‘ธรรมนัส’นำทีมรับนายกฯติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งเฝ้าระวังทุกจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759268

‘ธรรมนัส’นำทีมรับนายกฯติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งเฝ้าระวังทุกจุด

‘ธรรมนัส’นำทีมรับนายกฯติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งเฝ้าระวังทุกจุด

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.32 น.

‘ธรรมนัส’นำทีมรับนายกฯติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งเฝ้าระวังทุกจุด เตรียมระบายน้ำให้เร็ว-วางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้งหน้า

27 กันยายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ติดตามแนวโน้มสถานการณ์น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำชี-มูล โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารกรมชลประทาน ให้การต้อนรับที่กรมชลประทาน สามเสน

นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังทุกจุด รวมถึงให้มีการระบายน้ำให้เร็วและกักเก็บน้ำสำหรับใช้ในฤดูแล้งหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดด้วย

นายกฯ สอบถามว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีน้ำท่วมหนักซึ่งมีความเป็นห่วงดังนั้นต้องเฝ้าระวัง เพราะน้ำท่วมทุกปีและน้ำท่วมนาน ซึ่งประมาณอีก 10 กว่าวัน ตนจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปดูสถานการณ์น้ำ เนื่องจากทราบว่าได้รับผลกระทบน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ตนมีภารกิจมากแต่ก็มาที่นี่เพราะเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สาเหตุที่จังหวัดอุบลราชธานีน้ำท่วมซ้ำซาก เพราะการระบายน้ำตรงแก่งสะพือจะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ความจริงแล้วจะต้องทำการบายพาสทางน้ำนานแล้ว  ซึ่งตรงนี้นายกฯ กล่าวว่า ขอฝากรัฐมนตรีไปดูแลด้วย เพราะรัฐมนตรีรู้ปัญหาดี

จากนั้นนายกฯ เดินเข้าไปยังห้องปฎิบัติการประเมินสถานการณ์น้ำเพื่อมอบนโยบาย ว่า ตนมาที่นี่เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาตนได้พบกับสส.จังหวัดอุบลราชธานีหลายท่าน ซึ่งก็มีความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย และขอฝากเฝ้าระวังในทุกจุด และหน้าจะหนักหนาอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงปลายเดือนต.ค.ถึงเดือนพ.ย. ก็จะต้องมีการเฝ้าระวังด้วยเหมือนกัน

นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าทุกคนทำงานหนัก แต่เรื่องปัญหาน้ำท่วมก็จะมีผลกับเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจากที่ได้รับฟังสถานการณ์น้ำในเขื่อนก็มีความเป็นห่วง เพราะยังมีน้ำน้อยอยู่ และควบคุมปริมาณน้ำฝนตกมาก ตกน้อยไม่ได้  จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องพายุที่กำลังจะเข้า ตามมาด้วยสถานการณ์ภัยแล้ง หากประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วมก็ฝากให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ลืมเหนื่อยๆ กันหน่อยในช่วงนี้ เราต้องวางแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ข้างหน้า ซึ่งตนก็จะติดตามและลงพื้นที่ไปดูด้วยกัน

“ผมทราบอยู่ว่าทุกท่านมีภารกิจเยอะ รัฐมนตรีมาใหม่ก็คงเคี่ยวหนักอยู่ เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ถ้าหากมีการกำชับเพิ่มขึ้น ก็ขอให้เข้าใจกัน เพราะเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เพราะประชาชนเดือดร้อน ก็ขอโทษแทนรัฐมนตรีด้วยที่เคี่ยวหนัก” นายกฯกล่าว

สมเด็จพระกนิษฐาฯ เสด็จฯงานลองกอง ของดีเมืองนราธิวาส เน้นพัฒนาคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759165

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ภายในบริเวณศูนย์ราชการ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานวันลองกอง “ของดีเมืองนรา” ครั้งที่ 46 โดยมี ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เฝ้าฯรับเสด็จ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานภายใต้แนวคิด “ร่วมใจภักดิ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา ชาวนราเปี่ยมสุข”

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตลองกองและผลผลิตทางการเกษตรของ จ.นราธิวาส ให้ดียิ่งขึ้น มีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย 2.เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ได้แสดงผลงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เผยแพร่สู่ประชาชน 3.เพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ สู่เกษตรกรให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร 4.เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ได้จำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ รวมถึงได้เชื่อมโยงเครือข่ายด้านการตลาด และ 5.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของ จ.นราธิวาส

กรมพัฒนาฯแก้ไขการชะล้างพังทลายดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759170

