‘กรมการข้าว’ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2567

https://www.naewna.com/local/840209

'กรมการข้าว'ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2567

‘กรมการข้าว’ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2567

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.35 น.

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินพระราชทาน ให้กรมการข้าว น้อมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการนีั นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน​ พร้อมด้วย​ ผู้บริหารกรมการข้าว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา นำไปถวายแด่พระวินัยสาทร (ถวิล ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง

– 006

‘นฤมล’เล็งสร้างภาวะผู้นำนักบริหารยุคใหม่ หวังขับเคลื่อนนโยบาย ขจัดความยากจนให้เกษตรกร

https://www.naewna.com/local/840169

'นฤมล'เล็งสร้างภาวะผู้นำนักบริหารยุคใหม่ หวังขับเคลื่อนนโยบาย ขจัดความยากจนให้เกษตรกร

‘นฤมล’เล็งสร้างภาวะผู้นำนักบริหารยุคใหม่ หวังขับเคลื่อนนโยบาย ขจัดความยากจนให้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.13 น.

‘นฤมล’เล็งสร้างภาวะผู้นำนักบริหารยุคใหม่ หวังขับเคลื่อนนโยบาย ขจัดความยากจนให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม นักบริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ผ่านการอบรมฯ ทั้ง 9 รุ่นจำนวน 922 คน ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ ว่า การฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับผู้บริหารของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มีการบูรณาการความรอบรู้ในมิติของวิชาการ และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการสร้างภาวะผู้นำ และมุมมองความคิดของนักบริหารยุคใหม่ เพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

นางนฤมล กล่าวต่อว่า การอบรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อระบบบริหารจัดการในระดับกรม กองต่าง ๆ และสามารถพัฒนาภารกิจในภาคการเกษตรให้ประสบความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาในภาพรวมของรัฐบาล โดยจะก่อให้เกิดการทำงานที่มีผลสะท้อนมายังคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และความสุขของผู้บริโภคสินค้าเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล ทั้ง 9 ข้อ ซึ่งจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง รวมทั้งจะเป็นแนวทางพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรไทยที่จะสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิต ขจัดความยากจนให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ด้านนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ คาดหวังที่จะสร้างนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และขับเคลื่อนนโยบายสู่บทบาทภารกิจของหน่วยงานได้อย่างชัดเจน ภายใต้แนวคิด ทฤษฎีและกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับภารกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในปัจจุบันและอนาคตซึ่งนักบริหารที่ดีจะต้องมีภาวะผู้นำ มีหลักการบริหาร การวางแผน และพร้อมที่จะบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จะต้องรู้จักสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของตนเอง และบูรณาการงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโอกาสต่อไปอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สถาบันเกษตราธิการได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด องค์การมหาชนในกำกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบุคลากรภาครัฐจากหน่วยงานภายนอก มีผู้ผ่านการฝึกอบรมจากทุกหน่วยงานในสังกัด และนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ประกอบด้วย หลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รุ่นที่ 7(นบส.กษ.) จำนวน 54 คน หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 86 – 88 จำนวน 349 คน และหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง (นบก.) รุ่นที่ 108 – 112 จำนวน 519 คน รวมผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 922 คน

เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ

https://www.naewna.com/local/840053

เกษตรฯเร่งจัดการ  แหล่งน้ำเมืองคอน  ช่วยการระบายน้ำ

เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ แก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรด้านแหล่งน้ำ ที่โรงเรียนบ้านน้ำร้อน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นที่ราบ และที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลขนาดกว้างฝั่งอ่าวไทย มีลำน้ำธรรมชาติซึ่งเกิดจากเทือกเขาไหลผ่านหลายสาย เมื่อเกิดฝนตกหนักบริเวณเทือกเขา ทำให้เกิดน้ำท่าในคลองต่างๆ เป็นปริมาณมาก ทำให้พี่น้องเกษตรกรและชาวบ้านได้รับผลกระทบ

สำหรับในพื้นที่ ต.สี่ขีด อ.สิชล พบว่าช่วงน้ำหลากระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ปริมาณน้ำไหลจากต้นน้ำมีปริมาณมาก ทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร กัดเซาะตลิ่งและถนนสัญจรในหมู่บ้านพังเสียหาย เส้นทางคมนาคมและคลองถูกตัดขาด กรมชลประทาน จึงศึกษาและออกแบบหาแนวทางแก้ไข โดยดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ ต.สี่ขีด อ.สิชล 3 แห่ง ได้แก่ 1. คลองท่าโคก 2.คลองท่าเรือรี และ 3.คลองบางน้ำใส เพื่อป้องกันน้ำกัดสองตลิ่งช่วงน้ำหลากบริเวณพื้นที่หมู่ 1 , 2 และ 11 ต.สี่ขีด อ.สิชล ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี(ปีงบประมาณ 2569) นอกจากนี้กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองกาย ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค-บริโภค ให้มีน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดอื่นๆ 2 แห่ง คือ 1.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายวัดชุมโลง และ 2.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายบ้านนากุน

