เท้ง แท็กทีม ช่อ พรรณิการ์ ลุยหาเสียงเชียงราย ชงแก้ฝุ่นพิษเร่งด่วนเป็นระบบ

เท้ง แท็กทีม ช่อ พรรณิการ์ ลุยหาเสียงเชียงราย ชงแก้ฝุ่นพิษเร่งด่วนเป็นระบบ

เท้ง แท็กทีม ช่อ พรรณิการ์ ลุยหาเสียงเชียงราย ชงแก้ฝุ่นพิษเร่งด่วนเป็นระบบ

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.35 น.

“เท้ง ณัฐพงษ์” แท็กทีม “ช่อ พรรณิการ์” ลุยเชียงราย ช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง พี่น้องเชียงรายรุมถ่ายรูปหนาแน่นพร้อมให้กำลังใจเต็มที่

 วันที่ 20 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช คณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบปะประชาชนตั้งแต่ตลาดสินสมบูรณ์ อำเภอเชียงสาย ไปยังตลาดธิดาพร อำเภอแม่จัน ตามด้วยตลาดนัดบ้านดู่ เมืองใหม่ 

บรรยากาศในพื้นเต็มไปด้วยความคึกคัก พี่น้องประชาชนเข้ามาถ่ายรูปพร้อมให้กำลังใจเนืองแน่น และมอบอาหาร ขนม น้ำดื่มและดอกไม้ตลอดทาง

สำหรับจังหวัดเชียงรายนั้นต้องเผชิญปัญหาหลายเรื่องด้วยกัน มีทั้งแหล่งยาเสพติด ไปจนถึงปัญหาสัญชาติและความเหลื่อมล้ำ ที่นำไปสู่การเกิดส่วยเพื่อแลกสัญชาติไทย เรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องทำให้ชายแดนเข้มแข็ง มีการรวมศูนย์ ไม่ต่างคนต่างทำงาน และจัดการสแกมเมอร์และทุนเทาจากปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง 

ในส่วนของมลพิษ PM 2.5 พรรคประชาชนเห็นว่าต้องแก้ปัญหาฝุ่นพิษเร่งด่วนอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออากาศสะอาดโดยอาศัยข้อมูลดาวเทียมให้เต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ใช้โดรนเข้าช่วยพื้นที่ที่มีความถี่ของข้อมูลเพียงพอต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ

ทั้งนี้ เชียงรายยังมีวิกฤตโลหะหนักในแหล่งน้ำ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง เนื่องจากมีการตรวจพบโลหะหนักโดยเฉพาะสารหนู ตะกั่ว และปรอทเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยพรรคประชาชนเสนอให้จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางด้านมลพิษทางน้ำ เปิดเผยผลการตรวจคุณภาพน้ำ ดิน พืช สัตว์น้ำ สุขภาพ ต่อสาธารณะในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ ตลอดจนจัดทำแหล่งทดแทนที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน รวมถึงกำหนดเกณฑ์แจ้งเตือนและมาตรการป้องกันเชิงรุกให้ชัดเจน 

เชียงรายมีทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งครบทั้ง 7 เขต ดังนี้ 

ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เขต 1 (เบอร์ 1)
อุทิศ มณีจันสุข เขต 2 (เบอร์ 6)
ฐากูร ยะแสง เขต 3 (เบอร์ 5)
ธรรมวัตร พรมเสน เขต 4 (เบอร์ 2)
นาวิน วังแปง เขต 5 (เบอร์ 3)
จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เขต 6 (เบอร์ 1)
สุทัศน์ ยาละ เขต 7 (เบอร์ 2)
 

อ.เจษฏ์เดือด! ตอก วิโรจน์ ย้ำชัด รำดาบ ถวายความจงรักภักดี (คลิป)

อ.เจษฏ์เดือด! ตอก วิโรจน์ ย้ำชัด รำดาบ ถวายความจงรักภักดี (คลิป)

อ.เจษฏ์เดือด! ตอก วิโรจน์ ย้ำชัด รำดาบ ถวายความจงรักภักดี (คลิป)

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.22 น.

หวิดวางมวยกลางดีเบต! ‘อ.เจษฎ์’ ฟาดกลับ ‘วิโรจน์’ ลั่นผมศิษย์มีครู อย่าเเขวะเรื่องรำดาบสักการะพระเจ้าตาก

วันที่ 20 มกราคม 2569  ช่องยูทูป THE STANDARD ได้มีการเชิญ นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลวัต, นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ,รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ,นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย  ดีเบต ในหัวข้อ จุดยืน ‘ทหารมีไว้ทำไม?’ อนาคตความมั่นคงไทยควรไปทางไหน?

