ชาวบุรีรัมย์ร่วมแห่เทียนพรรษา5วัด ถวายเป็นพุทธบูชาพระพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666815

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจนวิทย์ ดับโศรก ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสกลไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ที่ร่วมกันหล่อเทียนพรรษา จำนวน 5 ต้น มาตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 แด่พระภิกษุสงฆ์ วัดในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์  จำนวน 5 วัด ประกอบด้วย วัดกลาง พระอารามหลวง, วัดอิสาณ, วัดธรรมธีราราม, วัดอินทรวนาราม และวัดป่าบุรีรัตน์พัฒนาราม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อร่วมแสดงออกถึงการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวพุทธในการร่วมถวายเทียนพรรษา ตามความเชื่อที่ทำสืบทอดต่อกันมา เพื่อเป็นแสงสว่างแห่งปัญญาตามคติความเชื่อ

ซึ่งในวันนี้มีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษา แด่พระภิกษุสงฆ์ 5 วัด ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทย และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

ฟรุ้ทบอร์ทพอใจการส่งออกผลไม้ไปจีนครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666827

ฟรุ้ทบอร์ทพอใจการส่งออกผลไม้ไปจีนครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ครั้งที่ 3/ 2565 โดยนายอลงกรณ์เปิดเผยภายหลังการประชุมวันนี้ว่า ที่ประชุมฟรุ้ทบอร์ทพอใจผลงานการส่งออกผลไม้ครึ่งปีแรกของปีนี้ เกิน 1 ล้านตัน มากกว่าปีที่แล้วกว่า 120,000 ตัน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ประกอบการและประเทศกว่า 8 หมื่นล้าน และผลการดำเนินการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยที่ประชุมได้แสดงความพอใจและกำชับให้เตรียมพร้อมล่วงหน้ารับมือลำไยภาคตะวันออกที่จะออกช่วงปลายปี พร้อมเห็นชอบโครงการช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนลำไยฤดูกาลที่แล้วจากผลกระทบโควิด-19

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมอบหมาย นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าภาคใต้ และนายชาตรี บุนนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าภาคเหนือ เพื่อประสานการทำงานกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เป็นแกนหลักบริหารจัดการเชิงรุกผลไม้ใต้ ลำไยเหนือ 22 จังหวัด ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้มอบหมายฟรุ้ทบอร์ดให้ยกระดับนโยบาย “คุณภาพและมาตรฐานผลไม้” และให้เร่งเดินหน้าแผน 5 ปี คือ แผนปฏิบัติการพัฒนาผลไม้ปี 2565 – 2570 เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่เป้าหมายเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการพัฒนาพันธุ์ การใช้เทคโนโลยีในการผลิต การเพิ่มการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์ผลไม้ การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability system) การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และการปฏิรูปการบริหารจัดการผลไม้ของฟรุ้ทบอร์ดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาด และรับมือกับการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การปลูกทุเรียน ตลอดจนการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นในตลาดส่งออกในจีนและทั่วโลก

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ ดังนี้

1. การแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนามังคุด มะม่วง และมะพร้าว ตามข้อเสนอของเกษตรกรผู้ทรงคุณวุฒิ มีหน้าที่จัดทำแผนและพัฒนามังคุด มะม่วง และมะพร้าว แบบครบวงจร ซึ่งเป็นคณะทำงานชุดใหม่เพิ่มเติมจากคณะทำงานทุเรียน และคณะทำงานลำไย ตามแนวทางการบริหารเชิงรายผลไม้เศรษฐกิจ (product based)

2. รายงานการศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย ต่อคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการและคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลรายงานการศึกษาฯ เพื่อประกอบการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการพัฒนาและบริหารจัดการลำไยทั้งระบบต่อไป

3. แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปี 2565 จำนวน 764,777 ตัน

4. แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2565 รวม 487,459 ตัน ได้แก่ ทุเรียน จำนวน 382,873 ตัน มังคุด จำนวน 56,340 ตัน เงาะ จำนวน 41,714 ตัน และลองกอง จำนวน 6,532 ตัน โดยมอบหมายศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าประสาน คพจ. เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการผลไม้ กรณีที่การบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่มีปัญหา ให้ประสานกับฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการสนับสนุนการปฏิบัติงานช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

5. โครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 มอบฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำ “ข้อเสนอเพื่อการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวลำไยปี 2564/65” เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ภายใต้สถานการณ์คลัง โดยมีเงื่อนไขและกรอบแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา ดังนี้ (1) ขนาดพื้นที่ปลูกรายละ ไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 ต่อไร่หรือ 1,500 ต่อไร่ หรือ 1, 000 ต่อไร่ หรือ (2) ขนาดพื้นที่ปลูกรายละ ไม่เกิน 15 ไร่ ในอัตรา 2,000 ต่อไร่ หรือ 1,500 ต่อไร่ หรือ 1,000 ต่อไร่ (3) มาตรการช่วยเหลือเยียวยาด้านอื่น ๆ เช่น มาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อด้านหนี้สิน และดอกเบี้ยโดย ธกส.เป็นต้น (4) เป็นเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ผ่านการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2564 กับกรมส่งเสริมการเกษตรเรียบร้อยแล้ว ตัดยอดข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 65 ซึ่งปลูกลำไยที่ให้ผลผลิตได้แล้ว โดยใช้เกณฑ์อายุต้น 5 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานต่อไปนี้

1. สรุปผลการประชุมเฉพาะกิจจากการตรวจราชการลงพื้นที่ของ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ 1.1) รายงานการลงพื้นที่ภาคเหนือเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เพื่อติดตามความพร้อมในการบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าภาคเหนือ ปี 2565 และศึกษามาตรการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พร้อมรับฟัง ปัญหาและอุปสรรค การคาดการณ์ผลผลิต เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการผลไม้ในฤดูกาลผลิต ปี 2565 1.2) รายงานการลงพื้นที่ภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565เพื่อประชุมเฉพาะกิจเตรียมการบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าภาคตะวันออก ปี 2565 และการศึกษามาตรการเยียวยาช่วยเหลือชาวสวนลำไยฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา โดยรับฟังความเห็นจากเกษตรกรสวนลำไย ผู้ประกอบการล้งลำไย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 1.3) รายงานการลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2566 เพื่อประชุมเฉพาะกิจแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ 14 จังหวัดภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2565 และรับทราบรายงานสถานการณ์การผลิต การขนส่ง การบูรณาการจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ตลอดจนพิจารณาปัญหาและอุปสรรค คาดการณ์ผลผลิต และความพร้อมของมาตรการในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้

2. รายงานสถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2565 จากคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 

3. รายงานความก้าวหน้าของคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย โดย ผู้แทนคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย

4. สรุปผลการบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 ประจำฤดูกาลผลิตที่ 1/2565 (เมษายน – มิถุนายน) โดย กรมส่งเสริมการเกษตร

5. รับทราบรายงานการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1 – 7 กรกฎาคม 2565 ของนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขยายความร่วมมือทางด้านการเกษตรกับประเทศญี่ปุ่นในมิติต่าง ๆ โดยได้พบหารือกับองค์การเกษตรและการวิจัยแห่งชาติญี่ปุ่น (NARO : National Agriculture and Research Organization) มหาวิทยาลัยทากะซากิ บริษัทการค้าและโลจิสติกส์ บริษัทวิจัยและพัฒนาแมลงและสาหร่าย โดยเฉพาะการร่วมประชุมหารือกับนายคูนิอากิ คาวามูระ (Mr. Kuniaki Kawamura) ประธานสภาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และภาครัฐ (The Council of Industry-Academia-Government Collaboration) ซึ่งมีแพลตฟอร์มเพื่อการวิจัยและพัฒนาในการเป็นแหล่งองค์ความรู้ การบูรณาการและนวัตกรรม (Filed for Knowledge, Integration & Innovation หรือ FKII) อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) โดยมีนายโอคูมะ ราเคชิ (Mr. Okuma Rakeshi) เป็นผู้อำนวยการ FKII และทีมงานร่วมประชุมที่กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว ซึ่ง FKII สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ในหลากหลายด้าน อาทิ เกษตรอัจฉริยะ การพัฒนาวิศวกรรมพันธุ์พืช อาหารสุขภาพ เครื่องจักรกลเกษตร ฯลฯ และ FKII มีสมาชิกกว่า 4,200 องค์กร มีแพลตฟอร์มเพื่อการวิจัยและพัฒนาถึง 72 กลุ่ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของ รมว.เกษตรฯ ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นแหล่งอาหารของโลก โดยการวิจัยและพัฒนาการใช้วัตถุดิบในการผลิตที่ให้คุณค่าทางสารอาหาร ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดปัญหาภาวะโลกร้อน และลดการสูญเสียอาหาร (Food loss)

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ มอบหมายฝ่ายเลขานุการฟรุ้ทบอร์ด ติดต่อสำนักงานที่ปรึกษาเกษตรต่างประเทศ ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประสานความร่วมมือข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ด้านพัฒนาการผลิตผลไม้ อาทิ R&D Platform ภายใต้โครงการการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ จากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้ง การพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ภายในประเทศ และพร้อมนำเสนอคณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งต่อไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 3/ 2565 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ zoom cloud meeting เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายโอภาส ทองยงค์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายต่อ ลิ้มมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร และผู้ทรงคุณวุฒิฯลฯ โดยมี สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุม.

‘สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ’พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666692

'สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ'พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.58 น.

‘สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ’ พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร ชวน ‘3 จังหวัดอีสาน’ นำร่องปลูกพืชอาหารสัตว์ – ดึงเอกชนทำสัญญารับซื้อ กำหนดราคาขั้นต่ำ หวังสร้างรายได้มั่นคง

14ก.ค.2565 ที่จังหวัดอุดรธานี นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กล่าวกับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จังหวัดอุดรธานีว่า ตามที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ริเริ่มทำโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ โดยร่วมกับจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในยุควิกฤตเศรษฐกิจและได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ที่ทันสมัยได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมกับการช่วยชาติลดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนไปพร้อมกัน  ซึ่งจากการวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งกำลังขาดแคลนมากในเวลานี้ ทั้งตลาดในประเทศไทยและตลาดโลก จะทำให้ข้าวโพดมีราคาสูงขึ้นอีกมาก สถาบันฯ จึงแนะนำให้เกษตรกรทดลองปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก่อนฤดูการทำนา โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช การสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย เช่น  โดรนพ่นยา เครื่องหยอดเมล็ด เครื่องหยอดปุ๋ย การดูแลแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการผลิต และความรู้เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากการปลูกแบบเดิมที่จะได้ผลผลิต 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,300 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมทั้งหลักประกันในการเข้ามารับซื้อถึงแปลง และการกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำที่แน่นอน จะทำให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่า เมื่อเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจะมีรายได้ที่น่าพอใจและมากกว่าพืชอื่น 

“อย่างไรก็ตาม โครงการฯ ต้องขอความร่วมมืองดการเผาตอซังข้าวโพด ที่จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยหันมาไถกลบให้เกิดกระบวนการย่อยสลาย กลายเป็นธาตุอาหารในดินสำหรับพืชต่อไป รวมทั้งต้องปลูกในพื้นที่ที่ถูกกฎหมายด้วย” นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ปิดทองหลังพระฯ จะทําหน้าที่ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรมาร่วมกันดำเนินงานโครงการนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ขอเชิญชวนภาคเอกชนอื่นๆ ที่สนใจต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้อย่างยั่งยืนสามารถติดต่อเข้าร่วมในโครงการนี้ได้เช่นกัน

ทางด้านเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เช่น นายบุญมาก สิงห์คำป้อง เกษตรกรบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แม้จะเคยปลูกแต่มันสำปะหลังมาก่อน เพราะเห็นว่าข้าวโพดเป็นพืชระยะสั้น ได้ผลผลิตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก และยิ่งมั่นใจเมื่อปิดทองหลังพระฯ มีการประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาดูแลอย่างดี และยังมีการรับรองราคาที่แน่นอนให้ เลยคิดว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริมที่น่าสนใจ “ผลผลิตต่อไร่หักค่าใช้จ่ายแล้ว สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมา 3,000-4,000 บาท หากทำได้ดีก็จะขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก” 

ส่วนนางสุวิมล จันทร์เพ็ง เกษตรกร ต.ทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เดิมพื้นที่ของตนปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องผลผลิตต่ำ ไม่มีคุณภาพและต้นทุนสูง เมื่อได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก็คิดว่า การที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ ดูแลทั้งการปลูกและการตลาด ทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องทำเองโดยลำพัง จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ และโครงการฯนี้ จะช่วยให้พัฒนาการทำเกษตรได้ดีขึ้นยกระดับคุณภาพผลผลิตและมีรายได้มากขึ้น 

