‘นฤมล’-FAOชูบทบาทผู้นำเกษตรโลก

https://www.naewna.com/local/836919

‘นฤมล’-FAOชูบทบาทผู้นำเกษตรโลก

‘นฤมล’-FAOชูบทบาทผู้นำเกษตรโลก

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายจอง-จิน คิม (Mr. Jong-Jin Kim)ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และผู้แทน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ในโอกาสนี้ นายจอง จิน คิม ได้แสดงความยินดีกับ ศ.ดร.นฤมล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ให้ความมั่นใจต่อ FAO ว่าจะสานต่อนโยบายและแนวทางความร่วมมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและได้ผลลัพธ์ตามที่ได้ร่วมหารือกันไว้

สำหรับการหารือครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มุ่งเน้นแผนงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตาม “เป้าหมายที่ดีกว่าเดิม (4 Betters)” ได้แก่ด้านการผลิตที่ดีกว่า (Better production) ด้านโภชนาการที่ดีกว่า (Better nutrition) ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า (Better environment) ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (Better live) ของประชาคมโลก โดยงานสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2567 ได้แก่ งานเฉลิมฉลองวันดินโลก ประจำปี 2567 (The Global Celebration of World Soil Day 2024) ที่ จ.นครราชสีมา และการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024: ISWF) ที่ กทม.ซึ่งเป็นเวทีแรกของโลก ให้ไทยเป็นผู้นำบูรณาการประเด็นหารือด้านดินและน้ำ ซึ่งมีผู้นำระดับรัฐมนตรีเข้าร่วมประมาณ 20 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการประชุมในกรอบเวทีนี้จะนำไปต่อยอดและยกระดับการขับเคลื่อนการจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ FAO ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ FAO อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเชิญ รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมกิจกรรมวันอาหารโลกที่สำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กทม.

‘กรุงไทย-ธนาคารที่ดิน’พร้อมหนุนเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

https://www.naewna.com/local/836969

'กรุงไทย-ธนาคารที่ดิน'พร้อมหนุนเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

‘กรุงไทย-ธนาคารที่ดิน’พร้อมหนุนเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 21.34 น.

“กรุงไทย” พร้อมเป็นพันธมิตร “ธนาคารที่ดิน” ด้านส่งเสริมการออมให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชน พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชนผ่านธนาคารกรุงไทย เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พร้อมด้วย นายสุทธิโรจน์ คำมั่น ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคล และนายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ให้การต้อนรับ นายณพล เพ็ชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารฝ่าย ธนาคารกรุงไทย นางสาวจันทนี พรกรุณาธิกุล ผู้อำนวยการฝ่ายราชการสัมพันธ์ และนายกิตติพงศ์ ทรัพย์สิน หัวหน้าส่วนราชการสัมพันธ์ ฝ่ายราชการสัมพันธ์ 2 ณ ห้องประชุม 901 สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) อาคารเบญจสิริ ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม 

นายกุลพัชร เปิดเผยว่า การหารือวันนี้เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นพันธมิตรร่วมกันของสองหน่วยงาน ในฐานะ “ธนาคารที่ดิน” มีเกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ภายใต้องค์การมหาชน นับว่าเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีความมั่นคง ซึ่งกระจายอยู่ในโครงการ “กระจายการถือครองที่ดินอย่างยั่งยืน” 12 พื้นที่ 8 จังหวัด และอีก 30 พื้นที่ ปีงบประมาณ 2567-2568 ส่วน “ธนาคารกรุงไทย” มีจุดแข็งคือการพัฒนาและยกระดับบริการทางการเงินให้เข้าถึงประชาชนครอบคลุมทุกมิติ เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก 

ด้านนายณพล กล่าวว่า จากภารกิจและพันธกิจ “ธนาคารที่ดิน” ช่วยทำให้เกษตรกร ขยับฐานะทางสังคมขึ้นมาให้มีความมั่งคง “ธนาคารกรุงไทย” จึงพร้อมเข้าไปส่งเสริมด้านการออมให้แก่กลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชน และช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชน ผ่านธนาคารกรุงไทย อีกทางหนึ่งด้วย

นายกุลพัชร กล่าวย้ำว่า “ธนาคารที่ดิน” มุ่งมั่นดำเนินตามพันธกิจ “กระจายการถือครองที่ดินอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิในที่ดินของประชาชน
 
“ธนาคารที่ดิน” ตอบสนองเชิงนโยบาย มีส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ช่วยเหลือความเป็นอยู่ของครัวเรือนที่เปราะบางให้มีรายเพิ่ม ทั้งเพิ่ม GDP ประเทศ แก่นสำคัญที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ นั่นคือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อันจะบรรลุความมุ่งหมายสูงส่ง สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใน ค.ศ.2030 หรือในปี พ.ศ.2573 และก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง มีการพัฒนาที่ครอบคลุม ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตทุก ๆ ด้าน 

ชป.ปรับเพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

https://www.naewna.com/local/836940

ชป.ปรับเพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

ชป.ปรับเพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.03 น.

