เปิดความสัมพันธ์ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ กับรักครั้งใหม่ที่ต่างกันแบบสุดขั้ว

16 กันยายน 2569 เวลา 11:31 น.

เปิดหมดทุกประเด็นเรื่องหัวใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับพิธีกรหนุ่ม “นิกกี้ ณฉัตร” และหวานใจ “เล็ก วสุ” ที่มาเปิดเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย” พร้อมย้อนเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ที่บอกเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เรียกว่าต่างกันแบบคนละขั้ว

งานนี้ทั้งคู่ยังเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความรู้สึกค่อยๆเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ในวันนั้นสู่วันที่หัวใจเริ่มหวั่นไหวรวมถึงเรื่องราวบางมุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้บอกเลยว่างานนี้มีครบทั้งโมเมนต์หวานคำตอบเรื่องหัวใจที่ฟังแล้วต้องมีแอบยิ้มตามแน่นอน

ความรู้สึกที่เจอครั้งแรก กับตอนนี้ต่างกันยังไง?

นิกกี้ : เข้าบอกผมไปสบตาเขาในที่เที่ยว

เล็กวสุ : คือเจอกันจริงๆแต่แค่มองหน้าไม่รู้จักตอนนั้นนานมาแล้ว

นิกกี้ : แล้วรู้ไหมว่าผมคือดาราดัง?

เล็กวสุ : รู้ว่าเป็นดาราบ้ากามนี่พูดจริง (เพื่อนบอก) พอมาเจอที่กองถ่ายก็รู้สึกไม่ได้เหมือนที่เราคิดตอนแรกคิดว่าจะเป็นแบบคนหม้อๆเป็นคนพูดไปเรื่อยแต่คือเขาตั้งใจทำงานมากผู้กำกับบอกให้ทำอะไรทำหมดโอเคก็เลยทำให้เล็กประทับใจแล้วก็มาถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าดีใจที่ได้เจอเขารู้สึกว่าเขาน่ารักเขาเป็นคนเอาใจใส่มากๆนึกออกป่ะคือภาพลักษณ์ในหัวเราเขาจะดูเป็นคนไม่ค่อยดีนิสัยไม่ดีอะไรที่ไม่ดีมันอยู่ที่เขาหมดแต่พอมารู้จักตอนนี้ก็คือแบบเท่เลยอ่ะพอมาเจอตอนนี้ภาพลักษณ์ที่เรามองเขาไม่ดีมันลบล้างหมดเลย

นิกกี้ : คุณปิ๊งผมตั้งแต่แรกเลยป่ะ

เล็กวสุ : ไม่อ่ะไม่เลยไม่ชอบด้วยเฉยๆ

นิกกี้ : ผมมาทำอะไรให้คุณไม่ชอบขอเหตุผลผมไหว้คุณก่อนด้วยซ้ำผมนอบน้อมถ่อมตนอายุผมมากกว่าด้วยนะครับเขาต้องไหว้นะจริงๆแล้วแต่ไปถึงปุ๊บก็มองหางตานิดนึงนางเอกอ่ะอ่านหนังสือผมก็…เป็นไรวะงงว่าเป็นไรไม่ทักนั่งก็นั่งข้างๆกันแต่ไม่ทักจนผมแบบว่าพี่เล็กหวัดดีครับพี่เขาก็ค่ะๆแล้วอ่านหนังสือต่อ

แล้วนิกกี้ล่ะ เห็นน้องครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?

นิกกี้ : แจ่มเลยชอบนิ่งอ่ะทำเป็นไม่ทักคิดในใจเอ็มวีออนแอร์เดี๋ยวเจอกันพอถ้าเกิดเราทักเลยมันจะดูเจ้าชู้มันจะดูเกินงามแต่เราก็คิดวางแผนไว้ในใจแล้วทักตอนนี้ไม่ได้โอเคไม่เป็นไรเราเป็นผู้ชายเนาะไปฟอลโลว์ไว้ก่อนไม่น่าเกลียดหรอกมันจะมีช่วงเอ็มวีออนแอร์อีกสักเดือนกว่าเดี๋ยวค่อยทักแล้วกันวางแผนไว้หมดแล้ว

เล็กวสุ : ตอนที่เขาอยู่อังกฤษเขาก็ทักมาว่าให้มาออกรายการรายการอะไรเล็กก็บอกว่าขอคุยก่อนได้ไหมตอนนั้นเล็กก็รู้สึกว่าแค่ทำตัวไม่ถูก

นิกกี้ : นั่นแหละคือครั้งแรกที่เจอไปเที่ยวด้วยกัน

เล็กวสุ : แต่ว่าตอนนั้นก็รู้สึกว่าเขาก็น่าสนใจดีแต่ก็ถามว่าเปิดใจมากขนาดนั้นไหมก็ยังไม่ได้ขนาดนั้นแต่ก็รู้สึกว่าน่าสนใจและน่ารักดี

ตอนไหนที่เริ่มหวั่นไหวแล้ว?

เล็กวสุ : เหมือนตอนแรกเราคงรู้จักกันเล่นๆมั้งเหมือนไปเป็นเพื่อนๆกันไม่ได้คิดว่าเขาจริงจังด้วยนึกว่าเขามาเล่นๆเขาก็เริ่มแบบว่าทำอะไรกินข้าวหรือยังอยู่ไหนอ่ะเราก็เลยรู้สึกว่าอุ๊ยมีโมเมนต์นี้ด้วยเหรอโอเคถ้าเกิดอย่างงั้นถ้าเขาจริงใจกับเราเราก็อยากจะจริงใจกับเขาด้วยเหมือนกัน

พอมีคนเริ่มจับตาความสัมพันธ์กับนิกกี้ รู้สึกยังไงบ้าง?