นางน้อย สุทธิทักษ์ เกษตรกรบ้านทรัพย์เจริญ ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ แสดงความมั่นใจเช่นเดียวกันว่า หลังจากได้ทราบแนวทางการส่งเสริมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว  จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการด้วยความเชื่อมั่นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ดีกว่าปลูกข้าว และยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาข้าวเปลือกที่ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท ราคารับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการรับรองที่ไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 8.50 บาท จึงอยากจะเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่มาร่วมกันปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มากขึ้นอีกด้วย จนถึงขณะนี้ มีเกษตรกรในพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ สามจังหวัด แสดงความสนใจจะเข้าร่วมโครง การฯ แล้ว 265 ราย พื้นที่ปลูกรวม 1,536 ไร่ และคาดว่าหลังการทำประชาคมในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มมากขึ้น

สถาบันอาหารขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666586

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ประชุมหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนางอรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสถาบันอาหารนางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผอ.สถาบันอาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม มีประเด็นหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.โครงการอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยพัฒนาต่อยอดโครงการโปรตีนทางเลือกใหม่ (Alternative proteins) จากพืชและแมลง เช่น ถั่วเขียว เห็ด สาหร่าย ผำ และแมลง 2.โครงการส่งเสริม Start Up เกษตร และ SMEs เกษตรเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3.โครงการมหานครผลไม้และการพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้ 4.โครงการ Eastern Thailand Food Valley 5.โครงการพัฒนาสินค้าประมงขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และ 6.การพัฒนาสินค้าฮาลาล ซึ่งมีตลาดกว่า 2 พันล้านคน
เป็นต้น โดยการหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสถาบันอาหาร ครั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าเกษตรอาหาร สู่เกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการนำองค์ความรู้ และงานวิจัยที่มี นำมาใช้ในการแปรรูป การวิจัยตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรอาหารให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรและส่งออกอาหาร จะเร่งพัฒนาภาคการผลิตผลผลิตทางการเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรมูลค่าสูง หนึ่งในหมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการนำประเทศไทยในฐานะครัวโลกสู่ประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทนของโลกตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ซึ่งโครงการดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่20 พฤศจิกายน 2535 โดยในปี 2560 ทางจังหวัดสกลนคร ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการบรรเทาปัญหาอุทกภัยจำเป็นต้องลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ที่ราบตอนล่าง กรมชลประทาน จึงศึกษาโครงการ ต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ ลักษณะโครงการได้แก่ 1.ประตูระบายน้ำชนิดบานตรงขนาด 8.0 x 7.0 เมตร 5 ช่องอัตราการระบายน้ำ 550 ลบ.ม./วินาที 2.คลองผันน้ำ 3 สาย ความยาวรวม 39.66 กม. 3.คลองส่งน้ำ 1 สาย ความยาว 8.80 กม.และ 4.ระบบส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ 78,358 ไร่ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี (2562 –2569) หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาน้ำท่วมในเขต อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ ช่วยเหลือราษฎรเพื่อการอุปโภค-บริโภคการเกษตรครอบคลุมพื้นที่ 78,358 ไร่ 10,857 ครัวเรือน 53 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.ตองโขบ ต.เหล่าโพนค้อ ต.ด่านม่วงคำ และ ต.แมดนาท่ม

กรมชลฯเตรียมการ รับสถานการณ์น้ำ พื้นที่มีฝนต่อเนื่อง ช่วยเหลือได้ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666587

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,230 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 33,855 ล้านลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,086 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,785 ล้านลบ.ม.

ทั้งนี้ ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2565 เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน และการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยกรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งในและนอกเขตชลประทาน สำหรับโครงการชลประทานในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ ตรวจสอบ ซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเร่งระบายน้ำพื้นที่ท่วมขัง เตรียมแผนเผชิญเหตุ บูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมได้ทันท

สศก.จับมือABARESพัฒนา งานสารสนเทศพยากรณ์สินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666589

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้จัดทำข้อมูลพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ระดับจังหวัด รวม 24 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง สับปะรดโรงงาน (ปัตตาเวีย) มันสำปะหลังโรงงาน กาแฟ มะพร้าวผลแก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง กุ้งขาว แวนนาไม กุ้งกุลาดำ ปลานิล และปลาดุก โดยมีรายละเอียด ได้แก่ เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยวหรือเนื้อที่ให้ผล ผลผลิต ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล ซึ่งจะเป็นการพยากรณ์ผลผลิตทั้งปี และปรับค่าพยากรณ์ตามสถานการณ์การผลิตทุกๆ 3 เดือน

