‘ก.เกษตรฯ’จับมือ’คปภ.’พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ’คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672846

'ก.เกษตรฯ'จับมือ'คปภ.'พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ'คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา'

‘ก.เกษตรฯ’จับมือ’คปภ.’พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ’คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.01 น.

ก.เกษตรฯ จับมือ คปภ. พร้อม 2 บริษัท โบรกเกอร์ประกันภัย TQM TQR เปิดตัวโครงการ “คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา” นำร่อง อกม. และ ศกอ. 20,000 กรมธรรม์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดตัว “โครงการคุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา” ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมมือกันในการสร้างแรงกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบประกันภัย ผ่านการมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ จำนวน 20,000 กรมธรรม์ แก่อาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมความสูญเสียของร่างกายและชีวิต อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ในวงเงินเอาประกันสูงสุด 100,000 บาท รวมไปถึงค่าชดเชยจากการขาดรายได้ระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ภายในระยะเวลา 60 วัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายนำร่อง ได้แก่ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ผู้ทำหน้าที่ประสานงานและเชื่อมโยงการทำงานของอาสาสมัครเกษตรในสาขาต่าง ๆ เกษตรกร องค์กร และหน่วยงานในระดับหมู่บ้าน และเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสำรวจข้อมูลการเกษตร ติดตามและรายงานสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่

ทั้งนี้นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย โดยมีบุคลากรที่มุ่งมั่นทำงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคหลายหมื่นคน แต่ยังคงไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงปัญหาและความต้องการของเกษตรกรรายบุคคลที่มีมากถึง 7.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครเกษตรนับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านการเกษตรในพื้นที่ ประสานงาน และเชื่อมโยงเกษตรกรกับหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ ในการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร แต่ในปัจจุบันนอกจากเกษตรกรจะต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความผันผวนของราคา ความไม่แน่นอนของตลาด รวมไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19แล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือความเสี่ยงทางด้านอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและในทุกสถานที่ โดยไม่ได้คาดคิด การดำเนินโครงการดังกล่าว จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมและปกป้องเกษตรกรไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เสริมภูมิคุ้มกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายเพื่อให้ความคุ้มครองและดูแลอาสาสมัครเกษตร รวมไปถึงเกษตรกรทุกท่านให้ครอบคลุมในด้านอื่น ๆ ต่อไป เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงปลอดภัย

“ต้องขอขอบคุณในความเสียสละและความทุ่มเทในการทำงานของอาสาสมัครเกษตรทุก ๆ ท่าน และขอขอบคุณทาง คปภ. รวมทั้ง บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ให้ความร่วมมือและผลักดันโครงการ “คุ้มครองอุบัติเหตุเซฟ เกษตรอาสา” จนเป็นผลสำเร็จร่วมกัน” อย่างไรก็ตาม จะพยายามผลักดันให้มีโครงการระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ต่อไป รวมถึงจะให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาลให้ได้ พร้อม ๆ กับค่าป่วยการของอาสาสมัครเกษตรทั่วประเทศด้วย” รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าว

สำหรับ อกม. และ ศกอ. ที่สนใจทำประกันอุบัติเหตุในโครงการนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ QR Code ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในการสมัคร ก็สามารถรับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุได้ทันที โดยความร่วมมือระหว่าง สศก. และ คปภ. จะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบประกันภัยภาคเกษตรร่วมกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือ ดูแล และคุ้มครองพี่น้องเกษตรกร ซึ่งดำเนินการร่วมกันภายใต้ “คณะกรรมการความร่วมมือพัฒนาระบบประกันภัยการเกษตร” ในการกำหนดทิศทางและแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการขยายขอบเขตของการประกันภัยในปัจจุบันไปสู่สินค้าเกษตรชนิดอื่น ๆ  นอกเหนือไปจากข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจ พืชรอง หรือสินค้าเกษตรที่มีอนาคตทางการตลาดสูง รวมถึงต่อยอดกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าเกษตรที่เอกชนเป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ จะร่วมกันสร้างทีมงานเพื่อร่วมมือกันทางด้านวิชาการ คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ โดยศึกษาข้อมูล อย่างครอบคลุม ครบทุกมิติความเสี่ยง ทั้งความผันผวนของปริมาณผลผลิต ราคา ตลาด และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจ สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการคุ้มครองความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และหันมาใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทางการเงินของตนเอง

‘เฉลิมชัย’เร่งเพิ่มศักยภาพ พัฒนาการทำงานอาสาสมัครเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672583

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดสัมมนาคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร กระทรวงเกษตรฯ (อกม.) และมอบประกาศเกียรติคุณแก่คณะกรรมการอาสาสมัครฯ และประธานคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กทม.ว่า อาสาสมัครเกษตร ถือเป็นบุคคลที่สำคัญ เป็นผู้นำด้านการเกษตร ที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ข้อมูลโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการให้บริการทางการเกษตร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสานงานระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และองค์กรภาคเอกชน อีกทั้งยังเป็นผู้ให้การ
ช่วยเหลือแก่เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ในการแก้ปัญหาทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม รวดเร็ว ทันเวลา

“การอบรมสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มความรู้และแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ และ อกม.ที่เป็นตัวแทนในแต่ละจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม การสื่อสารออนไลน์ รวมถึงมาให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน เพราะว่า อกม.ทำงานเหมือนจิตอาสา เป็นการทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น การอบรมนี้จึงจะเป็นกำลังใจและเป็นประโยชน์ต่ออกม.สำหรับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับอาสาสมัครเกษตร โดยหน่วยงานในสังกัด 16 หน่วยงาน จะมีอาสาสมัครเกษตรที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร เพื่อเป็นตัวแทนเกษตรอาสาที่จะเข้าไปสื่อสารสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการให้แก่เกษตรกร” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า อาสาสมัครเกษตรมีโครงสร้างการบริหารงานในรูปแบบของคณะกรรมการ โดยมี อกม.ที่ได้รับการคัดเลือก ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ สนับสนุนการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดสัมมนาคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร มีผู้แทนคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจากทุกจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง 120 ราย เข้าร่วมงาน โดยภายในงานฯ จะมีการฝึกอบรมความรู้และทักษะในการปฏิบัติ ระดมความคิด เพื่อจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครเกษตรแบบมีส่วนร่วม มีการจัดแสดงนิทรรศการเชิดชูเกียรติ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่อาสาสมัครเกษตร ซึ่งเป็นผู้นำด้านการเกษตรที่มีจิตอาสาและเป็นผู้มีคุณูปการต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ

ปลัดเกษตรฯร่วมเชิดชู โครงการคลินิกเกษตร ให้บริการเป็นผลสำเร็จ ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672580

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา โดยมีนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุเทพ มณีโชติ
รองผวจ.ขอนแก่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ จ.ขอนแก่น ว่าโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร มีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน โดยเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นการนำบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตร มาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กราบบังคมทูลถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ พระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ จ.สระบุรี และดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา20 ปี

เกษตรฯหนุนใช้สาหร่าย จับมือญี่ปุ่นแปรรูปผลิตน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672582

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ วิวิธเกยูรวงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว พร้อมคณะ ศึกษาดูงานการผลิตสาหร่ายเป็นน้ำมันเครื่องบินที่บริษัท ชิโตเซะ เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ โดยมี นางริเอะ คุจิมิยะ ประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัทฯต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลงานการวิจัยและพัฒนาสาหร่ายของบริษัทชิโตเซะ พร้อมนำชมห้องแล็บปฏิบัติการผลิตสาหร่ายในระบบปิด เพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนพลังงานจากฟอสซิลตามแนวทางพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการแปรรูปสาหร่ายเป็นอาหารประเภทโปรตีนจากพืช (plant based protein) และผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นๆ โดยจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือกับหลายประเทศและพร้อมร่วมมือกับไทย โดยมีคอนเซ็ปต์“Cultivate The Earth”

ด้านนายอลงกรณ์กล่าวว่า วิสัยทัศน์และแนวทางของบริษัท ชิโตเซะ สอดคล้องกับนโยบาย BCG Mode (Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาลไทย และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ภายใต้นโยบายเกษตรอาหารเกษตรพลังงานและนโยบายอาหารแห่งอนาคต โดยส่งเสริมสาหร่ายทะเล และสาหร่ายน้ำจืด ให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สำหรับโครงการผลิตสาหร่ายเพื่อแปรรูปสร้างมูลค่าสู่เกษตรมูลค่าสูงเริ่มดำเนินการทันทีในปีนี้ โดยต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยของ สวทช.กรมประมง ศูนย์ AIC และเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา กรมประมง ร่วมกับมูลนิธิ เวิลด์วิว ไครเมท และมูลนิธิ เวิลด์วิว อินเตอร์เนชั่นแนล จัดสัมมนา เรื่อง “อนาคตสาหร่ายทะเลในประเทศไทย Seaweed : The Next Future” มีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หน่วยงานวิจัย และภาครัฐภาคเอกชนของไทยและต่างประเทศ เข้าร่วม

กรมชลฯยกระดับจัดการน้ำพื้นที่EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672579

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมเวทีเสวนา “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ EEC”จัดโดย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับ กระทรวงสิ่งแวดล้อมสาธารณรัฐเกาหลี สภาน้ำแห่งเอเชีย (Asia Water Council หรือ AWC) และ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development หรือ OECD)

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้นำเสนอเรื่องการบริหารจัดการน้ำด้านเกษตรกรรม โดยพัฒนาควบคู่ไปกับด้านอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลกัน โดยเน้นการประหยัดน้ำ และเพิ่มคุณภาพการใช้น้ำเป็นหลัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ซึ่งการเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การหารือระดับชาติเรื่องน้ำในประเทศไทยและพื้นที่ศึกษาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” หรือ “EEC” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง AWC กระทรวงสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐเกาหลี OECD และ สทนช. ภายใต้ “โครงการข้อริเริ่มความร่วมมือด้านน้ำกรอบระยะเวลา 5 ปี (2020-2024)”

สำหรับเป้าหมายสำคัญก็เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความเห็นต่อข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครอบคลุมการบริหารจัดการความต้องการใช้น้ำ มาตรการกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสุขาภิบาลในพื้นที่ EEC และช่องว่างของกลไกทางการเงิน เทคโนโลยี นวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ นำไปสู่การจัดทำร่างรายงานเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ EEC ฉบับสุดท้ายที่สมบูรณ์ ก่อนนำไปปรับใช้จริงให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ EEC ต่อไป

ก.เกษตรฯ จัดเวทีเครือข่ายพัฒนา Young Smart Farmer ระดับประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672500

ก.เกษตรฯ จัดเวทีเครือข่ายพัฒนา Young Smart Farmer ระดับประเทศ

ก.เกษตรฯ จัดเวทีเครือข่ายพัฒนา Young Smart Farmer ระดับประเทศ

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.47 น.

ก.เกษตรฯ จัดเวทีเครือข่ายพัฒนา Young Smart Farmer ระดับประเทศ เสริมองค์ความรู้ที่ทันสมัย ให้สามารถทำการเกษตรได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนเป็นผู้สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่การเป็นธุรกิจเกษตรได้

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดเวทีเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2565 เพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย Young Smart Farmer และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร กว่า 250 คน ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ว่า “เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer” ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาขับเคลื่อนภาคการเกษตรผ่านการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันภาคการเกษตรของประเทศไทยมีทิศทางและแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและสามารถทำการเกษตรอยู่ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก มีแนวคิดสร้างสรรค์ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการการเกษตร เป็นที่พึ่งแก่เพื่อนเกษตรกร เป็นผู้นำทางการเกษตร 4.0 ในท้องถิ่น และเป็นผู้สร้างแรงจูงใจ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพการเกษตรให้แก่เยาวชน เกษตรกร และบุคคลทั่วไป ทำให้ภาคการเกษตรเกิดความก้าวหน้า ขยายผลการพัฒนาไปสู่เกษตรกรรายอื่น ตลอดจนเป็นผู้สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ชุมชนเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานการเกษตรได้

“รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้า การเติบโต และการพัฒนาของ Young Smart Farmer ที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมาก เกษตรกรเองจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย ทั้งในเรื่องของการรับรู้ รับทราบ และเข้าถึงเทคโนโลยี กระบวนการ และวิชาการต่าง ๆ กระทรวงเกษตรฯ จึงมีนโยบายสำคัญที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรไปสู่เกษตรทันสมัย หรือเกษตร 4.0 โดยมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย รวมถึง Young Smart Farmer เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานไปพร้อม ๆ กัน โดยมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร สามารถสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และปรับเปลี่ยนภาคการเกษตรของไทยจากการทำแบบเคยชิ้นหรือคุ้นเคย มุ่งสู่การเป็นธุรกิจเกษตรได้” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินงานพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer ผ่านการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และให้เกษตรกรรุ่นใหม่เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งช่วยตอบสนองความต้องการที่แท้จริงและนำไปสู่การปฏิบัติงานได้จริง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาด โดยมุ่งหวังให้ Young Smart Farmer เป็นผู้นำด้านการเกษตรในอนาคต สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ เสริมสร้างทักษะทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer มาตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้วกว่า 20,000 ราย โดยผ่านกระบวนการพัฒนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการประเมินคุณสมบัติเป็น Young Smart Farmer จำนวน 18,215 ราย มีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งระดับจังหวัดและระดับเขต รวมถึงมีคณะทำงานผู้ประสานงานเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่าง Young Smart Farmer กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง

กรมชลฯเร่งเสริมสร้าง ความมั่นคงทางด้านน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672287

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมประชุมคณะทำงานพิจารณาการพัฒนากรอบความร่วมมือกับธนาคารโลก ครั้งที่ 2/2565 โดยมี นายสราวุธ ชีวะประเสริฐ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย Ms.Shelley McMillan ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารทรัพยากรน้ำอาวุโส ธนาคารโลก และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นการพัฒนากรอบความร่วมมือกับประเทศไทย ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำกับธนาคารโลก โดยกรมชลประทาน ได้นำเสนอข้อมูลด้านการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ การป้องกันความเสียหายจากภัยพิบัติและอุทกภัย ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โครงการพัฒนาแหล่งน้ำรองรับพื้นที่ EEC ให้กับทางธนาคารโลกได้พิจารณาเพื่อสนับสนุนเงินทุน/ด้านเทคนิค ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ดังกล่าว

คกก.เร่งถกแก้ปัญหา โครงการฝายหัวนา จ่ายชดเชยประชาชน รับผลกระทบก่อสร้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672288

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ (คกก.) แก้ปัญหาโครงการฝายหัวนา ครั้งที่ 1/2565 (14) พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตัวแทนกลุ่มสมัชชาคนจน ตลอดจนตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ว่าคณะกรรมการฯเห็นชอบในการจ่ายเงินค่าทดแทนกรณีที่ดินมีเอกสารสิทธิ 61 แปลง เนื้อที่ 223 ไร่เป็นเงิน 27,934,718.75 บาท แบ่งเป็น อ.กันทรารมย์ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จ.ศรีสะเกษ 16 แปลงเนื้อที่ 74 ไร่ เป็นวงเงิน 9,356,687.50 บาท และเฉพาะกลุ่มโนนสัง กลุ่มราษีไศล และกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 47 แปลง เนื้อที่ 148 ไร่ เป็นวงเงิน 18,578,031.25 บาท

นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบการจ่ายเงินค่าทดแทนกรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิอีก 372 แปลง เนื้อที่ 542 ไร่ เป็นวงเงิน 24,406,200 บาท สำหรับผู้ครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินที่ถูกเขตการก่อสร้างโครงการฝายหัวนา ที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนค่าขนย้าย ตามหลักเกณฑ์แห่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 โดยแบ่งเป็น อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 8 แปลง เนื้อที่ 7 ไร่ วงเงิน 350,550 บาท อ.กันทรารมย์ 111 แปลง เนื้อที่ 245 ไร่ วงเงิน 11,042,887.50 บาท อ.ยางชุมน้อย 111 แปลง เนื้อที่ 53 ไร่ วงเงิน 2,420,887.50 บาท อ.อุทุมพรพิสัย 39 แปลง เนื้อที่ 108 ไร่
วงเงิน 4,888,237.50 บาท อ.ราษีไศล 73 แปลง เนื้อที่ 126 ไร่ วงเงิน 5,703,637.50 บาท ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะนำมติที่ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาโครงการฝายหัวนา จ.ศรีสะเกษ เสนอเข้าในวาระการประชุม ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป

ปศุสัตว์ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นำเข้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672289

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้นายสัตวแพทย์รักไทยงามภักดิ์ ผอ.กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบังโดยมีคณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจสอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน (ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์) ประกอบด้วยกรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งการนำเข้าครั้งนี้เป็นการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ในโควตาโดยผู้นำเข้าทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยนำเข้าจากประเทศปากีสถาน ปริมาณ 509.45 ตัน โดยกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบและสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ก่อนที่จะนำไปใช้ผลิตอาหารสัตว์ต่อไป

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อให้การนำเข้า-ส่งออก การผลิต และการขายทั้งอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้คุณภาพมาตรฐาน ตลอดจนมีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธีและโฆษณาตามความเป็นจริง สอดคล้องกับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ 2558 มีการขึ้นทะเบียน ขอใบอนุญาต และขอใบรับรองระบบประกันคุณภาพอาหารสัตว์หรือใบรับรองอื่นๆ เกี่ยวข้อง เป็นการป้องกันอาหารสัตว์และวัตถุดิบที่ปลอมปน เสื่อมคุณภาพ ผิดมาตรฐาน หรือไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์และคุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค จึงได้สั่งการให้กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง

เกษตรฯจับมือญี่ปุ่นส่งออก แมลงผงสร้างรายได้ให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672290

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ วิวิธเกยูรวงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว นายโชติ พึงเจริญพงศ์ คณะทำงานที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ นายสกนธ์ วนาเศรษฐี ที่ปรึกษา(ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโตเกียว และคณะ เดินทางไปมหาวิทยาลัยทากะซากิ จังหวัดกุนมะ เพื่อประชุมหารือกับ ดร.ทาเคชิ มิซึกุจิ (Takeshi Mizuguchi) อธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าว เพื่อขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต โดยมีการวิจัยและพัฒนากับบริษัท ฟิวเจอร์นอท อิงค์ ผู้ผลิตอาหารจากแมลง โดยใช้ ผงจิ้งหรีดนำเข้าจากประเทศไทย เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าแปรรูป เช่น ขนมแครกเกอร์ โปรตีนแท่ง เป็นต้น โดยนายเรน ซากุไร CEO บริษัท ฟิวเจอร์นอท และ ดร.อะกิฮิโร อีจิมะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี ได้นำเสนอข้อมูลของบริษัทตลอดจนพาชมห้องปฏิบัติการทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

นายอลงกรณ์กล่าวว่า พอใจในความสำเร็จการหารือ โดยท่านอธิการบดี ดร.ทาเคชิ มิซึกุจิ และนายเรน ซากุไร ซีอีโอ บริษัทฟิวเจอร์นอท พร้อมลงนาม MOU กับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านแมลง เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมวิจัยและพัฒนาแมลง ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนทางเลือกใหม่ภายใต้นโยบายอาหารแห่งอนาคต และนโยบายฮับแมลงโลก ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ซึ่งสอดรับกับแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO : Food and Agriculture Organization) ที่ประกาศให้ “แมลงเป็นแหล่งอาหารในอนาคตของโลก” และเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติด้วย

ด้านนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตลาดอาหารจากแมลงในประเทศญี่ปุ่น มีศักยภาพในการเติบโตสูง ปัจจุบันผู้บริโภคและผู้ผลิตอาหารจากแมลง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนญี่ปุ่นให้ความสนใจกับอาหารจากแมลงมากขึ้น และมีความตื่นตัวตามหลักการของ SDGs สูง ปัจจุบันมีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากแมลง อาทิ ข้าวเกรียบผสมผงจิ้งหรีด คุกกี้ ราเมนจิ้งหรีดฯลฯ จึงนับเป็นโอกาสของประเทศไทยในการขยายตลาดมายังประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าแมลงหรืออาหารจากแมลงเป็นกรณีพิเศษ โดยสามารถนำเข้าตามเงื่อนไขของอาหารทั่วไป ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) ได้จัดตั้งคณะทำงาน Foodtech เพื่อกำหนดมาตรฐานและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ Future Food เช่น โปรตีนจากพืช อาหารและอาหารสัตว์จากแมลง