‘สุรเดช’ตรวจเยี่ยม ตลาดทุเรียนส่งออก ผู้ค้าในพื้นที่จันทบุรี ให้ตรา‘จันท์การันตี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731518

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการแผงค้าส่งค้าปลีกทุเรียนภายในประเทศ โดยมีนายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ เกษตรและสหกรณ์ จ.จันทบุรี นายปัญญา ประดิษฐสาร เกษตร จ.จันทบุรี นายสาคร มูลผล รองนายกเทศมนตรีเทศบาล ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ตลาดผลไม้เนินสูงเทศบาล ต.เนินสูง ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งซื้อขายทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดใน จ.จันทบุรี โดยโอกาสนี้ได้รับฟังสถานการณ์การค้าทุเรียนฤดูกาลผลิตปี 2566 พร้อมทั้งให้กำลังใจผู้ประกอบการร้านค้าตลอดจนเชิญชวนผู้ประกอบการค้าทุเรียน สมัครเข้าร่วมโครงการการใช้ตราสัญลักษณ์ “จันท์การันตี” (CHAN GUARANTEE) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในคุณภาพและมาตรฐานผลไม้ของ จ.จันทบุรี

ทั้งนี้ ทางสำนักงานพาณิชย์ จ.จันทบุรี รายงานราคาทุเรียน เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 ราคาเฉลี่ยของทุเรียนหมอนทอง AB อยู่ที่ 134 บาท/กิโลกรัม ทุเรียนหมอนทอง C อยู่ที่ 99 บาท/กิโลกรัม ทุเรียนหมอนทอง D อยู่ที่ 87 บาท/กิโลกรัม และทุเรียนหมอนทอง ABC อยู่ที่ 123 บาท/กิโลกรัม

กรมข้าวหนุนศูนย์ฯอีสานเพิ่มผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731519

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น พบปะหารือกับประธานศูนย์ข้าวชุมชน
4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งสิ้น 24 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนจาก จ.ขอนแก่น 13 ศูนย์ ศูนย์ข้าวชุมชนจาก จ.อุดรธานี 7 ศูนย์ ศูนย์ข้าวชุมชนจาก จ.ชัยภูมิ 2 ศูนย์ และศูนย์ข้าวชุมชนจาก จ.มหาสารคาม 2 ศูนย์ โดยร่วมหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และรับฟังถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกษตรกรกำลังประสบ พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ และสาหร่ายแกมเขียว มาผสมผสานในการเพาะปลูก อีกทั้งนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และเน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริมต่อไป

จากนั้นอธิบดีกรมการข้าว ได้ประชุมติดตามกำกับงานตามนโยบายและรับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกรมการข้าวให้ไปสู่เป้าหมาย โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับเป็นหลัก เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

‘มนัญญา’เปิด 2 โครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731521

‘มนัญญา’เปิด 2 โครงการ  ลดก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร

‘มนัญญา’เปิด 2 โครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชภาคใต้ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี กรมวิชาการเกษตร ภายใต้แนวคิด “วิชาการเกษตรนำ เทคโนโลยีล้ำ เกษตรกรรมใต้ยั่งยืน” ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รอง ผวจ.กระบี่ เข้าร่วม พร้อมกันนี้ น.ส.มนัญญา ได้เป็นประธานเปิดโครงการ “DOA GREEN TO GETHER” แปลงต้นแบบการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต ในการผลิตพืช และเปิดโครงการ “การผลิตแบบผสมผสานทางการเกษตร (มะพร้าว พืชร่วม และการเลี้ยงผึ้ง) 1 ไร่  1 แสน ในพื้นที่ภาคใต้” และร่วมกันปลูกต้นซิลเวอร์โอ๊คเพื่อช่วยในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของการดำเนินงานในกลุ่มของพืช ปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวมถึงไม้ผล สำหรับโครงการนำร่องด้านคาร์บอนเครดิตในพืชเศรษฐกิจ ที่กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการภายใต้ชื่อ “DOA Green Together” จะนำไปสู่การสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากการดำเนินงานของพื้นที่หมุนเวียนภายในตัวหน่วยงานเอง และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร โดยเฉพาะองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และภาคเอกชนที่เข้าร่วม

ด้านนายระพีภัทร์กล่าวว่า ได้จัดทำแนวทางในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร 2 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การจัดทำต้นแบบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตพืช โดยมีแนวทางการดำเนินงานในพืชเป้าหมายที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา และไม้ผล (ทุเรียน และมะม่วง) ซึ่งจะพัฒนาเป็นโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ และ 2.การพัฒนากรมวิชาการเกษตรเพื่อเป็นหน่วยงานตรวจรับรองคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร มีเป้าหมายพัฒนาให้สามารถเป็นหน่วยงานในการตรวจรับรองคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้และการเกษตร พร้อมกับจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาก๊าซเรือนกระจกเพื่อรองรับการดำเนินงานดังกล่าว