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้แก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่เกษตรกรรมผ่านโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยดำเนินโครงการที่ลุ่มน้ำห้วยแม่สามขา ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่จาง ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำวัง จ.ลำปาง เลือกพื้นที่ลุ่มน้ำที่ส่วนใหญ่มีระดับความรุนแรงของการสูญเสียดินมากกว่า 5 ตัน ต่อไร่ ต่อปี ซึ่งสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 และสำนักวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาที่ดิน ได้ร่วมพัฒนาพื้นที่ตามแบบมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำทางวิธีกล ทั้งการจัดการพื้นที่บนแปลงเกษตรกรรม เพื่อการจัดการน้ำไหลบ่าไม่ให้มีความรุนแรงในการพัดพามวลดินในแปลงเกษตรให้ไหลไปกับน้ำ โดยอาศัยการปรับโครงสร้างพื้นที่แปลงเกษตร

นอกจากนี้ได้พัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน โดยสร้างบ่อดักตะกอนขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดักตะกอนและเป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยท่อและคลองส่งน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชของพื้นที่เกษตรกรรมในโครงการ นับตั้งแต่ดำเนินโครงการได้ปรากฏผลสำเร็จที่ชัดเจน จากกรณีผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรู (NORU) เมื่อปี 2565 ทำให้มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยระบบบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำไหลบ่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่โครงการดังกล่าวได้รับความเสียหายน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียง

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการพบว่าสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่ามากขึ้น ลดการสูญเสียหน้าดินที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิตภาคการเกษตรและเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับดินได้อย่างดี อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคการเกษตร

เกษตรฯจับมือWalmart สร้างความมั่นใจสินค้าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759168

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ หารือกับ Jeff Rice Senior Vice President, Supply Chain & Sourcing Compliance และคณะผู้บริหารบริษัท Walmart พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารที่ส่งออกจากไทยไปยังตลาดโลก

สำหรับการหารือครั้งนี้ บริษัท Walmart มีความสนใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ต่อการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก อาทิ การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) การค้าสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation-free products) การค้าสินค้าประมงที่ไม่ได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing: IUU Fishing) การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าและการคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งประเทศไทย ให้ความสำคัญต่อมาตรการดังกล่าวอย่างมาก และมีการเตรียมความพร้อมให้กับภาคเอกชนและเกษตรกรไว้แล้ว ผ่านนโยบายและแผนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ เช่น ยุทธศาสตร์ 3S ที่มุ่งเน้นให้เกิดการทำเกษตรที่ปลอดภัย (Safety) มั่นคง (Security) และยั่งยืน (Sustainability) และการขับเคลื่อน BCG โมเดล ที่เสริมสร้างการพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของไทยด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งครอบคลุมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ รวมทั้งการส่งเสริมสวัสดิภาพแรงงาน

รองปลัดฯหารือSFDA ดันส่งออกสินค้าเกษตรไปซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759171

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ หารือร่วมกับผู้แทนหน่วยงานสำนักงานอาหารและยาแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Saudi Food and Drug Authority: SFDA) นำโดย Ms.Alaa F. Sendi ตำแหน่ง Executive Director of International Cooperation และคณะเจ้าหน้าที่ SFDA ที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายดามพ์ บุญธรรม เอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด เข้าร่วม ที่สำนักงาน SFDA ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่าฝ่ายไทยได้เร่งติดตามประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยไปยังซาอุฯ ได้แก่ 1.ความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนโรงงานเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูป ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง สินค้าประมงและสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง 2.ความคืบหน้าการออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง และ 3.ความคืบหน้าการขอเปิดตลาดสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง 2 ชนิด ได้แก่ กุ้งกุลาดำ และปลานิล ซึ่งเป็นสินค้าที่ประเทศไทยเคยมีการส่งออกไปยังซาอุดีอาระเบีย อยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบของซาอุดีอาระเบีย จึงทำให้ประเทศไทยต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนอีกครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี SFDA แจ้งว่า ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนให้ผู้ประกอบการสินค้าประมงของไทย 57 ราย ผู้ประกอบการเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ 20 รายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง 3 ราย ทั้งนี้ เนื่องจาก SFDA ได้รับคำขอการขึ้นทะเบียนและเปิดตลาดจากประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคำร้องขอต่างๆ จากฝ่ายไทย ทาง SFDA จึงขอให้ฝ่ายไทยรวบรวมและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวไปยัง SFDA อีกครั้ง เพื่อจะได้เร่งรัดการพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกหรือลดค่าธรรมเนียมการตรวจประเมินสถานประกอบการเนื้อโคและเนื้อแพะสำหรับการส่งออก ซึ่ง SFDA แจ้งว่ารัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงไม่สามารถดำเนินการยกเลิกหรือแก้ไขค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ แต่ SFDA สามารถให้ความช่วยเหลือฝ่ายไทยได้ โดยการจัดสัมมนาผ่านระบบทางไกล เพื่อให้ข้อมูลด้านแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎระเบียบแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สำหรับสถานประกอบการต่างๆ อาทิ สินค้าประมง และสินค้าปศุสัตว์ รวมทั้งการให้ข้อมูลการขอจัดทำการตรวจประเมินเชิงระบบ โดยให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักของไทยเป็นผู้ทำการรับรองโรงงานแทนต่อไป

สวทช.จัดNSTDA-KU Rice Field Day

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758949

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน “NSTDA-KU Rice Field Day 2023” งานแสดงพันธุ์ข้าวใหม่รับโลกรวนจากเอลนีโญ เพื่อเผยแพร่สายพันธุ์ข้าวที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมวิกฤตที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ องค์ความรู้ด้านข้าวศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้าว และนวัตกรรมปรับปรุงพันธุ์ข้าว พร้อมจัดแสดงพันธุ์ข้าวเพื่ออนาคตรับโลกรวน เช่น ทนร้อน ทนแล้ง ทนน้ำท่วมทนเค็ม ต้านทานโรคและแมลง และมีคุณภาพหุงต้มและโภชนาการตามความต้องการของตลาด เพื่อมุ่งให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงสาธารณะ เผยแพร่สู่เกษตรกร และต่อยอดเชิงพาณิชย์

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์ข้าวแบบแม่นยำ และจัดแสดงสายพันธุ์ข้าวใหม่ที่มีคุณสมบัติดีเด่นที่เกิดจากผลงานวิจัยร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานมานานกว่า 20 ปี ให้นักวิชาการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และ สายพันธุ์ข้าวดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้

ด้าน ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผอ.ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า สายพันธุ์ข้าวที่จัดแสดงในงานนี้มีคุณสมบัติต้านทานสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้แก่ ทนร้อน ทนแล้งทนน้ำท่วม ทนเค็ม ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง ซึ่งพร้อมแล้วที่จะเผยแพร่สู่เกษตรกร และเป็นสายพันธุ์ข้าวศักยภาพสูงให้หน่วยงานต่างๆ นำไปวิจัยต่อยอด

ปลัดฯประชุมคกก.พัฒนา ระบบโลจิสติกส์การเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758952

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตร ครั้งที่ 1/2566 ว่าที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร (พ.ศ.2566-2570) โดยมอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์จัดเก็บตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ 2566 และส่งให้ฝ่ายเลขานุการฯ ภายในไตรมาส 1 ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อใช้ประเมินการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของแผนปฏิบัติการฯ

รวมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเสนอโครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2567 เพิ่มเติม และรายงานผลการดำเนินงานเป็นรายไตรมาสโดยเริ่มรายงานเมื่อสิ้นสุดไตรมาส 1 ประจำปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไปนอกจากนี้ยังมอบหมายหน่วยงานจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 โดยพิจารณาจากโครงการที่บรรจุในแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร (พ.ศ.2566–2570) หรือเสนอโครงการใหม่/โครงการตามข้อเสนอของฝ่ายเลขานุการฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายของแผนปฏิบัติการฯ

รองปลัดฯขานรับ นโยบายด้านเกษตร จัดสัมมนาทำแผน พร้อมรับ‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758944

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมสัมมนาและเป็นวิทยากรในโครงการสัมมนา เรื่อง “ผลกระทบต่อภาคการเกษตร-เกษตรกรต่อปรากฏการณ์เอลนีโญ : การเตรียมการและการขับเคลื่อน” โดยบรรยายในหัวข้อ “แผนบูรณาการและการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศไทย และผลกระทบในภาคการเกษตรอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ” ร่วมกับนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ที่รัฐสภา โดยมีศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดการสัมมนา และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ร่วมพิธีเปิดการสัมมนา

ทั้งนี้ สำหรับการสัมมนาดังกล่าว มีคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา ผู้บริหาร ผู้แทนเกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการและการจัดทำแผนบูรณาการเพื่อรองรับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและรับทราบผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ตามแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการเกษตร มีการนำเสนอข้อมูลการเตรียมการรับผลกระทบภัยแล้ง ปี 2566/67 ของกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ สถานการณ์น้ำ การเตรียมการของกระทรวงเกษตรฯ และแผนงานเพื่อเตรียมการในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และในระยะต่อไป

‘ธรรมนัส’ลุยพื้นที่ภาคเหนือ รับฟังปัญหาเกษตรกร-แก้ภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758947

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ รอง ผวจ.เชียงราย นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำลำน้ำแม่กึ๊ด เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ ชมรมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จำกัด และกลุ่มเกษตรกร

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้พบปะและรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ ตลอดจนรับมอบหนังสือเพื่อติดตามโครงการด้านการเกษตรจากเกษตรกร 8 จังหวัดภาคเหนือ โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ให้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งโครงการนี้จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของราษฎรในฤดูแล้ง ช่วงบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน และสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ อนุรักษ์สัตว์น้ำ และรักษาสภาพต้นน้ำลำธารฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้ดีขึ้น

