รองปลัดฯให้โอวาทผู้นำเยาวชนเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808604

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังให้โอวาทแก่คณะเยาวชนเกษตรไทย ภายใต้โครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ว่าการฝึกอบรมโครงการเตรียมความพร้อมผู้นำเยาวชนเกษตร เพื่อไปฝึกงานตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาการแลกเปลี่ยนทางการเกษตรของญี่ปุ่น (The Japan AgriculturalExchange Council : JAEC) เป็นกิจกรรมที่สืบเนื่องจากการที่สภาการแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น มีข้อตกลงกับกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันดำเนินโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อคัดเลือกเยาวชนเกษตรเพื่อส่งไปฝึกงานด้านการเกษตรในฟาร์มเกษตรกรญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา11 เดือน

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวแสดงความยินดีกับเยาวชนเกษตรไทย ทั้ง 12 คน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนเยาวชนเกษตรของประเทศไทยปีนี้สำหรับการฝึกอบรมโครงการเตรียมความดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเยาวชนเกษตรในการนำไปปรับใช้ในชีวิตการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยระยะเวลาในการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นการให้ความรู้ภาษาญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้เรียนรู้และเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ฝึกงานกับครอบครัวญี่ปุ่นที่จะต้องไปอยู่ด้วย

ส่วนความรู้ด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็จะช่วยให้เยาวชนทุกคนเข้าใจถึงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น สามารถปฏิบัติตนให้เข้ากับสังคมของชาวญี่ปุ่นอย่างถูกต้อง และช่วยลดปัญหาที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรม รวม ทั้งเป็นการสร้างวินัยในการทำงานเพื่อให้เกิดความเคยชิน ซึ่งเน้นคุณค่าของเวลาและผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ โดยเยาวชนเกษตรที่ผ่านการอบรม สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตการฝึกงานกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแบบอย่างให้แก่เกษตรกรในอนาคต

‘ธรรมนัส’พิจารณา RoadMapความผิด พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน เน้นทำงานเชิงรุก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808611

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 1/2567 โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางปฏิบัติการดำเนินการตาม Road map การพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เสนอ เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการตรวจสอบและแนวทางให้ ส.ป.ก.ส่งมอบให้ ปปง.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมาย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองความผิดเกี่ยวกับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน และคณะทำงานติดตามและรายงานผลความผิดเกี่ยวกับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อช่วยให้การพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ต้องมีการตรวจสอบเชิงรุกอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ และให้มีดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างแท้จริง

‘บุญสิงห์’ร่วมหารือแนวทาง บริหารจัดการสหกรณ์เกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808605

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ จ.ตรัง ที่สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์ฯมีสมาชิก 5,267 คน มีต้นทุนดำเนินงานของสหกรณ์ 453,186,847.87 บาท สหกรณ์มีการรวบรวมการผลิตด้านยางพารามูลค่า 420,856,700 บาท โดยมี นายประวิงนุ่นขาว ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิก โดยช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักสหกรณ์

ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด ดำเนินธุรกิจ 15 ธุรกิจ ประกอบด้วย การให้สินเชื่อ การรับฝากเงินกิจการร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต กิจการจำหน่ายปุ๋ยและวัสดุการเกษตร กิจการการรวบรวมผลผลิตยางพารา กิจการการแปรรูปยางอัดก้อน กิจการโรงรมหนองสามห้อง กิจการโรงรมทอนพลา กิจการโรงรมโคกทรายเหนือ กิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเอสโซ่ กิจการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.กิจการโรงบรรจุก๊าซ LPG กิจการร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น กิจการร้านกาแฟอเมซอน และกิจการส่งเสริมอาชีพและจัดเลี้ยงสัมมนา

บจธ.ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการที่ดินระดับนานาชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808592

บจธ.ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการที่ดินระดับนานาชาติ

บจธ.ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการที่ดินระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.37 น.

