อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767141

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.54 น.

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” ขับเคลื่อนนโยบาย 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว ในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมคณะท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายและพบปะเกษตรกร และลงแปลงสาธิตการปลูกถั่วเหลืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวไม่ราชดำริ มหาวิทยาลัยแม้โจ้ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและเกษตรกรได้มีความรู้ความเข้าใจถึงศักยภาพของถั่วเหลืองไทยและต่อยอดร่วมกัน

▫️จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” พร้อมมอบโล่รางวัลนักปลูกถั่วเหลืองมือทอง ให้แก่เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกถั่วเหลืองให้ได้ผลผลิตสูง ณ นิคมสหกรณ์แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” โดยกิจกรรมภายในงาน ได้มีการออกบูธนิทรรศการ การเสวนา และการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมมอบปัจจัยการผลิต โดยนำร่องพื้นที่อำเภอแม่แตง เป็นโมเดลต้นแบบ ยกระดับพืชเศรษฐกิจถั่วเหลืองไทย ผลักดันสู่ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767012

'ธรรมนัส'ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.35 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อีกทั้งยังเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ ได้แก่ พืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์การเผาและหมอกควันในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม ในปี 2566 พื้นที่ดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 39 แห่ง พื้นที่ 1,680,599.48 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 1,220 จุด พื้นที่เกษตร 349 จุด และพื้นที่ดำเนินงานฯ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 44 แห่ง พื้นที่ 6,269,094.43 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 6,042 จุด และพื้นที่เกษตร 1,726 จุด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ โดย สวพส.มีแนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บนพื้นที่สูง โดยมี อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการเผาพื้นที่สูง ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ 1.จัดทำแผนที่ดินของเกษตรกรรายแปลงเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน วางแผนพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย แก้ไขปัญหาอย่างพุ่งเป้า ตรงตามบริบทพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของชุมชน

2.การสนับสนุนชุมชนป้องกันไฟป่า ส่งเสริมและสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการป้องกันไฟป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร 3.การจัดการเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวลอัดแท่ง/ปุ๋ยอินทรีย์) สนับสนุนชุมชนโดยการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตรภายใต้ข้อตกลงและราคาที่เหมาะสมเพื่อนำไปผลิตชีวมวลอัดเม็ด 4.การส่งเสริมด้านอาชีพ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง และตลาดนำการผลิต 5.การพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free และ 6.การเพิ่มช่องทางการตลาดผลผลิต (green product)

นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานใรสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานการผลิตพืช มีแนวทางการขับเคลื่อนของกรมวิชาการเกษตร ในการเพิ่มมูลค่า เพิ่มแรงจูงใจ (เกษตรพันธะสัญญา) และเร่งการย่อยสลายตอซังข้าวโพด โดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ มุ่งดำเนินการทั้งในเรื่อง มาตรฐานการผลิตพืช GAP PM 2.5 FREE การปรับเปลี่ยนพื้นที่สูง โดยการเปลี่ยนพืชปลูก (กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวกาโด) และการเปลี่ยนพฤติกรรม กรณีปลูกพืชเดิม (ข้าวโพด) และการปรับเปลี่ยนบนพื้นราบ โดยการปลูกข้าวโพดทดแทนพื้นที่สูง บนพื้นที่นอกเขตชลประทาน/ไม่เหมาะสมสำหรับนาปรัง

“การลงพื้นที่ในวันนี้ ต้องการมาศึกษารูปแบบการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล และกลายเป็นมรดกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดอุดรธานีต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องการมาติดตามการขับเคลื่อนงานของ สวพส.โดยมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่สูง ต้องการให้เค้ามีงาน มีอาชีพ โดยใช้ตลาดนำ จึงได้มอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการทำงาน ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006

เกษตรฯบูรณาการพัฒนาบึงบอระเพ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766879

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ดและการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยแล้งเอลนีโญ พร้อมรับฟังปัญหาด้านการเกษตร ที่บึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยให้แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติมว่าต้องการพัฒนาให้บึงบอระเพ็ดสามารถเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพิ่มพื้นที่ในการขุดลอกบึงบอระเพ็ดให้มากขึ้น รวมทั้งขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในฤดูน้ำแล้ง และเป็นแหล่งหน่วงน้ำใช่ช่วงฤดูน้ำหลาก ก่อนจะไหลลงแม่น้ำสายหลัก โดยประสานกับกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ ด้านที่ 2 การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้านที่ 3 คุณภาพตะกอนและรักษาระบบนิเวศ และด้านที่ 4 การจัดการน้ำท่วมบรรเทาอุทกภัย

“พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการพัฒนาอย่างจริงจังเนื่องจากเป็นพื้นที่ในการดูแลซ้ำซ้อนกันระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรฯจึงต้องมาขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์มากที่สุด” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาตะเพียนทองขนาด 7 เซนติเมตร 200,000 ตัว กุ้งก้ามกรามขนาด 2-3 เซนติเมตร 200,000 ตัว ปลาตะเพียนวัยอ่อน 2,000,000 ตัว(ปล่อยแบบ mobile hatcherry)และปลาชะโอน ขนาด 5-10 เซนติเมตร 500 ตัว พร้อมแจกเอกสารสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01)รวม 20 ราย

สงขลา เปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766881

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ.เตาอิฐ อ.เมือง จ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และโคลนดินถล่ม ประจำปี 2566

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ เป็นศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ตั้งแต่ยามปกติ เป็นศูนย์การวางแผน สั่งการ วิเคราะห์สถานการณ์ ควบคุมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุเดือดร้อนพร้อมแก้ไขปัญหา การแจกกระสอบทรายการสนับสนุนน้ำดื่มและน้ำสะอาด รวมถึงเครื่องอุปโภค-บริโภคต่างๆ ที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุซึ่งประชาชนที่อาศัยในเขตพื้นที่ตำบลบ่อยางเขตเทศบาลนครสงขลา สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-311016, 074-312700 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี โดยประธานในพิธีได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งได้มอบชุดอุปกรณ์ที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่ประจำเขต ทั้ง 4 เขต จากนั้นได้ร่วมกันกดสัญญาณปล่อยแถวเจ้าหน้าที่และขบวนรถเพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ประจำเขตตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ประสบภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อเหตุการณ์

เมืองสามหมอกเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766883

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายสมชาย ลีหล้าน้อย รอง ผวจ. นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว ส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน สร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นการเปิดถนนคนเดิน ณ ริมสวนสาธารณะหนองจองคำ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2567 โดยภายในงานประกอบด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบ Street Show ซึ่งเป็นการเดินแสดงบริเวณถนนคนเดิน และมีการแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนในรูปแบบการเสวนา นำโดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, และนางสาวมัลลิกาจีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน จากนั้นมีพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน มีการแสดงของศิลปิน “ไม้เมือง” สลับกับการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวแม่ฮ่องสอน อาทิ กิงกะหร่านก โต ระบำไต และการจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วง Green Season ของ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในกิจกรรม Beyond Flying ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2566 โดยได้รับการสนับสนุนรางวัลตั๋วโดยสารเครื่องบินจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในเส้นทาง แม่ฮ่องสอน – ลำปาง – กรุงเทพฯ จำนวน 2 รางวัล และยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

รมว.เกษตรฯประชุมบริหาร ขับเคลื่อนงานเห็นผลใน3เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766884

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมนำเสนอโครงการสำคัญ Flagship Project เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามกลุ่มภารกิจต่างๆ ได้แก่ กลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ และส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่
ภายใต้กลุ่มภารกิจ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ส่วนการดำเนินงานของกลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต ประกอบด้วย กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมพัฒนาที่ดิน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต ประกอบด้วย กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมหม่อนไหม กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ทั้งรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน อาทิ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฯลฯ โดย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถวัดผลได้ภายในระยะ 3 เดือน อย่างไรก็ดี ต้องมีการพูดคุยและปรับรูปแบบการทำงาน เพื่อให้มีการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ไทย-มาเลเซียจับมือ หารือร่วมทำMOU งานด้านการเกษตร พัฒนาหลายสาขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766876

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือความร่วมมือด้านการเกษตรกับนายโมฮัมหมัด ซาบุ (H.E. Datuk Seri Haji Mohamad bin Sabu) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตาและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สำหรับการหารือร่วมกันในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นควรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าทั้งสินค้าพืชประมงและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการส่งออกโคเนื้อ และแพะของไทย นอกจากนี้มาเลเซีย ประสงค์จะนำเข้าข้าวและไก่จากไทยเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งรัดจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรในหลายสาขาที่สนใจร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้

ชาวจันทบุรีสั่งรากทุเรียน พันธุ์หมอนทอง800ต้น โตเร็วผลดกเนื้ออร่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766877

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ได้มีชาวจังหวัดจันทบุรี นำรถบรรทุกพ่วง ป้ายจังหวัดจันทบุรี มาบรรทุกต้นทุเรียนเสริมรากถึง 3 ราก พันธุ์หมอนทอง จำนวน 800 ต้น หลังจากที่ศึกษา และติดตามดูชาวจันทบุรี และติดตามทางช่องยูทูบของปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ พบว่าผู้ที่สั่งซื้อทุเรียนหมอนทองเสริมราก 3 หรือ 4 ราก จากร้านดังกล่าว เมื่อนำไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรีแล้วพบว่าต้นทุเรียนเสริมรากโตเร็วและให้ผลผลิตมาก เนื้อทุเรียนก็อร่อย จึงตัดสินใจสั่งทุเรียนเสริมรากจากร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ วันนี้จึงได้นำรถบรรทุกพ่วงขับลงมารับต้นกล้าทุเรียนเสริมราก 3 ราก จำนวน 800 ต้น 

