รพ.พระรามเก้า คว้า 2 รางวัล TCCTA Awards 2026 สะท้อนศักยภาพทีม Contact Center ยกระดับ Patient Experience ตั้งแต่ First Contact

15 กันยายน 2569 เวลา 16:26 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า คว้า 2 รางวัลจากเวที The Best Contact Center Awards 2026 (TCCTA Awards 2026) สะท้อนความสามารถของทีม Contact Center ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร  และการพัฒนาคุณภาพบริการ  ตอกย้ำความสำคัญของ Contact Center ในฐานะจุดเริ่มต้นของ Patient Experience ที่ทำหน้าที่มากกว่าการให้ข้อมูล แต่เป็นด่านแรกที่เชื่อมต่อผู้รับบริการสู่การดูแลทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

The Best Contact Center Awards 2026 จัดโดย สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Trade Association: TCCTA) เพื่อยกย่ององค์กรและบุคลากร Contact Center ที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการ คุณภาพบริการ บุคลากร กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และ Customer Experience โดย TCCTA เป็นสมาชิกของ Contact Center Associations of Asia Pacific (CC-APAC) เครือข่ายสมาคม Contact Center ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดยในปีนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้า คว้า 2 รางวัลในกลุ่ม Individual Awards ประเภท           Tele-Service ได้แก่ The Best Contact Center Manager of the Year – Tele-Service และ The Best Contact Center Supervisor of the Year – Tele-Service

โดยรางวัล The Best Contact Center Manager of the Year – Tele-Service สะท้อนความสามารถด้านการบริหาร Contact Center ในภาพรวม ตั้งแต่การนำทีม การวางกลยุทธ์ การบริหาร KPI และบุคลากร การพัฒนาคุณภาพบริการและ Customer Experience ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กร

ขณะที่รางวัล The Best Contact Center Supervisor of the Year – Tele-Service สะท้อนบทบาทของหัวหน้างานในการนำแนวทางไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการพัฒนาศักยภาพทีม การติดตามคุณภาพและ SLA การบริหาร Workload การแก้ไขปัญหา ตลอดจนการปรับ Workflow เพื่อให้การบริการ   มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับโรงพยาบาลพระรามเก้า Contact Center เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของ Patient Experience ตั้งแต่การสอบถามข้อมูล การเลือกแพทย์ การนัดหมาย ไปจนถึงการประสานเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษา โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร กระบวนการทำงาน และเทคโนโลยีควบคู่กัน เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมั่นตั้งแต่ First Contact

ความสำเร็จจากเวที TCCTA Awards 2026 จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลพระรามเก้าในการพัฒนาคุณภาพบริการควบคู่กับคุณภาพการรักษา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้รับบริการใน   ทุกขั้นตอน

Calvin Klein Collection โดย Veronica Leoni เผยโฉมบนรันเวย์โชว์ Spring 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก

15 กันยายน 2569 เวลา 16:17 น.

Calvin Klein, Inc. เปิดรันเวย์โชว์ Calvin Klein Collection Spring 2027 โดยครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Veronica Leoni ณ อาคาร Terminal Warehouse นิวยอร์ก สานต่อการนำเสนอสไตล์มินิมอลแบบอเมริกันอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง 

“สไตล์ Minimalism แบบอเมริกันคือศาสตร์แห่งการลดทอนรายละเอียด โดยการตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป จนเหลือเพียงสิ่งที่สำคัญที่สุดเท่านั้น” Veronica Leoni ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Calvin Klein Collection กล่าวต่อว่า “Calvin ดึงเอาแนวคิดนั้นมาประยุกต์เข้ากับสรีระ ส่วนฉันนำมาปรับให้เข้ากับตัวตนของผู้หญิง ที่อยู่ข้างใน Minimalism ในแบบของฉันเริ่มต้นจากจุดนั้น จากความสัมพันธ์ระหว่างงานดีไซน์และเรือนร่าง โดยไม่มีสิ่งใดมากั้นกลาง เมื่อตัดทุกอย่างออกไป สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือความปรารถนา”

