กรมพัฒนาฯเสริมสร้างทรัพยากรดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768084

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการการประเมินสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยศึกษาลักษณะและสมบัติบางประการของดิน รวมถึงประเมินสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่ปลูกพืชอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อให้ได้ฐานข้อมูลทรัพยากรดินและแนวทางการจัดการดินในพื้นที่ปลูกพืชบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(พืช GI) รายชนิดพืช ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีและบ่งชี้สถานะของดินที่มีการปลูกพืชให้มีคุณภาพดี อีกทั้งนำไปใช้เป็นคำแนะนำการจัดการดินในพื้นที่ปลูกพืช GI เพื่อให้เกษตรกร เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรดินในบริเวณที่มีลักษณะโดดเด่น เพื่อผลักดัน เสริมสร้าง และคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พืชท้องถิ่น และพืชเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังสนับสนุนในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุตามเป้าหมายระดับแผนแม่บทย่อย : สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ในการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกพืช GI การสนับสนุนฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (พืช GI) ให้ได้มาตรฐานเพื่อคุ้มครองทรัพยากรดินที่เหมาะสมสำหรับพืช GI โดยจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ (พืช GI) ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ แผนที่ชุดดิน แผนที่สภาพการใช้ที่ดิน ความเหมาะสมของที่ดิน ในขอบเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GI ของประเทศไทย 48 ชนิด

“ฐานข้อมูลสารสนเทศพืชบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พืช GI) และสถานการณ์ของทรัพยากรดินในพื้นที่เพาะปลูกพืช GI ถูกนำมาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพที่ดินทั้งระดับความต้องการปัจจัยของพืช GI และสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืช GI ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม ใช้จัดทำเขตการใช้ที่ดินสำหรับพืช GI ในการขยายพื้นที่เพาะปลูก”นายอนุชา กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการจัดทำศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเป็นศูนย์บริการเกษตรกร (Service Mind for Farmer Smile Center) ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไปสามารถขอรับบริการต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านเกษตร ตลอดจนรับเรื่องร้องเรียน และปัญหาด้านการเกษตร ผ่านระบบ
แอปพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความรวดยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักกฎหมาย สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม 134กระทรวงเกษตรฯ

‘ไชยา’เข้าร่วม งานTCAC2023 การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768085

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ประจำปี 2566 (Thailand Climate Action Conference : TCAC 2023)ภายใต้แนวคิด “สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน” จัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานฯและปาฐกถาพิเศษ

ขณะที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ตลอดจน น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้วเลขานุการ รมช.เกษตรฯ น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายจิตติศักดิ์ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน เข้าร่วม

‘อนุชา’มอบนโยบายมกอช. มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768087

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีและกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 21 ปี วันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช.พร้อมคณะ และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีฯที่ มกอช.

นายอนุชากล่าวว่า มกอช.มีภารกิจเป็นหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยกำหนด ตรวจสอบรับรอง ควบคุม และส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตร ตั้งแต่ระดับไร่นาจนถึงผู้บริโภค ตลอดจนการเจรจาระหว่างประเทศในการกำหนดมาตรฐาน และแก้ปัญหาทางการค้าเชิงเทคนิค เพื่อปรับปรุงและยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเพื่อให้มีคุณภาพและความปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล รวมถึงสามารถแข่งขันในเวทีโลก ดังนั้น งานด้านมาตรฐาน จึงเป็นอีกหนึ่งงานที่จะช่วยในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลว่าด้วย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้เกษตรกร” เมื่อเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้นเช่นกัน

“สำหรับภารกิจและการดำเนินงานของมกอช.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีอยู่แล้ว แต่จะต้องเพิ่มการสร้างการรับรู้ด้านมาตรฐาน ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน อย่างไรก็ดี ก้าวต่อไปของ มกอช.ต้องพิจารณาว่ามีสินค้าเกษตรชนิดใดอีกบ้างที่สามารถเพิ่มตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องลงมาสนับสนุนและให้ความสนใจในเรื่องนี้โดยสร้างอาชีพเสริมให้เกษตรกรชาวนาได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพิ่มมูลค่าทางผลผลิต และมีกำไรเพิ่มขึ้น ไม่ว่าพืชชนิดใด แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับรายได้หลักและถือเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ จึงได้ต้องมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างมูลค่า ปรับเปลี่ยนแนวคิดด้านการเกษตรนำไปสู่มิติใหม่ในการสร้างตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรให้สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ มกอช.มีผลงานสำคัญที่ผ่านมาที่เป็นประจักษ์ในหลายด้าน ได้แก่ การประสบความสำเร็จในการเจรจาส่งออกผลมังคุดสดไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องอบไอน้ำ ซึ่งส่งผลช่วยลดต้นทุนการผลิตและการส่งออกมังคุดของไทย ช่วยคงความสดใหม่และไม่สร้างความเสียหายให้กับผลมังคุดสด อีกทั้งช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษาของมังคุด อีกทั้งยังถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าตลาดส่งออกให้กับมังคุดของไทย นอกจากนี้ ยังเปิดตลาดเนื้อเป็ดปรุงสุกจากไทยไปออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเด็นการหารือภายใต้กรอบการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญ ด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร (SPS Expert Group) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย–ออสเตรเลีย ช่วยผู้ประกอบการไทยให้สามารถที่จะส่งออกสินค้าประเภทเนื้อเป็ดปรุงสุกไปออสเตรเลียได้ ผู้บริโภคออสเตรเลีย มีทางเลือกในการเลือกซื้อและบริโภคสินค้าเนื้อเป็ดปรุงสุก

เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช บริการครบจบทุกด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768088

เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช  บริการครบจบทุกด้านเกษตร

เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช บริการครบจบทุกด้านเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัว : นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือการจัดทำศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช เพื่อเป็นศูนย์บริการเกษตรกร ผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถขอรับบริการต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านเกษตร ตลอดจนรับเรื่องร้องเรียน และปัญหาด้านการเกษตร

“เลขาฯกกต.” พร้อมทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ จะกี่ครั้งขึ้นกับรัฐบาล ไม่ติดเงื่อนไขทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต้องดูความพร้อม

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการศึกษาเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุม โดยจะประชุม 1-2 วันนี้และจะมีความคืบหน้า เพราะเราจะหารือโดยละเอียด ทั้งในส่วนเรื่องของงบประมาณ อัตราการขึ้นเงินเดือนว่าจะเป็นเท่าไร ส่วนจะทันรอบการให้ข้าราชการเลือกรับเงินเดือนเป็น 2 งวด ในช่วงต้นปี’67 หรือไม่นั้น ตนขอรอฟังข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนแล้วจึงจะมีบทสรุปออกมา และค่อยเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นมีการประเมินหรือไม่ หากเพิ่มเงินเดือนข้าราชการจะใช้งบประมาณเท่าไรนายปานปรีย์กล่าวว่า ยัง ขอฟังรายละเอียดก่อน ส่วนที่มีนักวิชาการเสนอให้ปรับเป็นระยะ โดยเริ่มจากข้าราชการชั้นผู้น้อยก่อนนั้น ตนขอฟังรายละเอียดก่อน เพราะต้องดูเรื่องของงบประมาณด้วย เนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณออกมาล่าช้าพอสมควร เบื้องต้นอาจต้องใช้งบประมาณของปีหน้า จึงขอว่าอย่าเพิ่งฟันธง ให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนและจะนำมาแจ้งให้ทราบ เมื่อถามย้ำว่า ในการประชุมวันที่ 10 พ.ย. จะได้บทสรุปเลยหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า รอฟังก่อน ขอให้ใจเย็นๆ

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768062

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.58 น.

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินพระราชทาน ให้กรมการข้าว น้อมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลระแหง อำเภอเมือง จังหวัดตาก​ 

ในการนีันายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน​ พร้อมด้วย​ ผู้บริหารกรมการข้าว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา นำไปถวายแด่พระครูเมธีวรคุณ เจ้าอาวาสวัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767982

'ธรรมนัส'สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.06 น.

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี ขับเคลื่อนนโยบายตามเป้าหมาย แก้ปัญหาภาคเกษตรครอบคลุมทั้งประเทศ พร้อมเคลียร์ใจกลางที่ประชุมไม่เคยมีความขัดแย้งระหว่าง รมต.
 

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมประชุม 

โดยร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การประชุมผู้บริหารระดับสูงในวันนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย โครงการ และภารกิจสำคัญตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีมีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์น้ำ การแก้ปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัย การเพิ่มปริมาณน้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทานที่เป็นเรื่องสืบเนื่องจากข้อสั่งการ รวมทั้งแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งผลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตลอดจนพิจารณาโครงการสำคัญในระยะสั้น (Quick Win) ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้สรุปผลการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นผลงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรอบ 100 วัน  และจะมีกำหนดการแถลงผลงานฯ ดังกล่าวในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตร ฯ ร.อ.ธรรมนัส  ได้มีการชี้แจงต่อผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ต่อกรณีข่าวว่ามีความขัดแย้งในเรื่องการบริหารงานในส่วนของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตร ฯ โดยเฉพาะนายไชยา  พรมมา โดยยืนยันต่อข้าราชการว่ารัฐมนตรีไม่ได้มีการขัดแย้งการทำงานตามที่เป็นข่าว  ซึ่ง นายไชยยา ที่นั่งในที่ประชุมอยู่ด้วยก็นั่งเงียบ ไม่มีการพูดใดๆ  ในที่ประชุม —017

กรมพัฒนาฯใช้AIChatbotน้องดินดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767878

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า เพื่อเป็นการให้บริการในยุคดิจิทัล จึงได้นำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบคำถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ด้วยระบบอัตโนมัติผ่าน Application Line เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินทำการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการต่างๆ สื่อความรู้ บทความวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน สามารถพิมพ์ตอบโต้ สอบถามข้อมูล หรือคลิกที่กล่องเมนูในระบบน้องดินดี อาทิ เมนูเช็คอิน สอบถามข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดินและแหล่งน้ำใกล้เคียง เมนูบริการของเรา ขอรับบริการผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น จุลินทรีย์ พด. พืชปุ๋ยสด และวัสดุทางการเกษตร เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีสมาชิกน้องดินดี เกือบ 2 หมื่นราย ตอบคำถามและข้อความสนทนาโต้ตอบกว่า 3 แสนข้อความ ซึ่งพัฒนาให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านระบบ EASY Service เพื่อรองรับการรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยไม่ต้องจดจำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านหลายชุดทำให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา และจะยังพัฒนาระบบการใช้งานให้สามารถบริการในด้านอื่นๆ เพื่อให้เกษตรและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน หากสนใจใช้บริการ AI Chatbot“น้องดินดี” สามารถเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชั่นไลน์ ค้นหา ด้วย ID : @dindee เพียงเท่านี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถหาข้อมูล ความรู้ต่างๆ จากกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่การเกษตร “แค่คลิกดู ก็รู้เรื่องดินได้ ไม่ยากเลย” ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ldd.go.th หรือ Call center 1760

รมว.เกษตรฯรับฟัง กลุ่มสมัชชาคนจน ชงครม.หาแนวทาง แก้ปัญหาเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767876

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของกลุ่มสมัชชาคนจน ที่ชุมนุมปักหลักเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน อยู่ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนลูกหลวง กทม.ภายหลังจากการรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องของกลุ่มสมัชชาคนจน พบว่าข้อเรียกร้องของสมัชชาประเด็นหลักคือปัญหาที่ดิน ทั้งที่ดินสาธารณะ ปัญหาของป่าไม้ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าจะเร่งรัดนำปัญหาเร่งด่วนที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องไปสู่การแก้ไข และหาวิธีและแนวทางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับสมัชชาคนจนให้เร็วที่สุด

“จากข้อสรุปที่ได้เจรจากับแกนนำครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอเป็นกรอบทั้งหมด 6 ข้อ ซึ่งบางเรื่องรัฐบาลชุดเก่าได้ดำเนินการไปเกือบเรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องใดที่สามารถดำเนินการต่อได้ ก็จะเสียบปลั๊กเดินหน้าทำงานต่อทันที อย่างไรก็ดี เรื่องใดที่ยังไม่จบและเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกัน จะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โดยจะนำกรอบทั้งหมด 6 ข้อ ที่ได้เจรจากัน รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ เรื่องใดที่เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯ ผมพร้อมจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องใดที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นๆ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะเป็นผู้มอบหมายต่อไป ยืนยันจะทำงานให้เร็วที่สุด เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องปล่อยรอไม่ได้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน” รมว.ธรรมนัส กล่าว

รองปลัดฯร่วมวงถก ด้านเกษตร-ป่าไม้อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767879

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ ให้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานภายใต้แผนความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ปี ค.ศ.2016-2025 ในการสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงอาหาร การบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน การลดผลกระทบและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพพืชและสัตว์ และการควบคุมโรค เพิ่มผลผลิต คุณภาพและการเข้าถึงตลาดของสินค้าเกษตร ซึ่งประเทศไทยผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามร่วมกันสนับสนุนการจัดตั้ง AFSIS ให้เป็นกลไกที่มีความยั่งยืน (Sustainable Mechanism) ในการให้ข้อมูลด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

นอกจากนี้ ประเทศไทยขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่สนับสนุนอาเซียนในการดำเนินการด้านการประมงในหลายกิจกรรมผ่านกรอบความร่วมมือ ASEAN – SEAFDEC ด้วยดีเสมอมา และหวังว่าญี่ปุ่นจะยังคงสนับสนุนประเทศสมาชิก ASEAN – SEAFDEC ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อการประมงที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป

กรมชลฯสร้างการมีส่วนร่วม ตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้น้ำ6.3หมื่นกลุ่มปี’69

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767877

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการน้ำชลประทานระดับพื้นที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี พ.ศ.2561-2580 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 โดยสามารถจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐานแล้ว 52,678 กลุ่ม รับผิดชอบพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 20.3 ล้านไร่ และสามารถตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานได้แล้ว 2,995 กลุ่มรับผิดชอบพื้นที่ชลประทานรวม เป็น 16.1 ล้านไร่ นอกจากนี้ยังสามารถจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานได้แล้ว 391 คณะ รับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน16.0 ล้านไร่ทั่วประเทศ รวมทั้งยังสามารถแต่งตั้งอาสาสมัครชลประทานแล้ว 4,562 คน รับผิดชอบพื้นที่ชลประทานที่ปฏิบัติงานรวมเป็น 14.8 ล้านไร่

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2569 จะเพิ่มเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อให้สอดรับกับพื้นที่ชลประทานเป้าหมายของโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยจะเพิ่มกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐานให้ได้รวม 63,000 กลุ่ม เพิ่มกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานให้ได้ 6,868 กลุ่ม และเพิ่มจำนวนคณะกรรมการจัดการชลประทานให้ได้รวม 945คณะ และเพิ่มจำนวนอาสาสมัครชลประทานให้ได้ 8,931 คน โดยอาสาสมัครชลประทาน1 คนรับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน 2,500 ไร่

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมดังกล่าว สำเร็จตามเป้าหมาย จึงได้มีการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานไว้ 3 กลยุทธ์ คือ 1.ดำเนินการพัฒนาและบูรณาการกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างกรมชลประทาน เครือข่ายหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่างๆ และคณะกรรมการลุ่มน้ำ โดยจะส่งเสริมการเชื่อมโยงแผนงาน สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีทิศทางจัดการน้ำร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน 2.สร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการทำงานกับภาคประชาชน NGO ผู้ได้รับผลกระทบ และนักวิชาการในวงกว้าง เพื่อลดกระแสการต่อต้าน และช่วยเพิ่มแรงสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและการสร้างแหล่งน้ำ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นสร้างการมีส่วนร่วมในงานชลประทานและแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ และ 3.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของชุมชนและกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานที่พัฒนาแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่จัดทำฐานข้อมูลให้ครอบคลุมตั้งคณะกรรมการและกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ยังขาดอยู่ ตลอดจนให้ความรู้และการพัฒนากลไกหรือแนวทางการทำงานร่วมกันกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ และบริหารจัดการน้ำในพื้นที่