‘ธรรมนัส’คุยสมัชชาคนจน รับ10ข้อเรียกร้องเร่งแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768800

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับแกนนำสมัชชาคนจน (สคจ.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาข้อเรียกร้อง ประกอบด้วย 10 กรณีปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ ซึ่งข้อเรียกร้องส่วนใหญ่เป็นเรื่องการฟื้นฟูอาชีพ คุณภาพชีวิต การบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกฯที่อาศัยหรือทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภท การจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนต่างๆ

ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบกับกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนปฏิบัติการ กรอบแนวทางดำเนินการ และระยะเวลาให้ชัดเจนโดยลงพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้แทนสมัชชาคนจนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาผลกระทบและแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น การแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ป่า หรือที่ราชพัสดุ จะมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบคณะกรรมการโดยเร็วซึ่งได้กำหนดกรอบระยะเวลากระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจนขึ้น

“รัฐบาลมีความจริงใจในการเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องสมัชชาคนจนตามข้อเรียกร้องให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มพี่น้องสมัชชาคนจน ยินดีรับฟังทุกปัญหาของพี่น้องเกษตรกร หากการดำเนินการใดที่จะส่งผลกระทบทำให้พี่น้องประชาชน เกษตรกรเดือดร้อนผมจะไม่ทำ” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘ไชยา’รุกหนักปัญหา นำเข้าสินค้าผิดก.ม. จับเนื้อสัตว์73ตัน เสียหายกว่า15ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768797

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามผลการจับกุมสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยมีนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ.และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่ากรมปศุสัตว์ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท ได้มีการจับกุมการลักลอบนำเข้าเนื้อกระบือแช่แข็งจากต่างประเทศ 73 ตันมูลค่าความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการตรวจสอบสถานที่พักสินค้า (ห้องเย็น) และเส้นทางการนำเข้าโดยเฉพาะพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนอย่างเข้มงวด ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเกษตรผิดกฎหมายทะลักออกสู่ตลาด และส่งผลกระทบต่อกลไกตลาดของเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศ รวมถึงป้องกันปัญหาเรื่องโรคระบาดสัตว์ที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมได้สั่งการให้มีการดำเนินคดีต่อไป

‘ธรรมนัส’ศึกษา-พัฒนา Gene Bank ปรับปรุงพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768798

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ (ศขช.) หรือ Gene Bank โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เข้าร่วม ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว

สำหรับศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ (ธนาคารเชื้อพันธุ์ข้าว) เป็นศูนย์วิจัยข้าวแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2524 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น มีหน้าที่ในการพัฒนาและปรับปรุงการผลิตข้าว รวบรวม อนุรักษ์ ทรัพยากรพันธุกรรมข้าวไทย รวบรวมข้อมูลประวัติและลักษณะประจำพันธุ์ข้าว ศึกษา ค้นคว้า และวิจัย ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมข้าว พร้อมให้บริการข้อมูลและเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว อีกทั้งมีการดำเนินงานในการฟื้นฟูเชื้อพันธุ์ข้าว 2,000 เชื้อพันธุ์ต่อปี บริการเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว เชื้อพันธุ์ละ 5 กรัม พ.ศ.2561-2566 ให้บริการ 106 ราย รวม 2,388 เชื้อพันธุ์ ส่งเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวไปฝากเก็บที่ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด ราชอาณาจักรนอร์เวย์ 7 ครั้ง รวม 1,239 เชื้อพันธุ์ ปัจจุบันมีเชื้อพันธุ์ข้าวเก็บรักษาไว้ประมาณ 24,000 เชื้อพันธุ์แบ่งเป็น ข้าวพื้นเมือง 18,000 เชื้อพันธุ์ ข้าวสายพันธุ์ดี 2,000 เชื้อพันธุ์ ข้าวพันธุ์รับรอง 100 เชื้อพันธุ์ ข้าวสายพันธุ์ต่างประเทศ 3,000 เชื้อพันธุ์ และข้าวป่า 1,000 เชื้อพันธุ์ อีกทั้ง Gene Bank แห่งนี้ มีห้องเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว ได้แก่ 1.ห้องอนุรักษ์ระยะสั้น (อุณหภูมิ 15 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 60%) เก็บรักษามาได้ประมาณ 3-5 ปี และ 2.ห้องอนุรักษ์ระยะปานกลาง (อุณหภูมิ 5 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 60%) เก็บรักษาได้ประมาณ 20 ปี

