ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว 3หนุ่ม ‘นิกกี้-น็อต-แชมป์’ Friends of Triumph ครั้งแรกในไทย

14 กันยายน 2569 เวลา 11:37 น.

มาร์เซโล ซิลวา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จำกัด พร้อมด้วยนางสาวจิราพร สำเร็จกิจเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัว Friends of Triumph” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่าน 3 ตัวแทนผู้ขับขี่ที่มีคาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ได้แก่ นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ (ที่ 1 จากซ้าย) น็อต ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม และแชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ซึ่งเป็นผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ และมีเรื่องราวความผูกพันกับรถจักรยานยนต์ในมุมที่แตกต่างกัน ตอกยํ้าดีเอ็นเอของไทรอัมพ์ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานงานออกแบบที่สวยงาม คลาสสิกร่วมสมัย เข้ากับสมรรถนะอันเป็นเลิศควบคู่ไปกับการมุ่งสร้างคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่ผ่านความหลงใหลเดียวกัน เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้ขับขี่ทุกคน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ร้าน ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

‘ดี้-ปัทมา’ นำทีม 3 หนุ่ม ‘เมฆ-นัตเตอร์-ไทเกอร์’ส่งต่อพลังแห่งความหวัง ร่วมงาน ‘วันมหิดล 2569’ ระดมทุนช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาส

14 กันยายน 2569 เวลา 11:34 น.

เดินหน้าทำความดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้จัดฯ คนเก่ง “ดี้-ปัทมา ปานทอง” แห่งค่ายหนุนนำสตูดิโอ้ ที่ล่าสุดแท็กทีม 3 หนุ่มนักแสดงจากซีรีส์ “แฟ้มรักต้องห้าม” ได้แก่ “เมฆ-ธนาวิน”, “นัตเตอร์-ธนภูมิ” และ “ไทเกอร์-ภัทรพล” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน “ศิริราช แสงแรกของความหวัง เพื่อผู้ป่วยชาวไทย” เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2569

งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อระดมทุนสมทบช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานด้านการรักษาพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งการให้

งานนี้ “ดี้-ปัทมา” พร้อมด้วย 3 หนุ่ม “เมฆ-นัตเตอร์-ไทเกอร์” ร่วมส่งต่อกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมตอกย้ำอีกหนึ่งบทบาทของคนบันเทิงที่ไม่ได้มีเพียงผลงานบนหน้าจอ แต่ยังพร้อมใช้พลังและชื่อเสียงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม

สำหรับงาน “ศิริราช แสงแรกของความหวัง เพื่อผู้ป่วยชาวไทย” จัดขึ้น ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) ช่อง 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

‘จูเน่ เพลินพิชญา’ อวดลุคเรียบหรูร่วมชม US Open 2026 ในฐานะแขกคนสำคัญของ Ralph Lauren

14 กันยายน 2569 เวลา 11:27 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดสะดุดตาติดขอบสนามเทนนิสระดับโลก เมื่อนักแสดงและแฟชั่นไอคอนสาว “จูเน่-เพลินพิชญา คอมลี” ได้เข้าร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ในแมตช์การแข่งขัน US Open 2026 รอบรองชนะเลิศ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ในฐานะแขกคนพิเศษของ Ralph Lauren แบรนด์แฟชั่นระดับตำนานซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการประจำการแข่งขัน

งานนี้นักแสดงสาวถ่ายทอดกลิ่นอายสไตล์อเมริกันคลาสสิก (American Classic) ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบในเดรสโทนสี Hunter Navy จาก Polo Ralph Lauren ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานงานนิตแวร์ท่อนบนจากผ้าวูลเบลนด์เนื้อละเอียดเข้ากับกระโปรงผ้าคอตตอนทรงยาว เพิ่มลูกเล่นด้วยดีเทลการเน้นช่วงเอวที่ช่วยเสริมทรวดทรงและความสง่างาม สะท้อนภาพลักษณ์เรียบหรู ทรงเสน่ห์ และลงตัวกับบรรยากาศค่ำคืนแห่งการแข่งขันเทนนิสระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ

#RalphLauren #PoloRalphLauren #RLTennis #USOpen #JunePlearnpichaya

‘ใบเตย’ควงน้องชายเปิดใจ รักครั้งใหม่คือใคร? ‘ลุกซ์ ชาญวิทย์’ ยอมรับเป็นห่วง เขาชอบผู้ชายไม่มีอนาคต!?

14 กันยายน 2569 เวลา 11:21 น.

สาวสั้นเสมอหู “ใบเตย อาร์สยาม” วันนี้ควงน้องชาย “ลุกซ์ชาญวิทย์” เปิดใจหลังโพสต์ภาพกุมมือหนุ่มปริศนาลงไอจี เขาคือใคร ใช่รักครั้งใหม่หรือเปล่า โต้ดราม่าชาวเน็ตโดนมองมูฟออนไว หลังเลิกอดีตสามี 

ใบเตยจะเปิดตัวแฟนใหม่แล้วเหรอ เพราะโพสต์ภาพมือปริศนา และแคปชั่นรักครั้งใหม่ ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?

ใบเตย : เพื่อนค่ะ ไม่มีอะไร แค่เพื่อนอยู่

คุยนานหรือยัง?

ใบเตย : รู้จักได้สักพักค่ะ แต่เอาจริงๆ เป็นอะไรที่มากกว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวหรืออะไรนะ มันมีความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้อง คือ ณ วันนี้หนูต้องบอกก่อนว่าเอาจริงๆ แล้วที่ลงไม่ได้จะเปิดตัวอะไรเลย แค่รู้สึกว่า 20 รูปมันรวมเรื่องราวในเดือนนั้นแล้วดันเป็นวันสุดท้ายของเดือน เป็นเรื่องราวดีๆ แค่นั้นแหละ 

เรื่องอะไร?

ใบเตย : (หัวเราะ) ขอเก็บไว้ค่ะ

เรียกคนคุยได้หรือยัง?

ใบเตย : ยังหรอก เพราะว่า ณ วันนี้เอาจริงๆ เรามีอย่างอื่นที่โฟกัสมากกว่าอยู่แล้ว เอาจริง ทุกเดือนเราอยากให้เหนื่อยน้อยที่สุด แล้วแต่ละเดือนถ้ามีอะไรดีๆ เข้ามามากกว่าที่ผ่านมาเราจะรู้สึกว่าแฮปปี้กว่าปกติ

เจ้าของมือเป็นคนในหรือนอกวงการ?

ใบเตย : นอกค่ะ อายุมากกว่า 

ปกติไม่พูดติดอ่างนะ?

ลุกซ์ : หลังๆ เป็นแบบนี้แหละค่ะ เวลาถามเรื่องนี้ปุ๊บ งงๆ ทันที

ใบเตย : เพราะเราไม่อยากให้ส่งผลกระทบอะไรหลายๆ ฝ่าย 

เจอเขาได้ยังไง?

ใบเตย : รู้จักในความเป็นพี่เป็นน้องนานแล้วค่ะ 

หลังลงรูปมือไป ยังคุยกันทุกวันมั้ย?

ใบเตย : สม่ำเสมอ 

รู้มาว่าตอนนี้ใบเตยเนื้อหอมมาก มีคนมาจีบหลายคนมาก ใช่หรือไม่?

ใบเตย : อายุอย่างเรา อย่าได้เรียกคนมาจีบเลย 

คนจีบกี่คน?

ใบเตย : ต้องเล่าว่าตอนตัดสินใจโสด คิดว่าจะฮอตกว่านี้นะ แต่ผิดคาดสำหรับหนู แล้วคนที่เข้ามาเป็นคนที่เอาจริงๆ แล้วเราอยากเจอเหมือนไปต่างประเทศ เจอชาวต่างชาติ โลกใหม่ๆ แต่สุดท้ายแล้วเป็นพี่เป็นน้อง หรือคนที่เคยฟีลรักเรามานานแล้ว หรือรู้จักเรามานานแล้ว พอรู้ว่าเรามีวันนี้เลยค่อยๆ เข้ามาซึมซับในแบบคนซัปพอร์ต 

กี่คน?