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ว่า จากอิทธิพลอากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมทั้งภาคกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน โดยที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ เมื่อเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,639 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ +17.07 ม.รทก.เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกในพื้นที่ กรมชลประทาน ได้รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อควบคุมปริมาณน้ำหน้าเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดให้อยู่ในอัตรา 1,400 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 18.00 น.โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ด้วย

‘รองอธิบดีฝนหลวงฯ’เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/836923

'รองอธิบดีฝนหลวงฯ'เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

‘รองอธิบดีฝนหลวงฯ’เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.51 น.

รองอธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 (ASEAN Regional Seminar on Weather Modification 2024) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 22 ตุลาคม 2567

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 เวลา 19.00 น.นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านปฏิบัติการ เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 (ASEAN Regional Seminar on Weather Modification 2024) ณ โรงแรมดีวารี พัทยา พร้อมกล่าวขอบคุณผู้แทนหน่วยงานจากกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ มองโกเลีย ศรีลังกา และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เดินทางมาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ อันเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการดัดแปรสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และสมาชิกศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียนให้มีความรู้ และเกิดทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย จนสามารถร่วมดำเนินโครงการความร่วมมือให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป และส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนา วิจัยและปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ อันเป็นการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และสามารถนำมาปรับใช้กับเทคนิคของแต่ละประเทศได้อย่างเหมาะสม และร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานภายใต้ศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียน โดยจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมด้านการดัดแปรสภาพอากาศ อันเป็นเครื่องมือและกลไกสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และบรรเทามลภาวะทางอากาศในระดับภูมิภาคเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป

นอกจากนี้ ในวันนี้ (22 ต.ค.67) ได้มีการนำคณะเดินทางฯ ไปยังสถานีเรดาห์ฝนหลวงสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อ แบ่งปันและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเทคโนโลยีการตรวจสภาพอากาศ หลังจากนั้นคณะทำงานจะเดินทางกลับยัง กรุงเทพมหานคร อันเป็นการเสร็จสิ้นการประชุมฯ ในครั้งนี้ สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียนในปี 2568 ประเทศอินโดนิเซีย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ซึ่งจะมีการจัดงาน ณ บาหลี ประเทศอินโดนิเซียต่อไป

– 006

บรรเทาน้ำท่วม!!! ‘กรมชลประทาน’เร่งผลักดันน้ำใน’แม่น้ำท่าจีน’

https://www.naewna.com/local/836863

บรรเทาน้ำท่วม!!! 'กรมชลประทาน'เร่งผลักดันน้ำใน'แม่น้ำท่าจีน'

บรรเทาน้ำท่วม!!! ‘กรมชลประทาน’เร่งผลักดันน้ำใน’แม่น้ำท่าจีน’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.25 น.

โครงการชลประทานนครปฐม สำนักงานชลประทานที่ 13 ร่วมกับ สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีน บริเวณสะพานรวมเมฆ ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จำนวน 6 เครื่อง เพื่อช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในเขตจังหวัดนครปฐม แล้วทั้งสิ้น 38 เครื่อง เร่งระบายน้ำด้านปลายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

– 006

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

https://www.naewna.com/local/836841

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ'เจ้าพระยาตอนล่าง'

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.28 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (22-24 ต.ค.67) ข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง วันนี้ – 24 ตุลาคม 2567 พื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

https://www.naewna.com/local/836710

ฉก.พญานาคราชลุยยึด  สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ได้นำกำลังปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออก รวมถึงการซุกซ่อนสินค้าเกษตรเถื่อนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร โดยภายหลังได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ามีการลักลอบขนย้ายซากสุกร ผ่านเส้นทางบ้านป่าหวาย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารจึงเฝ้าติดตาม

จากการซุ่มติดตาม ได้ตรวจพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บม 5088 ศรีสะเกษ ลักลอบบรรทุกซากสุกร (หนังสุกร) 43 กล่อง น้ำหนัก 860 กิโลกรัม ซึ่งผู้ต้องหาได้ทิ้งรถพร้อมของกลางดังกล่าว แล้ววิ่งหนีเข้าป่า ก่อนจะอาศัยความมืดหลบหนีการจับกุมไปได้ ส่วนการตรวจสอบของกลาง พบแหล่งที่มาของซากสุกร มาจากต่างประเทศ และไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22, 31 และ มาตรา 34 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 242 พ.ร.บ. ศุลกากร 2560 จึงได้อายัดซากสุกรเพื่อตรวจสอบและเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

https://www.naewna.com/local/836709

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมการเกษตร Farm Expo 2024จัดขึ้นภายใต้ธีม Revolutionising Farm Business และร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กทม.เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการเกษตรให้เติบโต พร้อมกันอย่างยั่งยืนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สินค้าและบริการจากภาคเกษตรมาจัดแสดงกว่า 14 โซน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.ตู้คีบทุเรียนใหญ่ที่สุดในโลก 2.ตรวจดินฟรี ดินดี ปลูกอะไรก็งอกงาม 3.น้อยหน้าอิสราเอล ลูกละกิโล จองคิวยาวข้ามปี และ 4.อัปสกิลเรียนบินโดรนฟรีกับสถาบันการบินพลเรือน เป็นต้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดมหกรรมการเกษตรหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจและทางวิจัย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ GDP ภาคเกษตร เติบโตตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างแบรนด์สินค้าและใช้นวัตกรรมให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เตรียมแผนทำเกษตรยั่งยืนตามแนวโน้มการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของทั่วโลก ด้วยการนำร่องทดลองปลูกต้นยาง เพื่อเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิต 100,000 ไร่ อีกทั้งเตรียมแผนส่งออกยางพาราที่เข้าหลักเกณฑ์ EUDeforestation Regulation (EUDR) 3.5 ล้านตัน ซึ่งหากทำการรุกตลาดอียูได้ก่อนประเทศผู้ส่งออกยางรายอื่น ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคายางระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันการทำงานให้สำเร็จ และร่วมกันช่วยให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

https://www.naewna.com/local/836712

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีนายกฤต อุตตมะเวทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายเทอดศักดิ์ รัญจวน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ส่วนราชการในสังกัดกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีประเด็นข้อหารือ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.การลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องลดต้นทุนเนื่องจากอาหารเม็ดในปัจจุบันมีราคาสูง จึงต้องการให้มีการลดต้นทุนการผลิต ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยการผลิตอาหารสัตว์ ควรหากลุ่มตัวอย่าง อาจเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงมอบหมายให้เกษตรจังหวัดร่วมกับเกษตรอำเภอ กำกับดูแล เพื่อเป็นตันแบบให้กับกลุ่มอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ จัดทำสูตรอาหารสัตว์ที่ชัดเจนและดำเนินการผลิต และมอบประมงจังหวัดจดทะเบียน หากลุ่มผู้เลี้ยงปลานำอาหารปลาที่ผลิตไปทดลองใช้เป็นกลุ่มต้นแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการมีแผนธุรกิจสินค้าเกษตร

2.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ธาตุอาหารสูง จะมีการพัฒนาสูตรปุ๋ย ตามค่าตรวจของดิน เน้นการลดต้นทุน และคุณภาพสูง โดยให้พัฒนาที่ดินจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ 3.การเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยขอให้จังหวัดจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมรองรับการปลูกปาล์มน้ำมัน ใช้ตลาดนำ โรงงานจะรับซื้อผลผลิต RSPO มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรส่งเสริมต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.นราธิวาสให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 1 และพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 2 มอบการยางแห่งประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลปรับเปลี่ยนจากยางพาราเป็นปาล์มน้ำมันเพื่อให้ได้พื้นที่ตามเป้าหมาย มอบสถานีพัฒนาที่ดินกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมขุดคูยกร่อง เพื่อสนับสนุนการขุดคูให้แก่เกษตรกร ให้ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเป็นแปลงต้นแบบในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO

4.การจ้างอาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ระดับตำบล ส่งเสริมและผลักดันให้มีการจ้างอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ดำเนินการออกแบบแบบรายงานผลให้ครบทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ และนำร่องในพื้นที่ตากใบโมเดล อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/836717

รองปลัดฯประชุม  การปรับปรุงระบบ  ตรวจสอบแม่นยำ  พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น เพื่อพิจารณาแลกเปลี่ยนแนวทาง วิธีการในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการสำรวจตรวจสอบ และยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันภัยพืชผล

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้รูปแบบระบบปฏิบัติการและแนวทางตามที่GISTDA ได้ทำการศึกษาเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในการพิจารณารูปแบบการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สูงขึ้น และมอบหมายให้หน่วยงานส่งผู้แทนที่มีความเชี่ยวชาญทำงานร่วมกับ GISTDA เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำไปศึกษาทดลอง ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มดำเนินงานในพื้นที่นำร่องภาคกลาง พื้นที่ปลูกข้าวนาปีและผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อตรวจสอบความแม่นยำในการยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร และจะเสนอต่อคณะทำงานในครั้งต่อไป