โดยช่วงหนึ่ง  เจษฎ์ โทณะวณิก  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ และ  วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้มีปากเสียงกัน 

วิโรจน์  :  “เมื่อกี้ อ.เจษฎ์  บอกว่าเห็นตัวตนของผม ตัวตนของผมก็เป็นอย่างนี้ ผมไม่ต้องไปรำ ผมไม่ต้องไปไหว้”

อ.เจษฎ์ : “พูดอย่างนี้ ระวังจะโดน… คุณรู้ไหม  ที่ผมไปรำ ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถ้าคุณจะเเขวะ เเขวะเรื่องอื่น  เพราะที่คุณเเขวะ คุณกำลังเเขวะะการถวายสักการะ  เเละการที่ผมถวายความจงรักภัคดี ต่อบูบูรพมหากษัตริย์

คุณพูดเรื่องอื่นได้ คุณจะผมว่าไปเต้น ไม่เป็นไร คุณจะว่าผมหมุนร่ม ไม่เป็นไร แต่คุณพูดเรื่องรำดาบเนี้ย ผมเป็นศิษย์มีครู  ผมถวายความจงรักภัคดี”

วิโรจน์ : สรุปอย่างงี้ตัวตนอาจารย์ก็คือตัวตนอาจารย์ ตัวตนผมก็คือตัวตนผม ถ้าอาจารย์ไม่แตะตัวตนผม ผมก็ไม่แตะตัวตนอาจารย์

อ.เจษฎ์ : ผมขอบคุณนั้นคือตัวตนคุณ เพราะคุณตอบคำถาม แต่ไม่ต้องพูดว่าผมทำอะไร คุณเข้าใจผมนะครับ

วิโรจน์ : ผมเข้าใจอาจารย์และอาจารย์เข้าใจผมนะ

ก่อนที่จะเถียงกันไปมา ทำให้พิธีกรต้องเข้ามาห้าม

ขอบคุณข้อมูล : THE STANDARD

ปิยบุตร ปลุกชาวขอนแก่น เลือก ปชน. ลั่น ถ้าหน้าเดิมใช้ได้จริง ป่านนี้ชีวิตปชช.เจริญไปนานแล้ว

ปิยบุตร ปลุกชาวขอนแก่น เลือก ปชน. ลั่น ถ้าหน้าเดิมใช้ได้จริง ป่านนี้ชีวิตปชช.เจริญไปนานแล้ว

ปิยบุตร ปลุกชาวขอนแก่น เลือก ปชน. ลั่น ถ้าหน้าเดิมใช้ได้จริง ป่านนี้ชีวิตปชช.เจริญไปนานแล้ว

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.57 น.

“ปิยบุตร” ช่วยหาเสียง ร่าย 5 นโยบายสำหรับชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น – ย้อนถามนโยบายดีๆ แบบนี้ใครก็พูดได้ แต่นักการเมืองหน้าเดิมเป็นรัฐบาลมาหมดแล้วทำไมไม่ทำ ถ้าคิดว่าหน้าเดิมใช้ได้จริงป่านนี้ชีวิตของพี่น้องเจริญก้าวหน้าไปนานแล้ว

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่สวนสุขภาพโสกน้ำใส อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยนายปิยบุตรเริ่มปราศรัยเกริ่นว่าพรรคพวกเราถูกยุบมาสองครั้ง ถูกตัดสิทธิ์มาหลายคน เราเลือกตั้งได้ที่หนึ่งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถามว่าเราท้อแท้กับเรื่องนี้ไหม ไม่ครับ เราเดินหน้าต่อสู้ต่อ เพราะเราเชื่อว่าพี่น้องประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าประเทศไทยของเรามีศักยภาพไปได้ดีกว่านี้ ตนจึงถือโอกาสมาช่วยหาเสียงเพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้มีความสำคัญต่อชีวิตพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างไรบ้าง

โดยหากพูดในเรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับนโยบายหาเสียง พรรคประชาชนเตรียมนโยบายหาเสียงมาครบถ้วนกว่า 200 นโยบาย ครอบคลุมทุกด้าน เรียกได้ว่าหากเป็นรัฐบาลก็พร้อมทำงานทันที แต่ตนจะขอพูดเฉพาะนโยบายบางส่วนที่ตรงกับพี่น้องคนชุมแพ

ประเด็นแรก เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้เดือนละ 600 บาท ถ้าคิดอย่างตรงไปตรงมาไม่มีทางพอหรอก ทำให้ผู้สูงอายุต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพอีก ดังนั้น พรรคประชาชนจึงมีนโยบายว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะเพิ่มเงินผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 1,000 บาท ทันที และหลังจากนั้นจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับไปจบที่ได้ 1,500 บาท ภายในปี 2573 

ประเด็นต่อมา พ่อแม่พี่น้องของเราประกอบอาชีพเกษตรกรมาตลอดชีวิต บางปีผลผลิตไม่ดี บางปีราคาตกต่ำ ก็ต้องใช้วิธีเข้าไปกู้ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ใช้ทุนมาต่อทุน ต้องจ่ายดอกเบี้ย จนสุดท้ายอายุ 60 70 80 กว่าปียังใช้หนี้ ธ.ก.ส.ไม่หมด ประเทศอะไรกันที่ปล่อยให้ผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพเท่านั้น แต่ต้องทำงานใช้หนี้ใช้ดอกเบี้ย เราจึงมีนโยบายว่าถ้าหากพ่อแม่คนไหนอายุ 70 ปีขึ้นไปมีหนี้เกษตรกร แต่ปรากฏว่ามีการผ่อนชำระมาจนเกินเงินต้นไปแล้ว เราบอกว่าจะยกเลิกหนี้เหล่านี้ทันที พรรคประชาชนเห็นว่าต้องปลดโซ่ตรวนตรงนี้ ส่วนใครที่ยังจ่ายไม่หมดก็ต้องเอามาปรับโครงสร้างหนี้กันใหม่ ลดให้ครึ่งหนึ่งเพื่อให้ชำระต่อให้หมด