นิกกี้: ฟ้องเยอะมากเจอนิกกี้ที่นั่นเจอนิกกี้ที่นี่

เล็กวสุ : แต่เล็กพยายามคุยกับเขาว่าอันนี้เรื่องจริงไหมไปที่นี่จริงไหมแต่เขาจะน่ารักคือเขาไปที่ไหนเขาจะบอกเล็กก่อนอยู่แล้วการฟ้องก็เลยไม่มีผลก็เลยโอเคเรารู้แล้วว่าเขาจะไปที่นี่นะจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าจริงป่ะเนี่ยๆมันก็เลยตัดปัญหาเรื่องของการที่ต้องมาทะเลาะกัน

นอกจากนี้ “เล็กวสุ” ยังเผยโมเมนต์สุดหวานหลังจากไหว้พระขอพรที่พระธาตุเขาน้อยจ.น่านโดย “นิกกี้ณฉัตร” ได้ถามตรงๆว่าขอพรเรื่องอะไรบ้าง? 

งานนี้คำตอบของ “เล็กวสุ” ทำเอาคนฟังต้องอมยิ้มเมื่อเจ้าตัวบอกว่า “มีเรื่องเดียวที่จะขอขอให้นิกกี้รักหนูนานๆ” เรียกว่าคำขอพรสั้นๆแต่หวานเต็มสิบทำเอา “นิกกี้” ถึงกับมีเขินกันเลยทีเดียวและไม่ใช่แค่ครั้งนี้เพราะ “นิกกี้” ยังเผยถึงทุกครั้งที่เดินทางไปวัดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

‘จีน เฌอตินท์นารา’ ปลื้มกระแส’หัวใจกาฝาก’เปิดฉากโดนใจ ทุ่มสุดตัวถ่ายทอดบท ‘หทยา’

15 กันยายน 2569 เวลา 16:08 น.

นางเอกสาว “จีน เฌอตินท์นารา” แฮปปี้ หลังเห็นฟีดแบ็กเปิดฉากตอนแรก “หัวใจกาฝาก”  แฟนละครชื่นชมภาพสวย เดินเรื่องเร็ว ดราม่าสะกดคนดูอยู่หมัด พร้อมเผยความรู้สึกถึงการถ่ายทอดอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ

เปิดฉากตอนแรกก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนละคร สำหรับ “หัวใจกาฝาก”  ผลงานการผลิตจากค่าย ดาราวิดีโอ ทางช่อง 7HD นำแสดงโดย แชป-วรากร ศวัสกร ประกบคู่ครั้งแรกกับ จีน-เฌอตินท์นารา พงศ์พีรเดช โดยแฟน ๆ ต่างคอมเมนต์ผ่านโซเชียลออกเสียงเป็นเอกฉันท์ พูดถึงทั้งภาพสวย การเดินเรื่องที่รวดเร็ว ความเข้มข้นของเรื่องราว เคมีพระนางเข้าตา โดยเฉพาะบท หทยา ที่ต้องเผชิญสารพัดปัญหา จนหลายฉากทำคนดูอินและน้ำตาไหลตาม อาทิ ภาพละครสวย, เดินเรื่องเร็ว, นางเอกแอบสู้คน, นางเอกดราม่าเก่ง, ดูแล้วน้ำตาไหลตาม, สงสารนางเอก ฯลฯ

งานนี้ทำเอา “จีน” ยิ้มแก้มปริ หลังได้รับฟีดแบ็กที่ดี พร้อมเผยว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวทำการบ้านอย่างหนัก “ดีใจค่ะ ที่ทุกคนดูละครแล้วชอบ เพราะหัวใจกาฝาก เป็นละครเรื่องหนึ่งเลยที่จีนทำการบ้านหนักมาก ด้วยคาแรกเตอร์ตัวละคร หทยา ที่เรารับบท เขาถูกกระทำถูกเหยียบย่ำจากทุก ๆ คนรอบข้าง แทบจะไม่มีใครให้เขายึดเหนี่ยวเลย แม้กระทั่งแม่แท้ ๆ ของตัวเอง เพราะแม่ติดทั้งการพนัน แถมยังติดผู้ชายอีก จะมีก็แต่คุณยายของเขาเท่านั้นที่รักเขาจริง ๆ

ชีวิตของหทยาคือคนที่ถูกกระทำอยู่ตลอดเวลา  อย่างช่วงแรก ๆ ในละคร รามิล (แชป วรากร) ก็ไม่ได้จะใจดีกับเรานะคะ เพราะเขาก็ต้องพิสูจน์ความจริงใจของเราด้วยสารพัดวิธีอยู่เหมือนกัน ดังนั้นหทยาก็คือคนที่เป็นเดอะแบกของครอบครัว เป็นคนกตัญญูที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่และยายผ่านทุกเหตุการณ์ไปได้ ซึ่งในทุกครั้งก็จะมีน้ำตา ร้องไห้จนตาบวม ไปถ่ายทุกวันก็ร้องไห้ทุกวันค่ะ

 แต่จีนก็ชอบนะคะ มันยิ่งทำให้เราอยากมากองละครทุกวัน เพราะแต่ละวันจะมีความท้าทายว่าเราจะทำได้ไหม  พอทำได้แล้วเรายิ่งมีไฟที่อยากจะทำงานทุกวัน  หทยาเหมือนนางโศก ที่มีชีวิตขมขื่นมาก ๆ แต่ละครเรื่องนี้ก็ทำให้จีนกินน้ำเก่งขึ้นเยอะเพราะเสียน้ำตาเยอะจริง ๆ (ยิ้ม)”

อีกหนึ่งนักแสดงที่จีนเอ่ยถึงด้วยความประทับใจ คือ “เปิ้ล ภารดี” ผู้รับบท “หทัย” แม่ของหทยา โดยแม้ตัวจริงจะเป็นคนอารมณ์ดีและสนุกสนาน แต่เมื่อเข้าฉากกลับสามารถถ่ายทอดบทดราม่าได้อย่างเข้มข้น ทำให้จีนเข้าถึงความสัมพันธ์ของสองตัวละครได้อย่างเต็มที่