สำหรับโครงการ “การผลิตแบบผสมผสานทางการเกษตร 1 ไร่ 1 แสน ในพื้นที่ภาคใต้” เป็นต้นแบบสวนมะพร้าวแบบผสมผสาน พื้นที่ 1 ไร่ดูแลจัดการสวนโดยใช้แรงงานเพียง 1 คน โดยปลูกมะพร้าวเป็นพืชหลัก แซมด้วยไม้ผล และพืชผัก เป็นการดำเนินการตามโครงการ “GAP Monkey Free Plus” โดยยึดหลักการ “ตลาดนำการผลิต” ซึ่งพบว่าวิธีการใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยวมะพร้าวด้วยการใช้ไม้สอย จะช่วยสร้างอาชีพให้แก่แรงงานในท้องถิ่น

ปลัดฯพบผู้บริหารกรมประมง มอบนโยบายปฏิบัติระดับพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731520

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมประมง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นำโดย นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง ที่กรมประมง

สำหรับการหารือดังกล่าว มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น และให้นำนโยบายตลาดนำการผลิตมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในเรื่องการเติบโตในสายงานและสวัสดิการต่างๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจการทำงานต่อไป

‘กฟก.เชียงใหม่’ลุยจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกกับ ธ.ก.ส ผ่อนเงินต้นคงค้าง50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731423

‘กฟก.เชียงใหม่’ลุยจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกกับ ธ.ก.ส  ผ่อนเงินต้นคงค้าง50%

‘กฟก.เชียงใหม่’ลุยจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกกับ ธ.ก.ส ผ่อนเงินต้นคงค้าง50%

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.26 น.

‘กฟก.เชียงใหม่’ลุยจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกกับ ธ.ก.ส  ผ่อนเงินต้นคงค้าง50%

17 พฤษภาคม 2566 นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) สาขาจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติงานกับนางจรรยา ตะริโย ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาเมืองแกน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายไกรกฤษณ์ อินบัว ผู้ช่วยผู้จัดการฯ หัวหน้าหน่วยสินเชื่อ ธ.ก.ส. และพนักงานสินเชื่อ ธ.ก.ส.ตามแผนปฏิบัติงานบริหารจัดการหนี้ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 และวันที่ 14 มีนาคม2566  ณ ศาลาชุมชนบ้านช่อแล ต.ช่อแล อ.แม่แตง  จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงนัดหมายจัดทำหนังสือปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้  ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง  ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 22 มีนาคม 2565 และวันที่ 14 มีนาคม 2566

“คณะรัฐมนตรี ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เห็นชอบในหลักการ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยให้เกษตรกรทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิม และให้เกษตรกรทำสัญญาผ่อนชำระเงินต้นคงค้างครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ 50 และดอกเบี้ยในส่วนที่เกษตรกรไม่ต้องรับภาระ และค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐบาลจะรับภาระจัดสรรชดเชยให้กับธนาคารฯ เมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว” นายนิยม กล่าว

ผลเสี่ยงทาย’พระโค’กินหญ้า-เหล้า น้ำท่าบริบูรณ์-เศรษฐกิจรุ่งเรือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731377

ผลเสี่ยงทาย'พระโค'กินหญ้า-เหล้า น้ำท่าบริบูรณ์-เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ผลเสี่ยงทาย’พระโค’กินหญ้า-เหล้า น้ำท่าบริบูรณ์-เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 09.59 น.

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2566 พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้าได้ 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินหญ้าและเหล้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2566 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นการประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2566 เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ 

โดยประกอบพระราชพิธีในวันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 – 08.39 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวดวงพร งามประดิษฐ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ กรมวิชาการเกษตร และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวปนัดดา เปี่ยมมอญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวภัทรปภา มินรินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2566 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดีผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินหญ้าและเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสเดียวกันนี้ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 จำนวน 3 ราย และเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2566 จำนวน 33 ราย รวม 35 ราย ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้

ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 3 ราย ที่เข้ารับโล่พระราชทานฯ ในปี พ.ศ. 2566 คือ
1) ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทยได้แก่ นายอเนก สีเขียวสด จังหวัดอ่างทอง
2) เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายเกรียงศักดิ์ เสรีรัตน์ยืนยง จังหวัดยะลา
3) เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ อาชีพทำสวน ได้แก่ นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ จังหวัดชุมพร

เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 16 ราย คือ
1) อาชีพทำนา ได้แก่ นายพิชัย โสทะ จังหวัดนครสวรรค์
2) อาชีพทำสวน ได้แก่ นายจักรินทร์ โพธิ์พรม จังหวัดอุดรธานี
3) อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายชาญชัย ธนะกมลประดิษฐ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4) อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นางสาวพนมรัตน์ รักเหล็ก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
5) อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ นางเงินเหรียญ โสมนาม จังหวัดสกลนคร
6) อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายวุฒิศักดิ์ พรมแก้ว จังหวัดพังงา
7) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายธนันชัย  เอกเผ่าพันธุ์ จังหวัดนครปฐม
8) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายสุชาติ ศรีประสม จังหวัดชลบุรี
9) อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นายปกรณ์ วงศ์มโนพฌิช จังหวัดราชบุรี
10) อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นายมนรัตน์ วิวิธธนากร จังหวัดปทุมธานี
11) สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ นางบรรจง แสนยะมูล จังหวัดมหาสารคาม
12) สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายคำภีร์ หงษ์คำ จังหวัดเพชรบูรณ์
13) สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช ได้แก่ นายสายชล จันทร์วิไร จังหวัดสุโขทัย
14) สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นายธนิต สมแก้ว จังหวัดพัทลุง
15) ที่ปรึกษายุวชนเกษตรกร ได้แก่ นางสาวสถาพร ตะวันขึ้น จังหวัดสมุทรสงคราม
16) สมาชิกกลุ่มยุวชนเกษตรกร ได้แก่ นางสาวจิราพัชร คุ้มกุดขมิ้น จังหวัดชัยภูมิ

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 12 กลุ่ม คือ
1) กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านร้องประดู่จังหวัดอุตรดิตถ์
2) กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรสวนยาง ตำบลกันทรอม จังหวัดศรีสะเกษ
3) กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ – แกะ จังหวัดแพร่
4) กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมงพื้นบ้านปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
5)กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสว่างวีระวงศ์จังหวัดอุบลราชธานี
6) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ จังหวัดนราธิวาส
7) กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนโนนกอกวิทยา จังหวัดชัยภูมิ
8) กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแฝก – โนนสำราญ  จังหวัดนครราชสีมา
9) สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำบางทรายนวล จังหวัดสุราษฎร์ธานี
10) ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านมะยาง จังหวัดศรีสะเกษ
11) ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภท ข้าวอื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านบึงคล้าย – ชัยพัฒนา จังหวัดพิษณุโลก
12) วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลไร่มะขามจังหวัดเพชรบุรี

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 3 สหกรณ์ คือ
1) สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรด่านมะขามเตี้ย จำกัด จังหวัดกาญจนบุรี
2) สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร
3) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ศูนย์กลางละอาย จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2566 จำนวน 2 สาขา คือ
1) สาขาปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ นายเมธี บุญรักษ์ จังหวัดนราธิวาส
2)สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ได้แก่ นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ จังหวัดชุมพร

‘ชาวนาพิจิตร’ถือฤกษ์วันพืชมงคลปักดำข้าว ขอรัฐบาลใหม่ช่วยราคาสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731371

‘ชาวนาพิจิตร’ถือฤกษ์วันพืชมงคลปักดำข้าว ขอรัฐบาลใหม่ช่วยราคาสินค้าเกษตร

‘ชาวนาพิจิตร’ถือฤกษ์วันพืชมงคลปักดำข้าว ขอรัฐบาลใหม่ช่วยราคาสินค้าเกษตร

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 08.46 น.

‘ชาวนาพิจิตร’ถือฤกษ์วันพืชมงคลปักดำข้าว ขอรัฐบาลใหม่ช่วยราคาสินค้าเกษตร

17 พฤษภาคม 2566 เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ถือฤกษ์ดี “วันพืชมงคล” ทำการลงมือปลูกข้าว โดยเลือกใช้วิธีการปักดำต้นกล้า แทนการหว่านเมล็ด เพื่อหลีกเลี่ยงวัชพืชในนาข้าว โดยการทำนา เกษตรกรส่วนใหญ่จะยึดวันดีวันพืชมงคลเป็นการเริ่มต้นการเพาะปลูกตามความเชื่อ พืชผลทางการเกษตรเมื่อเริ่มทำการการเพาะปลูกในวันพืชมงคลจะเจริญงอกงาม ปราศจากศัตรูพืช และภัยธรรมชาติรบกวน ผลผลิตที่ได้จะดี

นายชั้น เกตุแก้ว เกษตรกรชาวนา กล่าวว่า ในช่วงเข้าฤดูฝน โดยเฉพาะวันพืชมงคล จึงลงมือเพาะปลูกข้าว ซึ่งตามโบราณเชื่อว่าการลงมือเพาะปลูกในช่วงในวันพืชมงคล ถือว่าเป็นฤกษ์ดีของการเพาะปลูก โดยเลือกปักดำข้าว หลีกเลี่ยงวัชพืชในนาข้าว พร้อมฝากรัฐบาลชุดใหม่ ที่ตนเองได้เลือก ช่วยแก้ปัญหาให้ราคาสินค้าการเกษตรให้ดีขึ้น