ใบเตย : ไม่บอกเลยแม่ ตอบไม่ได้ (หัวเราะ) ทุกคนน่ารัก มาในแบบที่เข้าหาแบบค่อยเป็นค่อยไป เข้าใจชีวิตกันหมดพอเลย 35 เข้าใจพาร์ตเรา เข้าใจพาร์ตเขา คุยกันรู้เรื่อง ไม่ต้องพูดกันเยอะมาก ชีวิตใบเตยก็รู้สึกแย่นะ ไม่อยากให้คนเข้ามาแล้วรับรู้ข่าว เราอยากให้เขาเป็นเซฟโซนของเราข้างหลังเลย เพราะเราเป็นคนในกระแสมากๆ พอเวลามีอะไร เราไม่อยากให้กระทบหรือกระเทือน หรือมีอะไรไปถึงเขา ทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายแบบเรา 

 พอเป็นคนในกระแส ยากมั้ย มีรักครั้งใหม่ต้องเลือกอีกที?

ใบเตย : ยากมากนะคะสำหรับหนู สุดท้ายแล้ว ณ วันนี้ก็ไม่ได้อยากเปิดหรืออะไรเลย แต่ก็ไม่ได้อยากปิดนะ ไม่อยากเปิดเพราะรู้สึกกลัวว่าที่ผ่านมาเราโอเพ่น ความเป็นรักเอยของผู้หญิง แต่ว่าพอเปิดแล้วผลกระทบเยอะสุดๆ แหละ

ทำไมต้องเป็นมือผู้ชาย?

ใบเตย : ก็คงทำได้แค่นี้แหละ สำหรับหนู 

 ไม่มีการเห็นหน้า?

ใบแตย : ไม่มี 

การลงรูปมือ มีความพิเศษยังไง?

ใบเตย : ไม่ได้พิเศษอะไรเลย เราถ่ายอะไรเราก็ลงให้จบในเดือนนั้น แค่นั้นเลย ในหัวหนูไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่ได้ขออนุญาตใครทั้งนั้น

เขาฟังอยู่เสียใจนะ พี่หนิงรู้จักมั้ย?

หนิง : รู้จัก แต่ต้องมีจรรยาบรรณ 

ใบเตย : เขาดักไม่ได้หรอก (หัวเราะ) 

หนิง : สังคมเซเลบริตี้ก็รู้จักหมดแหละว่าใคร

ใบเตย :  ต้องถามพี่สาวก่อนว่าใช่คนเดียวกันเปล่า (หัวเราะ) ไม่ได้อัปเดตพี่สาว อัปเดตแต่คุณแม่พี่สาว 

หนิง : ดิฉันโทรหาคุณแม่เลยจ้ะ คุณแหนนะจ๊ะ เซเลบริตี้ตัวแม่ตัวมารดา น้องสาวเราจะมีแฟนแล้ว ดีใจอยากให้มีความสุขสักที เขาบอกโหย หนิง แต่แม่ว่า…. เอาไว้ก่อน ใช่คนเดียวกับที่พี่กับแม่รู้จักมั้ย

ใบเตย : แม่เจอหลายคน หนูเลยไม่รู้ว่าที่แม่เล่าพี่หนิง ใคร 

กล้าเปิดคนนี้ไม่กลัวคนอื่นเสียใจเหรอ เพราะคนอื่นๆ ที่เข้ามาก็เป็นห่วงเป็นใย จริงจังกับเธอหลายคน?

ใบเตย : เหรอ ขอบพระคุณมากค่ะ แต่จริงๆ ชัดเจนกับสถานะตอนนี้กับทุกคน สุดท้ายแล้วเรารู้สึกว่า ณ ปีนี้เราไม่ได้ให้ตรงนี้เป็นที่หนึ่งของชีวิตนะ หนูยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะมากๆ 

เดี๋ยวชาวเน็ตเขาจะแซะ ไม่อยากเปิดแล้วลงรูปทำไม?

ใบเตย : ก็ฟีลลิ่งค่ะ  

มั่นใจเปิด บางคนอยากให้เปิดหน้า?

ใบเตย : ยังหรอก อีกนาน เห็นแค่มือ แค่ขานี่แหละค่ะ (หัวเราะ)

 ลุกซ์เคยเจอยัง?

ลุกซ์ : บางคนเคยเจอ แต่คนในรูปไม่เคยเจอ (หัวเราะ) 

เขาไม่ให้ลุกซ์เจอ จริงมั้ย เพราะเธอไม่ชอบใครเลยสักคนที่มาจีบใบเตย เธอตั้งป้อมเลย?

ลุกซ์ : เกิดจากลุกซ์กับพี่เตยชอบผู้ชายคนละไทป์กัน ไม่เหมือนกัน พี่เตยชอบผู้ชายไม่มีอนาคต (หัวเราะ) 

ใบเตย : แล้วจะกล้าพาผู้ชายมาเจอได้ไง (หัวเราะ)

ลุกซ์ : ทุกวันนี้ก็ยังเป็นห่วงอยู่ ก็รู้สึกว่าเมื่อไหร่ดวงพี่จะเปิดสักทีเรื่องความรัก 

ปัจจุบันไทป์เขาเปลี่ยนไปมั้ย?

ลุกซ์ : ไม่เลย แย่ลงกว่าเดิม พูดความจริงหมดเลยนะ

ลุกซ์ต้องเข้าใจว่าเตยทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตเดินไปได้อย่างสวย เพื่อตัวเขาและครอบครัว ความสตรองมีเยอะจนไม่มีใครเห็นความอ่อนแอ เขาอาจต้องการใครก็ได้ที่ซัปพอร์ตจิตใจเขา แต่ใบเตยก็ต้องดูนะ?

ใบเตย : มีสมองมากขึ้น (หัวเราะ) จะบอกเขาตลอด

ลุกซ์ : เรากลัวเขาเหงาหรือเปล่า เพราะพอแยกย้ายกันปุ๊บ เราก็กลับบ้าน เขาอยู่คนเดียวกับลูก ก็คิดว่าเขาจะเหงามั้ย

หรือเป็นเพราะความเหงา ว้าเหว่?

ใบเตย :   ไม่ค่ะ ชีวิตพวกเราไม่มีเหงาเลยนะ ด้วยงาน ด้วยการที่ต้องพักผ่อน ยิ่งมีลูกอีก ยังคิดเลยนะว่าถ้าวันนี้ไม่มีเวทมนต์เราอาจจะเคว้งกว่านี้ก็ได้นะ แต่พอวันนี้มีลูกมีงาน มันตัดทอนเวลาเหงาเราไปเยอะมากๆ เลย แต่พอมีความรักมันไม่เหมือนอย่างอื่น สุดท้ายแยกแยะได้ แรกๆ เราก็คิดเหมือนกัน ไม่เคยมีความหวังมีรักครั้งใหม่ รู้สึกว่าใครจะมาชอบ มารัก แม้แต่เข้าหาเรา เอาจริงๆ ก็ขอบคุณมากๆ แหละที่ทุกคนมาในความเป็นห่วงเป็นใย มาซัปพอร์ต เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องที่น่ารักมากๆ 

ลุกซ์ : ตอนนี้ชีชอบเด็ก สเปกชอบเด็ก 

ใบเตย : แต่มือที่ลงอายุมากกว่าค่ะ

ชาวเน็ตชอบแซะ เขาบอกว่าเธอมูฟออนไว?

ใบเตย : ไม่หรอก ในมุมหนู หนูควรมูฟได้ไวกว่านี้นะจริงๆ แล้ว (หัวเราะ) หมายถึงสภาพจิตใจทุกอย่าง คนรอบข้างดีใจมาก เหมือนพี่สาว แม่ ดีใจทุกคน เขาเห็นแววตาเราสตรองมากขึ้น เราไม่เศร้า ไม่หดหู่ สุดท้ายแล้วมันคือความแข็งแรงทางจิตใจ ไม่ใช่เพราะการมูฟออนทางความรัก มันคือการทำงานมากกว่า ที่ปีนี้มันทำให้เรากลับมาในความเป็นใบเตยอาร์สยามได้เต็มที่ในความเป็นนักร้อง ที่หนูใฝ่ฝัน ที่เรารู้สึกว่ามันพังทลายไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว มันคือสิ่งนี้ เราต้องการกลับมา ในใจเราคือจะบอกตลอดว่าอย่าลืมฉัน ตอนอยู่ในนั้น เราจะคิดถึงแฟนเพลงมาก คิดในใจตลอดว่าอย่าลืมฉัน แล้วปีนี้เป็นปีที่รู้สึกว่าทุกคนให้เรากลับมายืนในพื้นที่การเป็นศิลปินได้อย่างสง่างาม งานทุกอย่างกลับเข้ามาในความเป็นใบเตยอาร์สยามร้อยเปอร์เซ็นต์ 

ที่เราเลิกกับพี่แมน ตั้งแต่ช่วงไหน?