“ตั้งใจมารับฟังปัญหาจากชาวบ้าน พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จะสามารถเริ่มก่อสร้างในปีงบประมาณ 2567 และสิ่งที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือวงเงินค่าชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำฯอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องเกษตรกร ว่าในยุคที่ผมได้ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ จะขับเคลื่อนการทำงานอย่างเป็นครอบครัว บูรณาการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดในมิติใหม่ คือเข้าถึงฐานราก เข้าถึงพื้นที่ รับฟังปัญหา โดยเตรียมนำโครงการสำคัญที่เคยได้ขับเคลื่อนนำมาเดินหน้าสานต่อโดยเฉพาะการผลักดัน พ.ร.บ.ลำไย ให้สำเร็จเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ครม.มีมติอนุมัติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงราย กรอบวงเงินงบประมาณ 1,325 ล้านบาท โดยมีแผนงานระยะเวลาโครงการ 3 ปี ระหว่างปี 2568 -2570 ตัวเขื่อนจะเป็นเขื่อนดินถมชนิดแบ่งส่วน (Zone Type) ความจุกักเก็บน้ำได้ 32 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยเขื่อนหัวงานและอ่างเก็บน้ำของโครงการตั้งอยู่บริเวณบ้านใหม่เจริญ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ป่าทั้งหมดรวม 1,696 ไร่ 2 งาน 37 ตร.ว. หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภคของราษฎร 4,775 ครัวเรือน เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย และพื้นที่บางส่วนของ ต.ศรีถ้อย และ ต.แม่พริก อ.แม่สรวย สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรฤดูฝน 17,200 ไร่ ส่งผลในเรื่องผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,843ครัวเรือน ประชากร 14,626 คน

ติดตามสถานการณ์น้ำ! ‘บิ๊กเกษตร’ขึ้นฮอลิคอปเตอร์ตรวจสภาพน้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758903

ติดตามสถานการณ์น้ำ! 'บิ๊กเกษตร'ขึ้นฮอลิคอปเตอร์ตรวจสภาพน้ำเจ้าพระยา

ติดตามสถานการณ์น้ำ! ‘บิ๊กเกษตร’ขึ้นฮอลิคอปเตอร์ตรวจสภาพน้ำเจ้าพระยา

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.05 น.

25 ก.ย.2566 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนที่ตกหนัก และปรากฎการณ์เอลนีโญ

โดยร.อ. ธรรมนัส ได้นำดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และสื่อมวลชน ขึ้นฮอลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินตรวจสภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะแวะลงจอดที่บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จากนั้นได้ร่วมกับนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าว ถึงแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ควบคู่ไปกับการรับมือปรากฎการณ์เอลนีโญ 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับขณะนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝนของพื้นที่ตอนบนแล้ว ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา ที่มีปริมาณการใช้น้ำสูง  

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด(25 ก.ย. 66)ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,166 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง  กรมชลประทาน ได้ใช้ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ระดับ 16.80 เมตร(รทก.) สูงกว่าระดับปกติประมาณ 0.30 เมตร เพื่อยกระดับน้ำเข้าสู่คลองต่างๆที่อยู่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ริมคลอง และสามารถรองรับฝนที่อาจตกลงมาในพื้นที่ได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทาน ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก และ คลองชัยนาท-อยุธยา และผันน้ำบางส่วนไปลงคลองพระองค์ไชยยานุชิต เพื่อสูบผันน้ำไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ส่วนทางด้านฝั่งตะวันตก จะผันเข้าทางแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองไปกักเก็บไว้ในแหล่งน้ำต่างๆ รวมไปถึงคลองส่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน เพื่อสำรองไว้ใช้อุปโภคบริโภค ในช่วงฤดูแล้ง การเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย ตลอดจนไม้ยืนต้น และรักษาระบบนิเวศน์ เป็นหลัก 

สำหรับปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่คงเหลือจากการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อสำรองไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูแล้ง นั้น ได้วางแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และเพื่อความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,000 ลบ.ม./วินาที  ปัจจุบัน(25 ก.ย. 66) มีการระบายน้ำสูงสุดอยู่ที่  802  ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มลดลง โดยปริมาณน้ำที่ระบายท้ายเขื่อนนี้ บางส่วนจะถูกนำไปเก็บกักไว้ในแหล่งน้ำและพื้นที่แก้มลิง ในเขต จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี รวมทั้ง สนับสนุการผลิตประปาของการประปานครหลวง และการรักษาคุณภาพน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย 
       
ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา จัดหาแหล่งน้ำสำรองและกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับปรากฎการณ์เอลนีโญ และการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด