นายกฯเยือนถิ่นเมืองลับแล ติดตามงานพัฒนาแหล่งน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772567

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขื่อนทดน้ำผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายเศรษฐาทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาและมอบนโยบายแนวทางการแก้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายสุริยพลนุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายยุทธนามหานุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 3 (โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก อ.เมืองอุตรดิตถ์, โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์)  นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมให้การต้อนรับ

โดย จ.อุตรดิตถ์ เป็น 1 ในจังหวัด ที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 450,000 ไร่ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำให้กับจังหวัดต่างๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่าง ประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพงหมู่ 7 ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

รองปลัดฯร่วมถก แก้ภัยพิบัติเกษตร เกิดภาวะเอลนีโญ ปัญหาฝุ่นPM2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772560

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 7/2566 ว่าต้องเตรียมแผนการแก้ปัญหาด้านการเกษตรจากผลกระทบของสภาพอากาศแปรปรวน เกิดเอลนีโญ และมีน้ำฝนสำรองพอใช้ รวมถึงเตรียมการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM2.5) ที่เกิดจากภาคการเกษตร ซึ่งที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ พบว่ามีการกักเก็บน้ำเกินเกณฑ์ความจุ 8 แห่ง มีอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังน้ำน้อย 4 แห่ง รวมถึงรับทราบสถานการณ์อุทกภัย ปี 2566

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร ช่วงฤดูแล้ง ปี 2566/67 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางดำเนินงานป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านการเกษตรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและอุทกภัย พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2566/67 เพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้ และตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช ซึ่งส่งผลให้เกิดมลภาวะฝุ่นทางอากาศ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดทำ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน

เทศบาลนครเชียงราย จับมือกองทัพอากาศ จัดกิจกรรมเชิงสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772561

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เทศบาลนครเชียงราย ร่วมหารือกับ พลอากาศโทชัยนาท ผลกิจ รองเสนาธิการทหารอากาศ พร้อมด้วย นาวาอากาศโทปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับการฝูงบิน 416 เชียงราย และคณะทหารอากาศ  ที่โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทั้งนี้ การหารือได้วางกรอบแนวทาง เรื่องการส่งเสริมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ และกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและสิ่งแวดล้อม โดยทางกองทัพอากาศ และเทศบาลนครเชียงราย จะได้ร่วมกันดูแลพื้นที่บางส่วนของฝูงบิน 416 เชียงราย จำนวน 20 ไร่ เพื่อดำเนินการพัฒนาให้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อน ลานกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อขานรับกับ เชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ Chiang rai  Wellness City โดยนายวันชัย จงสุทธานามณีนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงราย ได้ร่วมกับทางกองทัพอากาศ และฝูงบิน 416 เชียงราย ดำเนินการโครงการต่างๆ ที่ดีให้ประชาชนชาวเชียงรายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปลูกผักสวนครัว พื้นที่สร้างสรรค์ให้กับนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 4 สันป่าก่อ ดังนั้นการดำเนินการในพื้นที่ 20 ไร่ จะเป็นสิ่งที่ต่อยอดสิ่งดีๆ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายให้มากที่สุด รวมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่ง กลางเมืองเชียงราย

กรมชลฯเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ภาคใต้ตอนล่างรับมือฝนตกหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772562

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กล่าวว่า 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก จึงกำหนด 6 แนวทางปฏิบัติ ซึ่งจะสอดคล้องกับ 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ในการรับมือ

สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมนั้น จะเป็นจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก ฝั่งตะวันออกในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ บริเวณเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สนามบินนครศรีธรรมราช และพื้นที่โดยรอบ เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง พื้นที่ลุ่มน้ำตาปีตอนบน แหล่งชุมชนในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกและตะวันตก พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตอนบนและตอนล่าง พื้นที่ติดทะเลของสวนส้มโอทับทิมสยามรวม 3,500 ไร่ ใน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ บริเวณเทศบาลตลาดไชยา ที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี ตั้งแต่ อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.พุนพิน และพื้นที่โครงการฝายคลองท่าทอง ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 15 ได้จัดเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำพร้อมเสริมคันดินระยะทาง 900 เมตร ในพื้นที่ ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองบางจากไหลล้นเข้าท่วมสวนส้มโอแล้ว

ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก 3 จังหวัด คือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แม้ไม่มีสถานการณ์ฝนตกหนัก แต่ได้เตรียมความพร้อมจัดกำลังคนเครื่องจักรกลเข้าประจำ 12 จุดเสี่ยง รวมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือประจำการในพื้นที่ที่สำนักงานชลประทานที่ 15 รับผิดชอบทั้งสิ้น 177 เครื่อง

“ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการระบายบริเวณประตูน้ำระบายน้ำ (ปตร.) แม่น้ำสายสำคัญ คลองสายย่อย รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร กำจัดวัชพืชได้กว่า 10,000 ตัน นอกจากนี้ได้ประสานโครงการชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนหากเกิดสถานการณ์ที่บ่งชี้เหตุอุทกภัยล่วงหน้า พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง” ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 14 แห่ง ของกรมชลประทานในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งอยู่ในฝั่งตะวันออก 6 อ่าง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 167 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 70 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 49 ล้าน ลบ.ม.ฝั่งตะวันตก 8 อ่างมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 58.2 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 90 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 5 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ดี ได้บริหารจัดการน้ำตามเกณฑ์กำหนดในฤดูฝนนี้อย่างรัดกุม ไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ รวมถึงบริหารน้ำต้นทุนสำรองเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง

‘อภัย’ประชุมคกก.นโยบาย บริหารจัดการมันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772568

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 2/2566 โดยนายภูมิธรรม
เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีเรื่องสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.สถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง 2.การขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง 3.ผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปี 2564-2567

4.มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้ามันสำปะหลัง ปี 2566/67 และ 5.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.)

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772443

'กรมการค้าภายใน'ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.09 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย และแพร่ ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวานของกลุ่มเกษตรกร ประกอบด้วย จังหวัดสุโขทัย กลุ่มเกษตรกรตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย และจังหวัดแพร่ กลุ่มเกษตรกรอำเภอวังชิ้น

รองอธิบดี เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการจากส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อส้มในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและแพร่ เพื่อกระจายผ่านรถโมบายพาณิชย์ และห้างท้องถิ่นทั่วประเทศตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานภาคเหนือ ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ปริมาณผลผลิตเป้าหมายเบื้องต้น จำนวนกว่า 300 ตัน โดยปัจจุบันผลผลิตส้มในโซนจังหวัดสุโขทัย ออกสู่ตลาดแล้ว ประมาณ ร้อยละ 30  จังหวัดแพร่ออกสู้ตลาดแล้ว ร้อยละ 50 ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 1 โดยผลผลิตจะออกมากขึ้นในช่วงรุ่นที่ 2 และ 3 ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โดย ราคาส้มเขียวหวาน ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เกรดเบอร์ 0 – 000 จังหวัดสุโขทัยและแพร่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ราคา 19 – 20 บาท/กก. เกรด 1 ราคา 15-16 บาท/กก.ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรมีความพอใจ

ทั้งนี้ กรมฯ จะร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและแพร่ ประเมิณสถานการณ์ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และประสานผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมและผู้ส่งออกในส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อผลผลิตตลอดฤดูกาล เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา คาดว่าจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มขายผลผลิตได้ราคาดีตลอดฤดูกาล

– 006

รมช.เกษตรฯเร่งผลักดัน ให้ทั่วโลกได้รู้จักผ้าไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772314

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง จ.กาญจนบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ของพี่น้องเกษตรกรเพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพที่มั่นคง จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบประชาชน” เพื่อบริการความรู้ด้านวิชาการให้แก่พี่น้องเกษตรกรในด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง รวมถึงจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนโครงการในอนาคต โดย จ.กาญจนบุรี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 150 คน ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตต่างๆ ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร 15 หมู่บ้าน อีกด้วย

“การมาเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง ทำให้เห็นถึงศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนที่มีการพัฒนาไปมากขึ้น แสดงถึงองค์ความรู้ภายในกลุ่มที่มีการพัฒนาทั้งในการผลิต พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงด้านการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้การบริหารของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน สู่รูปแบบ SME เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้พี่น้องเกษตรกรสามารถยืนบนขาของตนเองได้” นายไชยา กล่าว

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้เดินทางไปยังด่านชายแดนบ้านพุร้อน เพื่อตรวจราชการตามนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งเร่งด่วน (ตรวจห้องเย็น) 3 แห่ง ไม่พบการกระทำความผิด ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ มีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในการเฝ้าระวัง และตั้งจุดตรวจตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินค้า บริเวณรอยต่อจังหวัดและแนวตะเข็บชายแดน

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

‘ไชยา’ทำโครงการเกษตรฯพบประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772316

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม เปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772312

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต้ 2023 นครศรีธรรมราช กระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจเขตพื้นที่ภาคใต้ (Southern Industrial Fair) ที่ลานอเนกประสงค์ บริเวณตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต การประกอบการ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเชิงพื้นที่ โดยบูรณาการกับกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน รวมถึงการร่วมสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ และสามารถยกระดับภาคอุตสาหกรรม สร้างการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และใกล้เคียง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้มากยิ่งขึ้น โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพิธีเปิด

สำหรับงานอุตสาหกรรมแฟร์เมืองใต้ 2023 เป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่อยากให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ส่งท้ายปีให้แก่ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ เป็นการจัดนิทรรศการแสดงการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย และการบริการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน  การสัมมนาองค์ความรู้ต่างๆ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคมากมาย และสินค้าคุณภาพหลายประเภทกว่า 300 บูธ ในราคาพิเศษ เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย ถึง  3 ธ.ค. เวลา 10.00 – 21.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ ตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

‘อนุชา’เดินหน้านโยบาย เกษตรแปลงใหญ่ช่วยชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772317

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดสัมมนา “การเชื่อมโยงนโยบายเกษตรแบบแปลงใหญ่และศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน สู่นโยบายด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และคณะ เข้าร่วม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ว่าได้ร่วมกันนำนวัตกรรมที่เคยได้ดำเนินการอยู่แล้ว นำมาช่วยเหลือชาวนาให้เข้มแข็ง เร่งขับเคลื่อนการสร้างอาชีพเสริมให้ชาวนา

นอกจากนี้การจะเพิ่ม GDP ภาคเกษตรให้สูงขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาเลี้ยงโคแบบคณิตศาสตร์ ทั้งนี้ แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตรมีสัดส่วนเพียง 7-8% ของ GDP รวมทั้งประเทศ แต่เชื่อมั่นว่ากรมการข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถผลักดันให้ชาวนาหลุดพ้นจากความยากจนได้

สำหรับการขับเคลื่อนงานของกรมการข้าว ได้เร่งดำเนินการดังนี้ 1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ ได้แก่ ส่งเสริมนาแปลงใหญ่ 1,344 แปลง เสริมสร้างศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน 800 ศูนย์ และชาวนาอาสา 2.รับมือภัยธรรมชาติ ได้แก่ การเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าว สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ 3.ประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน ได้แก่ ป้องกันและปราบปรามเมล็ดพันธุ์ข้าวปลอม (สารวัตรข้าว) ตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ควบคุมข้าวเปลือกในพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลของสถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นปัจจุบัน ปราบปรามพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง/พันธุ์ข้าว จากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดชายแดน 4.ยกระดับสินค้าเกษตรเสริมศักยภาพเกษตรกร ได้แก่ การผลักดันสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงส่งเสริมเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร 5.จัดการทรัพยากรทางการเกษตรส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model และ 6.อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ได้แก่ พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ศูนย์บริการชาวนา 60 แห่ง ให้บริการความรู้ด้านข้าว

ด้านนายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า การจัดการสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล ซึ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การมอบนโยบายการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ ด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ 2.การมอบนโยบายในหัวข้อ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบายของกรมการข้าวที่เชื่อมโยงกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” 3.การบรรยายพิเศษในหัวข้อ เรื่อง “การเชื่อมโยงนโยบายด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติของกรมการข้าว” 4.การบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “งานวิจัยกับการเชื่อมโยงนโยบายของกรมการข้าว” และ 5.การชี้แจง “แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานในส่วนของกรมการข้าว”