บจธ.ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนแนวคิด แนวทางการพัฒนาที่ดิน การบริหารจัดการที่ดินระดับนานาชาติร่วมกับนานาประเทศ อาทิเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย 

4 มิถุนายน 2567  นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. หรือ ธนาคารที่ดิน พร้อมด้วย นายสุทธิโรจน์ คำมั่น ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคล และเจ้าหน้าที่วิจัย บจธ. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านนโยบาย กฎหมาย และระเบียบด้านการบริหารจัดการที่ดินในประเทศภูมิภาคเอเชีย (International Workshop On Politics,Laws and Regulations for Land Management in Asian Countries) 4-6 June 2024 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี  ร่วมกับ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ (Konrad-Adenauer-Stiftung: KAS) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ห้องเดจาวู ชั้น 6 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

กิจกรรมมีเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากต่างประเทศ เกี่ยวกับนโยบาย กฎหมาย และระเบียบด้านการบริหารจัดการที่ดินในประเทศภูมิภาคเอเชีย มีตัวแทนนักวิชาการด้านการบริหารจัดการที่ดินจากประเทศ ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ เวียดนาม ไต้หวัน อินโดนีเซีย และประเทศไทย

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ บจธ. หรือ ธนาคารที่ดิน เปิดเผยว่า บจธ. ในฐานะหน่วยงานภาคีด้านที่ดิน กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. จะได้นำแนวทางการบริหารจัดการที่ดินที่เกิดผลสำเร็จในนานาประเทศมาพัฒนาที่ดินภายใต้ภารกิจ ดังนี้

1.ดำเนินการกระจายถือครองที่ดิน โดยให้เกษตรกรและผู้ยากจนมีส่วนร่วมจัดการที่ดิน 

2.บริหารจัดการทรัพยากรที่ดินรัฐและเอกชน เพื่อให้เกษตรกร ผู้ยากจนเข้าถึงที่ดินทำกิน 

3.บูรณาการข้อมูลที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงที่ดินทำกิน เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการที่ดินของ บจธ. ต่อไป

เกษตรฯขับเคลื่อนงาน ‘เกษตรวิชญา’พัฒนาแหล่งน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808370

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่1/2567 พร้อมด้วย พล.อ.กัมปนาทรุดดิษฐ์ องคมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญาในปี 2566 ในพื้นที่โครงการเกษตรวิชญา 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ได้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ ส่งผลให้ มีสภาพเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมเป็นจุดสาธิตในด้านการบำรุงรักษา อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ 2.พื้นที่ธนาคารอาหารชุมชน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.เชียงใหม่ ได้พัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เป็นธนาคารอาหารชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ส่งผลให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน 3.พื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพื้นที่สูง กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 2 รูปแบบ คือที่ตั้งของศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ศูนย์ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานบูรณาการ และพื้นที่จัดทำแปลงวิจัยพัฒนาและแปลงสาธิตทดสอบด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง เป็นแปลงตัวอย่าง

4.พื้นที่จัดสรรให้เกษตรกรทำกิน พัฒนาศักยภาพพื้นที่ด้านการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกพืช แหล่งน้ำเพียงพอต่อการเกษตร โดยมีเกษตรกรเป็นสมาชิกในโครงการ 58 ราย และได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบ และ 5.การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสถานภาพของดินและอนุรักษ์ทรัพยากรดินในพื้นที่ป่าไม้ของโครงการเกษตรวิชญา โดยกรมพัฒนาที่ดินศึกษาและประเมินศักยภาพทรัพยากรดินที่สำรวจเก็บรวบรวม และศึกษาศักยภาพของทรัพยากรที่อาจนำไปสู่การพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สายพันธุ์จุลินทรีย์ และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดินในพื้นที่ป่าไม้ของโครงการเกษตรวิชญา

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับแผนปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา ปี 2567 โดยเพิ่มโครงการจัดทำฝายชะลอน้ำพื้นที่ต้นน้ำแม่สา สนับสนุนแหล่งน้ำต้นทุนให้คลองแม่ข่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะการจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของโครงการเกษตรวิชญา ตลอดจนเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานในปี 2568

ฉก.พญานาคราชจับ สัตว์น้ำนำเข้าผิดก.ม. ตรวจพบที่ระนอง ยึดได้กว่า500กิโลฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808368

