มกอช.ถกรมต.อาเซียน-จีนด้านSPS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769511

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอาเซียน-จีน ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN – China Ministerial Meeting on Sanitary and Phytosanitary (SPS) Cooperation) ภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ASEAN-China MOU on SPS) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ในการประชุมครั้งนี้ จีนมีข้อเสนอริเริ่มความร่วมมือด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์และโรคพืชข้ามแดน และการระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานระหว่างอาเซียนและจีน โดยขอให้ประเทศสมาชิกอาเซียน สนับสนุนการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งไทยเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว เนื่องจากสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของมาตรการ SPS แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน ซึ่ง มกอช.ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานหลัก ด้าน SPS ของไทย จะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมจัดทำท่าทีของอาเซียนในการดำเนินการความร่วมมือ

ที่ผ่านมา มกอช.ได้ผลักดันการดำเนินการด้านเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารมาโดยตลอด โดยเป็นหน่วยงานกลางในการเจรจาผลักดันการเชื่อมต่อระบบ e-SPS กับประเทศคู่ค้ารวมทั้งเป็นหน่วยงานผู้ก่อตั้งและดูแลระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารของไทย(THRASFF) และของอาเซียน(ARASFF) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี2552 ตลอดจนได้จัดทำระบบ QR Traces เพื่อเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย Q Mark ซึ่งการผลักดันความร่วมมือกับอาเซียนและจีนในประเด็นดังกล่าว จะนำไปสู่การยกระดับความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

กรมปศุสัตว์หารือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เร่งหาตลาด-ผลักดันโรงเชือดท่าแซะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769467

กรมปศุสัตว์หารือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เร่งหาตลาด-ผลักดันโรงเชือดท่าแซะ

กรมปศุสัตว์หารือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เร่งหาตลาด-ผลักดันโรงเชือดท่าแซะ

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.50 น.

ที่ปรึกษารมว.เกษตร “บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์”ประชุมอธิบดีกรมปศุสัตว์- เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เร่งหาตลาด – ผลักดันโรงเชือดท่าแซะ

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการโคเนื้อ ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาโดยมีผู้เกี่ยวข้อง อาทินายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมผู้แทนกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อรายย่อยผู้แทนกลุ่มผู้ส่งออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ร่วมหารือ โดยมีการรับฟังข้อมูลปัญหาจากเกษตรกร รวมถึงการชี้แจ้งถึงแนวทางดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งเจรจาหาตลาดรับซื้อ โดยล่าสุด อยู่ระหว่างเจรจากับทางการจีนเพื่อเปิดตลาดรับซื้อโคเนื้อในรูปแบบ Barter Trade รวมถึงจะเจรจากับทางเวียดนามด้วย

นายเชิดชัย วันทา ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโครายย่อยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมากกว่า 1,400,000 ครัวเรือน มีจำนวนโคเนื้อมากกว่า 9,500,000 ตัว โดยตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาโคเนื้อตกต่ำเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยให้สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป เกษตรกรอาจถึงขั้นล้มละลายทั้งประเทศ ซึ่งแนวทางที่เกษตรกรเสนอในที่ประชุม คือ รัฐบาลต้องกำจัดเนื้อเถื่อนอย่างเด็ดขาด พิจารณาขึ้นค่าธรรมเนียมเนื้อที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เร่งให้มีการส่งออกโคเนื้อไปต่างประเทศโดยเร็ว และผลักดันโรงงานแปรรูปโคฮาลาล อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ให้สามารถรับซื้อโคเนื้อจากเกษตรกรเพื่อแปรรูปส่งออก

“การประชุมวันนี้เกษตรกรมีความหวังขึ้นมาระดับหนึ่งเพราะตัวแทนฝ่ายนโยบายและอธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะการหาตลาด ขณะที่ความคืบหน้าในการผลักดันโรงงานแปรรูปโคฮาลาล ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ก็ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุน  โดยล่าสุดได้ออกใบรับรองโรงงานเพื่อการส่งออก (Est) ให้กับโรงงานแล้ว ขณะที่คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า การประชุมครั้งต่อไปจะเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งระบบมาหารือ” ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโครายย่อย ระบุ

เกษตรฉะเชิงเทรา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ ครั้งที่1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769315

เกษตรฉะเชิงเทรา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ ครั้งที่1

เกษตรฉะเชิงเทรา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ ครั้งที่1

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.28 น.

เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ครั้งที่1 ประจำปีงบประมาณ 2567

15 พฤศจิกายน 2566ที่หอประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ครั้งที่1 ประจำปีงบประมาณ 2567 พร้อมทั้งมอบนโยบายด้านการเกษตรแก่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วย นายดนัย ปัญจพิทยากุล เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย เกษตรอำเภอและนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด และระดับอำเภอ รวม 120 คนเข้าร่วม

สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน และเป็นเวทีขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเป้าหมายแนวทางการพัฒนาการเกษตรของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มอบนโยบายด้านการเกษตรแก่เกษตรจังหวัด และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัดและระดับอำเภอให้สามารถดำเนินงานโครงการและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน มุ่งเน้นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดต่อไป.012

รองปลัดฯถกคณะอนุกรรมการ พัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769264

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร ครั้งที่ 10/2566 ผ่านระบบ Zoom Meeting มีเรื่องที่สำคัญ ดังนี้ 1.การดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2567 ภายใต้กรอบงบประมาณจาก สกสว.แผนงานย่อย N17(S2P11): โครงการ “สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่” รุ่นที่ 2

2.ยุติการสนับสนุนทุนการศึกษา โครงการทุนปริญญาเอกเฉลิมพระเกียรติ ทรงครองราชย์ 70 ปี ประจำปี 2564 (นายวันชนะ ปิ่นแก้ว) 3.ชะลอสนับสนุนทุนโครงการขยายผลทุนปริญญาตรีเพื่อพัฒนาเกษตรรุ่นใหม่ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร ปีงบประมาณ 2567 และ 4.ผลการดำเนินงานสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัยเดือนกันยายน 2566

ผู้ช่วยปลัดฯประชุม คกก.บริหารโครงการ ฝึกงานผู้นำเยาวชน ด้านเกษตรในญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769266

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 1/2567 ที่ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยสำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนา การเตรียมความพร้อม และแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ ฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2567 รวมทั้งการจัดกิจกรรมเสริมสร้างการจับคู่ธุรกิจ (Business matching) และการสร้างเครือข่ายระหว่างเยาวชนเกษตรไทยทุกรุ่น กับบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารและเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย

คปก.เห็นชอบแปลงที่ส.ป.ก. ถือครองครบ5ปีเปลี่ยนเป็นโฉนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769260

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 5/2566 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เพื่อยกระดับเป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำคัญ อาทิ 1.การจัดที่ดินยังคงเป็นไปเพื่อประกอบเกษตรกรรมตามศักยภาพของพื้นที่ 2.สามารถเปลี่ยนมือได้ระหว่างเกษตรกรที่มีคุณสมบัติด้วยกันตามที่กฎหมายกำหนด 3.ต้องปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ตามสัดส่วนที่ ส.ป.ก.กำหนด 4.สามารถใช้ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ และ 5.ต้องถือครอง ส.ป.ก.4-01 และทำประโยชน์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไข 1,628,520 ราย เอกสารสิทธิ รวม 2,205,561 ฉบับ เนื้อที่รวม 22,079,407.67 ไร่ โดย ส.ป.ก.จะทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่างๆ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

“ส.ป.ก.จะส่งมอบโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฉบับแรกให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่เกษตรกรได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567 และจะทยอยให้ ส.ป.ก.จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการออกโฉนดให้กับเกษตรกรทุกจังหวัดที่เข้าหลักเกณฑ์ตามลำดับ” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ “โครงการตรวจสอบและดำเนินการกรณีเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินถึงแก่ความตายในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ 2567” วงเงิน 22.5 ล้านบาท เพื่อให้ ส.ป.ก.นำไปใช้จ่ายเพื่อเร่งรัดและติดตามให้ทายาทเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่ถึงแก่ความตายมาแจ้งขอรับสิทธิการจัดที่ดินแทนที่ (รับมรดก) ซึ่งยังไม่มาแสดงตนอีก 171,434 ราย ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ตามมติ คปก.ครั้งที่ 3/2566 ที่เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2566

รวมทั้งมีมติเห็นชอบ “โครงการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกหนี้เงินกู้กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามนโยบายรัฐบาล ระยะเวลา 3 ปี” ตามระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การให้กู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2554 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้ 1.เงินต้นเป็นหนี้คงเหลือทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท 2.สถานะเป็นลูกหนี้ปกติ 3.สามารถขอผ่อนผันการชำระเงินต้นรายงวดและงดเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ของเงินรายงวดที่ครบกำหนดชำระ โดยระยะแรกดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 หลังจากครบระยะแรกจะมีการประเมินผลเพื่อที่จะนำไปสู่การปรับปรุงและดำเนินการระยะ 2 และ 3 ต่อไป โดยมีเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไขโครงการนี้ 17,806 ราย คิดเป็นต้นเงินที่พักชำระหนี้รวม 630 ล้านบาท และเป็นดอกเบี้ยที่งดเว้นรวมปีละ 25.2 ล้านบาท ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าเงื่อนไขสามารถยื่นลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ ส.ป.ก.ทุกจังหวัดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สศก.ชูFarmerONEฐานข้อมูลเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769263

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวถึงการดำเนินงานด้านฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer ONE) เชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมหม่อนไหม โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาให้ฐานข้อมูล Farmer ONE เป็นฐานข้อมูลทางด้านเกษตรกรขนาดใหญ่ของประเทศมีข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนทำกิจกรรมทางการเกษตรด้านต่างๆ ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อีกทั้งสามารถรายงานข้อมูลได้ทั้งระดับครัวเรือน และรายบุคคล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในงานนโยบายต่างๆ

ปัจจุบัน Farmer ONE ได้ขยายระยะเวลาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่อไปถึงปี 2570 เพื่อให้ Farmer ONE เป็นฐานข้อมูลทางด้านเกษตรกรหนึ่งเดียวที่มีความถูกต้อง สมบูรณ์ ครอบคลุม และมีมาตรฐานข้อมูลกลาง (Data Standard) ของข้อมูลบุคคลและข้อมูลสินค้าเกษตรที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกร ตามกรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ Thailand e-Government Interoperability Framework (TH e-GIF) สอดคล้องนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ และ สศก.ยังพัฒนาแพลตฟอร์ม Farmer ONE ในรูปโฉมใหม่ เพื่อให้บริการข้อมูลที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ข้อมูลและระบบฐานข้อมูลของผู้บริหาร บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เกษตรกร นิสิต/นักศึกษา รวมถึงผู้ที่สนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อีกทั้งแพลตฟอร์มใหม่นี้ได้มีการพัฒนาระบบแสดงผลรายงานข้อมูลบน Dashboard ให้น่าสนใจและทันสมัยมากขึ้น

รมว.เกษตรฯพบกลุ่มพีมูฟ แจงผลถกตั้งคกก.แก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768970

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ชุมนุมพบปะกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้วเสร็จ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาตามที่กลุ่มพีมูฟ ได้หารือเพื่อหาข้อสรุป ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ชี้แจงต่อกลุ่มดังกล่าว ว่าได้นำข้อเสนอของกลุ่มพีมูฟ ที่เรียกร้องด้านการจัดการที่ดินทรัพยากร ที่อยู่อาศัย ชาติพันธุ์และสิทธิสถานะ รัฐสวัสดิการ รวมถึการกระจาย
อำนาจ เข้าหารือต่อที่ประชุม ครม.แล้ว พร้อมกันนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไข

‘ไชยา’ถกรมต.อาเซียน-จีน ชูส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768971

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอาเซียน-จีน ครั้งที่ 8 
(The 8th ASEAN – China Ministerial Meeting on Sanitary and Phytosanitary (SPS) Cooperation) ภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช(ASEAN-China MOU on SPS) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นในห้วงการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (AMAF) ครั้งที่ 45

ทั้งนี้ ไทยได้กล่าวสนับสนุนและแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันความร่วมมือด้าน SPS ระหว่างอาเซียนและจีน รวมทั้งความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและการค้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการพัฒนาและใช้งานใบรับรองสุขอนามัย และสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-SPS certificate) การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และระบบ
แจ้งเตือน (Rapid Alert System) เพื่อใช้สนับสนุนด้านความมั่นคงทางอาหารความปลอดภัยอาหาร และอำนวยความสะดวกทางการค้า และขอบคุณจีนที่พัฒนา China-ASEAN SPS Cooperation Website ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลด้าน SPS ของอาเซียนและจีน เป็นประโยชน์ต่อการค้าระหว่างกัน พร้อมกับตระหนักในความสำคัญของการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างอาเซียนและจีน ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าภายในภูมิภาคและเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่น

ขณะที่จีน เน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือแขนงต่างๆ ภายใต้ MOU on SPS เพื่อยกระดับความปลอดภัยอาหารและความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน และมีข้อเสนอริเริ่มความร่วมมือด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์และโรคพืชข้ามแดน และการระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานระหว่างอาเซียนและจีน โดยจีนขอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสนับสนุนการดำเนินการความร่วมมือในด้านดังกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียนและจีน ครั้งที่ 26 และการดำเนินการอื่นๆระหว่างอาเซียน-จีน อาทิ ความก้าวหน้าการเจรจายกระดับกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือระหว่างอาเซียนและจีนที่มีร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยที่ประชุมได้เห็นชอบผลลัพธ์และข้อเสนอแนะจากการประชุมผู้ประสานงานความร่วมมือด้าน SPS อาเซียน-จีน และรับรองแผนปฏิบัติการประจำปี 2567-2568 ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เพื่อรายงานผลลัพธ์ในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2568 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

‘อนุชา’มอบนโยบายกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768968

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานมอบนโยบายกรมพัฒนาที่ดิน โดยมี น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่ากรมพัฒนาที่ดิน ต้องบูรณาการหาแนวทางร่วมกันในการปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน เพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับเกษตรกร ปรับเปลี่ยนบริบทภาคเกษตรเพื่อให้ตอบโจทย์กับประเทศ และมีเป้าหมายเพิ่ม GDP ภาคเกษตรให้สูงขึ้น อีกทั้งต้องขับเคลื่อนการใช้ที่ดินในประเทศให้เต็มศักยภาพ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รวมถึงการสร้างอาชีพเสริม โดยนโยบายเร่งด่วน คือการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มปริมาณผลผลิต ให้พี่น้องเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สำหรับโครงการ “ชัยนาทโมเดล” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จ ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่ดินสู่ฐานการผลิตที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรกว่า 100 ครอบครัว ได้มีอาชีพเลี้ยงโคพื้นเมือง โดยให้องค์ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินทุน ใช้ปัจจัยการผลิตท้องถิ่นและหาช่องทางการตลาด เป็นการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนที่ยั่งยืน เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการผลิตพืชเพียงอย่างเดียว ลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาด อีกทั้งยังทำการผลิตในรูปแบบ BCG Model เพื่อรักษาระบบนิเวศเกษตรด้วย ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดิน จึงต้องมุ่งเน้นกิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนจากพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมไปผลิตพืชอื่นที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นที่ ซึ่งอาจต้องให้มีการทำงานบูรณาการร่วมกับกรมปศุสัตว์ด้วย เป็นการเพิ่มทางเลือกในการปรับเปลี่ยนให้เกษตรกร และเกิดการสร้างรายได้ของเกษตรกรที่ยั่งยืน ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น