อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่

15 เม.ย. 2569 23:47 น.

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากการถูกโจมตี ประเมินไว้เป็นเงิน 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดการเจรจารอบใหม่

วันที่ 16 เมษายน 2569 นายฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้อิหร่าน ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสงครามที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมูลค่าราว 270,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท

โดยระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งโรงงานน้ำมันและก๊าซ โรงงานปิโตรเคมี โรงถลุงเหล็กและอะลูมิเนียม รวมถึงฐานทัพทหาร ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู นอกจากนี้ ยังมีสะพาน ท่าเรือ ระบบรถไฟ มหาวิทยาลัย โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำทะเล รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย

โฆษกรัฐบาลยอมรับว่า ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน รัฐไม่สามารถชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีเครื่องบินพลเรือนอย่างน้อย 60 ลำไม่สามารถใช้งานได้ ในจำนวนนี้ 20 ลำถูกทำลาย ขณะที่สายการบินสูญเสียรายได้จำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่เปอร์เซีย

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของความเสียหาย แต่ระบุว่า ประเด็นค่าชดเชยได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือแล้วในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ประเทศปากีสถานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาครั้งต่อไป

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ยังกล่าวหา 5 ประเทศในภูมิภาคว่า ต้องร่วมรับผิดชอบชดเชย เนื่องจากถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน พร้อมเสนอแนวคิดจัดเก็บภาษีจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อนำมาเป็นแหล่งเงินชดเชย

ทางด้านนายเอบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภา ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ไม่ควรถูกขยายเวลา พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยอมรับสิทธิของอิหร่าน รวมถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นอาจนำไปสู่การกลับมาของสงครามอีกครั้ง.

ที่มา Aljazeera

สลด เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนตุรกีซ้ำ 2 วัน ดับ 9 ศพ นักเรียน-ครูเสียชีวิต

สลด เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนตุรกีซ้ำ 2 วัน ดับ 9 ศพ นักเรียน-ครูเสียชีวิต

15 เม.ย. 2569 22:54 น.

สลด เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนตุรกีซ้ำ 2 วัน ดับ 9 ศพ นักเรียน-ครูเสียชีวิต

เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนทางภาคใต้ของตุรกี เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย หลังก่อนหน้าเพียง 1 วันเพิ่งเกิดเหตุยิงในโรงเรียนอีกแห่ง

วันที่ 16 เมษายน 2569 นายมุสตาฟา ชิฟต์ชี รัฐมนตรีมหาดไทยตุรกี เปิดเผยว่า เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนมัธยมอายเซอร์ ชาลิก ในพื้นที่คาห์รามันมารัส ทางภาคใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ บาดเจ็บอีก 13 ราย ในจำนวนนี้ 6 รายอาการสาหัส ขณะที่ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 

สื่อท้องถิ่นของตุรกี รายงานว่า คนร้ายซึ่งเชื่อว่าเป็นวัยรุ่น บุกเข้าไปในห้องเรียน 2 ห้อง พร้อมอาวุธปืนถึง 5 กระบอก และกระสุนอีก 7 แม็กกาซีน โดยอาวุธที่ใช้อาจเป็นของบิดาซึ่งเป็นอดีตตำรวจ

ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวีของตุรกีรายงานว่า ได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องอย่างหนัก และเกิดความโกลาหลบริเวณหน้าโรงเรียน ขณะที่ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้คนจำนวนมากมุงดู บางส่วนถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์มือถือ และมีรถพยาบาลเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังมีเหตุยิงในโรงเรียนมัธยมอีกแห่งในภาคใต้ของตุรกี ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บ 16 ราย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตนักเรียนจะยิงตัวเองเสียชีวิต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนแรงจูงใจของเหตุกราดยิงครั้งล่าสุด โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัด.

อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือทะเลแดง กดดันสหรัฐฯ ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือทะเลแดง กดดันสหรัฐฯ ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

15 เม.ย. 2569 22:30 น.

อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือทะเลแดง กดดันสหรัฐฯ ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

อิหร่านยกระดับท่าทีแข็งกร้าว เตือนอาจปิดเส้นทางการค้าทางทะเลในหลายพื้นที่ รวมถึงทะเลแดง หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อมท่าเรือ ขณะที่ความพยายามในการเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป

วันที่ 16 เมษายน 2569 กองทัพอิหร่านระบุว่า หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน อาจนำไปสู่การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ และกระทบเสถียรภาพในภูมิภาค หลังกองกำลังสหรัฐฯ ได้ สกัดการค้าทางทะเลเข้า-ออกอิหร่านโดยสมบูรณ์ ผ่านมาตรการปิดล้อม

โดยนายอาลี อับดุลเลาะห์  ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทหารกลางของอิหร่าน ระบุว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อิหร่าน จะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง

รายงานข่าวระบุว่า แม้อิหร่านจะไม่มีพรมแดนติดทะเลแดงโดยตรง แต่มีอิทธิพลในพื้นที่ผ่านพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มฮูติในเยเมน ซึ่งเคยเปิดฉากโจมตีเรือเดินทะเลในเส้นทางนี้มาแล้ว 

ขณะเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า การเจรจาสันติภาพอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ หลังการหารือรอบแรกไม่ประสบผลสำเร็จ ด้านนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจา เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เสนอข้อตกลงครั้งใหญ่ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ รวมถึงแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน.

อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า “มังกรโคโมโด” ส่งขายไทย

อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย

15 เม.ย. 2569 15:51 น.

อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า “มังกรโคโมโด” ส่งขายไทย

ตำรวจอินโดนีเซียทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางมังกรโคโมโด สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ พบกว้านซื้อจากนักล่าในราคาถูก ก่อนปั่นราคาขายต่อสูงถึง 6 เท่า โดยมีเป้าหมายส่งออกให้ลูกค้าในประเทศไทย

ทางการอินโดนีเซียแถลงการจับกุมผู้ต้องหา 6 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้า “มังกรโคโมโด” สัตว์เลื้อยคลานท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยพบว่าสัตว์ทั้งหมดถูกเตรียมจัดส่งไปยังประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 รายแรกได้ที่เมืองสุราบายา ทางตะวันออกของเกาะชวา ขณะกำลังลำเลียงมังกรโคโมโดที่มีชีวิตจำนวน 3 ตัวลงจากเรือ ก่อนจะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 4 รายในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้จัดหาสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้มาจากกลุ่มนักล่าในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติเพียงแห่งเดียวของพวกมัน โดยกลุ่มผู้ต้องหาซื้อมาในราคาตัวละประมาณ 5.5 ล้านรูเปียห์ (ราว 10,278 บาท) และนำไปเสนอขายต่อในราคาสูงถึง 6 เท่า เพื่อส่งออกไปยังลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย

ตำรวจประจำจังหวัดชวาตะวันออกเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ขบวนการนี้ได้ลักลอบค้ามังกรโคโมโดไปแล้วอย่างน้อย 20 ตัว สร้างกำไรเข้ากระเป๋ากว่า 33,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.06 ล้านบาท) ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และโทษปรับตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

ปัจจุบัน สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดให้มังกรโคโมโดอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” โดยประเมินว่าเหลือประชากรในธรรมชาติเพียง 3,400 ตัวเท่านั้น เนื่องจากถูกคุกคามจากการบุกรุกของมนุษย์ สภาวะโลกร้อนที่ทำลายถิ่นที่อยู่ รวมถึงการถูกลักลอบจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงแปลกหรือโชว์ในสวนสัตว์ส่วนตัว

นอกจากนั้น ตำรวจอินโดนีเซียยังได้แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 ราย ในคดีลักลอบขนส่ง “เกล็ดตัวนิ่ม” น้ำหนักกว่า 140 กิโลกรัม จากจังหวัดรีอูมายังเมืองสุราบายา โดยตัวนิ่มถือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก ซึ่งเกล็ดของมันเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดจีนและเวียดนาม เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนผสมในยาแผนโบราณ แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันสรรพคุณทางยาก็ตาม.

ที่มา AFP

ยอดตายพุ่ง 19 ศพ เหตุหม้อไอน้ำโรงไฟฟ้าอินเดียระเบิด

ยอดตายพุ่ง 19 ศพ เหตุหม้อไอน้ำโรงไฟฟ้าอินเดียระเบิด

15 เม.ย. 2569 15:15 น.

ยอดตายพุ่ง 19 ศพ เหตุหม้อไอน้ำโรงไฟฟ้าอินเดียระเบิด

เหตุหม้อไอน้ำระเบิดภายในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของบริษัทเวดันตา ในรัฐฉัตตีสครห์ ทางตอนกลางของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีก 17 คน

ความคืบหน้าเหตุระเบิดรุนแรงภายในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของบริษัท เวดันตา ในอำเภอศักติ รัฐฉัตตีสครห์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้นายประฟุล ทากูร์ ผู้บังคับการตำรวจท้องที่ยืนยันว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 19 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 17 รายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง บางรายมีอาการสาหัส

เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14:35 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดว่าเกิดจากท่อภายในหม้อไอน้ำ แตกออกอย่างรุนแรง ส่งผลให้ “ไอน้ำร้อนจัด” พวยพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนงานที่กำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่ในบริเวณนั้น แรงระเบิดทำให้คนงานจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานตลอดทั้งคืนเพื่อนำตัวผู้เคราะห์ร้ายออกมา

ขณะที่บรรยากาศที่หน้าประตูโรงไฟฟ้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกลาหล ญาติพี่น้องของคนงานจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามรัฐต่างมารวมตัวกันเพื่อรอฟังข่าว หลายคนแสดงความไม่พอใจที่ทั้งฝ่ายบริหารโรงไฟฟ้าและทางการยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ ทำให้ญาติหาคำตอบไม่ได้ว่าคนรักของตนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

นายรวินทรา ราม หนึ่งในญาติที่มาตามหาน้องชายให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า เพียง 4 วันก่อนเกิดเหตุ กลุ่มคนงานเคยแจ้งหัวหน้างานแล้วว่าเห็นฝุ่นและสิ่งผิดปกติพุ่งออกมาจากหม้อต้ม แต่กลับได้รับคำตอบว่า “มันเป็นเรื่องปกติของที่นี่” จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมในที่สุด

นายอนิล อะการ์วาล มหาเศรษฐีประธานบริษัท เวดันตา รีซอร์สเซส ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ และยืนยันว่าได้เริ่มการสอบสวนระดับสูงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ขณะที่นายวิษณุ เดโอ ไซ มุขมนตรีรัฐฉัตตีสครห์ ประกาศกร้าวว่าจะลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดที่สุดหากพบว่าเป็นความบกพร่องของบุคคลหรือหน่วยงาน

ขณะเดียวกัน กลุ่มแรงงานที่รอดชีวิตเริ่มแสดงความความหวาดกลัว โดยแรงงานหลายรายเริ่มทยอยเดินทางออกจากพื้นที่และตัดสินใจลาออก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต แรงงานรายหนึ่งจากรัฐมัธยประเทศกล่าวว่า “อุบัติเหตุครั้งนี้ใหญ่เกินไป พวกเรากลัวว่ามันจะเกิดขึ้นอีก”.

ที่มา AFP / NDTV

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

16 เมษายน 2569 หลัง นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลำดับที่ 3 ลาออกจากตำแหน่ง สส.เพื่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ ในส่วนของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง สส.แทน ได้แก่ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 22

สำหรับนายพิบูลย์ เป็นน้องชาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และเป็นบิดาของ นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล เขต1 พรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ การเป็น สส.ของนายพิบูลย์ ครั้งนี้ ถือเป็นสมัยที่ 3 โดยหลังจากขยับจากการเมืองท้องถิ่น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล มาลงสมัคร สส. นายพิบูลย์ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สตูล มาแล้ว 2 ครั้ง คือ ปี 2562 และปี 2566 ก่อนที่จะลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน)

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.50 น.

16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (16 เม.ย.) ตนได้ยื่นลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เนื่องจากดูจากสถานการณ์รัฐบาล เมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จครบถ้วนกระบวนความ รวมถึงจะได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวราวุธ ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ต้องมีการเลื่อนผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 22 เข้ามาเป็น สส.แทน คือ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงยังเป็นบิดาของ นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.10 น.

“ผบ.ทร.”ย้ำคำ”นายกฯ” ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด ลั่น!ปิดก็คือปิด ไม่มีเปิดเฉพาะกิจ และจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม

16 เมษายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่า จะไม่มีการเปิดด่าน หลังมีกระแสข่าวที่ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ส่งคนสนิทมาเจรจาฝ่ายไทย เพื่อขอเปิดด่านที่ จ.ตราด ว่า กองทัพเรือยึดมั่นตามนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน ซึ่งจะไม่เปิดด่านเด็ดขาด โดยได้ปฏิบัติการตามที่รัฐบาลได้สั่งการมา ซึ่งตนได้สั่งการเด็ดขาด เพราะว่า เราไม่เคย และจะไม่ยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์อะไร จะไม่ยอมให้เกิดการเหตุการณ์แบบนั้นกับกองทัพเรือเด็ดขาด

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า มีการพยายามขอเจรจา และมีการรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วนั้น ผบ.ทร.กล่าวว่า น่าจะเป็นกระแสข่าว แต่ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า รวมไปถึงการไม่เปิดด่านเฉพาะกิจด้วยใช่หรือไม่ ผบ.ทร.ย้ำว่า “เราปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลชัดเจน ปิดก็คือปิด”

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

รัชดา ตอบ อภิสิทธิ์ หลังวิจารณ์ รบ. บอกมีหลายงานต่อคิวเข้าครม. ซัดไม่รู้ลึกนโยบาย รัฐ แจง.ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์ เชื่อมโยงงาน 

เมื่อวันที่ 16 เมาายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ว่า เข้าใจในความปราถนาดี แต่เชื่อว่า มีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้าครม.พิจารณา

ยกตัวอย่าง เช่น ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อยมาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน นางสาวรัชดาอธิบายว่า ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของครม.ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ต.ค. 

เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการออกมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ ก็เริ่มแล้วผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบันทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลาง สองพันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท๊กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น

ในภาพรวม เรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบ โครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น

ต่อประเด็นการแบ่งงานแก่รองนายกรัฐมนตรีศุภจี ที่ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่นายกฯอนุทินพูดไว้ตอนหาเสียง นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้นางศุภจีรับผิดชอบกลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยกลุ่มภารกิจนี้รับผิดชอบการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการค้าและพาณิชยกรรม ส่งเสริมSME พัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง และมีนัยมากกว่าการคุมงานหนึ่งกระทรวงแต่เป็นเรื่องของคลัสเตอร์ที่งานกระทรวงเชื่อมโยงกัน ตนจึงขอแจ้งมติครม. ให้ทราบ ณ ตรงนี้ และคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว มาโฟกัสที่การทำงานดีกว่า

“อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เห็นพ้อง และขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย รัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณามาตรการต่างๆให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างเต็มที่” โฆษกรัฐบาลกล่าว

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

“สีหศักดิ์ รองนย. และ รมว.กต.” พบหารือ รมต.กระทรวงพลังงานและแร่ธาตุโอมาน 

16 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนาย ซาลิม บิน นัสเซอร์ บิน ซะอีด อัล อูฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมาน ณ กรุงมัสกัต ในโอกาสการเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในภูมิภาค รวมถึงความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก โดยฝ่ายไทยชื่นชมบทบาทของโอมานในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางและสร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค

ในโอกาสนี้ ไทยได้เน้นย้ำความสนใจในการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจากโอมาน โดยไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากโอมานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ภายใต้แผน Oman Vision 2040