ขณะที่ชาวนาส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน  ยังคงไม่ได้เริ่มทำการเพาะปลูกข้าว ยังรอน้ำฝน เป็นน้ำต้นทุนในการทำนา ซึ่ง คาดว่าในปีนี้ปริมาณฝน ที่มาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา จะทำให้การทำนา ได้เร็วขึ้น………-005

รองปลัดฯแจงโครงการ รับมือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731316

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจง (Kick-off) โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilence in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมกรมชลประทาน สามเสน กทม.และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจรายละเอียดโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilence in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือของกรมชลประทาน และสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) โดยได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) วงเงิน 17.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ UNDP ได้จัดทำเอกสารข้อตกลงในการดำเนินโครงการ (Funding Activities Agreement: FAA) ร่วมกับกองทุน GCF โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ โดยคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ชลประทานเร่งมือ เก็บกักน้ำในฤดูฝน เกษตรกรเพาะปลูก บริหารน้ำตามแผน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731314

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 45,564 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 13,857 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ ขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 65/66 ทั้งประเทศไปแล้ว 23,780 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 86 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 8,579 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 95 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.)

ด้านผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.36 ล้านไร่ หรือร้อยละ 99 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้วประมาณ 6.35 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯซึ่งขณะนี้บางพื้นที่มีการเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จจึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรังต่อเนื่อง (นาปรังรอบ 2) เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง ที่กรมชลประทาน ได้ปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดู
น้ำหลากจะมาถึง ปัจจุบันในพื้นที่ทุ่งบางระกำได้เริ่มเพาะปลูกแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นมา ส่วนอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้เริ่มส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้เกษตรกรใช้เพาะปลูกได้

‘สุรเดช’ตรวจเข้มทุเรียน ช่วงส่งออกผลผลิตทุกสายพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731315

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวง
เกษตรฯ ให้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการส่งออกผลไม้ตามมาตรการควบคุมคุณภาพผลผลิตตลาดส่งออก พื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยมีนายธวัชชัย นามสมุทร รอง ผวจ.จันทบุรี นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ เกษตรและสหกรณ์ จ.จันทบุรี และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเยี่ยมชมสวนทุเรียนลุงเต่า ของ น.ส.ขนิษฐา วิญญูนันทกุล สมาชิก Young Smart Farmer อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พื้นที่ 6 ไร่ ซึ่งเปิดเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นสวนผลไม้แบบผสมผสาน อาทิ เงาะ มังคุด ลองกอง เป็นต้น อีกทั้งยังได้รับตราสัญลักษณ์รับรองผู้ประกอบการค้าและผลิตภัณฑ์ “จันท์การันตี” (Chan Guarantee) ปี 2566 สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผลไม้ จ.จันทบุรี และส่งเสริมสัญลักษณ์ผลไม้ จ.จันทบุรี ให้เป็นที่ยอมรับ จากนั้นตรวจติดตามมาตรการควบคุมคุณภาพผลผลิตตลาดส่งออก (ตรวจก่อนปิดตู้) ที่โรงคัดบรรจุทุเรียน “ผู้ใหญ่ตู่” อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

นายสุรเดชกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความเป็นห่วงเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของทุเรียน
จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและติดตามคุณภาพทุเรียน ซึ่งปี 2566 ทั้ง 3 จังหวัด (ระยอง จันทบุรี ตราด) ได้กำหนดมาตรการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน 4 พันธุ์ ดังนี้ พันธุ์กระดุม และพันธุ์พวงมณี เก็บเกี่ยววันที่ 10 มีนาคม 2566 พันธุ์ชะนีเก็บเกี่ยววันที่ 20 มีนาคม 2566 และพันธุ์หมอนทอง เก็บเกี่ยววันที่ 15 เมษายน 2566 หากเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนกำหนด ต้องนำตัวอย่างทุเรียนไปตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ จุดบริการ สถาบันที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ สำนักงานเกษตร จ.จันทบุรี รายงานข้อมูลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-18 เมษายน 2566 ตัวอย่างทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ รวม 7,605 ตัวอย่าง (กระดุม 660,ชะนี 193, พวงมณี 59, หมอนทอง 6,692 และพันธุ์อื่นๆ 1 ตัวอย่าง)

ทั้งนี้ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 6 จันทบุรี รายงานสถานการณ์ตู้ส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีน (ภาคตะวันออก) วันที่ 18 เมษายน 2566 รวมทุกด่าน 858 ชิปเมนท์ แบ่งเป็นทางเรือ 512 ชิปเมนท์ ทางบก 277 ชิปเมนท์ ทางรถไฟ 59 ชิปเมนท์ และทางอากาศ 10 ชิปเมนท์ ยอดสะสมตู้ส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 18 เมษายน 2566 รวม 12,908 ชิปเมนท์ หรือประมาณ 225,000 ตัน