ประเด็นที่สาม เรื่องที่ดินทำกิน เราจะเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นเอกสารอะไร เช่น นส. น.ส.3 ก. มาเป็นโฉนด การมีโฉนดไม่ใช่แค่ความเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนด้วย ต่อไปลูกหลานเติบโตขึ้นมาก็สามารถถ่ายโอนให้ลูกหลานได้

นโยบายต่อมา แถวบริเวณนี้มีร้านค้าจำนวนมาก เรายังมีนโยบายสนับสนุนร้านค้ารายเล็กรายย่อย นั่นคือนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ต่อไปนี้ถ้าพี่น้องไปจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าต่างๆ ทุก 500 บาทได้หวยใบเสร็จ 1 ใบ ในขณะเดียวกันถ้าร้านค้าขายได้ยอด 5,000 บาท ก็ได้ลุ้นหวย 1 ใบเช่นกัน ที่เราทำนโยบายนี้เพราะต้องการกระตุ้นให้พี่น้องจับจ่ายกับร้านค้ารายย่อยที่ขึ้นทะเบียน ในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้ธุรกิจรายย่อยได้เข้าสู่ระบบและสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้

สุดท้าย เรายังมีนโยบายเกี่ยวกับอ้อยด้วย โดยนอกเหนือจากประเด็นราคาที่ผู้สมัครได้กล่าวไปแล้วนั้น ในขณะเดียวกันทางภาครัฐก็มารณรงค์บอกว่าห้ามเผา เพราะการเผาทำให้เกิดมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมและมลภาวะทางอากาศ ตนเชื่อว่าอีพ่ออีแม่เกษตรรู้อยู่แล้ว แต่ทางรัฐคุณช่วยอะไรเกษตรกรบ้างนอกจากสั่งว่าห้ามเผา พรรคประชาชนบอกว่าเรามีนโยบายช่วยเกษตรกรที่ไม่เผา ถ้าใครไม่เผาเราให้คูปองช่วยเหลืออุดหนุนเกษตรที่ไม่เผา และในขณะเดียวกันพรรคประชาชนมีนโยบายสนับสนุนเครื่องจักรในการตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยมาทดแทนการเผา 

“ต่อไปนี้พี่น้องประชาชนไม่ตกเป็นจำเลยสังคม สามารถตัดอ้อยได้ไม่ต้องเผา พอกันทีการคิดนโยบายออกคำสั่งแบบคุณพ่อรู้ดีแล้วทำให้เขาเดือดร้อน ถ้าไม่อยากให้เขาเผาต้องมีเงิน มีคูปอง มีเครื่องจักรสนับสนุนเขา นี่คือการคิดนโยบายแบบรอบด้าน” นายปิยบุตร กล่าว

หลังจากนั้น นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า นโยบายดีๆ เหล่านี้ พรรคการเมืองทุกพรรคก็พูดได้หมด เวลาถึงหน้าเลือกตั้งทีไร ทุกพรรคการเมืองก็เอานโยบายมาเสนอขายแก่พี่น้องประชาชน พรรคการเมืองจะพูดนโยบายอย่างไรก็ได้ แต่ตนอยากจะชวนพี่น้องชาวอำเภอชุมแพมาคิดว่า พรรคการเมืองที่ลงสนามรับเลือกตั้งขณะนี้ โดยเฉพาะพรรคใหญ่และพรรคตัวเต็งตัวรองทั้งหลายเขาเคยเป็นรัฐบาล เคยมีอำนาจ เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์กันมาหมดแล้ว เขาเคยบริหารสารพัดกระทรวงมาหมดแล้ว เหลือแต่พรรคประชาชนที่ไม่เคยมีอำนาจบริหารประเทศ

“ดังนั้นถ้าหากทุกพรรคและนักการเมืองต้องการนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน คำถามที่ต้องถามกลับไปดังๆ ก็คือว่า แล้วตอนที่เป็นรัฐบาลคุณทำอะไรอยู่ คุณบอกว่าจะปราบคอร์รัปชัน ปราบทุนเทา ปราบสแกมเมอร์ ปราบพนันออนไลน์ ปราบยาเสพติดที่ทำให้ชีวิตลูกหลานย่อยยับแบบนี้ คำถามก็คือเมื่อปี 62 พวกคุณเป็นรัฐบาลแล้วทำอะไรอยู่ ตอนปี 66 พวกคุณก็เป็นรัฐบาลแล้วพวกคุณทำอะไรอยู่ เพิ่งมาคิดออกวันนี้หรือ

เช่นเดียวกัน นโยบายแก้ปัญหาปากท้อง บอกว่าจะทำให้พี่น้องมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น บอกว่าจะให้ชีวิตของพี่น้องดีขึ้น บอกว่าจะเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ให้เป็นโฉนด บอกว่าจะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ สารพัดเรื่องราวที่หาเสียงเอาไว้ตั้งแต่ปี 62 และ 66 แล้วพวกคุณก็เป็นรัฐบาลกันมาหมดแล้ว ทำไมคุณไม่ทำครับ?

ดังนั้นความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ครับพี่น้อง ถ้าเราเชื่อว่าพรรคและนักการเมืองเดิมๆ จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง คำถามก็คือเขามีโอกาสหลายครั้งแล้วทำไมเขาไม่เปลี่ยนแปลงครับ?