ทางด้าน นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้าน ปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “ทุเรียนเสริมรากผมทำมา ตอนนี้ก็ปีที่ 4 ปีที่ 5 แล้ว เริ่มจากเราทำ และก็จำหน่ายลอตแรกที่เราส่งไปจันทบุรีเป็นลูกค้าที่นำไปปลูกทดลองประมาณ ร้อยสองร้อยต้น ชุดนั้นเขาได้ผลผลิต ลูกค้ารายเดิมท่านนั้นนะครับสั่งทางร้านเรามาตลอดทุกปี ปีนี้ก็มีปีนี้สั่งไป 400 ต้น ย้อนกลับทีแล้วสั่ง 500 ต้นทุกปี เพราะว่าเขาเอาไปปลูกโตเร็ว โตเร็วมาก แล้วก็ติดลูกดี อีกอย่างหนึ่งก็คือหลังจากติดลูก หรือหลังจากการเก็บเกี่ยว ต้นจะไม่ค่อยโทรม เพราะรากที่เราเสริมเข้าไป เป็นการช่วยหาอาหารมาเลี้ยงต้น ทำให้ต้นแข็งแรงสมบูรณ์”

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่แก้ปัญหา จัดการอุทกภัยจ.ตากอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766878

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน เกษตรกร อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก หลังจากรับผลกระทบจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้ ซึ่ง จ.ตาก มีพื้นที่ 5 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็นด้านพืช เกษตรกรได้รับผลกระทบ 3,268 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหายทั้งข้าว 7,643 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์6,843 ไร่ มันสำปะหลัง 1,025 ไร่ ไม้ผล(กล้วยและฝรั่ง) 1,500 ไร่ พืชผัก 71 ไร่รวม 17,011 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 201 ราย สัตว์ (โค) 3,213 ตัวด้านประมง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,066 ราย พื้นที่บ่อดินเสียหาย 547 ไร่

สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาระยะยาว นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ ได้มอบเสบียงอาหารสัตว์หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรด้วยทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.ตาก ที่ดำเนินแล้วเสร็จรวม 34 แห่ง แบ่งเป็น โครงการขนาดกลาง17 แห่ง ความจุรวม 87.30 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และโครงการขนาดเล็ก 17 แห่ง ความจุรวม 6.17 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญของ จ.ตาก 5 แผน ได้แก่ 1.อ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) 2.อาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ(อ.บ้านตาก) 3.โครงการระบบผันน้ำจากเขื่อนภูมิพลไปยังฝั่งตะวันออกสู่คลองแม่ระกา จ.ตาก (อ.เมือง) 4.โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำวัง จ.ตาก (อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก) และ 5.อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ปะแล้ง (อ.แม่สอด) โดยอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) มีแผนดำเนินการในปี 2567 ระยะเวลาโครงการ 4 ปี (พ.ศ.2567–2570) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.บ้านตาก และ อ.สามเงา มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 9,000 ไร่ปัจจุบันได้มีการดำเนินงานออกแบบแล้วเสร็จ พร้อมทั้งมอบกรมชลประทาน ศึกษาและออกแบบเพิ่มเติมทั้งในโครงการที่เหลือ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ในการนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก 10 ราย 10 แปลง เนื้อที่69-2-59 ไร่ มอบถุงยังชีพ 500 ถุง มอบข้าวสาร บรรจุ 5 กิโลกรัม 500 ถุง มอบชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน/น้ำหมักฮอร์โมน พด.2/ สารบำบัดน้ำเสียซุปเปอร์ พด.6/ น้ำหมักไล่แมลง พด.7 และมอบเมล็ดพันธุ์พืชผัก 1,000 ชุด

เกษตรฯจัดทำงบฯ ยึดนโยบายรัฐบาล ช่วยเหลือเกษตรกร สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766781

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ร่วมกับนายอนันต์ แก้มกำเนิด รอง ผอ.สำนักงบประมาณ และคณะ ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณจะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามเป้าหมายได้ ซึ่งมุ่งดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการตั้ง GDP มีเป้าหมายต้องสามารถเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร 3 เท่า ในระยะเวลา 4 ปี โดยนโยบายที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร ประกอบด้วย 1.นโยบายพิทักษ์รักไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ 3.นโยบายระยะกลาง ระยะยาว “สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต” อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะนำนโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อนเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และนำงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด

ด้านนายอนุชากล่าวว่า นโยบายกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร และนำประโยชน์ไปสู่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งหากภาคการเกษตรสำเร็จ จะสามารถเป็นเม็ดเงินตั้งต้นในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่างไรก็ดี พร้อมจะขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรมว.เกษตรฯ ให้บรรลุเป้าหมาย