“พี่เปิ้ลตัวจริงน่ารักมากค่ะ เป็นคนตลกมาก อารมณ์ดีมาก แต่พอเข้าบทเขาก็จะเป็นคุณแม่สายดราม่า ในเรื่องจะต้องทำให้ตัวเองดูเป็นเหยื่อ เพื่อที่จะเรียกร้องความสงสารจากลูก เขารู้ว่าลูกรักแม่มาก และก็ไม่อยากให้แม่ลำบาก แม่ทำผิดกี่รอบเราก็ให้อภัยทุกครั้ง แม้เราจะรู้ว่าแม่ผิด แต่เราก็ยอม ซึ่งพี่เปิ้ลถ่ายทอดตัวละครหทัยออกมาได้ดีมาก พอเราเข้าฉากกับพี่เขา เราก็สามารถเป็นหทยาได้อย่างเต็มที่ เพราะพี่เปิ้ลทำให้เราเชื่อในตัวละครนี้จริง ๆ ค่ะ

ตอนนี้หัวใจกาฝากเพิ่งเริ่มต้นนะคะ จีนอยากชวนทุกคนให้ติดตามชมต่อไปเรื่อย ๆ ละครเรื่องนี้สะท้อนหลายแง่มุมเลยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่น่าจะเป็นข้อคิดให้กับทุกคนได้ อยากฝากทุกคนติดตาม เป็นกำลังใจให้นักแสดงและทีมงานทุกคนนะคะ เพราะเป็นละครที่ทุกคนตั้งใจกันมากจริง ๆ ค่ะ”  

ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้น ในละคร  “หัวใจกาฝาก” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD

วันเกิดสุดอบอุ่น ‘ติ๊ก กัญญารัตน์’ ถวายผ้าไตร สังฆทาน พระ 51 รูป เณร 255 รูป

15 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลอันประเสริฐเมื่อ“ติ๊กกัญญารัตน์จิรรัชชกิจ”ผู้จัดฯคนสวยมากความสามารถแห่งค่าย NorthStar Entertainment ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดในการนี้ได้รับเมตตาธรรมจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เมตตารับถวายไทยธรรมและเป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลความเจริญรุ่งเรืองและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายผ้าไตรสังฆทานและภัตตาหารเพลแด่พระผู้ใหญ่จำนวน 51 รูปพระเณรจำนวน 255 รูปท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความอบอุ่นโดยมีเหล่านักแสดงนำจากซีรีส์ Girl Love “Third Person ถ้อยรัก…คำลวง” อาทิกานต์ณัฐชา, มีมี่ภาพัชร, พิกเล็ทชาราภา, บีมจิรัชญา, ชมพูชุติมณฑน์, พลอยเอวรินทร์, เมขเมขลาและบูมฐานัตถ์พร้อมด้วยนักแสดงในสังกัดอาทิเรเน่เวโรนิก้าปากาโน, เฟมพัชร์สิตาและแป้งสหัสยาตลอดจนครอบครัวและเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการเดินทางมาร่วมทำบุญและอวยพรวันเกิดกันอย่างพร้อมหน้า

สำหรับพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นวันดีๆของผู้จัดฯคนเก่งเท่านั้นแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นความรักและความผูกพันระหว่างติ๊กกัญญารัตน์เหล่าศิลปินนักแสดงในสังกัด NorthStar Entertainment และกัลยาณมิตรทุกคนที่มาร่วมส่งมอบพลังบวกคำอวยพรและกำลังใจให้อย่างอบอุ่นนำมาซึ่งความสมัครสมานสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนผลงานคุณภาพสู่วงการบันเทิงต่อไป

เปิดใจ 2 นักแสดง ‘แต้ว–เคน’ เกือบ 10 ปี คืนจอ ยอมรับตื่นเต้น ทำการบ้านหนัก

15 กันยายน 2569 เวลา 15:11 น.

กลับมาปลุกตำนาน “เจ้าแม่นาคี”  อีกครั้ง สำหรับ “แต้ว–ณฐพร พรประภา” กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ “นาคี 3 ครุฑา นาคี” (The Cursed War) จาก MONO ORIGINAL โดยผู้กำกับมากฝีมือ “อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” พร้อมการกลับมาประกบคู่กันอีกครั้งของ “แต้ว ณฐพร” และ “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค” กับ “นาคี” ในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางเรื่องราวบทใหม่ที่พาผู้ชมก้าวเข้าสู่มหากาพย์สงครามระหว่าง “ครุฑ” และ “นาค” สองเผ่าพันธุ์ที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ซึ่งการกลับมาของ “นาคี 3 ครุฑานาคี” ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสานต่อตำนานเดิมแต่เป็นการเปิดปฐมบทใหม่ของจักรวาลนาคีมาชวนรู้ 3 เรื่องที่จะทำให้การรับชมครั้งนี้น่าติดตามยิ่งขึ้น

เริ่มจากเรื่องราวที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องดู “นาคี” ภาค 1 และ 2 มาก่อนก็สามารถติดตามเรื่องราวได้ต่อด้วยการเปิดฉากมหาสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ครั้งแรกในจักรวาลนาคีซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องและอีกหนึ่งความพิเศษคือการยกระดับงานภาพด้วย CG ที่จัดเต็มยิ่งกว่าครั้งไหนๆโดยได้ “Fatcat Studios” ทีมงาน CG แถวหน้าของไทยมาร่วมสร้างสรรค์โลกของครุฑและนาคให้ปรากฏขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์

ขณะที่การกลับมาพบกันอีกครั้งของ “แต้วณฐพร”และ“เคนภูภูมิ” ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้

โดย “เคนภูภูมิ” เผยถึงการกลับมาร่วมงานกับ“แต้วณฐพร” อีกครั้งว่า “รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้กลับมาทำงานร่วมกันพร้อมยอมรับว่ารู้สึกอุ่นใจเพราะแต้วเป็นนักแสดงที่มีฝีมือและมีประสบการณ์อยู่แล้วอีกทั้งยังได้กลับมาร่วมงานกับทีมงานที่คุ้นเคยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นส่วนการทำความเข้าใจตัวละครครั้งนี้ได้รับคำแนะนำจาก “พี่อ๊อฟ” ที่ช่วยถ่ายทอดมุมมองและรายละเอียดของตัวละครทำให้สามารถเข้าถึงบทบาทได้ดียิ่งขึ้น”

ขณะที่ “แต้วณฐพร” เผยว่า “การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเพราะทุกฉากมีรายละเอียดและความหนักหน่วงจึงต้องเตรียมตัวและทำการบ้านอย่างหนักยิ่งการกลับมารับบท “เจ้าแม่นาคี” ในครั้งนี้ยอมรับว่าแตกต่างจากบทบาทที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงเพราะครั้งนี้ตัวละครไม่ได้เป็นเพียงนางพญาแต่ยังเป็น “สัญลักษณ์ของการต่อสู้กับโชคชะตา” ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและการตัดสินใจครั้งสำคัญซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เห็นอีกหลายมิติของตัวละครและสัมผัส “เจ้าแม่นาคี” ในมุมที่แตกต่างออกไปจากภาพจำเดิม” 

นอกจากนั้น “นาคี 3 ครุฑานาคี” ที่จะเข้าโรงภาพยนตร์วันที่ 22 ตุลาคมนี้ยังเตรียมฉายบนจอยักษ์ IMAX ในสัดส่วนภาพ 1.90:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนภาพพิเศษสำหรับ IMAX พร้อมระบบเสียง 12-CHANNEL SOUND อีกด้วย

‘บัลลังก์หมอลำ’ ระเบิดความม่วน ! 2 วัน 2 โชว์ใหญ่’นกน้อย อุไรพร-บอย ศิริชัย’ร่วมค้นหาหนุ่มเสียงดี ลุ้นไปต่อสู่ ‘หมอลำบอยกรุ๊ป’

15 กันยายน 2569 เวลา 14:25 น.

จัดเต็มความม่วนแบบไม่พัก ! “บัลลังก์หมอลำ” สัปดาห์นี้พบโชว์พิเศษจาก “แม่นกน้อย อุไรพร” ราชินีหมอลำตลอดกาล และ“บอย ศิริชัย” หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อม “แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง” ร่วมเสริมทัพกรรมการ “สุนารี-เบิ้ล-แบงค์” จับตา 6 หนุ่มผู้มีความฝัน ลุ้นใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ความม่วนกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับรายการ บัลลังก์หมอลำ  ที่สัปดาห์นี้จัดเต็ม 2 วัน 2 โชว์ใหญ่ เปิดเวทีต้อนรับ2 ศิลปินระดับแถวหน้าของวงการหมอลำ  คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล และเป็นผู้นำคณะหมอลำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคณะหนึ่งของประเทศไทย โดยเป็นทั้งครู เป็นทั้งแม่ และเป็นศิลปิน ขวัญใจมหาชน ที่อยู่ในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ.และบอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อมด้วย แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง  (บุญช่วง ดาเหลา)  ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง  และปรมาจารย์ผู้สืบสานและถ่ายทอดศาสตร์แห่งกลอน มาร่วมทำหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  2 วันเต็ม ๆในสัปดาห์นี้ ร่วมเติมความเข้มข้นในการค้นหาหนุ่มมากความสามารถ ความถูกต้องของทำนองและกลอนลำ บอกเลยว่าแม่ครูตรวจละเอียดไม่มีพลาดแน่นอนนำทีมโดยพิธีกรสุดหล่อ ยูโร ยศวรรธน์ พร้อม  3 กรรมการประจำรายการ  สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช, แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ ที่พร้อมจับตาทั้งเสียงร้อง ท่วงทำนอง และลีลาการแสดง เพื่อเฟ้นหาหนุ่มมากความสามารถที่จะได้ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป”

 เริ่มความม่วน พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พบโชว์พิเศษจาก คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล  ส่วนผู้เข้าแข่งขันบอกเลยว่า 3 หนุ่มวันนี้โชว์สนุกเข้มข้นมาก เริ่มที่  เปียว-เอกราช จากจ.ขอนแก่น อดีตนักกีฬาที่ค้นพบจุดเปลี่ยน ช่วงโควิด หลังติดตามชมวงหมอลำ LIVE จนเกิดความฝันอยากเป็นศิลปิน ด้าน แทน-ถิรวัฒน์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มผู้เดินตามฝันอยากเป็นศิลปิน เคยทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงมีโอกาสแสดงความสามารถด้านการร้องหมอลำในต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ครั้งนี้จึงกลับมาพิสูจน์ศักยภาพอีกครั้งบนเวที “บัลลังก์หมอลำ”   ปิดท้ายด้วย พิวเตอร์-พัชรพล จากจ.อุดรธานี ที่ขอใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่พิสูจน์ตัวเองพร้อมความตั้งใจอยากสืบสานวัฒนธรรมหมอลำในฐานะลูกอีสาน ให้หมอลำยังคงอยู่ งานนี้ทั้ง 3 หนุ่มจะสามารถโชว์ศักยภาพจนเข้าตากรรมการได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกัน

ต่อเนื่อง วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พบโชว์สนุก ๆ จาก บอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย ส่วน 3 ผู้เข้าแข่งขันวันนี้ แต่ละคนมีความฝันและตั้งใจกันสุด ๆ เริ่มที่  รพไทย  ถวิลวงษ์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และมาร่วมแข่งขันครั้งนี้เพื่อทำตามความฝันของคุณยายที่อยากเห็นเขาออกทีวี ต่อด้วย อาร์ท-วงศกร  จากจ.บุรีรัมย์ ผู้รักการร้องเพลงตั้งแต่เด็กตามรอยคุณพ่อที่เป็นนักร้อง และอยากใช้เวทีนี้เป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเองในรายการประกวดใหญ่   ปิดท้ายด้วยหนุ่มน้อยวัย 16 ปี  กร-ธนากร  จากจ.ขอนแก่น  ที่ตั้งใจมาหาประสบการณ์บนเวที  เพราะยังไม่เคยออกทีวี พร้อมความฝันอยากพิสูจน์ความสามารถ สร้างฐานแฟนเพลง และทำให้ครอบครัวได้เห็นตัวเองผ่านหน้าจอ

6 หนุ่ม 6 ความฝัน สัปดาห์นี้ใครจะสามารถคว้าใจกรรมการและคว้าสิทธิ์ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป” ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้พวกเขาไปพร้อมกัน

ติดตามความม่วนแบบเต็มเวทีใน รายการ “บัลลังก์หมอลำ” วันพฤหัสบดีที่ 17 และวันศุกร์ที่ 18 กันยายน เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ  

เตรียมพบกับ ‘กงยู’ อบอุ่น สุดใกล้ชิด กับเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปี 10 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ

15 กันยายน 2569 เวลา 13:28 น.

สิ้นสุดการรอคอยของแฟนๆ ชาวไทย! เมื่อ “Gong Yoo (กงยู)” นักแสดงเกาหลีชื่อดังระดับโลก เตรียมเดินทางมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการ ในงาน “2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK” จัดโดย กลุ่มธนบุรี และเหล่าพันธมิตรผู้สนับสนุน ชวนทุกคนมาร่วมเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุข และบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญไปพร้อมกับ Gong Yoo ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “THE LONG TAKE” ที่เปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปีของ Gong Yoo ในวงการบันเทิง ผ่านบทบาทและผลงานมากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก โดยชื่อของงานยังสะท้อนถึงช่วงเวลาต่างๆ ที่ถูกบันทึกและเก็บไว้ในความทรงจำ ก่อนจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวบทใหม่ที่ Gong Yoo และแฟนๆ ชาวไทยจะได้ร่วมสร้างไปด้วยกัน

สำหรับแฟนคลับชาวไทย การมาเยือนครั้งนี้ของ Gong Yoo จึงไม่ใช่เพียงการพบกันบนเวที แต่เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเฝ้ารอ ภายในงานเตรียมพบกับบรรยากาศที่อบอุ่น ใกล้ชิด และเป็นกันเอง พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษที่จะทำให้ค่ำคืนแห่งการพบกันครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าจดจำ เตรียมพบกับค่ำคืนแห่งความสุข รอยยิ้ม และความประทับใจ ในงานแฟนมีตติ้งขนาดใหญ่ 4,500 ที่นั่ง พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับแฟนๆ ในแต่ละประเภทบัตร

โดยบัตรเข้าชมมีทั้งหมด 6 ราคา ได้แก่ 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 / 6,200 และ 6,700 บาท โดยบัตรราคา 6,700 บาท และ 6,200 บาท มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษทุกที่นั่ง อาทิ Hi-Bye, Polaroid, Photo Card และ Poster พร้อม Digital Signature จาก Gong Yoo พร้อมลุ้นรับสิทธิ์ถ่ายภาพร่วมกับศิลปินแบบ Group Photo 

ทั้งหมดนี้จัดเตรียมขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจาก Gong Yoo ถึงแฟนๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนและติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด ทั้งนี้เหล่าแฟนๆ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน รวมถึงข่าวสาร กิจกรรมพิเศษ เซอร์ไพรส์ต่างๆ และ สิทธิประโยชน์พิเศษของบัตรแต่ละประเภท ผ่านทาง Facebook: Benz Thonburi Group และ The DND 

ข้อมูลการจัดงาน:

2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK

•    จัดงานวันที่ 10 ตุลาคม 2569

•    วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

•    (Door Open) ประตูเปิด 17.00 น. | (Show Time) เริ่มการแสดง 18.00 น.

•    เปิดจำหน่ายบัตรสำหรับลูกค้าทั่วไป (General Sales) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ทรัมป์โทรหาซีอีโอ Nvidia กลางเวทีประชุม สับเละข้อกังวล AI “เรื่องหลอกลวง”

ทรัมป์โทรหาซีอีโอ Nvidia กลางเวทีประชุม สับเละข้อกังวล AI "เรื่องหลอกลวง"

15 ก.ย. 2569 16:10 น.

ทรัมป์โทรหาซีอีโอ Nvidia กลางเวทีประชุม สับเละข้อกังวล AI “เรื่องหลอกลวง”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โทรศัพท์หาเจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ระหว่างการประชุม All-In Summit ที่นครลอสแอนเจลิส โดยหวงเปิดลำโพงให้ผู้ร่วมงานได้ยินการสนทนา พร้อมทั้งประกาศจุดยืนสนับสนุนปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มที่ และปัดตกกระแสความกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โทรศัพท์หาเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Nvidia ระหว่างการประชุม All-In Summit ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยหวงเปิดลำโพงโทรศัพท์ ทำให้ผู้ร่วมงานและผู้ชมทางออนไลน์ได้ยินบทสนทนาของผู้นำสหรัฐฯ ที่กล่าวระหว่างการสนทนาว่า ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI เป็น “เรื่องหลอกลวง” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเอาชนะจีนในการแข่งขันด้านนวัตกรรมและการพัฒนา AI

ทรัมป์กล่าวว่า “หุ่นยนต์จะไม่เข้ายึดครองโลก AI ก็จะไม่เข้ายึดครองส่วนที่เหลือของโลก เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหลอกลวง” พร้อมระบุว่า ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ AI กำลัง “เข้าทาง” คนจำนวนมากที่ไม่ต้องการเห็นการพัฒนาเทคโนโลยีเกิดขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงฝ่ายการเมืองและจีน

ทรัมป์ยังสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าศูนย์ข้อมูลเป็นสิ่งที่ “ยอดเยี่ยม” และจะทำให้ประชาชนและรัฐต่าง ๆ มีความมั่งคั่ง พร้อมเปรียบศูนย์ข้อมูลว่าเป็น “น้ำมันแห่งช่วง 20-25 ปีข้างหน้า” และมีความสำคัญมากกว่าอินเทอร์เน็ตและ AI ในบางแง่มุม อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการดำเนินการต่าง ๆ จำเป็นต้องทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ

ทรัมป์ยังกล่าวติดตลกว่า หวงสามารถพัฒนาชิปคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนที่สุดจนไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ แต่กลับไม่สามารถหาวิธีเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้เขาได้ ก่อนจะย้ำกับหวงว่า “ผมอยู่ข้างคุณเต็มที่”

หวงตอบกลับว่า Nvidia จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากการแข่งขันด้าน AI ในสหรัฐฯ ทั้งอุตสาหกรรม บริษัท รัฐ และประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมตอบรับเมื่อทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนตรงกันเรื่องการพัฒนา AI

จุดยืนของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงอย่างเข้มข้นในแวดวงเทคโนโลยีเกี่ยวกับความเร็วในการพัฒนา AI โดยดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เพิ่งเผยแพร่บทความเรียกร้องให้อุตสาหกรรมชะลอการพัฒนาโมเดล AI และวางมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้น ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากแซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI และอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา รวมถึงบุคลากรด้าน AI หลายราย

นักวิจัยจากบริษัท AI ชั้นนำหลายคนลาออกจากตำแหน่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยบางรายเตือนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติ

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ใช้แพลตฟอร์มทรูธโซเชียล โพสต์ข้อความโจมตีผู้ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI และศูนย์ข้อมูล โดยเรียกข้อกังวลเหล่านี้ว่าเป็น “การสมคบคิดที่น่ารังเกียจ” “เรื่องหลอกลวง” และ “การหลอกลวง” พร้อมระบุว่าไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออกกฎระเบียบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI และกล่าวว่าการเรียกร้องให้ชะลอการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเกิดขึ้นเพราะสหรัฐฯ กำลังเป็นผู้นำประเทศอื่น ๆ ในด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

ทรัมป์ยังเตือนว่า ผู้คัดค้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลกำลังเข้าทางฝ่ายที่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ เดินหน้าพัฒนา AI โดยอาจรวมถึงจีน และย้ำว่า “เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น” 

Nvidia ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปและฮาร์ดแวร์สำหรับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก มีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ทั่วสหรัฐฯ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับหวงใกล้ชิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหวงยังเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทรัมป์ และเคยมีบทบาทในการโน้มน้าวทรัมป์เมื่อปีที่แล้วไม่ให้ส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าไปในเมืองซานฟรานซิสโก

หวงยังเคยล็อบบี้ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้เปิดทางให้ Nvidia สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น แต่ฝ่ายนิติบัญญัติบางส่วนเตือนว่า การผ่อนคลายดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์ต่อจีนและบั่นทอนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

การสนทนาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้นำในอุตสาหกรรมควรเป็นฝ่ายนำในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยของ AI หลังสมาชิกพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรยุติช่วงปิดสมัยประชุมก่อนกำหนด เพื่อพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI

จอห์นสันระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ทรัมป์จะจัดการประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรม AI โดยแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องยืนยันว่า การประชุมดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาอย่างชัดเจน

ด้าน Nvidia ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างหวงกับทรัมป์ รวมถึงยังไม่มีการยืนยันว่าทั้งสองจะพบกันเพื่อหารือประเด็นเหล่านี้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ โดยการสนทนากลางเวทีดังกล่าวถูกบันทึกไว้ทั้งในวิดีโอที่ผู้เข้าร่วมงานเผยแพร่บน X และในพอดแคสต์ที่หวงกำลังบันทึกอยู่ในขณะนั้น ขณะที่ Chamath Palihapitiya หนึ่งในพิธีกรร่วมของงาน โพสต์ข้อความหลังจบการประชุมว่า “นี่เป็นเรื่องเหนือจริง”.

ที่มา CNBC / NBC

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันสงครามอิหร่านทำยุทโธปกรณ์ขาดแคลน ใช้งบกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันสงครามอิหร่านทำยุทโธปกรณ์ขาดแคลน ใช้งบกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์

15 ก.ย. 2569 14:41 น.

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันสงครามอิหร่านทำยุทโธปกรณ์ขาดแคลน ใช้งบกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยรายงานต่อสภาคองเกรส ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า การทำสงครามกับอิหร่านส่งผลให้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ขาดแคลนในระดับยุทธศาสตร์ โดยปฏิบัติการระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 30 มิถุนายน ใช้งบประมาณราว 33,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.11 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะงบสำหรับยุทโธปกรณ์สูงถึงกว่า 22,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.42 แสนล้านบาท

สำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์จากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่า ปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งเป็นชื่อที่สหรัฐฯ ใช้เรียกปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอล เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการใช้กำลังทางทหาร มีค่าใช้จ่ายประมาณ 33,400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.11 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 30 มิถุนายน

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดของสภาคองเกรส และถือเป็นรายงานลักษณะนี้ฉบับแรก โดยระบุว่า ในจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้ยุทโธปกรณ์ประมาณ 22,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.42 แสนล้านบาท พร้อมเตือนว่า การใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากทำให้คลังยุทโธปกรณ์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ลดลง และเผยให้เห็นข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งทำให้การเติมยุทโธปกรณ์กลับเข้าสู่คลังล่าช้า

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังเร่งปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อ ลดระยะเวลาการผลิต และสะสมวัตถุดิบ ชิ้นส่วน รวมถึงยุทโธปกรณ์สำคัญบางประเภท แต่การเพิ่มกำลังการผลิตต้องใช้เวลานาน

สถานการณ์ดังกล่าวอาจสร้างความกังวลให้กับประเทศที่พึ่งพาอาวุธจากสหรัฐฯ เช่น ยูเครนและไต้หวัน โดยยูเครนต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตที่ใช้รับมือรัสเซีย ขณะที่ไต้หวันพึ่งพาข้อตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อยับยั้งภัยคุกคามจากจีน

รายงานดังกล่าวสวนทางกับคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยปฏิเสธข้อกังวลเรื่องคลังอาวุธลดลง และระบุว่าสหรัฐฯ มียุทโธปกรณ์ “แทบไม่จำกัด” โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า สหรัฐฯ กำลังผลิตอาวุธชั้นยอดในจำนวนมากกว่าช่วงใด ๆ ในประวัติศาสตร์

รายงานระบุด้วยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของสงคราม สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 1,000 แห่ง แต่ไม่ได้กลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีในระดับดังกล่าวอีกในช่วงหลายเดือนต่อมา

ความสูญเสียของกองทัพสหรัฐฯ ที่ระบุในรายงาน ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ F-15 ถูกทำลาย 4 ลำ เครื่องบินขับไล่ F-35 เสียหาย 1 ลำ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 เสียหาย 7 ลำ และโดรน MQ-9 Reaper ถูกทำลายมากถึง 30 ลำ นอกจากนี้ ฐานส่งกำลังบำรุงหลักของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งตั้งอยู่ในบาห์เรน ยังถูกอิหร่านโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธนำวิถี

การโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งในฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก โอมาน และจอร์แดน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมยังไม่รวมอยู่ในการประเมิน 33,400 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าฐานทัพทั้งหมดจะได้รับการบูรณะหรือไม่ และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ นับจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตจากการปฏิบัติการรบ 7 นาย และเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบอีก 7 นาย ขณะที่มีทหารได้รับบาดเจ็บจากการรบ 417 นาย

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องยุทโธปกรณ์ขาดแคลน แต่นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มการผลิตอาวุธ โดยผู้บริหารบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ระบุว่า การเร่งผลิตในขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเร่งด่วนและความวุ่นวายที่ต้องควบคุม

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ หรือ CSIS เตือนว่า แม้สหรัฐฯ อาจมียุทโธปกรณ์เพียงพอสำหรับทำสงครามกับอิหร่าน แต่หากต้องทำสงครามขนาดใหญ่กับจีน การรักษาปริมาณยุทโธปกรณ์ให้เพียงพอในเดือนที่สอง เดือนที่สาม และเดือนต่อ ๆ ไป จะเป็นความท้าทายอย่างมาก.

ที่มา AFP / NBC News

ศาลสูงสหรัฐฯ เบรกมาตรการทรัมป์จำกัดบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ศาลสูงสหรัฐฯ เบรกมาตรการทรัมป์จำกัดบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

15 ก.ย. 2569 13:15 น.

ศาลสูงสหรัฐฯ เบรกมาตรการทรัมป์จำกัดบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องของกระทรวงยุติธรรมที่ขอให้ยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้น ซึ่งระงับการบังคับใช้มาตรการของสำนักงานไปรษณีย์สหรัฐฯ ที่กำหนดเงื่อนไขใหม่สำหรับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการจำกัดการลงคะแนนทางไปรษณีย์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ศาลฎีการะบุว่า รัฐบาลมีแนวโน้มไม่สามารถชนะคดีในประเด็นสาระสำคัญได้ ขณะที่ผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมและเห็นพ้องกับเสียงส่วนใหญ่ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจมีความชอบด้วยกฎหมายในระยะยาว แต่เจ้าหน้าที่เลือกตั้งระดับรัฐและท้องถิ่นมีเวลาไม่เพียงพอที่จะนำกฎไปใช้ได้อย่างเหมาะสมก่อนการเลือกตั้งปีนี้

ผู้พิพากษาซามูเอล อลิโต ซึ่งมีผู้พิพากษาอนุรักษนิยมอีกคนคือ คลาเรนซ์ โธมัส ร่วมคัดค้านคำสั่งดังกล่าว โดยศาลสูงสหรัฐฯ มีผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม 6 คน จากทั้งหมด 9 คน

มาตรการดังกล่าวมีที่มาจากคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งกำหนดให้รัฐจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิรับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ และให้การไปรษณีย์สหรัฐฯ จัดส่งบัตรเฉพาะผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชี รวมถึงกำหนดให้ใช้ซองบัตรเลือกตั้งที่ผ่านมาตรฐานและมีบาร์โค้ดเฉพาะ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ของการไปรษณีย์สหรัฐฯ สามารถปฏิเสธการจัดส่งบัตรได้

รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง แต่ฝ่ายคัดค้านระบุว่า หลักฐานการทุจริตจากการลงคะแนนทางไปรษณีย์พบได้ไม่บ่อย และเตือนว่ากฎใหม่อาจทำให้บัตรเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายหลายพันใบถูกส่งล่าช้าหรือไม่ได้รับการจัดส่ง

ก่อนหน้านี้ อินดรา ทัลวานี ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในเมืองบอสตัน มีคำสั่งเมื่อวันที่ 4 กันยายน ระงับการบังคับใช้กฎดังกล่าว โดยเห็นว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐในการบริหารจัดการการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ผู้พิพากษาอีกคนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็มีคำวินิจฉัยคัดค้านมาตรการดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์

สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ ACLU ระบุว่า คำสั่งของศาลสูงถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญต่อสิทธิในการเลือกตั้ง โดยชี้ว่ารัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐและสภาคองเกรสกำหนดกติกาการเลือกตั้งของรัฐบาลกลาง ไม่ใช่ประธานาธิบดีหรือสำนักงานไปรษณีย์