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

https://www.naewna.com/local/840056

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่  จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายและเปิดงานสัมมนาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 และร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตรครบรอบ 57 ปีที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม.ว่ากรมส่งเสริมการเกษตร มีบทบาทและภารกิจสำคัญซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจหลากหลาย ครอบคลุมการดูแลและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยี หรือการบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการสำรวจและรายงานข้อมูลความเสียหายของพื้นที่การเกษตร รวมถึงการออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกร

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับการเกษตร โดยนโยบายหลักคือการยกระดับเกษตรดั้งเดิม ให้เป็นเกษตรสมัยใหม่ตามแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” รวมถึงฟื้นฟูนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ยังพร้อมสานต่องานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ เพื่อให้การทำงานสามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนั้น ได้พัฒนาแนวทางตามสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งได้ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.เกษตรมูลค่าสูง ที่เป็นภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งในเรื่อง Smart Agriculture การทำเกษตรแม่นยำ การส่งเสริมด้านการเพาะปลูก รวมไปถึงการแปรรูปเพื่อต่อยอดการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เป็นต้น และ 2.การทำเกษตรแบบยั่งยืน ที่สอดคล้องกับทิศทางของโลกในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนของอาหารและความยั่งยืนของภาคเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้มีการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรโดยทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon Credit รวมทั้งการแก้ปัญหา PM2.5 ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศและส่งผลกระทบในหลายด้าน ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา และลดการเผา ในพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด

“เราพร้อมสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เข้ามาในภาคเกษตรมากขึ้น ต่อยอดขยายผลเพื่อให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร อย่างไรก็ตาม ด้วยภารกิจที่หลากหลายของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกบูรณาการ ร่วมมือ และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เชื่อมั่นในศักยภาพของกรมส่งเสริมการเกษตร ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรให้ก้าวหน้าและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

https://www.naewna.com/local/840057

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ถกด่วน : ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.)นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.วาระเร่งด่วน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) พิจารณาใน 3 วาระสำคัญ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือร่วมกับนายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.) นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย วาระเร่งด่วน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีวาระสำคัญ ดังนี้ 1.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยางเพื่อรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 2.ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง และ 3.ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง เพื่อเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการเสริมสภาพคล่องในการพัฒนาด้านยางพารา สมาชิกของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางสามารถขายยางได้ในราคายุติธรรม ลดต้นทุนในการรวบรวมผลผลิตได้ และเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Malaysian Rubber Board (MRB) ประเทศมาเลเซีย กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อการพัฒนาด้านการค้ายางพาราและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนความร่วมมือการบริหารจัดการผลผลิตยางพารา ให้สอดคล้องต่อความต้องการในอุตสาหกรรมยางพาราของทั้ง 2 ประเทศ ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการค้าและอุตสาหกรรมยางพารา ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความมั่นคงในระยะยาวของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงส่งเสริมการตรวจสอบย้อนกลับ และการแก้ปัญหาและความท้าทายที่เกี่ยวข้อง

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

https://www.naewna.com/local/840054

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย  เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดำเนินการขยายผลงานวิจัยและเทคโนโลยี ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม จึงนำเทคโนโลยีปุ๋ยชีวภาพ2 ชนิด คือพีจีพีอาร์-ทู และแหนแดง ผลงานวิจัยของกองวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ถ่ายทอดสู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน จ.นครพนม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้เกษตรกร เนื่องจากผลผลิตที่เกษตรกรได้รับยังต่ำอยู่เฉลี่ย 350 กิโลกรัม/ไร่

ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู เป็นปุ๋ยชีวภาพแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าว ประกอบด้วย แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินบริเวณราก และช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้ โดยปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู จะผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืชช่วยเพิ่มปริมาณราก เพิ่มการดูดน้ำและปุ๋ย
ส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าว ช่วยตรึงธาตุไนโตรเจนช่วยละลายธาตุฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพิ่มการนำจุลธาตุเข้าสู่เซลล์พืช ช่วยเพิ่มปริมาณราก 20% ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 25% เพิ่มผลผลิตข้าว 10% เพิ่มประสิทธิภาพการดูดน้ำและอาหาร 15% ส่วนแหนแดง เป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กที่ช่วยตรึงไนโตรเจนให้กับต้นข้าว สามารถสลายตัวได้ง่าย และปลดปล่อยธาตุไนโตรเจน และธาตุอื่นๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็ว

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/840078

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 21.09 น.