สำหรับเทคนิควิธีการพยากรณ์ ได้ใช้แบบจำลองทางสถิติ ซึ่งจะแสดงความสัมพันธ์เชิงเศรษฐศาสตร์ระหว่างตัวแปรที่มีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อไร่ เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ น้ำเขื่อน ราคาที่เกษตรกรขายได้ ราคาปัจจัยการผลิต เป็นต้น ร่วมกับการสำรวจภาวะการผลิตในแหล่งผลิตสำคัญ (RRA) โดยวิธีการสัมภาษณ์เกษตรกรหรือผู้รู้ที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ค่าพยากรณ์ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อมูลพยากรณ์ร่วมกันก่อนเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งนี้ สศก.ได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำพัฒนาแบบจำลองเพื่อการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร โดยใช้ Machine Learning หรือเทคโนโลยีด้าน AI (Artificial Intelligence) นอกจากนี้ สศก.ยังได้ศึกษาวิธีการพยากรณ์ของหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งมีโครงการความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้กับ Bureau of Agricultural and Resource Economics and Science (ABARES) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยอิสระมีหน้าที่ให้ข้อมูล การวิจัย การวิเคราะห์และข้อเสนอแนะนโยบาย ให้แก่กระทรวงเกษตร น้ำ และสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี ABARES ใช้แบบจำลอง Machine Learning เพื่อพยากรณ์ผลผลิตและรายได้ การใช้ปัจจัยการผลิต ต้นทุนการผลิต ผลตอบแทน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผลผลิตคงคลัง (Change in stock) ในระดับฟาร์ม ภูมิภาค และประเทศ โดยพิจารณาจากสภาพภูมิอากาศ ราคาปัจจัยการผลิต และราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งยังสามารถนำแบบจำลองมาใช้ประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันและอนาคตที่อาจเกิดขึ้นต่อความสามารถในการทำกำไรของฟาร์ม อีกทั้งยังสามารถใช้ค่าพยากรณ์ในการจัดทำตัวชี้วัดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ด้วย

เกษตรฯถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666399

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปีงบประมาณ 2565 กิจกรรมหลักเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร โดยปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าว 2,478 ศูนย์ จากพื้นที่ 74 จังหวัด มีการดำเนินงานกิจกรรมในลักษณะการบริหารจัดการแบบชุมชนมีส่วนร่วม “โดยชาวนา เพื่อชาวนา” ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการข้าว ซึ่งได้วางระบบร่วมกับผู้แทนของศูนย์ข้าวชุมชน โดยจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารศูนย์ข้าวชุมชนในทุกระดับและมีการสร้างเครือข่ายในรูปแบบของคณะกรรมการ ได้แก่ ระดับศูนย์ จังหวัด เขต และประเทศ จึงกล่าวได้ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง

“การจัดงานในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้ศูนย์ข้าวชุมชนและเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งให้เกษตรกรตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิตข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การดำเนินการดังกล่าว ยังจะเป็นการยกระดับของภาคเกษตรกรรมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เมล็ดพันธุ์คุณภาพจะต้องถึงมือพี่น้องเกษตรกรได้จริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯพร้อมจะเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ส.ป.ก.แก้ปัญหาขาดน้ำ ขุดบ่อบาดาลช่วยเหลือ ใช้ระบบสูบโซลาร์เซลล์ เกษตรกรมีน้ำทำเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666400

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว. เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แถลงว่า ในช่วงฤดูแล้งที่น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ หรือในช่วงที่ผลิตผลกำลังติดดอกออกผล เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย จึงดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดิน ชื่อว่า “โครงการก่อสร้างบ่อบาดาลและระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน” เช่น ที่ จ.ราชบุรี ดำเนินการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ บ้านรางเฆ่ หมู่ 4 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 168 ไร่ 15 ราย 17 แปลง และบ้านหนองปากชัฏหมู่ 6 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 155 ไร่ 11 ราย 11 แปลง ตามนโยบายของ
กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ส.ป.ก. ได้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนปฏิรูปที่ดินฯ เป็นงบประมาณก่อสร้างวงเงิน 87,620,620 บาท รวม 62 โครงการ ใน 24 จังหวัด ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 13 โครงการ 8 จังหวัด เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 259 ครัวเรือน 2,089 ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้างไปแล้ว 18,661,000 บาท และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 44 โครงการ และอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ 5 โครงการ มีการบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการขอรับคำปรึกษา องค์ความรู้ เทคนิควิธีการต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โครงการบ่อบาดาลนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร ช่วยลดภาระรายจ่ายในการดำรงชีวิต สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และมีอาชีพในช่วงฤดูทำนา

ปภ.ฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ปูพรม6จังหวัดรับมือภัยจากคลื่นสึนามิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666398

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ กรณีภัยจากคลื่นสึนามิ ประจำปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่ 27 อำเภอชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อซักซ้อมความพร้อมของแผนเผชิญเหตุสึนามิของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บัญชาการตามระบบบัญชาการ การอพยพ และการจัดตั้งศูนย์พักพิงในระดับอำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานการปฏิบัติการบริหารจัดการสถานการณ์กรณีเกิดคลื่นสึนามิได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติการหน่วยงานภายในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีสึนามิ (SOP) เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ปภ.ส่วนกลาง เมื่อช่วงเดือน มี.ค.2565 ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ปภ. และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ได้ซักซ้อมแนวทาง ขั้นตอนการปฏิบัติ และการประสานงานภายในหน่วยงาน ปภ. และระหว่างหน่วยงาน

และเพื่อเป็นการขยายผลการฝึกซ้อมไปสู่ระดับพื้นที่ ปภ. จึงได้ร่วมกับ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จึงได้จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ กรณีภัยจากคลื่นสึนามิ ประจำปี 2565 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. – 21 ก.ค. 2565 ในพื้นที่ 27 อำเภอชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อจัดทำ และทดสอบแผนเผชิญเหตุของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอในการ
แจ้งเตือน การจัดตั้งศูนย์บัญชาการตามระบบบัญชาการ การอพยพ และการจัดตั้งศูนย์พักพิงในระดับอำเภอ เป็นต้น

‘มนัญญา’เปิดศูนย์กัญชา-กัญชงเบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666401

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ One Stop Service กัญชา กัญชง และกระท่อม พร้อมเปิดตัวโครงการ “แจกกัญชา กัญชง ล้านต้น สู่ครัวเรือน” โดยมี นายระพีภัทร์จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม แบบเบ็ดเสร็จ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า กรมวิชาการเกษตร ได้สร้างผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางวิชาการ มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตสู่เกษตรกร ช่วยยกระดับการผลิตของเกษตรกร ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีภารกิจด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม ภายใต้พ.ร.บ.กักพืช พ.ร.บ.พันธุ์พืช และ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายระพีภัทร์ เปิดเผยว่า ได้ตั้งศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม แบบเบ็ดเสร็จ และได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พืชสกุลกัญชา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และศึกษาวิจัยนำไปสู่โครงการส่งเสริม สนับสนุน การปลูกกัญชา กัญชง 1 ล้านต้น ตามนโยบายรัฐบาล (โครงการ “แจกกัญชา กัญชง ล้านต้น สู่ครัวเรือน”) เพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมเพื่อให้เกษตรกร ตลอดจนประชาชนผู้สนใจได้ใช้ต้นกล้าพันธุ์ดี มีคุณภาพ

นายระพีภัทร์ เปิดเผยด้วยว่า ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนรับกล้าพันธุ์กัญชาพันธุ์ดีแล้ว ครัวเรือนละ2 ต้น ตามเป้าหมาย 1 ล้านต้นของรัฐบาลหรือประมาณ 500,000 ครัวเรือน ซึ่งพันธุ์ที่แจกหลักๆ คือพันธุ์อิสระ 01 พัฒนาพันธุ์โดยกรมการแพทย์ กรมวิชาการเกษตร จะจัดแจกได้เดือนละ 1-2 แสนต้น และผู้ลงทะเบียนจะได้รับต้นกัญชาหลังจาก
ลงทะเบียนประมาณ 30 วัน สำหรับ กทม.และปริมณฑล ลงทะเบียนได้ที่ศูนย์บริการจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อมแบบเบ็ดเสร็จ หรือผ่านระบบออนไลน์