต้องเร่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟส หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็ม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องดูในเรื่องของงบประมาณประกอบด้วย จากนั้นจะต้องเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และจึงค่อยดำเนินการโครงการคนละครึ่ง เฟสถัดไป

พาณิชย์จ่อเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม มะพร้าว-ปลากะพง รอประชาพิจารณ์ก่อนชง ครม.

พาณิชย์จ่อเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม มะพร้าว-ปลากะพง รอประชาพิจารณ์ก่อนชง ครม.

พาณิชย์จ่อเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม มะพร้าว-ปลากะพง รอประชาพิจารณ์ก่อนชง ครม.

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.25 น.

เมื่อเวลา 11.05 น.นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงมาตรการในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในด้านค่าครองชีพ สินค้าอุปโภค บริโภค ว่ากระทรวง พาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัด ลงพื้น ที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควรหรือกักตุนสินค้า ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศตั้งแต่ วันที่ 1 – 26 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 รวม 410 คำร้อง และได้ตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 200 กว่าคำร้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายราคาเกินควร คือไม่ได้สัดส่วนกับต้นทุนที่สูงขึ้นจำนวนทั้งหมด 44 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารต้นทุนจากผู้ที่ถูกร้องมาวิเคราะห์แล้ว หากพบว่ามีการจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควรจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด 

นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากทั่วโลก ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนภาคธุรกิจ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ผู้ค้าและผู้บริโภคให้สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ โดยมาตรการแรก คือโครงการไทยช่วยไทย เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า (โมเดิร์นเทรด)  ซึ่งโครงการจะเริ่มวันที่ 1 เม.ย. ​ ซึ่งห้างสรรพสินค้ามีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงจะร่วมมือกับทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ซึ่งจะมีการคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ สินค้าเป้าหมายที่จะนำมาจำหน่าย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะเป็นพวก สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ จะนำมาลดราคาสูงสุด ถึง 50%  ส่วนกลุ่มสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำ มันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะนำมาลดราคาสูงสุดถึง 25% ซึ่งเราจะนำเสนอทางเลือกสินค้าราคาประหยัดที่ยังคงมีคุณภาพ และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นของประชาชนควบคู่กับการสร้างการรับรู้ และการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า นอกจากนี้โครงการไทยช่วยไทย ยังช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย เช่น โชว์ห่วย รับสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตรายใหญ่มาจำหน่าย เพิ่มกำไรส่วนต่างให้กับลูกค้าปลีกรายย่อย 

พาณิชย์จ่อเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม

นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า มาตรการที่ 2 คือ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพให้กับประชา ชน ซึ่งเป็นโครงการที่เรามีอยู่แล้วและทำต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ กระทรวงพาณิชย์จะขยาย จุดจำหน่ายธงฟ้า สินค้าจำเป็นในราคาพิเศษทั่วประเทศให้ครอบคลุม ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และ ระดับชุมชนเป็นการเพิ่มความถี่ และเชื่อมโยงกับโครงการไทยช่วยไทยด้วย ควบคู่กับการใช้บัตร สวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาริชย์จะทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันว่า จะจัดที่ไหน เมื่อไหร่ และจัดกี่วัน นอกจากนี้จากประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ก็จะมีการพิจารณาเพิ่ม รายการสินค้าควบคุมในห้วงเวลาที่ผันผวน และยกระดับมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการให้ เข้มข้นขึ้น เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชนได้อย่างใกล้ชิดขึ้น โดยมีแผนปรับสินค้าควบคุมจากเดิม ที่มี 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยขอความเห็นชอบเพิ่ม 7 รายการ ซึ่งในส่วนของเม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุเครื่อง ซอสปรุงรส ได้มีการทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของมะพร้าวอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพงขาว กากถั่วเหลือง อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ประมาณ 7-15 วัน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ กกร.และเข้าที่ประชุมครม.ต่อไป

พาณิชย์จ่อเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม

แฟ้มภาพ