หลายรัฐเริ่มเตรียมจัดส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ให้ผู้มีสิทธิแล้ว ขณะที่ผู้เปิดโปงข้อมูลภายใน USPS เตือนว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากระบบที่ใช้จัดการบัตรถูกจัดทำขึ้นอย่างเร่งรีบและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ทรัมป์คัดค้านการลงคะแนนทางไปรษณีย์มาโดยตลอด และเคยกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่าระบบดังกล่าวเสี่ยงต่อการทุจริตสูง แม้ตัวเขาเองเคยใช้สิทธิเลือกตั้งทางไปรษณีย์ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันในรัฐฟลอริดาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

การเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้จะเป็นการชิงที่นั่งในสภาคองเกรส โดยผลสำรวจหลายสำนักชี้ว่า พรรครีพับลิกันกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะสูญเสียเสียงข้างมากที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร หากพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมาก พรรคได้ส่งสัญญาณว่าจะขัดขวางนโยบายของทรัมป์ และอาจพิจารณากระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีเป็นครั้งที่สาม.

ที่มา Associated Press / Reuters

สหรัฐฯ ยอมรับครั้งแรก ส่งอาวุธขึ้นสู่วงโคจรโลก อ้างเพื่อรับมือภัยคุกคาม

สหรัฐฯ ยอมรับครั้งแรก ส่งอาวุธขึ้นสู่วงโคจรโลก อ้างเพื่อรับมือภัยคุกคาม

15 ก.ย. 2569 12:27 น.

สหรัฐฯ ยอมรับครั้งแรก ส่งอาวุธขึ้นสู่วงโคจรโลก อ้างเพื่อรับมือภัยคุกคาม

สหรัฐฯ ยืนยันเป็นครั้งแรกว่าได้ส่ง “อาวุธอวกาศ” ขึ้นไปประจำการในวงโคจรโลก โดยระบุว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นต่อการปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ จากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธและช่วงเวลาที่ส่งขึ้นสู่อวกาศยังไม่ถูกเปิดเผย

ทรอย มิงค์ รัฐมนตรีว่าการทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ เปิดเผยในการประชุม Air, Space and Cyber Conference เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ก.ย.) ว่า อาวุธที่อยู่ในวงโคจรดังกล่าวนั้นมีความจำเป็นเพื่อปกป้องกำลังพลของสหรัฐฯ จากการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ของศัตรู พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมรับมือกับ “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น” แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับขีดความสามารถของอาวุธดังกล่าวหรือช่วงเวลาที่นำขึ้นสู่วงโคจร

ด้านโฆษก “กองทัพอวกาศสหรัฐฯ” ออกแถลงการณ์ยืนยันเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ มีอาวุธควบคุมอวกาศ  ประจำการอยู่ในวงโคจร ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ

โฆษกทัพอวกาศสหรัฐฯ ระบุว่า “การควบคุมอวกาศครอบคลุมถึงพื้นที่ภารกิจที่จำเป็นในการแข่งขันและควบคุมโดเมนอวกาศ โดยใช้ทั้งวิธีทางจลนศาสตร์และไม่ใช่ทางจลนศาสตร์ เพื่อส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามผ่านการรบกวน การทำให้เสื่อมประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การทำลายล้างหากจำเป็น” 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้นำระดับสูงของกองทัพแสดงความกังวลมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับโครงการพัฒนาขีดความสามารถของรัสเซียและจีนในการโจมตีหรือรบกวนดาวเทียมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญด้านการสื่อสาร การลาดตระเวน และการนำทางทางทหาร 

กองกำลังอวกาศสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2019 และเป็นเหล่าทัพใหม่ล่าสุดของสหรัฐฯ ในรอบกว่า 70 ปี ระบุว่า จีนกำลังพัฒนาและปฏิบัติการด้านขีดความสามารถในอวกาศและต่อต้านอวกาศเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทันสมัยทางทหาร ขณะที่รัสเซียมองอวกาศว่าเป็นสนามรบและเชื่อว่าความเหนือกว่าในอวกาศจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในความขัดแย้งในอนาคต

ทั้งนี้ สนธิสัญญาอวกาศส่วนนอกปี 1967  ห้ามการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในวงโคจรมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น อย่างไรก็ตาม ชาติมหาอำนาจหลักๆ ทั้งสหรัฐฯ รัสเซีย จีน และอินเดีย ต่างก็หันมาสำรวจและพัฒนาขีดความสามารถทางทหารนอกเหนือจากขอบเขตของสนธิสัญญาดังกล่าว เช่น การพุ่งเป้าไปที่ดาวเทียมของคู่แข่ง

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยกล่าวหารัสเซียว่า ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศที่อาจมีความสามารถในการโจมตีดาวเทียมดวงอื่น ขณะที่มีรายงานว่าดาวเทียมรัสเซีย 2 ดวงอาจเคยสกัดกั้นการสื่อสารของดาวเทียมยุโรปอย่างน้อย 12 ดวง นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ซึ่งอาจเปิดทางให้หน่วยข่าวกรองรัสเซียเข้าถึงข้อมูลสำคัญ หรืออาจถึงขั้นควบคุมดาวเทียมเหล่านั้นได้

ความตึงเครียดด้านอวกาศทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารที่เน้นย้ำบทบาทของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ว่าไม่เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ป้องกันทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังต้องทำหน้าที่เป็นกองกำลังโจมตีด้วย ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันยังระบุด้วยว่า ขีดความสามารถในอวกาศและขีปนาวุธสกัดกั้น เป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกัน “โดมทองคำ”  ที่วางแผนไว้เพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากภัยคุกคามทางอากาศ.

ที่มา BBC / AFP