ดังนั้นถ้าหากพี่น้องคิดว่าสังคมไทยตอนนี้อยู่แบบเดิมต่อไปไม่ได้แล้ว มันต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เราไม่สามารถใช้นักการเมืองกลุ่มเดิมๆ คณะเดิมๆ พรรคเดิมๆ พวกที่เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกฯ กันมาแล้ว ใช้พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้แล้วครับ เพราะถ้าใช้ได้จริงป่านนี้ชีวิตของพี่น้องเจริญก้าวหน้าไปนานแล้วครับ”

ครั้งนี้ การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขอโอกาสคนชุมแพเลือกเฮียโอ๋ นายอภิชัย ชาตะมีนา ไปเป็นผู้แทนราษฎรสักครั้ง เราต้องการผู้แทนราษฎรที่เข้าใจหัวอกประชาชน ไม่อิงแอบกับกลุ่มทุนใด เพื่อให้เมื่อสามารถเข้าไปแล้วจะได้ไม่เป็นหนี้บุญคุณใคร เป็นหนี้บุญคุณคนเดียวคือพี่น้องประชาชนคนชุมแพ ในเมื่อพี่น้องชาวชุมแพลองมาหมดแล้ว ลองเปลี่ยนผู้แทนราษฎรอีกสักครั้งดูดีไหมครับ

และเมื่อเฮียโอ๋เป็นผู้แทนราษฎรให้พี่น้องชาวชุมแพแล้ว เขาจะไม่ใช่ตัวแทนของพี่น้องชาวชุมแพเท่านั้น แต่เขาจะเข้าไปทำหน้าที่สำคัญอีกหน้าที่หนึ่งคือการไปยกมือเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ถ้าเฮียโอ๋ได้เป็นผู้แทนราษฎรจะไปยกมือให้เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้พรรคประชาชนไปตั้งรัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ตนและคุณธนาธรเริ่มทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านร้อนผ่านหนาวเจอขวากหนามคมหอกดาบกันมามาก มีคดีความที่โดนนับไม่ถ้วน ถามว่าท้อหรือไม่ ตนรู้สึกเสียดายโอกาส แต่ท้อไม่ได้ เพราะถ้าท้อเมื่อไหร่ แสดงว่ากลเม็ดเด็ดพรายของเขามันเข้าเป้า หนทางเดียวที่จะสู้กลเม็ดเด็ดพรายของเขานี้คือยิ่งต้องเลือกให้มันถล่มทลาย ตอนปี 62 ได้ สส. มา 80 เสียง ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ไม่เป็นไร กลับมาเลือกตั้งปี 66 ได้มากกว่าเดิม 14.4 ล้านเสียง ได้ สส. 151 คน ตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ครั้งนี้เอาอีกครั้ง เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เอาให้เกิน 250 เสียง คะแนนรวมทั้งประเทศเกิน 20 ล้านเสียง ครั้งนี้จะตัดสิทธิ์ยุบพรรคก็ให้มันรู้ไป ใครมันจะขวางรัฐบาลประชาชนได้

สุดท้าย ขอฝากว่าในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ครั้งนี้มีบัตร 3 ใบ ใบแรกสีเขียวกาให้เฮียโอ๋เป็นผู้แทนราษฎรของเราในพื้นที่ ใบที่สองสีชมพูกาให้บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเบอร์ 46 และใบสุดท้ายสีเหลืองคือกาเห็นชอบประชามติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่อง 2 ทายาท ภูมิใจไทย ส่งต่อแรงบันดาลใจ เป๊ก นก สานฝันกองทัพยุคใหม่

ส่อง 2 ทายาท ภูมิใจไทย ส่งต่อแรงบันดาลใจ เป๊ก นก สานฝันกองทัพยุคใหม่

ส่อง 2 ทายาท ภูมิใจไทย ส่งต่อแรงบันดาลใจ เป๊ก นก สานฝันกองทัพยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

วันนี้ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 วาสนา นาน่วม นักข่าวอาวุโสชื่อดังของไทย โพสต์ภาพของ เป๊ก เศรณี ลูกชายคนเดียวของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงในชุดเครื่องแบบทหาร พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ““นายกฯหนู“ เล่า ”ลูกเป๊ก“ เกณฑ์ทหาร เผย เป็นคนบอก ให้ไปจับใบดำใบแดง มีลางสังหรณ์ ได้”ใบแดง“ แน่ ได้ใบแดงจริงๆ ปลื้ม เกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นคนละคน หนุน มีพลทหารอาสา 1 แสนคน ให้เต็มใจเป็นทหาร ไม่ต้องเกณฑ์ ชี้ ทหารเป็นอาชีพที่มีเกียรติเราเอาคนที่อยากเป็นทหาร มาเป็น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายทหารอาสา เงินเดือน 12,000 บาท ต่อไปไม่ต้องจับใบแดง อยากเป็นทหารให้มาสมัครระหว่างการที่เราได้ทหารมาป้องกันประเทศของเรา มาฝึกฝน

Wassana Nanuam

นายอนุทิน ยกตัวอย่าง ลูกชายผมตอนอายุ 21 นึกว่าพ่อใหญ่ ไปฝากคนนั้นคนนี้ ผมก็บอก ให้ไปจับ แล้วผมก็รู้ลางสังหรณ์ มึงต้องจับใบแดงได้แน่เลย และมันก็จับได้ใบแดงจริงๆ ผมนี่ซื้อ สติ๊กเกอร์ทหารไว้ก่อนเลย ใน LINE คุณทำได้ เจ้าทำได้ รักชาติยิ่งชีพ ซื้อสติ๊กเกอร์ในไลน์ไว้เรียบร้อย พอ11 โมง โทรมาเลยว่า ได้แดง แต่เขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน เพราะนั้นทหารเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เราเอาคนที่อยากเป็นมา ไม่ต้องเกณฑ์ เขาอยู่กับเรามาฝึกความชำนาญพิเศษ ถ้ามีสงครามก็ไปรบถ้าไม่มีสงครามท ก็ช่วยเหลือประชาชน ครบ 4 ปี คุณเลือกจะอยู่ต่อไป เป็นนายสิบ เป็นจ่า เป็นนายร้อย แต่ถ้าไม่ชอบก็ออกไปเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะมีวินัยเพราะอยู่ในระเบียบวินัยมา 4 ปีมีการศึกษามีความชำนาญในระดับหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถออกไปแล้วเอาตัวรอดได้ ปี1 แสนอัตรา พอแล้ว#เป๊กเศรณี #ลูกนายกฯ#พลทหารเศรณี”

Wassana Nanuam

ก่อนทีในเวลาต่อมา เพจเฟซบุ๊ก สีน้ำเงิน จะโพสต์ประวัติของ นาย ไชยชนก ชิดชอบ พร้อมภาพเจ้าตัวสมัยเป็นทหารกองประจำการ สังกัดกองทัพบก ผลัด 1 โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ไชยชนก ยึดอกรับใช้ชาติ เคยสมัครใจเป็นทหารทันที หลังกลับจากเรียนที่ประเทศอังกฤษหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย หรือ นก บุตรชายคนโตของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ กรุณา ชิดชอบ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบัน ไชยชนก เป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยนั้น ได้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 8 ขวบ หลังจากศึกษาที่อังกฤษเป็นเวลา 17 ปี ไชยนกก็กลับมาประเทศไทยในวัย 25 ปี ด้วยความเป็นชายไทยที่มีใจรักชาติ จึงสมัครเข้ารับราชการทหารทันที เป็นทหารกองประจำการ สังกัดกองทัพบก ผลัด 1

โดย ไชยชนก ได้เคยกล่าวไว้ตอนที่เข้ารับสมัครเป็นทหารว่า “เป็นความตั้งใจแต่แรกที่จะเป็นทหารรับใช้ชาติ และคุณพ่อก็สนับสนุนเห็นเป็นเรื่องที่ดี และการเป็นทหารได้ประโยชน์หลายอย่าง และเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย“ #ไชยชนกชิดชอบ #ภูมิใจไทย #ภูมิใจไทย37 #ทหาร #ไชยชนก”

ไชยชนก ชิดชอบ
ไชยชนก ชิดชอบ
ไชยชนก ชิดชอบ
ไชยชนก ชิดชอบ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก วาสนา นาน่วม, เพจเฟซบุ๊ก สีน้ำเงิน

อนุทิน ลุยสำเพ็ง-เยาวราช ทักทายพ่อค้า-แม่ค้า บังเอิญเจอ ดร.เอ้โผกอด-จับมือ

อนุทิน ลุยสำเพ็ง-เยาวราช ทักทายพ่อค้า-แม่ค้า บังเอิญเจอ ดร.เอ้โผกอด-จับมือ

อนุทิน ลุยสำเพ็ง-เยาวราช ทักทายพ่อค้า-แม่ค้า บังเอิญเจอ ดร.เอ้โผกอด-จับมือ

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.46 น.

‘อนุทิน ’ เดินชิลสำเพ็ง-เยาวราช ทักทายพ่อค้า-แม่ค้า-นทท.ต่างชาติ แวะโซ้ยก๋วยจั๊บเจ้าดัง บังเอิญเจอ ‘ดร.เอ้’ โผกอด -จับมือชู บอก’เจอกันที่สภา‘

วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่เขตสัมพันธวงศ์  กทม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายภราดร ปริศนานันทกูล ผู้สมัครสส.อ่างทอง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้ช่วยหาเสียง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายธนกร วังบุญคงชนะ นายเกรียงยศ สุดลาภานายอนุชา บูรพชัยศรี นายสันติ ปิยะทัต สมาชิกพรรค เป็นผู้ช่วยหาเสียงใน กทม. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัครสส.กทม.เขต 1 ของพรรค ย่านตลาดสำเพ็ง 

เมื่อเดินทางถึงประชาชนได้เข้ามาขอถ่ายภาพ พร้อมบอกว่า “เงียบมากเลยช่วยสำเพ็งหน่อยตายกันหมดแล้ว ก่อนที่นายอนุทิน จะเดินเข้ามาภายในตลาดสำเพ็งโดยทักทายพ่อค้าและแม่ค้าอย่างคึกคัก  ซึ่งในช่วงหนึ่งนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้ขอถ่ายภาพกับนายอนุทิน เป็นที่ระลึกด้วย และเดินเข้าไปในร้านขายของร้านหนึ่ง โดยนายอนุทิน ได้สอบถามแม่ค้าว่า อยากได้คนละครึ่งหรือไม่  แม่ค้าตอบว่า “อยากได้ แต่อย่างหนึ่งที่อยากให้ทำคือ การปิดด่านแม้ว่าจะมีลูกค้าเป็นกัมพูชา แต่ก็อยากให้รัฐบาลปิดด่านต่อไป”  นายอนุทิน ตอบยืนยันว่า ก็ยังมีการปิดด่านอยู่

ขณะเดียวกันระหว่างเดินภายในตลาดแม่ค้าร้านหนึ่งตะโกนบอกว่า “ขอคนละครึ่งเพิ่มได้ไหม” นายอนุทินตอบว่า “ได้ๆแน่นอน”  ทั้งนี้ ระหว่างเดิน ทักทายพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด นายอนุทินสอบถามร้านขายของว่า “ขายดีไหม” ซึ่งพ่อค้าตอบว่า “ขายได้” ทั้งนี้ระหว่างเดินนายอนุทินได้แวะเข้าไปตามร้านต่างๆ โดยมีร้านหนึ่งได้ติดสติกเกอร์รูปหัวใจที่บริเวณหน้าอกเสื้อของนายอนุทินด้วย

นอกจากนี้ พนักงานธนาคาร ซึ่งตั้งอยู่ภายในตลาดสำเพ็งได้เดินออกมาขอถ่ายรูปกับนายอนุทิน พร้อมบอกว่าเป็นคนจังหวัดพัทลุงเลือกเบอร์ 37 โดยนายอนุทินได้พูดทักทายเป็นภาษาใต้ พร้อมบอกว่า ฝากด้วยนะ   

ขณะเดียวกัน แม่ค้าร้านขายของได้สะท้อนเรื่องการจัดระเบียบสายไฟภายในตลาดที่ไม่เป็นระเบียบพร้อมเสนอ 3 ข้อให้นายอนุทินพูดมาว่าจะทำอะไรให้กับชาวตลาดสำเพ็งบ้าง และที่สำคัญทุนเทาเยอะมาก มาเช่าตึกขายของในตลาด ทำให้กระทบพ่อค้าแม่ค้าเก่า ซึ่งเป็นคนไทย ที่ผ่านมาพรรคการเมืองหาเสียง รับปากแล้วไม่ทำแต่เห็นนโยบายพรรคนี้พูดแล้วทำ ก็อยากจะสนับสนุนแต่ขอให้พูดแล้วทำตามสโลแกน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเดินหาเสียงนายอนุทิน ได้หยุดพักนั่งรับประทานก๋วยจั๊บสั่งพิเศษ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ย่านเยาวราชร่วมกับ ผู้สมัครสส.และแกนนำพรรค  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าระหว่างเดินหาเสียงมาถึงถนนเยาวราชปรากฏว่า เป็นจังหวะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และทีมงานเดินหาเสียงอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม  เมื่อนายอนุทินเห็น จึงตะโกนเรียกว่า “พี่เอ้ๆ” ซึ่งทำให้นายสุชัชวีร์  หันมายิ้มพร้อมกับโบกมือทักทายกลับ และพาคณะเดินข้ามถนนมาหานายอนุทิน  โดยทันทีที่เจอกันนายอนุทินและนายสุชัชวีร์ ได้สวมกอดกัน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยนายสุชัชวีร์  บอกว่า ”ขอให้นายอนุทินโชคดี“ ขณะที่นายอนุทิน บอกว่า “ขอให้ได้ไปเจอกันในสภา” ก่อนที่ทั้งสองคนจะจับมือกันชูขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน  ก่อนแยกย้ายกันไปเดินหาเสียง

อย่างไรก็ตาม ช่วงระหว่างก่อนเดินไปยังจุดวัดสัมพันธวงศ์  ซึ่งระหว่างทาง ได้มีประชาชนมาขอถ่ายภาพ โดยนายอนุทินได้ขึ้นไปนั่งค่อมบนรถมอเตอร์ไซต์ ถ่ายภาพร่วมกับประชาชน  ก่อนเข้าไปกราบเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ 

ไชยชนก แจงปม 10 นักการเมืองเทา ขอความเป็นธรรมให้ พรรคประชาชน

ไชยชนก แจงปม 10 นักการเมืองเทา ขอความเป็นธรรมให้ พรรคประชาชน

ไชยชนก แจงปม 10 นักการเมืองเทา ขอความเป็นธรรมให้ พรรคประชาชน

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.35 น.

“ไชยชนก” แจงปม 10 นักการเมือง ขอความเป็นธรรมให้พรรคประชาชน ยันไม่ใช่การบีบทางการเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง 

วันที่ 20 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 16.50 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทุนสีเทา ว่าตนให้สัมภาษณ์หลายครั้ง และพูดหลายรอบแล้วว่าสิ่งที่พูดไปเป็นไปตามที่พาดหัวข่าว แต่ขอใช้พื้นที่นี้ในการให้ความเป็นธรรมกับพรรคประชาชน

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า นักการเมืองทั้ง 10 คนนั้น ไม่ใช่ 10 สส. หรือ 10 ผู้สมัครของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็น 10 บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงพรรคเดียว แต่มีหลายพรรคการเมือง ทั้งนี้ยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้จนกว่าเอกสารหลักฐานจะผ่านการพิสูจน์ทราบตามกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้น ซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ

เมื่อถามว่า จะสามารถเปิดเผยได้เมื่อใดนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน แต่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ว่าการตรวจสอบหลักฐานจะแล้วเสร็จเมื่อใด หากเสร็จสิ้นแล้วจะมีการแถลงต่อสาธารณะชนอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าจะเป็นในอนาคตอันใกล้นี้ และคงไม่ใช่ทั้ง 10 คนพร้อมกัน อยู่ที่ว่าใครจะเสร็จสิ้นกระบวนการก่อนหรือหลัง ดังนั้น จึงขออนุญาตให้ความเป็นธรรมกับกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น ซึ่งเครดิตไม่ได้อยู่ที่ตน แต่อยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งคือพรรคประชาชน ซึ่งตนยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ที่จะพิสูจน์ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนหรือไม่ คือกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าไม่ใช่พรรคประชาชนทั้ง 10 คน การสื่อสารในช่วงเวลาดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาชน

นายไชยชนก กล่าวว่า ขอฝากไปยังประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลานี้ ขอให้รับอย่างมีสติ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แถลงข้อเท็จจริง อย่ารับฟังเพียงแค่จากพาดหัวข่าว

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้โอกาสนี้มาเป็นเกมบีบทางการเมือง นายไชยชนก กล่าวว่า เราไม่ได้นำคดีมาบีบทางการเมือง เรื่องที่ถูกพูดถึงในขณะนี้เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลาทำมาแล้ว 2–3 เดือน มีมูลเหตุและเอกสารหลักฐานที่ต้องตรวจสอบ และพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากไม่ดำเนินการจะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น หากมองว่าเป็นการบีบทางการเมืองคงไม่ใช่ แต่เป็นกรณีที่มีมูลเหตุจริงและจำเป็นต้องตรวจสอบจริง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน

นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนเรื่องระยะเวลา เนื่องจากมีการยุบสภาค่อนข้างเร็ว จึงทำให้การดำเนินการมาอยู่ในช่วงเวลานี้ ยืนยันว่าจะเดินหน้าและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

คณะสถาปัตย์ มก. ยกระดับสู่การเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวขั้นสูงสุด ‘Green Office Platinum’

คณะสถาปัตย์ มก. ยกระดับสู่การเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวขั้นสูงสุด ‘Green Office Platinum’

คณะสถาปัตย์ มก. ยกระดับสู่การเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวขั้นสูงสุด ‘Green Office Platinum’

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ประสบความสำเร็จในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดยเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรอง มาตรฐานสำนักงานสีเขียว Green Office ระดับ Platinum จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นระดับการรับรองสูงสุดที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการบริหารจัดการสำนักงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผศ.ดร.ปารเมศ กำแหงฤทธิรงค์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. เปิดเผยว่า การได้รับรองมาตรฐานระดับสูงสุดในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของสถาบัน แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

“เราตระหนักดีว่าบทบาทของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คือการเป็นต้นแบบในการออกแบบพื้นที่ที่สมดุลระหว่างการใช้งานและสิ่งแวดล้อม การได้รับรองมาตรฐาน Green Office ระดับ Platinum จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้เพียงแค่สอนเรื่องความยั่งยืน แต่เราลงมือปฏิบัติจริงในทุกกระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทย” ผศ.ดร.ปารเมศ กล่าว

ทั้งนี้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ครอบคลุมทั้งด้านการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะและของเสีย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานในบุคลากรและนิสิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เส้นทางแห่งความสำเร็จต่อเนื่อง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. เป็น ส่วนงานแรกและส่วนงานเดียวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (Gold) อย่างต่อเนื่อง 2 สมัยซ้อน ในปี พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2566 ก่อนจะก้าวสู่ระดับ Platinum ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่ง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. ยังเป็น หนึ่งในสามหน่วยงานแรก ในระดับประเทศที่ได้รับรางวัลสูงสุดนี้

ความสำเร็จดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. ในการเป็นองค์กรต้นแบบด้านสำนักงานสีเขียว และการบูรณาการแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในระยะยาว

สกร.พลิกโฉม ‘ท้องฟ้าจำลอง’ สู่ ‘โซนอารยปัญญา’ ปั้นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ

สกร.พลิกโฉม ‘ท้องฟ้าจำลอง’ สู่ ‘โซนอารยปัญญา’ ปั้นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ

สกร.พลิกโฉม ‘ท้องฟ้าจำลอง’ สู่ ‘โซนอารยปัญญา’ ปั้นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยถึงความสำเร็จของการจัดงาน “Sweet Heritage สืบสานตำนานขนมไทย ว่า การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับพื้นที่การเรียนรู้สู่รูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด โซนอารยปัญญา ซึ่งเป็นการต่อยอดบทบาทของท้องฟ้าจำลองจากแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สู่พื้นที่การเรียนรู้เชิงบูรณาการ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดพื้นที่แห่งโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

ภายในงานมีการรวบรวม ขนมไทยพื้นถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 140 ชนิด ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยปราชญ์ชาวบ้านและครูภูมิปัญญา เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น และสะท้อนบทบาทของขนมไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การดำเนินงานภายใต้โซนอารยปัญญายังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 โดยมุ่งพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่ออาชีพตามแนวคิด “Learn to Earn” อาทิ การสาธิตและฝึกปฏิบัติการทำขนมเชิงพาณิชย์จาก สกร.จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การคำนวณต้นทุน ไปจนถึงการต่อยอดสร้างรายได้จริง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตผ่านระบบ Credit Bank เพื่อเทียบโอนเป็นคุณวุฒิในอนาคต