ใบเตย : ม.ค.เลยค่ะ ที่พูดคุยและให้เวลา เราก็ต้องให้เวลาฝ่ายชายด้วย ในการพูดคุย ทำใจ ปรับกัน ให้เวลาปรับจูนกันประมาณนึงแล้วก่อนถึงเวลาที่ตัดสินใจ ณ วันนั้นเราไม่ได้ไปนั่งบอกใคร มันเรื่องในบ้าน ก็ให้เป็นสิทธิ์ส่วนตัว และความเป็นผู้หญิงมันต้องถึงที่สุด 

สาเหตุมันคือเรื่องอะไร?

ใบเตย : วันนี้พอไปอ่านคอมเมนต์ทุกคนเข้าใจนะคะ (หัวเราะ) อยากให้มองว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาของความมีครอบครัว ใบเตยว่า ณ วันนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น ถ้าเป็นแต่ก่อนเราไปอ่านคอมเมนต์ คนน่าจะติเรามากกว่านี้ แต่ ณ วันนี้ก็มีเสียงแตกไปหลายเสียงว่าเข้าใจใบเตยนะ ใบเตยทำงานเหนื่อยมากๆ แล้วเจอเรื่องแย่มากๆ ถ้าวันนี้จะเป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกเท่าไหร่ แต่สุดท้ายอยากบอกว่ามันไม่มีอะไรเลวร้ายในความสัมพันธ์ของเรา ยังทำหน้าที่ ดีใจที่มีหลายคอมเมนต์ที่บอกว่าเราไม่ได้เลิกกันแบบสาดเสียเทเสียไม่มีอะไรเลย แล้วเป็นการตกลง คุยกัน ไม่มีปัญหาเรื่องเลี้ยงลูกไม่มีปัญหาอะไรเลย เราบาลานซ์กันได้ดีในวันที่ตัดสินใจแยกกัน 

วันที่พี่สาวตัดสินใจมูฟออน มีความรักครั้งใหม่ในอนาคต ตัวเราว่าไง?

ลุกซ์ : ลุกซ์อยู่กับพี่เตยมาตลอด ซัปพอร์ตทุกการตัดสินใจ เพราะจริงๆ ลุกซ์เคยได้ดูแลพี่แมน มีช่วงนึงเป็นผู้จัดการได้ไปไหนมาไหนกับพี่แมน ก็รู้สึกว่าชีวิตก็แบบนี้แหละ อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบในลักษณะการสามีภรรยา แต่ในฐานะพ่อแม่ลูกมันทำได้ มันเป็นสิ่งที่เขาต้องร่วมมือกัน 

คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง?

ใบเตย : อเมซิ่งค่ะ วันนี้เหมือนฝันเลย ต้องบอกก่อนว่าก่อนเจอคดี เรากำลังจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเอง แล้วพอวันที่เจอ ทุกอย่างก็พังทลายหมด ณ วันนี้เหมือนเราสร้างมันขึ้นมาใหม่ แล้วหนูทำขึ้นมาด้วยตัวเองสองคนพี่น้อง เอาจริงๆ ต้องบอกว่าน้องสาวไม่เห็นด้วยเลย นี่สู้ด้วยตัวเองนะหนูทำภายในสองอาทิตย์เลย ตอนแรกมีการนำเสนอแจ้งทางค่ายว่าอยากทำ ก็รู้สึกว่าเอ๊ะ ค่ายจะทำให้หรือเปล่า 

ลุกซ์ : พี่เตยมีสัญญาอยู่กับอาร์เอส จะทำอะไรต้องแจ้ง คอนเสิร์ตนี้จริงๆ เราอยากทำเป็นแฟนคอน แฟนมีตฯ เล็กๆ น่าจะเป็นความฝันที่ติดอยู่ในใจพี่เตยมาตลอด เขาอยากมีคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเอง เราเลยรู้สึกว่าจากตอนแรกเราไม่ค่อยมั่นใจ พูดตรงๆ นะว่าจะมีแฟนคลับพี่เตยมาดูหรือเปล่า  เราเลยอยากทดลองด้วยการจัดแฟนมีตเล็กๆ ก่อนว่าฟีดแบ็กเป็นยังไง แต่คนนี้รู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วเขาไม่รู้จะได้ทำอีกเมื่อไหร่ เขาสู้ดวยตัวเองทุกอย่าง หาสปอนเซอร์เอง ลงมือทำเอง เชิญแขกรับเชิญทุกขั้นตอน ด้วยตัวเองหมดเลย ด้วยระยะเวลาไม่ถึงเดือนนะคะ ไปขอสปอนเซอร์เองทั้งหมด 

ใบเตย : หนูไม่รู้เลยในวันที่เราเข้าไปขอสปอนเซอร์ใดๆ ไม่คิดว่าจะมีคนซัปพอร์ตขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าย้อนเวลาได้อยากจัดสโคปใหญ่เชิญทุกคน แต่ตอนนี้ก็เกิน 20 ชีวิต

ขายบัตรยังไง?

ใบเตย : 10 ต.ค. นะคะ วันนี้ขายบัตรแล้ววันแรกค่ะ 

ลุกซ์ : บัตรมีหลายราคาตามผังที่นั่ง วันนี้พิเศษเฉพาะแฟนคลับใบเตย จาก 1,500 บาท วันนี้ถึง 15 ก.ย. จะเหลือ 999 บาท 

ใบเตย : ที่นั่งอีเอฟนะคะ โซนแฟนคลับโดยเฉพาะ ส่วนที่นั่งอื่นซื้อได้เลย เปิดวันนี้วันแรก 

บัตรมีราคาตั้งแต่ 2,000 3,000 3,500 บาท ถ้าวีไอพี จะ 4,500 บาท?

ใบเตย : ขายในทิกเก็ตเมลอนนะคะ ดูตอนนี้กดได้เลย จะเล่าว่ามันเป็นช่วงประจวบเหมาะ เข้าใจว่ามันรวดเร็วมาก แต่โจทย์ของเราคือสโมสรชิมิ ใบเตยมีเกิร์ลกรุ๊ปคือสโมสรชิมิ ซึ่งมีน้องสาวคนนึงคือน้องอลิส อาร์สยาม เขาอยู่อเมริกา เขากลับมาช่วงนี้พอดี เราไม่อยากเสียโอกาส มันอยู่กันได้ครบ ก็โอเค ต้องจัดตอนนี้แหละ ณ วันนี้หนูรู้สึกว่าเรายังเต้นไหว สู้ไหว กลัวอายุ 40 จะเต้นไม่ไหวแล้ว เพราะเพลงหนูเต้นทุกเพลง ก็เลยจัดเลย 

ยากที่สุดคือการจบความสัมพันธ์แล้วจะบอกลูก ยากมั้ย?

ใบเตย : ไม่เลยค่ะ เขาเข้าใจมากๆ เราไม่ได้บอกว่าพ่อแม่อะไรนะ มันธรรมชาติไปเอง จะบอกว่าป่ะป๊าต้องกลับไปอยู่บ้านเพื่อดูแลคุณปู่คุณย่า คุณปู่คุณย่าแก่มากๆ ป่วย หนูสามารถอยู่ได้ทุกบ้าน ไปได้ทุกบ้าน ทุกบ้านคือบ้านของหนู เขาไม่อะไรเลยค่ะ เขาโอเคมากๆ วันไหนที่หนูไม่ว่าง ติดงานก็เป็นพี่แมน หรือวันไหนพี่แมนว่างเขาก็อยู่กับเรา บ้านเรามีพี่เลี้ยงอยู่แล้ว หลักๆ คือโฟกัสหลักเขาพี่เลี้ยงที่เขาสนิท ตอนนี้ก็เป็นโรงเรียน เขาไปโรงเรียนแล้วค่ะ เขาเข้าใจทุกอย่างเลย เรายังให้ความสุขกันได้เต็มที่ 

‘Alters-Qenryx-THX’ นำทีม T-POP รุ่นใหม่รวมพลัง! เปิดเวทีโชว์ศักยภาพ The Ultimate Random Dance

14 กันยายน 2569 เวลา 11:07 น.