คอลเลกชันนี้เป็นการนำเอาเสื้อผ้าชิ้นเบสิกของแบรนด์ เช่น เสื้อโค้ท เสื้อเชิ้ต สูท กางเกง กระโปรงทรงสอบ และเดรสสายเดี่ยว มาปรับโฉมใหม่ให้ดูเพรียวยาวขึ้นและเข้ารูปเน้นช่วงเอวอย่างชัดเจน งานตัดเย็บเน้นความบางและคมกริบแต่ใส่สบาย สูทผ้าฝ้ายและผ้าวูลได้รับการดีไซน์ให้ใส่สบายคล้ายเสื้อยืด มาพร้อมแจ็กเก็ตไหล่กว้างสำหรับใส่ทับเป็นเลเยอร์ส่วนเดรสสายเดี่ยวและเดรสทรงเสื้อยืดถูกตัดเย็บด้วยเทคนิคการตัดเฉียงแบบชุดราตรี นอกจากนี้ยังเติมเต็มสไตล์สปอร์ตสแวร์แบบอเมริกันด้วยเสื้อยืดผ้าไหมถักและเสื้อเบสบอล ผสมผสานวัสดุหลากหลายอย่างยีนส์ หนัง หนังกลับฉลุลาย และดีเทลชุดชั้นในสุดประณีต โดยคุมโทนด้วยสีขาวและดำเป็นหลัก ตัดด้วยสีสดใสอย่างสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน รวมถึงลายตารางที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของ Georgia O’Keeffe

แอ็กเซสซอรีเน้นดีไซน์ที่ใช้งานได้จริง ที่คาดผมโลหะใช้รวบผมไปด้านหลังอย่างลงตัว ส่วนผ้าพันคอออกแบบให้ทิ้งตัวเป็นทรงมุมแหลม ด้านกระเป๋าถูกปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีให้เลือกทั้งแบบเป็นทรงเรียบหรู แบบนุ่มนวลทิ้งตัว และทรงสามเหลี่ยมพับสไตล์โอริกามิ

โชว์ครั้งนี้จัดขึ้นที่ Terminal Warehouse อาคารโกดังอิฐขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1891 จากผลงานการดีไซน์ของ George B. Mallory และเป็นแลนด์มาร์กแห่งสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมของนิวยอร์ก ภายในมีการจัดแสดงประติมากรรมตั้งพื้น 3 ชิ้นตลอดแนวรันเวย์ ซึ่งเป็นผลงานของ Walter De Maria เปิดโอกาสให้ผู้ชมและเหล่านางแบบได้เคลื่อนไหวผ่านงานศิลปะอย่างกลมกลืน พร้อมบรรยากาศที่ขับเคลื่อนด้วยเพลงประกอบโดย Kid Harpoon ที่ได้ Laurie Anderson และ Solange มาร่วมสร้างสรรค์ผ่านท่วงทำนองดนตรีอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าคนดังและแขกคนสำคัญ ได้แก่ ROSALÍA, Teyana Taylor, Tate McRae, Sadie Sink, Solange, Emily Ratajkowski, Pamela Anderson, Gemma Chan, Katie Holmes, Jason Bard Yarmosky, Benito Skinner, Mary Beth Barone, Maya Boyd, Supriya Ganesh, St. Vincent, Alex Eala, Giulia Be, Misty Copeland, Iris Law, Lila Moss, Sabrina Elba, Jose Alvarado, 3House, Marcus และ Iris Ericsson, Antwaun Sargent, Kid Harpoon, Bethann Hardison, Kitty Ca$h รวมถึงสามศิลปินจากประเทศไทยอย่างหลิงหลิง คอง, โทมัส ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์, ซี ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ

ที่มาร่วมงานในลุคจาก Calvin Klein Collection รวมถึงบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่นอย่าง Elizabeth Saltzman, Derek Blasberg, Lauren Santo Domingo, Eva Chen, Brandice Daniel, Tommy Ton, Steven Kolb, Phil Oh, Dirk Scanden และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังมีแขกท่านอื่นๆ อาทิ Nara Smith, Wisdom Kaye, Madeline Argy, Jake Shane, Yesly Dimate, Ashtin Earle, Isabelle Allain, Natalia Bryant, Chriselle Lim, Charli D’Amelio, Nai Devora, Lily Chee, Jordan Daniels, Marlon Garcia, Ruby Lyn, Alioune Badara-Fall, Sandra Shehab, Jordan Rand, Isan Elba, Enya Umanzor, Jacob Rott, Bach Buquen, Rebecca Donaldson, Paola Locatelli, Ting Ting Lai, Tamu McPherson, Sam Salter, Maritz Hau, Tony Ozkan, Laura Abla, Alexa Chung, Camila Coelho, Maria Bottle, Jorge Patino, Arantza Goett, Jordana Maia, Seira Anzai, Kemio, Bambi Northwood-Bluth และอีกมากมาย ซึ่งต่างสวมใส่เสื้อผ้าหลากหลายสไตล์จาก Calvin Klein ทั้ง Calvin Klein Collection, Calvin Klein Jeans ชุดสูทและเสื้อผ้าอื่นๆ

LACOSTE ชวนสัมผัสไลฟ์สไตล์เหนือระดับ เปิดตัว ‘Club Lacoste Bali’

15 กันยายน 2569 เวลา 15:58 น.

