ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 เปิดพื้นที่คนทำหนังรุ่นใหม่ สร้างโอกาสและการเชื่อมต่อในวงการภาพยนตร์

14 กันยายน 2569 เวลา 12:31 น.

ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 อย่างเป็นทางการ 15 วันแห่งภาพยนตร์ไทย–นานาชาติ ชวนค้นหา “FIRST” ผ่านหนัง เสวนา เวิร์กช็อป นิทรรศการ และประสบการณ์ภาพยนตร์ พร้อมเชื่อมโยงคนทำหนัง ผู้ชม และ Film Community สู่การแลกเปลี่ยนและโอกาสใหม่ในวงการภาพยนตร์   

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยความร่วมมือของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, มูลนิธิไทยพีบีเอส, VIPA, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย เปิดเทศกาล “VIPA International Film Festival 2026” หรือ VIFF2026 ภายใต้แนวคิด “FIRST” ที่ชวนผู้ชมออกเดินทางผ่านภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ กว่า 46 เรื่อง ตลอด 15 วัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ ผู้สร้างสรรค์ และผู้ชมได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเชื่อมต่อกันผ่านโปรแกรมภาพยนตร์ Film Talks, Workshops, Masterclasses, Networking รวมถึงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ ทั้งในพื้นที่ไทยพีบีเอสและบนแพลตฟอร์ม VIPA ในรูปแบบ Hybrid Festival 

บรรยากาศวันเปิดเทศกาล VIFF2026 วันที่ 11 กันยายน 2569 เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมี นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปราโมทย์ บุญนำสุข รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นายศิริชัย สาครรัตนกุล ประธานมูลนิธิไทยพีบีเอส และ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ  ไทยพีบีเอส ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดเทศกาล  ก่อนเข้าสู่ Opening Film Talk พูดคุยกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับภาพยนตร์  “One Cut Monk”  หรือ “วันคัต ดีเนาะ”  ถึงแนวคิด กระบวนการทำงาน เบื้องหลัง และความท้าทายของ  การสร้างภาพยนตร์ด้วยภาษาภาพยนตร์ที่แตกต่าง จากนั้น พาผู้ชมเข้าสู่การฉายภาพยนตร์ “One Cut Monk” ภาพยนตร์เปิดเทศกาล ที่นำเสนอการถ่ายทำแบบเทคเดียวในรูปแบบที่โดดเด่นและท้าทายข้อจำกัดของการเล่าเรื่องด้วยภาพยนตร์  ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจังหวะและพื้นที่จริงโดยไม่ตัดภาพ ตลอดความยาว 100 นาที 

 นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงทิศทางและนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และการสนับสนุน VIFF2026 ว่า ปัจจุบันภาพยนตร์และสารคดีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่ ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบันทึกประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต มุมมองทางสังคม และมรดกทางวัฒนธรรม ขณะที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริม Content สร้างสรรค์ของไทย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สร้าง  และบุคลากรในวงการได้พัฒนาผลงาน และเพิ่มการยอมรับในระดับสากล

การสนับสนุน VIFF 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ บุคลากรในวงการภาพยนตร์ และประชาชนได้เข้าถึงผลงานภาพยนตร์และสารคดี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านสื่อสาธารณะ  สร้างความร่วมมือระหว่างผู้สร้างกับผู้ชม และส่งเสริมการพัฒนาผลงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีความร่วมสมัยและ เป็นที่รู้จักในเวทีนานาชาติ

ด้าน นายศิริชัย สาครรัตนกุล ประธานมูลนิธิไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า มูลนิธิไทยพีบีเอสยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุน เทศกาล VIPA International Film Festival 2026  ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจในการสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่สื่อสาธารณะ โดยมองว่าเทศกาลฯ เป็นพื้นที่สำคัญที่ทำให้ผลงานของผู้สร้างรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชม และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งในมิติของผลงานและประเด็นทางสังคม ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ชมได้เข้าถึงภาพยนตร์และสารคดี ที่หลากหลาย รวมถึงเรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ ผ่านงานภาพยนตร์ พร้อมขอบคุณกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย ที่ร่วมสนับสนุนให้เกิดเทศกาลครั้งนี้

ในส่วนของนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวว่า  แนวคิด FIRST” ของ VIFF 2026 ไม่ได้จำกัดความหมายไว้เพียงภาพยนตร์เรื่องแรกของผู้กำกับ แต่ยังหมายถึงเรื่องเล่าที่ยังไม่ถูกบอกเล่า มุมมองใหม่ วิธีการ  เล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ และความกล้าที่จะลอง  ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานและการเติบโตของ  คนทำหนัง เทศกาล VIFF 2026 จึงต้องการเปิดพื้นที่ให้คนทำหนังรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชม และผู้เชี่ยวชาญในวงการ เป็นพื้นที่  ในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ตลอดจนสร้างเครือข่ายและความร่วมมือใหม่ ๆ  ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สร้างรุ่นใหม่ได้พัฒนาผลงานและก้าวต่อไปในเส้นทางอาชีพ พร้อมทั้งช่วยสร้างความหลากหลายให้กับวงการภาพยนตร์ และเปิดการเชื่อมต่อระหว่างคนทำหนังไทยกับโลกภาพยนตร์ในระดับสากล

เวทีสำคัญของเทศกาลคือ VIPA Film Prize: Emerging Competition เวทีประกวดภาพยนตร์สั้นประเภท Fiction และ Documentary เพื่อค้นหาผู้กำกับและนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผลงานได้พบกับผู้ชมและเครือข่ายในวงการภาพยนตร์  เปิดรับผลงานจากผู้สร้างทั้งไทยและต่างชาติ  โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 181 เรื่อง จาก 9 ประเทศ ก่อนคัดเลือกเหลือ 20 ผลงานเข้าสู่รอบสุดท้าย และจะเปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต Audience Choice Award เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ผลงานของคนทำหนังรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชมในวงกว้าง

ตลอดเทศกาล ผู้ชมจะได้พบกับภาพยนตร์ไทยและนานาชาติหลากหลายรูปแบบ กว่า 46 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจาก VIPA Film Prize: Emerging Competition รวมถึงโปรแกรมพิเศษ “ONE SHOT, MANY VOICES — หนึ่งช็อต หลายเสียงของหนังอิสระ” ที่คัดสรร 5 ภาพยนตร์คลาสสิคแนว Long Take / One Cut ระดับโลกมาร่วมฉาย  ได้แก่ Rope (1948), 1917 (2019), Boiling Point (2021), Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014) และ Mads (2024)

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ อย่าง Festival Weekend ที่ชวนผู้ชมและคนทำหนังมาพบกับโปรแกรมพูดคุยและเวิร์กชอปที่เจาะลึกกระบวนการสร้างภาพยนตร์อิสระ ผ่านสองเวทีเสวนา ได้แก่ “Long Take: ความกล้า ความจริง และงานฝีมือของหนังอิสระ” ที่พูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์อิสระ ตั้งแต่การเลือกวิธีเล่าเรื่อง ความกล้า ที่จะทดลอง ไปจนถึงรายละเอียดและข้อจำกัดที่คนทำหนังต้องเผชิญ และ “อนาคตหนังอิสระไทย: จากพื้นที่เล็กสู่ผู้ชม  วงกว้าง” ที่ชวนมองเส้นทางของหนังอิสระไทยในวันที่ช่องทางการรับชมเปลี่ยนไป พร้อมตั้งคำถามถึงโอกาสในการพาผลงานจากพื้นที่เล็ก ๆ ไปพบผู้ชมในวงกว้าง และชวนร่วมเวิร์กชอป “The Art of Long Take” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้     การออกแบบและสร้างฉากแบบ Long Take ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง  

ส่วนสุดสัปดาห์ที่ 19–20 กันยายน 2569 พบกับ Documentary Day ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกของภาพยนตร์สารคดีไทยและต่างประเทศ ผ่านการฉายหนัง เวิร์กชอป และเวทีพิเศษที่ชวนพูดคุยถึงโอกาสและความท้าทายของหนังไทยในการเข้าถึงผู้ชมในโลกสตรีมมิงและตลาดสากล ผ่านวงเสวนา “STREAMING SPOTLIGHT Stories, Audiences & Opportunities  เรื่องเล่า ผู้ชม และโอกาสใหม่ในโลกสตรีมมิง” และ “FIRST DEAL: อนาคตของการผลิตและจัดจำหน่ายหนัง และการผลักดันหนังไทยสู่ตลาดสากล” ที่ชวนสำรวจทิศทางใหม่ของการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงโอกาสของหนังไทยใน  การก้าวไปสู่ผู้ชมในระดับสากล

ขณะเดียวกัน วันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับ VIPA Pitching Project 2026 Awards พิธีประกาศรางวัล  นักสร้างสรรค์สารคดีสั้นรุ่นใหม่ จากโครงการประกวดสารคดีสั้นความยาวไม่เกิน 20 นาที ภายใต้หัวข้อ “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลังคนธรรมดา…ที่ไม่ธรรมดา” โดยมีนักศึกษานักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ อายุ 18–24 ปี จำนวน 20 ทีม ที่ผ่านการพัฒนาแนวคิด เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างสรรค์ผลงานสารคดีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนที่สร้าง  แรงบันดาลใจ ร่วมลุ้นผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลในวันดังกล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ VIFF 2026 คือ 50 ปี 6 ตุลา : SCENE OF OCT.” จากรอยแผลสู่อนาคต” นิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตผ่านมุมมองร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “6 Scenes 6 Perspectives” ที่เชื่อมโยงเรื่องราว 6 ตุลา   ผ่านงานศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี บทกวี การตั้งคำถาม และบอร์ดเกม เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และต่อยอดความคิดจากอดีตสู่อนาคต ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 21 ก.ย. – 16 ต.ค. 2569  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร D ไทยพีบีเอส 

ปิดท้ายเทศกาลในวันที่ 25 กันยายน 2569 กับ CLOSING NIGHT & AWARDS ค่ำคืนแห่งบทสรุปของ VIFF2026 เริ่มด้วยพิธีประกาศและมอบรางวัล VIPA Film Prize 2026 พร้อมเปิดมุมมองจากคณะกรรมการผ่านช่วง “Behind the Jury’s Choice” จากนั้นร่วมรำลึก 50 ปี 6 ตุลา ผ่านการแสดงพิเศษ “50 Years of 6 October – Special Stage Performance” พร้อมร่วมส่งท้าย 15 วันของการพบกันระหว่างภาพยนตร์ คนทำหนัง ผู้ชม และ Film Community  ด้วย Director’s Talk: กับ โกวิท โพธิสาร และปิดฉากเทศกาลด้วย Closing Film เรื่อง “เช้านั้นวันพุธ The Unforgetting Wednesday”

VIPA International Film Festival 2026 หรือ VIFF 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–25 กันยายน 2569     ณ ไทยพีบีเอส และรับชมผ่านแพลตฟอร์ม VIPA โดยเปิดให้ผู้ชมเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามโปรแกรมรอบฉายภาพยนตร์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.VIPA.me/VIFF2026

‘ภูวินทร์–เจมีไนน์–โฟร์ท’กลับมารวมตัวอีกครั้งที่นิวยอร์ก ถ่ายทอดสไตล์อเมริกันเพรพในแบบฉบับ TOMMY HILFIGER

14 กันยายน 2569 เวลา 12:20 น.