รวมทัพศิลปินเสิร์ฟ Special Performance ใน “THE ULTIMATE RANDOM DANCE” เดินหน้าสร้างพื้นที่และโอกาสใหม่ให้ศิลปินไทย  อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของวงการ T-POP ไทย เมื่อค่ายเพลง Viral Hits Music Vision ภายใต้ บริษัท เดอะ ไวรัล ฮิตส์ จำกัด (The Viral Hits Co., Ltd.) ร่วมกับ UNION MALL จัดกิจกรรมใหญ่ “ViralHitsMusicVision X UNION RANDOM DANCE : The Ultimate Random Dance” ไปเมื่อวันก่อน ณ UNION CO-DANCING SPACE ชั้น 5 UNION MALL เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน แฟนเพลง และคนรักการเต้นได้มารวมพลังผ่านเสียงดนตรี การแสดง และกิจกรรม Random Dance อย่างเต็มรูปแบบ

ก้าวสำคัญของ Viral Hits Music Vision ในฐานะค่ายเพลง T-POP รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาศิลปินภายใต้สังกัด แต่กำลังเดินหน้าสร้าง พื้นที่ โอกาส และระบบสนับสนุนศิลปินไทย ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างค่ายเพลง ศิลปิน พื้นที่เชิงพาณิชย์ สื่อมวลชน และแฟนเพลง เพื่อช่วยขยายฐานผู้ชมและสร้าง Visibility ให้กับศิลปินรุ่นใหม่ในวงการเพลงไทย ด้วยหัวเรือใหญ่อย่าง “แมกซ์ – ภัทรกฤต ดวงสนิท” ผู้บริหาร บริษัท เดอะ ไวรัล ฮิตส์ จำกัด ที่วางทิศทางของ Viral Hits Music Vision ให้เป็นมากกว่าค่ายเพลง แต่เป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนที่พร้อมสร้างแพลตฟอร์มและโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรม T-POP

ไฮไลท์คือการรวมตัวของศิลปินและกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่มาร่วมสร้างสีสันผ่าน Special Performance นำโดย QENRYX, THX, VIIS, SUPERTHAI, ALTERS, CHERIS, QVINT, TREV, NAmp, PLUSONE, CHiLLiZ, GUTS และ VOLVO ซึ่งแต่ละทีมต่างนำเอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ และพลังการแสดงของตัวเองมาถ่ายทอดบนเวที ท่ามกลางบรรยากาศของแฟนเพลงและผู้เข้าร่วมงานที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก  นอกจาก Special Performance แล้ว ภายในงานยังจัดเต็มด้วยกิจกรรม Random Dance จำนวน 3 รอบ เปิดพื้นที่ให้แฟนเพลง สายเต้น และคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมกับบทเพลงที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนพื้นที่ UNION CO-DANCING SPACE ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรีและการเต้นตลอดช่วงกิจกรรม โดยความพิเศษของงานนี้ยังอยู่ที่การเปิดเวทีให้ศิลปินจากหลากหลายสังกัดได้มาปรากฏตัวและแสดงผลงานร่วมกัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะศิลปินภายใต้ Viral Hits Music Vision เท่านั้น ซึ่งสะท้อนแนวคิดของผู้จัดที่ต้องการเห็นอุตสาหกรรม T-POP เติบโตในลักษณะของ Ecosystem มากกว่าการแข่งขันกันแบบต่างคนต่างเดิน

“แมกซ์ – ภัทรกฤต ดวงสนิท” กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังการจัดงานว่า  “ตั้งแต่เริ่มต้น Viral Hits Music Vision เรามองตัวเองมากกว่าการเป็นค่ายที่สร้างศิลปินของเราเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราอยากเห็นคือวงการ T-POP ไทยเติบโตขึ้นทั้งระบบ และศิลปินไทยมีพื้นที่ในการนำเสนอผลงานมากขึ้น เพราะศิลปินทุกคนต้องการโอกาส ต้องการคนเห็น และต้องการพื้นที่ที่ทำให้เขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้พื้นที่ระหว่างศิลปินกับผู้ชมใกล้กันมากขึ้น พร้อมสร้างโอกาสให้แฟนเพลงได้ค้นพบศิลปินกลุ่มใหม่ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ศิลปินต่างสังกัดสามารถมาพบปะ แลกเปลี่ยน และร่วมสร้างสีสันให้กับวงการเดียวกัน อยากขอบคุณศิลปินทุกคน ไม่ว่าจะเป็น QENRYX, THX, VIIS, SUPERTHAI, ALTERS, CHERIS, QVINT, TREV, NAmp, PLUSONE, CHiLLiZ, GUTS และ VOLVO รวมถึงค่าย ต้นสังกัด ผู้จัดการศิลปิน และทีมงานทุกฝ่าย ที่ให้เกียรติมาร่วมสร้าง Special Performance ให้กับงานของเราในครั้งนี้ การที่ทุกคนมาอยู่บนเวทีเดียวกันไม่ได้หมายถึงแค่การมีโชว์ที่สนุกขึ้น แต่หมายถึงการที่พวกเรากำลังช่วยกันสร้างพื้นที่ให้ T-POP แข็งแรงขึ้น ผมอยากให้ศิลปินทุกคนรู้ว่า การมาร่วมงานครั้งนี้มีความหมายกับเราอย่างมาก และ Viral Hits Music Vision ขอบคุณทุกความไว้วางใจจากใจจริง”

การจับมือกับ UNION MALL เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำพื้นที่ศูนย์การค้ามาพัฒนาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ทางดนตรีและวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ศิลปินได้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทิศทางดังกล่าวทำให้ Viral Hits Music Vision กลายเป็นอีกหนึ่งค่าย T-POP รุ่นใหม่ที่น่าจับตา เพราะนอกเหนือจากการพัฒนาศิลปินในสังกัด ค่ายยังเดินหน้าสร้างกิจกรรมและความร่วมมือที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนในอุตสาหกรรมบันเทิงเข้าด้วยกัน ViralHitsMusicVision X UNION RANDOM DANCE : The Ultimate Random Dance” จึงเป็นมากกว่ากิจกรรม Random Dance หรือเวที Special Performance แต่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำพลังจากหลายภาคส่วนมารวมกัน เพื่อขยายพื้นที่ของ T-POP ให้กว้างขึ้น และสร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้ถูกค้นพบมากขึ้น

และนี่อาจเป็นเพียงหนึ่งในก้าวแรกๆ ของ Viral Hits Music Vision บนเส้นทางของการเป็นค่ายเพลงรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “จะสร้างศิลปินให้ดังได้อย่างไร” แต่กำลังตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า เราจะมีส่วนช่วยทำให้ T-POP ไทยเติบโตไปได้ไกลกว่านี้อย่างไร”

หล่อเก่งครบเครื่องบัณฑิตป้ายแดง ‘พูห์ กฤติน’ภูมิใจคว้าปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์

14 กันยายน 2569 เวลา 11:03 น.

พูห์ กฤติน กิจจารุวรรณกุล” นักแสดงนำจากซีรีส์ PIT BABE The Series 1-2 ,สิงสาลาตาย (Goddess Bless You from Death) และรักลืมตาย (The Grim Lover) ในโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ล่าสุด “พูห์ กฤติน”ได้เดินหน้าทำความฝันอีกหนึ่งบทสำคัญของชีวิตสำเร็จอย่างภาคภูมิใจ หลังคว้าปริญญาตรี ISE Chula หรือ International School of Engineering คือ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา Robotics & AI: วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้สำเร็จด้วยเกรดเฉลี่ย 3.27 ซึ่ง พูห์ เผยถึงความรู้สึกหลังคว้าปริญญาได้สำเร็จว่า

“ดีใจมากครับ ที่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ที่จะเรียนจบให้ได้ใน 4 ปี  ตอนนี้พร้อมเดินหน้าลุยงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่มากขึ้น ทั้งงานการแสดงและโปรเจกต์ใหม่ๆที่กำลังรออยู่ และที่สำคัญฝากแฟนๆ ซีรีส์ THE GRIM LOVER หรือ รักลืมตาย ไว้ด้วยนะครับ ด้วยโครงเรื่องที่แปลกใหม่ ด้วยการผสมผสานแนวบอยเลิฟกับแนวแฟนตาซี และโรแมนติก ดราม่า ไว้รวมกันได้อย่างลงตัว กับเรื่องของโชคชะตาที่พาให้เกิดความรักระหว่าง วิสัญญีแพทย์ กับ รีปเปอร์ ยมทูตปริศนาที่มีใบหน้าเหมือนรักเก่าที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  ไปในวันที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง ก็มียมทูตปริศนาคอยสนับสนุนให้ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และยมทูตจะเป็นยังไง มาร่วมเดินทางผ่านความเป็นความตายไปกับพวกเราใน THE GRIM LOVER (รักลืมตาย) เร็วๆนี้นะครับ”