Lacoste เดินหน้าสานต่อโลกของกีฬา Padel ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว “Club Lacoste Bali” ณ โรงแรม W Bali – Seminyak รีสอร์ตริมทะเลอันโดดเด่นของบาหลี ถ่ายทอดเอกลักษณ์และมรดกแห่งโลกกีฬาของ Lacoste สู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางริมชายฝั่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดื่มด่ำไปกับโลกของ Lacoste

ภายใต้ความร่วมมือตลอดระยะเวลา 3 ปี “Club Lacoste Bali” เปิดประสบการณ์ผ่านสนาม Padel แบบเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 2 สนาม ที่ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้มากกว่าการเล่นกีฬา ด้วยพื้นที่ที่ถ่ายทอดโลกของ Lacoste อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นบูติกสำหรับเลือกชมและช้อปปิ้งสินค้า พื้นที่กลางแจ้งที่ได้รับการตกแต่งด้วยแรงบันดาลใจจากจระเข้ สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องล็อกเกอร์ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทุกองค์ประกอบ

สะท้อนสไตล์ของ Lacoste ที่ผสานความเป็นสปอร์ตเข้ากับความเรียบหรู พร้อมจัดแสดงคอลเลกชันน้ำหอมล่าสุดของ Lacoste ในบริเวณล็อกเกอร์อีกด้วย

ที่สุดแห่งการเฉลิมฉลองโลกของ Padel ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปิดตัว “Club Lacoste Bali” จัดขึ้นพร้อมกิจกรรม Padel Clinic สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รวบรวมเหล่าคนดังจากหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ของ Club Lacoste Bali บนสนามแห่งใหม่ ผ่านกิจกรรมฝึกซ้อมกับโค้ชมืออาชีพ การแข่งขันกระชับมิตร และการเล่น Padel ร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่

  • จุง อาเชน ไอย์ดึน นักแสดง นักร้อง และนายแบบชาวไทย
  • นานา เมียร์ดาด (Nana Mirdad) นักแสดงชื่อดังชาวอินโดนีเซีย
  • ฟิโอน่า ฟุสซี (Fiona Fussi) นางแบบและนักแสดงชาวสิงคโปร์
  • ลีนัส เต็ง (Linus Teng) ไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์ชาวมาเลเซีย
  • ไอลีน ชอย (Evelyn Choi) เซเลบริตี้อินฟลูเอนเซอร์ชาวฮ่องกง
  • ไร เวลาสโก (Ry Velasco) ไลฟ์สไตล์ครีเอเตอร์ชาวฟิลิปปินส์
  • โอมาร์ แดเนียล (Omar Daniel) นักแสดง พิธีกร และนายแบบชาวอินโดนีเซีย และอีกมากมาย

การรวมตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมของกีฬา Padel ที่กำลังเติบโตขึ้นทั่วภูมิภาค พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Lacoste ที่มองว่ากีฬาเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างคอมมูนิตี้ และเปิดพื้นที่สำหรับประสบการณ์ร่วมกัน

นอกจากนี้ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว “Club Lacoste Bali” ทาง Lacoste ยังเปิดตัว Padel Capsule Collection เป็นครั้งแรก ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เล่นทั้งในและนอกสนาม โดยคอลเลกชันนี้ประกอบด้วย ไม้ Padel 2 รุ่นที่ออกแบบให้ตอบโจทย์รูปแบบการเล่นที่แตกต่างกัน ได้แก่ L.MAX สำหรับผู้เล่นเป็นประจำที่มองหาพลัง ความเร็ว และความแม่นยำ ส่วนอีกรุ่น L.SOFT ไม้ที่มีน้ำหนักเบา มอบความสบายและควบคุมได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่กำลังพัฒนาทักษะการเล่น พร้อมเติมเต็มคอลเลกชันด้วย L Paletero กระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์ Padel เครื่องแต่งกายคุณภาพสูง และรองเท้า Padel AG-LT Ultra ในโทนสีพิเศษที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกีฬา Padel โดยเฉพาะ

นิยามใหม่ของ Lacoste ผ่านกีฬา Padel

กีฬา Padel ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยงโลกแห่งกีฬาของ Lacoste ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยความนิยมที่เติบโตเร็วในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะและใช้เวลาร่วมกัน โดยเฉพาะการเล่นเป็นคู่ที่ช่วยเชื่อมโยงทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้คนจากหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน

สนาม Padel จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการแข่งขัน แต่ยังเป็นจุดนัดพบที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกัน การแข่งขันแต่ละครั้งกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพบปะและสร้างความสัมพันธ์ ขณะที่คอมมูนิตี้ของผู้

เล่นก็เติบโตขึ้นทั้งในและนอกสนาม สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการเชื่อมโยงและการแบ่งปัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Lacoste ดังนั้น Padel จึงไม่ใช่เพียงหมวดหมู่กีฬาใหม่สำหรับ Lacoste หากแต่เป็นอีกหนึ่งบทใหม่ในการถ่ายทอดคุณค่าที่ขับเคลื่อนแบรนด์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น Lacoste ยึดมั่นในการนำเสนอกีฬาในฐานะพื้นที่แห่งการแสดงออก การเชื่อมโยง และการแบ่งปัน ซึ่งความสนุกและความสง่างามของเกมมีความสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพในการเล่น และด้วยแนวคิดดังกล่าว แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสจึงก้าวเข้าสู่โลกของ Padel อย่างเต็มรูปแบบ

“Club Lacoste Bali” เปิดให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์ Padel ในบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมผสานโลกแห่งกีฬาและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ต้อนรับทั้งผู้เข้าพักของรีสอร์ตและผู้ที่ชื่นชอบกีฬา Padel จากทั่วทุกมุมโลก

หานตัน ซิโนมา จัดกิจกรรมเปิดบ้านองค์กร เดินหน้าขยายความร่วมมือ

15 กันยายน 2569 เวลา 15:45 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทในเครือหานตัน ซิโนมาในประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเปิดบ้าน “วันใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า” ภายใต้แนวคิด “การผสานรวม·การอยู่ร่วมกัน” โดยเชิญพันธมิตรทางธุรกิจ พนักงานชาวไทยและครอบครัว สื่อมวลชน ตลอดจนผู้แทนชุมชนเข้าเยี่ยมชมบริษัท พร้อมนำเสนอประวัติการพัฒนาของกลุ่มบริษัทและผลงานด้านวัสดุก่อสร้างสีเขียว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีแห่ง “การควบรวมสองกลุ่มวัสดุ” ของกลุ่มบริษัทวัสดุก่อสร้างแห่งชาติจีน ซึ่งแขกผู้ร่วมงานได้รับชมภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดพัฒนาการและผลสำเร็จของบริษัทในด้านการก่อสร้างทางวิศวกรรม การดำเนินงานด้านการผลิต และวัสดุชนิดใหม่

ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญของซิโนมา อินเตอร์เนชั่นแนลในประเทศไทย บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยมีขอบเขตธุรกิจครอบคลุมงานก่อสร้างทางวิศวกรรม การดำเนินงานด้านการผลิต และวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ บริษัทเคยรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการสำคัญในประเทศไทย อาทิ โครงการไท่หัวและโครงการเชาหยิง ทำให้สั่งสมประสบ การณ์อย่างกว้างขวางด้านการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการโครงการ

บริษัทเดินหน้าส่งเสริมการเผยแพร่และประยุกต์ใช้วัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ในตลาดไทยอย่างแข็งขัน โดยกิจกรรมเปิดบ้านครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการแนะนำผลิต ภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ แผ่นใยแร่จากหิน แผ่นยิปซัม และกระจกผลิตไฟฟ้า พร้อมนำเสนอคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมและรูปแบบการใช้งานผ่านผลิตภัณฑ์จริงและกรณีศึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างครบถ้วนถึงผลสำเร็จจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทด้านนวัตกรรมวัสดุสีเขียวและคาร์บอนต่ำ และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากพันธมิตรฝ่ายไทย

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทยึดมั่นในแนวคิด“การผสานรวม·การอยู่ร่วมกัน” โดยจัดกิจกรรมเยี่ยมชมในวันเปิดบ้าน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และกิจ กรรมในรูปแบบอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับพนักงานชาวไทย พันธมิตรในพื้นที่ และชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และประสบการณ์จากฝ่ายจีนเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคต บริษัทจะยังคงยึดประเทศไทยเป็นฐานและขยายการดำเนินงานไปยังภูมิภาคโดยรอบ มุ่งเน้นวัสดุก่อสร้างสีเขียวและงานก่อสร้างทางวิศวกรรม ขยายความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ร่วมกัน และสนับสนุนให้อุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

“พันธุ์ไทย” ชู “ไทยริกาโน” กาแฟไทย เนรมิตประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “PUNTHAI SLOW BAR” คอนเซปต์ใหม่ ครั้งแรก ในงาน “Thailand Coffee Fest 2026”

15 กันยายน 2569 เวลา 15:43 น.

ลองหลับตาแล้วนึกถึงกาแฟไทยสักแก้ว หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าหน้าตาเป็นแบบไหน เพราะเรามักคุ้นเคยกับกาแฟจากเอธิโอเปียหรือโคลอมเบียมากกว่ากาแฟจากพื้นที่ปลูกในบ้านเรา ด้วยเหตุนี้ “กาแฟพันธุ์ไทย” จึงตั้งใจผลักดันศักยภาพของกาแฟไทยให้โลกได้เห็น ผ่านงาน “Thailand Coffee Fest 2026” มหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำ “ไทยริกาโน” กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยจากแหล่งปลูกคุณภาพระดับรางวัลประเทศ มาให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่ครั้งแรกอย่าง “PUNTHAI SLOW BAR” ภายใต้แนวคิด “กาแฟที่ดี ไม่จำเป็นต้องรีบ” ชวนคนรักกาแฟให้ได้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวและรสชาติสุดคราฟต์ของกาแฟพรีเมียม ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในย่านสามเสนเร็วๆ นี้

คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “การผลักดันกาแฟไทยไม่ควรหยุดอยู่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกร ชุมชน และผืนป่า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงแก้วกาแฟที่อยู่ตรงหน้า งานนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้พันธุ์ไทยเข้าถึงคอมมูนิตี้คนรักกาแฟได้มากขึ้น หมุดหมายของแบรนด์คือการเป็นตัวแทนของกาแฟไทยที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกลายเป็นจุดหมายที่ชาวต่างชาติต้องแวะมาสัมผัสเมื่อมาเยือนประเทศไทย เราจึงอยากให้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติของ

กาแฟพันธุ์ไทย โดยไฮไลต์ในปีนี้คือ ‘ไทยริกาโน’ ซีรีส์ ‘Taste of Nan’ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยจากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน ที่พันธุ์ไทยตั้งใจให้เป็นตัวแทนของกาแฟไทยที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับกาแฟต่างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะความฝันของพันธุ์ไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแบรนด์ที่คนไทยชื่นชอบ แต่อยากเห็นวันที่กาแฟไทยเป็นกาแฟที่คนทั่วโลกรักเช่นกัน”

“ส่วนการเปิดตัว PUNTHAI SLOW BAR ในงานนี้ ถือเป็นการแนะนำคอนเซปต์ใหม่ให้คอกาแฟได้รู้จักก่อนที่พื้นที่จริงย่านสามเสนจะเปิดให้บริการ เราอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง ได้ทดลองชิม ได้พูดคุย และได้พบกับบาริสต้าและเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ทุกบทสนทนาและทุกความคิดเห็นจากผู้ที่มาเยี่ยมชม คือข้อมูลสำคัญที่เราจะนำกลับไปพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการของเราต่อไป” คุณสุขวสา กล่าวเสริม

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการยกประสบการณ์ Thai Specialty Coffee มาให้คนรักกาแฟได้รู้จักเสน่ห์ของกาแฟไทยในหลากหลายมิติ ผ่านการสัมผัสรสชาติ “ไทยริกาโน” ทั้งในรูปแบบ Speed Bar และ Slow Bar พร้อมดื่มด่ำไปกับรสชาติและเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟแต่ละแก้ว ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ แหล่งปลูก ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป จากเมล็ดกาแฟของ 4 เกษตรกรไทยชื่อดัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “PUNTHAI SLOW BAR” ได้แก่

  • รองกล้วย วิชัย กำเนิดมงคล – “กาแฟต้นน้ำป่าน่าน” กระบวนการ Natural Process จากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน
  • โสภา บงกชษศฎา ไชยพรหม – “กาแฟในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง” กระบวนการ Washed Process จาก อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
  • แสนชัย จูเปาะ – “กาแฟออร์แกนิกท่ามกลางป่าสน” กระบวนการ Honey Process จาก อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
  • เอก สุวรรณโณ – “กาแฟ GI กาแฟเทพเสด็จ” กระบวนการ Fully Washed Process จากบ้านแม่ตอนหลวง จ.เชียงใหม่

พิเศษยิ่งกว่านั้นคือเซสชัน “SPECIAL SLOW BAR — FROM FARM TO CUP” ที่พี่โสภาและรองกล้วยมายืนดริปกาแฟให้ผู้ร่วมงานได้ฟังเรื่องราวและลิ้มลองรสชาติของกาแฟจากเกษตรกรและนักโพรเซสกาแฟตัวจริงอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีมุม COFFEE BEAN DISCOVERY สำหรับคนที่อยากรู้จักตัวเองผ่านกาแฟ ให้ได้ลองสำรวจโปรไฟล์รสชาติที่ใช่ โดยมีบาริสต้าพันธุ์ไทยคอยให้คำแนะนำตาม Origin, Roast Level และ Taste Notes

Thailand Coffee Fest 2026 เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะ PUNTHAI SLOW BAR กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ถาวรสำหรับคนรักกาแฟเร็วๆ นี้ที่ โรงผลิตน้ำสามเสน ภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ “กาแฟที่ดี ไม่จำเป็นต้องรีบ” พื้นที่ที่ชวนให้คนเมืองที่วิ่งตามเวลาทั้งวัน ได้แวะพัก ค่อยๆ ดื่มด่ำกับกาแฟที่สกัดทีละแก้ว ค้นพบรสชาติใหม่ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันผ่านกาแฟ

“สำหรับพันธุ์ไทย นี่คือก้าวที่สำคัญมากกว่าการขยายสาขา เพราะสิ่งที่เรากำลังสร้างคือคำตอบของคำถามที่ว่า “กาแฟไทยจะมีที่ยืนบนเวทีโลกได้หรือไม่” และคำตอบของพันธุ์ไทยคือการพาต้นทาง ตั้งแต่ยอดดอยสูง ผ่านผืนดินที่หล่อเลี้ยงเมล็ดกาแฟ ให้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองอย่างภาคภูมิ พร้อมส่งต่อความตั้งใจนั้นถึงมือคนรักกาแฟทุกคน ทีละแก้ว ทีละเรื่องราว เพราะเราเชื่อว่าวันหนึ่ง กาแฟไทยจะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ” คุณสุขวสา กล่าวสรุป

ไม่เพิกเฉยอีกต่อไป! ‘เต้ย จรินทร์พร’ จ่อดำเนินคดีเกรียนคีย์บอร์ด ย้ำการมีความรักไม่ใช่เรื่องผิด

15 กันยายน 2569 เวลา 21:12 น.

เต้ย

กลายเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์โซเชียลทันที เมื่อนางเอกสาวรอยยิ้มสดใส เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง หลังถูกเกรียนคีย์บอร์ดบางกลุ่มตามคุกคามและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์มาอย่างยาวนาน

โดย เต้ย จรินทร์พร ได้โพสต์ข้อความระบายความในใจผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ปกติเป็นคนไม่ชอบมีปัญหากับใคร และมักจะเลือกใช้วิธีนิ่งเงียบมาโดยตลอดเวลาเกิดข่าวสารต่าง ๆ แต่หลังจากออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องราวความรัก ก็ต้องเจอกับกระแสคอมเมนต์แย่ ๆ ที่เข้ามาล่วงละเมิดและคุกคามอย่างหนัก

เต้ย จรินทร์พร

และนางเอกสาวเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า ในฐานะมนุษย์และผู้หญิงคนหนึ่ง การมีความรักไม่ใช่เรื่องผิด และไม่เคยทำอะไรเสียหายหรือผิดจริยธรรม ที่ผ่านมาพยายามเข้าใจคนที่คอมเมนต์ในเชิงลบมาโดยตลอด แต่อดทนมาถึงจุดที่รู้สึกว่าการคุกคามและดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติความเป็นมนุษย์มันมากเกินไป จึงขอไม่เพิกเฉยอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน ทาง บริษัท ทีโออีวาย จำกัด ต้นสังกัดของนางเอกสาว ได้ออกประกาศแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ยืนยันว่า ตรวจพบข้อความ การโพสต์ หรือการแชร์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะดูหมิ่น เหยียดหยาม บิดเบือนข้อเท็จจริง และคุกคามสาวเต้ยอย่างชัดเจน

เต้ย จรินทร์พร

ทางบริษัทฯ ระบุว่า ยินดีรับฟังความคิดเห็นและคำติชมอย่างจริงใจจากแฟนคลับเสมอ แต่สำหรับการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและทำลายศักดิ์ศรีของนักแสดง ทางค่ายพร้อมตั้งรับและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนโดยไม่ละเว้น

เต้ย จรินทร์พร

หลังจากที่โพสต์และประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและคนในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจสาวเต้ยกันอย่างล้นหลาม เช่น

“รักคุณหนู”

“ส่งกำลังใจหาอาเต้ยนะ”

“เป็นกำลังใจให้เต้ย ถ้าคนที่ละเมิด ก็ใช้กฏหมายเพื่อเป็นบทเรียนให้เค้าไปเลยเถอะครับ ถือว่าสอนแทนพ่อแม่เค้า”

“ส่งมอบกำลังใจดวงโตๆ”

“กอดดดดดดเทออออ รักเทอทิสุดเต้ยจรินคนเก่ง เราอยู่ตรงนี้เสมอออ”

“รักเธอเสมอนะยัยหลานของยาย always be here”

“พี่เต้ยยังคงเป็นไอดอลตัวอย่างที่ดีของน้องๆงงการเสมอ”

“รักพี่เต้ย”

“รักพี่”

“ส่งกำลังใจให้นะครับเต้ย”

“รักเต้ยน้าาา”

เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร
เต้ย จรินทร์พร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม TJ

พระราชทานเพลิงศพ ‘อ.จารุนีล์’ แม่อัสนี-วสันต์ ครอบครัว ลูกศิษย์ร่วมส่งลาครั้งสุดท้าย

15 กันยายน 2569 เวลา 19:53 น.

พระราชทานเพลิงศพ ‘อ.จารุนีล์’ แม่อัสนี-วสันต์ ครอบครัว ลูกศิษย์ร่วมส่งลาครั้งสุดท้าย

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่วัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) พระอารามหลวง ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพนางจารุนีล์ โชติกุล มารดาของนายอัสนีและนายวสันต์ โชติกุล ศิลปิน นักร้องนักดนตรีชื่อดังของไทย โดยมีบุคคลในวงการบันเทิงและวงการดนตรี รวมทั้งแฟนเพลงและประชาชน ตลอดจนลูกศิษย์ของนางจารุนีล์ ร่วมงานจำนวนมาก ท่ามกลางฝนตกเป็นช่วงๆ

นางจารุนีล์เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2470 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเลย เป็นอดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนสตรีเลย และเคยรับราชการครูอยู่ที่โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย สมรสกับสามีผู้ประกอบอาชีพทนายความ มีบุตร-ธิดารวมทั้งหมด 4 คน โดยบุตรชายที่เป็นที่รู้จักกันดีระดับประเทศคือนายอัสนี โชติกุล (ป้อม) และนายวสันต์ โชติกุล (โต๊ะ) เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 นางจารุนีล์ โชติกุล ได้เริ่มป่วย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จนกระทั่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 สิริอายุ 98 ปี

การจากไปของท่านเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่บุตรชายทั้งสองกำลังจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์อย่าง Farewell Concert อัสนี-วสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย..” ซึ่งอัสนีและวสันต์ได้แสดงสปิริตศิลปินอย่างสูงที่สุด โดยเก็บความโศกเศร้าไว้ภายในและทำหน้าที่มอบความสุขบนเวทีคอนเสิร์ตอำลาให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่คุณแม่ ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมและร่วมไว้อาลัยจากแฟนเพลงทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก

ฝั่งธนร็อก Final Call ‘โปรมันส์อันลิมิต’ จัดเต็ม 9 วงร็อกระดับประเทศ 3 ต.ค. นี้

15 กันยายน 2569 เวลา 14:34 น.

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก่อนถึงวันปะทะปรากฏการณ์ความมันส์ระดับประเทศ กับ “FUNGTHON ROCK FESTIVAL 2026” เทศกาลดนตรีร็อกครั้งใหญ่ที่จะมาระเบิดความสนุกแบบเต็มสูบ พร้อมเตือนสายร็อกว่าอย่าลังเล เพราะบัตรกำลังจะหมดลงทุกขณะ!

งานนี้เตรียมตัวไปตะโกนให้สุดเสียงและปลดปล่อยพลังกับ 9 ศิลปินร็อกระดับหัวแถวของเมืองไทยที่จะมาอยู่บนเวทีเดียวกัน ได้แก่ SEK LOSO, SLOT MACHINE, SILLY FOOLS, DA ENDORPHINE, BANK PREETI, SWEET MULLET, LOMOSONIC, ZEAL และ RETROSPECT การันตีความเดือดและเซ็ตลิสต์เพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ ในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ IMPACT EXHIBITION CENTER (HALL 5-6)

สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร นี่คือโอกาสสุดท้ายกับ “โปรมันส์อันลิมิต” เปิดพื้นที่ให้สายเดือดได้พุ่งตัวไปกระแทกความมันส์ชิดขอบเวทีแบบไม่จำกัดโซน จัดไปให้สุดกับบัตรยืนราคาเดียว พิเศษเพียง 1,200 บาท เท่านั้น (จากราคาปกติ 1,300 บาท) ขอย้ำว่าบัตรมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย! รีบคว้าบัตรยืนใบสุดท้ายแล้วไปเดือดพร้อมกันในงาน

เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ในรูปแบบ E-Ticket ทางเว็บไซต์ I HAVE TICKET

หรือซื้อบัตร On-site ผ่าน ENTLAB TICKET โทร. 063-183-1168

จัดโดย EVENTX และ ENTLAB THAILAND ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ facebook : ฝั่งธนเฟส

#FungThonRock2026

#ฝั่งธนร็อก

#EventX

#EntLabThailand

‘แม่ค้านกยักษ์’ แชมป์ Restaurant War Street King Thailand

15 กันยายน 2569 เวลา 17:44 น.

แชมป์คนที่ 3- “แม่ค้านกยักษ์” วีระนันท์ บุญเรือน แชมป์ Restaurant War Street King Thailand  ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ เข้ารับมอบเงินรางวัล 1 ล้านบาทพร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ ที่บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด โดยมีคุณกิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยทีมผู้บริหารร่วมแสดงความยินดี เมื่อวานก่อน ย่านสุขุมวิท 39

‘เอ-แป้ง’โกทู ‘ศรีสะเกษ’ตามหาของดีชุมชนสีเขียว ‘กุดเสลาโมเดล’ คว้ารางวัลลูกโลกสีเขียวถึง 2 ครั้ง

15 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

เดินทางไปเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ จากชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการ “มิตรรักทั่วไทย”  สัปดาห์นี้ 2พ่อลูก เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ พาแฟนรายการ ไปสัมผัสวิถีชีวิตและตามหาของดีที่ ชุมชนตำบลกุดเสลา (รางวัลลูกโลกสีเขียว ปตท.) ตำบลกุดเสลา อำเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ชุมชนสีเขียวที่มีเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวจาก ปตท.ถึง 2 ครั้ง

สำหรับพื้นที่ป่าหลักของที่นี่ คือ “ป่าชุมชนโคกทำเล” ผืนป่าที่มีมีพื้นที่ขึ้นทะเบียนดั้งเดิม 720 ไร่  โดยชุมชนร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “กุดเสลาโมเดล เชื่อมป่า ผสานน้ำ พลิกฟื้นบึงระนาม”  จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2564 จากผลงานการดูแลรักษา “ป่าชุมชนโคกทำเล”

ล่าสุดในปีพ.ศ. 2569  ชุมชนตำบลกุดเสลายังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจด้านการอนุรักษ์อย่างเข้มแข็ง และได้รับรางวัลระดับสูงสุด “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน”  ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ชุมชนที่เคยได้รางวัลไปแล้วและยังคงรักษาความเข้มแข็ง ยกระดับงานอนุรักษ์ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

งานนี้ เอ-แป้ง เปิดรายการกันที่ บึงระนาม แหล่งน้ำขนาดใหญ่ของอําเภอกันทรลักษ์ ซึ่งมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งเป็นแหล่งหาสัตว์น้ำและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ก่อนเดินทางไปพบกับชาวบ้านตำบลกุดเสลา  ที่พร้อมใจกันมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ทั้งการแสดงรำแคน และพิธีบายศรี สร้างความประทับใจให้สองพ่อลูกตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง

จากนั้น ผู้ใหญ่บ้าน ปรัชญา ทาทอง พาเอ-แป้ง ไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ทั้งดูการยกกุ้ง และการหาปลาแบบวิถีชาวบ้านในบึงระนาม ก่อนพาไปสำรวจผืนป่าชุมชนโคกทำเล ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ กับชาวบ้านด้วยการแข่งกันหาเห็ดในป่า  เพื่อนำวัตถุดิบที่ได้ไปประกอบอาหารพื้นถิ่นให้ได้ลิ้มลอง เรียกว่าทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวการอนุรักษ์ และได้สัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิด  

ปิดท้ายด้วยการพาไปชมผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่ชาวบ้านนำมาจัดแสดง ทั้งของกิน ของใช้และผลผลิตทางการเกษตร งานนี้ “เอ-แป้ง” ไม่พลาดนำสินค้าของชุมชนมาช่วยขายตามสไตล์ พร้อมชวนแฟนรายการร่วมสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน

ออกเดินทางไปค้นหาเรื่องราวของชุมชนสีเขียว สัมผัสวิถีชีวิต เรียรู้ภูมิปัญญา และตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com