‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772227

'ธรรมนัส'เดือด! แจ้งความ'เพจดัง' ทำ'ปศุสัตว์-กรมประมง'เสียหาย

‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.04 น.

“ธรรมนัส”มอบที่ปรึกษารมว.กษ.เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อ”เพจดัง”ที่สร้างความเสื่อมเสียให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีเพจเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ที่ลงข้อความทำให้กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้รับความเสียหาย โดยมี นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง ร่วมเป็นพยาน ณ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง โดยในเบื้องต้นทางตำรวจได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เน้นย้ำว่า หากมีเพจหรือบุคคลใดกล่าวหาหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร โดยไม่มีหลักฐาน จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในทุกกรณี ขณะเดียวกันก็พร้อมให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่ามีการกระทำความผิด และสามารถส่งหลักฐานให้กับสำนักงานรัฐมนตรีได้โดยตรง

ด้าน นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าเถื่อนอย่างจริงจัง จนสามารถยกระดับเป็นคดีพิเศษ และร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายไชยา พรหมา) ได้เห็นความสำคัญ จึงได้กำกับและเร่งรัดให้เห็นผลเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม จากที่มีบุคคลที่ให้ร้ายหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จนทำให้มีข้าราชการของกรมปศุสัตว์ที่ตั้งใจปฏิบัติงานเสียขวัญและกำลังใจ ผมในฐานะผู้นำหน่วยงานและได้รับผลกระทบโดยตรง จึงต้องปกป้องตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชา และในอนาคตหากมีการให้ร้ายป้ายสีเกินกว่าเหตุคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้ยกระดับการตรวจสอบสินค้าประมงอย่างข้นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเข้มข้น 100% โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการ Kick off ปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขับเคลื่อนนโยบายการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากร ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

– 006

ไบเออร์เปิดตัว’เอเทียจ’ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771944

ไบเออร์เปิดตัว'เอเทียจ'ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

ไบเออร์เปิดตัว’เอเทียจ’ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.36 น.

นายวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และ พม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เอเทียจ” สารป้องกันกำจัดโรคพืชในนาข้าวให้กับเกษตรกรกว่า 6,000 ราย ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนะนำ “เอเทียจ” ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในการป้องกันกำจัดโรคราในนาข้าว ด้วยคุณสมบัติคุมโรคได้นาน ได้กว้าง ใช้คุมป้องกันและรักษา สูตรน้ำฉีดพ่นได้ง่าย โดยคนหรือโดรน ช่วยให้ข้าวออกพร้อมกัน สุกเสมอรวง ข้าวเต็มทุกเมล็ด เมล็ดสวยใส ไร้โรครา ความชื้นต่ำ ขายได้ราคา

ภายในงานได้จัดบูธแสดงผลิตภัณฑ์ เพื่อแนะนำวิธีการใช้และให้ความรู้ คำปรึกษากับเกษตรกรในการทำนา ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเข้ารับฟังและซักถาม พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง และร่วมปิดตำนาน กับวง “คาราบาว”

– 006

‘ธรรมนัส’เปิดศูนย์ฯพิรุณราช แก้ปัญหา-รับร้องเรียนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771871

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช กระทรวงเกษตรฯ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนิวัฒน์
รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และคณะเข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะหัน หมู่ 6 ต.บางปะหัน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการร่วมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขอรับบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสารและรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยบูรณาการหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ทุกภาคส่วน ทำหน้าที่แปลงนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ เพื่อให้การจัดตั้งและบริหารงานศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร ให้ประสบผลสำเร็จ

สำหรับศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ มีภารกิจหลัก เป็นศูนย์รวมงานบริการของทุกส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่ายโปร่งใส เป็นธรรม และมีความสุข โดยมีเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ คือ 1.เพิ่มการเข้าถึงบริการด้านเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐาน 2.ปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตสินค้าเกษตร 3.สร้างรายได้เพิ่ม 4.เพิ่มโอกาสทางการตลาด ด้วยนวัตกรรม 5.เข้าถึงแหล่งทุน และ 6.การถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยงานบริการของศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ระยะที่ 1 จะเปิดให้บริการ 6 งานสำคัญ ประกอบด้วย 1.งานบริการขอรับการช่วยเหลือสนับสนุน เช่น การทำฝนหลวง การจัดให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร การเข้าถึงที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร การขอรับสิทธิ์กรณีประสบภัยพิบัติทางการเกษตร การฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพ ด้านหนี้สิน เป็นต้น 2.งานบริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ด้านการเกษตร 3.งานบริการรับคำร้อง-ส่งต่อ งานอนุญาต อนุมัติ 4.งานบริการจดทะเบียน จดแจ้ง เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร 5.งานบริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาปัญหาการผลิต การตลาดสินค้าเกษตร และ 6.งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ ช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับศูนย์เกษตรพิรุณราช ประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ทั้งศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ระดับกระทรวง ที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์เครือข่ายระดับกระทรวง, ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชระดับจังหวัด หรือที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัด โดยมีหน่วยงานในสังกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์เครือข่ายระดับจังหวัด และศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชระดับอำเภอ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ 882 อำเภอทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานประมงอำเภอ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ เป็นศูนย์บริการเครือข่ายระดับอำเภอ ส่วนระดับพื้นที่ จะมีเกษตรตำบล อาสาสมัครเกษตร คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ศูนย์เครือข่ายของหน่วยงาน 800,000 ราย ที่พร้อมให้บริการพี่น้องเกษตรกร

รมว.เกษตรฯเร่งพัฒนาแหล่งน้ำภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771868

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งมีความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค สำหรับประชากรและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี โดยปริมาณน้ำต้นทุนต่อปีมาจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่ง 21.537 ล้านลบ.ม. โครงการขนาดเล็ก 1.49 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำสูบกลับบางใหญ่-บางวาด 8.00 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำจากขุมเหมือง 109 แห่ง 21.02 ล้านลบ.ม. และแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน บ่อน้ำตื้น บ่อบาดาล 1,889 แห่ง 27.11 ล้านลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีแผนในการพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงเพิ่มศักยภาพการกักเก็บอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักของแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำทั้งการอุปโภค-บริโภค ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเพื่อเก็บกักน้ำต้นทุนเพิ่มเติมในช่วงฤดูน้ำหลาก สำหรับการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค รวมถึงเพื่อรองรับและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยการเสริมสันอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ติดตั้งบานระบายแบบพับได้ แบบกระบอกไฮดรอลิก สูง 1.00 เมตร ยาว 40.00 เมตร และก่อสร้างอาคารควบคุมการปิด–เปิด บานระบายน้ำแบบพับได้ 4 บาน จะทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้จากเดิม 7.19 ล้านลบ.ม. เป็น 7.79 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างประจำปีงบประมาณ 2566 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 25 และ 2.โครงการแก้มลิงบ้านโคกโตนดพร้อมระบบผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ หมู่ 5 บ้านป่าสัก และหมู่ 5 บ้านโคกโตนด ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคให้ประชาชน

รมว.เกษตรฯติดตาม ปัญหาในพื้นที่พังงา เน้นเกษตรมูลค่าสูง ดำเนินการให้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771870

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้งเรื่องเป้าหมายการยกระดับสินค้าเกษตร ทั้งเรื่องเกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน และการขับเคลื่อนมังคุดทิพย์พังงาสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ภายใต้ BCG Model ฤดูกาลผลิต ปี 2566 และผลการเข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ จ.พังงา ที่ อบต.บางวัน ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา

ทั้งนี้ จ.พังงา มีพื้นที่เกษตรกรรม 1.008 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.66 ของพื้นที่ โดยพื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.80 ใช้สำหรับปลูกไม้ยืนต้น และไม้ผล มีพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มังคุดทิพย์พังงา และทุเรียน ซึ่งภาคการเกษตรถือว่ามีความสำคัญที่ช่วยเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ จ.พังงา ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยดี ซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด หรือ GPP ในปี 2564 มีมูลค่า 48,408 ล้านบาท เป็นมูลค่าในภาคการเกษตร 18,054 ล้านบาท
คิดเป็นร้อยละ 37.30 นอกจากนี้ ยังมีภาคประมงที่สร้างรายได้ ร้อยละ 60 ของสัดส่วน GPP ภาคเกษตร อย่างไรก็ดี จ.พังงา ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาภาคการเกษตรตลอดมา โดยขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้กินดีอยู่ดี

‘ธรรมนัส’จัดสรรที่ส.ป.ก. เดินหน้านโยบายคทช.ที่กระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771632

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) แปลงหมายเลข 601 และแปลงหมายเลข 602 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่าตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกินโดยใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งเอื้อให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านการจัดที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นซึ่งจากคำสั่งของ คสช.ทำให้ส.ป.ก.กระบี่ ได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ 4 พื้นที่ ได้แก่ 1.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1 (2) แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ประกาศ ณ วันที่16 มีนาคม 2561 พื้นที่แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ 20 แปลงเนื้อที่ประมาณ991-2-85 ไร่

2.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเรื่องกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณวันที่ 2 ตุลาคม 2562 แปลงที่ดินหมายเลข 601 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 973 ไร่ 3.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2563 แปลงที่ดินหมายเลข 602 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 683 ไร่ และ 4.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 แปลงที่ดินหมายเลข 603 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 3,617 ไร่ ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีการจัดระบบท่อส่งน้ำความยาวรวม 59.228 กิโลเมตร จากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง เพื่อสนับสนุนน้ำในการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว

จากนั้น รมว.เกษตรฯ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานในพื้นที่โครงการ คทช.แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 976 ไร่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ ส.ป.ก.มีการจัดที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยตามคำสั่งของ คสช.ปัจจุบันส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน โดยมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เข้าทำประโยชน์ในแปลงที่ดินแล้ว 210 ราย

‘ไชยา’เร่งรัดปราบ สินค้าเกษตรเถื่อน แนะการลดต้นทุน จัดหาอาหารสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771636

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงานส่งเสริมประเพณีการแข่งขันเรือ ต.เหล่าปอแดง ประจำปี 2566 ที่สนามแข่งขันหนองสระสาธารณประโยชน์หน้าเทศบาล ต.เหล่าปอแดง ว่าขอชื่นชมคณะทำงาน พร้อมทั้งส่วนราชการต่างๆ ที่ช่วยกันจัดงานในครั้งนี้ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี การผนึกกำลังของหลายหน่วยงานที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงขอให้ช่วยกันสืบสานประเพณีท้องถิ่นต่อไป

จากนั้น นายไชยา ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร บ้านนาจาน ต.บ้านโพนนาแก้ว จ.สกลนคร ซึ่งส่วนใหญ่ทำการปศุสัตว์ (โคและสุกร) จำหน่ายได้ราคาไม่คุ้มทุน ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนหัวอาหารสัตว์มีราคาสูง จึงมอบนโยบายแก้ปัญหา ดังนี้ 1.แก้ปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อน เพื่อให้กลไกการตลาดสินค้ากลับมาเป็นปกติ 2.สนับสนุนให้เกษตรกรหรือสหกรณ์ในพื้นที่ผลิตหัวอาหาร (ข้าวโพดและมันสำปะหลัง) เพื่อจัดจำหน่ายในพื้นที่ ลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ลดการนำเข้าหัวอาหารที่มีราคาแพง 3.มอบหมายกรมปศุสัตว์ ควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ เร่งจำหน่ายออกต่างประกาศ อีกทั้งการนำเข้าแบบผิดกฎหมาย อาจนำไปสู่โรคระบาดสัตว์ที่ควบคุมได้ยาก ทำให้สินค้าในประเทศราคาตกต่ำ และ 4.มอบกรมปศุสัตว์ พัฒนาโรงงานผลิตวัคซีนโรคระบาดสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากลพร้อมส่งจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาจร่วมทุนกับภาคเอกชนในการพัฒนาโรงงานดังกล่าว

ปลัดฯขับเคลื่อนงานส่งเสริมเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771629

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิด “การสัมมนาการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2567 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร” ครบรอบ 56 ปี โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะเข้าร่วม ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี ว่าการขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตรไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสำเร็จ และ 2.ขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ ผนวกกับภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านการนำเสนอในนิทรรศการนั้น มีความสอดคล้องกับนโยบายเป็นอย่างมาก จึงเชื่อมั่นว่ากรมส่งเสริมการเกษตร จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสำเร็จ และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรได้อย่างแน่นอนขณะเดียวกัน ขอชื่นชมความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในการปฏิบัติงาน

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตลอด 56 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการพัฒนา มุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 57 กรมส่งเสริมการเกษตร จะยังคงดำเนินภารกิจอย่างเข้มข้น โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรกลุ่มเกษตรกร สามารถเติบโต เข้าถึงปัจจัยการผลิต และตลาดสินค้าเกษตร ด้วยการใช้งานวิจัย ข้อมูล องค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมบูรณาการ พัฒนาองค์กรให้เกิดความเหมาะสมทั้งในด้าน คน สินค้า และพื้นที่ ก่อเกิดความสุขในด้านรายได้ สร้างความสุขในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพดีสู่ตลาด และพัฒนาไปเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มั่นคงและเติบโตไปพร้อมกัน โดยนำเสนอผ่านนิทรรศการ 5 ภารกิจส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ

รองปลัดฯรุดประชุมคัดเลือก ตำบลต้นแบบเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771630

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงการคัดเลือกตำบลต้นแบบขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ร่วมกับกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบ Zoom Meeting โดย “ผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง”ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสินค้าที่มีศักยภาพสูงมีการรับรองมาตรฐาน และมีตลาดรองรับภายในประเทศหรือต่างประเทศ เป้าหมายตำบลต้นแบบขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 200 ตำบลทั่วประเทศ เกษตรกรมีรายได้ 180,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ภายในปีที่ 4 ของโครงการ พัฒนาสู่ความยั่งยืน ตามแนวทาง BCG Model ต่อไป

‘ธรรมนัส’เปิดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771582

'ธรรมนัส'เปิดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 13

‘ธรรมนัส’เปิดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 13

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“ธรรมนัส”เปิดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 13 มอบหมายกรมประมงส่งเสริมอาชีพชาวเลในชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและคุ้มครองวิถีชีวิตชาวเลอันดามัน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ประธานเปิดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 13 “โอบกอดฉันไว้จนกว่าจะเจอความยุติธรรม” โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม ณ ชุมชนชาวเลแหลมหลา-หินลูกเดียว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลเป็นการรวมตัวกันของพี่น้องชาวเลอันดามันทั้ง 3 ชนเผ่า ประกอบด้วย 1) ชนเผ่ามอแกลน 2) ชนเผ่ามอแกน และ 3) อูรักลาโว้ย ซึ่งกระจายอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล ตามวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานให้คงอยู่ต่อไป พร้อมทั้งเปิดหมุดเขตพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธ์ชาวเลชุมชนหินลูกเดียว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในส่งเสริมสิทธิชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในที่อยู่อาศัยที่ดี ทั้งนี้ รมว.ธรรมนัส ได้มอบหมายกรมประมงในการส่งเสริมอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เพื่อต่อยอดวิถีชีวิตสู่การเพิ่มพูนรายได้ให้แก่พี่น้องกลุ่มชาวพันธุ์ในชุมชนอย่างยั่งยืน

“ในบทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) พร้อมขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการเพื่อการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ทั้งในส่วนของโฉนดที่ดิน ตลอดจนการเข้าถึงสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างทั่วถึง ในด้านการประกอบอาชีพได้มอบหมายกรมประมงในการส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องชาวเล เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตภายในชุมชนอย่างทั่วถึงและเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” รมว.เกษตรฯ กล่าว

– 006