ซึ่งบรรยากาศภายในงานอบอวลด้วยความปลื้มปิติ รอยยิ้มของความภาคภูมิ และความอบอุ่นจาก พี่ฉอด สายทิพย์ , พี่เอส วรฤทธิ์ , พาเวล นเรศ , ยูจีน อัยภณ , บอสสึ ศุภณัฐ , ครอบครัวและแฟนคลับที่มาร่วมในโอกาสสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2569 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “พูห์ กฤติน” ที่พร้อมพิสูจน์ทั้งความสามารถ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของนักแสดงรุ่นใหม่จาก CHANGE2561

เปิดใจ ‘แป้ง อรจิรา’เครียดสะสมจนระเบิดกลางไลฟ์ ต้องจูงมือสามีพบจิตแพทย์!

14 กันยายน 2569 เวลา 10:56 น.

เปิดใจ แป้ง อรจิรา ที่ภาวะความเครียดสะสม จนเจ้าตัวบ่อน้ำตาแตกกลางไลฟ์สด ถึงขั้นต้องพบติตแพทย์ พร้อมจูงมือลูกสาวตัวน้อย น้องเลอา มาอัปเดตพัฒนาการความน่ารัก อีกทั้งยังเล่าเหตุการณ์ที่ลูกสาวทำคุณแม่เสียน้ำตา พร้อมเคลียร์ประเด็นเตรียมย้ายครอบครัวไปอยู่สิงคโปร์จริงไหม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 

ช่วง 4 ขวบมีความเป็นตัวของตัวเอง เลอามีความเป็นตัวของตัวเองยังไงบ้าง?

แป้ง : ชุดนี้เขาก็เลือกเองนะคะ ในใจคือแม่ใส่ขนาดนี้ ลูกเลือกให้แมชต์กับแม่หน่อยได้ไหม บอกให้ไปเปลี่ยนก็ไม่เอา รองเท้าก็เลือกเอง

เริ่มไม่ชอบถ่ายรูป ถ่ายคลิปแล้ว?

แป้ง : ใช่ ถ้าเราอยากถ่ายรูปเขาหรือถ่ายคลิปเขา เขาจะไม่ให้ถ่าย ก็มีเพื่อนหลายๆ คนเหมือนกัน บอกว่าไม่จับน้องถ่ายคลิป ทำนู้น ทำนี่ เราแบบ..แม่ไม่อยากเครียด

เขาเหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่?

แป้ง : ถ้าเอาหน้าตาน่าจะผสมๆ แต่ถ้านิสัยน่าจะเหมือนแม่มากกว่า

น้องเลอาไม่ยอมทานผลไม้เลยตั้งแต่เด็ก?

แป้ง : ตอนนี้ก็ยังไม่ทาน แต่เขาทานผัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรตั้งแต่เขาจำความได้ก็คือไม่กินเลย ตอนเด็กๆ เราบดให้เขาทานบ้าง แต่พอเขารู้เรื่องไม่เลย ให้ลองชิมคือไม่ชิม

มันจะส่งผลต่อกานเจริญเติบโต คุณค่าทางสารอาหารไหม?

แป้ง : ไปถามคุณหมอเหมือนกันว่าน้องไม่ทานผลไม้เป็นไรหรือเปล่า คุณหมอบอกว่าถ้าทานผักได้ ไม่ทานผลไม้ก็ยังโอเคอยู่

มีคนติดต่องานในวงการไหม?

แป้ง : ต่อให้มีก็ไม่กล้ารับ ดูท่าทาง ก็จะมีรีวิวประมาณนี้ แต่ถ้าเป็นงานอย่างอื่นน่าจะให้โตกว่านี้ เพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่ชอบ

ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่พี่แป้งร้องไห้กลางไลฟ์?

แป้ง : ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพาลูกไปเที่ยว แล้วคุณพ่องานเยอะมาก แล้วเรารู้สึกว่าอยากพาลูกไปขึ้นเรือดิสนีย์ไปกับเพื่อนและมีเพื่อนลูกไป เราเลยจัดสินใจพาไปคนเดียว ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีอะไร ประจวบกับช่วงนั้นเขาก็งอแงด้วย แล้วพอลงจากเรือก็มีหลายๆ สิ่ง งานของสามีที่ต้องไป ต้องทำ และธุระอื่นๆ ที่ต้องทำอีก แล้วเราก็แบบมันยาวเนาะ มันอยู่แบบ 2 อาทิตย์ มันก็เครียดสะสม จริงๆ ต้องอยู่สิงคโปร์นานกว่านั้น แต่ว่าเราขอกลับมาก่อน พอเรากลับมาได้มีเวลาหายใจ นู้น นี่ ตอนนั้นก็ไม่มีอะไร เราก็ไลฟ์ปกติ ขายของใดๆ  แล้วมันอาจจะมีบางคอมเมนต์ แบบ เป็นยังไง ทำไมดูเหนื่อย แล้วเราด้วยความที่พยายามเก็บๆ อยู่แล้ว เหมือนมันไม่ได้พูด และเราก็ไม่รู้ตัวด้วย เพราะตอนอยู่ตรงนั้นทำยังไงให้บรรยากาศในบ้านมันดีที่สุด พยายามยิ้มแย้ม โดยที่เราก็เครียด แต่เราไม่รู้ตัวว่าเครียด พอมีคนมาถามแล้วมันแบบระเบิด

เหมือนคอมเมนต์มันมาจี้จุด?

แป้ง : ใช่ เหมือนเราไม่ได้พูด แล้วเราไม่ได้มาดูตัวเองว่าฉันเป็นอะไรหรือเปล่า พอมีคนถาม ฉันเป็นนิ แล้วเหมือนเราหยุดไม่ได้ ร้องไห้ หื้อเป็นอะไรทำไมมันหยุดไม่ได้ ร้องไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่อาจจะดูเหมือนร้องเยอะมั้งเลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา แต่ว่าปกติเวลาร้องเสร็จมันก็จะหาย แต่อันนี้ไม่หาย ปกติออกกำลังกายเสร็จก็ควรจะรู้สึกดี แฮปปี้ อันนี้เริ่มรู้สึกทำไมฉันออกกำลังกายแล้วสั่นไหว ลมพัดแล้วอยากจะร้องไห้ เลยเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ปกติแล้ว

มันเครียดสะสม?

แป้ง : มันเครียดสะสม แล้วลึกๆ เราอาจจะเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์เบาๆ พอมันไม่ได้ดั่งใจ ไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่างแบบ อยากให้ลูกแฮปปี้ อยากให้ลูกยิ้มแย้ม อยากให้ลูกไม่ดื้อ อยากให้สามีเข้าใจ อยากทำนู้ อยากทำนี่ แล้วมันไม่ได้ เอ๊ะทำไมแค่นี้มันไม่ได้ มันจะเหมือนเก็บ เราเลยตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ เพราะเรารู้สึกว่าไม่ปกติ คุณหมอก็แนะนำให้กินยา แต่ตอนนั้นเราแข่ง HYROX เราก็กลัวว่าถ้าเรากินยา เดี๋ยวไม่มีแรงวิ่ง ก็เลยไม่กิน พยายามนอนให้พอ ไปนวดกดจุดบำบัด ลิงหลายๆ ทางแล้วมันรู้สึกว่า เราดีขึ้น เราเลยไม่กินยา หลังจากนั้นเราไปหาหลายคนมากนะ นักจิตบำบัดก็ไป ซึ่งเขาจะแตกต่างกับจิตแพทย์ตรงที่เขาไม่จ่ายยา แตาเขาฟังแล้วบอกว่าเราเป็นอะไร

จากที่ฟังนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้เหมือนกัน?

แป้ง : ใช่

ได้ไปตรวจไหม?

แป้ง : เขาบอกว่าเรามีภาวะวิตกกังวล แต่ยังไม่ถึงขั้นกับเป็นโรค เพราะฉะนั้นเขาจ่ายยามาให้เราเพื่อที่เอาไปกิน คือถ้าเราดิลกับตัวเองไม่ได้ระยะยาวจะเป็นแหละ แต่ถ้าตอนนี้ถ้าเรายังพอแก้ได้อยู่มันก็ดีกับเรา ซึ่งเราก็เลือกจะไม่กิน เราไม่อยากกินไปเรื่อยๆ 

เวลาคุณเป็น คนที่อยู่ข้างๆ ก็สำคัญ?

แป้ง : ใช่ 

คนที่เป็นสามีเขาเข้าใจเราไหม?

แป้ง : เขาไม่เข้าใจหรอกว่าเราเป็นอะไร แต่ว่าเขาให้พื้นที่ แล้วเราบอกเขา 1 ในภาวะความเครียดของเรามาจากเขา

เห็นว่าตอนที่พี่แป้งเจอสภาวะความเครียด ก็พาคุณสามีไปพบคุณหมอด้วย ไปทั้งคู่เลย?

แป้ง : พอเราไปคุยกับจิตแพทย์และนักจิตบำบัดหลายๆ คน เขาก็จะแยกเรามีพาร์ทความเป็นภรรยา ความเป็นแม่ แต่ว่าความเครียดของเราก็มาจากทางสามี อาจจะลูกด้วย พอเราคุยไปเยอะๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่า จริงๆ ถ้าคนข้างๆ เข้าใจเรามันจะช่วยได้เยอะมาก บางทีเราเครียดเขาไม่เข้าใจ เขายังงงอยู่เลย ยูเป็นอะไร ทั้งๆ ที่เรารู้ว่าปัญหาของเราคืออะไร แต่สามีเราไม่รู้ เราก็เลยแบบถ้าอย่างนั้นเราไปเจอด้วยกันไหม อย่างน้อยฟังจากมุมมองคนอื่น เขาจะได้เข้าใจว่ามันคืออะไร บางทีเราพูด เขาเห็นว่ามันไม่สำคัญ หรือเรื่องใหญ่ของเรา มันคือเรื่องเล็กของเขา เหมือนมันมองคนละมุม เราเลยให้คนกลางเข้ามา

แสดงว่าเขาก็ไปด้วย?

แป้ง : เขาไป เพราะภรรยาแลดูไม่ไหว

พอกลับมาเขาเปลี่ยนไปยังไงบ้าง เขาเข้าใจเรามากขึ้นไหม?

แป้ง : เหมือนทำให้เขาเข้าใจตัวเขาเองด้วย เหมือนวิธีการคุยกัน 2 คน เขาคุยวิธีนี้ เราคุยภาษานี้ พอคุยกันแล้วทำไมมันไม่เข้าใจกัน คือเราก็เข้าใจเขาด้วยว่าพื้นเพเขามาแบบนี้ เราพื้นเพมาแบบนี้ เรามองความสำคัญคนละจุดกัน ยังไงมันก็คุยกันไม่รู้เรื่อง จริงๆ เรารู้สึกว่า เราเป็นคนเติม เติมสามี เติมลูก เติมอยู่คนเดียว แล้วเราหมด บางทีเราก็ต้องการให้สามีเติมให้เราบ้าง อย่างภาวะที่เราออกมาร้องไห้ เรารู้สึกว่าเราหมด จนเราไม่มีอะไรจะให้สามี ให้ลูก หมดพลัง

ถ้าเขาเติมให้เราเป็นเติมตังได้ไหม?

แป้ง : ได้เลย เติมเป็นกระเป๋าได้แฮปปี้ ไม่ต้องทำอะไรมาก โอนตัง จบ

หลังจากที่พาคุณสามีไปเจอหมอ เหมือนพี่แป้งเองขอว่า ขอมีช่วฃเวลาที่เราขอแยกไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว 4-5 วัน?

แป้ง : จริงๆ ไม่เชิงแยกไปหรอก แต่มันมีธุระให้ต้องไปต่างประเทศพอดี 4-5 วัน ก็ไปคนเดียว ตอนนั้นเหมือนทำบุญมาดี มันอยู่ในจังหวะที่เราไม่ไหวแล้วจริงๆ แล้วฉันต้องไปพอดี เราขึ้นเครื่องด้วยความรู้สึกแฮปปี้มาก รู้สึกฉันได้พัก ฉันได้เบรก พอไปเสร็จปุ๊บก็ไปออกกำลังกาย กินข้าว เจอเพื่อน ช้อปปิ้ง แล้วเราก็รู้สึกสิ่งที่เราขาดหาย คือความสุขของตัวเอง เหมือนเราลืมว่าความสุขของเราคืออะไร เรามัวแต่ให้เขา ให้สามี ให้ใดๆ จนแบบจำได้ว่าก่อนมีภาวะ วันนึง 24 ชม. เราขอไปกินชาเขียวแก้วนึง แล้วมันไม่ได้ เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ฉันไปกินข้าวกับคุณ ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปคุยงาน ได้เลย แต่ขอกินชาเขียวแก้วเดียวแล้วมันไม่ได้ เรารู้สึกว่า แค่ฉันอยากกินชาเขียวแก้วเดียว ฉันยังไม่ได้เลย แล้วเหมือนพอเราได้ไปคนเดียว 3-4 วัน ฉันอยากกินชาเขียวฉันก็ได้ไป ฉันอยากไปออกกำลังกาย ฉันก็ได้ไป ฉันอยากทำอะไรได้ทำหมด เหมือนมันได้ออกไปชาร์จพลัง

มันได้กลับมาเป็นตัวเองจริงๆ?

แป้ง : ใช่

ช่วงนั้นต้องบอกว่าบทบาทภรรยากับคุณแม่มันสำคัญจนบางทีเราลืมตัวเอง?

แป้ง : ใช่

สุดท้ายคำตอบที่ได้หลังจากนี้เราควรต้องทำยังไง?

แป้ง : อันนี้เป็นคำตอบที่นักจิตบำบัดเขาบอก ถ้าตัวเราเองยังไม่เต็ม เราจะไปมอบให้เขายังไง ถ้าเราไม่มีความสุข เราหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ความสุขของแป้งคืออะไร ตอนนั้นที่เขาถาม แป้งลืมจริงๆ ก็คือการได้อยู่กับลูกก็คือความสุขแล้ว แล้วนักจิตบำบัดเขาก็ถามว่าที่ไม่เกี่ยวกับลูกเลย มันคืออะไร เราก็คิดในใจ จริงๆ แค่เราได้ฟังเพลง ได้แช่น้ำร้อน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ได้เดินคนเดียว ได้กินสิ่งที่ชอบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว วันนั้นกลับบ้านมาเปิดน้ำร้อน แช่น้ำ เปิดเพลงฟัง แล้ววันนั้นลูกขอไปเล่นบ้านเพื่อนพอดี เราแบบมีความสุขจังเลย แล้วพอกลับมา เลอาเป็นยังไงบ้าง หนูไปเล่นกับเพื่อนมาเป็นยังไงบ้าง แต่ตอนไหนที่เราเป็นหนูเหี่ยว เราก็ไม่มีพลัง แล้วเราอยากจะพยายามเติม คือมันฝืน มันไม่ได้ เหมือนซากหมูที่เหี่ยว เป็นฟีลประมาณอย่างนั้น

ตอนนี้เป็นยังไง สภาพจิตใจ ความรู้สึกมันดีขึ้น100% ไหม?

แป้ง : ดีขึ้น อาจจะยังไม่ร้อย คงจะเป็น 70-80 แต่ละภาวะมันไม่ได้แก้ไขภายในข้ามคืน ต่อให้สามีไปพบนักจิตบำบัดใดๆ กับเรา แต่ท้ายที่สุดมันไม่สามารถเปลี่ยนคนคนนึงภายในวันเดียว ทุกวันนี้เห็นก็ยังมีเหม็น ก็ยังมีไม่ชอบ ก็ยังมีอีกแล้ว ก็ยังมีอยู่ แต่ว่าอย่างน้อยเรามีวิธีแก้ไข เรามีทางออก สามีเขาก็น่ารัก เขาเป็นคริสต์เขาพาไปโบสถ์ ที่โบสถ์ก็จะมีเป็นคอร์ทคนแต่งงาน เราก็ทำทุกอย่างให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราเลยรู้สึกว่ามันมีทางออก

มันกลัวว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม?

แป้ง : มันกลับไปอยู่แล้ว เดี๋ยวยังไงมันก็ต้องมีอีก ไม่ใช่วันนี้ฉันแข็งแรงแล้ว มันจะไม่เกิดขึ้น ชีวิตคู่มันไม่ได้เหมือนแฟนกัน คบกัน 1-2 ปี แต่มันยังอยู่ไปอีก 10-20 ปี เดี๋ยวมันก็มีอีก แต่ว่าวันนั้นเราอาจจะต้องหันมาถามตัวเองว่าวันนั้นเราจะแก้ปัญหายังไงอีกทีนึง

จะย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่ที่สิงคโปร์?

แป้ง : จริงๆ เป็นแพลนที่คุณพ่อเขาอยาก เขาอยากให้ลูกเขารู้ว่าเป็นสิงคโปร์ จริงๆ ไม่ต้องอยาก เขารู้อยู่แล้ว เขาอยากให้้หมือนไปเรียนรู้วัฒนธรรม ไปอยู่กับคุณปู่ คุณย่า ว่าแบบจริงๆ เขามีความเป็นสิงคโปร์อยู่ด้วย ไม่ใช่เป็นแค่คนไทย ก็เลยอยากจะย้ายไปตอน 6 ขวบ

แล้วได้ลองไปอยู่ที่นั่นบ้างหรือยัง?

แป้ง : ได้ เวลาปิดเทอมนี่แหละ

ไปอยู่สิงคโปร์แล้วเป็นยังไง?

แป้ง : เลอาเขาเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว แพ้ขนสัตว์ แพ้นู้นนี่  แต่ว่าไม่ได้เป็นหนักขนาดนั้น แต่ว่าล่าสุดที่ไปสิงคโปร์ รอบที่แล้วอยู่นาน 2 อาทิตย์ เลอาอยู่ดีๆ ก็ผื่นขึ้น ตาบวมจนต้องเข้าฉุกเฉิน แล้วหายใจไม่ออก เราก็พาเขาไปหาหมอ แล้วเราสังเกตทุกครั้งที่เขาไปสิงคโปร์ เขาจะแพ้แต่ไม่ได้หนักเท่าครั้งที่แล้ว เราถามหมอว่าแพ้อะไร คือแพ้อากาศเปลี่ยน แพ้ใดๆ โดยที่เราไม่มีคำตอบว่ามันคืออะไร เราก็กลัวว่าถ้าเลอาย้ายไปจริงๆ กลัวว่าจะแพ้อะไร ก็เลยคุยกับสามีว่าถ้าเรายังไม่รู้ว่าเขาแพ้อะไร เราอย่าเพิ่งไปไหม 

เห็นบอกว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้พี่แป้งเสียน้ำตาจากลูกสาว?

แป้ง : ดิสนีย์แลนด์น่าจะมีอาถรรพ์ ทุกครั้งที่ไปดิสนีย์แลนด์เสียน้ำตาตลอด ตอนเด็กๆ ไม่เคยไปดิสนีย์แลนด์เลย พ่อ แม่ไม่เคยพาไป เราเลยมีความรู้สึกว่าอยากจะพาลูกไป แล้วสามีติดงาน เราเลยคิดว่าเดี๋ยวเราพาไปเองคนเดียว ตอนนั้นเขาน่าจะประมาณเกือบ 3 ขวบ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากในแต่ละกิจกรรม แล้วเราอยากให้เขาได้ทำทุกอย่าง แล้วก็ทั้งอุ้ม ทั้งวิ่ง ขี่คออยากให้เห็น แล้วเหมือนเขาเองก็คงเหนื่อย นางก็โวยวาย งอแง อะไรที่ไม่น่ารักทำหมด พาไปดูของเล่น บอกเขาว่าถ้าอยากได้ก็ต้องมาขอโทษหม่ามี้ เขาบอกไม่ ไม่ขอโทษ ไม่เอา สรุปไม่ได้ซื้อ เราก็เสียใจ แต่จะเสียใจทำไม เขาเด็ก ตอนนั้นด้วยความเหนื่อย ทุ่มเท ปกติดิสนีย์แลนด์เราไม่ได้อยากไป แต่ที่ไปเพราะเขาเลย ก็เลยน้ำตาซึม ร้องไห้ นี่ก็ไม่รู้เรื่อง

มีอะไรอยากจะบอกลูกสาว?

แป้ง : รัก ไม่รู้จะรักยังไงแล้ว บอกเขาเลอารู้ไหม หม่ามี๊รักเลอามากกว่ารักตัวเองอีก รักมาก

เมื่อไอดอลยุค 90 ‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’เจอ เก๋าเก๋าเก๋า! ‘วงชาตรี’ ซ้อมใหญ่โค้งสุดท้าย ก่อนเปิดม่าน

14 กันยายน 2569 เวลา 10:49 น.

นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับโมเมนต์ดนตรีระดับคลาสสิกที่ทุกคนรอคอยกับ “ชาตรี อินคอนเสิร์ต โลกมายา” จัดโดย Snack Box Showbiz ที่พร้อมเช็กอินวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 ณ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ล่าสุดปล่อยภาพบรรยากาศสุดฟีลกู้ดจากห้องซ้อมใหญ่ เผยให้เห็นการรวมตัวข้ามเจนสุดลงตัวที่แฟนเพลงไม่ควรมองผ่าน

บรรยากาศในห้องซ้อมเต็มไปด้วยพลังและความอบอุ่น เมื่อศิลปินแขกรับเชิญ “ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง” ขวัญใจแฟนเพลงยุค 90 มาร่วมแจมต่อโน้ตร้องเพลงกับพี่ๆ “วงชาตรี” รุ่นใหญ่วัยเก๋าปี 70 ทั้ง ป้อม-คทาวุธ, ยุ่น-ประยูร, ปุ้ย-อนุสรณ์ พร้อมด้วยทีมวง Backup คนรุ่นใหม่ที่มาร่วมเติมความแน่นของซาวนด์ดนตรี เพื่อ 50 บทเพลงฮิตระดับขึ้นหิ้งมาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ร่วมร้องและอินไปด้วยกันแบบจุใจตลอดการแสดง

การคอลแลบบอเรชันครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่ดนตรีโฟล์คซองสตริงคลาสสิกของวงชาตรี จะถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ร่วมกับเอกลักษณ์ของ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ในรูปแบบโชว์สุดเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ทั้งนี้ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ได้ฝากข้อความถึงแฟนเพลงทุกคนว่า “การได้มาซ้อมด้วยครั้งนี้ เหมือนการได้มาเจอพี่น้อง สนุกและอบอุ่นมากครับ ในฐานะที่ผมเองก็เป็นแฟนตัวยงของวงชาตรีคนหนึ่ง ได้เห็นลิสท์เพลงทั้ง 50 เพลงที่พี่ๆ เลือกมา ผมมั่นใจว่าเป็นเพลงที่แฟนเพลงของวงชาตรีจำได้และร้องตามกันได้ตั้งแต่โน้ตแรกแน่นอน อยากเชิญชวนแฟนๆ ทุกเจนมาร่วมเก็บภาพความทรงจำและสัมผัสบรรยากาศความสุขด้วยกันในวันอาทิตย์นี้ครับ เพราะคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกลับมาร้องเพลงที่แฟนเพลงคุ้นเคย แต่คือการกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างพี่ๆ วงชาตรี กับผู้คนที่เติบโตมาพร้อมกับบทเพลงเหล่านั้น อีกเพียงไม่กี่วัน ความทรงจำที่เคยอยู่ในเสียงเพลง กำลังจะกลับมาเกิดขึ้นจริงตรงหน้าพวกเราอีกครั้งครับ”

สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร อย่ารอช้า! สามารถจองบัตรช่วงโค้งสุดท้ายได้แล้ววันนี้ที่ ThaiTicketMajor ทุกช่องทาง แล้วมาร่วมปักหมุดความประทับใจในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ด้วยกัน

 วันแสดง: วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 15:00 น.(ประตูเปิด 13:30 น.)สถานที่: ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ซื้อบัตรได้ที่: ThaiTicketMajor ทุกสาขาและออนไลน์

#ชาตรีอินคอนเสิร์ตโลกมายา #วงชาตรี #ทัชณตะกั่วทุ่ง #SnackBoxShowbiz #ConcertThailand #ThaiTicketMajor

อั้ม อธิชาติ ตอกย้ำภาพเจ้าพ่อรักสุขภาพ จัดงาน Good Health Great Heart

14 กันยายน 2569 เวลา 10:40 น.

บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ “Atis amarit” จัดกิจกรรม “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” ภายใต้หัวข้อ “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน” เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เพื่อส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพพร้อมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลร่างกายและการปรับพฤติกรรมก่อนเกิดโรค

ปัจจุบันโรคเบาหวานยังเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย ข้อมูลจาก International Diabetes Federation ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานประมาณ 6.36 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.2 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความเข้าใจและการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกิดโรคเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นพ.จงรัก เจริญทรัพย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รวมถึงคุณนันทกา สุขสุมิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์ธุรกิจ ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้จัดงานและแขกรับเชิญ ไฮไลต์สำคัญคือ Special Talk “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน” ซึ่งนำเรื่องสุขภาพมาถ่ายทอดในมุมที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ร่วมให้ความรู้โดย พญ.อภิชญา เสียงลือชา แพทย์ประจำศูนย์สุขภาพผิวและความงาม และ นพ.วันชัย ทวีโภคา แพทย์ประจำศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น พร้อมแขกรับเชิญ ได้แก่ ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ และตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด ดำเนินรายการโดย กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ

ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ผู้บริหารบริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด และเจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์ Atis amarit กล่าวว่า “อทิสเมดตั้งใจจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความรู้เรื่องสุขภาพได้ง่ายขึ้น เพราะการดูแลสุขภาพควรเริ่มจากความเข้าใจและทำอย่างต่อเนื่อง เราอยากให้ทุกคนนำความรู้จากแพทย์และประสบการณ์จากแขกรับเชิญไปปรับใช้ให้เหมาะกับชีวิตของตัวเอง”

ด้าน อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ กล่าวว่า “อาหารมีผลต่อสุขภาพโดยตรง การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องยาก เพียงรู้จักเลือกอาหาร ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้”

ขณะที่ ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด กล่าวว่า “การออกกำลังกายที่ได้ผลไม่จำเป็นต้องหนัก แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับร่างกายและทำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราดูแลทั้งอาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกายควบคู่กัน สุขภาพและคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของกิจกรรมได้รับเกียรติจาก คุณอนัญญา มหาวงศ์ ที่ปรึกษาทีมสุขภาพ บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด ร่วมแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Atis amarit ในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการพักผ่อนอย่างเพียงพอบรรยากาศภายใน

งานได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายช่วงวัย นอกจากความรู้จากแพทย์และแขกรับเชิญแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้รับชุดผลิตภัณฑ์ Atis amarit พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรม “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพให้แก่ประชาชน ณ โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศต่อไป

CLICK at Siam Amazing Park เนรมิตโลก MV ‘CLICK’ของ JISOO สู่ประสบการณ์จริง ชวนแฟนๆ ตามรอยสถานที่ถ่ายทำจริง

14 กันยายน 2569 เวลา 10:38 น.

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ร่วมกับ Blissoo เปิดตัว “CLICK at Siam Amazing Park” กิจกรรมพิเศษที่ต่อยอดจากมิวสิกวิดีโอ “CLICK” ของ JISOO ศิลปินระดับโลก ซึ่งสยามอะเมซิ่งพาร์คได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำ เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ก้าวเข้าสู่โลกของ MV และสัมผัสประสบการณ์จากสถานที่จริง ณ สยามอะเมซิ่งพาร์ค

หัวใจสำคัญของ “CLICK” คือเรื่องของความสัมพันธ์และการเชื่อมโยง แม้ JISOO และแฟนๆ ของเธอจะมาจากต่างประเทศ พูดกันคนละภาษา และใช้ชีวิตในโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เสียงดนตรีสามารถพาทุกคนมาพบกัน และสร้างสายสัมพันธ์ที่ระยะทางไม่อาจพรากไปได้

CLICK. “We were made to fit.”

CLICK at Siam Amazing Park นำแนวคิดจาก MV มาสร้างเป็นประสบการณ์จริง ให้แฟนๆ ได้ตามรอย JISOO ในสถานที่ถ่ายทำจริง พร้อมสัมผัสฉากและองค์ประกอบสำคัญจาก MV อาทิ ม้าหมุนสองชั้น ไฮไลท์สำคัญของมิวสิกวิดีโอ, ที่นั่งรถไฟเหาะที่ JISOO ใช้ในการถ่ายทำจริง และ โซนถ่ายภาพ CLICK Bear ตัวแทนสายสัมพันธ์ระหว่าง JISOO กับแฟนๆ

ภายในพื้นที่กิจกรรมยังมีกิจกรรมพิเศษให้แฟนๆ ได้ Connect กับ JISOO  ไปรษณีย์ไทยได้จัดทำ “JISOO 10230” ซึ่งเป็นที่อยู่ไปรษณีย์จริงในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆ จากทั่วทุกมุมโลกสามารถส่งจดหมายถึง JISOO ได้ตลอดช่วงการจัดกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2569

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก เพียงจ่าหน้าซองถึง JISOO 10230 THAILAND

แฟนๆ สามารถเขียนสิ่งที่อยากบอกกับ JISOO  ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำ คำขอบคุณ เรื่องราวส่วนตัว หรือเพียงข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความรัก จากนั้นไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้ส่งต่อข้อความเหล่านั้นไปยัง JISOO

เช่นเดียวกับเสียงดนตรีของ JISOO ที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อส่งถึงแฟนๆ JISOO 10230 ก็เปิดโอกาสให้ข้อความจากแฟนๆ ได้เดินทางกลับไปหาเธอเช่นกัน

สำหรับแฟนๆ ที่มาเยือนสยามอะเมซิ่งพาร์ค จะได้มีประสบการณ์จริงผ่านตู้ไปรษณีย์ JISOO 10230 ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษภายในพื้นที่กิจกรรม โดยผู้เข้าชมสามารถเขียนและส่งโปสการ์ดพิเศษถึง JISOO บันทึกวิดีโอคลิปและข้อความส่วนตัว ถึง JISOO ร่วมสนุกกับจุดถ่ายภาพ CLICK และสะสมแสตมป์ตามจุดกิจกรรมต่างๆ ผ่าน CLICK Passport โดยแฟนๆ ที่สะสมแสตมป์ครบตามเงื่อนไข สามารถนำมาแลกรับโปสการ์ด JISOO รุ่นพิเศษได้

 นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายรายการในบรรจุภัณฑ์ CLICK Collection รุ่นลิมิเต็ด ให้แฟนๆ ได้เลือกอิ่มอร่อยและเก็บสะสมอีกด้วย

กิจกรรม CLICK at Siam Amazing Park ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และพันธมิตรทางการตลาดของสยามอะเมซิ่งพาร์ค เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงดนตรี ศิลปิน แฟนคลับ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำ Pop Culture Tourism มาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เปิดโอกาสให้แฟนๆ จากประเทศไทยและทั่วโลกได้เดินทางมาสัมผัสสถานที่จริงจากผลงานที่ชื่นชอบ พร้อมสร้างความทรงจำและประสบการณ์ร่วมในโลกของ CLICK

ผู้สนใจสามารถเลือกแพ็กเกจได้ 3 รูปแบบ ได้แก่

  • CLICK Adventure Pass
  • Super CLICK Adventure Pass
  • Annual CLICK Collectible Pass

โดยทุกแพ็กเกจสามารถเที่ยวสวนน้ำและสวนสนุกได้ไม่จำกัดรอบตลอดทั้งวัน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม CLICK at Siam Amazing Park และรับ CLICK Passport รวมถึงของที่ระลึกคอลเลคชั่น CLICK (จำนวนจำกัด) สามารถซื้อแพ็กเกจได้ที่จุดจำหน่ายบัตรสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือซื้อออนไลน์ล่วงหน้าที่ ticket.siamamazingpark.com

CLICK at Siam Amazing Park เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไปตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2569 สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดบริการทุกวัน 10.00-18.00 น.  (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.) เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ต่อรถสาธารณะอีกเพียง 1.5 กม. เท่านั้น พร้อมบริการที่จอดรถในร่มกว่า 1,000 คัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line:  @siamamazingpark  หรือ โทร. 02-105-4294