ภูวินทร์ @phuwintang, เจมีไนน์ นรวิชญ์ @gemini_nt และโฟร์ท ณัฐวรรธน์ @fourth.ig แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tommy Hilfiger กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในมหานครนิวยอร์ก ถ่ายทอดสไตล์เพรพอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านลุคที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับพลังและความสนุกของนิวยอร์กได้อย่างลงตัว

ทั้งสามพาไปสัมผัสบรรยากาศและวิถีชีวิตของมหานครแห่งนี้ ผ่านผู้คน เรื่องราว และการพบเจอที่ไม่คาดคิด พร้อมนำเสนอสไตล์เพรพในมุมมองที่สดใหม่และสะท้อนตัวตนของแต่ละคน ก่อนปิดท้ายด้วยโมเมนต์สบายๆกับพิซซ่า หนึ่งในภาพจำของไลฟ์สไตล์แบบนิวยอร์ก ณ บริเวณด้านหน้า The Plaza สถานที่ระดับตำนานซึ่งมีความผูกพันกับดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์มาอย่างยาวนาน และยังเป็นสถานที่จัด Tommy Hilfiger Spring 2027 Runway Show ในครั้งนี้ ทั้งหมดนี้ช่วยเติมเต็มเรื่องราวการกลับมาสู่นิวยอร์กของทั้งสามด้วยมิตรภาพ ความสนุก และช่วงเวลาพิเศษที่หาได้เฉพาะในมหานครแห่งนี้

@tommyhilfiger

ไปรษณีย์ไทย x สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิด ‘JISOO Post Office’

14 กันยายน 2569 เวลา 12:10 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ผนึกกำลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” นำแรงบันดาลใจจากมิวสิกวิดีโอเพลง “CLICK” ของ JISOO ศิลปิน K-POP ระดับโลกมาต่อยอดสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาสัมผัสได้จริง พร้อมตอกย้ำแนวคิด ‘Lifestyle Logistics Brand’ ของไปรษณีย์ไทย ผ่านการนำบริการและศักยภาพขององค์กรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Fan Experience เพื่อยกระดับประสบการณ์ของแฟน ๆ ให้เชื่อมโยงกับศิลปินที่ชื่นชอบมากยิ่งขึ้น หวังดึงพลัง Fandom Economy ต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับสยามอะเมซิ่งพาร์คในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้นำเอกลักษณ์และศักยภาพขององค์กรมาร่วมสร้างสีสันให้กับ “CLICK at Siam Amazing Park” ผ่านไฮไลต์สำคัญอย่างการเปิด “ปณ. JISOO” และ “ตู้ ปณ. JISOO 10230” เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้เขียนข้อความ ส่งความรัก ความคิดถึง และกำลังใจไปถึง JISOO ผ่านจดหมายหรือโปสต์การ์ด นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันพิเศษสำหรับแฟน ๆ ทั้ง iStamp, Postcard และ PVC Card จำหน่ายภายใน ปณ. JISOO ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนทิศทางของไปรษณีย์ไทยในการก้าวสู่การเป็น Lifestyle Logistics Brand ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งจดหมายหรือพัสดุ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงผู้คนกับสิ่งที่รักและความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผ่านบริการและประสบการณ์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้คนในปัจจุบัน”

ภาพรวมของกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” สยามอะเมซิ่งพาร์คได้นำโลเคชันและบรรยากาศที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอ “CLICK” มาสร้างเป็นประสบการณ์ในพื้นที่จริง ให้แฟน ๆ ได้ตามรอยสถานที่จากมิวสิกวิดีโอ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและจุดแลนด์มาร์กต่าง ๆ ภายในสวนสยาม ทั้งการถ่ายภาพและเก็บความทรงจำจากผลงานที่ชื่นชอบ โดยเปิดพื้นที่ให้แฟน ๆ จากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้สัมผัสประสบการณ์ที่เชื่อมโยงโลกบนหน้าจอกับสถานที่จริงในประเทศไทย และต่อยอดความชื่นชอบให้กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการเดินทางมาท่องเที่ยว

สำหรับไฮไลต์สำคัญจากไปรษณีย์ไทยของกิจกรรมในครั้งนี้แฟน ๆ ชาวไทย – ชาวต่างชาติสามารถเขียนจดหมายหรือโปสต์การ์ดส่งถึง Jisoo จากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก และจ่าหน้าซองส่งมายังตู้ ปณ. Jisoo 10230 หรือ P.O. BOX JISOO THAILAND 10230 โดยไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่รวบรวมจดหมายเหล่านี้เพื่อส่งต่อให้ Jisoo ต่อไป ทั้งนี้ แฟน ๆ ที่เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ ณ JISOO Post Office ยังสามารถฝากส่งจดหมาย-โปสต์การ์ด พร้อมประทับตราประจำวันแบบพิเศษ ที่จัดทำขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่สยามอะเมซิ่งพาร์คเท่านั้น

นอกจากนี้ ภายใน JISOO Post Office ยังมีคอลเลกชันพิเศษสำหรับแฟน ๆ ทั้ง iStamp, Postcard และ PVC Card รวมถึงสินค้าไปรษณีย์ไทยอื่น ๆ สำหรับเลือกซื้อและเก็บสะสมเป็นที่ระลึก พร้อมเปิดให้บริการฝากส่งด่วน EMS ในอัตราค่าบริการเหมาจ่ายตามขนาดกล่อง/ ซอง และบริการส่งของแบบเหมากล่องไปต่างประเทศ Travel Lite World รับส่วนลดค่าบริการ 5% ทุกขนาดกล่องและทุกปลายทาง เฉพาะภายในงาน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Post Family สามารถแลกรับส่วนลดเข้าสวนสยาม จากราคา 1,000 บาท เหลือ 300 บาท เที่ยวได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกแบบไม่อั้นตลอดทั้งวัน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงครั้งใหม่กับ CLICK at Siam Amazing Park ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด https://www.facebook.com/thailandpost.co.th และ สยามอะเมซิ่งพาร์คhttps://www.facebook.com /siamamazingpark

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th

เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

X : @Thailand_Post

ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

 ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel

‘SPORTS LIFE’ตะลุยแคมป์ ‘สโมสรตะกร้อราชบุรี’ ส่องวิถีลูกหวายมืออาชีพ ก่อนเปิดศึก

14 กันยายน 2569 เวลา 12:05 น.

แฟนลูกหวายห้ามพลาด “SPORTS LIFE” บุกแคมป์ “สโมสรตะกร้อราชบุรี” เจาะเบื้องหลังการซ้อมแบบมืออาชีพพร้อมสร้างแรงบันดาลใจก่อนเปิดศึก “เซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026” และชมไฮไลต์ศึกลูกหวายนักเรียน ปี 2025 รอบชิงชนะเลิศ จัดเต็มความมัน วันอังคารที่ 15 กันยายนนี้

ต้อนรับการกลับมาของทัวร์นาเมนต์ เซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 กีฬาชนิดที่ 3 ของโครงการ 4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 โดย ช่อง 7HD จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) พร้อมพันธมิตรด้านกีฬาระดับประเทศ เปิดสนามเฟ้นหาสุดยอดทีมลูกหวายนักเรียนทั้งประเภททีมชายและทีมหญิงโดยได้จับสลากแบ่งสายการแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นที่เรียบร้อย พร้อมระเบิดความมันนัดแรก 21 กันยายนนี้ ที่ ไอส์แลนด์ฮอลล์ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

แต่ก่อนจะไปลุ้นเชียร์แบบติดขอบสนาม รายการ SPORTS LIFE ขอเสิร์ฟคอนเทนต์เอาใจแฟนตะกร้อ โดย 2 พิธีกรสายสปอร์ต แอดเต้-พัชร และแอดณัฐ-ณัฐวุฒิ พาไปทำความรู้จักกับน้อง ๆ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน รวมถึงทีมลูกหวายนักเรียนที่เตรียมลงทำการแข่งขัน โดยพาไปเยือน สโมสรตะกร้อราชบุรี สโมสรตะกร้ออาชีพชั้นนำของประเทศไทย ที่สร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ จังหวัดราชบุรี ที่มีความฝันและอยากเล่นกีฬาเซปักตะกร้ออย่างจริงจัง พัฒนาศักยภาพและฝีเท้า เพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ งานนี้ คุณอวยชัย ศรีสุวรรณ ประธานสโมสรตะกร้อราชบุรี ต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมเบื้องหลังการซ้อมของนักกีฬา แลกเปลี่ยนประสบการณ์การแข่งขันในรายการต่าง ๆ พร้อมส่องวิถีชีวิต การซ้อม และระเบียบวินัยแบบมืออาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน ก่อนเปิดศึกลูกหวายนักเรียน ก่อนปิดท้ายด้วยเกมสนุก ๆ แข่งตะกร้อ 2×2 เฟ้นหาตัวตึงประจำสโมสร

จากนั้นต่อติดความมันกันต่อกับช่วง Game Talk เปิดโผสายการแข่งขันรอบคัดเลือก เซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ที่เพิ่งจับสลากไปสด ๆ ร้อน ๆ พร้อมวิเคราะห์แบบเข้มข้น สายแข็งอันตราย รวมถึงทีมม้ามืดที่ห้ามประมาท บอกเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ปิดท้ายด้วย ช่วง Moment in Time จัดเต็มความมันเอาใจแฟนลูกหวาย ย้อนชมบิ๊กแมตช์ศึก เซปักตะกร้อนักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2025 รอบชิงชนะเลิศ เรียกน้ำย่อยความมันก่อนไปเชียร์จัดเต็มกับการแข่งขันในปีนี้ ที่จะระเบิดศึก 21 กันยายนนี้

ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในรายการ SPORTS LIFE วันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ เวลา 22.55 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 และแฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 ช่องทางออนไลน์ Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) และ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์ www.ch7.com

ชีวิตคู่ต้องมีไหวพริบ ‘บอย’จากไม่เอา–ไม่หิว เจอศรีภรรยา ‘เจี๊ยบ’ ถามอีกที เปลี่ยนใจทันที

14 กันยายน 2569 เวลา 12:03 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักอารมณ์ดีที่มักมีโมเมนต์น่ารักๆ มาให้แฟนๆ ได้อมยิ้มอยู่เสมอ สำหรับ บอย อนุวัฒน์” และ เจี๊ยบ พิจิตตรา” ล่าสุดก็มีบทสนทนาสั้น ๆ แต่เรียกรอยยิ้มได้เต็ม ๆ เมื่อภรรยาคนสวยถามสามีว่า พี่บอย เอากาแฟไหม” ซึ่งเจ้าตัวตอบทันทีว่า ไม่เอา” แต่พอเจี๊ยบถามกลับว่า ทำไมไม่เอา” เท่านั้นแหละ คำตอบก็เปลี่ยนเป็น เอา…” แบบแทบไม่ต้องคิดต่อ

ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะเมื่อเจี๊ยบถามต่อว่า พี่บอย กินข้าวไหม” บอยก็ตอบตามตรงว่า ไม่กิน ยังไม่หิว” ก่อนจะเจอคำถามต่อว่า ทำไมไม่หิวล่ะ” งานนี้เจ้าตัวถึงกับเปลี่ยนใจแบบไวทันที หิว!! กินเลย” เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนที่ได้ชมไม่น้อย ดูเหมือนว่าประสบการณ์ชีวิตคู่จะสอนให้ บอย รู้แล้วว่า บางครั้งคำตอบแรกอาจไม่สำคัญเท่า คำตอบที่ทำให้คุณภรรยายิ้มได้” งานนี้เรียกว่าเข้าหูแล้วจริงๆ

‘The Crow Club’รวมตัว 8 หนุ่ม เปิดสมาคมอีกาด้วยเพลงแรก ‘LOSER’

14 กันยายน 2569 เวลา 12:00 น.

หลังปล่อยเพลงมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆได้ทำความรู้จักกันไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดสมาคมอย่างเป็นทางการ! เมื่อ 8 หนุ่มนักแสดงจาก CHANGE2561 อย่าง “สายลับ เหมวิช, ภณ ธนภณ, มิ้ล ณัฐชนน, นิวเยียร์ นวพรรษ, ป๊อป ภัทรพล, ไตเติ้ล ธนธร, อ็อตโต้ พชร และ บีเจ ณัฐนนท์” รวมตัวกันในนาม The Crow Club พร้อมส่ง “LOSER”เพลงแรกของกลุ่มออกมาให้ฟังแบบเต็ม ๆ งานนี้นอกจากจะได้เห็นเคมีของทั้ง 8 หนุ่มแล้ว ยังมาพร้อมเพลง Electronic POP กลิ่นอายยุค 2000s ที่ฟังครั้งเดียวก็มีสิทธิ์ติดหูทันที!

“LOSER” มาในแนว Electronic POP ผสมกลิ่นอายของเพลงป๊อปยุค 2000s ที่ชวนให้นึกถึงเสน่ห์ของวงบอยแบนด์ในยุคนั้นอย่าง Backstreet Boys และ *NSYNC ก่อนจะเติมความสดใหม่ด้วยคาแรคเตอร์ของ The Crow Club ทำให้เพลงมีทั้งจังหวะสนุกๆ และท่อนฮุคที่พร้อมติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง งานนี้ได้ “โฟร์ ประทีป” โปรดิวเซอร์มือทองที่อยู่เบื้องหลังศิลปิน T-POP แถวหน้ามากมาย รับหน้าที่โปรดิวซ์ พร้อมด้วย “ปู๋ ปิยวัฒน์” มาร่วมเขียนเพลง ยิ่งทำให้ “LOSER” เป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตามองตั้งแต่ชื่อทีมงานเบื้องหลังไปจนถึงเคมีของทั้ง 8 หนุ่ม

ด้านเนื้อหาเพลง หยิบเอาคอนเซ็ปต์ของเหล่า Loser มาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของคนที่อาจจะไม่เก่ง ไม่เป๊ะ หรือผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อเป็นเรื่องของความรักกลับพร้อมสู้เต็มที่ โดยมีท่อนฮุคชวนจำอย่าง “จะห่วยแค่ไหนขอแค่ได้เธอมาอยู่ข้างๆ…เจ็บมาเป็นร้อยขอแค่หนึ่งครั้ง ฉันจะไม่ Lose เธอคอยดู” เรียกว่าฟังแล้วได้ทั้งอารมณ์กวนๆ และยังมีความโรแมนติกซ่อนอยู่แบบพอดี

นอกจาก “LOSER” แล้ว ทั้ง 8 หนุ่มเตรียมส่งอีก 4 เพลง ได้แก่ รักหลอก (Ghosted Love), พูดออกไป (Shout out!), แฟนเก่าเผาไม่ตาย (Bad Habit) และ ไม่ได้ตั้งใจรัก (Instincts) ออกมาสร้างสีสันและเผยอีกหลากหลายมุมของพวกเค้าให้แฟนๆได้ติดตามกันผ่านเสียงเพลงอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจของ The Crow Club ใครที่ยังไม่ได้ฟังต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า เพลงนี้จะโดนจริตและติดหูสมคำร่ำลือแค่ไหน

สามารถฟัง “LOSER” และเพลงอื่นๆ จาก The Crow Club อีกาสมาคมได้แล้ววันนี้ ทุก Straming Platform  และสำหรับใครที่โดน 8 หนุ่มตกเข้าอย่างจัง สามารถตามไปให้กำลังใจพวกเค้าแบบใกล้ชิดได้ในงาน THE CROW CLUB FIRST PREMIERE วันที่ 18 กันยายน นี้ ที่สยามภาวลัย, รอยัลแกรนด์เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น6 สยามพารากอน ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ THAITICKETMAJOR ไม่แน่ว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ได้ชมโชว์เพลงจาก The

Crow Club แบบสด ๆ ก็ได้

#LOSERTheCrowClub

#LOSER #คือฉันอะ

#TheCrowClub

#CHANGEMUSIC

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง …

Facebook / IG / TikTok / X : CHANGE MUSIC

YouTube : CHANGE2561

มิติใหม่สายมู ‘บุ้ง ใบหยก X แมน การิน X AIS’ พา ‘ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา’

14 กันยายน 2569 เวลา 11:50 น.

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาให้สายมูได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อ บุ้ง ใบหยก เจ้าของโปรเจกต์สายมู “เสือใบหยก” จับมือกับ แมน การิน เปิดมิติใหม่ให้กับ “ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา” ครั้งนี้มาพร้อมเซอร์ไพรส์กับการ X AIS ที่ทำเอาหลายคนเห็นแล้วต้องร้องว้าว!

หลังจาก “ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา” ได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังและสายศรัทธาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด @bungbaiyoke ก็ขอพาความศรัทธาก้าวเข้าสู่มิติใหม่ ผ่านการร่วมงานของ บุ้ง ใบหยก X แมน การิน X AIS ที่นำความเชื่อมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจ

งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “สายมู” ในรูปแบบเดิมๆ แต่เป็นอีกสีสันของการนำพลังศรัทธามาต่อยอดให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ส่วนการจับมือครั้งนี้จะมีอะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่ และ “ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา” จะมาในรูปแบบไหน รอติดตามกันให้ดี เพราะแค่เห็นชื่อ บุ้ง ใบหยก X แมน การิน X AIS ก็รู้แล้วว่า…ธรรมดาไม่ได้แน่นอน!

#บุ้งใบหยกตลาดล่าง  #แมนการิน #AIS #ท้าวเวสสุวรรณ #ท้าวเวสสุวรรณหลวงปู่ศิลา #เสือใบหยก

ยิ่งใหญ่รับปีที่ 19 TNN ช่อง 16 เปิดเวที ‘TNN Future Forum 2026: Thailand Beyond Tomorrow มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย’

14 กันยายน 2569 เวลา 11:48 น.

ตอกย้ำสถานีข่าวคุณภาพที่ยืนหนึ่งในใจผู้ชม TNN ช่อง 16 พร้อมสานต่อปณิธาน “ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง” จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญแห่งปี “TNN Future Forum 2026: Thailand Beyond Tomorrow มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” ในวาระก้าวสู่ปีที่ 19 พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อยกระดับคอนเทนต์ ขยายการเข้าถึงผู้ชม และตอบรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่ออย่างเท่าทัน

งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ โดยรวบรวมผู้นำประเทศ ผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ผ่าน 2 เวทีหลัก ครอบคลุมเศรษฐกิจโลก การค้าและการลงทุน SMEs อสังหาริมทรัพย์ ความมั่งคั่ง สุขภาพ เทคโนโลยี ตลอดจนทักษะ และวิถีชีวิตของคนไทยในปี 2035 ภายใต้สารสำคัญว่า ประเทศไทยไม่อาจรอให้อนาคตมาถึง แต่ต้องเตรียมพร้อมและเริ่ม “เปลี่ยน” ตั้งแต่วันนี้

นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด กล่าวเปิดงานว่า โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน 4 มิติ ได้แก่ ระเบียบโลก เศรษฐกิจ ภูมิอากาศ และเทคโนโลยี ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งกติกาการแข่งขันและวิถีชีวิตของผู้คน จึงเป็นที่มาของแนวคิด “Thailand Beyond Tomorrow” ที่ชวนสังคมไทยมองให้ไกลกว่าสถานการณ์เฉพาะหน้า ร่วมกำหนดทิศทางและเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส โดย TNN มุ่งยกระดับบทบาทจากการรายงาน “สิ่งที่เกิดขึ้น” สู่การช่วยให้สังคมมองเห็น “สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก เวที Vision Stage: Future of Thailand ได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเสนอให้ประเทศไทยดำเนินนโยบายทั้ง “ซ่อม” และ “สร้าง” ควบคู่กัน เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือน ความเปราะบางของประชาชน และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs พร้อมพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ผ่านพลังงานสะอาด ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง ธุรกิจสุขภาพและเวลเนส รวมถึงอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ เพื่อกระจายโอกาส และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทางด้านเวที Future World & Economy: โลกผันผวน เศรษฐกิจเปลี่ยนเกม โอกาสไทยในเวทีโลก สะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน แต่เงินลงทุนกำลังเคลื่อนย้ายไปสู่อุตสาหกรรมและประเทศที่มีความพร้อมมากขึ้น โดย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า อุตสาหกรรม AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเป็นกลางทางธุรกิจ และความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งพัฒนาบุคลากร ห่วงโซ่อุปทาน พลังงานสะอาด ความตกลงการค้าเสรี และการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนกระแสเงินลงทุนให้เป็นฐานการเติบโตในระยะยาว

ด้าน นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดและการจัดทำความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะ FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งมาตรฐาน การลงทุน และโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และในประเด็น SMEs ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตมากกว่าร้อยละ 2 แต่ยังมีลักษณะ K-Shape โดยการส่งออกและการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคการผลิตดั้งเดิม อสังหาริมทรัพย์ และ SMEs ยังเติบโตต่ำ ไทยจึงต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา

ขณะที่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า SMEs มีสัดส่วนราว 35% ของ GDP และสร้างงาน 13.6 ล้านคน หรือประมาณ 70% ของการจ้างงานทั้งประเทศ แต่สินเชื่อกลับหดตัวต่อเนื่องถึง 16 ไตรมาส ขณะที่ศักยภาพการเติบโตและการอยู่รอดของธุรกิจยังเป็นความท้าทาย สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งแก้ไขร่วมกัน เพื่อฟื้นศักยภาพ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและการจ้างงานไทย

ในหัวข้อ “Thailand Beyond Tomorrow: มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์” ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC มีบทบาทในการบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL และนำทรัพย์สินกลับมาสร้างมูลค่า ปัจจุบัน BAM มีสินทรัพย์ในพอร์ตกว่า 120,000 ยูนิต คิดเป็นเกือบร้อยละ 30 ของตลาด พร้อมเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระและผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงที่อยู่อาศัยผ่านโมเดล Rent to Own หรือเช่าเพื่อซื้อ และการผ่อนชำระโดยตรงกับ BAM อีกทั้ง ยังพัฒนาแพลตฟอร์ม BAM Choice และระบบ BAM Guarantee เพื่อเพิ่มความสะดวก และความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ

ช่วง Future Earth: โลกเดือด เกมของทรัพยากร และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า Climate Change ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจที่กระทบทั้งภัยพิบัติ ความมั่นคงด้านน้ำและอาหาร ต้นทุนการผลิต กติกาการค้า และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เสนอให้ไทยเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ สู่การประเมินความเสี่ยงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือภัยพิบัติและวิกฤตน้ำอย่างเป็นระบบ ขณะที่ นายคุณชาลี ขันศิริ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ชี้ว่า “คาร์บอน” กำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของการค้าโลก ธุรกิจไทยจึงต้องบริหารพลังงาน คาร์บอน และทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรับมือมาตรการ CBAM และรักษาความสามารถในการแข่งขัน ด้าน นายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ธุรกิจ Pet, Feed และ Marine Ingredient บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จากไทยยูเนี่ยน มองว่า ความยั่งยืนสามารถเปลี่ยนจากต้นทุนเป็นโอกาสทางธุรกิจ ผ่านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านหัวข้อ “ถอดรหัสความมั่งคั่งวัยเกษียณ: สูตรรอดข้าราชการไทยในโลกยุคใหม่” ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ระบุว่า สมาชิกร้อยละ 73 มีแนวโน้มมีเงินออมเพื่อการเกษียณต่ำกว่าเกณฑ์ และมีหนี้สินเฉลี่ย 1.59 ล้านบาท จึงเสนอหลัก “ออมเพิ่ม ออมเหมาะสม และออมต่อ” เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

เวที Future Wealth : การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ชี้ว่า นักลงทุนต้องปรับแนวคิด กระจายความเสี่ยง และใช้เทคโนโลยีประกอบการตัดสินใจ โดย นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ระบุว่า ทองคำยังมีบทบาทท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยมีแรงสนับสนุนจากความต้องการซื้อจริง การซื้อของธนาคารกลาง และกระแสเงินเข้าสู่กองทุน Gold ETFs ขณะที่นักลงทุนต้องติดตามอัตราดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร เงินเฟ้อ และค่าเงิน ด้าน นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เห็นว่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังโดดเด่น แต่ควรกระจายพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง ส่วน นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด มองว่า AI และ Healthcare ยังเป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพ แต่การจัดพอร์ตต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ขณะที่ นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานธุรกิจลูกค้ารายย่อย บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เน้นการเรียนรู้เครื่องมือใหม่และประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์การลงทุน

ส่งท้ายเวที Vision Stage ด้วยมุมมองภาคธุรกิจจาก นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโศภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในหัวข้อ The Entrepreneur’s Next Move: Winning in a Changing World – จากจุดเปลี่ยนโลก สู่โอกาสใหม่” ชี้ว่าเทคโนโลยีและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกสู่การเติบโตที่ไม่เท่าเทียม ธุรกิจจึงต้องเร่งปรับตัวและใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาส ขณะที่ไทยต้องสร้างความไว้วางใจเพื่อรับมือโลกที่แบ่งขั้ว

อีกหนึ่งเวทีสำคัญคือ Future of Life ซึ่งเปิดมุมมองอนาคตด้านผู้คน สุขภาพ และเทคโนโลยี เริ่มจากหัวข้อ “Future People: คนไทยปี 2035 เรียน คิด ใช้ชีวิตอย่างไร” ถอดรหัส คนไทยแห่งอนาคต ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาทักษะและการคิดอย่างเป็นระบบ ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัย CMKL, นายวสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ กรรมการบริหารและผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด และฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด และนพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center Clinic

ต่อด้วยหัวข้อ “Future Health: อายุยืนอย่างมีคุณภาพ” นำเสนอแนวทางส่งเสริมสุขภาพ จากการรักษาสู่การป้องกัน เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมรองรับสังคมสูงวัย โดย พญ.มานิตา กิตติเลิศวรกุล นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางนาโนชีวเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นพ.วีรยุทธ ตะโนรี แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช พร้อมด้วย นพ.กันต์ สุวรรณรัต แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง และ Medical Board, V Square Clinic

ปิดท้ายด้วย Future Technology: เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิตเราได้อย่างไร” โดย นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) นำเสนอการใช้เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์และวัดความสุขใน Happitat World’s First Happiness Destination ด้าน นายเอกชัย ปาริชาติกานนท์ กรรมการสมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทย (DAAT) ชี้ว่า AI กำลังเปลี่ยนการตลาดให้สื่อสารกับ AI Agent ควบคู่ผู้บริโภค ขณะที่ นายกชศร ใจแจ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการ Whoscall เน้นการใช้เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย รับมือภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในโลกดิจิทัล

ทั้งนี้ งาน TNN Future Forum 2026: Thailand Beyond Tomorrow” ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าร่วมสัมมนา และผู้ชมการถ่ายทอดสดผ่าน TNN2 ทรูวิชั่นส์ ช่อง 784 โดยสามารถติดตามข่าวสาร บทวิเคราะห์ และกิจกรรมที่น่าสนใจจาก TNN ช่อง 16 ได้ทางทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

#TNNFutureForum2026

#TNNช่อง16

#TNNก้าวสู่ปีที่19

#ทันโลกทันเศรษฐกิจทันทุกความจริง

ยืนหนึ่งงานคุณภาพ! ‘GMMTV’ ตอกย้ำมาตรฐาน คว้า 3 รางวัลแห่งปี

14 กันยายน 2569 เวลา 11:44 น.

สร้างปรากฎการณ์อีกครั้งกับผลงานคุณภาพที่ตอกย้ำความสำเร็จทุกด้านของ “GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือบริษัท “เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)”

ล่าสุดคว้า 3 รางวัลแห่งปี จากเวทีประกาศรางวัล “Mint Awards 2026” ในงาน Mchoice & Mint Awards 2026” อีเวนท์สุดยิ่งใหญ่และการประกาศรางวัลแห่งปี พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 6 ปี Mint Magazine มอบให้กับศิลปินดาราและผลงานสุดฮอตแห่งปี จากการตัดสินจากคณะกรรมการ โดยซีรีส์บอยเลิฟอบอุ่น โรแมนติกคอมเมดี้ ที่กวาดกระแสความนิยม ดังพลุแตกสนั่นโซเชียลทั่วโลก

“มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee” คว้ารางวัลสาขา “ENTERTAINMENT PROGRAM OF THE YEAR” โดยมี  “เอ็กซ์ ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์” ผู้กำกับซีรีส์ฯ และรองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Content Production บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด และทีมนักแสดงนำสุดปัง “ปอนด์ ณราวิชญ์, เพิร์ธ ธนพนธ์, แซนต้า พงศภัค, บอนนี่ ภัทราภัสร์” เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ซึ่ง “ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, วิลเลี่ยม จักรภัทร, เอส ศุภ” ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานได้

ส่วนซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้หวานปนแซ่บ กระแสพุ่งแรง “ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies With Benefits” คว้ารางวัลสาขา BREAKTHROUGH CAST OF THE YEAR” โดยคู่ฮอตเกิร์ลเลิฟมาแรง “แจน พลอยชมพู, จิงจิง ยู” แท็กทีมขึ้นรับรางวัลบนเวที ด้านบอยกรุ๊ปยอดนิยม LYKN” จาก “RISER MUSIC” ที่สร้างปรากฎการณ์ความปังจนฉุดไม่อยู่ ตอกย้ำความแรงจัด WORLD TOUR 2026” ทั้งหมด 18 เมืองทั่วโลก กับ DUSK & DAWN WORLD TOUR 2026 ก็คว้ารางวัลสาขาPHENOMENON OF THE YEAR” ซึ่งมี “เลโก้ รพีพงศ์, นัท ธนัท, ฮง พิเชฐพงศ์, ตุ้ย ชยธร” เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลครั้งนี้ โดย “วิลเลี่ยม จักรภัทร” หนึ่งในสมาชิกวงติดภารกิจ จึงไม่สามารถมาร่วมงานได้

ซึ่งรางวัลครั้งนี้สร้างความดีใจให้กับศิลปินทุกคนเป็นอย่างมาก รวมทั้งบุคลากรเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ถือเป็นพลังใจสำคัญในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป พร้อมขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ให้การสนับสนุนและติดตามผลงานด้วยดีมาโดยตลอด โดยงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ TRUE ICON HALL 7th Floor, ICONSIAM ที่ผ่านมา

#MchoiceMintAwards2026 #MintAwards2026 #MintMagTH

#MeAndTheeSeries #EnemiesWithBenefits

#LYKNDuskAndDawnWorldTour2026 #LYKN

#GMMTV

แอนิเมชันไทย ‘Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ’ ตอกย้ำความสำเร็จระดับโลก เตรียมเข้าฉายในบราซิล

14 กันยายน 2569 เวลา 11:40 น.

“Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ภาพยนตร์แอนิเมชันฝีมือคนไทย เดินหน้าสร้างความสำเร็จบนเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการยอมรับและคว้ารางวัลจากหลากหลายเวที พร้อมนำความสนุกและเรื่องราวการผจญภัยไปสู่สายตาผู้ชมแล้วกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชันไทยที่สามารถก้าวสู่ตลาดสากลและเข้าถึงผู้ชมในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก 

จากการเปิดตัวในประเทศไทย สู่การเดินทางไปยังตลาดต่างประเทศ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ได้ขยายการฉายอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ยุโรป และตลาดต่างประเทศ โดยล่าสุดภาพยนตร์ได้เข้าฉายใน ประเทศสเปนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายฐานผู้ชมในตลาดยุโรป

และความสำเร็จยังคงเดินหน้าต่อไป เมื่อ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” เตรียมเปิดประตูสู่ตลาด ลาตินอเมริกา โดยมีกำหนดเข้าฉายใน ประเทศบราซิล วันที่ 24 กันยายนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของภาพยนตร์ในการเดินทางสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่ และขยายการรับรู้ในตลาดภาพยนตร์ระดับนานาชาติ

 “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ยังคงเดินหน้าบนเส้นทางระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมพาผลงานแอนิเมชันจากประเทศไทยไปพบกับผู้ชมในตลาดใหม่ ๆ และสร้างโอกาสให้คอนเทนต์ไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นบนเวทีโลก

คอหนังแอนิเมชันยังสามารถชมภาพยนตร์ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ได้ที่ Netflix และสามารถติดตามอัปเดตกิจกรรมความเคลื่อนไหว หรือคอนเท้นต์คุณภาพอื่นๆ จาก “ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล”  ได้ที่:  https://www.facebook.com/OutOfTheNestOfficialTHhttps://www.facebook.com/TandBKids /