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า ทางหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองตรวจการประมง สำนักงานประมง จ.ระนอง กรมประมง ชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี เข้าจับกุมผู้กระทำผิดสัญชาติเมียนมา 3 ราย ซึ่งร่วมกันลักลอบนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณทะเลอันดามัน จ.ระนอง

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ คงเยี้ยนหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะสุรินทร์ (พังงา) พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ร่วมกับนายพิทยา มณีโชติ นายท้ายเรือกลชายทะเล ส3 สังกัดสำนักงานประมง จ.ระนอง และ สอ.ทวีศักดิ์ ดอนจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ออกปฏิบัติงานปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในพื้นที่ทะเลอันดามัน อ.เมือง จ.ระนอง ได้จับกุมเรือสัญชาติเมียนมา ที่ร่วมกันลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดเรือ 1 ลำ ผู้กระทำความผิด3 คน สัตว์น้ำ รวม 3 รายการ ประกอบด้วย ปลากระเบนคละไซส์น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ปูชนิดต่างๆ คละไซส์ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และปลาเบญจพรรณ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งสิ้นประมาณ 500 กิโลกรัม ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับไว้ดำเนินคดี

ที่ปรึกษาฯติดตามนโยบายสินค้ามูลค่าสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808371

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้า เกษตรมูลค่าสูง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมเกาะสุกร ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

ทั้งนี้ เกาะสุกร มีพื้นที่ปลูกแตงโมประมาณ 310 ไร่ มีเกษตรกร 83 ราย มีการส่งเสริมการผลิตแตงโมผลิตสายพันธุ์เมญ่า โบอิ้ง และวันนา503 ซึ่งเป็นแตงโมเนื้อสีแดง และแตงโมเนื้อสีเหลืองมีปลูกบ้างแต่ไม่มาก เช่น พันธุ์ควีนเลดี้ ไดอาน่า ระยะเวลาการปลูกประมาณ 2 เดือน แต่ละปีจะสามารถปลูกแตงโมได้ 3 รุ่น คือ เดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี แตงโมคันนา/บนโคก,เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี แตงโมชายหาด และเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี แตงโมหลังนา

สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวแตงโม มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 60-70 วัน นับจากวันที่ปลูกโดยพื้นที่คันนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม พื้นที่บนโคกประมาณช่วงเดือนธันวาคม พื้นที่ชายหาดประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม และพื้นที่ในนามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน พื้นที่เกาะสุกรบริเวณที่ปลูกแตงโมจะได้รับไอความเค็มจากน้ำทะเลโดยเกลือโซเดียมจะไปช่วยละลายโพแทสเซียมที่อยู่ในดิน ทำให้พืชเอาดูดเอาไปใช้ได้ดีโพแทสเซียมจะช่วยในเรื่องการสะสมแป้งและลำเลียงน้ำตาลในพืช มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ ช่วงที่มีเทศกาลปล่อยควาย ระยะเวลา 4 เดือน จะได้มูลสัตว์ประมาณ 2,100 กิโลกรัมต่อวัน ทำให้พื้นที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีสารอาหารมากเพียงพอ ทำให้สามารถปลูกแตงโมซ้ำได้ถึงปีละ 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากดินพื้นที่อื่น

ส.ป.ก.ร่วมทำMOUธกส. ขยายสิทธิประโยชน์สินเชื่อฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808375

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขอรับสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับ ธ.ก.ส.โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส.ป.ก.ได้เร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน โดยพิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นโฉนด เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งได้เปลี่ยนเอกสารสิทธิฯ จาก ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมขยายสิทธิการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ โดยแก้ไขระเบียบให้รองรับโฉนดเพื่อการเกษตร ตลอดจนสิทธิและการใช้ประโยชน์เพิ่มเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการใช้โฉนดเพื่อการเกษตรเป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส.

ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินใช้เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นหลักประกันสินเชื่อ ธ.ก.ส.ตามบันทึกข้อตกลงฉบับเดิม (ยังไม่ครอบคลุมถึงโฉนดเพื่อการเกษตร) ประมาณ 350,000 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 130,000 ล้านบาท และจากบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากวงเงินสินเชื่อ ธ.ก.ส.ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60เป็นร้อยละ 80 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินกรมธนารักษ์ โดยเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 1 ล้านแปลง ในปี 2567 คิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 490,000 ล้านบาท

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808331

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.09 น.

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1 – 5 มิถุนายน 2567

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808190

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.33 น.

เกษตรกร จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังเริ่มไถหว่านข้าวนาปี โอดได้รับผลกระทบ หลังน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตุช่วงฤดูการทำนา-เก็บเกี่ยวของทุกปี ทำไมน้ำมันปรับราคาขึ้น วอนรัฐบาลจริงจังและจริงใจแก้น้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทุกสาขาอาชีพ และผู้ประกอบการแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรชาวนา และชาวนาที่มีรถไถนารับจ้างด้วยเช่นเดียวกัน

โดยที่ ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชาวนาในหลายตำบล หมู่บ้าน บางส่วนได้ลงมือไถนาหว่านข้าวไปแล้ว และยังมีที่เหลืออีกหลายราย ทั้งที่มีรถไถนาเป็นของตัวเอง และที่ต้องว่าจ้างเพื่อนบ้านที่มีรถไถนาให้มาไถปรับที่นา เพื่อทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ในปีการผลิต 2567 นี้ และกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ โดยวันนี้ กลุ่มน้ำมันดีเซลที่ จ.บุรีรัมย์ มีราคาขายหน้าปั๊มอยู่ที่ 33.36 บาทต่อลิตร ทำให้ชาวนาที่กำลังไถนาหว่านข้าว ต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมันใส่รถไถนาเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงรถไถนาก็ต้องปรับค่าจ้างไถต่อไร่เพิ่มขึ้นจากห้วงปกติเช่นเดียวกัน

นายสุชิน ตวนกระโทก อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านสะเดา หมู่ที่ 9 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนทำนา 18 ไร่ และได้ว่าจ้างรถไถนาของเพื่อนบ้าน มาไถปรับสภาพพื้นที่นาเพื่อทำการหว่านเพาะปลูกข้าวนาปี และได้รับผลกระทบ โดยในการทำนาแต่ละครั้งก็มีต้นทุนในการทำนา ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าจ้างรถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว และค่าขนบรรทุก แต่ตอนนี้ต้องควักเงินลงทุนไปแล้วกว่า 2 หมื่นบาท จ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว และค่าไถ ซึ่งปีนี้หลังจากน้ำมันมีราคาปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไถนาต้องปรับราคาค่าจ้างขึ้นด้วย จากปีที่ผ่านมาค่าไถเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ 200 บาท แต่พอมาปีนี้ถ้ารถไถขนาดเล็กคิดราคาไร่ละ 230 บาท ถ้ารถไถใหญ่ไร่ละ 250 บาท ซึ่งจำเป็นจะต้องว่าจ้างรถมาไถนา

พร้อมกันนี้ นายสุชิน ยังได้ตั้งข้อสังเกตุด้วยว่า เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมพอถึงช่วงหน้านา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มการเพาะปลูกข้าว และเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต น้ำมันมักจะมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นประจำ จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลได้จริงจัง และจริงใจ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เกษตรกรทำไร่ทำนา

ด้านนายพีรพัฒน์ จงมีเลิศ อายุ 23 ปี บอกว่า วันนี้มาไถนาให้กับญาติ และรับจ้างไถนาให้เพื่อนบ้าน ซึ่งมีที่นาอยู่ติดกันคิดราคาค่าไถต่อไร่ละ 230 บาท จากปีที่ผ่านมาคิดไร่ละ 200 บาท แต่ปีนี้พบว่าน้ำมันเริ่มปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำเป็นจะต้องปรับราคาค่าจ้างเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากรถไถต้องใส่น้ำมันเพิ่มมากขึ้นจากเดิม จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันด้วย เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร