ทุเรียน เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666190

ทุเรียน เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.06 น.

สนง.พาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ผนึกกำลังเปิดตลาดการค้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง พร้อมดันทุเรียน GI.ปากช่องสู่ตลาดโลก

สำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกทุเรียนหมอนทอง GI ปากช่อง เป็นอีกหนึ่งทุเรียนอร่อยของไทย เอกลักษณ์เด่นเนื้อแห้ง เนียนนุ่ม ละมุ่นลิ้น  กลิ่นไม่แรง เตรียมจัดงาน“เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ ครั้งที่ 1” ระหว่างวันที่ 15 -16 กรกฎาคม อวดคอทุเรียน โชว์ความพร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

นางเกศินี พวงประดิษฐ์ พาณิชย์จังหวัดสกลนคร ในนามสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ดำเนินแผนงานประชาสัมพันธ์หนึ่งในโครงการส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีสานสู่สากล เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นว่า สินค้า GI ของภาคอีสานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งสินค้า GI เป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และมีคุณภาพสูงตามเกณฑ์ประเมินการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์   รวมทั้งสินค้า GI  เหล่านี้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนครและกลุ่มสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คัดสรรสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI และมีศักยภาพทางการตลาด เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และประชาสัมพันธ์สร้างโอกาสทางการค้า ผ่านสื่อทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียล ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สินค้า GI อีสานได้มีโอกาสเติบโตทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ สินค้า GI ที่โดดเด่นของภาคอีสาน 18 แห่ง ภายใต้ชื่อ “GI ของดีอีสาน มาตรฐานโลก” ประกอบด้วยสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เครื่องปั้นดินเผา และผ้าทอมือ ได้แก่ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI จ.นครราชสีมา, ทุเรียนภูเขาไฟศรีษะเกษ GI จ. ศรีสะเกษ, สับปะรดท่าอุเทน GI จ. นครพนม, ผ้าหมักโคลนหนองสูง GI จ. มุกดาหาร, ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ GI จ.กาฬสินธุ์, น้ำหมากเม่าสกลนคร GI จ. สกลนคร, ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร GI จ.สกลนคร, เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง GI จ.อุดรธานี, กล้วยตากสังคม GI  จ.หนองคาย, ส้มโอทองดีบ้านแท่น GI จ. ชัยภูมิ, ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท GI จ. ขอนแก่น, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI วิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตข้าวพันธุ์บ้านสระแคน จ. มหาสารคาม, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม จ. ยโสธร, ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี GI จ. อุบลราชธานี, ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ GI จ. สุรินทร์, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI กลุ่มข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้อำเภอเกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด, ผ้าไหมเก็บบ้านเมืองหลวง GI ศรีสะเกษ และ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ GI  จ. บุรีรัมย์

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าพื้นที่อำเภอปากช่องเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนคุณภาพ จึงได้ผลักดันให้ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ได้รับการการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือสินค้า GI  จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  รวม 39 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 1,182ไร่มีผลผลิตรวม 409 ตัน ทุเรียนในพื้นที่ปากช่องเขาใหญ่ให้ผลผลิตที่สวยงามรูปไข่  ที่มีเนื้อสัมผัสเนียนเนื้อหนาแน่นหนึบ แห้งละเอียดเส้นใยน้อย   มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอมอ่อน รสชาติหวาน มัน  กลมกล่อมทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 160-180 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ180-220 บาท โดยได้ส่งเสริมสนับสนุนการทำการตลาดไปในภาคต่างๆ ให้การอบรมความรู้ ด้านการทำตลาดออนไลน์ นับเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคงและต่อยอดขยายเครือข่ายเพื่อเพิ่มผลผลิตมากขึ้นในอนาคต

นายมาโนช รูปสมดี ประธานวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เจ้าของสวนอัมพร ต.กลางดง อ.ปากช่อง หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับการรับรองเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  เปิดเผยว่า สำหรับทุเรียนบ้านสวนอัมพร ปลูกในพื้นที่ 15 ไร่ ประมาณ 350 ต้น จำนวน 8 สายพันธุ์ นอกจากสายพันธุ์หมอนทองแล้วยังมี หลงลับแล, มูซังคิง, หนามดำ, หลินลับแล, ก้านยาว, เม็ดในยายปราง และทองหลินจง ซึ่งในปีนี้จะสามารถเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ มี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์หมอนทอง และหลงลับแล  โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเก็บผลผลิตไปแล้วประมาณ 50% ผลผลิตที่เหลือกำลังทยอยจัดเก็บ  ซึ่งผลผลิตจะออกครบหมดในเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับกรรมวิธีการดูแลรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ จะดูแลควบคุม ตั้งแต่การปลูก จนถึงทุเรียนติดผล เมื่อทุเรียนลูกโตขึ้น จะห่อลูกด้วยถุงนวัตกรรม Magic Growth สีแดงเป็นวัสดุเสริมการเพาะปลูกชนิดนอนวูฟ เพื่อป้องกันแมลงต่างๆ ทำให้ผลทุเรียนมีสีสวย รักษาอุณหภูมิ ลดการใช้สารเคมี โดยได้ผ่านการวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยี  พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นานกว่า 4 ปี เพิ่มคุณค่ามากขึ้นกว่า 30% ซึ่งวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและ พืชสวน มีสมาชิกผู้ปลูกทุเรียน ทั้งหมด 39 ราย ได้รับหนังสือรับรองตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา  ถือเป็นการรับรองคุณภาพทุเรียนปากช่องที่ได้มาตรฐาน ลูกโต พูใหญ่ สีสวย เนื้อแน่นกรอบ ไม่มีรสหวานจนเกินไป และกลิ่นไม่แรง

ด้านการการตลาด ปัจจุบันกลุ่มมีการทำการตลาดออนไลน์ในรูปแบบของแต่ละสวนทำกันเอง ผู้บริโภคคนไทยที่เข้าไปหาซื้อถึงสวนบางส่วนมาจากการโพสต์ทาง Facebook  แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้การจำหน่ายสินค้าลดลงเป็นอย่างมาก จึงอยากให้พาณิชย์จังหวัดช่วยสนับสนุนด้านการตลาดนอกพื้นที่การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ในต่างพื้นที่ และความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น  รวมทั้งการส่งเสริมให้มีล้งในพื้นที่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการหาตลาดและการขนส่งและกระตุ้นให้ผู้บริโภคคนไทยได้ลิ้มลองทุเรียนที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่มีความพิเศษโดยสภาพของพื้นที่ คือ อยู่ในแหล่งที่มีโอโซนอันดับ 7 ของโลก บนเทือกเขาดงพญาเย็น มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ไม่อมน้ำ เนื้อจึงแห้งกว่า เนื่องจากเกษตรกรจะตัดเมื่อแก่จัดในช่วง 130 วัน ขึ้นไป 

สำหรับผู้สนใจชม และชิมทุเรียนหมอนทอง GI ปากช่อง สามารถพบกันได้ในงาน “เทศกาลทุเรียน ปากช่อง-เขาใหญ่ ครั้งที่ 1” ระหว่างวันที่ 15 -16 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 17.00 น.ที่ ฟาร์มโชคชัย 1 ริมถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666114

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ  เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ห้องประชุมนายเหมือง โรงแรม เลอ เอราวัณ พังงา นายพรรษิษฐ์ ช่วยพิชัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา และ ผศ.รังสรรค์ พลสมัคร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ บริการวิชาการ การนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน 

ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามนโยบายธนาคารด้านการพัฒนาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง ผ่านโครงการต่างๆ ของธนาคาร ซึ่งการพัฒนากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนที่มีองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและชุมชน ให้สามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตทางการเกษตร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการเชื่อมโยงกระจายสินค้าและการขนส่ง สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดพังงา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรร่วมกัน

ทั้งนี้ หลังการเอ็มโอยู ได้มีการจัดอบรม “โครงการส่งเสริมการเพิ่มบทบาท สกต.เพื่อการกระจายสินค้าและขนส่ง (Logistic)” เพื่อเพิ่มทักษะความรู้การจัดการคลังสินค้า การกระจายสินค้าและการขนส่ง ให้กับคณะกรรมการและพนักงานของ สกต.พังงา จำกัด ในการนำสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรกร และชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สกต.พังงา จำกัด ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการเป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในจังหวัดพังงา โดยการเชื่อมโยงธุรกิจกับ สกต. สหกรณ์ และเครือข่ายทั่วประเทศ สร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ชุมชน และประเทศ โดยมีวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

สภาเกษตรฯทำข้อเสนอเชิงนโยบายฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666112

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ บรรยายพิเศษ “บันทึกข้อตกลงทางวิชาการระหว่างสภาเกษตรกรแห่งชาติกับสำนักเศรษฐกิจการเกษตร” และกล่าวถึงโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ประเมินผลและติดตามข้อเสนอเชิงนโยบาย” มีผู้เข้าร่วมโครงการ 595 คน ว่า พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ 2553 เป็นกฎหมายที่ให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับการผลิต และการตลาดเพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด

อย่างไรก็ดี การจัดทำข้อเสนอนโยบายที่ผ่านมาบุคลากรของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ยังขาดประสบการณ์ในการรวบรวมข้อมูล จัดลำดับความสำคัญของการเขียนข้อเสนอเชิงนโยบาย จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานว่า สศก.จะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ติดตามประเมินผลและแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ

ทั้งนี้ ได้จัดโครงการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายประเมินผลและติดตามข้อเสนอเชิงนโยบาย” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเสริมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการ/แผนงาน ให้กับบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด และเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในกระบวนการติดตามประเมินผลข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการ/แผนงาน ให้กับบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด

‘มนัญญา’จี้แก้ทุจริตสหกรณ์ ระดม3คณะทำงานสืบ-สอบ-ปรับปรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666113

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2565 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมอบแนวทางในการปฏิบัติงาน และ นายโอภาส ทองยงค์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์เป็นวงกว้าง ส่งผลให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงินและสมาชิกสหกรณ์ไม่สามารถเบิกถอนเงินฝากหรือกู้ยืมหรือดำเนินธุรกิจกับสหกรณ์ได้ตามปกติ เพื่อให้การแก้ปัญหารวดเร็ว มีประสิทธิภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จึงอาศัยอำนาจตามความมาตรา 11 (6) พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ โดยมีน.ส.มนัญญา เป็นประธาน ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นรองประธาน และมีกรรมการประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ผบ.ตร., อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและมีอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ ตรวจสอบ เร่งรัด ติดตาม การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทุจริตในสหกรณ์ รวมทั้งให้คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะแก่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้การแก้ปัญหาการทุจริตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนแต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมายตามความจำเป็นและเหมาะสม

“การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรก ซึ่งท่านนายกฯ เน้นย้ำและฝากความเป็นห่วงในเรื่องการทุจริตสหกรณ์ทุกครั้งจะทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา และจะรายงานความคืบหน้าให้นายกฯ ทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะบูรณาการร่วมกันแก้ไขและสิ่งสำคัญคือต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก” น.ส.มนัญญากล่าวและว่า เป็นห่วงเรื่องการยึดทรัพย์ เนื่องจากที่ผ่านมา มีทรัพย์สินที่ยึดได้คงค้างไว้เป็นเวลานาน ถูกปล่อยให้เสื่อมสภาพ จึงเน้นย้ำเรื่องการขายทอดตลาด นำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ เดือนละ 2 ครั้ง ขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถ และจะเร่งชดใช้ความเสียหายให้กับสมาชิก สำหรับความคืบหน้าสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด พบความเสียหายมูลค่า 600 กว่าล้านบาท ขณะนี้ยึดทรัพย์มาได้เกือบ 300 ล้านบาทแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้จะติดตามยึดทรัพย์ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมตั้งชุดประนอมหนี้ต่อไป

กรมชลฯเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง รับมือเกิดน้ำไหลหลาก-ท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666110

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2565 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน และการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตนิยมวิทยา มีการประเมินสถานการณ์น้ำจากฝน พบว่าปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้ เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในและนอกเขต
ชลประทาน โดยโครงการในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบติดตามเฝ้าระวัง สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง รวมถึงพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง
อยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันกั้นน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ ระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

‘เฉลิมชัย’ติดตามงาน ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน ให้เกษตรกรไปปรับใช้ หลักเศรษฐกิจพอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666111

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยมีส่วนราชการที่ร่วมบูรณาการ 16 หน่วยงานใน 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรฯกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นโดยเป็น 1 ใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ ที่ดำเนินงานสนองพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่ทำการศึกษาทดลองแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการพัฒนาที่ดิน การพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูสภาพป่า การวางแผนปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการพัฒนาอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาหาความรู้ ฝึกอบรมความรู้เพิ่มเติมและนำไปปฏิบัติได้

“ตลอดระยะเวลากว่า 39 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นตัวอย่างรูปแบบการพัฒนาด้านการเกษตรที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถขยายผลไปสู่ราษฎรได้เป็นอย่างดีเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ยกระดับความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตให้กับเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กรมชลฯกำชับบริหารน้ำ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665899

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์
แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,413 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 33,671 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,141 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,730 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ บริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เชื่อมโยงกันเป็นเอกภาพเพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เน้นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ ต้องเพียงพอตลอดทั้งปีบริหารจัดการน้ำท่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านระบบชลประทาน ประตูระบายน้ำ คลองส่งน้ำ ให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกอย่างทั่วถึง รวมทั้งเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ควบคู่กับการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย 13 มาตรการ ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนด

มกอช.ลงพื้นที่ปลูกทุเรียนป่าละอู วางมาตรฐานความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665900

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)นำคณะ ลงพื้นที่สวนทุเรียนป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดูพื้นที่การปลูกทุเรียน ซึ่งปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคของคนไทย โดยนายพิศาลกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ สินค้าที่มีเครื่องหมาย “Q” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่กระทรวงเกษตรฯ รับรองให้สินค้าที่ผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรนำไปใช้แสดงสินค้าเกษตรที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองว่าเป็นไปตามมาตรฐาน มีความปลอดภัย และมีคุณภาพเทียบเท่า มาตรฐานสากล หากผู้บริโภคพบเห็นเครื่องหมาย Q ที่ใด สามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าเกษตรนั้นมีมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัย เหมาะสมต่อการบริโภค

ทั้งนี้ มกอช.ได้พัฒนาระบบการตามสอบสินค้าเกษตร บนระบบคลาวด์ สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการ นำไปใช้งานจัดเก็บข้อมูลที่มาที่ไป ข้อมูลการผลิตเพื่อใช้ในการตามสอบสินค้าเกษตร สามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บไปสร้าง QR Code สำหรับเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูล ตามสอบสู่ผู้บริโภค ปัจจุบัน มีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 2,400 ราย โดยปี 2565 ได้ส่งเสริมให้ใช้ในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนป่าละอู ที่ได้รับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทาง มกอช.จึงได้จัดทำโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ ภายใต้การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับ ที่มีเลขาธิการ มกอช.เป็นประธานอนุกรรมการร่วมกับอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

ด้านนายประโยชน์ พรหมสุวรรณ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนป่าละอูกล่าวว่าสวนทุเรียนแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนโครงการแปลงใหญ่ มีพื้นที่ปลูกกว่า 14 ไร่มีผลผลิตประมาณ 2 ตัน/ปี เป็นแปลงที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน (GAP) GAP กษ03-9001-36470635111 และ ได้รับการอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI)สช 57100062 ลำดับที่ 620623PKN004

นายประโยชน์ กล่าวต่อว่า เคยเป็นหัวหน้าเทศกิจ กทม.ขณะนี้เป็นข้าราชการบำนาญ ที่ผ่านมาได้ซื้อสวนทุเรียนป่าละอู ตั้งแต่ปี 2528 และมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อปี 2558 ลองผิดลองถูกกว่าจะได้ผลผลิตทุเรียนที่ดีเกือบเท่าตัวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการสารเคมี และยังได้รับการรับรองแปลง GAP จากกรมวิชาการเกษตร อีกทั้ง มกอช.ได้นำระบบ QR Code มารองรับทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้รับความมั่นใจจากผู้บริโภคว่าเป็นทุเรียนป่าละอูของแท้ ทั้งมีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค

วช.หนุนนวัตกรรมแปรรูปกล้วยส่งขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665898

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ได้สนับสนุนทุนวิจัยโครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ ปี 2562 ให้โครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสำเร็จรูปใน ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน จ.นครปฐม” โดยมีนางจันทร์เพ็ญ แสงประกาย ผู้แทนสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้นำไปต่อยอดขยายผล สร้างอาชีพและรายได้กับชุมชน

ด้านนางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่าเนื่องจากชาว ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน ประสบปัญหาเรื่องกล้วยล้นตลาด อบต.คลองนกกระทุง จึงประสานงานกับคณะวิจัยฯ นำองค์ความรู้ไปช่วยแปรรูปกล้วยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีอายุการเก็บนานขึ้นโดยชุมชนนี้อยู่บนพื้นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำท่าจีนและลำคลองสาขาหลายสาย ปลูกกล้วยได้ผลผลิตสูง ทำให้เกิดปัญหากล้วยล้นตลาด จึงร่วมกับผู้ทำวิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดทำโครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสำเร็จรูปในพื้นที่ ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน จ.นครปฐม” ทั้งนี้ นอกจากเครื่องมือที่นำไปสนับสนุน คณะผู้วิจัยยังจัดทำคู่มือถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสำเร็จรูป โดยอธิบายวิธีทำแต่ละขั้นตอน จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ออกมา

นางจันทร์เพ็ญ กล่าวอีกว่า โครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คณะวิจัยมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการผลิตอาหาร และแปรรูปอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังคงคุณสมบัติทางโภชนาการของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดีและผลิตภัณฑ์ที่ออกมา ก็เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายมาก่อนเป็นเทคนิคที่ชาวบ้านสามารถผลิตได้เอง คณะผู้วิจัยคาดหวังว่าชาวชุมชนจะสามารถนำความรู้ ทักษะที่ได้ไปใช้ในการแปรรูปกล้วยสร้างรายได้และอาชีพต่อไป

‘ประภัตร’ดันร่างฯ สินค้าเกษตร4ชนิด ยกระดับมาตรฐาน ฟาร์มผึ้งคุณภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665901

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 2/2565 โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …และร่างประกาศคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นก่อนออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับ พร้อมกับพิจารณายกร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 4 เรื่อง รวมทั้งเห็นชอบการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องระบบการจัดการด้านคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับตลาดกลางสินค้าเกษตร และการแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการพิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตร การปรับปรุงคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองมาตรฐานสินค้าเกษตร

สำหรับมาตรฐานด้านปศุสัตว์ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรง ได้ประกาศมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้ง (มกษ.8200) แล้ว แต่เนื่องด้วยวิธีการเลี้ยง แยกขยายรัง รวมถึงเก็บเกี่ยวผลิตผลของผึ้งชันโรงแตกต่างจากผึ้งพันธุ์ จึงไม่สามารถใช้มาตรฐานดังกล่าวเป็นแนวทางการปฏิบัติได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการเลี้ยงผึ้งชันโรงให้มีมาตรฐาน คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเห็นควรให้จัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรง เพื่อส่งเสริมให้มีการเลี้ยงผึ้งชันโรงที่มีมาตรฐาน