ทั้งนี้ Gene Bank หรือธนาคารเชื้อพันธุ์ เป็นการรักษาและอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรม (Genetic Diversiy) ของพืชหรือสัตว์ ที่มีลักษณะพันธุกรรมที่น่าสนใจ เช่น มีความต้านทานโรคสูง เป็นชนิดพันธุ์ดั้งเดิม รวมทั้งเป็นชนิดพันธุ์ที่กำลังจะสูญหายไป เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต

“Gene Bank เป็นส่วนสำคัญที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี มีความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ข้าว แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่เก่าแก่ และมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ดี การพัฒนาการผลิต ทั้งด้านงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านการส่งออก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศูนย์แห่งนี้ให้มีความทันสมัย สามารถปฏิบัติการได้เต็มศักยภาพ จะส่งผลให้ได้พันธุ์ที่มีผลผลิตสูง เพิ่มรายได้ให้ชาวนาต่อไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

กรมพัฒนาฯจัดเฉลิมฉลองวันดินโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768799

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ เช่น โครงการพระราชดำริที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จด้านการพัฒนาที่ดินคือ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา” โดยแก้ปัญหาดินทรายให้เป็นดินดี มีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ พระองค์ทรงมีพระราชดำริต่อยอดความสำเร็จให้ศูนย์ฯ เป็นแหล่งรวบรวมการศึกษาเพื่อการเกษตรกรรม

นายปราโมทย์กล่าวต่อว่า ด้วยพระวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ส่งผลทำให้สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้มีมติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์เพื่อมนุษยธรรม” และองค์การสหประชาชาติได้ประกาศพระเกียรติคุณ ให้การรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพเป็นวันดินโลก (World Soil Day) เพื่อเป็นวันรณรงค์ให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน

“ในปี 2566 กรมพัฒนาที่ดิน ได้เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลกปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “Soil and Water: a source of life” ดินดี น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิต ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร นิทรรศการจากพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติ “ดินดี น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิต” นิทรรศการมีชีวิต สาธิตการบริหารจัดการดินและน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ จึงเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมงานวันดินโลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้คุณค่าของทรัพยากรดินและน้ำ” นายปราโมทย์ กล่าว

‘ไชยา’ชูผ้าไหมแพรวาบ้านโพน Soft Power ดันสู่ตลาดโลก สร้างรายได้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768817

'ไชยา'ชูผ้าไหมแพรวาบ้านโพน Soft Power ดันสู่ตลาดโลก สร้างรายได้ชุมชน

‘ไชยา’ชูผ้าไหมแพรวาบ้านโพน Soft Power ดันสู่ตลาดโลก สร้างรายได้ชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.30 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวา บ้านโพน หรือ ศูนย์วิจิตรแพรวาบ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย คณะผูบริการกระทรวงเกษตรฯ โดยมี นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ราชการส่วนภูมิภาค ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นายไชยา กล่าวว่า ได้มอบนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลให้กรมหม่อนไหมนำไปผลักดัน ส่งเสริม และสนับสนุนการผลิตผ้าไหมแพรวาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อยกระดับผ้าไหมแพรวาบ้านโพน เป็น Soft Power ที่เกิดจากภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงคิดค้นลายผ้าเพิ่มเติมให้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภคในทุกระดับในราคาที่เข้าถึงและจับต้องได้ ซึ่งปี 2565 อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกแบบลายผ้าไหมแพรวา ชื่อว่า ลายพันมหาพัน ให้เป็นลายประจำอำเภอคำม่วง ประเมินมูลค่าเบื้องต้น 5 แสนบาท

ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้กรมหม่อนไหมสนับสนุนการดึงศักยภาพผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ผ้าไหมแพรวา ออกสู่ตลาดโลก และเพิ่มช่องทางจำหน่าย โดยการร่วมมือกับจังหวัดต่าง ๆ คัดเลือกลายผ้าที่มีความโดดเด่นมาส่งเสริมการขาย และผลักดันให้ผ้าไทยเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์แบรนด์เนม หรือออกสู่เวทีโลก สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหม รวมถึงสร้างรายได้เข้าประเทศด้วย

นอกจากนี้ นายไชยา ได้ร่วมสาธิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทอผ้า การสางไหม การย้อมสีไหมด้วยวัสดุธรรมชาติในพื้นที่ และเยี่ยมชมคูหาจัดแสดงสินค้า GI อาทิ ผ้าไหมแพรวาของกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าไหมแพรวา บ้านหนองแก่นทราย ร้านผ้าไหมแพรวาแม่ประคอง กาฬสินธุ์  สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโคกหลัก 7 และชิมพุทรานมแก้วบ้านโพน สินค้า GI จากร้านสวนคูณคอง รวมถึงเยี่ยมชมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม สื่อกิจกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมแพรวาแบบประยุกต์ ซึ่งให้เด็กนักเรียนร่วมสร้างสรรค์ลายผ้าไหมโดยคงอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นไว้แต่มีความร่วมสมัยมากขึ้น

จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเกษตรกรและผู้ประกอบการหม่อนไหมในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 2,156 ราย (ปลูกหม่อน 252 ราย เลี้ยงไหมหัตถกรรม 345 ราย เลี้ยงไหมอุตสาหกรรม 40 ราย ทอผ้า 1,500 ราย และร้านค้าผ้าไหม 19 ราย) มีกลุ่มวิสาหกิจหม่อนไหม 162 กลุ่ม เกษตรกรอัจฉริยะ 637 ราย (เกษตรกรอัจริยะต้นแบบ (SFM) 252 ราย เกษตรกรอัจริยะที่มีอยู่เดิม (ESF) 345 ราย เกษตรกรที่กำลังพัฒนาเป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (DSF) 40 ราย ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมจัดทำแนวทางขับเคลื่อนงานหม่อนไหมในพื้นที่ โดยเร่งฟื้นฟู สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหม่อนไหม ด้วยการยกระดับผลผลิต ลดต้นทุน เน้นเพิ่มมูลค่าสินค้าให้รองรับตลาด BCG รวมถึงจัดหาตลาดให้เกษตรกร และจัดหาแหล่งน้ำให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหม่อนไหม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมให้ได้คุณภาพมาตรฐานอีกด้วย

– 006

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ ตรวจสถานการณ์น้ำ หนุนทำทุกกิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768280

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำ หนุนทำทุกกิจกรรม ยันมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทานที่ผ่านมาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณเกินร้อยละ 80 ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่มอก เขื่อนห้วยหลวงเขื่อนน้ำอูน เขื่อนน้ำพุง เขื่อนจุฬาภรณ์เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนสิรินธรเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนขุนด่านปราการชลเขื่อนประแสร์ และเขื่อนนฤบดินทรจินดา ซึ่งกรมชลประทาน มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการและควบคุมสถานการณ์ได้สามารถสนับสนุนทุกกิจกรรมช่วงฤดูแล้งสำหรับอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ก็มีการติดตามและวางแผนการบริหารจัดการในช่วงฤดูแล้ง มั่นใจไม่กระทบการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศอย่างแน่นอน นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี-มูล และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า จากปริมาณน้ำที่มีอยู่มีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากมีฝนตกจำนวนมาก ทำให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสในการทำนาปรังในพื้นที่เขตชลประทาน อย่างไรก็ดี พื้นที่ทำนาปรังดังกล่าว จะต้องผ่านคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ที่มีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นฝ่ายเลขานุการ หากมีมติเห็นชอบ กระทรวงเกษตรฯ จะนำเข้าคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต่อไป

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค. ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768283

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค.  ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค. ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขับเคลื่อน : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ก ให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชน และเจาะตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้สามารถทำกำไรได้ดี

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรม ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่าปัจจุบันการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมมีอุปสรรคจากการเกิดโรคระบาดในวัว (ลัมปี สกิน) ต้นทุนอาหารสูง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขาดทุนจึงเลิกกิจการ ส่งผลให้น้ำนมดิบมีปริมาณลดลง และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 อ.ส.ค.ได้ปรับราคาซื้อน้ำนมดิบ ณ โรงงาน เพิ่มขึ้น 2.25 บาท/กิโลกรัม เป็น 22.75 บาท/กิโลกรัม เพื่อบรรเทาปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีเงินทุนเพิ่มขึ้น
รวมถึงผลักดันให้ อ.ส.ค.ผลิตน้ำนมแปรรูปในเชิงพาณิชย์

นายไชยา กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.(นมไทย-เดนมาร์ก) มีเครื่องจักรและกระบวนการผลิตที่ดี อันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นผลิตภัณฑ์นมที่คนไทยเลือกซื้ออันดับ 1 ซึ่งสามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ จึงมอบนโยบายให้ อ.ส.ค.วางแผนส่งเสริมกิจการโคนมแบบนักธุรกิจในปี 2567 เพื่อให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชน รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากการจัดทำแบรนด์สินค้าเจาะตลาดระดับบน เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง สามารถทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.ส.ค.มีต้นทุนจากแหล่งน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ ทำให้มีจุดขายสินค้าที่คุณค่าทางอาหารมากกว่าผู้ประกอบการที่ผลิตจากน้ำนมแปรรูปจากนมผง และผันตัวไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่นรับช่วงต่อในการจำหน่ายนมโรงเรียนแทน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวฟาร์มโคนมและผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขอให้แก้ไขปัญหาต้นทุนอาหารสำหรับโคนมมีราคาสูง รวมถึงต้องการจำหน่ายน้ำนมดิบในราคาตามกลไกตลาด เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถมีรายได้

จากนั้น นายไชยา ได้เยี่ยมชมการบริหารฟาร์มโคนมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ที่ประทีปฟาร์ม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อนำหลักคิดแบบเอกชนไปปรับใช้กับเกษตรกรโคนมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อ.ส.ค.โดยประทีปฟาร์มมีการจัดการดูแลผลผลิตจากโคนมทั้งระบบแบบลดการเกิดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) และสามารถสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ แม่วัวปลดระวาง สามารถเป็นเนื้อที่แทรกไขมันอย่างดี มูลวัวนำมาแยกกากจัดทำเป็นปุ๋ย เป็นต้น ซึ่งโคนมแต่ละตัวได้ให้อาหารหยาบคุณภาพดี และมีหลักคิดในการปูพื้นยางรองรับน้ำหนักให้โคนมมีสุขภาพดี ส่งผลให้สามารถผลิตน้ำนมได้วันละ 16 กิโลกรัม/ตัว/วัน ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่ อ.ส.ค.กำหนดไว้ที่ 12 กิโลกรัม/ตัว/วัน

“เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงเล็งเห็นว่าจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคง จึงขอฝากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมช่วยกันส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมให้มากขึ้น” นายไชยา กล่าว

รมว.เกษตรฯรุดหารือรมช.เกษตรจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768282

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับนายเติ้ง เซี่ยวกัง (H.E.Mr.DengXiaogang) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีน(Ministry of Agriculture and Rural Affairs : MARA) และคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรของไทยและจีน พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรเชิงนโยบาย ผลักดันการค้า การลงทุนสินค้าเกษตรและอาหารไทย-จีนให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ เข้าร่วม ว่าไทยกับจีน ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 1 ของไทย มูลค่าการส่งออกของสินค้าเกษตร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 222,540 ล้านบาท เป็น 249,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.22

“นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เหมาะสม ผ่านกลไกความร่วมมือทวิภาคีของกระทรวงเกษตรฯไทยและจีน โดยกระทรวงเกษตรฯจีน จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-จีน ครั้งที่ 13 ในปี 2567 โดยประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายสนใจ คือการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร การพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และขยายการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างกัน ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการเกษตร (กรอ.กษ.) จะมีส่วนสำคัญในสนับสนุนการขยายการค้าการลงทุนด้านการเกษตรดังกล่าวรวมไปถึงการยกระดับความร่วมมือพหุภาคี ภายใต้กรอบอาเซียนบวกสาม (จีน-ญี่ปุ่น-สาธารณรัฐเกาหลี)

รองปลัดฯถกอนุกรรมการ จัด‘มหกรรมพืชสวนโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768281

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134)

ทั้งนี้ ในที่ประชุมติดตามพิจารณาประเด็นที่สำคัญ ดังนี้ 1.การพิจารณาเห็นชอบการปรับแผนงานและงบประมาณ ภายใต้แผนงานที่ 3 การจัดตกแต่งภูมิสถาปัตยกรรมงานสาธารณูปโภคและงานอาคาร2. การพิจารณาเห็นชอบงบประมาณกิจกรรมภายใต้แผนงานที่ 4 การบริหารจัดการประชาสัมพันธ์และกิจกรรม และ 3.การตั้งของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768241

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.24 น.

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’ มอบกรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่

9 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก โดยมี ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า โครงดารดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอตรอน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก และเพื่อเป็นการพัฒนาระบบชลประทาน ประมาณ 481,400 ไร่ (พัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนที่มีศักยภาพให้เป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 304,000 ไร่ และส่งน้ำสนับสนุนและปรับเปลี่ยนระบบส่งน้ำจากเดิมโดยการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เป็นระบบส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงประมาณ 134,800ไร่ และพื้นที่โครงการชลประทานน้ำริด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 42,600 ไร่)

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพง หมู่ 7 ตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก รวมพื้นที่กว่า 481,400 ไร่

“วันนี้ตั้งใจมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และได้มอบหมายกรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วน ปัญหาใดที่สามารถแก้ไขได้ให้ทำทันที ปัญหาไหนที่ยังทำไม่ได้ จะต้องกลับไปศึกษาและหาแนวทางแก้ไข รวมถึงให้บรรจุแผนดำเนินการในปีงบประมาณต่อไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ และระบบระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับลุ่มน้ำน่าน เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ได้มีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตร อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 447,618 ไร่ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 6,102 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