ทูตสหรัฐโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอส เปิดตัวเทศกาล ‘American Beef Feast 2026’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:45 น.

ใครเป็นสายเนื้อ เตรียมปักหมุดให้ดี เพราะ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มตลอด เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026

ปีนี้ กูร์เมท์ วัน โดย พัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) เดินหน้าคัดสรรเนื้อวัวอเมริกันเกรดพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบเหนือระดับกันอย่างทั่วถึง ผ่านเครือข่ายโรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารชั้นนำ และช่องทางค้าปลีกที่เข้าร่วมแคมเปญในหลายจังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี

งานเปิดตัว “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” จัดขึ้น ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยได้รับเกียรติจาก มร. ฌอน เค. โอนีลล์  ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, มร. อดัม เบรนสัน อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ร่วมโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอสให้ชมภายในงาน พร้อมด้วย ซาบรีน่า ยิน ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมงานและมอบตราสัญลักษณ์พันธมิตรอย่างเป็นทางการของแคมเปญ (Official Campaign Partner Badge) ให้แก่ตัวแทนโรงแรม ร้านอาหาร และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลครั้งนี้

เบื้องหลังแคมเปญครั้งนี้ คือ ความร่วมมือระหว่าง กูร์เมท์ วัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของไทย กับ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) และ สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (USMEF) นำเข้าเนื้อวัวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่มีให้เลือกหลากหลายคัท เพื่อตอบโจทย์ทั้งเชฟมืออาชีพและสายทำอาหารที่บ้าน ได้แก่ USDA Prime, Choice และ Select จาก Swift แบรนด์เนื้อวัวยักษ์ใหญ่และเก่าแก่จากสหรัฐอเมริกา และ Imperial American Wagyu Beef แบรนด์เนื้อวัวพรีเมียมระดับไฮเอนด์ที่ใช้เทคนิคการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างสายพันธุ์วากิวญี่ปุ่นกับสายพันธุ์แองกัสของอเมริกา

สำหรับปีนี้ มีโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำรวม 25 แห่ง ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี ร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษ  เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและน่าจดจำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ชอบเข้าครัวเอง เนื้ออเมริกันคุณภาพสูงเหล่านี้ยังมีจำหน่ายที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 20 สาขาที่ร่วมรายการ และ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่อีก 5 สาขา ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรไปปรุงเมนูโปรดที่บ้านได้อย่างมั่นใจ

เนื้อวัวอเมริกันพรีเมียมนำเข้าสำหรับแคมเปญ American Beef Feast 2026 ได้แก่ Swift USDA Prime: เนื้อ Black Angus คุณภาพเยี่ยม ที่โดดเด่นทั้งลายไขมัน ความนุ่ม และความฉ่ำในทุกคำ ตอบโจทย์คนที่มองหามาตรฐานระดับสูงของเนื้อพรีเมียมตัวจริง Swift USDA Select & Choice: เนื้อวัวอเมริกันคัดพิเศษที่ให้ทั้งความนุ่ม รสชาติกลมกล่อม และลายไขมันที่สวยสม่ำเสมอ ผ่านการผลิตภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวด มั่นใจได้ในคุณภาพ Imperial American Wagyu Beef: เนื้อวากิวอเมริกันพรีเมียมที่ผสานเสน่ห์ของสายพันธุ์วากิวจากญี่ปุ่นเข้ากับการเลี้ยงดูในฟาร์มแบบอเมริกันอย่างลงตัว ไขมันแทรกสูงพิเศษ ให้ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และรสสัมผัสที่หรูหรากว่าเกรดทั่วไป

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 มาร่วมสัมผัสรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้ออเมริกันแองกัสและวากิวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ ได้ทั้งมื้อพิเศษนอกบ้านและเมนูอร่อยที่บ้าน ภายใต้ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026”

เปิดบทสนทนาแห่งประติมากรรม 3 รุ่น ‘The Spirit of Sculptors’ ย้อนชมผลงาน ‘ศิลป์ พีระศรี’ จากช่วงชีวิตในอิตาลีที่คนไทยไม่เคยเห็น

11 กันยายน 2569 เวลา 08:00 น.

ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ร่วมกับ สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี (Silpa Bhirasri Research Center) ชวนย้อนรอยรากฐานและวิวัฒนาการของงานประติมากรรมไทยใน “The Spirit of Sculptors” นิทรรศการครั้งสำคัญที่รวบรวมผลงานประติมากรรมเชิงวิชาการ (Academic Sculpture) จากศิลปินและประติมากร ยุคสมัย ผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะแล ประติมากรรมของไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีวัชระ ประยูรคำ ศิลปินและประติมากรชั้นครู และ วายุพัด รัตนเพชร ศิลปินและประติมากรรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดการส่งต่อองค์ความรู้ทางศิลปะ จากรากฐานวิชาการดั้งเดิมสู่การตีความและสร้างสรรค์ใหม่ในบริบทร่วมสมัย

ไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการ คือการจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในช่วงเวลาที่ยังสร้างสรรค์งานศิลปะที่ประเทศอิตาลี ก่อนจะเดินทางมารับราชการในประเทศไทย โดยรวบรวมจากนักสะสมชั้นนำของไทย ทำให้ผลงานเกือบทั้งหมดที่นำมาจัดแสดงไม่เคยปรากฏต่อสายตาชาวไทยมาก่อน ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้ชมจะได้ย้อนสัมผัสหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางชีวิตและจิตวิญญาณของบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี  ศิลปินชาวอิตาลี ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” เป็นเจ้าของวลีดังอย่าง “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว และ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”  มีผลงานชิ้นเด่นในประเทศไทยมากมาย  อาทิ ปั้นแบบและควบคุมการหล่อ ปฐมบรมราชานุสรณ์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์  และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี รวมถึงยังปั้นแบบประติมากรรมและควบคุมงานก่อนสร้างทั้งหมดของ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช,พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์, สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (เฉพาะพระเศียร)  ทำจากสำริด ถือเป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำให้ศาสตราจาย์ศิลป์เป็นที่รู้จัก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เฉพาะพระเศียร)  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ครึ่งพระองค์) พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (เฉพาะพระเศียร) พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ครึ่งพระองค์ ปั้นไม่เสร็จ เพราะเสียชีวิตก่อน เป็นต้น

นิทรรศการยังนำเสนอผลงานชุดใหม่ของ วัชระ ประยูรคำ และ วายุพัด รัตนเพชร ที่ได้รับอิทธิพลจากฐานความคิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยนำแกนกลางทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงวิชาการมาตีความและต่อยอด เพื่อตอบสนองต่อบริบททางสังคมและศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดเป็นบทสนทนาข้ามยุคสมัยที่แสดงถึงความต่อเนื่องลื่นไหลและวิวัฒนาการของประติมากรรมไทยได้อย่างเด่นชัด

เพื่อรำลึกถึง ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย ผู้มีคุณูปการต่อประเทศในด้านศิลปะและการศึกษา ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ขอเชิญชวนคนไทยร่วมชื่นชมผลงานชุดประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ “The Spirit of Sculptors” พร้อมมอบส่วนลดค่าเข้าชมราคาพิเศษสำหรับนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่: เพียง 150 บาท (ปกติราคา 250 บาท) นักเรียน นักศึกษา และเด็ก (ส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม.): เพียง 100 บาท (ปกติ 150 บาท)

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2026 : ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)  เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น. เว็บไซต์: museumpier.com FB: Museum Pier ท่าพิพิธภัณฑ์ IG: museumpier   และ TikTok: museumpier

คุณแหน: 11 กันยายน 2569

11 กันยายน 2569 เวลา 02:00 น.

ll วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี รณิดา เหลืองฐิติสกุล ผวจ.สกลนคร และ สรรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผอ. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ ให้การต้อนรับ ซึ่งศูนย์นี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ปชช. มีการรวบรวมงานศึกษา ทดลองด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และเป็นแหล่งต้นแบบการพัฒนาและอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่าไม้ รวมถึงการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..

ll ชื่นชม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกระดับบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ 87 กระบวนงาน ลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนผู้ประกอบการ พร้อมใช้ AI และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลตรวจสอบธุรกิจเสี่ยง ดันจดทะเบียนดิจิทัลพุ่ง 95.48%..๐

ll สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ นาโนเทค สวทช. ยกระดับศักยภาพเภสัชกรไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรเภสัชกรนักปฏิบัติในการจัดการด้านยาโรคไตเรื้อรัง รุ่นที่ 2 โดยมีเภสัชกรเข้าร่วมเกือบ 500 คน..

ll ศ.(พิเศษ) เรวัต ฉ่ำเฉลิม เป็นประธานงาน บีซีซี แรลลี่ ครั้งที่ 31 Fantasy Circus กทม.-เขาใหญ่ จัดโดยสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนฯ โดยมี สุเมธ สุรบถโสภณ, กู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์, ดร.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์, สหรัตน์ เพ็ญกุล, บุญเลิศ เหลียงกอบกิจ, น.สพ.วิศรา โชคดีทวีอนันต์ และครอบครัวชาว BCC ไปร่วมกิจกรรมกันคับคั่ง..

ll เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ โชค-สู่ขวัญ บูลกุล, เจนจิต ลัดพลี, ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี, ณิชชา โชคประจักษ์ชัด, ลฎาภา ทองคำ และ ทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ ได้รับรางวัล “7 Friends of Education New Zealand for 7 Decades” ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ในงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 ..

ll ประภา ปูรณโชติ วันเกิดปีนีัทำบุญเลี้ยงพระจากวัดธาตุทอง 9 รูปที่บ้าน มีเพื่อนๆร่วมงานอย่างอบอุ่น อาทิ วิเชียร ชวลิต, อลงกรณ์ พลบุตร, กรรณิการ์ ตันบุญเอก, เยาวลักษณ์ แก้วเชิงชวัญ, คิรินทร์ ชูธรรมสถิตย์, ทัชชพล ประสบโชค..

ll กิตติ ภัทรเลาหะ บริจาคเงินสมทบโครงการศูนย์มะเร็งแบบบูรณาการ รพ.จุฬาลงกรณ์..

ll เพื่อนๆ BCC 129 ร่วมแสดงความเสียใจกับเพื่อน ประสิทธิ์ อิทธิกำจร ที่สูญเสียคุณแม่ นันทา อิทธิกำจร..

ll จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ แจ้ง FC ขนมไหว้พระจันทร์ ภัตตาคารเซียงปิงเหลา สืบสานตำนานสูตรลับกว่า 30 ปี หลากหลายไส้ มีจำหน่ายถึง 25 ก.ย. 9.00-1800 น. ทุกวัน ณ ที่ชั้น G รร.แกรนด์ไชน่าแบงค์คอก เยาวราช สั่งได้ที่โทร. 02-224-9977 ต่อ 711 หรือ 097-036-9828..

ll ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานใหญ่ที่โรงแรม Siam Kempinski Hotel Bangkok วันพุธ 16 ก.ย.เวลา 17.30 น เพื่อประกาศเกียรติคุณอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ที่สมควรเข้าไปอยู่ใน Hall of Fame ของสมาคมฯ ด้านกฎหมาย ได้แก่ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม,  ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ มีชัย ฤชุพันธุ์  ด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ศ.ดร.วีระ สูตะบุตร, และ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ด้านสังคม ได้แก่  ดร.บุญปลูก ชายเกตุ และ ยรรยง พวงราช ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร , ดร.สมชัย สัจจพงษ์ และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ด้านต่างประเทศ ได้แก่ วิทยา เวชชาชีวะ โดยมี เอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มากล่าวปาฐกถาเรื่อง Dream Beyond Yourself “จากความฝันของตัวเอง สู่การสร้างความฝันให้ประเทศ”..

น้องใหม่

ITD ประกาศจัดงาน ‘Southeast Asia Trade and Development Forum 2026’ ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเวทีการค้า

10 กันยายน 2569 เวลา 22:30 น.

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD นำโดยคุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ประกาศจัดงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการ เวทีการประชุมระดับภูมิภาคด้าน การค้าและการพัฒนา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2569  (Southeast Asia Trade and Development Forum 2026) งานใหญ่แห่งปี ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่บทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานในโครงการต่างๆ ให้บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชน ทั่วไปได้รับรู้ เข้าใจ และเข้าถึงข้อมูล อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถาบัน ในฐานะหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการอบรม และ สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย ด้านการค้าระหว่างประเทศ การเงิน การคลัง การลงทุน การพัฒนา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อการส่งเสริม พัฒนา เพิ่มพูนศักยภาพบุคลากร ของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและอื่นๆ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ ห้อง Mitr ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์

โดยคุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า “ITDมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเวทีการค้าและการพัฒนาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และหน่วยงานองค์กรระหว่างประเทศ”

‘Kindergarten Smiles’ ชมรมจิตอาสานักเรียนคอนคอร์เดียน เดินหน้าส่งต่อโอกาส-รอยยิ้มแก่เด็กๆ ทั่วประเทศไทย

10 กันยายน 2569 เวลา 22:21 น.

ชมรม Kindergarten Smiles โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School) เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง มุ่งสนับสนุนเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำงานจิตอาสา เรียนรู้คุณค่าของการเป็นผู้ให้ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้แก่สังคม

Kindergarten Smiles ก่อตั้งโดย Lapusrada Vatanalikit และ Patchat Kantakom ปัจจุบันดำเนินงานโดยประธานชมรม ลฎาภา ชุณหเสนีย์ (Ladapa Chunhasaenee) และ ฟ้าใส สงวนชาติ (Fahsai Sanguanchat) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การเตรียมงาน ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

นับตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน ชมรมได้จัดกิจกรรมเยี่ยมเยียน มอบสิ่งของจำเป็น และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับเด็ก ๆ ในโรงเรียนและสถานสงเคราะห์หลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ชนบทของประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการบริจาคสิ่งของเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมโดยตรง ผ่านการพูดคุย เล่นเกม ทำกิจกรรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน

ที่ผ่านมา ชมรม Kindergarten Smiles ได้ดำเนินกิจกรรมในหลายพื้นที่ อาทิ HDF Mercy Centre บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ Satit Bangkeaw และบ้านนกขมิ้น รวมถึงเข้าร่วมโครงการพัฒนาและก่อสร้างโรงเรียนวัดสง่างาม (สุทธิเกียรติวิทยา) จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท เพื่อร่วมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็ก ๆ

การดำเนินงานของชมรมยังช่วยให้นักเรียนคอนคอร์เดียนได้เรียนรู้วิถีชีวิตและบริบทของชุมชนที่มีความหลากหลาย ตลอดจนพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การประสานงาน และจิตสาธารณะ โดย ลฎาภา ชุณหเสนีย์ ในฐานะประธานชมรม มีบทบาทสำคัญในการนำทีมและประสานการทำงานของสมาชิกให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมผลักดันให้กิจกรรมจิตอาสาสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการจัดกิจกรรมในพื้นที่แล้ว Kindergarten Smiles ยังได้จัดทำสมุดระบายสีจำนวน 2 รุ่น ได้แก่ Version 1 และ Version 2 รวมถึงเสื้อชมรม เพื่อเป็นสื่อในการเผยแพร่ภารกิจ สร้างการรับรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากผู้ที่สนใจ

Kindergarten Smiles มุ่งมั่นดำเนินงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าการสร้างสังคมที่ดีสามารถเริ่มต้นได้จากการมีส่วนร่วมของเยาวชน กิจกรรมของชมรมจึงเป็นทั้งการส่งต่อความช่วยเหลือแก่เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส และการปลูกฝังให้นักเรียนตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างประโยชน์และความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

‘ปอป้อ แพนเค้ก บี้’ร่วมงานเปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทย

11 กันยายน 2569 เวลา 14:14 น.

ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองหาเพียงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “สุขภาวะที่ดี” มากกว่าที่เคย อุตสาหกรรม Wellness จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness)  อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ 

รายงาน Global Wellness Economy: Country Ranking Report จากสถาบันวิจัย Global Wellness Institute (GWI) องค์กรวิจัย การศึกษา และสถิติระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Wellness Economy)  เปิดเผยว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยในปี 2567 ขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือนับเป็นมูลค่าจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) ของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกและอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 15 ของโลก การแพทย์แผนดั้งเดิมและทางเลือกสร้างมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก และธุรกิจสปาสร้างมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก โดยกลุ่มสปาเชิงการแพทย์ (Medical Spa) มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดที่ 13.8%

เจาะหมากใหญ่ขยับธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโกลบอล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพ ความงาม และ Wellness ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าและการร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก พร้อมวางแผนเชิงรุกปี 2570 “ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโลก” เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาด Niche ได้แก่ การมุ่งเจาะกลุ่มสปาหรู (Luxury Spa) ในตลาดยุโรป กลุ่มบริการทางการแพทย์ (Medical) ในตะวันออกกลาง

กลุ่มบริการเสริมความงามและการนวดในจีน และกลุ่มนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดนานาชาติสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ถึง 468.44 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 6 ครั้ง (กัมพูชา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และจีน 2 เมือง) รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof 2024 ณ เมืองฮ่องกง และ 159.60 ล้านบาทในปี 2569 จากกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 3 ครั้ง (ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) และการเข้าร่วมงาน Cosmoprof 2025 ณ เมืองฮ่องกง

ก้าวต่อไป เมื่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026

การเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์ การบริการ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness ของโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ และในปี 2569 นี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับนานาชาติ ในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 นี้

ความท้าทายและโอกาสในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wellness

ตลาดส่งออกสินค้า Wellness และสมุนไพรไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตลาดหลักเดิมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น (-15.56%) ที่โดนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและเศรษฐกิจซบเซา ออสเตรเลีย (-22.25%) ที่ผู้บริโภคต้องประหยัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง หรือจีนที่เติบโตแบบทรงตัว (+1.05%) ที่คนรุ่นใหม่หันไปอินกับแบรนด์ในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีทางรอดและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และเมียนมา ที่ยังคงโตต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมองว่าสินค้าไทยหรูหราในราคาที่จับต้องได้ “Affordable Luxury”  รวมไปถึงขุมทรัพย์ใหม่อย่างตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย  (+25.51%) และ UAE (+22.82%) ที่มีกำลังซื้อสูงมากและหลงใหลในเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหยของไทย สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ประกอบการไทยจะเน้นขายเน้นปริมาณแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งใส่ “นวัตกรรม” ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และหันมาจับตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในเวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับ NEXT LEVEL ต่อไป

เมื่อแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL พร้อมยก Wellness ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนจากการ “ซื้อสินค้า” ไปสู่การ เลือกรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์” การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบโจทย์ตลาด Wellness จึงเป็นภารกิจสำคัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ผลักดัน Wellness ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งเสริมการค้าไทย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับวิถีแห่งสุขภาวะ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่าน 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกอย่างครบวงจร โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ในปีนี้ DITP มุ่งผลักดันสินค้าและบริการด้าน Wellness ไทย มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรักสุขภาพ ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้า สร้างการยอมรับ และแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการไทยที่มีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีคุณภาพ ทั้งในกลุ่มบริการทางการแพทย์และความงาม บริการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ล่าสุดกับการเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ แฟชั่น อาหาร และ Wellness เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าบริการไทยสู่สายตาผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดโลก

“ปอป้อ–ทรัพย์สิรี” แชมป์โลกนักแบดมินตันหญิง ชูศักยภาพ Wellness ไทย

ปอป้อ–ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์โลกและอดีตนักกีฬาอันดับ 1 ของโลกประเภทคู่ผสม รับบทแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้าน Wellness ของแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง วินัย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ปอป้อจึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนคุณค่าของ Wellness ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการมีสุขภาวะที่ดี การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ สร้างการรับรู้ว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายด้าน Wellnessที่ครบวงจรและมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผ่านบุคคลต้นแบบเท่านั้น แต่ยังได้รับการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Wellness ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น

ดึง “แพนเค้ก เขมนิจ – บี้ ธรรศภาคย์” ร่วมบูมแฟชันและอาหารไทยมัดใจชาวโลก

นอกจากนี้ยังมี แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางแบบและนักแสดงผู้มีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในฐานะตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานระดับสากล สะท้อนจุดแข็งของแฟชั่นไทยที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมี บี้ ธรรศภาคย์ ชี นักร้องและนักแสดงไทยผู้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน เป็นตัวแทนถ่ายทอดศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยอาศัยภาพลักษณ์ของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารไทยในวงกว้าง

ทั้งนี้ DITP เล็งเห็นการต่อยอดความสำเร็จของสินค้าและบริการด้าน Wellness เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผสานศักยภาพทั้งด้านภูมิปัญญา วัฒนธรรม การบริการ และนวัตกรรม มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดโลก และขยายเครือข่ายเชิงรุก รักษาส่วนแบ่งในตลาดหลักและเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดตั้งคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในระดับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการของ DITP สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ditp.go.th, Facebook : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP, LINE Official @DITP หรือสายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ https://thinkthailand.ditp.go.th, http://WWW.THAITRADE.COM, https://nea.ditp.go.th

#Thinkthailandnextlevel #Thaitoglobal #Thinkthailand #DITP

#คิดจะส่งออกนึกถึงDITP

ปิดดีลยืนยันสิทธิ์ ‘กรุงเทพฯ–นนทบุรี–นครศรีฯ’แตะมือ ‘ผู้กองแคท’ พร้อมปลุกตำนานนางสาวไทยให้กลับมายิ่งใหญ่สะเทือนวงการ

11 กันยายน 2569 เวลา 14:18 น.

นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการนางงามไทย เมื่อการประกวด “นางสาวไทย ประจำปี 2570” ภายใต้แนวคิด “The Golden Era – ยุคทองแห่งสยามสากล” ประกาศเปิดตัวผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดระดับจังหวัดกลุ่มปฐมฤกษ์ จาก 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราชทั้ง 3 จังหวัดได้ดำเนินการลงนามสัญญาและชำระเงินเพื่อยืนยันสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญกลุ่มแรกที่จะร่วมวางรากฐาน สร้างมาตรฐาน และขับเคลื่อนเวทีนางสาวไทยบทใหม่ให้กลับมาทรงพลังในระดับประเทศการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นำโดย “ผู้กองแคท” ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด และผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2570-2572 ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ในฐานะผู้นำทัพคนสำคัญ ผู้กองแคทพร้อมนำวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และพลังของบุคลากรจากทุกภูมิภาคมาร่วมยกระดับการประกวดนางสาวไทย ให้เป็นมากกว่าเวทีแห่งความงาม แต่เป็นเวทีแห่งคุณค่า โอกาส ความสามารถ และพลังของสตรีไทยยุคใหม่สามจังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร นำโดย “คุณธนนันทน์ แก้วพวง” ผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2570 กรุงเทพมหานคร ผู้มากด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในวงการนางงาม พร้อมนำพลังของเมืองหลวงมาสร้างสรรค์เวทีที่สง่างาม ทันสมัย และเปี่ยมด้วยมาตรฐาน เพื่อเฟ้นหาสตรีไทยที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง

จังหวัดนนทบุรี นำโดย “คุณวรางคณา อุเทนสุต” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนนทบุรี 2570 ซึ่งรับบทบาทสำคัญในฐานะจังหวัดเจ้าภาพของการจัดงานในปีนี้ พร้อมรักษาคำมั่นตามที่ได้ตกปากรับคำ และเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสรรค์งานครั้งสำคัญให้ยิ่งใหญ่ สง่างาม และสมศักดิ์ศรีจังหวัดเจ้าภาพ จังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย “คุณปารณัท ชัยณรงค์” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 2570 ผู้พร้อมนำเสน่ห์แห่งเมืองคอน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และศักยภาพของสตรีภาคใต้ มาร่วมสร้างสีสันและความภาคภูมิใจบนเวทีระดับประเทศ พร้อมผลักดันเวทีนางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เป็นเวทีสำคัญของภาคใต้ และเฟ้นหาสตรีผู้มีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจังหวัดอย่างสง่างาม

ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เผยว่า “แคทรู้สึกยินดีและขอบคุณ คุณธนนันทน์ แก้วพวง คุณวรางคณา อุเทนสุต และคุณปารณัท ชัยณรงค์ ที่เชื่อมั่นในตัวแคทและบริษัทของแคทตัดสินใจร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับนางสาวไทยเป็นกลุ่มแรกๆ โดยเฉพาะจังหวัดนนทบุรีที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับหน้าที่เจ้าภาพ เชื่อว่าจะสามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรีแน่นอนค่ะ สำหรับจังหวัดอื่นๆที่ยังลังเลแคทแนะนำว่าตัดสินใจลุยเลยค่ะ กองกลางเองเราพร้อมซัพพอร์ตมากๆและแคทอยากได้ผู้ร่วมอุดมการณ์มาปลุกตำนานเวทีนางงามที่คนไทยภาคภูมิใจ นางสาวไทย 2570 ด้วยกันค่ะ”

การผนึกกำลังของผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง 3 จังหวัดจึงไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นจัดการประกวดระดับจังหวัด แต่คือการประกาศความพร้อมของบุคคลคุณภาพ ผู้กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และพร้อมเข้ามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้แก่เวทีนางสาวไทยทั้งกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราช ถือเป็น 3 จังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมก้าวเคียงข้างผู้กองแคท ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ และร่วมปลุกตำนานเวทีนางสาวไทยให้กลับมาเปล่งประกายอย่างสง่างามใน ยุค The Golden Era ภายใต้การนำของผู้กองแคท

การประกวดนางสาวไทย 2570 จะเชื่อมโยงพลังจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้แต่ละจังหวัดถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจ ผ่านตัวแทนสตรีไทยผู้มีศักยภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้จัดงาน ภาคธุรกิจ หน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนทั่วประเทศ บทบาทของ CITY DIRECTOR จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้จัดการประกวด เพราะคือการเป็นผู้นำ ผู้สร้างโอกาส และผู้ร่วมขับเคลื่อนชื่อเสียงของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ พร้อมสร้างคุณค่าและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านเวทีนางสาวไทย เวทีนางสาวไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งใหม่ จังหวัดต่อไปที่จะร่วมจารึกชื่อบนหน้าประวัติศาสตร์ “นางสาวไทย 2570 – The Golden Era” จะเป็นจังหวัดใด ต้องติดตาม

‘ฮาย อาภาพร’ฟิวส์ขาด! โพสต์เดือดข่าวพระฉาว ตั้งคำถามถึงเวลาเปลี่ยนวิธีทำบุญ

11 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนบันเทิงสายบุญ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัว แสดงความรู้สึกเอือมระอาต่อข่าวฉาววงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ฮาย อาภาพร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

🐊🐊🐊 ขนาดเป็นคนทำบุญนะ เห็นข่าวแบบนี้ เหนื่อย เบื่อ ไอ้ชิบหาย เปลี่ยนวิธีการทำบุญดีกว่าไหม Gu เนี่ย แบบนี้พระดีๆเตรียม อดต_ย”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและชาวเน็ต ซึ่งต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสะท้อนความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อข่าวพระสงฆ์ทำผิดศีลธรรม พร้อมทั้งเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะหันมาทบทวนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำบุญในยุคปัจจุบัน

โซเชียลฮากระจาย ‘อาร์ต พศุตม์’ โพสต์ภาพล้อกระแสดังต้านพลังไม่ไหว

11 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลเรียกรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากนักแสดงหนุ่มกล้ามโต อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม (⁠@art_phasut98⁠) ได้โพสต์ภาพฮาๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการร่วมเกาะกระแสข่าวเด่นข่าวดังในสังคมช่วงนี้

จากภาพดังกล่าว เป็นช็อตสุดปั่นที่หนุ่มอาร์ตกำลังทุ่มพลังกายสุดกำลังเพื่อดึงจีวรของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่กำลังจะก้มลงไปหาโต๊ะอาหาร พร้อมแคปชันชวนขำว่า‘ผมก็ทำสุดความสามารถแล้วนะครับ ดึงไม่ไหวจริงๆ #ใส่สบงและทรงพลัง ได้ป่ะ #แรงใดในโลกไม่เท่าแรงโยกของอาตมา #แรงโยกเหลือล้น’ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันจากดาราดังที่นำกระแสข่าวกระตุกจิตสำนึกในสังคมมาสร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะให้กับคลายเครียดกันไป

ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา ‘ชินจัง’ แวะมาป่วน 13 ก.ย.นี้

11 กันยายน 2569 เวลา 12:19 น.

สุดสัปดาห์นี้เตรียมปล่อยพลัง…กุ๊กกู๋ไปกับ… “ชินจัง” ครั้งนี้ขอแวะมาป่วนก่อนพบกันในโรงภาพยนตร์! เมื่อ ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา “ชินจัง” เสิร์ฟความสนุกวันที่ 13 กันยายนนี้ ในงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 ครั้งแรกในเมืองไทย กับเทศกาลครอบครัวสไตล์ญี่ปุ่น ชวนเด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ มาร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  พร้อมนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์      

งาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ ดองกิมอลล์ ทองหล่อ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญจะได้พบกับการปรากฏตัวของ “ชินจัง” ที่จะมาร่วมสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสีสันให้กับแฟน ๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆสำหรับเด็ก ๆ และครอบครัว

โสภณวิชญ์ หอธรรมรัตน์   IP Management Director, ADK Emotions Bangkok เผยว่า “พลังของคาแรกเตอร์ชินจังอยู่ที่ความขี้เล่น ความสนุก และจินตนาการที่ทำให้ทุกการปรากฏตัวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้การเข้าร่วมงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษสุดป่วนที่จะได้นำสีสันกุ๊กกู๋จากภาพยนตร์ภาคใหม่มาอยู่ใกล้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ  ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้ทุกคนได้เล่น ได้สร้างสรรค์ และเก็บโมเมนต์สุดป่วนน่ารักร่วมกับชินจัง ในแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมร่วมสร้างบรรยากาศการนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ภาคใหม่ให้คึกคักและใกล้ชิดกับแฟน ๆ มากยิ่งขึ้น”

ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด เผยว่า “การพาภาพยนตร์ไปพบผู้ชม คืออีกหนึ่งหัวใจของการต่อยอดเรื่องราวจากจอภาพยนตร์สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ซึ่ง ชินจัง มีคาแรกเตอร์ที่ผูกพันกับแฟน ๆ มาหลายเจนเนอเรชัน และยังคงสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมได้ทุกวัย สำหรับบรรยากาศวันหยุดพิศวงที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ภาคใหม่นี้ได้ถูกต่อยอดสู่กิจกรรมที่ช่วยเติมสีสันให้แฟน ๆ ได้เข้าใกล้โลกของชินจังมากขึ้น กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมให้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ ชาวไทย ได้สัมผัสความสนุกของชินจังอย่างใกล้ชิด ก่อนพบกับประสบการณ์เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์”

เตรียมเช็คพิกัดความสนุกพบกับกิจกรรมพิเศษของ “ชินจัง” เริ่มที่พิกัดแรก “แชะแชะวันหยุดพิศวง” โมเมนต์ถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ก่อนต่อด้วย “แต้มสีกุ๊กกู๋” กิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้จินตนาการ และเก็บโมเมนต์แห่งรอยยิ้มร่วมกับครอบครัวใน วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569เคลียร์ตารางวันหยุดให้พร้อม! มาร่วมสร้างโมเมนต์กุ๊กกู๋ไปกับ “ชินจัง” ก่อนนับถอยหลังสู่การผจญภัยสุดพิศวง “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ฉายแสงแอดเวนเจอร์ #shinesaengadventure #เครยอนชินจัง #CrayonShinchan