สภาสูงอิตาลีผ่านกม.ขั้นสุดท้าย ปูทางกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ หลังเลิกใช้แล้วเกือบ 40 ปี

สภาสูงอิตาลีผ่านกม.ขั้นสุดท้าย ปูทางกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ หลังเลิกใช้แล้วเกือบ 40 ปี

24 ก.ย. 2569 09:52 น.

สภาสูงอิตาลีผ่านกม.ขั้นสุดท้าย ปูทางกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ หลังเลิกใช้แล้วเกือบ 40 ปี

วุฒิสภาอิตาลีผ่านกฎหมายขั้นสุดท้าย ปูทางกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์เกือบ 40 ปีหลังเลิกใช้จากเหตุการณ์เชอร์โนบิล รัฐบาลเตรียมออกกฎรองภายในปีหน้า

วันที่ 24 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าวุฒิสภาอิตาลีลงมติเห็นชอบขั้นสุดท้ายต่อกฎหมายที่เปิดทางให้อิตาลีกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังยุติการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ประชาชนพร้อมใจลงประชามติหลังเกิดภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ในปี 2529

รายงานข่าวระบุว่า ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนน 81 ต่อ 51 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง หลังจากก่อนหน้านี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ทำให้อิตาลีมีกรอบกฎหมายสำหรับการกลับมาพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง

โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจรัฐบาลออกกฎหมายลำดับรองภายใน 12 เดือน เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างและเดินเครื่องปฏิกรณ์ มาตรฐานความปลอดภัย การจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและกากกัมมันตรังสี รวมถึงหลักเกณฑ์ในการกำหนดพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแล

นายกิลแบร์โต ปิกเฮตโต ฟราติน รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านพลังงานของอิตาลี ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าออกกฎรองเพื่อบังคับใช้กฎหมายภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอร์จา เมโลนี สนับสนุนการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่ โดยเฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและลดการพึ่งพาการนำเข้า

ทั้งนี้ การลงมติครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการหวนกลับสู่พลังงานนิวเคลียร์ของอิตาลี หลังประชาชนเคยลงประชามติปฏิเสธการใช้พลังงานนิวเคลียร์ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นหลังภัยพิบัติเชอร์โนบิลในปี 2529 และอีกครั้งหลังเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะของญี่ปุ่นในปี 2554 โดยอิตาลีปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีอยู่หลังการลงประชามติปี 2530.

 ที่มา AP

เกาหลีเหนือเผยการทดสอบยิงกระสุนจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มม. รุ่นปรับปรุงใหม่

เกาหลีเหนือเผยการทดสอบยิงกระสุนจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มม. รุ่นปรับปรุงใหม่

24 ก.ย. 2569 09:40 น.

เกาหลีเหนือเผยการทดสอบยิงกระสุนจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มม. รุ่นปรับปรุงใหม่

เกาหลีเหนือเผยทดสอบกระสุนจรวดหลายลำกล้อง 240 มม. รุ่นอัปเกรด ยิงได้ไกลสุด 115 กม. พร้อมสั่งเร่งวางกำลังโจมตีรุนแรงที่สุดตามแนวชายแดนเกาหลีใต้

วันที่ 24 กันยายน 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือรายงานว่า กองทัพได้้ทดสอบยิงกระสุนสำหรับระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มิลลิเมตรรุ่นอัปเกรด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางกำลังโจมตีที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดตามแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้

รายงานข่าวระบุว่า การทดสอบมีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน ภายใต้แผนพัฒนาระยะ 5 ปีเพื่อปรับปรุงกองกำลังปืนใหญ่และขีปนาวุธของประเทศ โดยเป็นการทดสอบจรวดหลายลำกล้องแบบควบคุม ขนาด 240 มิลลิเมตรรุ่นอัปเกรด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงที่กำกับการทดสอบระบุว่า การพัฒนาจรวดที่เพิ่มระยะยิงจะช่วยเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถด้านอำนาจการยิงตามแนวชายแดนทางใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยจรวดรุ่นใหม่นี้ติดตั้ง “ระบบนำวิถีอัตโนมัติแบบแม่นยำ” สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรในโหมดวิถีโค้ง และไกลถึง 115 กิโลเมตรเมื่อใช้โหมดผสมที่มีการร่อน

ทางด้านนายพัค จอง ชอน รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรวมกำลังโจมตีที่รุนแรงและทำลายล้างที่สุดไว้ตามแนวชายแดนทางใต้ พร้อมระบุว่าต้องทำให้ฝ่ายศัตรูตระหนักว่า เกาหลีเหนือได้เร่งเปลี่ยนอาวุธโจมตีระยะไกลของกองทัพทั้งหมดเป็นระบบรุ่นใหม่โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การทดสอบครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของเกาหลีเหนือในการยกระดับขีดความสามารถของระบบอาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายในเกาหลีใต้ โดยก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือประกาศกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองรัฐที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ตั้งแต่ปี 2566.

ที่มา Yonhap

นักวิเคราะห์เตือน “ซูเปอร์เอลนีโญ” อาจคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกกว่า 450,000 คนจากวิกฤตคลื่นความร้อน

นักวิเคราะห์เตือน "ซูเปอร์เอลนีโญ" อาจคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกกว่า 450,000 คนจากวิกฤตคลื่นความร้อน

24 ก.ย. 2569 09:27 น.

นักวิเคราะห์เตือน “ซูเปอร์เอลนีโญ” อาจคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกกว่า 450,000 คนจากวิกฤตคลื่นความร้อน

ผลวิเคราะห์ชี้ “เอลนีโญรุนแรงผิดปกติ” อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกกว่า 451,000 คนในช่วงถึง ก.พ. 2570 โดยไนจีเรียเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงสุด

วันที่ 24 กันยายน 2569 ทีมวิจัย Climate Impact Lab ซึ่งวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และข้อมูลในสังกัดมหาวิทยาลัยชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานผลการวิเคราะห์ฉบับใหม่ที่ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงผิดปกติ อาจทำให้อุณหภูมิบนพื้นดินทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้าสูงกว่าค่าปกติราว 1.2 องศาเซลเซียส โดยจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดจะเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ ซึ่งจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดทั่วโลกมากกว่า 451,000 คน ระหว่างเดือนมิถุนายน 2569 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยตัวเลขนี้เป็นการประมาณการจากแบบจำลอง  

รายงานระบุว่า เอลนีโญซึ่งเป็นรูปแบบความแปรปรวนตามธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศและมักทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ได้เข้าสู่ระดับรุนแรงเป็นพิเศษ และมีแนวโน้มทำลายสถิติความรุนแรง ขณะที่ภาวะโลกร้อนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงสุดขั้ว 

รายงานพบว่า ประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้และประเทศกำลังพัฒนาถูกคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยไนจีเรียมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนตามแบบจำลองสูงสุดประมาณ 31,400 คน รองลงมาคืออินโดนีเซีย ซูดาน อินเดีย และบราซิล ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 3,500 คน

ทั้งนี้ รายงานยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ Climate Impact Lab ระบุว่า ตัดสินใจเผยแพร่ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นก่อน เนื่องจากเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และยังมีเวลาให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เตรียมมาตรการเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งมาตรการที่แนะนำ ได้แก่ การแจ้งเตือนภัยจากความร้อนล่วงหน้า การจัดทำแผนรับมือด้านสาธารณสุข การจัดตั้งศูนย์คลายร้อนและจุดบริการน้ำดื่ม รวมถึงการขยายการเข้าถึงบริการสาธารณสุข เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัด.

ที่มา BBC

Taylor Swift เซอร์ไพรส์แฟน เตรียมปล่อย 4 เพลงใหม่ ในอัลบั้ม The Life Of A Showgirl: The Encore

Taylor Swift เซอร์ไพรส์แฟน เตรียมปล่อย 4 เพลงใหม่ ในอัลบั้ม The Life Of A Showgirl: The Encore

24 ก.ย. 2569 09:10 น.

Taylor Swift เซอร์ไพรส์แฟน เตรียมปล่อย 4 เพลงใหม่ ในอัลบั้ม The Life Of A Showgirl: The Encore

Taylor Swift ประกาศปล่อย 4 เพลงใหม่ Patient Zero, Cleveland!, Pink Clouding และ Babylon ในอัลบั้มพิเศษ The Life Of A Showgirl: The Encore เริ่มสตรีม 25 กันยายนนี้

เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์เจ้าของรางวัลแกรมมี่ ประกาศผ่านอินสตาแกรมเตรียมปล่อย The Life Of A Showgirl: The Encore เวอร์ชันพิเศษขยายต่อจากอัลบั้ม The Life Of A Showgirl พร้อมเพลงใหม่ 4 เพลง โดยจะเปิดให้สตรีมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายนนี้

โดย 4 เพลงใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือเพลง Patient Zero, Cleveland!, Pink Clouding และ Babylon โดย Swift ประกาศข่าว พร้อมเผยภาพปกของอัลบั้มเวอร์ชันใหม่มาด้วย

Swift ระบุว่า เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน แฟนเพลงได้สร้างสถิติที่ทำให้เธอประหลาดใจอย่างมาก หลัง The Life Of A Showgirl ทำสถิติยอดขายและยอดฟังในสัปดาห์แรกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอัลบั้ม

จากนั้น Swift เดินทางไปสวีเดนเพื่อฉลองความสำเร็จร่วมกับ Max Martin และ Shellback สองโปรดิวเซอร์และผู้ร่วมงานสำคัญของอัลบั้ม โดยตั้งใจจะใช้เวลาทบทวนและซึมซับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ แต่เมื่อมีสตูดิโออยู่ตรงหน้า ทั้งสามจึงกลับมาทำสิ่งที่พวกเขาถนัด นั่นคือการแต่งเพลงเพิ่ม

Swift กล่าวว่า เพลงใหม่ทั้ง 4 เพลงเกิดขึ้นจากความรู้สึกขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนและเฉลิมฉลองอัลบั้มดังกล่าว พร้อมหวังว่าแฟนเพลงจะชื่นชอบเพลงเหล่านี้

ก่อนประกาศโปรเจกต์ The Life Of A Showgirl: The Encore อย่างเป็นทางการ Swift เพิ่งยืนยันว่าเพลง Patient Zero กำลังจะถูกปล่อยออกมา ทำให้แฟน ๆ เริ่มย้อนกลับไปค้นหาเบาะแสต่าง ๆ ที่นักร้องสาวอาจทิ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้

หนึ่งในเบาะแสที่แฟน ๆ นำมาเชื่อมโยงกับเพลงใหม่ ปรากฏในมิวสิกวิดีโอเพลง Opalite ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีโปสเตอร์ข้อความว่า “PATIENT FOR THE ENCORE” และยังมีการ์ด 4 ใบที่แต่ละใบแสดงเลขศูนย์ ซึ่งภายหลังถูกมองว่าอาจเป็นการบอกใบ้ถึงชื่อเพลง Patient Zero และโปรเจกต์ The Encore

นอกจากนี้ การปรากฏตัวของ Swift ในซีรีส์ Law & Order: SVU ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Emmy Awards 2026 ก็มีเบาะแสที่ทำให้แฟน ๆ ต้องออกตามหาความหมาย โดยเธอพูดคำ 4 กลุ่มว่า “Saccharide. Aries. From the vineyard. North or south” ก่อนที่แฟน ๆ จะสังเกตว่าตัวอักษรบางส่วนสามารถนำมาเรียงเป็นคำว่า ENCORE ได้

ก่อนประกาศ Patient Zero อย่างเป็นทางการ Swift ยังเปลี่ยนข้อความในประวัติอินสตาแกรมเป็น “And, baby, that’s sh0w business f0r y0u.” โดยใช้เลขศูนย์แทนตัวอักษร “o” ซึ่งยิ่งทำให้แฟน ๆ เชื่อมโยงกับชื่อเพลง Patient Zero และเบาะแสก่อนหน้านี้มากขึ้น

สำหรับ The Life Of A Showgirl: The Encore ที่มาพร้อม 4 เพลงใหม่ จะเปิดให้ฟังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงในวันศุกร์ที่ 25 กันยายนนี้ และเปิดให้แฟน ๆ สั่งซื้อล่วงหน้าและบันทึกอัลบั้มไว้ล่วงหน้าได้แล้ว.

ที่มา : channelnewsasia

ออสเตรเลียฉุน ถูก AI OpenAI เจาะระบบรัฐบาล เข้าถึงไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ออสเตรเลียฉุน ถูก AI OpenAI เจาะระบบรัฐบาล เข้าถึงไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต

24 ก.ย. 2569 08:42 น.

ออสเตรเลียฉุน ถูก AI OpenAI เจาะระบบรัฐบาล เข้าถึงไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ออสเตรเลียเผย ถูก AI ของ OpenAI เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของหน่วยงานรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ยังไม่พบหลักฐานข้อมูลผู้ป่วยถูกเปิดดู นับเป็นกรณีแรกที่ AI แฮกระบบเว็บไซต์รัฐบาล

รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 23 กันยายนว่า AI agent ของบริษัท OpenAI เข้าถึงพอร์ทัลข้อมูลสุขภาพของหน่วยงานรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเดือนมิถุนายน โดยสามารถเข้าถึงไฟล์บางส่วน ทั้งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและข้อมูลภายใน เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นกรณีแรกที่มีการเปิดเผยว่า AI agent สามารถเจาะเข้าสู่เว็บไซต์ของรัฐบาลได้

แอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า AI agent ดังกล่าวเข้าถึงพอร์ทัลสถิติทางการแพทย์ของหน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบข้อมูลสุขภาพและสถิติที่ไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหว รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านสาธารณสุข

อัลบาเนซีกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่นครนิวยอร์ก ซึ่งเขาเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ระบุว่า จากหลักฐานที่มีในขณะนี้ ยังไม่พบว่าระบบเครือข่ายของรัฐบาลถูกเจาะในวงกว้าง แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้

รัฐบาลออสเตรเลียยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอัลบาเนซีระบุว่า รัฐบาลได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง ต่อ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI พร้อมวิจารณ์บริษัทที่ใช้เวลานานกว่าจะรายงานเหตุการณ์ให้รัฐบาลทราบ

อัลบาเนซีกล่าวว่า รัฐบาลเพิ่งได้รับแจ้งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน และการสอบสวนจะตรวจสอบด้วยว่าเหตุใดระบบของรัฐบาลจึงไม่สามารถตรวจจับการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ตั้งแต่แรก

นอกจากนี้ อัลบาเนซียังเปิดเผยว่า เว็บไซต์รัฐบาลอีก 3 แห่งอาจได้รับผลกระทบ จากกิจกรรมของ AI agent แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า AI agent ดังกล่าวเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้นจริงหรือไม่

ด้าน OpenAI ระบุว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบหลักฐานว่ามีการเข้าถึงข้อมูลประวัติผู้ป่วย โดยข้อมูลที่ถูกเข้าถึงประกอบด้วยสถิติสุขภาพในภาพรวมและชื่อไฟล์ภายใน

OpenAI ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทตรวจพบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และบริการของรัฐบาลออสเตรเลียหลายแห่ง ขณะที่โมเดล AI พยายามค้นหาคำตอบ และยอมรับว่าโมเดลของเราดำเนินการบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI agent ซึ่งเป็นระบบ AI ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ บนระบบภายนอกได้ด้วยตัวเอง โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI agent เข้าถึงระบบภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายกรณี

หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจคือเหตุการณ์บุกรุกระบบของ Hugging Face แพลตฟอร์มโอเพนซอร์สด้าน AI เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรวจพบเหตุการณ์หลังจากเกิดขึ้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ ตามไทม์ไลน์ที่ OpenAI และนักวิจัยอิสระเปิดเผย

นอกจาก OpenAI แล้ว บริษัท AI รายอื่น เช่น Anthropic, Google ซึ่งพัฒนา Gemini และ Meta ก็เคยเปิดเผยเหตุการณ์ที่ AI agent ของบริษัทเข้าถึงระบบภายนอกเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงในระดับโลกเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ที่มีความสามารถสูงขึ้น โดยผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ รวมถึงอัลต์แมน เคยเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ด้วยเหตุผลด้านความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดจาก AI agent ที่ควบคุมไม่ได้.