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรมส่งเสริมการเรียนรู้เตรียมต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การประกวดสื่อสร้างสรรค์ สำนึกรักบ้านเกิด ในเดือนมกราคม และโครงการ สร้างรัก สร้างความรู้ สู่เด็ก ตชด.” ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ให้เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ (Lifelong Learning Model Center) ที่สามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านอาชีพ วัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และความมั่นคงให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ดร.เกศทิพย์ กล่าว

ม.นครพนม ให้การต้อนรับผู้ตรวจราชการ อว. ลงพื้นที่ติดตามโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ ‘ธาตุพนม’ เชื่อมมรดกวัฒนธรรมสู่การสร้างอาชีพชุมชน

ม.นครพนม ให้การต้อนรับผู้ตรวจราชการ อว. ลงพื้นที่ติดตามโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ ‘ธาตุพนม’ เชื่อมมรดกวัฒนธรรมสู่การสร้างอาชีพชุมชน

ม.นครพนม ให้การต้อนรับผู้ตรวจราชการ อว. ลงพื้นที่ติดตามโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ ‘ธาตุพนม’ เชื่อมมรดกวัฒนธรรมสู่การสร้างอาชีพชุมชน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยนครพนม ให้การต้อนรับ ดร.วันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ผตร.อว.) พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนครพนม นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.กรไชย พรลภัสรชกร รองอธิการบดีฝ่ายการคลัง วิจัยและบริการวิชาการ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมดอกคูณ ชั้น 2 อาคารบริหารธุรกิจ วิทยาลัยธาตุพนม มหาวิทยาลัยนครพนม

ในการนี้ คณะทำงานวิจัยได้ร่วมรายงานความก้าวหน้า โครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ “ธาตุพนม” มรดกวัฒนธรรมข้าโอกาสพระธาตุพนม สู่โอกาสสร้างอาชีพจากฐานทุนทางทรัพยากร ธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม โดยนำเสนอแผนการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการแก้ไขที่ผ่านมา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ต่อมา ผศ.ดร.คมศักดิ์ หารไชย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ได้นำคณะผู้ตรวจราชการฯ ลงพื้นที่เป้าหมาย ณ ชุมชนบ้านโคกสว่างพัฒนา อำเภอธาตุพนม เพื่อเยี่ยมชมสวนดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของโครงการ และศึกษาการต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

จากนั้น คณะฯ ได้เยี่ยมชม ศูนย์วิสาหกิจชุมชนธาตุพนมแฮนด์คราฟ อำเภอธาตุพนม เพื่อชมกระบวนการผลิตผ้ามัดย้อมสีจากดอกดาวเรือง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การย้อมสี ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ โดยมีชาวบ้าน ผู้เข้าร่วมโครงการ และปราชญ์ชุมชน ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่คณะผู้ตรวจราชการฯ สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

การลงพื้นที่ตรวจราชการในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนครพนม ในการพัฒนาพื้นที่ผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น สู่การสร้างอาชีพและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

​สพฐ. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม เพื่อความโปร่งใส – ป้องกันการทุจริต

​สพฐ. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม เพื่อความโปร่งใส - ป้องกันการทุจริต

​สพฐ. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม เพื่อความโปร่งใส – ป้องกันการทุจริต

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ร่วมกับผู้สังเกตการณ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย นายพูนศักดิ์ วรวัฒนกุล, นายกรกต เนติลัดดานนท์ และนายสุวณิช ปัทมโยธิน ในโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิผล และมีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

พร้อมทั้งเปิดการประชุมครั้งแรก (Kick Off Meeting) โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วย นายภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักภายใน สพฐ. ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง ผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เผยว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตในทุกระดับ จึงสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส มุ่งให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า และเป็นธรรมต่อครูและประชาชนทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ แต่ครอบคลุมทุกโครงการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน เพิ่มคุณภาพ ศักยภาพ และความปลอดภัยของผู้รับบริการ พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและความประหยัดอย่างแท้จริง

“สำหรับโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมฯ จะส่งเสริมให้นักเรียนสามารถค้นหาความถนัด วางแผนการศึกษา และอาชีพ พร้อมจัดทำ Portfolio มาตรฐานอย่างเท่าเทียม ส่วนผู้ปกครองก็สามารถเข้าถึงข้อมูล ติดตามพัฒนาการ แนะนำเส้นทางการเรียน และลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาได้ ขณะที่ครูจะเห็นภาพรวมเส้นทางการเรียนของนักเรียน ช่วยแนะแนวได้ตรงจุด และปรับการสอนให้สอดคล้องเป้าหมาย ทั้งหมดนี้จะช่วยพัฒนาทักษะ เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ทั้งนี้ การลงนามข้อตกลงคุณธรรมครั้งนี้ นับเป็นข้อตกลงในการรับรองร่วมกันระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อสร้างความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 17 และมาตรา 18 ในโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สพฐ. มีความตั้งใจเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ มีมาตรการป้องกันการกระทำที่อาจส่อไปในทางทุจริต รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว เพื่อความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