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมกรมการข้าว และภาคส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ในพื้นที่ร่วมในพิธี ณ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (พระอารามหลวง) อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ทั้งนี้ กรมการข้าว จะจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567 ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น.จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานร่วมถวายจตุปัจจัย อนุโมทนาบุญในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานตามกำหนดวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว

– 006

‘รมว.นฤมล’มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/839985

'รมว.นฤมล'มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

‘รมว.นฤมล’มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.49 น.

“รมว.นฤมล”มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) ครั้งที่ 4/2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 – 135 โดยที่ประชุมได้พิจารณาการขยายขอบเขตการลงทุน ภายใต้มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 โดยปรับปรุงประกาศ คพช. เรื่อง ข้อกำหนดการฝากหรือการลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ ให้คำนึงถึงการลงทุนอย่างรอบคอบและปลอดภัย เพื่อให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มเติมอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือในส่วนการนำวิทยาการข้อมูล (Data Science) เพื่อจัดวางระบบจัดเก็บ วิเคราะห์และประยุกต์ใช้ข้อมูลสหกรณ์ในระดับมหภาค โดยต้องสร้างแอปพลิเคชั่นให้สหกรณ์ใช้งานอย่างมีประโยชน์ในเชิงธุรกิจ สามารถสร้างกำไร คาดการณ์ความเสี่ยง และช่วยพัฒนาสถาบันให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง อันเป็นผลดีต่อสมาชิกและเกษตรกร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณปี 2569 โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บูรณาการร่วมกันวางแผนการทำงานให้ผลลัพธ์การทำงานเป็นที่ตั้ง เพื่อผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอยู่ดี กินดีอย่างยั่งยืนต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

https://www.naewna.com/local/839947

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.56 น.

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024 โดยมีนายภาณุมาศ ญาณเวทย์สุกล อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายภัทรพล มณีอ่อน ผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานเครือข่ายทั้งภายในประเทศ และองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

โดย Global One Health Day 2024 จัดขึ้นเพื่อแสดงความเข้มแข็งและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสุขภาพหนึ่งเดียว ในด้านการป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน และแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวของหน่วยงานพันธมิตรในเครือข่าย และเผยแพร่ข้อมูลการบูรณาการแนวคิดด้านสุขภาพหนึ่งเดียวในด้านอาหารปลอดภัย (Food Safety) และการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance (AMR)) ณ บริเวณ ICONSIAM PARK 1 ชั้น 2 Apple Store

– 006

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

https://www.naewna.com/local/839825

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน  ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการ “ลดเผา เบาฝุ่น” สนับสนุนเกษตรกรไทยลดการเผาตอซังและฟางข้าว เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ด้วยจุลินทรีย์ ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทบีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาทดสอบเทคโนโลยีชีวภาพ โดยการทดสอบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ย่อยสลาย ที่สามารถย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้ภายใน 7 วัน มีขั้นตอนการใช้งานอย่างง่าย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม เพียงฉีกซองผสมน้ำ เตรียมหัวเชื้อในปริมาณ 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร สำหรับใช้ในพื้นที่ 1 ไร่ ที่มีน้ำท่วมตอซัง ซึ่งผลการทดสอบเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการใช้จุลินทรีย์เป็นอย่างมาก โดยระยะต่อไปมีแผนที่จะสนับสนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 2,400 ราย ในพื้นที่ 59,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และสุพรรณบุรี

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาของเกษตรกร จะต้องใช้เทคโนโลยี และผลการวิจัย ศึกษา ทดสอบ และเห็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงของการทดสอบ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ภาคการเกษตร ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างอากาศสะอาด พื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนนโยบาย 3R Model เป็นแนวทางลดปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร มีเป้าหมายคือทำให้เกษตรกรเข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เผา และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร โดยพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ จะมีปริมาณตอซังและฟางข้าว เฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย การเผาฟางนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ทั้งนี้ หลายภาคส่วนร่วมกันหานวัตกรรมใหม่ มาช่วยในการย่อยสลาย โดยต้องปลอดภัยทั้งเกษตรกร ปลอดภัยต่อพืช ไม่มีสารตกค้างต่อสิ่งแวดล้อม โดยปกติฟางข้าวมีปริมาณธาตุอาหารหลักของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เฉลี่ย 0.51 0.14 และ 1.55%
มีปริมาณธาตุอาหารรองของพืชได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 0.47 0.25 และ 0.17% เมื่อย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุจะปรับ
เพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการซื้อปุ๋ย เป็นวงจรปรับปรุงดินอีกทางหนึ่ง