ที่มา : channelnewsasia

สหรัฐฯ-จีนตกลง ขยายเวลาสงบศึกทางการค้าออกไปจนถึงเดือนมกราคม

สหรัฐฯ-จีนตกลง ขยายเวลาสงบศึกทางการค้าออกไปจนถึงเดือนมกราคม

24 ก.ย. 2569 06:35 น.

สหรัฐฯ-จีนตกลง ขยายเวลาสงบศึกทางการค้าออกไปจนถึงเดือนมกราคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ และจีนจะขยายระยะเวลาการพักสงครามทางการค้าระหว่างกันออกไปจนถึงเดือนมกราคม

เมื่อวันพุธที่ 23 ก.ย. 2569 นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News หลังการประชุมร่วมกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีน โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลา “ข้อตกลงปูซาน” (Busan Agreement) ออกไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า

ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อตกลงผ่อนปรนมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ กับจีน เดิมมีกำหนดจะหมดอายุลงในวันที่ 10 ก.ย.นี้

นอกจากนั้น นายเบสเซนต์กล่าวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันว่าในท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมและเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ได้หรือไม่ แต่ “ผมไม่รู้ว่าเราจะสามารถทำข้อตกลงที่ใหญ่กว่านี้ได้ไหม หรือสุดท้ายเราจะแค่ต่ออายุข้อตกลงปัจจุบันออกไปเรื่อยๆ”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายเบสเซนต์เกิดขึ้นในขณะที่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ว เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดกับโดนัลด์ ทรัมป์ และหารือกันในประเด็นความท้าทายระดับโลกหลายด้าน ได้แก่ ภาษีการค้า, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), สงครามอิหร่าน และประเด็นไต้หวัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ ปูพรมแดง ต้อนรับ “สี จิ้นผิง” ทรัมป์รอรับชื่นมื่น

สหรัฐฯ ปูพรมแดง ต้อนรับ “สี จิ้นผิง” ทรัมป์รอรับชื่นมื่น

24 ก.ย. 2569 05:35 น.

สหรัฐฯ ปูพรมแดง ต้อนรับ “สี จิ้นผิง” ทรัมป์รอรับชื่นมื่น

สี จิ้นผิง เดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ว พร้อมกับภริยา และคณะผู้แทน โดยที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มาต้อนรับด้วยตัวเองและมีการจัดพิธียิงปืนสลุตและวงดุริยางค์ ก่อนที่ทั้งคู่จะหารือกันครั้งสำคัญ

เมื่อวันพุธที่ 23 ก.ย. 2569 เครื่องบินของสายการบินแอร์ไชนา (Air China) พาประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน พร้อมด้วยมาดาม เผิง ลี่หยวน ภริยา และคณะผู้แทน เดินทางถึงฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส สหรัฐอเมริกาแล้ว เริ่มการเยือน 3 วัน โดยมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ต้อนรับด้วยตนเอง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีการปูพรมแดงยาว 100 ฟุต (30 เมตร) พร้อมกองทหารเกียรติยศและวงดุริยางค์กองทัพอากาศสหรัฐฯ บรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศเพื่อรอต้อนรับผู้นำจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง จับมือทักทายกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง จับมือทักทายกัน

นอกจากนั้นยังมีการยิงปืนใหญ่สลุต และการบินผ่าน (Flyover) ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ทวินสตาร์จำนวน 2 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินสมรรถนะสูงของสหรัฐฯ ที่เพิ่งผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

ผู้นำทั้งสองประเทศและภริยาได้จับมือ ทักทายด้วยรอยยิ้ม และสนทนากันสั้นๆ ก่อนที่ทรัมป์จะเดินไปส่งสี จิ้นผิง ที่รถยนต์ประธานาธิบดีจีน และเดินทางออกจากฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เช่นเดียวกับผู้แทนของทั้งสองฝ่าย ส่วนนายทรัมป์กับภริยา ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ Marine One กลับสู่ทำเนียบขาว

ทรัมป์ พา สี จิ้นผิง กับภริยา เดินข้ามพรมแดน
ทรัมป์ พา สี จิ้นผิง กับภริยา เดินข้ามพรมแดน

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง จะจัดการประชุมสุดยอดที่มีผู้จับตามองจากทั่วโลกในวันพฤหัสบดีนี้ (24 ก.ย.) โดยคาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือในประเด็นความท้าทายระดับโลกหลายด้าน ได้แก่ ภาษีการค้า, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), สงครามอิหร่าน และประเด็นไต้หวัน

การเยือนครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญและแรงกดดันสูงมาก เนื่องจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว กำลังจะหมดอายุลงในเดือนพฤศจิกายนนี้

โดนัลด์ ทรัมป์ ต้อนรับ สี จิ้นผิง ประธานาธิิบดีจีน
โดนัลด์ ทรัมป์ ต้อนรับ สี จิ้นผิง ประธานาธิิบดีจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UK จ่อทบทวน ข้อตกลงหมู่เกาะชากอสใหม่ หลังสหรัฐฯ ไม่สนับสนุน

UK จ่อทบทวน ข้อตกลงหมู่เกาะชากอสใหม่ หลังสหรัฐฯ ไม่สนับสนุน

24 ก.ย. 2569 05:09 น.

UK จ่อทบทวน ข้อตกลงหมู่เกาะชากอสใหม่ หลังสหรัฐฯ ไม่สนับสนุน

สหราชอาณาจักรเตรียมทบทวนข้อตกลงยกหมู่เกาะชากอสให้มอริเชียสใหม่อีกครั้ง หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงการต่อต้านอย่างรุนแรง และประณามกลางเวที UNGA ว่า “เป็นข้อตกลงที่แย่มาก”

เมื่อ 23 ก.ย. 2569 นายเวส สตรีทติง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร บอกกับสำนักข่าว BBC ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องนำข้อตกลงส่งมอบอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอสให้แก่ประเทศมอริเชียส กลับมาทบทวนอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประณามกลางเวทีประชุม UNGA ว่า “เป็นข้อตกลงที่แย่มาก”

สหราชอาณาจักรต้องกลับมาทบทวนข้อตกลงนี้เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ โดยสตรีทติงระบุว่าจำเป็นต้องหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อปรับแก้ไขข้อตกลงให้อยู่ในจุดที่สหรัฐฯ สามารถยอมรับได้

การทบทวนดังกล่าวนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่ชัด แต่สตรีทติงยืนยันว่าจะ “ยังไม่มีการจ่ายเงินใดๆ ให้แก่มอริเชียสในระยะนี้” ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังหาข้อตกลงใหม่ที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ร่วมกัน

ด้านนายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม ยืนยันระหว่างการพบปะกับทรัมป์นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ว่า สหราชอาณาจักรจะเร่งหาทางออกร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อปกป้องอนาคตของฐานทัพบนหมู่เกาะดังกล่าว

ทั้งนี้ ตามข้อตกลงฉบับล่าสุด สหราชอาณาจักรจะยกอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอสให้แก่มอริเชียส แต่จะขอเช่าพื้นที่ตั้งฐานทัพทหารร่วมระหว่างสหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ บนเกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นเวลา 99 ปี โดยจ่ายค่าเช่าเฉลี่ยปีละ 101 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ข้อตกลงนี้ถูกระงับเอาไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไม่สนับสนุน

การเจรจาเรื่องอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอสเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2565 หลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีความเห็นว่าการแยกหมู่เกาะชากอสออกจากมอริเชียสในปี 2508 เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้นำสหราชอาณาจักรจึงกังวลว่าคดีความทางกฎหมายที่ยืดเยื้ออาจกระทบต่อความมั่นคงของฐานทัพ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และฝ่ายค้านในสหราชอาณาจักรคัดค้านข้อตกลงนี้อย่างหนัก โดยมองว่าเป็น “สัญญาณแห่งความอ่อนแอ” รวมทั้งกังวลว่าอาจเปิดโอกาสให้ประเทศจีนขยายอิทธิพลเข้ามาในบริเวณหมู่เกาะดังกล่าว นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังวิจารณ์เรื่องภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เอธิโอเปีย-กองกำลังทิเกรย์ ปะทะกันรอบใหม่ หวั่นสงครามปะทุอีกครั้ง

เอธิโอเปีย-กองกำลังทิเกรย์ ปะทะกันรอบใหม่ หวั่นสงครามปะทุอีกครั้ง

24 ก.ย. 2569 04:38 น.

เอธิโอเปีย-กองกำลังทิเกรย์ ปะทะกันรอบใหม่ หวั่นสงครามปะทุอีกครั้ง

ฝ่ายรัฐบาลเอธิโอเปียกับกองกำลังทิเกรย์ต่างกล่าวหาอีกฝ่าย ว่าเป็นผู้เปิดฉากโจมตีก่อน ซึ่งส่งผลให้มีการยึดสนามบินในภูมิภาคทิเกรย์ จุดกระแสความกังวลว่าสงครามกลางเมืองที่ยุติไปเมื่อ 4 ปีก่อนจะปะทุอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลกลางเอธิโอเปียและกองกำลังแนวหน้าปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (TPLF) ซึ่งปกครองภูมิภาค ทิเกรย์ ทางตอนเหนือ ออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เปิดฉากโจมตี ก่อนจุดกระแสความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ยุติไปเมื่อปี 2565

นายเกตาชิว เรดา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย ระบุว่า นักรบทิเกรย์เข้ายึดสนามบินภายใต้การดูแลของรัฐบาลกลางในภูมิภาคทิเกรย์ และเปิดฉากบุกโจมตีในภูมิภาคใกล้เคียงอย่าง อาฟาร์ (Afar) และอัมฮารา (Amhara)

ส่วนฝ่าย TPLF อ้างว่าจำเป็นต้องเข้าสู่ “สงครามป้องกันตนเอง” พร้อมกล่าวหารัฐบาลกลางว่าเปิดฉาก “การรุกรานอย่างเปิดเผย” โดยอ้างเหตุโดรนและเครื่องบินรบโจมตีเมืองอาลามาตา (Alamata) กว่า 21 ครั้ง จนพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ และบาดเจ็บ 22 ราย รวมถึงการโจมตีทางอากาศใส่ขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือด้านอาหารของคาทอลิกด้วย

กองกำลังท้องถิ่นทิเกรย์ได้เข้าควบคุมสนามบินในเมืองเมเคลเล (Mekelle) ซึ่งเป็นเมืองเอกของภูมิภาค ส่งผลให้สายการบิน เอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่ไปยังภูมิภาคทิเกรย์

ก่อนหน้านี้ TPLF ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ อีก 6 กลุ่มในเอธิโอเปีย เพื่อเป้าหมายในการโค่นล้มรัฐบาลกลางในกรุงแอดดิสอาบาบา

ด้านประธานกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (AU) ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดทันทีและกลับเข้าสู่การเจรจา

ขณะที่ทูตสหรัฐฯ ประจำเอธิโอเปียประณาม TPLF สำหรับการตัดสินใจเปิดฉากบุกโจมตีครั้งใหญ่ โดยระบุว่าเป็น “ศึกที่ไม่มีวันชนะ” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประณามการโจมตีขบวนรถขนส่งอาหาร และเรียกร้องให้มีการสอบสวน

ทั้งนี้ รัฐบาลเอธิโอเปียกับกองกำลังทิเกรย์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าต่างฝ่ายต่างละเลย และปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพพริทอเรีย ที่เคยตกลงไว้เมื่อปี 2565 อย่างล่าช้า

ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายสะสมมาตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งไม่ได้จัดขึ้นในทิเกรย์ เนื่องจากปัญหาความมั่นคง ส่งผลให้ TPLF ประกาศฟื้นฟูโครงสร้างการปกครองเดิมก่อนสงคราม และยุบทิ้งคณะบริหารชั่วคราวที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี อาบีย์ อาเหม็ด รวมถึงมีรายงานว่า TPLF เริ่มเกณฑ์คนหนุ่มเข้าร่วมกองกำลังอีกครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โปแลนด์กล่าวหา เฮลิคอปเตอร์รัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า ต้องส่งเครื่องบินรบสกัด

โปแลนด์กล่าวหา เฮลิคอปเตอร์รัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า ต้องส่งเครื่องบินรบสกัด

24 ก.ย. 2569 01:27 น.

โปแลนด์กล่าวหา เฮลิคอปเตอร์รัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า ต้องส่งเครื่องบินรบสกัด

ทางการโปแลนด์กล่าวหาว่า เฮลิคอปเตอร์ทหารของรัสเซียบินรุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของพวกเขา ทำให้ต้องส่งเครื่องบินรบเข้าสกัดกั้น และให้กองกำลังภาคพื้นเข้าสู่สภาวะเฝ้าระวัง

เมื่อวันพุธที่ 23 ก.ย. 2569 ทางการโปแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโต (NATO) เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพรัสเซียได้รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของพวกเขาเป็นเวลาสั้นๆ ส่งผลให้โปแลนด์ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้นทันที ขณะที่กองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวังขั้นสูง

กองทัพโปแลนด์ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่น Mi-8 ของรัสเซียบินข้ามมาจากคาลินินกราด (ดินแดนของรัสเซียที่ถูกล้อมรอบด้วยโปแลนด์กับลิทัวเนีย) เข้ามาในน่านฟ้าโปแลนด์ลึกประมาณ 300 เมตร ทางตอนเหนือของเมืองบราเยวอ (Braniewo) เป็นเวลา 42 วินาที ก่อนจะบินกลับออกไป

กองทัพโปแลนด์ชี้ว่า ลักษณะเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังทดสอบความพร้อมของระบบป้องกันทางอากาศของโปแลนด์อีกครั้ง

นายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทุสก์ ของโปแลนด์กับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ระบุว่ารัสเซียกำลังยกระดับการโจมตีแบบไฮบริด รวมถึงวางแผนโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ เพื่อข่มขู่และลดทอนการสนับสนุนที่ยุโรปมีต่อยูเครน

ช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้และการระเบิดปริศนา ตามโรงงานผลิตอาวุธในหลายประเทศสมาชิกของนาโต เช่น เยอรมนี, อิตาลี, บัลแกเรีย และเอสโตเนีย รวมถึงเหตุโดรนรัสเซียโจมตีรถไฟโดยสารในยูเครนใกล้ชายแดนโปแลนด์ ซึ่งหลายประเทศเชื่อว่าเป็นฝีมือรัสเซีย

มอสโกปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีแบบไฮบริด และข้อกล่าวหาว่าพวกเขากำลังเตรียมบุกประเทศ NATO โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันว่าไม่มีแผนโจมตี NATO

ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียเตือนว่า หากยุโรปเปิดฉากโจมตีรัสเซียก่อน ก็จะเป็นสงครามที่ต่างออกไปและจบลงเร็วมาก

อนึ่ง สงครามไฮบริด คือ ยุทธศาสตร์การต่อสู้ที่รวมเอาการรบรูปแบบดั้งเดิม (ใช้อาวุธและกำลังทหาร) เข้ากับการรบนอกกรอบดั้งเดิม เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การสงครามข้อมูลข่าวสาร และแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือการเมือง เข้าไว้ด้วยกันเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของเป้าหมาย โดยไม่ประกาศสงครามตรงๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc