‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766944

'เกษตร-พาณิชย์'ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.03 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมนโยบายคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในที่ประชุมได้พิจารณามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67 ได้แก่ 1) สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2) การชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต็อก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมการข้าว และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

– 006

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766681

'ชาวนาพิจิตร'พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.41 น.

‘ชาวนาพิจิตร’เร่งเก็บเกี่ยวข้าวแข่งกับราคาที่ลดลงวันต่อวัน ขอรัฐบาลเร่งสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2566 จากกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบ 4 มาตรการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567 วงเงิน 69,043.03 ล้านบาท โดยหนึ่งในมาตรการจะมีการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทด้วย ขณะที่ชาวนา อ.สามง่าม จ.พิจิตร เร่งนำรถลงเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังให้ผลผลิต ส่งขายโรงสี แข่งกับราคาข้าวที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือราคาขาย ตันละ 9,600-9,700 บาท  จากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ราคาขายอยู่ที่ตันละ 11,000 -12,000 บาท แต่ปัจจุบันกลับมีราคาลดลง และสวนทางกับราคาข้าวสารที่มีการปรับสูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาล เร่งให้การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว หรือสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาทไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา   

โดยนายคำรณ รักษา ชาวนาหมู่ที่ 2 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ราคาข้าวในช่วงนี้ลดลง เหลือไม่ถึงตันละ 10,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากราคาที่ผ่านมา มีการปรับราคาสูงถึงตันละ 11,000 -12,000 บาท จึงอยากให้รัฐบาลช่วยในเรื่องราคาข้าว รวมถึงค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ 1,000 บาท อย่างน้อย เงินช่วยเหลือที่ได้มา ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา     

สำหรับราคาข้าว ในปัจจุบัน ข้าวเปลือกเจ้า มีราคาขายอยู่ที่ตันละ 9,600-9,700 บาท  และมีแนวโน้มลดลง ในส่วนข้าวหอมมะลิ ซึ่งอยู่ระหว่างรอเก็บเกี่ยว และมีแนวโน้มราคาลดลง ชาวนาส่วนใหญ่ อยากให้ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวหอมมะลิให้มีราคาสูง เนื่องจากใช้เวลาการปลูกที่ยาวนาน รวมถึงประสบปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมตลอดระยะเวลาของการเพาะปลูก แต่กลับมีราคาตกต่ำสวนทางกลับราคาข้าวสารในปัจจุบัน —017

‘ไชยา’ถกรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766776

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry : AMAF) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทย ที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alertsystem ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่น

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ประเทศไทย ยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริที่ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริ

รองปลัดฯร่วมวงถก จนท.อาวุโส PrepSOM เตรียมพร้อมประชุม ด้านเกษตรและป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766361

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (The 45th
PrepSOM-AMAF Meeting) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 23 (The 23rd PrepSOM-AMAF Plus Three Meeting) ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมระดับอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 โดยที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าของการดำเนินงานจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาของคณะทำงานภายใต้กรอบอาเซียน อาทิ คณะทำงานอาหารฮาลาล ประมง ปศุสัตว์ พืช มาตรฐานต่างๆ และด้านสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงรับทราบความก้าวหน้าและความสำเร็จของการดำเนินงานตามกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนบวกสาม (APTCS) ปี 2016-2025

นายเศรษฐเกียรติ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตและการค้าของสินค้าเกษตร ตลอดจนเน้นย้ำความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาและใช้งานใบรับรอง e-SPS นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอให้สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) หารือถึงยุทธศาสตร์หรือกลไกที่มีประสิทธิผลมากขึ้นในการแก้ปัญหาด้านเงินทุนเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนฯ

อสป.ทำ MOU หอการค้าฯ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766362

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะอนุกรรมการฯ และเครือข่าย ร่วมมือตกลงสร้างแผน ภายใต้ภารกิจ ศักยภาพกับทรัพยากรของแต่ละฝ่ายเพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำไทย และผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำแปรรูปออกสู่ตลาดจีนตอนใต้ในรูปแบบต่างๆ ให้ได้ประสิทธิภาพ

พร้อมกันนั้น ได้สนับสนุนการแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทางวิชาการต่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำแปรรูป รวมถึงการให้บริการ การลงทุนแบบอีคอมเมิร์ซ กิจกรรมทางเศรษฐกิจกับเทคนิคการดำเนินธุรกิจ เพื่อยกกระชับความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพทั้งสองฝ่ายร่วมกัน ที่สะพานปลาสมุทรสาคร

เกษตรฯร่วมงานนิทรรศการ SX2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766363

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวภายหลัง เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Sustainability EXPO 2023 (SX 2023) มหกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เข้าร่วม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ร่วมจัดงานดังกล่าวที่ศูนย์ฯสิริกิติ์ ว่าได้นำเสนอแนวคิดการเกษตรไทยกับศตวรรษแห่งความเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรไทยในบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ผ่านโครงการและนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางอาหาร ตลอดจนการปรับตัว และลดปัญหาโดยมุ่งหวังเป็นแนวทางปฏิบัติแก่เกษตรกร และประชาชนทั่วไปเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ หรือเข้าร่วมโครงการร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับความท้าทายต่อความมั่นคงอาหาร การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัว และการลดปัญหา

นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอการขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีจากการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีการผลิตข้าวรักษ์โลก เกร็ดเรื่องคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร โดยกรมการข้าว การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการบริหารจัดการดินและการวางแผนการเพาะปลูกพืช โดยกรมพัฒนาที่ดิน การบริหารจัดการขยะอาหาร (Food Waste) การสูญเสียอาหาร (Food Loss) โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) การส่งเสริม Young Smart Farmer แพลตฟอร์มตลาดเกษตรกรออนไลน์ของกรมส่งเสริมการเกษตร หมูหลุม Zero Waste ต้นแบบสำหรับเกษตรกรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกรมปศุสัตว์การจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากชนเผ่าดาราอั้ง ย้อมจากสีธรรมชาติโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เป็นต้น

‘ธรรมนัส’ดันเปลี่ยน ส.ป.ก. ออกโฉนดให้เกษตรกรก่อนสิ้นปี’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766364

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมตรัง เขตพระนคร กทม. ว่า นโยบายรัฐบาลที่สำคัญ คือการผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนด ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ที่ดินสามารถตกถึงทายาท โดยเน้นย้ำให้กำหนดแนวทางการเร่งรัดให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน และมอบหมายให้ ส.ป.ก.เร่งรัดจัดทำแนวทางการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม นำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ภายใน 100 วัน ตามนโยบาย “เกษตรกรกินดี อยู่ดี มีรายได้มีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน และภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก”

อย่างไรก็ดี ต้องพิจารณาทบทวนในเรื่องของข้อกฎหมายกรอบแนวทางใดที่สามารถเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนดภายใต้กฎหมายเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่ให้ตกไปอยู่ในกลุ่มของนายทุน และต้องนำไปใช้ในภาคเกษตรเท่านั้น โดยมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายและระเบียบ โดยเลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นประธาน เพื่อร่วมกันพิจารณาข้อกฎหมาย รวมถึงระเบียบใดๆ ที่ยังติดขัด หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการฯจะนำข้อสรุปหารือกับตนอีกครั้ง ก่อนเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อไป

“เรื่องกฎหมายเราจะไม่ละเมิด แต่หากมีกฎหมายข้อใดที่ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับความสะดวกสบาย ไม่ได้รับการพัฒนา ก็อาจจะต้องกลับมาพิจารณาทบทวนกฎหมายข้อนั้นๆ
หากเป็นปัญหาก็ต้องแก้ไข โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องเกษตรกร และเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ โดยเตรียมหารือจังหวัดนำร่อง แล้วจะเดินหน้าขับเคลื่อนเป็นโมเดลในแต่ละจังหวัดต่อไป” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ด้าน ดร.วิณะโรจน์ กล่าวว่า ส.ป.ก.มีภารกิจหลักในการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกร ผู้ไร้ที่ดินทำกิน และสถาบันเกษตรกร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกร การพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน และการบริหารเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในปีงบประมาณ 2567 ส.ป.ก.ให้ความสำคัญกับข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแนวทางการเปลี่ยนให้ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด รวมถึงนโยบายที่จะพัฒนาศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยมุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของศูนย์บริการประชาชนผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการพัฒนาระบบการให้บริการ

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766257

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร 2566 คาดมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก

31 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรุงเทพฯ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ.2566 โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กฟก. เกษตรกรสมาชิก ร่วมงาน

นายสไกร เปิดเผยว่า ล่าสุดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้การเตรียมความพร้อมและการรณรงค์เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 20 คน แทนชุดเก่าที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 โดยมีสัดส่วนผู้แทนเกษตรกร ภูมิภาคที่ 1 ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภูมิภาคที่ 2 ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 4 คน ภูมิภาคที่ 3 ท้องที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 คน และภูมิภาคที่ 4 ท้องที่จังหวัดในภาคใต้ จำนวน 4 คน โดยมีการเปิดรับสมัครไปแล้วระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรกว่า 100 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และสื่อมวลชน ได้เห็นภาพและเข้าในตรงกันในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงมีการจำลองหรือสาธิตการเลือกตั้งเสมือนจริง ตั้งแต่การตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง การกาบัตรเลือกตั้ง การหย่อนบัตรเลือกตั้ง การวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสียของกรรมการประจำหน่วย การนับคะแนน และการประกาศผลเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และเป็นKick of นับถอยหลังการเลือกตั้ง โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เนื่องจากมีการรณรงค์ และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรมีความตื่นตัวสูง เนื่องจากการเลือกตั้งเกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพ การพัฒนา และยกระดับภาคเกษตรกรรรมโดยตรง

สำหรับผู้แทนเกษตรกร เป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเกษตรกรสมาชิกสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 6.8 ล้านคน ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5.2 ล้านคนจะร่วมกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการฟื้นฟูอาชีพเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนในการเข้ามาแก้ไขและพัฒนาภาคเกษตรกรรม ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพ

“ขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งทั้งหมด มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรม จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00น. – 15.00 น. เข้าคูหากาเบอร์เดียว ตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ/เขต หรือ กฟก.สาขาจังหวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 08 0070 2334 , 08 0070 2991 หรือเว็บไซต์ http://www.frdfund.org” เลขาธิการ สำนักงาน กฟก.กล่าว ///////-005

อ.ต.ก.จัดสินค้าคุณภาพ ส่งถึงผู้บริโภคลดค่าครองชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766144

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้าร่วม ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่าการจัดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตด้านการตลาด โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้เชื่อมโยง
ระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ได้ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างมากให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับด้านการเกษตร และส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากเกษตรกรกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร รวมถึงเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักการตลาดนำนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้ดำเนินงานโครงการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสม และก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” ได้นำผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้า อุปโภค-บริโภค ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผัก ผลไม้สด และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ จำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จ.นครศรีธรรมราช , ทุเรียน จ.ปราจีนบุรี พริกแกง จ.สงขลา,พืชผักสวนครัว จ.ราชบุรี, สับปะรดห้วยมุ้น จ.อุตรดิตถ์ และกาแฟโรบัสต้า จ.ชุมพร เป็นต้น

‘ธรรมนัส’หารือ จับมือรมว.พาณิชย์ ปรับสมดุลต้นทุน ผลิต-ขายสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766143

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เข้าพบที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ นำโดยนายมาโนช ชูทับทิม นำเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เข้าพบและหารือถึงการลดต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 70% จากเมื่อครั้งก่อนที่จะเกิดการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ทั้งเรื่องอาหารสัตว์และพลังงาน ส่งผลให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 17 บาท/กิโลกรัม จากเมื่อปี 2563 ราคาอาหารสัตว์สำหรับไก่ไข่ อยู่ที่ราคา 10 บาท/กิโลกรัม

สำหรับการหารือดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องการให้ภาครัฐเข้าดูแลเรื่องต้นทุนการผลิต โดยต้องการให้มีการพิจารณาปรับลดต้นทุนลงบ้าง เพราะขณะนี้ราคาน้ำมัน ราคาข้าวสาลี และข้าวโพด ต่างลดลงมาแล้ว แต่ราคาอาหารสัตว์ซึ่งคิดเป็นต้นทุนมากกว่า 70% ของการเลี้ยงไก่ไข่ ยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง

อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯจะหารือประเด็นดังกล่าวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เพื่อปรับสมดุลของอุตสาหกรรมการผลิตไข่ไก่ ให้มีความสมดุลระหว่างราคาผลิตและราคาที่ผู้บริโภคซื้อ เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ได้อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกรได้ขายสินค้าในราคาเป็นธรรม และผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป